Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 10 : Syn 008 ปีศาจเริ่มเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    28 ก.ย. 57

Syn 008 ปีศาจเริ่มเคลื่อนไหว

            ที่นี่นั้นช่างว่างเปล่า...

            มันไม่มีอะไรเลย...นอกจากสีขาว

            ร่างเล็กของอดีตจักรพรรดินั่งเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายมองทิวทัศน์รอบตัว...เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ครั้งแรกที่เธอหลุดเข้ามาที่นี่คือในตอนที่เธอได้สังหารมังกรมาร และมันก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมา เธอหลงเข้ามายังโลกกึ่งกลางหลายครั้งหลายครา แน่นอนว่าเรื่องนี้แม้แต่ไดรลูเกียร์ผู้ซึ่งได้รับความไว้วางใจมากที่สุดและเอวยานผู้ทำการดูแลรักษาเธออย่างใกล้ชิดที่สุดก็ยังไม่รู้

            ซินดาเทียนั่งเบื่อครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ตายสิ! อย่างน้อยก็หาใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนเธอสักคนไม่ได้รึไง!? อยู่คนเดียวแบบนี้เธอก็เหงาเป็นนะ เด็กสาวทำแก้มป่องอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะชะงัก

            จริงสิ...เธอรู้สึกว่ามีเรื่องบางเรื่องเกิดขึ้นที่นี่เมื่อตอนนั้น...ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เธอได้คุยกับอาเทอร์ในร่างจริงของเขา

            อะไรบางอย่างที่เธอลืมไปแล้ว และมันก็สำคัญมาก

            อดีตจักรพรรดิลองดึงแก้มตัวเอง มันรู้สึกเหมือนโดนมดกัด (หากเป็นคนปกติคงเจ็บ) เมื่อรู้ว่าตนยังมีความรู้สึก...งั้นก็ไม่ใช่ความฝัน แล้วเธอมาที่นี่ได้ยังไง? จำได้ว่า...เธอกำลังนอนอยู่นี่นา

            อีกอย่าง ปีศาจฝันไม่เป็น...และเธอไม่เคยฝันเหมือนชาวบ้านเขา!

            สุดท้ายแล้วซินก็ตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย...อย่างน้อยก็ยังดีกว่านั่งเฉยๆ อยู่ที่เดิม รอบตัวยังคงเป็นสีขาวอันแสนว่างเปล่าที่เด็กสาวเริ่มรู้สึกเอียนกับสีนี้แล้ว ทว่าร่างเล็กก็ชะงัก...เมื่ออยู่ๆ สีขาวรอบตัวก็มีสีสันขึ้นมา ไม่สิ ตอนนี้รอบข้างคือที่ไหนสักที่ กลิ่นนี้เด็กสาวจำได้ดีไม่มีวันลืมเลือน...กลิ่นคาวของเลือด ความวุ่นวายของสงคราม และความดำมืดของความตาย!

            ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกโพลงมองภาพตรงหน้า มนุษย์และปีศาจกำลังต่อสู้กับอย่างเอาเป็นเอาตาย มันคือสงคราม...หากทว่าสิ่งที่ทำให้เจ้าของดวงตาคู่นี้รู้สึกเหมือนกำลังหายใจไม่ออกคือภาพของหน่วยนักรบมังกร เพล และโคเรลต่างหาก!

            พวกเขาถูกฆ่า...โดยใครสักคน

            แม้จะชินกับภาพที่เห็นตรงหน้านี้ หากทว่าเมื่อคนที่ตายไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นเหล่าคนที่สำคัญของเธอ เด็กสาวรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังจะขาดใจตาย

            อะไร...ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร!?

            “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!

            เสียงคุ้นหูดังขึ้น เด็กสาวเงยหน้าขึ้นจากภาพตรงหน้าอย่างคนหมดแรง ร่างเล็กของเด็กปีศาจที่เธอเก็บมา...กำลังถูกใครบางคนในชุดผ้าคลุมสีดำมิดชิดพาตัวไป ซินรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เมื่อก้มหน้าลงมองตัวเอง...ปรากฏว่ามีดาบสีดำเล่มหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเสียบแทงเข้าที่อกซ้ายของเธอจนมิดด้าม

            หัวใจ...ที่ฟรองเซ่มอบให้เธอ

            มันกำลังถูกทำลาย...

            บุคคลในชุดดำหันมาฉีกยิ้มแสยะให้กับซิน รอยยิ้มบิดเบี้ยวเกินกว่าที่จะเป็นของมนุษย์ พร้อมกับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่ตรงเข้ามาในหัวของเธอ!

            “ลาเบียร์จะต้องพินาศ! พวกเจ้าต้องชดใช้! อะไรก็ตามที่เป็นของเจ้า ข้าจะทำลายมันให้หมด!!!

            ไม่...

            ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกโพลง เด็กสาวพูดกับตัวเองในใจ...เธอไม่รู้จักคนคนนี้ แต่คนคนนี้กำลังจะทำลายคนสำคัญของเธอ...

            ฟรองซ์...เชล...ชเรด...โคเรล...เพล...หรือแม้แต่คนอื่นๆ...

          ไดร...

            น้ำใสไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าเข้มทั้งสองข้าง รู้สึกว่าภายในร่างกายของตนในตอนนี้มันร้อนรุ่มแทนที่จะรู้สึกเย็นเยียบจากการที่เลือดในร่างกายไหลออกมามากเกินไป

            ไม่...ข้าจะไม่ให้เรื่องบ้าๆ พรรค์นี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!!!

            เฮือก!!!

            ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก มือเล็กข้างหนึ่งกำที่อกซ้ายแน่น...หัวใจดวงใหม่ที่ฟรองเซ่มอบให้ยังคงเต้นอยู่ ซินดาเทียถอนหายใจ แม้ว่ามันจะเต้นเร็วผิดปกติจนเธอนึกกลัว หากแต่มันก็ยังดีกว่าเมื่อครู่...ที่เธอไม่อาจสัมผัสได้เลยว่ามันเต้นอยู่หรือหยุดเต้นไปแล้ว

            เมื่อครู่มันอะไร...มันไม่ใช่ความฝันแน่นอน ในเมื่อมันรู้สึกสมจริงราวกับว่ามันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

            มืออีกข้างแตะที่แก้ม น้ำตาของเธอยังคงไหลไม่หยุด มันไหลออกมาอย่างไร้ความหมาย

            ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อกุมในหัวใจของอดีตจักรพรรดิอย่างช้าๆ ดวงตาสีฟ้าเข้มมองร่างเล็กที่นอนเตียงเดียวกับเธอ เรย์กะยังคงหลับใหล ใบหน้าน่ารักของอีกฝ่ายสดใส...คงกำลังฝันดีอยู่ มือเล็กยื่นไปลูบหัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา

            แม้แต่ปีศาจแท้ๆ อย่างเรย์กะยังมีความฝัน...ต่างจากเธอ

            “ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

            ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ข้าจะไม่ยอมให้มาทำร้ายคนสำคัญของข้าเด็ดขาด!

 

            เสียงดาบไม้กระทบกันอย่างแรงกับเสียงร้องเรียกขวัญของเหล่าทหารดังขึ้นไปทั่วบริเวณลานฝึก ฮาลและเรย์กะที่ยังคงเป็นทหารฝึกหัดอยู่ถูกส่งมาร่วมฝึกกับทหารคนอื่นๆ ของซาเดียด้วย...ด้วยเหตุผลที่ซินให้เอาไว้ว่า เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากที่นี่ไปให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่เข้าใจว่าซินคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ฮาลซึ่งเป็นศิษย์รัก (?) นั้นพร้อมจะตอบสนองความต้องการของอาจารย์ (?) ได้ทุกเรื่อง

            แต่เป็นเพราะซาเดียไม่มีทหารที่เป็นผู้หญิง ซ้ำฮาลผู้ซึ่งมีร่างกายอ่อนแอ (แต่ก็ยังเป็นถึงระดับราชามังกรอยู่ดี) ดังนั้นรินกะจึงต้องมาเป็นคู่ซ้อมให้กับเรย์กะเสียเอง...ทั้งที่เธอก็ได้เป็นทหารเต็มขั้นรวมทั้งเป็นหมอหลวงระดับสูงไปแล้ว

            และด้วยผลจากพิธีกรรมท้าดวล...เธอจึงต้องมาคอยดูอาการที่อาจจะย่ำแย่ลงของฮาลตามคำสั่งของซินอยู่ดี

            “...ทำไมลานฝึกของที่นี่ถึงได้ดูหรูหรากว่ามอลโนวาล่ะ” ซินถามทั้งที่ยังนั่งกัดขนมปังอยู่บนขั้นบันไดทางลงไปยังลานฝึกข้างล่าง

            “ไม่หรอก ลานฝึกทั้งสี่หอก็เป็นเหมือนที่นี่นั่นแหละ แต่เจ้าก็รู้นี่ว่าการฝึกของเจ้ามันโหดไม่เหมือนชาวบ้านเขา แถมทหารแต่ละคนของหอเราก็เถื่อนๆ (?) กันทั้งนั้น ขืนให้ไปฝึกลานซีเมนต์แบบนั้นได้เสียงบประมาณซ่อมแซมไปในแต่ละวันไม่ต่ำกว่าสามแสนมอลอน (มอลอนเป็นสกุลเงินของอาณาจักรมอลโนวา) แน่” เพลที่นั่งดูการฝึกของทหารที่นี่ข้างๆ ดับแว่นที่เริ่มเลื่อนลงให้กลับเข้าที่พลางตอบคำถามของซิน

            วันนี้คนในหน่วยคนอื่นๆ ออกไปตรวจตราและสืบข่าวนอกวังกันหมด มีเพียงแค่ซิน เพล รินกะ เรย์กะ และฮาลเท่านั้นที่อยู่ในวัง แม้ฮาลจะอยู่ในหน่วยนักรบมังกรและเรย์กะที่เป็นเด็กใหม่ที่ได้รับภารกิจนอกอาณาจักรเป็นงานแรกแต่ถึงยังไงทั้งสองก็ยังเป็นเพียงแค่ทหารฝึกหัด ซินจึงได้ทำเรื่องให้ทั้งสองคนฝึกซ้อมร่วมกับทหารคนอื่นๆ ในอาณาจักรนี้จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น เพราะถึงจะออกมาทำภารกิจ แต่ซินคิดว่านั่นไม่ใช่ข้ออ้าง เป็นแค่ทหารฝึกหัดก็ต้องฝึกไปซะ!

            ด้วยเหตุนี้เองทำให้ฮาลและเรย์กะต้องมาฝึกซ้อมกับทหารที่นี่โดยมีรินกะพ่วงมาด้วย...

            “การฝึกของที่นี่เป็นยังไงบ้าง” ซินยังคงถามชายร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ตนโดยไม่สนใจที่ถูกอีกฝ่ายว่า ไม่เหมือนชาวบ้าน

            “เป็นการฝึกธรรมดาๆ ทั่วไป เหมือนกับหออีกสามหอ...ต่างจากที่เจ้าให้ทหารฝึกหัดของหอเราฝึกโดยสิ้นเชิง” เพลที่ทำการเก็บข้อมูลมาได้ระยะหนึ่งแล้วตอบอย่างรวดเร็ว “แต่มันก็มีความจำเป็นกับฮาลและเรย์กะ สังเกตได้จากการเคลื่อนไหวของฮาลที่ดูดีขึ้นกว่าตอนอยู่ในอาณาจักร”

            “งั้นรึ”

            “...ตอนที่พวกเจ้าอยู่ด้วยกันสมัยเด็ก ใครเป็นคนสอนให้ฮาลต่อสู้หรือ” เพลอดที่จะถามไม่ได้...นี่เป็นเรื่องที่เขา ไม่สิ ทุกคนในหอเซาท์สงสัยมานาน แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามออกไป

            “ไดร”

            ชื่อของคนที่เป็นมังกรคู่หูของซินทำเอาเพลทำหน้าเหมือนเห็นผี “ไดร...จริงๆ หรือ?”

