ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,336 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,582 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    313

    Overall
    254,336

ตอนที่ 85 : โกเลมหิน (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    20 ธ.ค. 59

กลางทะเลทรายอาราม่าที่ร้อนระอุ ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดเดินทางข้ามทะเลทรายที่มีขนาดหนึ่งในห้าของทวีปแห่งนี้ได้ หากมนุษย์ธรรมดาที่เดินอยู่ท่ามกลางทะเลทรายแห่งนี้เพียงไม่เกิน 5 วัน ผิวหนังของเขาจะถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนที่สูงกว่า 60 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน แม้กระทั่งเกราะธาตุลมที่สามารถช่วยลดความร้อนได้ในเวลาปกติ ยังไม่อาจทำให้ผู้ที่ถูกปกป้องโดยมันรู้สึกเย็นลงเมื่ออยู่ท่ามกลางความร้อนที่เหมือนกับกำลังเดินอยู่ในเตาอบขนาดมหึมา

“โชคดีนะที่ท่านวินใช้เกราะธาตุน้ำแข็งร่วมกันกับเกราะธาตุลมมิเช่นนั้นผิวสวยๆของข้าคงคงหมองเป็นแน่” แอลฟ่าโชวแขนขาวๆของตนแล้วลูบไล้ไปมา

“ข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้าสนใจเรื่องความสวยความงามด้วย” มิชเชลหยอกเย้า

“แหม...ข้าก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันนิ ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าสวยเกินหน้าเกินตาข้าไปได้หรอก” หญิงสาวผมสีทองหัวเราะคิกคัก

ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวสามคนที่กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข แม้ว่าเขามาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักมานานหลายปีมีบางครั้งที่เขาคิดถึงบ้านในโลกเดิม แต่เพราะที่ผ่านมาเขามีพวกเธอทั้งสามเป็นสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนร่วมทางจึงทำให้วินไม่รู้สึกเหงา เขาคิดไม่ออกว่าหากว่าจะต้องเดินทางคนเดียวโดยปราศจากหญิงสาวทั้งสามคนร่วมทางแล้วจะรู้สึกอย่างไร

“ท่านวินคิดอะไรอยู่หรือคะ” ออนก้าถามชายหนุ่มที่กำลังมองพวกเธออย่างเหม่อลอย

“ข้า...คิดอะไรเพลินไปหน่อย” วินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกหญิงสาวส่งเสียงเรียก

 

หลังจากเสียงพูดคุยของทุกคนจบลงความเงียบปกคลุมอีกครั้งรถม้ายังคงเคลื่อนตัวไปในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่ร้อนระอุ คนในรถต่างมองหน้ากันโดยไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาพูดคุยอีก

“ท่านวิน ทำไมเมื่อตอนบ่ายข้าใช้เวทไฟกับกิ้งก่าเหล่านั้นไม่เป็นผลแต่ท่านกลับใช้หอกธาตุหินแทงทะลุผ่านพวกมันที่เป็นธาตุไฟได้อย่างง่ายดาย” หลังความเงียบปกคลุมครู่ใหญ่มิชเชลเอ่ยถามขึ้น

“เหตุผล 3 ข้อ

ข้อแรก เวทไฟของเจ้ายังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำจึงไม่สามารถทำอันตรายสัตว์ธาตุไฟที่อยู่ขั้นสูงได้

สอง แม้เวทหินจะประกอบด้วยเวทดินที่แพ้ทางสำหรับเวทไฟแต่เพราะมันเป็นเวทประสานกับเวทลมจึงทำให้มันแข็งแกร่งกว่าเวทดินทั่วไป

ประการสำคัญคือเวทของข้าอยู่ในขั้นสูงจึงสามารถฆ่าสัตว์เหล่านั้นได้โดยง่าย” ชายหนุ่มอธิบาย

 

ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันนั้นท้องฟ้าด้านหน้าพวกเขาห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตรเริ่มมืดครึ้มอย่างรวดเร็วเพียงระยะเวลาไม่กี่นาทีเมฆฝนขนาดใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นปกคลุมทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ในขณะที่เบื้องหลังของทุกคนท้องฟ้ายังคงสดใสและแสงอาทิตย์ยังคงร้อนแรงทำให้สีของท้องฟ้าทางทิศเหนือและใต้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้านหนึ่งมืดครึ้มด้วยเมฆดำที่กำลังลอยต่ำลงอย่างรวดเร็วอีกด้านหนึ่งยังคงสว่างจ้า คนทั้งสี่ไม่มีเวลาที่จะชื่นชมความแปลกปะหลาดที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้น ลมแรงเริ่มพัดเม็ดทรายจำนวนมหาศาลเข้ากระทบเกราะสองธาตุที่ครอบคลุมร่างของทุกคนไว้เสียงดังอื้ออึง

“พายุทะเลทราย” ชายหนุ่มอุทาน

“เราจะหาที่หลบพายุได้ที่ไหน” หญิงสาวทั้งสามมีสีหน้าตระหนกพวกเธอไม่เคยเกรงกลัวอสูรร้ายที่มีขั้นสูงกว่าพวกเธอมากนักแต่ด้านหน้านั่นคือพลังทำลายล้างมหาศาลของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดสามารถต่อต้านได้

สัตว์เลี้ยงทั้งหกส่งเสียงร้องอย่างแตกตื่นพวกมันจับจ้องมายังชายหนุ่มผู้เป็นนายด้วยหวังว่าเขาจะช่วยเหลือปกป้องพวกมันจากอันตรายใหญ่หลวงครั้งนี้ได้

วินใช้เวลาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จนในตอนนี้เมฆดำทมึนค่อยๆลอยเข้าใกล้จุดที่ทุกคนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว

พื้นดินโดยรอบที่ทุกคนยืนอยู่กลายเป็นหินแข็งสีหม่นมันค่อยๆจมลงไปในพื้นทรายอย่างช้าๆ เวลาเพียงไม่นานพื้นหินแข็งได้หยุดนิ่งหลังจากมันจมหายลงไปในพื้นทรายที่ความลึกประมาณ 2 เมตร ในขณะนี้หากมองจากด้านบนจะพบว่าพื้นที่ที่กลุ่มคนทั้งหมดเคยอยู่เหลือเพียงโดมใสๆที่อยู่เหนือพื้นดินขึ้นไปประมาณ 1 เมตรเท่านั้น

หญิงสาวทั้งสามแหงนหน้ามองด้านบนพวกเธอเห็นเพียงเมฆดำกำลังลอยผ่านหลังคาเกราะสองธาตุเท่านั้น

หลังจากที่วินตัดสินใจทำให้พวกเขาจมลงใต้ผืนทรายเพียงไม่นานพายุทะเลทรายที่ก่อตัวขึ้นเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่งหลังจากลมที่รุนแรงพัดทรายจำนวนมากปลิวว่อนจนดูเหมือนกับสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่กำลังกลืนกินทะเลทรายอันกว้งใหญ่ไพศาล จากนั้นพายุฝนเริ่มโหมกระหน่ำเพียงเวลาไม่นานทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดกลับกลายเป็นทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

เพียงเวลาเพียงครึ่งวันพายุทะเลทรายได้หายไปจากท้องฟ้าแห่งนี้อย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่พายุก่อตัวอย่างรวดเร็ว น้ำที่เคยท่วมสูงกว่า 2 เมตรกลับซึมหายลงไปในพื้นทรายอย่างรวดเร็วสิ่งที่หลงเหลือไว้มีเพียงซากสัตว์หลากหลายขนาดที่หนีไม่พ้นพายุที่บ้าคลั่งนี้ได้

ภายในเกราะธาตุทรงโดมอันมืดมิดมีเพียงลูกไฟสองดวงที่สร้างความสว่างให้กับพื้นที่หลบภัยแห่งนี้ ดวงหนึ่งเป็นลูกไฟที่สร้างโดยชายหนุ่มส่วนอีกดวงเป็นดวงไฟขนาดเล็กกว่าในมือของมิชเชล

