ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,486 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    463

    Overall
    254,486

ตอนที่ 89 : บ้านหลังใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    11 ม.ค. 60

“แปลว่าที่ผ่านมาเป็นอาการแพ้ท้องอย่างงั้นรึ” แอลฟ่ายังคงสงสัย

“ใช่แล้วนั่นเป็นอาการแพ้ท้อง ซึ่งตอนนี้น่าจะลดลง กินยาบำรุงตามใบสั่งยาจะทำให้แม่และเด็กแข็งแรงจนกระทั่งคลอด” หมอยื่นใบสั่งยาพร้อมกับแนะนำชายหนุ่มว่าที่พ่อคนใหม่

“ขอบคุณท่านหมอมาก” ชายหนุ่มส่งเงินจำนวน 100 เหรียญทองให้กับหมอด้วยความดีใจเป็นที่สุด สร้างความตื่นตกใจให้กับชายสูงวัยผู้เป็นหมอ

“เงินจำนวนนี้มากเกินไป ข้าคิดค่าตรวจแค่ 50 เหรียญเงินเท่านั้น” ผู้เป็นหมอดันมือชายหนุ่มที่มีเหรียญทองจำนวนมากกลับด้วยความเกรงใจ

“รับไว้เถอะท่านหมอ ท่านทำให้พวกข้าคลายความกังวลใจและยังมีข่าวดีให้กับพวกเราด้วย” ออนก้าหยิบเงินในมือของชายหนุ่มแล้วใส่ลงไปในกระเป๋าของหมอสูงวัย

“ถ้าเช่นนั้นข้าถือว่าเป็นค่าดูแลรักษาเธอตลอดจนกระทั่งเวลาคลอดเลยแล้วกัน อย่าลืมกินยาบำรุงตามใบสั่งยา และที่สำคัญเนื่องจากที่ผ่านมาแม่ของเด็กได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมากทำให้ตอนนี้เด็กในครรภ์ค่อนข้างอ่อนแอ ข้าแนะนำว่าห้ามเดินทางไกลจนกว่าจะคลอดเพราะนั่นจะไม่ส่งผลดีกับเด็กในท้องซึ่งอาจทำให้แท้งได้”

วินและออนก้าสอบถามเรื่องการดูแลและอาหารการกินสำหรับมิชเชลอีกเล็กน้อยชายหนุ่มจึงเดินไปส่งหมอที่และซื้อยาตามใบสั่งยา

“ออนก้าเจ้าดูท่านวินสิ ตั้งแต่รู้ว่ามิชเชลจะมีเจ้าตัวน้อย ดูและประคบประหงมกันอย่างกับไข่ในหิน” แอลฟ่าทำท่าหมั่นไส้ชายหนุ่ม จากนั้นมีเสียงหัวเราะจากหญิงสาวสองคนที่มองดูชายหนุ่มค่อยๆประคองหญิงสาวผมสีดำมาที่โต๊ะอาหาร

“แหมก็ข้าเป็นห่วงลูกคนแรกของข้านิ” ชายหนุ่มแก้ตัวพัลวัน

“ข้าก็รู้สึกว่าท่านดูแลข้ามากเกินไปนะ ข้ายังเดินเองได้อยู่นะ” มิชเชลหัวเราะ

 

เช้าวันรุ่งขึ้นวินและแอลฟ่าเดินสำรวจเมืองใหญ่ตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มบอกให้ออนก้าอยู่ดูแลมิชเชลอย่างใกล้ชิดทั้งที่มิชเชลบอกว่าอาการแพ้ท้องของตนเองดีขึ้นแล้ว คนทั้งคู่เดินผ่านโซนที่อยู่ซึ่งส่วนมากเป็นบ้านสองชั้นที่สร้างด้วยอิฐและหินสีเทาที่หาได้ง่ายในบริเวณรอบๆเมืองแห่งนี้ บ้านเรือนถูกจัดสรรเป็นสัดส่วนทำให้ดูเรียบร้อยไม่แออัด

ทั้งสองคนเดินอยู่ครู่ใหญ่ก็มาถึงตลาดขายสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ สินค้าเกษตรชนิดต่างๆนำมาวางขายกันกลาดเกลื่อน เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้าดังจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ลูกค้าหลายคนกำลังต่อรองราคาสินค้ามีให้เห็นอยู่เกือบทุกร้านที่ทั้งคู่เดินผ่าน

