เราคิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่เคยสังเกต อะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว
พวกเขาสังเกตอะไรมากกว่าพวกเราผู้ใหญ่มากนัก
และพวกเขาสังเกตและเข้าใจมากกว่าที่พวกเราจะยอมรับ
เด็กนักเรียน โคลัมเบียนเขียนข้อความที่น่าสนใจนี้....
คำพูดที่ขัดแย้งกันแต่เป็นความเป็นจริงในช่วงเวลาของเราใน ประวัติศาสตร์คือ
เราสร้างตึกที่สูงขึ้น แต่วัดที่เตี้ยลง
เรามีทางด่วนที่กว้างมาก ขึ้น แต่มีทัศนคติที่แคบลง
เราใช้จ่ายมากขึ้น แต่เรามีน้อยลง
เราซื้อมากขึ้น แต่เรามีความสุขกับของนั้นน้อยลง
เรามีบ้านที่ใหญ่มากขึ้น แต่มีครอบครัวที่เล็กลง
เราสะดวกสะบายมาก ขึ้น แต่มีเวลาน้อยลง
เรามีการศึกษามากขึ้น แต่มีสามัญสำนึกน้อยลง
เรามีความรู้มากขึ้น แต่มีการตัดสินน้อยลง
เรามีผู้ชำนาญการมากขึ้น แต่ก็มีปัญหามากขึ้น
เรามียามากขึ้น แต่ความ "อยู่ดี" น้อยลง
เราเพิ่มพูนสิ่งที่เราเป็นเจ้าของ แต่ลดค่าของมันลงไป
เราพูดมาก แทบจะไม่ให้ความรัก และก็เกลียดกันบ่อยเกินไป
เราเรียนรู้ ว่าจะหาเลี้ยงชีวิตอย่างไร แต่เราไม่ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคืออะไร
เราทำให้การมีชีวิตยาวนานขึ้น แต่เราไม่ได้ใช้ชีวิตที่แท้จริง
เราเดินทางไปกลับถึงพระ จันทร์ แต่เราไม่มีปัญหาแค่จะเดินข้ามถนน
ไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน
เราชนะปัจจัยภายนอก แต่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายใน
เรา ทำให้อากาศสะอาดขึ้นแต่เราทำให้วิญญาณของเราสกปรก
เราสลายอะตอม แต่ไม่ใช่ความลำเอียง
เรามี เงินเดือนมากขึ้น แต่ศีลธรรมน้อยลง
เรามี ปริมาณมากขึ้น แต่คุณภาพน้อยลง
ยังมีช่วงเวลาของชายที่สูง ใหญ่ แต่ไม่มีลักษณะเฉพาะตัว
มีกำไรมากมาย แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับผู้คน
ยังมีช่วงเวลาที่โลกสงบสุข แต่ยังมีสงครามภายใน
มีกิจกรรมมากขึ้น แต่สนุกน้อยลง
มีอาหารหลากชนิดมากขึ้น แต่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร
ยังมีช่วงเวลาที่คน แต่งงานกันมากขึ้น แต่ก็มีการหย่าร้างกันมากขึ้น
มีบ้านที่ สวยงามแต่ก็มีบ้านแตกสาแหรกขาด
มันคือช่วง เวลาที่มีอะไรมากมายโชว์อยู่ตรงหน้าต่างแต่ไม่มีอะไรอยู่ในห้องเก็บสต๊อกเลย
คือเวลาที่เทคโนโลยีสามารถนำจดหมาย ฉบับนี้มาสู่ท่านได้
และนี่ก็คือเวลาที่คุณจะเป็นผู้เลือกที่จะทำให้เกิด ความแตกต่าง
หรือ...แค่กดปุ่ม
"ลบทิ้ง"
ความคิดเห็น