“เหมือนว่าพายุด้านนอกจะสงบลงแล้ว” ออนก้าพูดขณะที่มือของเธอยังคงลูบหัวหมาป่าสองตัวที่กำลังตื่นกลัว

“เป็นไปได้ไงเวลาเพิ่งผ่านมาเพียงไมกี่ชั่วโมง และด้านบนนั้นยังมืดสนิทอยู่เลยนะ” แอลฟ่าโอบกอดหมาป่าอีกสองตัวไว้

ชายหนุ่มร่ายเวทบังคับให้พื้นหินที่พวกเขายืนอยู่เคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ หลังคาเกราะทางโดมค่อยๆโผล่พ้นพื้นทราย แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามาภายในโดมจนคนที่แหงนหน้ามองต้องใช้มือป้องดวงตาจากแสงจ้านั้น ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันใช้เวลามากกว่าตอนที่จมลงมามากกว่า 3 เท่าตัวนั่นหมายความว่าพวกเขาถูกพายุทรายพัดทรายจำนวนมากมาทับสูงกว่า 2 เมตร

คนทั้งสี่ยืนมองโดยรอบตัวของพวกเขา ซากสัตว์จำนวนมากนอนเกลื่อนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าทะเลทรายที่ร้อนและแห้งแล้งเช่นนี้จะมีสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่จำนวนมากมายเช่นนี้

ออนก้าจ้องมองไปยังซากสัตว์ขนาดเล็กเหล่านั้น หากจะนับจำนวนพวกมันแล้วคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตัวเป็นแน่ มีสัตว์หน้าตาแปลกประหลาดหลายชนิดที่เธอไม่เคยรู้จัก หนูตัวเท่าแมวที่มีขนแข็งอยู่บนหลัง กิ้งก่าสีน้ำตาลขนาดเล็กที่นิ้วเท้าของมันยาวพอๆกับขาของมัน

วินแหงนมองไปบนท้องฟ้านกแร้งขนาดใหญ่จำนวนมากพากันบินวนกันเป็นวงกลม ราวกับว่าพวกมันกำลังเต้นรำกันกลางอากาศเพื่อฉลองให้กับอาหารจำนวนมากมายที่อยู่เบื้องล่าง หลังจากบินวนกันอยู่พักใหญ่นกตัวแรกเริ่มโฉบลงมาบนพื้นทรายเพื่อจัดการกับซากสัตว์อันโอชะ

มิชเชลและแอลฟ่าจับเจ้าหนึ่งถึงสี่ที่เริ่มมีอาการอยากรู้อยากเห็นเอาไว้แน่น พวกเธอไม่ได้กังวลว่ามันจะตกเป็นเหยื่อของนกแร้งบนท้องฟ้าเหล่านั้นเพราะคิดว่าหมาป่าพวกนี้มีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดดีเยี่ยม หากแต่คนทั้งสองกำลังจับจ้องไปยังซากสัตว์ขนาดเล็กอย่างแปลกใจจนลืมตัว

ทันใดนั้นสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่นกแร้งบินลงมาใกล้พื้นทราย สัตว์ที่นอนแผ่ราวกับว่าพวกมันไม่มีลมหายใจแล้วกลับขยับตัวราวกับพวกมันตื่นจากการหลับไหล เพียงแค่อึดใจเดียวสัตว์ขนาดเล็กนับหมื่นที่ใครๆคิดว่าพวกมันตายแล้วกลับมุดหายลงไปในพื้นทรายอย่างรวดเร็ว

กลุ่มคนทั้งสี่มองดูสัตว์ขนาดเล็กเหล่านั้นมุดหายลงไปในทรายอย่างแปลกใจ พวกเขารู้สึกทึ่งกับการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของพวกมัน นกแร้งหลายสิบตัวตีปีกด้วยความโมโหที่อาหารจำนวนมากของมันหายลงไปในพื้นทรายต่อหน้าต่อตา