            “ทำไม?”

            ไม่มีคำตอบกลับมา หากแต่ใบหน้าของเพลมันฟ้องว่า รอดมาได้ยังไง ทำให้ซินเข้าใจ...

“ไดรไม่ได้โหดขนาดนั้นสักหน่อย ยังไงฮาลก็ร่างกายอ่อนแอ แถมยังไม่ได้คิดร้ายกับพวกข้า ยังไงไดรก็ต้องดีด้วยอยู่แล้ว”

            “...”

            “วันแรกที่ฮาลเข้ามาเจ้าไม่เห็นหรือว่าการควบคุมไฟของฮาลมันดีเยี่ยมแค่ไหน ขนาดรุ่นพี่ของพวกเราหลายคนยังทำไม่ได้เลย”

            นั่นคือความจริง เพลเถียงไม่ออก ใช่ มันเป็นอย่างที่ซินพูด การควบคุมไฟของฮาลดีเยี่ยมชนิดหาตัวจับยาก ทั้งๆ ที่ฮาลเป็นผู้ใช้พลังจิตแท้ๆ หากซินพูดว่าฮาลเคยได้รับการสั่งสอนจากไดรกอนคนนั้นเขาก็ไม่แปลกใจอะไร เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่ามังกรแสงตนนั้นทั้งสง่างามและน่าเกรงขามมากแค่ไหน ถึงขนาดเลี้ยงซินให้มาเป็นแบบนี้ได้...นับว่าเจ้าตัวต้องโหดและมีความสามารถมากกว่าซินเป็นไหนๆ แน่

            การควบคุมไฟเป็นพื้นฐานที่มังกรแต่ละตนต้องมี ไม่ว่าจะเป็นมังกรสายพันธุ์ไหนก็ตาม

            “ข้าคิดภาพไม่ออกจริงๆ” หากแต่เรื่องที่ไดรกอนจะอ่อนโยนนี่เขานึกไม่ออกจริงๆ แต่ภาพที่ไดรกอนอ่อนโยนกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากลับแจ่มชัดอยู่ในสมองโดยไม่ต้องเสียเวลานึก

            ในโลกนี้ไม่มีใครสำคัญกับมังกรแสงตนนั้นมากไปกว่าเด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้

            โครม!!!

            ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันเสียงเอะอะโครมครามด้านล่างก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทั้งสองหันขวับไปมองตามเสียง...เพลอ้าปากเหวอในขณะที่ซินทำเพียงแค่เบิกตากว้าง ตกตะลังกับภาพที่เห็นตรงหน้า!

            “ปล่อยนะโว้ย! เจ้ามังกรงี่เง่า!!” ทหารนายหนึ่งที่ซินจำได้ว่าเป็นคู่ซ้อมของฮาลแต่ตอนนี้อยู่ใต้ร่างของมังกรครึ่งภูติร้องออกมาด้วยน้ำเสียตกใจปนตื่นตระหนก

            ทั่วทั้งสนามซ้อมต่างหยุดนิ่ง มองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าตนด้วยสายตาอึ้งค้าง

            โดยเฉพาะเพลกับรินกะที่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นร่างกายอ่อนแอปวกเปียกมากแค่ไหน

            “ไม่ปล่อย! จนกว่าเจ้าจะยอมขอโทษอาจารย์ข้า!!” ฮาลกัดฟันกรอดด้วยความกราดเกรี้ยว ท่ามกวางความไม่เข้าใจของผู้คน

            “ไม่มีทาง! ทำไมข้าต้องไปขอโทษเจ้าคนไม่เต็มนั่นด้วย!!” ตะโกนสวนกลับพลางหันไปมาทางซินที่ยังคงนั่งเอ๋อไม่รู้เรื่องกันชาวบ้าน นั่นทำให้คนอื่นๆ หันมามองตาม

            “...ข้าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเจ้าทหารนั่นพูดถึงเจ้าแล้วฮาลเกิดไม่พอใจขึ้นมานะ” เพลดันแว่นพลางกระซิบบอกซินในสิ่งที่ตนสันนิษฐาน

            “...ข้า?” ซินชี้นิ้วที่ตัวเองอย่างไม่เชื่อ

            “ก็เออน่ะสิ!!!” ทหารนายเดินตะโกนลั่น...แม้จะถูกฮาลทับอยู่ก็ตาม เมื่อเห็นทหารนายนี้ตะคอกเสียงใส่ซินฮาลก็เพิ่มแรงกดที่มือของตนลงบนลำคอของอีกฝ่ายมากขึ้น!

            เมื่อเริ่มเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ร่างเล็กก็ลงเข้าไปในสนามอย่างเร็วเร็วจนแม้แต่นักรบมังกรอย่างรินกะยังมองไม่ทัน! ทุกคนในสนามชะงักกับการปรากฏตัวอย่างรวดเร็วของซินที่ตอนนี้ยืนอยู่ต่อหน้าฮาล ทุกคนมองจุดที่เจ้าอยู่เล็กนั่งอยู่เมื่อครู่กับจุดที่ซินอยู่ตอนนี้...ระยะห่างกันมากเกินไปที่จะลงมาได้รวดเร็วเช่นนี้ เร็วว่าใช้เวทเคลื่อนย้ายระดับสูงเสียด้วยซ้ำ!!

