ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,486 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    463

    Overall
    254,486

ตอนที่ 90 : ลุยเดี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    15 ม.ค. 60

     ชายป่าทางทิศเหนือห่างจากเมืองซันไรท์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศพาราดิสออกไปประมาณห้าร้อยกิโลเมตร ป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิดสัตว์ขั้นสูงหลากหลายชนิดจำนวนมากทำให้บริเวณนี้ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ บนท้องฟ้าเหนือยอดไม้ใหญ่สูงมากกว่า 50 เมตร มีร่างสีดำขนาดใหญ่ประมาณ 2 เมตรบินอยู่ หากมองจากพื้นดินจะเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นนกสีดำขนาดใหญ่บินด้วยความเร็วสูง

วินในขุดหนังงูสีดำบินอยู่บนท้องฟ้าสูงจากพื้นดินราว 200 เมตร สายตาของเขาสอดส่ายเข้าไปในป่าราวกับพญาเหยี่ยวที่มองหาเหยื่อ หากพบเจอฝูงสัตว์ขั้นสูงเขาจะทะยานลงไปหาเพื่อเพิ่มระดับให้กับตนเอง ชายหนุ่มเดินทางออกจากเมืองลานิมาร์ได้เพียง 7 วันแต่เขากลับอยู่ห่างจากเมืองดังกล่าวเกือบสองพันกิโลเมตร ด้วยความเร็วของการเดินทางทางอากาศทำให้ชายหนุ่มเดินทางเร็วกว่าปกติถึง 2 เท่าตัว แม้จะแวะต่อสู้กับสัตว์ขั้นสูงอยู่บ่อยครั้งแต่เนื่องจากเวทมนต์ที่รุนแรงของเขาที่อยู่ในขั้นเทพ ระดับ 7 ทำให้สามารถสังหารสัตว์เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ 7 วันเป็นวันที่วินจะต้องห่างจากหญิงสาวทั้งสามที่ตนรัก เสียงร่ำลาและน้ำตาของหญิงสาวทั้งสามที่ยืนกอดชายหนุ่มต่อหน้าคนรับใช้สาวสองคนที่ออนก้าเพิ่งรับเข้ามาช่วยแบ่งเบางานบ้านและดูแลสัตว์เลี้ยงทั้ง 6 ตัวออนก้าและมิชเชลวางแผนว่าจะใช้เวลาว่างในตอนกลางวันเพื่อช่วยแอลฟ่าดูแลร้านตีอาวุธ

“ก่อนข้าไปทวีปแอสแลนตัสข้าจะแวะมาหาพวกเจ้า” วินบอกทั้งที่ยังกอดหญิงสาวสามคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ดูแลตัวเองด้วยนะคะท่านวิน” เสียงของทั้งสามที่พูดขึ้นพร้อมๆกัน

“ข้าใช้หนังงูอนาคอนดาสีดำตัดเย็บชุดให้ท่านไว้อีก 2 ชุด” แอลฟ่ายื่นเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีดำที่เหมือนกับที่ชายหนุ่มสวมอยู่ในตอนนี้ให้เขา

“ข้าทำอาหารสำเร็จรูปไว้หลายอย่างอยู่ในแหวนมิติวงนี้” ออนก้าสวมแหวนวงเล็กให้กับชายหนุ่ม

“ข้าไม่มีอะไรให้ท่านนอกจากคำอวยพรขอให้ท่านปลอดภัย” มิชเชลพูดขณะที่ยังคงโอบกอดชายหนุ่มซึ่งเป็นที่รัก

“ขอบใจพวกเจ้ามาก พวกเจ้าก็ดูแลตัวเองและลูกของข้าด้วยนะ” ชายหนุ่มหอมแก้มหญิงสาวทีละคนก่อนจะเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ เมื่อพ้นประตูเมืองจนแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นแล้วร่างสีดำได้ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าและหายไปอย่างรวดเร็ว

 

            ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าชายหนุ่มชุดสีดำกำลังยืนนิ่งอยู่บนหนึ่งในยอดเขาสูงที่โอบล้อมกันจนพื้นที่ตรงกลางเป็นลักษณะแอ่งกะทะขนาดใหญ่ วินกำลังชื่นชมกับทะเลหมอกด้านหน้าที่ปกคลุมจนไม่เห็นพื้นดิน เขาสัมผัสได้ว่าหมอกจำนวนมากภายในแอ่งกะทะขนาดใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหมอกตามธรรมชาติจะสลายตัวไปเมื่อถูกความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่หมอกที่ปกคลุมแอ่งกะทะนี่ต่างออกไปมันเป็นหมอกจากเวทมนต์ที่คงอยู่เช่นนี้มาหลายวันแล้วโดยที่ยังไม่มีทีท่าว่าหมอกหนานี้จะจางหายไป เขากำลังตามหาตัวผู้ร่ายเวทหมอกนี้อยู่