สายตาหลายสิบคู่จ้องมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่กลางลานหิน ด้วยความโมโหหิวของนกแร้งพวกมันต่างพุ่งตรงมายังกลุ่มของวินเพื่อที่จะสังหารเหยื่อที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นทราย

“มิชเชล” วินพยักหน้าให้หญิงสาว

หอกไฟที่มีเวทลมห่อหุ้มอยู่พุ่งเข้าหานกแร้งตัวแล้วตัวเล่า ด้วยความเร็วและรุนแรงของเวททำให้พวกมันไม่สามารถหลบหอกเหล่านั้นได้เลยสักตัวเดียว เพียงไม่นานมิชเชลสามารถกำจักนกแร้งขั้นจอมทัพหลายสิบตัวได้โดยง่าย

วินยืนมองมิชเชลสู้กับนกแร้งเหล่านี้อยู่ห่างๆเขารู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้มีความสามารถเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนมาก หลังจากที่มิชเชลฆ่านกแร้งทั้งฝูงลงแล้วเธอหันกลับมายิ้มให้คนทั้งสามที่ยืนมืองเธออยู่เงียบๆด้วยความภาคภูมิ

ในครั้งแรกวินและหญิงสาวทั้งสามตั้งใจจะเก็บเนื้อนกแร้งไว้เป็นอาหารแต่เมื่อเริ่มลงมือแล่เนื้อนกเหล่านี้กลับพบว่าเนื้อนกแร้งมีกลิ่นเหม็นสาบที่รุนแรง แม้แต่เจ้าหนึ่งถึงสี่ยังเบือนหน้าหนี พวกเขาจึงปล่อยซากนกเหล่านี้ไว้บนพื้นทราย

 

หลังจากทั้งสี่ใช้เวลาเดินทางนานกว่าครึ่งเดือนพวกเขาได้มาถึงใจกลางของทะเลทรายอันกว้างใหญ่ พื้นที่อันกว้างใหญ่ในบริเวณนี้ไม่ใช่ทรายเหมือนกับบริเวณอื่นที่พวกเขาผ่านมา ลานหินสีขาวนวลขนาดใหญ่ที่มีอาณาบริเวณกว้างมากกว่า 100 ไร่แห่งนี้มีเสาหินหลายขนาดวางกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด

ชายหนุ่มสังเกตว่าเสาหินจำนวนมากเหล่านั้นมีอยู่ 5 ขนาดที่ไล่เรียงกัน มันดูเหมือนกับมีใครตั้งใจสร้างพวกมันขึ้นมามากกว่าที่จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

สิ่งที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งคือบริเวณกึ่งกลางลานหินขนาดใหญ่แห่งนี้มีกองหินขนาดใหญ่กองทับถมกันอยู่ วินจ้องกองหินประหลาดอย่างไม่วางตา

“พวกเจ้าดูกองหินนั่นสิ ข้ารู้สึกราวกับว่ามันกำลังขยับอยู่” ชายหนุ่มชี้ไปยังกองหินดังกล่าว

“ไม่เห็นมีอะไรขยับเลย ข้าว่าท่านตาฝาดไปแล้ว” แอลฟ่ามองกองหินที่ปลายนิ้วของชายหนุ่มชี้ไปแล้วหันกลับมาจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างสงสัย

“อาจเพราะแสงอาทิตย์ที่สะท้อนพื้นหินเหล่านี้ทำให้ท่านเห็นภาพไม่ชัด” มิชเชลเห็นด้วยกับแอลฟ่า

“ข้ารู้สึกเหมือนท่านวินนะ นอกจากนี้ข้ารู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องพวกเราอยู่” ออนก้ามองไปรอบๆตัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #513 kunasin46 (@kunasin46) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:48
    ขอบคุณครับ
    #513
    0
  2. #512 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:36
    สนุกดีครับ
    #512
    0