ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,359 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    336

    Overall
    254,359

ตอนที่ 94 : ข่าวจากแดนไกล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

2 อาทิตย์ก่อนหน้า

แอลฟ่านั่งจ้องมองเตาไฟที่เต็มไปด้วยถ่านไม้อย่างดี ไฟบนเตาที่เคยร้อนแรงจนเป็นสีแดงฉาน บัดนี้มันเริ่มมอดลงอย่างช้าๆ โลหะสีเงินที่เป็นสีแดงเมื่อครู่เริ่มกลับกลายเป็นสีหม่นลง

“แอลฟ่า แอลฟ่า!” เสียงมิชเชลตะโกนก้องอยู่ข้างหู

“เรียกเบาๆข้าก็ได้ยินทำไมต้องตะโกนด้วย” แอลฟ่าสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันมาต่อว่าเจ้าของเสียง

“ข้าเรียกเจ้าเป็นสิบครั้งแล้ว เจ้ามัวแต่เหม่อคิดเรื่องอะไรอยู่” มิชเชลต่อว่าพร้อมชี้มือไปยังแผ่นเหล็กยาวบนเตาไฟที่เริ่มเป็นสีดำ

“อุ๊ย...แหะๆ ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย” แอลฟ่าแก้ตัว

“คิดถึงท่านวินละสิ ท่านวินเพิ่งจะเดินทางยังไม่ถึง 2 อาทิตย์เลยนะ” มิชเชลพูด

“หรือว่าเจ้าไม่คิดถึงท่านวิน ว่าแต่เจ้าลงมาทำอะไรที่นี่ทำไมไม่ให้ออนก้าลงมาตามข้า” แอลฟ่ายกแผ่นเหล็กที่เริ่มผิดรูปออกจากเตาไฟ

“คิดถึงสิ...เออใช่มีคนต้องการพบเจ้านะ” มิชเชลเสียงอ่อย ก่อนจะคิดขึ้นได้ถึงธุระที่ตนลงมาหาหญิงสาวผมสีทองที่ชั้นใต้ดิน

“ใครกันรึ ถ้ามารับสินค้าของที่ทำเสร็จแล้วข้าแขวนไว้ที่ห้องด้านหน้า แต่ถ้าจะมาสั่งทำอาวุธบอกไปว่าอีก 2 วันค่อยมาใหม่ ข้ายังมีงานค้างส่งอีกหลายรายการ” แอลฟ่าบอกปัดขณะที่เธอกำลังมองดูรายการอาวุธเกือบ 20 รายการที่มีลูกค้าสั่งไว้แล้วยังไม่ได้ผลิต

หลังจากร้าน <อัจฉริยะสร้างอาวุธ> ของเธอเปิดมาได้ไม่นานหญิงสาวเริ่มมีลูกค้าจำนวนมากมาติดต่อเพื่อให้สร้างอาวุธให้ เนื่องจากอาวุธที่แขวนโชวข้างกำแพงร้านของเธอล้วนเป็นอาวุธคุณภาพเยี่ยมที่สร้างจากโลหะหายาก ลูกค้าที่ได้รับอาวุธไปทุกคนล้วนชื่นชมในฝีมือและคุณภาพของอาวุธเหล่านั้น แม้ว่าเจ้าของร้านนี้จะแปลกไปกว่าที่อื่นคือต้องเห็นผู้ใช้แสดงการใช้อาวุธของตนให้ดูก่อน แต่กลับเป็นสิ่งที่คุ้มค่าของลูกค้าเพราะอาวุธทุกชิ้นที่หญิงสาวสร้างออกมาล้วนเหมาะสมกับเจ้าของอาวุธนั้นเป็นอย่างมาก เธอจึงมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการที่บอกเล่ากันแบบปากต่อปาก

“ข้าบอกเค้าแล้ว พวกเค้าบอกว่าไม่ได้มาซื้ออาวุธแต่ต้องการพบเจ้า” เจ้าขึ้นไปก็จะรู้เองแหละ

“พวกนี้บอกว่าจะมาหาเจ้า แต่ข้าคิดว่าพวกมันจะมาหาเรื่องมากกว่า” ออนก้ากระซิบข้างหูหญิงสาวเจ้าของร้านในทันทีที่เธอกลับขึ้นไปที่หน้าร้าน

“พวกท่านอยากพบข้ามีธุระอะไร” แอลฟ่าถามชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าชายอีก 5 คนยืนรอตนอยู่

“เจ้ารึเป็นเจ้าของที่นี่” ชายร่างใหญ่ผิวดำ หน้าตาเต็มไปด้วยหนวดเครา สูงประมาณ 2 เมตรมองหญิงสาวอย่างเหยียดๆ

“ใช่” แอลฟ่าตอบสั้นๆเธอรู้สึกได้ทันทีว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มาดี

“ฮ่า ฮ่า...เลือดผสมอย่างเจ้านี่นะเป็นนักตีอาวุธอัจฉริยะ” ชายร่างใหญ่ทั้ง 6 คนหัวเราะเสียงดัง