            มือเล็กจับร่างของฮาลออกจากทหารผู้น่าสงสารที่โดนทับอยู่ตั้งนานได้อย่างง่ายดายราวกับยกแก้วเปล่า ทหารแห่งซาเดียตาค้างกันอีกครั้ง เฮ้ๆ ง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ!? ทหารระดับสูงที่นั่งไปกองอยู่กับพื้นนั่นยังทำให้ฮาลขยับเขยื้อนไม่ได้เลยไม่ใช่รึไง แล้วเจ้าเด็กนี่ตัวเล็กว่าทหารนายนั้นตั้งเยอะกลับยกออกได้ง่ายๆ แบบนี้เลยรึ!?

            เหนือสิ่งอื่นใด...ฮาลตัวสูงใหญ่กว่าซินอีกไม่ใช่หรือไง!?

            ทหารนายนั้นรีบลุกขึ้นมาสูดอากาศเข้าปอดเมื่อเป็นอิสระ หากทว่าในตอนนี้ทหารแห่งซาเดียทุกคนที่อยู่ในสนามต่างมองซินราวกับมองสัตว์ประหลาดน่าสะพรึง

            รินกะกับเพลที่เป็นผู้มองตั้งแต่เริ่มเมื่อเห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็หน้าซีด ซินต้องไม่พอใจมากแน่ๆ ที่ตนถูกมองแบบนั้น หากทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวหรือพูดอะไรออกไปซินก็พูดขึ้นมาก่อน

            “ขอโทษซะ” ดวงตาสีฟ้าเข้มทอประกายดุดันติเตือนใส่ฮาลพลางชี้นี้ไปที่ทหารผู้เคราะห์ร้ายเมื่อตนปล่อยมือออกจากคอเสื้อของฮาลแล้ว

            “!!!” ทุกคนตกใจกับสิ่งที่คาดไม่ถึงนี้ ซินไม่โกรธที่โดนทหารนายนั้นว่าเช่นนั้น แต่กลับโกรธฮาลที่ทำร้ายอีกฝ่ายงั้นรึ!?

            เพลที่เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของซินและพอจะเดานิสัยของเด็กสาวได้บ้างมองเพื่อนสนิทของตนด้วยความซาบซึ้งที่ซินไม่คำพูดของอีกฝ่ายเก็บมาคิด (ทั้งที่พวกเขาที่ไม่ได้ถูกว่ายังอดรู้สึกเคืองไม่ได้เลย)

            “แต่มันดูถูกอาจารย์เอาไว้นะครับ!” ฮาลตกใจกับสิ่งที่ซินพูดออกมา ประโยคที่ครึ่งมังกรหนุ่มพูดถึงอีกฝ่ายนั้นบ่งบอกถึงความไม่ชอบใจอย่างชัดเจน “ข้าจะไม่ขอโทษมันหากมันไม่ขอโทษอาจารย์!

            “ฮาล!” ทุกคนสะดุ้งเฮือกด้วยความกลัวอย่างห้ามไม่อยู่กับน้ำเสียงที่ซินใช้เรียกครึ่งมังกรหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว้าตนด้วยดวงตาที่คนถูกมองหรือคนอื่นๆ ไม่อาจคาดเดาความคิดได้ “ข้าไม่ใช่อาจารย์ของเจ้าแต่เป็นรุ่นพี่ของเจ้า อาจารย์ของเจ้ามีเพียงแค่ท่านทวดของข้าเท่านั้น เพราะฉะนั้น...ขอโทษเจ้านี่ซะ”

            “ไม่! ยังไงมันก็ดูถูกท่านอยู่ดี ข้าไม่ยอมให้ใครที่ไหนมาดูถูกท่านหรอก ยิ่งอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่มนุษย์ด้วยแล้ว...พวกมันไม่สำนึกบุญคุ...”

            ผัวะ!! ทุกคนตกใจคำรบสองเมื่อซินต่อยหน้าฮาลโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้พูดจบ...พวกเขาไม่คิดว่าซินจะต่อยฮาลที่เป็นเพื่อนร่วมหน่วยแบบนี้!

            “เจ้าไม่ควรดูถูกมนุษย์” ดวงตาสีฟ้าเข้มนั้นดูเยือกเย็นกว่าทุกทีจนคนมองตัวสั่นด้วยความกลัว หากแต่บรรยากาศเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กของซินก็หายไปเมื่อมือเล็กวางทาบบนแก้มของฮาล...ตรงกับที่ตนต่อยไปเมื่อครู่ “ผู้ชายคนนั้นที่ท่านแม่ข้ารักเป็นมนุษย์ ท่านแม่ของข้ามีสายเลือดมนุษย์ และข้า...ก็มีสายเลือดมนุษย์เช่นกัน” รอยยิ้มบางราวกับปลอบโยนถูกส่งให้ราชามังกรโลหิตที่แม้จะตัวใหญ่กว่าแต่ก็ยังเป็นได้แค่เด็กน้อยในสายตาของซิน “เจ้าเกลียดข้าหรือ?”

            “ไม่! ข้าไม่เกลียดท่าน! ไม่เคยคิดที่จะเกลียด ข้าจะเกลียดท่านได้ยังไง!!” ฮาลแนบฝ่ามือของตนทาบทับฝ่ามือเล็กที่จับแก้มของตน “ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ มอบชีวิตใหม่ให้ข้า ท่านกับท่านผู้นั้นเมตตาข้าเหลือเกิน...แล้วข้าจะเกลียดท่านได้ยังไง!!” แล้วเด็กหนุ่มก็ร้องไห้ออกมา...ทำเอาวงแตกเลยทีเดียว เฮ้ยๆ นี่ถึงขั้นร้องไห้เลยเรอะ!? ทุกคนแตกตื่นตกใจไม่เว้นแม้กระทั่งพวกเดียวกัน ส่วนเพลที่ยังนั่งอยู่ที่ขั้นบันไดดันแว่นมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจ

            เรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยเด็กนั่น...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เพลสงสัย แม้ซินจะบอกว่าช่วยชีวิตอีกฝ่ายที่ตอนนั้นอ่อนแอมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เอาไว้ก็เถอะ แต่เป็นเอามากซะขนาดนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มีแค่นั้นแน่

            หรือฮาลจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าซินในตอนนั้นเป็นจักรพรรดิ?

