ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,532 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    509

    Overall
    254,532

ตอนที่ 88 : อาการป่วยของมิชเชล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

นกสีม่วงขนาดปลายปีกทั้งสองห่างกันถึง 10 เมตรสองตัวบินเคียงคู่กันจากนั้นมันบินแยกซ้ายขวาแล้วโฉบผ่านบริเวณที่สัตว์นักล่าทั้ง 15 ตัวเดินแถวหน้ากระดานเข้าหากลุ่มหญิงสาว ตลอดเส้นทางที่นกทั้งคู่บินผ่านมีละอองน้ำแข็งสีขาวร่วงหล่นลงตามพื้นดิน

หญิงสาวทั้งสามรวมทั้งเจ้าหนึ่งถึงสี่มองความงดงามที่นกน้ำแข็งทั้งคู่รังสรรค์ความงามให้กับพื้นดินที่พวกมันบินผ่าน พวกเธอไม่ได้รับอันตรายจากพวกมันเนื่องจากมีเกราะธาตุขนาดใหญ่ปกป้องคนทั้งหมดเอาไว้ต่างจากกิ้งก่าโบราณขนาดใหญ่ที่กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งตัวแล้วตัวเล่า พวกมันต้องพ่ายแพ้ทั้งที่ยังไม่ทันได้ต่อสู้เลย จริงๆแล้วพวกมันไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัวจากวิหคน้ำแข็งที่ร้ายกาจทั้งสองตัวเสียด้วยซ้ำ

วินจัดการกับซากของสัตว์นักล่าทั้งหมดที่ตอนนี้ถูกเขาละลายน้ำแข็งและชำแระซากของพวกมัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังมีสเบียงเหลืออยู่แต่การสำรองอาหารเอาไว้เป็นสิ่งที่ควรทำหากมีโอกาส

ค่ำวันนั้นวินสร้างถ้ำหินขนาดใหญ่ครอบบ้านหลังใหญ่เพื่อป้องกันสัตว์ร้ายเข้ามารบกวน ที่จริงแล้วสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่สามารถทำลายเกราะธาตุที่คลุมบ้านของพวกเขาได้แต่ชายหนุ่มไม่ต้องการให้พวกมันเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเขาโดยเฉพาะมิชเชลที่กำลังป่วย

“ท่านไม่เห็นต้องลำบากเลย ลำพังเกราะธาตุของท่านสัตว์เหล่านี้ก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้ว” มิชเชลที่นอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่พูดกับชายหนุ่ม

“ข้าไม่อยากให้พวกมันรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้า” วินลูบผมหญิงสาวแผ่วเบา

“มิชเชลเจ้านอนพักให้เยอะๆเผื่อว่าพรุ่งนี้จะดีขึ้น” เสียงแอลฟ่าดังขึ้นที่หน้าประตู

“กินโจ๊กหน่อยนะมิชเชล” ออนก้าส่งชามข้าวที่มีควันร้อนๆให้วินเพื่อป้อนให้กับหญิงสาวผมสีดำ

“พอกินได้ไหม” วินถามอย่างเป็นห่วงขณะที่ตักข้าวใส่ปากหญิงสาว

“อืม” เสียงตอบจากลำคอหญิงสาวที่พยายามกลืนข้าวที่ชายหนุ่มป้อนให้ได้มากที่สุด

วินนั่งลูบผมยาวสีดำที่เจ้าของนอนหลับเพราะอาการป่วย มิชเชลไม่ได้ซ้อมเวทมนต์ตั้งแต่ที่เธอป่วย หญิงสาวมักจะมีอาการอ่อนเพลียและนอนหลับเกือบทั้งวัน ทำให้วินสงสัยว่าอาการป่วยของเธอเป็นผลมาจากการได้รับแก่นธาตุ

 

“ดึกมากแล้วท่านวินมานั่งทำอะไรอยู่คนเดียวคะ” ออนก้าเดินมานั่งข้างๆชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่วางอยู่หน้าบ้าน

“ข้ากำลังคิดถึงท่านอลันเชียร์” ชายหนุ่มหันมามองต้นเสียงครู่หนึ่งแล้วหันกลับไปจ้องมองไปยังปากถ้ำที่มีเพียงความมืดมิด

“เรื่องอาการป่วยของมิชเชลใช่ไหมคะ”

“อืม...ข้าสงสัยว่าอาการป่วยของเธอจะมีสาเหตุมาจากการที่มิชเชลใช้เวทมนต์ได้” เป็นเสียงตอบที่แผ่วเบาและเสียงถอนหายใจยาวของเจ้าของเสียง