            หลังจากยืนมองอยู่พักใหญ่วินขึ้นบินอีกครั้งเขาบินวนไปตามเทือกเขาสลับซับซ้อนที่โอบล้อมพื้นที่ตรงกลางเพื่อหาช่องทางเชื่อมต่อโลกภายนอกกับแอ่งกะทะที่เต็มไปด้วยทะเลหมอกนี้ เพราะเทือกเขาสูงชันยอดแหลมเหล่านี้ทำให้คนและสัตว์ทั่วไปไม่สามารถเข้าออกโดยการปีนเขาข้ามไปมาได้วินจึงคิดว่าจะต้องมีทางเข้าออกที่เป็นความลับอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหมดแสงลงทำให้ทัศนวิสัยลดลงชายหนุ่มตัดสินใจพักค้างคืนบนที่โล่งบนภูเขาลูกหนึ่ง ลูกแก้วธาตุลูกหนึ่งถูกนำมาวางไว้บนพื้นดินหลังจากถูกกระตุ้นมันส่งละอองธาตุลมที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของธาตุไฟกลายเป็นเกราะโดมทรงครึ่งวงกลมครอบคลุมพื้นที่ 5 ตารางเมตรรอบตัวชายหนุ่ม เกราะธาตุผสมนี้นอกจากจะช่วยป้องกันภัยแล้วบนภูเขาสูงที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้มันยังสร้างความอบอุ่นให้กับผู้อยู่ภายในได้เป็นอย่างดี

            วินนำอาหารสำเร็จรูปที่ออนก้าเตรียมไว้ให้ออกมาจากแหวนมิติ เขามักกินอาหารที่ออนก้าทำในมื้อเย็นเช่นนี้เนื่องจากเธอทำมันขึ้นมาได้ไม่มากนัก อาหารมื้อเย็นเป็นมื้อที่ไม่เร่งรีบทำให้เขาได้นั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆและคิดถึงหญิงสาวที่เป็นที่รักทั้งสามได้ในเวลาเดียวกัน

            “ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเธอทั้งสามจะเป็นอย่างไรบ้าง” ชายหนุ่มรำพึงหลายวันที่ผ่านมาเขามักนอนพักค้างแรมในเกราะธาตุทรงครึ่งวงกลมแทนที่จะนำบ้านหลังใหญ่ออกมาเนื่องจากสะดวกและไม่ต้องจัดเตรียมพื้นที่ให้วุ่นวายแม้ว่ากลางดึกจะมีสัตว์อสูรแวะเวียนมาทักทายหลังจากพวกมันสำรวจและพบว่าไม่สามารถเข้าถึงชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่ได้พวกมันจึงจากไป

            รุ่งเช้าชายหนุ่มออกสำรวจพื้นที่ภายนอกเทือกเขาที่เรียงรายกันเป็นวงกลมจนทำให้พื้นที่ป่าอันกว้างใหญ่ตรงกลายกลายเป็นแอ่งกะทะขนาดใหญ่ วินบินวนไปรอบๆเทือกเขาอย่างช้าๆสายตาของเขาสอดส่ายหาช่องเขาหรือถ้ำที่คาดว่าจะเป็นจุดเชื่อมต่อพื้นที่ทั้งสองถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะสามารถบินข้ามภูเขาสูงและเข้าไปภายในแอ่งกะทะขนาดใหญ่นี้ได้ไม่ยากเย็น แต่เขาต้องการค้นหาทางหนีทีไล่ของศัตรูที่สามารถสร้างหมอกเพื่อพรางตัวเอง

            กระทั่งช่วงบ่ายวินสำรวจจนมาถึงพื้นที่ที่เป็นป่าโปร่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทิศทางที่เขามาภายในป่ามีการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเมื่อชายหนุ่มบินเข้าใกล้จึงพบว่าสิ่งที่คิดว่าเป็นฝูงสัตว์เหล่านั้นคือกองทัพก็อบลินและฮ๊อบก็อบลินจำนวนมาก ร่างของชายหนุ่มที่หยุดนิ่งอยู่บนท้องฟ้าจับจ้องมายังแถวของก็อบลินที่ยาวหลายร้อยเมตรในแถวนั้นมีทั้งก็อบลินร่างเล็กที่มีความสูงเพียงเอวของเขาเดินปะปนกับก็อบลินร่างใหญ่ที่สูงใกล้เคียงกับชายหนุ่ม พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปยังถ้ำแห่งหนึ่งที่มีหมอกลอยออกมาจางๆ

มนุษย์ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำบินลงมายืนขวางแถวที่ยาวเหยียดของก็อบลินบริเวณปากทางเข้าถ้ำฝูงก็อบลินต่างรุมล้อมชายแปลกหน้าที่โผล่มาโดยไม่ได้หวาดกลัวต่อก็อบลินนับหมื่น ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของทั้งสองฝ่าย ฮ็อบก็อบลินหลายตัวที่อยู่ใกล้ชายหนุ่มฟาดกระบองไม้ในมือใส่ชายหนุ่มในทันที

ตูม!!!

