ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,344 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    321

    Overall
    254,344

ตอนที่ 99 : สู่ทวีปใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    27 ก.พ. 60

เจ้าหนึ่ง สอง สาม สี่ กระดิกหางดีใจเมื่อได้เห็นเจ้านายของมันอีกครั้งในตอนนี้พวกมันทั้งสี่ตัวใหญ่ใกล้เคียงกับม้า หมาใหญ่สีเทาทั้งสี่ตัวกระโดดไปมาคลอเคลียชายหนุ่มอย่างมีชีวิตชีวา ตั้งแต่พวกมันอยู่กับนายหญิงของพวกมันที่เมืองลานิมาร์พวกมันไม่ค่อยมีโอกาสออกมาวิ่งเล่นในทุ่งกว้างเช่นนี้มากนัก

วินยืนมองหมาป่าสีเทาทั้งสี่ตัวพวกมันดูมีชีวิตชีวามากกว่าอยู่ในคอกมากนัก เขาคิดว่าจะบอกออนก้าให้จ้างคนดูแลพวกมันและพามันออกมาวิ่งเล่นให้บ่อยกว่าเดิม

หญิงสาวทั้งสามดูผ่อนคลายและมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ นี่เป็นอาหารมื้อแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเขาได้กินร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในบ้านหินหลังใหญ่ที่คุ้นเคย แม้จะเป็นเวลาสั้นๆก่อนที่ชายหนุ่มจะต้องออกเดินทางอีกครั้ง แต่การเดินทางในครั้งนี้จะต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะทักษะใหม่ที่ชายหนุ่มสามารถเปิดประตูมิติได้จึงทำให้เขาสามารถเดินทางกลับมาพบกับพวกเธอได้บ่อยกว่าเดิม

“หลังจากท่านวินกำจัดอสูรทั้ง 12 ตัวลงและทำลายวิญญาณธาตุทั้งหมดแล้วท่านจะสามารถกลับไปยังโลกเดิมได้ใช่ไหมคะ” มิชเชลเอ่ยถามขึ้นหลังจากวินเล่าเรื่องการผจญภัยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของเขาให้หญิงสาวทั้งสามฟัง

“ใช่ ท่านอลันเชียร์บอกข้าว่าอย่างนั้น” วินตอบและเล่าเรื่องที่ได้พบเจออลันเชียร์ในความฝัน รวมทั้งสิ่งที่วิญญาณสีเขียวได้บอกเขาว่าการพบเจอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

“ท่านอลันเชียร์ได้บอกไหมคะว่าพวกข้าจะเดินทางไปโลกที่ท่านวินเคยอยู่ด้วยได้ไหม” ออนก้ามีสีหน้าเป็นกังวล

“ได้แน่นอน” ชายหนุ่มพยักหน้า

“แล้วเราจะกลับมายังโลกนี้ได้อีกไหมคะ” แอลฟ่าสงสัย

“ท่านอลันเชียร์บอกว่าหากข้าทำลายวิญญาณธาตุแล้วข้าจะสามารถเปิดประตูมิติเพื่อเดินทางระหว่างโลกทั้งสองได้ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง” วินเดินไปโอบไหล่คนถาม

“เงื่อนไขอะไรหรือคะ” แอลฟ่าถามต่อ

“เรื่องนี้ข้าก็ยังไม่รู้”

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

“ท่านวินจะออกเดินทางเมื่อไรคะ” ออนก้าเอ่ยถามขณะกำลังทำอาหารเช้า

“ข้าคิดว่าจะไปบ่ายวันนี้ ข้าเป็นห่วงสถานการณ์ทางบ้านรวมทั้งพ่อและแม่ของข้า” วินถอนหายใจ

“ท่านคิดว่าข้าควรจะปิดร้านตีอาวุธเมื่อไรดีคะ” แอลฟ่าที่ยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มถามขึ้น

“พูดถึงร้านตีอาวุธ ข้าลืมถามว่ากิจการดีมากน้อยแค่ไหน” วินเอ่ยถาม

“ตั้งแต่มีเจนและแจนนี่มาช่วยงานที่ร้านข้าก็มีเวลาสร้างอาวุธเพิ่มขึ้น วันนึงข้าจะสร้างอาวุธได้ประมาณ 3-4 ชิ้น ในตอนนี้ข้ายังมีงานค้างอยู่ประมาณ 10 วัน”