            มีส่วน...เพราะดูๆ แล้วฮาลเกรงใจซินกับไดรกอนมากกว่าที่ราชามังกรหรือแม้แต่มังกรธรรมดาๆ ควรจะเป็น การที่มีคนช่วยชีวิตเอาไว้ทั้งคนคนนั้นยังเป็นถึงจักรพรรดิที่จะปล่อยให้มังกรแรกเกิดที่ทั้งอ่อนแอและดูเหมือนจะตายได้ตลอดเวลาอย่างฮาล (ซินเล่าเรื่องฮาลในสมัยเด็กให้พวกโคเรลฟัง) สำหรับคนที่ถูกช่วยชีวิตแล้วก็คงจะรู้สึกเหมือนว่าตนได้เกิดใหม่หรือตนได้โอกาสในสิ่งที่แม้แต่ผู้ที่เป็นถึงราชายังไม่อาจได้รับคงจะทำให้ฮาลรู้สึกว่าอีกฝ่ายที่สูงส่งขนาดนั้นให้ความสำคัญกับตนทั้งที่ตนต่ำต้อยเป็นสิ่งที่วิเศษมากและเป็นบุญคุณอย่างหาที่เปรียบไม่ได้อะไรเทือกนั้นล่ะมั้ง

            หารู้ไม่ว่าซินไม่ได้หวังอะไรแบบนั้นจากอีกฝ่ายเลยสักนิด...

            มือเล็กอีกข้างที่ยังว่างลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างปลอบโยน เมื่อฮาลเลิกร้องไห้แล้วซินก็กลับเข้าเรื่อง...ต้นเหตุที่เกิดความวุ่นวายเมื่อครู่ทั้งหมด

            “เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเข้าใจแล้วว่ามนุษย์ก็ไม่ได้แย่อะไร เพราะฉะนั้น...ไปขอโทษเจ้านั่นซะ”

            “ข้า...ขอโทษกันเรื่องเมื่อครู่ด้วย” ฮาลยอมขอโทษแต่โดยดี...แม้จะไม่เต็มใจก็เถอะ

            “ดีมาก ลูกผู้ชายต้องแบบนี้” ซินตบไหล่ฮาลแล้วยกนิ้วโป้งให้ “เดี๋ยวเที่ยงนี้ข้าพาไปกินอาหารอร่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศหน่อยเป็นไง”

            ฮาลยิ้มแหยกับเรื่องของกินอยู่ฝังอยู่ในหัวของซินอยู่ตลอดเวลา หากแต่ก็ตอบรับอย่างเต็มใจ นายทหารที่เคยดูถูกซินเริ่มอึกอักด้วยความลำบากใจ...เขาก้มหัวลงให้ซินท่ามกลางความตกใจระคนแปลกใจของทุกคน

            “ข้าเองก็ต้องขอโทษเจ้าด้วย”

            “ไม่เห็นเป็นไรนี่ ในเมื่อในโลกนี่ไม่มีใครที่ไม่ถูกนินทาแล้วก็ต้องไม่มีใครไม่ไม่โดนดูถูกด้วยเช่นกัน ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก”

            ทุกคนแปลกใจกับความคิดของซิน...มันแปลกจริงๆ อย่างที่ข่าวลือว่าจริงๆ นั่นแหละ แต่เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่ถือโทษโกรธเคืองตนนายทหารคนนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “เพราะฉะนั้นแล้วเจ้าน้องชาย...ไปหาอะไรกินกัน ข้ารู้ว่าตอนนี้ร่างกายของเจ้าคงจะถึงขีดจำกัดแล้วล่ะ” ซินตบหลังฮาลแผ่วเบาเป็นเชิงให้อีกฝ่ายเดินนำหน้า...โดยไม่ลืมที่จะจูงมือภรรยาจำเป็นอย่างเรย์กะและเพื่อนสนิทอย่างเพลไปข้างนอกด้วย

            ...ทิ้งรินกะเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

            “เอ๊ะ!? นี่ข้าถูกลืมงั้นหรือ!!!” รินกะเริ่มรู้สึกตัวเมื่อทั้งสามคนไปแล้ว...หมอหลวงสาวแห่งมอลโนวาแทบจะปล่อยโฮ วอเรนที่ซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าเสื้อของรินกะจึงรีบปลอบก่อนที่คู่หูของตนจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

 

            ภายในร้านอาหารรินทางที่มีผู้เดินทางแน่นขนัดเต็มไปหมด ฮาลกับเรย์กะมองจานอาหารมากกว่าสิบจานที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าที่พวกเขานั่งด้วยสายตา...แปลกใจระคนตกใจ แม้อาหารที่สั่งมาจะไม่ได้หรูหราหรือแพงอะไรมากมาย มันนับว่าราคาถูกด้วยซ้ำ แต่สั่งมาเยอะขนาดนี้...

            “อาจา...เอ่อ รุ่นพี่ซิน ตอนนี้พวกเราอยู่กันแค่สี่คนนะ” ฮาลถามเชิงเตือนเด็กสาวตรงหน้า มีกันแค่สี่คนจะกินหมดรึ!?