“เจ้าต้องการอะไร” แอลฟ่าที่กำลังโกรธจ้องเขม็งไปยังแขกผู้มาร้าย

“ดี งั้นข้าจะพูดตรงๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวพวกเจ้าย้ายออกไปจากเมืองนี้ซะ” ชายร่างใหญ่พูดเสียงต่ำ สองมือลูบคลำดาบขนาดใหญ่ของตนแสดงอาการข่มขู่

“เจ้าเป็นใครทำไมข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย” แอลฟ่าคำราม

ข้าเพีย[SS1] สันเป็นเจ้าของร้านตีอาวุธหนึ่งเดียวของเมืองแห่งนี้ เจ้ากำลังแย่งลูกค้าของข้า”

“ข้าไม่ได้แย่งลูกค้าใคร ลูกค้าทุกคนต่างมาหาข้าเอง ที่พวกเค้าไม่ซื้ออาวุธจากเจ้าคงเพราะฝีมือของเจ้ามันห่วย” แอลฟ่าชี้ไปยังดาบใหญ่สีเงินที่ชายร่างใหญ่ถืออยู่ เธอเห็นว่าฝีมือตีอาวุธของตนสูงกว่าเจ้าของดาบสีเงินนั่นเป็นอย่างมาก

“ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อฟังข้า พวกข้าจะพังร้านของเจ้าซะ อย่าคิดว่าใครจะช่วยพวกเจ้าได้เพราะข้ารู้จักกับแม่ทัพใหญ่ของที่นี่เป็นอย่างดี” เพียสันโบกมือให้สัญญาณกับลูกน้องทั้ง 5 ของตน พวกมันพร้อมอาวุธขนาดใหญ่เดินเข้าหาหญิงสาวอย่างช้าๆ

“ข้ากำลังเซ็งอยู่พอดี” แอลฟ่าบิดมือตัวเองจนกระดูกดังลั่น

โครม!!!

โล่ห์สีทองขนาดใหญ่กระแทกเข้าใส่ชายอ้วนคนแรกที่ตรงเข้าหาแอลฟ่าในทันทีด้วยพละกำลังอันมหาศาลของเธอทำให้ชายคนนั้นกระเด็นไปไกล เขากระแทกเข้ากับเสาไม้ต้นใหญ่กลางลานดินแล้วสลบไปทันที จากนั้นแอลฟ่าหมุนตัวกระโดดเตะก้านคอชายคนถัดไปจนหลับกลางอากาศ

ออนก้าพุ่งเข้าหาชายคนที่สามและสี่อย่างรวดเร็ว ปลอกแขนสีทองที่คล้ายกงเล็บเสือของเธอตัดผ่านดาบเหล็กกล้าของพวกเขาออกเป็นท่อนๆอย่างง่ายดาย เจ้าของดาบคนแรกถูกเข่าลอยกระแทกเข้ากลางอกจนลงไปกองอยู่กับพื้น อีกคนถูกลูกถีบของออนก้าเข้าที่ลิ้นปี่ กงเล็บทองตั้งรับขวานเหล็กขนาดใหญ่ที่ชายคนสุดท้ายฟาดลงมา

เพล้ง!!

เสียงขวานใบหนาขาดสองท่อนจนเจ้าของอาวุธยืนตาค้าง

แอลฟ่าพุ่งเข้าหาเพียสันที่ยืนมองลูกน้องทั้ง 5 คนของตนอย่างไม่เชื่อสายตาพวกเขาล้วนเป็นนักสู้ฝีมือดีที่สุดที่ตนจ้างมาคุ้มกันร้านของตน แต่กลับถูกหญิงสาวร่างเล็กสองคนล้มได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ดาบสีทองฟาดใส่ดาบใหญ่สีเงินที่ชายร่างใหญ่ตั้งรับด้วยสองมือ แม้จะจับดาบด้วยมือทั้งสองแต่เขากลับรู้สึกชาวูบไปทั้งสองมือ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวผมสีทองร่างเล็กที่จับดาบด้วยมือเพียงข้างเดียวกลับมีพละกำลังมากมายมหาศาลยิ่งกว่าเขาเสียอีก

“ข้า...ข้ายอมแพ้แล้ว” เพียสันที่ทรุดตัวลงบนพื้นพูดเสียงสั่น ดาบสีเงินของเขากระเด็นออกไปไกลหลายเมตร

“พวกเจ้าไปซะ แล้วอย่ากลับมาวุ่นวายกับพวกข้าอีก ไม่อย่างนั้นแล้วข้าจะตามไปพังร้านของเจ้าถึงเวลานั้นข้าจะไม่รับรองความปลอดภัยในตัวเจ้า” แอลฟ่าชี้มือไล่คนทั้งหมด

พวกที่บาดเจ็บลุกขึ้นแล้วช่วยกันประคองคนที่สลบอยู่ ในตอนนี้คนทั้งหมดไม่กล้าสบตาหญิงสาวทั้งสองอีก พวกเขาหวาดกลัวในปีศาจร้ายในคราบหญิงสาวร่างเล็กทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง

เพียสันเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตนเองทำผิดอย่างมหันต์ ในคราแรกที่เขาไม่สามารถตรวจสอบขั้นของหญิงสาวทั้งสองได้ เขาคิดเพียงแต่ว่าพวกเธอนั้นเป็นเพียงคนรับใช้ในบ้านที่ไม่มีฝีอเท่านั้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าความคิดของเขานั้นผิดอย่างไม่น่าให้อภัยหญิงสาวทั้งสองน่าจะอยู่ในขั้นจอมทัพขั้นปลายเป็นอย่างต่ำ ไม่แน่เธอทั้งคู่อาจจะมีฝีมืออยู่ในขั้นราชาก็เป็นได้ ฝีมือของหญิงสาวผมสีทองที่เขาพ่ายแพ้ในทันทีที่ปะทะด้วยเพียสันมั่นใจว่าแม้แต่แอนโทนี่แม่ทัพใหญ่แห่งลานิมาร์ คงจะไม่มีทางเอาชนะเธอผู้นี้อย่างแน่นอน

-----------------------------------------------------------------------

ปัจจุบัน

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้วที่วินจากหญิงสาวทั้งสามมา ชายหนุ่มกำลังบินอยู่เหนือก้อนเมฆใหญ่น้อยจำนวนมากทิวทัศน์ด้านหน้ามีเพียงท้องฟ้าและมหาสมุทรที่เวิ้งว้าง วินใช้เวลาอยู่ที่หน้าผาริมทะเลอยู่ 2 วัน เขาจะต้องเตรียมอาหารและสร้างที่พักที่สามารถลอยน้ำได้เพราะระยะทางจากฝั่งไปยังเกาะกลางมหาสมุทรไกลกว่าเมื่อครั้งที่เขาเดินทางจากทวีปมัธราชถึงเท่าตัว

ต้นไม้ขนาดหลายคนโอบถูกทำให้โค้งงอเหมือนท้องเรือกว้าง 15 เมตรด้วยเวทควบคุมพืช เรือใหญ่ลำนี้มีห้องขนาดใหญ่เพียงห้องเดียวเนื่องจากเขาต้องการไว้ใช้เป็นเพียงที่พักหลับนอนส่วนอาหารวินปรุงไว้แล้วโดยใส่ไว้ในแหวนมิติของตน หลังจากตัดสินใจอยู่นานวินตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปยังเกาะขนาดใหญ่เพื่อตามล่าอสูรตัวถัดไป

วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่วินบินอยู่เหนือท้องฟ้าท่ามกลางมหาสมุทร เขากำลังคิดถึงค่ำคืนวันที่กำจัดอสูรทั้งสองตัวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้

“สวัสดี ท่านวิน” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากดวงไฟสีเขียวที่ดูอ่อนแรง

“ท่านอลันเชียร์” วินกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่แฝงความประหลาดใจ

“ก่อนอื่นข้าต้องขอแสดงความยินดีกับนักเวทคนใหม่และสมาชิกใหม่ที่จะลืมตาดูโลกในอีกไม่นานนี้” แสงสีเขียวกระพริบถี่ๆ

“ขอบคุณมากท่านอลันเชียร์” ชายหนุ่มโค้งคำนับ

“ที่ข้ามาในวันนี้มีเรื่องสำคัญอยู่ 3 เรื่อง

เรื่องแรกคือหลังจากที่ท่านกำจัดอสูรตัวสุดท้ายแล้วท่านจะได้รับอัญมณีสีดำซึ่งมันจะทำให้ท่านขึ้นสู่ขั้นจอมราชันซึ่งสูงกว่าขั้นตำนานแล้วท่านจึงสามารถทำลายวิญญาณธาตุทั้งหมดได้ และท่านก็จะรู้วิธีกลับไปยังโลกใบเดิมที่ท่านมาได้

เรื่องที่สองข้าจะมาส่งข่าวว่าหลังจากนี้อีกครึ่งปีบนโลกเดิมท่านมานั้นกำลังจะเกิดสงครามขึ้น เป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา

เรื่องสุดท้ายนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันบนโลกใบนี้ ขอให้ท่านโชคดี” เมื่อสิ้นสุดคำพูดแสงสีเขียวก็ค่อยๆจางหายไป


 [SS1]เพียสัน เจ้าของร้านตีอาวุธหนึ่งเดียวของเมืองลานิมาร์ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #544 Thank You (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:49
    ขอบคุณครับ
    #544
    0
  2. #542 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:46
    สนุกดีครับ
    #542
    0
  3. #539 วิโรจน์ ศรเพชร (@virost) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:44
    กลับโลกเดิมแล้วจะมาโลกนี้อีกได้รึป่าวละ
    ถ้าไปๆมาๆได้ละก็เยี่ยมเลย
    #539
    0