“ถึงตอนนี้เจ้ามีรายได้เท่าไหร่” ชายหนุ่มถามขึ้นลอยๆ ในความจริงเขาไม่อยากรู้เรื่องนี้เท่าไรนัก ด้วยเงินที่มีอยู่ทั้งหมดเขาสามารถใช้ชีวิตอย่างหรูหราได้สบาย

“ตอนนี้ข้ามีเพชรอยู่ประมาณ 1 หมื่นกะรัต ทั้งหมดนี้รวมทุนที่ท่านให้ไว้ก่อนออกเดินทาง 1 พันกะรัตแล้ว ส่วนแร่ต่างๆข้าใช้ไปประมาณ 1 ใน 5 ของทั้งหมด” แอลฟ่ายิ้มอย่างภูมิใจ

“เรื่องปิดร้านเจ้ายังไม่ต้องกังวลในตอนนี้ หลังจากกำจัดอสูรทั้งหมดแล้วข้าจะกลับโลกเดิมเพียงลำพัง” ชายหนุ่มใช้เวลาคิดเล็กน้อยก่อนจะให้ตอบหญิงสาว พร้อมกับหยิบแหวนมิติวงหนึ่งส่งให้แอลฟ่า

“ท่านว่าอะไรนะ” หญิงสาวทั้งสามเริ่มหน้าเสีย

“พวกเจ้าฟังข้าก่อน เนื่องจากว่าข้ายังไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่โลกเดิมของข้าเป็นอย่างไร สิ่งที่กังวลใจในตอนนี้คือความปลอดภัยของพวกเจ้า โดยเฉพาะเจ้า มิชเชล” ชายหนุ่มลูบท้องหญิงสาวผมสีดำเบาๆ

“ข้าคิดว่าจะให้มิชเชลคลอดลูกที่โลกนี้ก่อน หลังจากแน่ใจว่าสถานการณ์ที่นั่นมีความปลอดภัยเพียงพอแล้วข้าจะกลับมารับพวกเจ้าไปอยู่ด้วยอย่างแน่นอน”

“เอ่อ...” แอลฟ่าพยายามจะแย้ง

“ข้าเห็นด้วยกับท่านวินนะ ในตอนนี้ความปลอดภัยของมิชเชลและเจ้าตัวเล็กสำคัญที่สุด” ก่อนที่แอลฟ่าจะพูดอะไรออนก้าพูดสนับสนุน

มิชเชลพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของชายหนุ่มเช่นกัน

-------------------------------------------

ชายหนุ่มโบกมือให้กับภรรยาทั้งสามจากนั้นเขาจึงก้าวเข้าไปในประตูมิติอย่างช้าๆ แม้ว่าจะจากกันเพียงไม่นานแต่หญิงสาวทั้งสามต่างไม่อยากให้เขาจากไปไกล

วินปรากฎตัวที่เกาะอเวจีอีกครั้งเขาบินขึ้นฟ้ามุ่งหน้าไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็ว จุดหมายคือทวีปแอสแลนตัสอันหนาวเหน็บ วินที่อยู่ในขั้นตำนานทำให้ความเร็วในการบินของเขามากกว่าเดิมอยู่หลายเท่า

ในคราแรกชายหนุ่มตั้งใจว่าจะเดินทางในตอนกลางวันและเปิดประตูมิติกลับไปพักผ่อนกับหญิงสาวทั้งสามในตอนกลางคืน แต่หลังจากได้ทดลองดูแล้วปรากฎว่าเมื่อเขาออกจากประตูมิติในวันรุ่งขึ้น เขากลับปรากฎตัวอยู่บนเกาะแทนที่จะเป็นกลางมหาสมุทรในจุดที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้ วินจึงเข้าใจว่ากลางมหาสมุทรไม่มีจุดสังเกตให้เขาจดจำสถานที่จึงไม่สามารถกำหนดจุดที่จะเปิดประตูมิติได้

หลายวันผ่านไปวินยังคงบินขึ้นเหนือด้วยปีกสีดำธาตุลม หลังจากเลื่อนขึ้นสู่ขั้นตำนานเวทมนต์ทุกสายของชายหนุ่มเพิ่มความรุนแรงขึ้นจนในตอนนี้ละอองเวททุกสายของชายหนุ่มกลายเป็นสีดำสนิท

วินมองท้องฟ้าที่เวิ้งว้างด้วยความเบื่อหน่าย เขาเกลียดการเดินทางคนเดียวโดยที่ไม่มีอะไรทำระหว่างทางเป็นที่สุด ชายหนุ่มบินลงมาโฉบผิวน้ำทะเลจนน้ำทะเลกระจายเป็นสายเพราะความเร็วของเขา มองดูแล้วราวกับละลอกคลื่นที่เกิดจากเรือเร็วที่วิ่งอยู่บนผิวน้ำ