            “ไม่ต้องเป็นห่วง มื้อนี้ข้าจ่าย” ซินยิ้มแฉ่ง เนื่องจากอาหารในแต่ละมื้อเธอไม่เคยออกเพราะฟรองเซ่ เชล และชเรดแย่งกันจ่าย (มื้อดึกคาชีล์ก็เป็นคนเลี้ยงทุกรอบ) ทำให้รายจ่ายไม่เคยกระเด็นเล็ดลอดออกจากกระเป๋า

            ท่าทางนั่น...ท่านกำลังตื่นเต้นอยู่ใช่ไหม? ฮาลหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้า...ที่แก่กว่า ท่าทางกระตือรือร้นเช่นนั้นทำให้ฮาลรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะตื่นเต้นไม่น้อย เขารู้จากพวกรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนของซินว่าแม้ดรูว์จะแอบหนีออกจากวังบ่อยตอนที่ทุกคนเผลอแต่ซินกลับไม่เคยได้ออกไปข้างนอกเช่นนั้นเหมือนดรูว์ เพราะตอนนั้นมอลโนวาอยู่ในช่วงที่ต้องปะทะกับควาเซและมังกรมาร พอกลับมาก็ร่างกายอ่อนแอจนฟรองเซ่ไม่เคยปล่อยให้หนีหายไปจากสายตา ดังนั้น...การที่รุ่นพี่ซินที่น่ารักของทุกคนจะมีโอกาสใช้เงินของตนเองจับจ่ายใช้สอยจึงเป็นศูนย์

            ฮาลมองท่าทางตื่นเต้นของรุ่นพี่ตรงหน้าแล้วก็ยิ้มออกมา...เขาไม่เคยเห็นซินมีท่าทางตื่นเต้นแบบนี้มาก่อนตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในป่ากินคน ไม่สิ ตอนนั้นต้องเป็นดรูว์ต่างหาก เพราะซินเพิ่งจะตื่นขึ้นมาเมื่อเกือบสองปีก่อนนี่เอง

            “ข้าจ่ายดีกว่านะ” เพลยิ้มแหย ขืนฟรองเซ่ เชล และชเรดมารู้ทีหลังว่าซินมากินข้างกับเขาแล้วซินเป็นคนจ่าย...รับรองว่าสามคนนั้นตรงมาฉีกอกเขาแน่

            ก็นะ เล่นแย่งกันจ่ายทุกมื้อเพื่อไม่ให้เงินของซินออกจากกระเป๋าเลยนี่นะ

            “ไม่” ซินปฏิเสธพลางทำแก้มป่องอย่างเด็กที่ถูกขัดใจ

            “ซิน...ข้าขอร้องล่ะ เจ้าคงยังไม่อยากให้ข้าอายุสั้นก่อนวัยอันควรเพราะสามคนนั้นใช่ไหม?”

            “หืม?”

            เพลตบหน้าผากตัวเองอย่างแรง ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน เขาก็ชอบนะที่ซินใสซื่อจนไม่มีพิษมีภัยกับใคร (แน่หรือ?) แต่ไม่รู้เรื่องถึงขั้นนี้มันก็น่าเหนื่อยใจนะ! เขาล่ะยอมรับความอดทนของฟรองเซ่ที่มีต่อซินจริงๆ

            “เอาเป็นว่ามื้อนี้ข้าเลี้ยงล่ะกันนะ” เพลยิ้ม...กึ่งขอร้อง ซินยอมพยักหน้ารับอย่างเสียมิได้

            “เอ่อ ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ข้าหมายถึงอาหารบนโต๊ะนี่มันไม่เยอะเกินไปหน่อยสำหรับพวกเราสี่คนรึ” ฮาลเริ่มพูดขึ้นมาเมื่อเห็นใบหน้าเคร่งเครียดที่เหมือนกับจะร้องไห้ของรุ่นพี่ชายร่างผอมแห้งตรงหน้า

            “ไม่หรอก” เพลปัดมือไปมาด้วยท่าทางเหมือนไม่ทุกข์ร้อน หัวคิ้วของชายร่างแห้งขมวดเข้าหากัน “สมัยเด็กซิน...เอ่อ ดรูว์กินน้อยหรือ?”

            “ข้าไม่เคยเห็นท่านดรูว์กินเลยต่างหากครับ” แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เพลก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมาแต่ฮาลก็ตอบกลับไป

            “งั้นเจ้าก็ดูซะ”

            จบคำของเพล ฮาลก็หันไปมองซินด้วยความสงสัย แน่นอนว่าเรย์กะก็เช่นกัน ทั้งสองชะงัก...เมื่อจานเปล่าหลายใบที่มีคราบอาหารติดอยู่ถูกวางซ้อนกันเป็นตั้งด้านหนึ่งของซิน!

            ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?

            แต่ไม่ว่ามันจะเป็นยังไงก็ช่าง ที่พวกเขาสงสัยก็คือตัวเล็กๆ อย่างซินกินเยอะขนาดนี้เลยรึ

            “การฝึกของที่นี่เป็นยังบ้างล่ะฮาล พอไหวไหม?” ฮาลชะงักเมื่อจู่ๆ ซินก็ถามขึ้น

            “...ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกว่าร่างกายของข้าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง...”

            “แน่ใจว่าตนเองพ่นไฟได้หรือเปล่า”

            “เอ๊ะ!?” ฮาลตกใจเมื่อเจอคำถามนี้ แน่นอนว่าเพลเองก็ด้วย

            “หมายความว่ายังไง?” เพลหันไปถามซิน

            เป็นที่รู้กันของทุกคนว่ามังกรทุกคน...ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหน พวกมันต่างพ่นไฟได้ทุกตก แล้วทำไมจู่ๆ ซินถึงถามอะไรออกมาแบบนี้!?

