ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,341 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    318

    Overall
    254,341

ตอนที่ 86 : โกเลมหิน (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    26 ธ.ค. 59

เสียงครืดคราดดังมาจากกลางลานหินกว้าง หินกองใหญ่ที่อยู่กลางลานค่อยๆขยับตัวอย่างเชื่องช้าในตอนแรกเวลาผ่านไปไม่นานคนทั้งสีเห็นกองหินเหล่านั้นรวมตัวกันและยืนขึ้นด้วยเท้าทั้งสองของมันราวกับยักษ์ในร่างหินค่อยๆยืนขึ้นบิดขี้เกียจซ้ายขวา

“นั่นมันตัวอะไร” เสียงหญิงสาวทั้งสามร้องขึ้นพร้อมๆกัน

“โกเลมหิน” คำพูดที่ออกจากปากของวินทำให้ทุกคนยิ่งงงมากขึ้นกว่าเดิม

พวกเขาเคยพบเจอสัตว์อสูรมามากมายหลายชนิด แต่ไม่เคยพบกับสัตว์อสูรที่มีร่างกายเป็นหินเช่นนี้

“มันเป็นอสูร” วินเอ่ยคำพูดเพียงสั้นๆ

ทุกคนรู้สึกตัวหลังจากตกตะลึงกับอสูรหินร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า หลังจากโกเลมหินบิดตัวไปมาอยู่พักใหญ่มันได้หันหน้าจ้องมายังกลุ่มคนและสัตว์ที่เข้ามาบุกรุกอาณาเขตของมัน โกเลมหินชูมือทั้งสองของมันขึ้นก้อนหินกลมขนาดประมาณ 2 เมตรปรากฎขึ้นเหนือมือของมัน จากนั้นจึงทุ่มใส่กลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่รีรอ

ตูม!!!

ก่อนที่หินก้อนใหญ่จะปะทะเข้ากับเกราะธาตุ หอกไฟสีม่วงพุ่งเข้าปะทะกับก้อนหินใหญ่ที่ถูกทุ่มมาโดยโกเลมเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

วินยืนมองโกเลมหินขั้นจอมทัพอยู่ครู่ใหญ่ นับเป็นความโชคดีของพวกเขาที่อสูรร่างโตที่มีรูปร่างใหญ่โตกว่าอสูรโทรลกว่าครึ่งตนนี้เพิ่งจะพัฒนาตัวเองได้ไม่มากนัก อาจเพราะท่ามกลางทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้มีเพียงสัตว์ขั้นต่ำอาศัยอยู่เท่านั้น

“มิชเชลเจ้าลองสู้กับเจ้ายักษ์ตัวนี้ดูซิ” วินเรียกชื่อหญิงสาวโดยไม่หันกลับไปมอง เขายังคงยิงหอกไฟเข้าใส่หินก้อนแล้วก้อนเล่าที่โกเลมหินขว้างใส่อย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

มิชเชลก้าวออกมายืนอยู่ข้างชายหนุ่มเธอรวบรวมสมาธิคทาอันเล็กถูกชี้ไปยังส่วนหัวของโกเลมหินที่ยืนเด่นห่างออกไปประมาณ 200 เมตร หลังจบคำร่ายเวทไฟและเวทลมรัศมีหนึ่งฟุตพุ่งออกจากคทาไฟและลมที่หมุนเป็นเกลียวยาวเท่าระยะห่างของศัตรูด้านหน้าพุ่งเข้ากระทบหัวโกเลมหินอย่างแรง ก้อนหินใหญ่น้อยที่โกเลมยังคงทุ่มใส่แตกกระจายเพราะความรุนแรงของเวท ร่างหินขนาดใหญ่กระเด็นออกไปไกล

โกเลมยักษ์ลุกขึ้นสะบัดหัวของมันไปมาด้วยความมึนงง เวทที่รุนแรงของหญิงสาวไม่สามารถทำอันตรายกับร่างหินขนาดใหญ่ยักษ์นี้ได้แม้แต่น้อย

หญิงสาวสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตามเวทไฟและลมที่รุนแรงและแปลกตา ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่มิชเชลสามารถใช้เวทในแบบของตนเองได้ ไม่มีความอิจฉาเกิดขึ้นในใจของหญิงสาวทั้งคู่ที่เห็นหญิงสาวอีกสามารถใช้เวทมนต์ได้เลยแม้แต่น้อย พวกเธอทั้งคู่ได้เห็นความมานะพยายามของมิชเชลแล้วต่างก็คิดตรงกันว่าหากเป็นพวกเธอที่สามารถใช้เวทมนต์ได้คงไม่มีความสามารถมากพอที่จะสร้างสรรค์เวทมนต์ที่รุนแรงในแบบของตนเองได้ แต่ทั้งคู่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเวทที่รุนแรงของมิชเชลไม่สามารถทำอันตรายกับโกเลมหินร่างใหญ่ได้เลย

