ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,446 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    423

    Overall
    254,446

ตอนที่ 93 : อสูรล่าอสูร (ตอน 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    25 ม.ค. 60

วินนั่งอยู่ที่ชะง่อนผาแห่งเดิมบรรยากาศบนนี้มีลมพัดเอื่อยๆเย็นสบาย ภาพป่าสีเขียวขจีที่เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ดูแปลกตาไปจากตอนที่มีหมอกปกคลุมอยู่หนาทึบ ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนี้มาหลายชั่วโมงหลังจากพายุลูกใหญ่ที่ดูดกลืนหมอกหนาออกไปจนหมดสิ้น ในมือของเขาถือขาปูยักษ์ที่จับมาจากทะเลเมื่อหลายเดือนก่อน ขาปูท่อนเดียวที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อนขาของชายหนุ่มกำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ วินไม่ต้องก่อไฟเพื่อทำอาหารเขาใช้วิธีส่งผ่านความร้อนไปยังขาปูที่อยู่ในมือของเขา สายตาของเขาสอดส่ายเพื่อมองหาอสรูที่สร้างหมอกเหล่านี้ ในขณะที่ปากเคี้ยวเนื้อปูขนาดใหญ่อย่างเอร็ดอร่อย โดยที่ไม่ได้สนใจกองทัพก็อบลินนับหมื่นที่ตั้งค่ายอยู่บริเวณถ้ำทางออก อย่างไรเสียพวกมันก็หนีเขาไม่พ้น

ถ้ำขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังของกลุ่มเสือยืนที่นำโดยหัวหน้าฝูงร่างเล็กซึ่งเป็นที่พักของเสือยืนเด็ก ชรา และพวกที่บาดเจ็บต่างตกใจเมื่อพวกมันเห็นว่าหมอกที่หนาทึบกลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว พวกมันหลายตัวออกมายืนออกันอยู่หน้าถ้ำเพราะอยากรู้สาเหตุของความผิดปกติในครั้งนี้

เสือยืนรู้ทันทีว่าหากไม่มีหมอกเหล่านี้พวกตนจะต้องพ่ายแพ้ให้กับกองทัพก็อบลินที่มีมากกว่าพวกมันถึงหนึ่งร้อยเท่า อสูรน้อยร่างเล็กร่ายเวทเพื่อสร้างหมอกขึ้นอีกครั้งในทันที หมอกที่หนาทึบเริ่มปกคลุมร่างของมันจนขาวโพลน จากนั้นจึงกระจายตัวออกไปครอบคลุมพวกพ้องที่อยู่โดยรอบและผืนป่าอย่างช้าๆโดยที่มันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนผู้หนึ่งมองมาทางพวกมันจากที่ห่างไกล

วินมองไปยังจุดที่เริ่มมีหมอกเกิดขึ้น หมอกหนาที่เริ่มกระจายตัวออกและค่อยๆคืนคลานเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบ เขายังคงนั่งมองดูมันอย่างนิ่งเฉย ชายหนุ่มต้องการรู้ว่าผู้ที่สร้างหมอกมีความสามารถเพียงใด อีกประการหนึ่งคือเขาต้องการให้ผู้ที่สร้างหมอกใช้พลังเวทไปให้มากที่สุด เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเสือยืนร่างเล็กผู้ที่ป็นหัวหน้าของเสือยืนทั้งหมดทรุดกายลงบนพื้นดินท่ามกลางเสือยืนลูกฝูงจำนวนมากที่ยืนรายล้อมรอบตัวของมัน

 

มนุษย์ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำลงมายืนอยู่หน้ากลุ่มเสือยืนที่มีเสือยืนร่างเล็กที่สีหน้าอ่อนล้า รอบกายของมันมีกลุ่มเสือยืนนับร้อยยืนคุ้มกันอยู่เคียงข้าง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับมัน มันต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังเวทหลังจากใช้เวทมนต์ในการสร้างหมอกที่ปกคลุมพื้นที่ถึงสามตารางกิโลเมตร แม้ว่าเสือยืนตัวนี้จะมีความสูงระดับอกของเสือยืนตัวอื่นๆแต่ความสูง 2 เมตรของมันกลับดูสูงกว่ามนุษย์ในชุดดำนั่นเล็กน้อย

ทันทีที่เท้าของมนุษย์ชุดดำแตะพื้นหมอกที่ปกคลุมอยู่กลับหายไปอีกครั้ง เสือยืนทั้งหมดรู้สึกได้ถึงแรงลมที่กำลังดูดทุกสิ่งเข้าไปปลายงวงพายุขนาดเล็ก พายุที่ดูราวกับท่อดูดมันอยู่เหนือหัวของกลุ่มเสือยืนสูงขึ้นไปเพียง 10 เมตร แม้ว่าแรงลมของมันจะไม่สามารถดูดของชิ้นใหญ่ได้แต่ทุกตัวล้วนเห็นว่าเศษใบไม้แห้งรวมถึงกรวดทรายรอบๆตัวมันกำลังถูกพายุนั้นดูดเข้าไป

ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสอีกครั้งแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องทำให้เสือยืนหลายตัวต้องยกมือขึ้นป้องแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ แม้ว่าเสือยืนทั้งหมดรู้สึกหวาดหวั่นในพลังของชายหนุ่มแต่พวกมันไม่ได้ขลาดกลัวมนุษย์ตัวจ้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าพวกมันเพียงคนเดียว

“เจ้าต้องการอะไร” เสือยืนร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ระหว่างชายหนุ่มชุดดำกับอสูรที่กำลังหมดแรง

“ข้าต้องการเพียงเจ้านั่น” วินชี้ไปยังเสือยืนร่างเล็กที่นั่งหมดแรงอยู่ท่ามกลางเสือยืนนับร้อย

แม้ว่าเสือยืนเหล่านี้จะเป็นสัตว์อสูรแต่เขารู้สึกทึ่งที่พวกมันมีวิวัฒนาการสูงมากจนสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ เสือยืนเหล่านี้ต่างกับสัตว์ยืนหลายชนิดที่เขาเคยพบเมื่อก่อนหน้า นั่นทำให้ชายหนุ่มคิดถึงออนก้าและแอลฟ่า แม้ว่าพวกมันยังห่างชั้นกับกึ่งมนุษย์เพราะมือของเสือยืนยังคงไม่สามารถหยิบจับสิ่งของได้ หากพวกมันมีวิวัฒนาการที่สูงขึ้นไปอีกนั่นจะเทียบเท่าพวกกึ่งมนุษย์เช่นพวกเธอ ทำให้ชายหนุ่มไม่คิดที่จะฆ่าเสือยืนเหล่านี้

            ไม่มีคำตอบจากเสือยืนเหล่านั้น พวกมันขยับตัวเข้ามาชิดกันเพื่อปกป้องหัวหน้าฝูงร่างเล็ก สายตาที่แฝงความโกรธแค้นของพวกมันที่จับจ้องมายังชายหนุ่มที่พวกมันมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือศัตรู เสือยืนด้านหน้าประมาณ 10 ตัวพุ่งเข้าหาชายชุดดำที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร

            วินถอนหายใจเบาๆ วิหคเพลิงสีม่วงตัวหนึ่งบินโฉบเสือยืนทั้งสิบตัว กลุ่มเสือยืนหลายร้อยตัวที่อยู่ห่างไปไม่ไกลรับรู้ถึงความร้อนอันมหาศาลของมัน ภาพตรงหน้าทำให้เสือยืนทั้งหมดถึงกับหน้าซีดลง ตอนนี้เสือยืน 10 ตัวที่พุ่งเข้าหาชายหนุ่มชุดดำกลายเป็นผงธุลีภายในพริบตา ไม่มีเสียงร้องจากปากของพวกมัน มันแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมันทั้งสิบ

            ก่อนที่วินจะร่ายเวทอีกครั้งอสูรร่างเล็กลุกขึ้นยืนอีกครั้ง มันรวบรวมพลังทั้งหมดของมันสร้างหมอกขึ้นปกคลุมร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำในทันที เกือบจะทันทีที่หมอกหนาทึบปกคลุมร่างของชายหนุ่ม เสือยืน 30 ตัวพุ่งเข้าล้อมรอบตัวเขาและตะปบลงบนร่างของชายชุดดำอย่างรวดเร็วและรุนแรง

            ตูม!!!

            ก่อนกงเล็บอันทรงพลังและแหลมคมของพวกมันจะถึงตัวของวิน พวกมันทั้ง 30 ตัวได้กระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ไกลหลายสิบเมตรด้วยแรงอัดของเวทที่ประสานกันทั้ง 2 ชุดของเขา เวทนี้เป็นการประสานกันระหว่างเวทลมและเวทระเบิด หมอกที่ปกคลุมร่างของเขากระจายหายไปพร้อมๆกับร่างใหญ่ทั้ง 30 ตัวที่กระเด็นออกไปไกล แม้ว่าพวกมันจะยังไม่ตายแต่เวทที่รุนแรงนี้ส่งผลให้พวกมันทั้งหมดบาดเจ็บจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

นกไฟตัวเล็กที่มีขนาดไม่เกินหนึ่งฟุตบินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วมันบินตรงไปยังกลุ่มเสือยืนที่รายล้อมอสูรร่างเล็ก จากนั้นมันบินฉวัดเฉวียนโดยไม่สัมผัสถูกร่างเสือยืนตัวไหนเลย ขณะที่พวกมันกำลังตกใจกับไปความร้อนที่โฉบผ่านพวกมันไป เพียงไม่กี่อึดใจนกไฟตัวเล็กได้บินไปถึงจุดหมายหนึ่งเดียวที่ชายหนุ่มต้องการ

ตูม!!!