            “ร่างกายของฮาลอ่อนแอเกินกว่าที่จะพ่นไฟได้ ในตอนนั้นไดรจึงเลือกฝึกให้ฮาลควบคุมไฟให้ได้ เพราะไดรคิดว่าถึงจะพ่นไฟไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ควบคุมไฟให้ได้ก็ยังดี”

            “เอ่อ...ที่พูด...” เรย์กะที่ยังไม่รู้ว่าฮาลไม่ใช่มนุษย์เริ่มไม่เข้าใจ ซินที่เพิ่งจะนึกได้ก็ร้องออกมา

            “ฮาลเป็นสายเลือดต้องห้ามน่ะ เป็นมังกรครึ่งภูติ” ซินพูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่ในกลุ่ม...โดยละเอาไว้ว่าแม่ของฮาลเป็นภูติอะไร เรย์กะหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ อย่างไม่เชื่อสายตา

            “ฮาล...ไม่เหมือนมังกรเลยนะ”

            ฮาลยิ้มแห้งๆ กับคำพูดของเรย์กะ ทุกคนในหอเซาท์เองก็ไม่รู้เรื่องนี้จนซินพูดขึ้นมาเมื่อหลายวันก่อน เพราะร่างกายที่อ่อนแอยิ่งกว่าผู้หญิงของเขาเองที่ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นมังกร

            และเพราะเหตุนี้เองจึงไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นสายเลือดต้องห้าม รอดจากการตามล่าไปได้อย่างง่ายดายเพราะไม่มีใครสนใจ

            “...ดูพวกเจ้าสนิทกันดีนะ” ซินพูดขึ้นมาลอยๆ ทว่านั่นกลับเป็นประโยคที่ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งตกใจ

            “เอ๋!?

            “โอ๊ะ ร้องออกมาพร้อมกัน หน้าแดงเหมือนกันด้วย”

            ทั้งสองคนหันขวับมองคนข้างๆ แล้วก็หลบตาอีกฝ่าย ซินมองอาหารของสองคนตรงหน้า...แล้วหันไปถามเพื่อนสนิทของตนที่นั่งอยู่ข้างๆ

            “ข้าว่าสองคนนั้นแปลกๆ นะเพล พวกเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

            ฟังดูก็รู้ว่ากำลังเป็นห่วง แต่เพลกลับถอนหายใจให้กับความไม่รู้เรื่องของซิน “ก็...เหมือนกับความสัมพันธ์ของเจ้ากับฟรองเซ่นั่นแหละ”

            “พวกเขาเชื่อใจกันแล้วงั้นรึ? เร็วจริงๆ”

            เพลอ้าปากพะงาบๆ ...ลืมไปเลยว่าเจ้าเด็กข้างตัวนี่มันความรู้สึกช้า! ชายหนุ่มร่างแห้งถอนหายใจ มือข้างหนึ่งลูบหัวคนตัวเล็กกว่าที่นั่งข้างตน

            “สองคนนั้นยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แต่...ข้าหมายถึงเรื่องที่เจ้าหมั้นกับฟรองเซ่น่ะ” ประโยคหลังเพลกระซิบกับซิน ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้าง มองสองคนตรงหน้าด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

            ซินกระแอมไอขึ้นมาก่อนที่จะพูดขึ้นในเมื่อเรื่องเป็นอย่างนี้ข้าก็คงจะพูดได้ง่ายขึ้น ฮาล ในฐานะที่เรย์กะเป็นคู่หูของเจ้า ดูแลนางให้ดีๆ จงใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีเพื่อปกป้องนางเอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

            เอ๊ะ!?” ทั้งฮาลและเรย์กะหน้าเหวอเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพลก็ด้วยเช่นกัน

            เนื่องจากทหารฝึกหัดของหอเซาท์ในปีนี้มีจำนวนเป็นเลขคี่ และฮาลเป้นทหารฝึกหัดเพียงหนึ่งเดียวที่ได้อยู่สายพิเศษ F เขาจึงไร้คู่หู จวบจนเรย์กะเข้ามาอยู่ในสายพิเศษ F ทั้งสองจึงได้กลายเป็นคู่หูกันไปโดยปริยาย นี่คือเรื่องที่เข้าใจกันของทุกคน แต่ที่เพลและฮาลไม่เข้าใจ...ทำไมต้องเป็นฮาลด้วยล่ะ!?

            “...ลำบากใจหรือเปล่า?”

            “ไม่ครับ! คือ...ข้าแค่แปลกใจ...”

            “ไม่เชื่อใจ?”

            ฮาลยิ้มแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าเชื่อใจท่านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสมัยเด็กหรือตอนนี้...เพราะท่านมักจะมองการณ์ไกลและคิดแผนการต่างๆ เอาไว้อยู่เสมอ”

            เรย์กะมองคู่หูของเธอ...แม้แต่ฮาลก็เชื่อใจซิน แต่เหตุผลที่เขาให้เมื่อครู่...

            “ซินกับฮาลรู้จักกันมานานแล้วหรือ”

            “ใช่ ตอนนั้นข้ายังเด็กมาก ร่างกายของข้าก็อ่อนแอมากด้วย ในตอนนั้นข้ากำลังถูกสัตว์ร้ายในป่ากิน แต่ท่านดรูว์...จิตอีกส่วนของรุ่นพี่ซินกับท่านไดรกอนก็มาช่วยข้าเอาไว้เสียก่อน ทั้งยังสอนวิธีการต่างๆ ในการเอาชีวิตรอดให้ข้าจนทั้งสองออกจากป่าไป เป็นบุญคุณที่ไม่ว่ายังไงข้าก็ทดแทนให้ไม่หมด”

            เสียงกรีดร้องระงมดังขึ้นนอกร้าน ทั้งสี่คนชะงักกับเสียงที่อยู่ไม่ห่างจากจุดที่พวกตนอยู่ ทั้งสี่วิ่งออกไปโดยที่เพลไม่ลืมวางเงินค่าอาหารไว้ เมื่อทั้งสี่วิ่งมายังจุดต้นเหตุก็เห็นว่าฟรองเซ่มาถึงก่อนพวกตนแล้ว

            “เกิดอะไรขึ้น?” ซินถามฟรองเซ่ด้วยน้ำเสียงและใบหน้าเรียบนิ่งเมื่อเห็นศพเละๆ ของใครสักคน...ไม่สิ สามคนตรงหน้า เรย์กะถึงกับหน้าซีดจึงยกมือขึ้นปิดปาก