ถัดจากตลาดสินค้าเกษตรขนาดใหญ่เป็นร้านขายและรับซื้อแร่ วินยืนมองร้านจำนวนมากกว่า 20 ร้านที่อยู่ติดๆกันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ เขาคิดไม่ถึงว่านอกจากจะเป็นเมืองแห่งการเกษตรแล้วยังมีแร่หลากหลายชนิดให้เลือกซื้อ

แอลฟ่าเดินเข้าออกร้านแร่อย่างตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าในแหวนมิติของพวกเขาจะมีแร่สำหรับทำอาวุธอยู่เป็นจำนวนมากแต่ร้านค้าเหล่านี้มีสิ่งที่มากกว่าแร่คุณภาพดีเหล่านั้น อัญมณีสีต่างๆจำนวนมากถูกวางเรียงรายอยู่ด้านในร้านค้าที่ดูแสนจะธรรมดาโดยที่กลุ่มพ่อค้าไม่กลัวว่าจะมีใครมาขโมยไป เนื่องจากพ่อค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นจอมทัพและยังมีคนคุ้มกันขั้นขุนพลอีกหลายคนยืนเฝ้าอยู่หน้าร้าน แอลฟ่าตื่นตาตื่นใจกับอัญมณีสีสวยเหล่านี้ และอดไม่ได้ที่จะหยิบจับพวกมันขึ้นมาส่องกับแสงอาทิตย์ดูเม็ดแล้วเม็ดเล่า วินเห็นหญิงสาวสนุกกับการเลือกซื้ออัญมณีจึงเดินเข้าไปหาชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เป็นเจ้าของร้านขายแร่เพื่อสอบถามราคาแร่เหล็กชนิดต่างๆ ในตอนนี้เขายังไม่คิดที่จะขายแร่ทีมีอยู่จึงได้แต่เดินสอบถามราคาแร่และลูกแก้วธาตุเพียงอย่างเดียว

ระหว่างทางเดินกลับที่พักวินเห็นบ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่งติดป้ายขายจึงชวนแอลฟ่าเข้าไปสำรวจดูพบว่าเป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ใกล้เคียงกับบ้านหินของพวกเขา บ้านหลังนี้ปลูกในพื้นที่ที่ใหญ่เป็น 2 เท่าของบ้านหินทำให้มีลานกว้างหน้าบ้านกว้าง 10 เมตรลึก 15 เมตร

“สวัสดีครับนายท่าน พวกท่านสนใจบ้านหลังนี้หรือครับ” ชายสูงวัยเดินออกมาจากบ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านข้าง

“ใช่...ท่านลุงเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้หรือ” ชายหนุ่มชี้ไปยังบ้านหลังใหญ่

“ข้าชื่อกรุฟเป็นเพียงอดีตคนรับใช้ นายของข้าย้ายไปอยู่ต่างเมืองฝากให้ข้าดูแล ถ้าท่านสนใจข้าจะแจ้งให้นายของข้าทราบ คาดว่าอีก 2-3 วันคงจะมาที่เมืองนี้”

“ข้าชื่อวิน พักอยู่โรงแรมที่อยู่ทางใต้ ถ้านายของท่านลุงมาให้ไปหาข้าด้วย” วินบอกชื่อและที่อยู่ของตนจากนั้นทั้งคู่จึงกลับไปยังโรงแรม

 

“ทำไมท่านวินถึงสนใจจะซื้อบ้านที่นี่ละคะ” ออนก้าถามขึ้นเมื่อแอลฟ่าเล่าให้ฟังเรื่องที่วินพาตนเข้าไปดูบ้านหลังใหญ่

“เมื่อวานนี้หมอบอกว่ามิชเชลไม่ควรเดินทางไกล ข้าเลยคิดว่าจะหาบ้านให้พวกเจ้ารอข้าอยู่ในเมืองนี้ ข้าคิดว่าบ้านหลังนั้นเหมาะเพราะคล้ายบ้านหินของพวกเรา ทำเลก็ใกล้ตลาดละมีพื้นที่หน้าบ้านให้แอลฟ่าตีดาบขายได้อีกด้วย” ชายหนุ่มอธิบาย

“ข้าจะตีดาบขายได้หรือท่านวิน ไชโย...นั่นเป็นความฝันของข้าเลยนะนั่น” แอลฟ่ากระโดดโลดเต้นไปรอบๆก่อนจะโผเข้ากอดชายหนุ่มผมสีดำ

“เสียงตีดาบของแอลฟ่าจะไม่ดังรบกวนมิชเชลกับเจ้าตัวน้อยรึ” ออนก้าแย้ง

“ข้าจะสร้างกำแพงกักเสียงล้อมรอบห้องตีดาบของแอลฟ่าไม่ให้เสียงดังเข้ามารบกวนคนในบ้าน” วินอธิบาย