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่วินสังเกตเห็นกลุ่มก้อนสีดำบนท้องฟ้าในทิศทางที่ชายหนุ่มกำลังมุ่งหน้าไป ชายหนุ่มจ้องมองไปยังกลุ่มก้อนสีดำที่ดูใหญ่ขึ้นเมื่อเขาบินเข้าใกล้มันทุกขณะ

แกว๊กกกกกก แกว๊กกกกกก

เสียงนกสีดำปีกกว้างประมาณ 2 เมตรดังไปทั่วท้องฟ้า พวกมันบินเข้าโจมตีชายหนุ่มทันทีราวกับเขาเป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน นกจำนวนมหาศาลฝูงนี้พากันอพยพหนีความหนาวเย็นในฤดูหนาวจากทวีปแอสแลนตัส พวกมันมุ่งหน้าไปยังเกาะทางใต้ที่มีอากาศอบอุ่นกว่า

แม้ว่าพวกมันจะสะสมเสบียงสำหรับการเดินทางครั้งนี้จนร่างของพวกมันต่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่การที่มีอาหารให้กินระหว่างทางย่อมเป็นเครื่องรับประกันว่าพวกมันจะมีแรงเพียงพอเพื่อใช้บินไปยังเกาะที่ห่างไกลได้

“เล่นกับพวกเจ้าหน่อยก็แล้วกัน ข้ากำลังเบื่ออยู่พอดี” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ

ในตอนนี้ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะฆ่าสัตว์อีกเท่าใดก็ตามเขาก็ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้อีกต่อไป ทางเดียวที่จะอยู่ในขั้นที่เหนือกว่าขั้นตำนานนั้นคือเขาจะต้องกำจัดสัตว์อสูรตัวสุดท้ายให้ได้ เขาจึงไม่คิดที่จะฆ่านกอพยพเหล่านี้

ชายหนุ่มพุ่งเข้าหาฝูงนกอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ความเร็วของเขาสูงมาก มากเสียจนหากเขาใช้ความเร็วสูงสุดแล้วผู้มองจะเห็นเพียงเงารางๆพุ่งผ่านไปเท่านั้น แต่การทำเช่นนั้นเป็นการสิ้นเปลืองพลังเวทเป็นอย่างมาก

แม้วินจะใช้ความเร็วเพียงครึ่งหนึ่งของความเร็วสูงสุด แต่นกเหล่านั้นกลับตามความเร็วของชายหนุ่มไม่ทันแม้แต่น้อย วินบินซิกแซกไปตามช่องว่างของตัวนกแต่ละตัว ชายหนุ่มใช้มือเขกหัวนกตัวที่มุ่งจะมาทำร้ายเขาเหมือนว่าเป็นการลงโทษนกเหล่านั้น

ฝูงนกมองสิ่งมีชีวิตสีดำคล้ายพวกมันที่พุ่งเข้าหามันอย่างรวดเร็ว นกที่ถูกเขกหัวตกวูบลงมาประมาณ 10 เมตรจากบนฟ้า พวกมันต่างงวยงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวการที่ทำให้มันเจ็บหัวแต่ก็ไม่มีนกตัวใดเห็นชายหนุ่มอีกเลย

วินพุ่งผ่านฝูงนกขนาดใหญ่แล้วหันกลับไปมองพฤติกรรมที่น่าขำของพวกมันอีกครั้งก่อนจะเดินทางต่อไป เขาคิดไม่ถึงว่าการอยู่ในขั้นตำนานจะทำให้ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นมากถึงเพียงนี้ เวลาเพียงเสี้ยวนาทีที่ชายหนุ่มบินผ่านนกแต่ละตัวแต่เขากลับเห็นภาพทุกอย่างราวกับมันเคลื่อนที่อย่างช้าๆ

หลังจากวินบินผ่านฝูงนกเหล่านั้นไปประมาณ 3 ชั่วโมง เขาได้เห็นพื้นดินที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ พื้นดินที่เป็นส่วนหนึ่งของทวีปแอสแลนตัสที่เป็นจุดหมายของชายหนุ่มอยู่ใกล้เข้าไปทุกที
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #562 Thank You (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:25
    ขอบคุณครับ
    #562
    0
  2. #561 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:07
    ขอบคุณ6รับ
    #561
    0
  3. #560 penatna1 (@penatna1) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:00
    ลงไวๆนะรออยู่
    #560
    0
  4. #559 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:46
    สนุกดีครับ
    #559
    0