Grand Monster Online

ตอนที่ 3 : บทที่3 ศัตรูที่ไม่คาดคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 54





บทที่3 ศัตรูที่ไม่คาดคิด



       หลังจากโซรันสู้กับคนอีก2-3กลุ่มก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
กลางสนาม ผู้ทดสอบทุกกลุ่มหยุดการต่อสู้พร้อมกันโดย
ไม่ได้นัดหมาย ทรายตรงกลางสนามเริ่มนูนขึ้นมา
ผู้ทดสอบที่อยู่ในรัศมีรีบวิ่งออกมาให้พ้นจากสิ่งที่
กำลังจะทะลุผืนทรายออกมา ผืนทรายที่นูนขึ้นมาเกิด
ระเบิดอย่างรุนแรง หนอนตัวใหญ่เท่าเครื่องบินโบอิ้ง
พุ่งทะลุผืนทรายออกมา ลำตัวสีขาวเป็นปล้องๆดูน่าเกลียด
ปากมีฟันเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆราวกับเครื่องบดยัก
หนวดที่ยื่นออกมาสะบัดฟาดพื้นอย่างแรง
ผู้ทดสอบบางคนที่พอตั้งสติได้ก็รีบถอยออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย
“นี่มันอะไรเนี่ยชั้นต้องสู้กับไอ้ตัวบ้าแบบนี้เหรอเนี่ย”
โซรันอุทานอย่างลืมตัว หนอนที่โผล่มาก็ไม่ได้อยู่นิ่งเป็นนายแบบ
มันพุ่งตัวมาทางเขาอย่างรวดเร็ว “ไอ้บ้า ทำไมต้องมาทางนี้”
โซรันสบถ “ฮูมมมม” หนอนยักส่งเสียงคำราม หนวดทั้ง 8
ตวัดกวาดไปมาจนผู้ทดสอบต้องกระโดดหลบกันจ้าละหวั่น
คนที่หลบไม่ได้ก็ตกตายอนาถไปตามๆกัน
“ไอ้ตัวโรคจิตแบบนี้ฝีมือพี่ชัวร์” โซรันสบถ
“ตั้งรับแบบนี้มีแต่ตาย พวกเราต้องโจมตีมันให้ได้”
ผู้ทดสอบคนหนึ่งร้องบอก มีคนจำนวนหนึ่งบุกเข้าไป
แต่ก็โดนมันดูดเข้าปากไปเมื่อถึงระยะห่างจากมันประมาณ2เมตร
‘มันต้องมีจุดอ่อนบ้างสิน่า’ โซรันคิด “ทุกคนอย่าได้กลัวไป ฮีโร่มาแล้ว”
ผู้ทดสอบแต่งตัวแบบยอดมนุษย์ถือดาบยัก
กว้าง1ฟุตยาว1เมตรออกมายืนข้างหน้า
แล้วพุ่งเข้าไปอย่างบ้าระห่ำ ดาบในมือฟันหนวดที่เข้ามาขวางขาดสะบั้น
พอถึงระยะ2เมตรเขาก็กระโดดแล้วตะโกนว่า
“ไรเดอร์คิ~ก” ฉัวๆๆๆ เลือดสาดกระจาย
ชายยอดมนุษย์ถูกปั่นกลายเป็นเนื้อบด
ไม่เหลือซากแต่ดาบของเขากระเด็นเข้าปากไปติดอยู่ที่ฟัน
ทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆขึ้น ทุกคนยืนมองการเสียสละด้วยความคิด
เหมือนกัน ‘ท่าจะบ้าแฮะ’ โซรันที่มองเห็นช่องว่างนั้น
ไม่ยอมปล่อยโอกาศไป เขาถีบตัวพุ่งทะยานเข้าไปหาหนอนยัก
อย่างรวดเร็วขณะที่คนอื่นคิดว่า 'ไอ้นี่ท่าจะบ้าไปอีกคน'
เมื่อถึงระยะเขาก็ถีบตัวพุ่งหลาวด้วยดีกรีนักกีฬาว่ายน้ำตอน
ม.ปลาย ลอดเข้ารูที่เกิดจากดาบยักได้อย่างสวยงาม
พอเข้ามาได้เข้าก็แทงซิลเวียร์ในมือซ้ายเข้าที่พื้นเพื่อเป็นหลักยึด
เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนและพื้นที่เขายืนอยู่เริ่มหมุนเป็นเครื่องซักผ้า
มือซ้ายเขายึดด้ามซิลเวียร์ไว้แน่น ส่วนมือขวากระหน่ำแทง
ซิลเวียร์ใส่ผนังรอบๆไม่ยั้ง เขารู้สึกว่ามันบิดตัวมากขึ้น
เสียงกรีดร้องของมันดังอื้ออึง ทางด้านนอกเมื่อเห็นว่าหนอนยัก
เริ่มบิดตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง ก็สบโอกาสเข้าโจมตีจากรอบด้าน
ใช้เวลาไม่นานมันก็ตายลงอย่างไม่ยากนัก
โซรันที่กลับลงมายืนบนพื้นได้ก็เวียนหัวอย่างแรง
ทั่วร่างเขาแปรอะเลือดของหนอนยักไปหมด
เขาเริ่มมองสำรวจรอบๆก็พบว่าในนี้เป็นโพรงขนาดใหญ่ทอดยาวลงไป
ใต้ดิน เขาลืมเรื่องการทดสอบไปซะสนิท
ความอยากรู้อยากเห็นกระตุ้นให้เขาไต่ลงไป
โซรันไต่ลงมาจนสุดทางก็พบแท่นศิลาที่มีอัญมณีสีแดงราวกับสีโลหิต
วางตระหง่านอยู่ ‘น่าแปลก ทั้งที่ผ่านการต่อสู้มาขนาดนั้น
สิ่งนี้กลับไม่เป็นอะไรเลย’ โซรันคิด
เขาขึ้นไปบนแทนหินแล้วเอื้อมมือไปหยิบอัญมณีนั้น
ทันทีที่เขาแตะมัน ตัวเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผา
“อ๊ากกกกกกก”โซรันกรีดร้องอย่างทรมาน
เขาพยายามชักมือออกแต่ไม่สามารถทำได้
ตัวธันวาที่อยู่นอกเกมดิ้นทุรนทุราย ความรู้สึกเหมือนโดนเผาทั้งเป็น
โซรันทรมานจนทนไม่ไหวก็หมดสติไป





โซรันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
เบื้องหน้าเขาคือความมืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่าง “ชั้นคงตายแล้วสินะ”
โซรันคิด “ท่านเป็นใคร” เสียงสตีที่ทรงอำนาจแต่แฝงด้วย
ความปราณี ขึงขังแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนดังขึ้น
“ผมชื่อธันวาครับ” โซรันเหมือนถูกดลใจให้พูดชื่อจริง
“งั้นรึ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร” เสียงนั้นถาม
โซรันเล่าเรื่องการทดสอบให้เสียงนั้นฟังอย่างไม่ปิดบังราวกับ
เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ “งั้นรึ ท่านเสียเวลามามากแล้ว
ท่านควรรีบกลับไปซะ” เสียงลึกลับเอ่ยไล่ “เดี๋ยวก่อนครับ
คุณเป็นใคร แล้วผมมานี่ได้ยังไงล่ะครับ” โซรันรีบร้องถาม
“ครั้งหน้าที่เราเจอกันท่านจะได้รู้ทุกอย่าง และจงระวังพลังของท่านไว้
ผู้มีนามแห่งนักรบ” เสียงลึกลับกล่าวเตือนก่อนเขาจะหมดสติ









“เขาเป็นอย่างไรบ้าง เซียร์” เสียงบุรุษลึกลับที่ฟังดูแข็งกร้าว
อย่างชายชาตินักรบเอ่ยถาม “เขาเหมือนท่านเซ็ตสึนะมากเลยค่ะ
ท่านแลนซ์” เสียงสตรีลึกลับหรือเซียร์เอ่ยตอบ “แล้วฝังอัลล่ะ
มีความเคลื่อนไหวอะไรมั้ย” บุรุษลึกลับหรือแลนซ์ถาม “ยังเลยค่ะ
บางที ทายาทของเคียวคงจะเข้ามาในฐานะเพลเยอร์ก็เป็นได้นะคะ”
เซียร์ตอบ “งั้นรึ แต่บางทีทายาทของเซ็ตสึนะอาจจะน่าสนใจกว่า
ทายาทของยัยแก่หนังเหนียวก็เป็นได้” แลนซ์พูดอย่างจริงจัง
“เรียกภรรยาเจ้านายแบบนั้นมันไม่ดีนะคะ แต่ว่า
เด็กคนนั้นยังอ่อนหัดกว่าท่านเซ็ตสึนะอีกมากเลยล่ะค่ะ”
เซียร์เอ่ยตำหนิเล็กน้อยก่อนจะวิจารณ์ธันวา
“หน้าที่ของเราคือเฝ้าดูเท่านั้น เฝ้าดูการจเริญเติบโตของทายาท
เจ้านายเรา เพื่อเตรียมรับมือกับผู้รุกราน” แลนซ์เอ่ยอย่างจริงจัง







9 ความคิดเห็น