ถึงแม้ว่าวินจะเป็นห่วงหญิงสาวทั้งสามแต่เขาเชื่อว่าพวกเธอสามารถดูแลตัวเองได้และในขณะนี้หญิงสาวทั้งสามคนอยู่ในขั้นราชาเขาจึงแน่ใจว่าถึงแม้ว่าตนต้องจากไปนับปีแต่จะไม่มีใครสามารถรังแกพวกเธอทั้งสามคนได้

“ข้าคงคิดถึงท่านแย่” มิชเชลพูดเสียงเบาเธอรู้ดีว่าที่ชายหนุ่มทำทั้งหมดเพื่อไม่ต้องการให้ท้องของเธอได้รับการกระทบกระเทือนในขณะเดินทาง แต่เธออดเสียใจไม่ได้เพราะที่ผ่านมาหลังจากชายหนุ่มฝึกหนักบนเขาเมื่อหลายปีก่อนพวกเขาทั้งสี่ไม่เคยแยกจากกันนานเลย

“ข้ายังไม่ได้ไปตอนนี้เสียหน่อย ข้าคิดว่าจะอยู่ที่นี่อีกสัก 5-6 วันเพื่อจัดการเรื่องบ้านและเสบียงให้พร้อมก่อนออกเดินทาง” วินเดินเข้าไปกอดหญิงสาวผมดำที่มีน้ำตาคลอเมื่อคิดว่าจะต้องห่างจากคนรักเป็นเวลานาน

“ท่านวินคิดว่าจะเดินทางนานแค่ไหนคะ” ออนก้าที่เริ่มมีน้ำตาคลอเอ่ยถามขึ้นขณะที่เดินเข้ามาโอบที่เอวชายหนุ่ม

“ข้าคิดว่าจะให้เจ้าหนึ่งถึงสี่อยู่กับพวกเจ้าที่นี่ ส่วนม้าสองตัวแล้วแต่เจ้าว่าจะขายหรือเลี้ยงพวกมันไว้ ข้าเดินทางคนเดียวคิดว่าคงจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี เมื่อเสร็จภาระกิจทั้งหมดแล้วจะรีบกลับมาหาพวกเจ้าให้เร็วที่สุด” ชายหนุ่มอ้าแขนรับแอลฟ่าที่เดินเข้ามาซบลงบนอก

 

สองวันต่อมาเจ้าของบ้านหลังใหญ่ได้มาตกลงซื้อขายบ้านกับวิน ชายหนุ่มตกลงซื้อในราคาเพชร 200 กะรัต นอกจากนี้ชายหนุ่มยังซื้อบ้านที่อยู่ติดกันที่มีขนาดพื้นที่เพียงหนึ่งในห้าของบ้านหลังใหญ่ บ้านหลังนี้เดิมทีกรุฟเปิดเป็นร้านค้าหลังจากเกษียณจากการเป็นพ่อบ้านของเจ้าของบ้านหลังใหญ่ ที่ยอมขายให้เนื่องจากเจ้าของบ้านอายุมากแล้วและจะย้ายไปอยู่กับญาติที่เมืองหลวง เจ้าบ้านหลังใหญ่ให้คนเข้าทำความสะอาด วินตกแต่งบ้านเพิ่มเติมเล็กน้อยก่อนจะย้ายเข้าอยู่ในอีก 3 วันถัดไป

เดิมที่ชายหนุ่มจะสร้างร้านตีอาวุธในแอลฟ่าบนพื้นที่ด้านหน้าของบ้านหลังใหญ่แต่เมื่อได้พื้นที่ร้านค้าที่อยู่ติดกันจึงใช้ร้านค้าเดิมเป็นร้านขายอาวุธของแอลฟ่า ส่วนห้องตีอาวุธชายหนุ่มสร้างขึ้นใต้ดิน ห้องตีอาวุธของแอลฟ่าอยู่ใต้ดินที่ลึกลงไป 7 เมตรผนังแต่ละด้านเป็นหินสีม่วงหนาประมาณหนึ่งฟุตซึ่งทำให้ป้องกันเสียงที่เกิดจากการตีเหล็กได้เป็นอย่างดี ห้องตีอาวุธถูกแบ่งเป็นสองห้องขนาดเท่าๆกันห้องแรกใช้เก็บอาวุธที่สร้างเสร็จแล้วส่วนอีกห้องเป็นส่วนของเตาหลอมและใช้สร้างอาวุธ ทำให้ห้องใต้ดินนี้กินพื้นที่ไปถึงบ้านหลังใหญ่