 

เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งหมดออกเดินทางต่อโดยที่วินบินล่วงหน้าไปก่อนประมาณ 500 เมตรเพื่อกำจัดสัตว์อสูรที่อยู่ในบริเวณนั้น เขาต้องการให้กลุ่มของเขาเดินทางถึงเมืองลานิมาร์ให้เร็วที่สุด

เสียงระเบิดของเวทมนต์สายต่างๆดังกลบเสียงคำรามของสัตว์ร้ายร่างใหญ่ ในตอนนี้เสบียงอาหารที่มีอยู่มีมากพอให้พวกเขาใช้ได้ไปอีกนานจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องเสียเวลาแล่เนื้อสัตว์เหล่านี้อีก วินเลือกเก็บเพียงลูกแก้วธาตุและชิ้นส่วนบางอย่างที่คิดว่าขายได้ราคา

เจ้าหนึ่งถึงสี่วิ่งเข้าหาร่างขนาดใหญ่ที่นอนสงบนิ่งอยู่ข้างทางพวกมันฉีกแทะกินเนื้อสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวพวกมันทั้งสี่รวมกันด้วยอารมณ์เบิกบาน หลายต่อหลายครั้งที่เจ้านายของมันจะปล่อยให้มันได้ล่าสัตว์ขนาดเล็กเองแต่การได้กินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองมากๆนั้นทำให้พวกมันรู้สึกภูมิใจแม้จะไม่ได้เป็นผู้ล่าด้วยตัวเอง

มิชเชลหัวเราะเบาๆอยู่ด้านหลังแอลฟ่าผู้ที่รับหน้าที่ขี่ม้าให้เธอนั่งซ้อน การนั่งบนหลังม้าทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยมากกว่านั่งบนรถม้าพอสมควรแต่มันก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เนื่องจากรถม้าของพวกเขาพังไปตั้งแต่สู้กับอสูรโคลน

“อยากพักหน่อยไหมมิชเชล” แอลฟ่าถามด้วยความเป็นห่วงเพราะได้ยินเสียงหายใจหนักจากหญิงสาวด้านหลัง

“ข้ายังพอไหว” มิชเชลส่ายหัวปฏิเสธแต่สีหน้าของเธอกลับซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“ออนก้า! เจ้าช่วยไปบอกท่านวินว่าเราจะหยุดพักสักครู่” แอลฟ่าตะโกนบอกหญิงสาวที่อยู่ห่างไปด้านหน้าพวกเธอประมาณ 20 เมตร

“ตกลง” ออนก้าควบม้าตรงไปยังกลุ่มควันที่มีเสียงระเบิดของเวทมนต์ที่อยู่ห่างไปประมาณ 400-500 เมตร

 

เปลวไฟสีม่วงครอบคลุมสัตว์อสูรร่างขนาดใหญ่กว่า 10 เมตรจำนวนหลายสิบตัว เพียงไม่กี่นาทีสัตว์ตัวใหญ่เหล่านั้นเหลือเพียงเถ้าถ่าน วินตั้งใจจะเผาซากสัตว์พวกนี้เพื่อไม่ให้กลิ่นคาวจากเลือดของพวกมันรบกวนอาการป่วยของหญิงสาวที่เป็นที่รัก หลังจากนั้นเขาสร้างเพิงพักชั่วคราวขึ้นจากเวทหินเพื่อบังลมและแสงแดดออนก้ายืนยิ้มเล็กๆเธอจ้องมองชายหนุ่มที่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนป่วยอย่างมิชเชล หญิงสาวรู้ดีว่าชายหนุ่มผมสีฟ้าคนนี้รักและดูแลพวกเธอทั้งสามด้วยดีเสมอมา ทั้งในเวลาปกติและเขาจะดูแลอย่างดียิ่งในยามที่ใครคนใดคนหนึ่งเจ็บป่วย

“ข้าอิจฉามิชเชลจนอยากป่วยบ้างเสียแล้วสิ” แอลฟ่ากระซิบข้างหูออนก้าเมื่อม้าของเธอและมิชเชลมาถึง

“ถ้าเจ้าไม่สบายท่านวินก็ดูแลเจ้าเป็นอย่างดีไม่แพ้ข้าหรอก” หญิงสาวผมสีดำตีแขนแอลฟ่าเบาๆเมื่อถูกกระเซ้า