            “ไม่รู้ ข้าเองก็เพิ่งมาถึง” เห็นได้ชัดว่าใบหน้าของฟรองเซ่แฝงไว้ซึ่งรอยกังวล ดวงตาสีฟ้าเข้มมองรอบด้าน...ชาวบ้านต่างก็มุงดูด้วยความสนใจปนหวาดกลัว แต่รอบๆ ก็มีพวกเชลคอยกั้นเอาไว้ไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาในที่เกิดเหตุ

            “เกิดอะไรขึ้น!?” เสียงทุ้มตื่นตระหนกดังขึ้นจากด้านหลัง รัชทายาทแห่งซาเดียวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความกังวล

            “มีคนถูกฆ่า” ซินตอบเรียบๆ ดวงตาสีฟ้าเข้มหรี่มองเมื่อจมูกของตนได้กลิ่นอะไรบางอย่างจากศพทั้งสาม

            “ได้อะไรบ้าง” ฟรองเซ่หันมาถามซิน ท่ามกลางความแปลกใจของวอลโรและทหารคนอื่นๆ ที่วิ่งตามหลังวอลโรมา

            “ข้าได้กลิ่น...ปีศาจ”

            ชาวบ้านแตกฮือเมื่อได้ยินว่าเป็นฝีมือของปีศาจ ซินเม้มปากหลับตาแน่น พยายามนึกถึงกลิ่นที่ตนได้กลิ่นอยู่ว่ามันเป็นกลิ่นของอะไร

            “กลิ่นโคลนเน่า สาปเลน สนิม แล้วก็...” ซินถอนหายใจ “ข้านึกออกแค่นี้ อีกหนึ่งกลิ่นมันคุ้นมากแต่ข้าจำไม่ได้ว่ามันเป็นกลิ่นอะไร...!!

            ซินกับฟรองเซ่ดีดตัวหนีไปคนละทาง หลบคมดาบของบุคคลปริศนาที่ร่วงมาจากข้างบนได้อย่างหวุดหวิด ชาวบ้านแตกตื่นเมื่อเห็นเหตุการณ์นั้นและวิ่งหนีกันไปคนละทาง วอลโรและทหารแห่งซาเดียตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว! สายลมพัดฮูดของผ้าคลุมที่คลุมใบหน้าของผู้มาใหม่จนเปิดออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำละเขาโค้งงอที่งอกออกมาจากขมับทั้งสองข้าง

            “ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันดีของเจ้านะ...ล่ำลาครอบครัวเอาไว้แล้วหรือยังล่ะ?” ซินพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หากแต่มันกลับทำให้เหล่าคนฟังรู้สึกหนาววูบ!

            “ปีศาจกับปีศาจ...สินะ?” เพลยิ้มแหย ก็คิดเอาไว้อยู่หรอกว่ามาทำภารกิจนี้จะต้องมีเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

            ปีศาจ (จริงๆ) กับปีศาจ (ที่ผู้คนเรียก) ไม่อยากจะคิดเลยว่าผลที่ออกมาจะเป็นยังไง!

 

 

--------------------------------------------------

            จบไปอีกตอน (+_+;;;) รีบปั่นเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ!

            เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป (ซึ่งไม่รู้ว่าจะมาอีกเมื่อไหร่)

 

            วันนี้วันอะไรเอ่ย?

 

            มุขค่ะมุข มันเป็นเพียงแค่มุข ไม่มีผลใดๆ ต่อควาเซ II ทั้งสิ้นค่ะ (ไม่มีจริงๆ นะ)

 

            คห. 113 และ 114 เรื่องสารบัญตัวละครเอาไว้คราวหน้านะคะ ตอนนี้กำลังจัดหมู่ (?) อยู่ค่ะ เสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

            คห. 113 และ 119 คาชีล์ (หรือโอเมโตะ) คือกษัตริย์แห่งวิชเทห์คนปัจจุบัน เป็นเพื่อน (?) ของดรูว์ค่ะ ดรูว์ชอบเรียกว่า โอโตเมะ ด้วยเหตุผลเพราะเรียกง่ายดี =-= โผล่ออกมาใน Druw 025 และ Druw 026 ค่ะ (ตัวประกอบแฮททุกคนมีประโยชน์ ^^+)

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #140 tweeny (@tweeny-witch) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 13:27
    ค้างงงง มาต่อเร็วๆนะคะ> <
    #140
    0
  2. #134 no name (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 20:08
    มาต่อเหอะ พลีสสสสสสสส
    #134
    0
  3. #132 jin...don (@ryu_na) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 21:58
    ซินสู้ๆ กำลังสนุกเลยมาต่อเร็วๆนะค่ะไรท์
    #132
    0
  4. #131 พิรุณสีชาด (@maoalna) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 17:38
    มาอัพแว้วววว
    #131
    0
  5. #130 creamnaka-3- (@creamnaka-3-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 16:41
    นุหหนาน
    #130
    0
  6. #129 Pastel (@adiwan-liu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:39
    ไรท์ค้างมากกกกกก(ถึงมากที่สุด)
    อัพไวๆนะคะ
    #129
    0
  7. #128 Sappire (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 20:20
    ค้างงงง ฮรือออTT



    เอ้ะวันนี้วันอะไร555555



    กำลังสนุกเยยย มาต่อเร็วๆน้ะค้าา
    #128
    0
  8. วันที่ 29 กันยายน 2557 / 14:35
    สนุกหนาน สุดๆเลย
    #127
    0
  9. #126 ... (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 14:06
    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ มาต่อเร็วๆนะ กำลังสนุกเลย
    #126
    0
  10. #125 PIASIM (@piasimcafe30236) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 08:56
    กำลังสนุกเลย ซินเรากำลังจะได้สู้ๆๆแล้วอะ. ขอบคุณค้ะ. รออ่านต่ออยู่ค่ะ
    #125
    0
  11. วันที่ 29 กันยายน 2557 / 05:34
    ลุยเลย!!! >[]<
    #124
    0
  12. #123 ice (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 01:51
    โย่ววว
    #123
    0