หลังจากบ้านใหม่ได้รับการตกแต่งเสร็จเรียบร้อย วินพาหญิงสาวทั้งสามมายังบ้านหลังใหญ่ ออนก้าและมิชเชลตื่นเต้นมากเมื่อได้เห็นบ้านหลังใหญ่ที่เหมือนเอาบ้านหินของพวกเขามาวางไว้ตรงหน้า กระทั่งแอลฟ่าที่มาดูการตกแต่งบ้านทุกวันยังอดตื่นเต้นไม่ได้ สิ่งที่แตกต่างกันมีเพียงห้องนอนชั้นล่างเป็นห้องขนาดใหญ่ไว้ต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว พื้นที่กว้างหน้าบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ซ้ายมือติดกับร้านอาวุธของแอลฟ่าเป็นคอกสัตว์สำหรับเจ้าหนึ่งถึงสี่ รวมทั้งม้าทั้งสองตัว

“บ้านของเราสวนมากเลยท่านวิน” เสียงออนก้าและมิชเชลดังขึ้นหลังจากเดินสำรวจไปจนทั่วแล้ว ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นรอยยิ้มจากหญิงสาวทั้งสาม

“พวกเจ้าไปดูร้านขายอาวุธของข้าบ้าง” แอลฟ่าดึงมือคนทั้งสามไปยังประตูเล็กด้านข้างที่เชื่อมระหว่างบ้านหลังใหญ่กับร้านตีอาวุธ ด้านหลังของร้านมีพื้นที่โล่งกว้างขนาดเล็กไว้สำหรับให้ลูกค้าทดลองอาวุธให้เจ้าของร้านดู ในร้านที่มีพื้นที่ไม่มากมีเพียงร้านโล่งๆและเคาน์เตอร์หนึ่งตัว กำแพงทั้งสองข้างเต็มไปด้วยอาวุธสีเทา สีเงินและทองที่แอลฟ่าบรรจงตีไว้เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าได้เห็น เจ้าของร้านบอกว่าตนจะสร้างอาวุธโดยใช้โลหะมิธริลเป็นอย่างต่ำ หลังเคาน์เตอร์เป็นประตูที่จะพาไปยังชั้นใต้ดินที่เป็นสถานที่สร้างอาวุธ ภายในห้องใต้ดินมีแสงสว่างมาจากกำแพงโดยที่ไม่ต้องจุดคบไฟ เป็นแสงจากการประสานเวทมนต์ของวินเข้ากับกำแพงทำให้ภายในเหมือนเวลากลางวันตลอดเวลา

“แอลฟ่าเจ้าตั้งชื่อร้านว่าอะไร” มิชเชลถามขึ้นหลังจากเดินดูจนทั่วบริเวณแล้ว

“นั่นสิข้าเองก็อยากรู้” วินและออนก้าถามขึ้นพร้อมกัน

“ข้าอยากให้ทุกคนร่วมกันเปิดร้านอาวุธของข้า” แอลฟ่าชี้นิ้วไปที่ป้ายหน้าร้านที่ตอนนี้ถูกคลุมด้วยผ้าสีเขียวผืนใหญ่

คนทั้งสี่เดินมาที่หน้าร้านที่ตอนนี้เริ่มมีคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหยุดดูร้านตีอาวุธร้านใหม่ เมื่อผ้าคลุมถูกเปิดออกป้ายโลหะสีเทาตัวหนังสือสีทองเขียนไว้ว่า <อัจฉริยะสร้างอาวุธ>

“ที่เจ้าแอบทำโดยที่ไม่อยากให้พวกข้าเห็นคือป้ายแผ่นนี้นั่นหรือ” ชายหนุ่มชี้ไปที่ป้ายร้านอีกมือหนึ่งลูบหัวหญิงสาวผมสีทองเบาๆ

“สมเป็นร้านของเจ้าเลยแอลฟ่า” ออนก้าชม

“ป้ายสวยมากเลย” เป็นคำชมจากมิชเชลและเสียงชื่นชมจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนทำให้เจ้าของร้านยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #654 คุณชาย ไร้ลีลา (@com7895123) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 20:21
    ต้องจากกันแล้ว เศร้าเลย
    #654
    0
  2. #527 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 16:03
    สนุกดีครับ
    #527
    0
  3. #525 Thank You (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:59
    ขอบคุณครับ
    #525
    0