“ถูกของมิชเชล เมื่อครั้งที่เจ้าป่วยท่านวินก็ดูแลจนแทบจะไม่ได้หลับได้นอนเหมือนกัน” ออนก้าหยิกต้นขาคนขี้อิจฉาจนเธอร้องลั่น

“มิชเชลเป็นไงบ้าง มาพักผ่อนก่อน เหนื่อยพวกเจ้าหน่อยนะ” วินจูงมือคนป่วยให้มานั่งบนเก้าอี้หินที่สร้างขึ้นด้วยเวทมนต์มันถูกบุด้วยขนสัตว์ที่อ่อนนุ่ม ก่อนที่จะชี้ให้หญิงสาวอีกสองคนนั่งลงบนเก้าอี้ที่คล้ายๆกันอีกสองตัว

 

เวลาผ่านไป 4 วันทั้งหมดจึงออกจากป่าดึกดำบรรพ์ พวกเขาเข้าสู่เขตทุ่งหญ้าอีกครั้ง หลังจากเดินทางผ่านทุ่งหญ้าที่เขียวขจีอีก หนึ่งวันทั้งหมดเข้าสู่เขตชานเมืองที่เป็นพื้นที่การเกษตรของเมืองแห่งนี้ ชายหนุ่มรู้สึกเบาใจเมื่ออาการป่วยของมิชเชลมีทีท่าว่าจะดีขึ้น โดยที่เมื่อวานหญิงสาวไม่มีอาการคลื่นไส้และเริ่มกินอาหารได้มากขึ้น

ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้ากลุ่มของวินก็เดินทางมาถึงเมืองขนาดใหญ่ กำแพงเมืองแห่งนี้มีความสูงเพียง 3 เมตร เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเมืองเป็นที่ราบและมีสัตว์ร้ายขั้นสูงไม่มากนัก สัตว์อสูรจากป่าดึกดำบรรพ์ไม่สามารถมาถึงเมืองนี้ได้เนื่องจากระหว่างทางมีแม่น้ำสายใหญ่กั้นขวางอยู่ทำให้พวกมันไม่สามารถออกจากป่าเก่าแก่นั้นได้

คนทั้งสี่ลงจากหลังม้าและเดินดูเมืองใหญ่ที่เงียบสงบแห่งนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขามาถึงสถานที่ที่คิดว่าเป็นโรงแรมจากคำบอกเล่าของทหารยามหน้าประตูเมือง

“ช่างเป็นเมืองใหญ่ที่แตกต่างจากที่ผ่านมามากเสียจริง” วินเอ่ยปากพูดก่อนที่จะเดินเข้าไปยังโรงแรมที่พัก แม้ว่าเมืองลานิมาร์จะมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับหลายเมืองที่ผ่านมาแต่เนื่องด้วยพื้นที่โดยรอบไม่มีสัตว์ขั้นสูง และมีน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์ชาวเมืองส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพเพาะปลูก ทหารรักษาเมืองมีไม่มากแต่ทุกคนกลับมีฝีมืออยู่ในขั้นขุนพลขั้นปลายแทบทั้งสิ้น

เนื่องจากการเดินทางจากภายนอกมาสู่ที่แห่งนี้มาได้เพียงสองทาง ทางแรกคือจากเมืองซันไรท์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศพาราดิส อีกทางหนึ่งต้องผ่านป่าดึกดำบรรพ์ ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปและกองทัพไม่คิดจะเดินทางผ่านเส้นทางมรณะสายนี้จึงทำให้ไม่มีการรุกรานจากประเทศข้างเคียง

แม้จะเป็นเมืองใหญ่แต่ภายในเมืองกลับมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนักการค้าขายส่วนใหญ่จะอยู่ทางประตูฝั่งทิศเหนือซึ่งเป็นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองซันไรท์ ผู้คนภายในเมืองต่างยิ้มแย้มแจ่มใส และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

คนทั้งสี่เดินเข้าไปในโรงแรมชั้นเดียวที่ดูไปแล้วเหมือนกับบ้านพักขนาดใหญ่เท่านั้น

“สวัสดีนายท่าน มีอะไรให้ข้าช่วยครับ” พนักงานโรงแรมเอ่ยถามกลุ่มคนทั้งสี่

“ข้าต้องการห้องพักสำหรับคนสี่คนรวมทั้งคอกสัตว์” วินบอกกับพนักงานที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ไม้สูงครึ่งตัว

“บ้านพักที่มีคอกสัตว์อยู่หลังสุดท้ายของโรงแรม ค่าที่พักไม่รวมอาหารวันละ 30 เหรียญเงินครับนายท่าน” พนักงานแจ้งราคาห้องพักพร้อมชี้ไปยังบ้านพักชั้นเดียวที่อยู่ด้านหลังโรงแรม