นกไฟที่แฝงเวทระเบิดได้ระเบิดออก เปลวไฟจากนกตัวเล็กไม่ได้ทำอันตรายเสือยืนที่อยู่โดยรอบ พวกมันเพียงกระเด็นออกห่างจากอสูรร่างเล็กที่ยืนหอบอยู่ตรงกลางเท่านั้น หลังเสียงระเบิดมีเพียงอสูรร่างเล็กเท่านั้นที่ร่างสลายกลายเป็นธุลี

วินบินไปยังใจกลางของรัศมีการทำลายล้างในครั้งนี้ ชายหนุ่มก้มเก็บวิญญาณธาตุสองอันที่ส่องแสงเป็นประกายอยู่บนพื้นโดยที่ไม่สนใจเสือยืนทั้งหมดที่นอนเกลือกกลิ้งเพราะแรงระเบิดของเวทมนต์ของเขาวินรู้ว่าพวกมันจะหายเป็นปกติหลังจากนี้ไม่นานนัก

ท่ามกลางความหวาดกลัวของเสือยืนกว่าครึ่งที่เหลืออยู่ พวกมันยืนตัวสั่นมองมายังมนุษย์ร่างสูงโปร่งเจ้าของเวทมนต์อันรุนแรง ขณะนี้ไม่มีเสือยืนที่หาญกล้าตัวใดกล้าเข้าต่อกรกับเขาอีก แม้พวกมันอยากจะถอยหนีไปให้ไกลชายหนุ่มคนนี้แต่เท้าทั้งสองกลับไม่อาจขยับได้เพราะความกลัวอย่างสุดขีด

ชายหนุ่มชุดสีดำบินขึ้นฟ้าโดยไร้คำพูดใด เขาตั้งใจที่จะใช้นกไฟตัวไม่ใหญ่เพื่อกำจัดเพียงอสูรร่างเล็ก และใช้เวทระเบิดเพื่อทำให้พวกที่เหลือตกใจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนโดยเร็ว วินบินตรงไปยังกองทัพก็อบลินที่ตั้งค่ายกันอยู่บริเวณถ้ำภายในหุบเขาแห่งนี้

ตูม!! ตูม!!

เสียงระเบิดของเวทสายต่างๆ ท่ามกลางความแตกตื่นของก็อบลินทั้งกองทัพ พวกมันทั้งหมดไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าระเบิดอันรุนแรงที่ทำให้เพื่อนพ้องของมันจำนวนมากร่างแหลกในทันที ก่อนตะวันตกดินพื้นที่บริเวณถ้ำขนาดเล็กเต็มไปด้วยซากศพของก็อบลิน ละอองไฟจากวิหคเพลิงช่วยกำจัดซากศพและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งให้หมดไป

หินก้อนใหญ่ที่เคยปิดปากถ้ำถูกแทนที่ด้วยดินสีน้ำตาลที่กลมกลืนกับสีของหินบริเวณถ้ำแปลว่าหากผู้ที่อยู่ภายในหุบเขาแอ่งกะทะสามารถขุดทำลายดินที่ปิดปากถ้ำเพื่อออกไปด้านนอกได้แต่ผู้ที่อยู่ด้านนอกจะมองไม่เห็นถ้ำแห่งนี้อีกต่อไป

 

รุ่งเช้าหลังกินอาหารเสร็จชายหนุ่มนั่งครุ่นคิดอยู่หน้าแผนที่เวทมนต์แผ่นใหญ่ที่เขาปูมันลงบนพื้นดินเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว วินมองไปยังตำแหน่งทั้งสามที่เขาทำเครื่องหมายเอาไว้เมื่อก่อนหน้า

ที่แรกเป็นป่าที่เต็มไปด้วยแมลงซึ่งเป็นที่ซึ่งทุกคนเพิ่มขั้นขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะจำนวนแมลงที่มีมหาศาลอยู่ในป่าแห่งนี้ วินตั้งใจจะย้อนกลับไปเพิ่มขั้นของตนให้เข้าสู่ขั้นตำนานให้เร็วที่สุด เขารู้มาว่าอสูรสามตัวที่เหลือนั้นมีความน่ากลัวกว่าที่ผ่านมามากนัก

สถานที่ถัดไปคือบ้านของสามสาวในเมืองลานิมาร์ ชายหนุ่มสัญญากับหญิงสาวทั้งสามไว้ว่าเมื่อกำจัดอสูรทั้งสองที่อยู่ตอนเหนือของทวีปเอโรกาซ่าแล้วจะกลับไปหาหญิงสาวทั่งสามก่อนที่จะไปยังทวีปแอสแลนตัส

ที่สุดท้ายคือเกาะขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างทวีปเอโรกาซ่าและแอสแลนตัสที่เป็นที่อยู่ของอสูรตัวถัดไปที่อยู่ใกล้ที่สุด


---------------------------------

ไรท์หนีเที่ยวตรุษจีน ตอนต่อไปขอลงพุธหน้านะครับ


ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #538 Thank You (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 20:16
    ขอบคุณครับ
    #538
    0
  2. #536 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:43
    สนุกดีครับ
    #536
    0