มิชเชลรู้สึกได้ว่าพลังป้องกันของโกเลมหินมีมากกว่าพลังทำลายของเวทมนต์ของเธอมากมายนัก หญิงสาวเหลือบมองชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างเล็กน้อย เธอกลัวว่าชายหนุ่มจะผิดหวังในตัวเธอที่ไม่สามารถกำจัดอสูรที่มีขั้นเท่ากับตนเองได้

“เจ้าทำได้ดีมาก มิชเชลลองดูอีกทีไหม” วินหันมายิ้มเล็กๆให้กับหญิงสาวข้างกาย

นอกจากจะไม่ถูกตำหนิแล้วยังได้ยินคำชมจากปากชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมาในทันทีเมื่อได้รับคำชม

เวทไฟและเวทลมที่บิดเป็นเกลียวพุ่งออกจากปลายคทาของหญิงสาวอีกครั้ง แม้จะมีขนาดเล็กกว่าเดิมกว่าครึ่งแต่สีของมันกลับเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นสีแดงเข้ม บัดนี้เวทที่พุ่งออกไปกลับกลายเป็นสีฟ้าจางๆ

โกเลมหินจ้องมองไปยังมนุษย์สองคนที่ยืนอยู่ห่างจากตนออกไปประมาณ 200 เมตร มันรู้สึกสงสัยที่หินหลากหลายขนาดที่มันสร้างและขว้างออกไปล้วนถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของชายหญิงสองคน แต่ก่อนที่มันจะได้ลงมือทำอะไรต่อไปอสูรร่างใหญ่เห็นแสงสีฟ้าจางๆพุ่งเข้ามายังตน ด้วยสัญชาติญาณมันยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไขว้กันเพื่อป้องกันใบหน้า

ตูมมม!

เวทไฟและลมสีฟ้าจางพุ่งเข้าใส่แขนหินขนาดใหญ่เสียงดังสนั่น ในครั้งนี้ร่างหินขนาดใหญ่ตั้งใจป้องกันจึงทำให้มันยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่กระเด็นเหมือนในคราแรกที่พลั้งเผลอ หากแต่แขนหินทั้งสองข้างที่ถูกเวทผสมเข้าปะทะเริ่มมีรอยแตกเล็กๆเกิดขึ้น ลำแสงสีฟ้ายังคงพุ่งออกจากคทาของมิชเชลอย่างต่อเนื่องทำให้รอยแตกนี้เริ่มลามไปทั่วบริเวณท่อนแขน

โกเลมหินร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด มันกลิ้งหลบลำแสงสีฟ้าที่เคลื่อนที่ติดตามมันไปทั่วทุกแห่ง เวลาผ่านไปครู่ใหญ่โกเลมหินลุกขึ้นยืนอีกครั้งเมื่อมันเห็นว่าลำแสงสีฟ้าที่เคยพุ่งออกจากมือหญิงสาวได้หายไปแล้วในตอนนี้ มันจ้องมองไปที่หญิงสาวผมสีดำอย่างโกรธแค้น

“ทำได้ดีมากมิชเชล เจ้าไปพักก่อน” วินเอ่ยชมหญิงสาวที่ได้พัฒนาเวทมนต์ของเธอขึ้นอีกขั้น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสร้างบาดแผลให้ศัตรูร่างใหญ่ได้มากนักก็ตาม

“ขอบ...คุณค่ะท่านวิน” มิชเชลลดมือที่ถือคทาลง เธอหายใจแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะเหนื่อยจากการใช้เวทอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวดีใจที่เธอสามารถพัฒนาตนเองขึ้นได้อีกขั้นหนึ่งแต่เธอยังคงคิดอยู่ในใจเสมอว่าเธอจะต้องขยันฝึกซ้อมให้มากกว่านี้เพื่อที่จะสามารถต่อสู้เคียงข้างชายผู้เป็นที่รักของเธอให้ได้

 

“โฮกกกกกก”

เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณ โกเลมหินเริ่มขว้างก้อนหินขนาดใหญ่ใส่กลุ่มคนทั่งสี่อีกครั้ง