“พวกข้าจะพักอยู่ 5 วัน ส่วนที่เหลือข้าให้กับเจ้า กลุ่มของข้ามีคนป่วยเจ้าพอจะตามหมอให้ข้าได้หรือไม่” วินยื่นเงินสองเหรียญทองให้พนักงาน

“ขอบคุณครับนายท่าน เดี๋ยวข้าพาพวกท่านไปยังที่พักและจะรีบตามหมอให้โดยเร็ว” พนักงานหนุ่มรีบเดินนำกลุ่มคนทั้งสี่ไปยังบ้านพัก

วินเดินตามพนักงานโรงแรมไปตามทางดินเส้นเล็กๆที่สองข้างทางเป็นบ้านพักชั้นเดียวที่ปลูกห่างกันเล็กน้อย บ้านพักเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นสัดส่วนมีการตกแต่งข้างทางเดินด้วยต้นไม้พุ่มขนาดเล็ก หลังบ้านแต่ละหลังมีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น

 

ภายในห้องนอนรวมขนาดใหญ่หญิงสาวผมสีดำนอนรับการตรวจจากหมอที่เก่งที่สุดในเมืองอย่างละเอียด วินนั่งรอหมอตรวจอาการหญิงสาวอย่างกระวนกระวายใจ แม้ว่ามิชเชลจะมีอาการดีขึ้นบ้างแต่เขาก็ยังรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวเนื่องจากกลุ่มของตนยังต้องเดินทางต่ออีกไกล

 “อาการของเมียข้าเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ” ชายหนุ่มถามขึ้นทันทีที่หมอตรวจอาการของหญิงสาวเสร็จ โดยที่ออนก้าและแอลฟ่ายืนลุ้นคำตอบของหมออยู่ด้านข้างชายหนุ่ม

“ยินดีด้วยครับ ภรรยาของท่านกำลังตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว ท่านกำลังจะได้เป็นพ่อคน” หมอเอ่ยปากขึ้นขณะเก็บอุปกรณ์และเขียนใบสั่งยา

“อะไรนะ...เจ้ากำลังตั้งท้อง ข้าจะได้เป็นพ่อแล้ว ออนก้า แอลฟ่า เจ้าได้ยินไหม ข้ากำลังจะมีลูก” ชายหนุ่มปรี่เข้ากุมมือหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขาดีใจจนทำตัวไม่ถูก

“ดีใจด้วยท่านวิน มิชเชลถ้าเจ้าคลอดข้าขอช่วยเลี้ยงลูกเจ้านะ” ออนก้าแสดงความยินดีที่พวกเขากำลังจะมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น


----------------------------------------------------------------

มีคนทายถูกด้วย เก่งมากครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #843 ไร้เงา (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:17
    ไรเตอร์ยังมีอีกสองคนนะ ( น่าจะท้องพร้อมกันสงสัยจะวุ่นวายน่าดู )
    #843
    0
  2. #526 0848496616 (@0848496616) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 00:43
    คิดเหมือนกันว่าท้องปาวตอนเเรกอะนะพอมาเฉลยนี่เกตเลยอยากรุ้ที่สุดนี่มันได้กันตอนไหนคราบงงตรงนี้ใครรุ้อบอกหน่อยเดวย้อนหลังไปอ่าน
    #526
    1
    • #526-1 ใคร วะ (@zodiactop) (จากตอนที่ 88)
      16 มิถุนายน 2560 / 00:20
      รุ้สึกว่าตอนที่อีกสองสาวโดนวางยาสลบอะ ชื่อตอนคนทรยศ มั้ง
      #526-1
  3. #524 Thank You (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:48
    ขอบคุณครับ
    #524
    0
  4. #523 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 14:31
    คิดแล้วเชียว แต่ต่อจากนี้ทำอะไรต้องระวังให้มากนะ ชุดก็ต้องหาซื้อเผื่อไว้เยอะๆ บำรุงอาหารให้ดี ระวังอาการแพ้ท้องด้วย
    //กังวลยังกะญาติเลยเรา
    #523
    0
  5. วันที่ 8 มกราคม 2560 / 12:51
    ได้เวลาอัพเกรดพาหนะ
    #522
    0
  6. #521 Miku02 (@Miku02) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 12:48
    แรกๆคิดว่าท้อง แต่ไม่หมั้นใจ
    #521
    0