กระบองไม้ขนาดใหญ่ที่มีความยาวเกือบสองเมตรสะท้อนกลับก่อนที่จะถึงตัวชายหนุ่มเพียงไม่กี่คืบ ฮ็อบก็อบลินเหล่านั้นผงะไปเล็กน้อยตามแรงสะท้อนของกระบองที่เหมือนกับฟาดลงบนก้อนเหล็กทั้งที่พวกมันเห็นเป็นเพียงอากาศที่ว่างเปล่า

ฮ็อบก็อบลินเหล่านั้นต่างงวยงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกมันต่างคิดว่ามนุษย์คนนี้คงจะร่างแหลกเพราะการทุบเพียงครั้งเดียวของฮ็อบก็อบลินนับสิบตัว เนื่องจากฮ็อบก็อบลินเหล่านี้มีเรี่ยวแรงมหาศาลและกระบองของพวกมันแต่ละอันก็มีน้ำหนักมากกว่า 500 กิโลกรัมแต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย อันที่จริงต้องบอกว่าพวกมันไม่สามารถสัมผัสชายหนุ่มในชุดสีดำนี้ได้เลย

คทายาวเกือบ 2 เมตรที่มีสีเดียวกันกับชุดของชายหนุ่มถูกชูขึ้นเหนือหัวของเขา ชั่วพริบตาพื้นที่โดยรอบชายหนุ่ม รัศมีมากกว่า 300 เมตรถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีม่วงที่ร้อนแรง เพียงไม่นานสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรัศมีแห่งเปลวเพลิงกลับกลายเป็นเถ้าถ่าน กองทัพก็อบลินแตกกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง พวกมันต่างวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดจากชายหนุ่มที่เป็นเสมือนมัจจุราชที่กระชากวิญญาณพวกพ้องนับพันของพวกมันให้หลุดออกจากร่างด้วยเวลาไม่นาน

นกไฟขนาดใหญ่สองตัวบินโฉบไปในทิศตรงกันข้ามกัน ตัวแรกบินหายเข้าไปในถ้ำอันมืดมิดที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกเวทที่หนาทึบ อีกตัวหนึ่งมุ่งหน้าเข้าไปในป่าไปยังแถวกองทัพก็อบลินด้านหลังที่ยังไม่รู้ว่าปากทางเข้าถ้ำเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกมันตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงเหล่าก็อบลินด้านหน้าร้องโวยวายจนฟังไม่ได้ศัพท์

ต้นไม้ใหญ่ในป่าถูกไฟสีม่วงของวิหคเพลิงเผาผลาญจนเป็นทางยาว แถวก็อบลินด้านหลังเริ่มรำสำระสายเพราะเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พวกมันวิ่งหนีไปในทิศทางต่างๆอย่างแตกตื่น ควันไฟที่เริ่มปกคลุมผืนป่าเริ่มหนาแน่นจนกองทัพก็อบลินในป่ามองไม่เห็นทาง

ชายหนุ่มบินไปดักด้านหน้าฮ็อบก็อบลินร่างใหญ่ตัวหนึ่งที่คาดว่าเป็นหัวหน้า ในขณะที่เขายังคงลอยอยู่เหนือพื้นด้านหน้าฮ็อบก็อบลินที่แต่งตัวด้วยชุดเกราะสีเงินที่ดูแตกต่างจากก็อบลินตัวอื่น

“ทะ..ท่านผู้ยิ่งใหญ่ อย่าทำอะไรข้าเลย ขะ..ข้ากลัวแล้ว” เสียงพูดตะกุกตะกักดังออกมาจากปากของรองแม่ทัพก็อบลินร่างใหญ่ มันคุกเข่าอ้อนวอนชายหนุ่มชุดสีดำที่ยังคงบินอยู่สูงกว่าหัวของมันเล็กน้อย

“เจ้าพูดภาษามนุษย์ได้งั้นรึ” วินแปลกใจที่ฮ็อบก็อบลินตัวนี้สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ เขาไม่คิดว่าร่างที่พัฒนาของฮ็อบก็อบลินจะพัฒนาจนสามารถพูดภาษาเดียวกับเขาได้

“ชะ..ใช่แล้วท่านผู้ยิ่งใหญ่ ฮ็อบก็อบลินทุกตัวล้วนสามารถพูดภาษามนุษย์ได้” ก็อบลินร่างใหญ่พูดเสียงสั่น

“ถ้าเช่นนั้นจงตอบคำถามของข้า พวกเจ้าเข้าไปทำอะไรในถ้ำแห่งนี้” วินชี้คทาสีดำไปยังถ้ำที่ตอนนี้มีเพียงควันสีดำลอยคละคลุ้งออกมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #530 Thank You (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 20:45
    ขอบคุณครับ
    #530
    0
  2. #529 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 19:28
    ลุยเดี่ยวไม่ต้องห่วงอะไรแบบนี้มันแน่
    #529
    0
  3. #528 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 11:38
    สนุกดีครับ
    #528
    0