ก้อนหินจำนวนมากที่พุ่งตรงมายังกลุ่มคนทั้งสี่ยังคงไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ โกเลมหินเริ่มคิดได้ในตอนนี้มันหยุดขว้างก้อนหินแล้ววิ่งตรงมายังจุดที่ทั้งสี่ยืนอยู่ กำปั้นหินขนาดใหญ่ทั้งคู่ถูกยกขึ้นเหนือหัวหมายที่จะทุบลงบนร่างของชายหนุ่ม

วินยืนนิ่งมองการกระทำของโกเลมหิน หลังจากต่อสู้กับอสูรมาหลายครั้งทำให้เขาอยากรู้ว่าสัตว์อสูรที่ได้กลืนวิญญาณธาตุเข้าไปจะมีพัฒนาการเป็นเช่นไร เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการหาวิธีกำจัดอสูรเหล่านี้ในอนาคต

ปังงงง!!!

กำปั้นหินขนาดใหญ่กระแทกลงบนเกราะธาตุที่มองไม่เห็นก่อนจะถึงตัวชายหนุ่ม โกเลมหินยืนงงอยู่ครู่หนึ่งว่าเหตุใดตนถึงไม่สามารถทุบทำร้ายชายหนุ่มผมสีฟ้าที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าของตนได้ จากนั้นมันเริ่มใช้กำปั้นขนาดใหญ่ของมันทุบลงตรงบริเวณเดิมอีกหลายครั้ง

วินยืนสงบนิ่งจ้องมองร่างหินขนาดใหญ่อย่างไม่วางตา อสูรตนนี้เคยเป็นโกเลมที่มีเนื้อหนังคล้ายกับอสูรโทรลที่เขาเคยพบแต่ด้วยสมองที่มีน้อยนิดของโกเลมมันจึงกินทุกอย่างที่ตัวมันเองคิดว่าสามารถกินได้เมื่อมันกลืนวิญญาณธาตุดินและลมเข้าไปแล้วทำให้ผิวหนังของมันกลายเป็นหินเหมือนกับที่เห็นในตอนนี้

แม้ว่าโกเลมจะเป็นสัตว์อสูรที่มีร่างกายใหญ่โตแต่สมองของมันกลับมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายนั่นทำให้สติปัญญาของมันมีน้อยมากราวกับมันเป็นสัตว์ชั้นต่ำตัวหนึ่ง วิญญาณธาตุนั้นสามารถเพิ่มพลังให้กับผู้ที่กลืนกินมันเข้าไปได้ แต่มันไม่สามารถเพิ่มระดับสติปัญญาให้กับผู้ครอบครองมันได้

วินยืนมองการกระทำของโกเลมอยู่ครู่ใหญ่เมื่อเห็นว่าการกระทำของมันยังคงซ้ำเดิมๆชายหนุ่มจึงคิดจะปิดฉากการต่อสู้ คทาสีดำยาวประมาณ 2 เมตรถูกชูขึ้นชี้ไปยังส่วนอกของโกเลมหิน อสูรร่างใหญ่ก้มมองอาวุธไร้คมของชายหนุ่มอย่างสงสัย

แสงสีม่วงเข้มปรากฎขึ้นบนส่วนปลายของคทา ในเวลาเพียงพริบตาแสงสีม่วงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่ง

ตูมมมม!!!

เวทไฟลูกใหญ่พุ่งทะลุอกโกเลมหิน ร่างขนาดใหญ่ของมันกระเด็นไปไกลมากกว่า 20 เมตร ควันสีดำลอยขึ้นรอบๆรูบนอกที่กว้างกว่า 1 เมตร โกเลมหินนอนแน่นิ่งอยู่กลางลานหิน วิญญาณธาตุสีใสและสีน้ำตาลกระเด็นตกอยู่ไม่ห่างจากตัวมันเทาไรนัก ผิวหนังที่เคยเป็นหินกลับกลายเป็นหนังหนาสีน้ำตาลเข้ม

วินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะเดินไปเก็บวิญญาณธาตุ เมื่อเก็บวิญญาณธาตุเสร็จแล้วชายหนุ่มหยิบแผนที่ออกมากางบนพื้นหินกว้างเพื่อมองหาจุดหมายถัดไป

สถานที่ต่อไปที่คนทั้งสี่ต้องเดินทางไปคือประเทศพาราดิสที่อยู่ทิศตรงกันข้ามกับไอกากิซึ่งประเทศแรกที่ทั้งสี่ก้าวขึ้นบนผืนแผ่นดินของทวีปนี้เป็นครั้งแรก การเดินทางจากที่นี่ไปยังพาราดิสต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #516 Thank You (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 19:55
    ขอบคุณครับ
    #516
    0
  2. #515 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 10:16
    สนุกดีครับ
    #515
    0