Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 20 : Syn 018 คำสาปและตราบาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    11 ม.ค. 58

Syn 018 คำสาปและตราบาป

            “เฮ้ยๆ! จับดีๆ สิวะ! เกิดหลุดมือตอนนี้แผนแตกนะโว้ย!” ร่างสูงใหญ่ในชุดรัดรูปสีดำปกปิดหน้าตาตะคอกเสียงแผ่วพลางใช้มือหนาๆ ตบหัวคนตัวเล็กกว่าที่อยู่ในชุดเดียวกัน

            ท่ามกลางความมืดและเวรยามที่หละหลวมที่สุดในรอบปีเช่นนี้ นี่แหละโอกาสทองของพวกมัน!

            “โธ่ลูกพี่! ก็แค่งูลายพร้อยตัวเดียวเอง ถึงมันจะหลุดมือไป แต่พวกเรายังมีอีกสิบสิงตัวนะ ยังไงงานลอบปลงพระชนม์งานนี้ก็ต้องสำเร็จแน่ๆ!

            “บ๊ะไอ้นี่! แค่ตัวเดียวมันก็ทำพวกเราตายได้นะโว้ย!

            “เอ่อ...ลูกพี่ครับ อย่ามัวทะเลาะกับเจ้าเปี๊ยกนี่เลย งูหลุดมือไปนานแล้วครับ!” ชายอีกคนร้องขึ้นเสียงเบาพลางชี้ๆ ไปที่มืออันว่างเปล่า...ที่เมื่อครู่เมื่อจับงูเอาไว้ แต่ตอนนี้มันไม่มี!

            ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังตื่นตระหนกกับงูที่หายไปอยู่นั้น...

            พวกเขาไม่ได้สังเกตเลย...ว่าเงาของพวกเขาทั้งสามนั้นกำลังเลยขึ้นมาจากพื้น...เพื่อเตรียมจะครอบงำร่างของพวกเขาอยู่!

 

            ภายในห้องอาหารของเหล่าราชวงษ์แห่งซาเดีย แต่ละคนในห้องล้วนพากันนั่งเกร็งและขนลุกชันกับขจิตสังหารที่ไดรกอนปล่อยออกมา ไดรกอนนิ่งเงียบ พยายามอย่างยิ่งในการควบคุมไม่ให้โทสะของตนพุ่งทะลุติดเพดาน เขารู้สึกว่าเส้นเลือดตรงขมับกำลังเต้นถี่ระรัวและรุนแรงจนน่ากลัว

            เนื่องจากเมื่อวานเย็นวอลแรนซ์ชวนให้หน่วยนักรบมังกรทุกคนและสองกษัตริย์แห่งมอลโนวามาร่วมอาหารเช้าด้วยกัน ในตอนนี้ทุกคนจึงมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างครบถ้วน...โดยเว้นใครคนหนึ่งไป

            “อะ...เอาน่าป๊าไดรกอน รุ่นพี่ก็แค่อยากเดินเล่น...” มอร์แกนผู้กล้าหาญ (อีกแล้ว) พยายามเกลี้ยกล่อมไดรกอนที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนอยากจะจับเจ้าของโน้ตกระดาษในมือตนตอนตื่นนอนมาตีก้นเสียให้เข็ด

 

            ไปเดินเล่น ไม่ต้องตาม

 

            สั้นๆ ห้วนๆ แต่ได้ใจความ!

            “เดินเล่น? ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นเป้าของพวกปีศาจน่ะรึ!?” ไม่ว่าเปล่า คุณพ่อหวงลูกยังแผ่จิตสังหารออกมาให้สะท้านเล่นด้วย!

            “แต่ตอนอยู่แดนอเวจีไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้าใกล้รุ่นพี่เลยนะครับ” มอร์แกนพยายามสรรหาเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่จะทำให้ไดรกอนเย็นลง

            “นั่นเพราะตอนเด็กๆ พวกมันเคยถูกดรูว์ถอนหงอกเป็นว่าเล่นยังไงล่ะ!” ไดรกอนสะบัดหน้ามาจ้อง...ด้วยสายตาที่กราดเกรี้ยวมากกว่าเดิม!

            เขาเลี้ยงเด็กคนนั้นมาเองกับมือนะ ทำไมจะไม่รู้ล่ะว่าแค่คลาดสายตานิดเดียวเจ้าตัวก็ไปอยู่กลางดงศัตรูแล้ว!

            “เอ่อ...ข้าว่ารุ่นพี่อาจจะไปหา ของว่าง กินเล่นก็ได้นะครับ” มอร์แกนเริ่มเหงื่อตกกับจิตสังหารที่ไดรกอนปล่อยใส่เขาเต็มๆ

            “ของว่าง? กินเล่น?” ไม่ใช่แค่ไดรกอนที่สงสัย แต่ทุกคนในห้องด้วยเช่นกัน

            “ครับ! ตั้งแต่ข้าทำหน้าที่เป็นคนทรงให้รุ่นพี่ ข้าเห็นรุ่นพี่จับวิญญาณในแดนอเวจีกินเป็นว่าเล่นเลย!” มอร์แกนเล่าด้วยท่าทางตื่นเต้น

            หากแต่เหล่าคนฟังต่างพากันสะท้านเฮือก โดยเฉพาะพวกฟรองเซ่ที่นึกไปถึงคำพูดขององค์คารอสที่เคยบ่นๆ กับพวกเขาเมื่อเดือนที่แล้ว...

 

            ...เอาแต่อาละวาดไล่กินวิญญาณในแดนอเวจีจนนรกแทบแตก

 

            ไอ้ที่พูดคราวนั้นนี่มันเรื่องจริงเรอะ!?

            “...กิน?” ไดรกอนที่เพิ่งดึงสติของตัวเองกลับมาทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนละเมอ

            “ใช่แล้วล่ะครับป๊าไดรกอน”

            ไดรกอนขมวดคิ้ว “เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกเรียกข้าแบบนั้นสักที”

            “เอ่อ รังเกียจหรือครับ” คราวนี้มอร์แกนเริ่มหน้าเสีย...นี่เขาถูกรังเกียจ ไม่เป็นที่ยอมรับขนาดนี้เลยรึ!?

            “เปล่า แค่ข้าได้ยินเจ้าเรียกแบบนั้นทีไรข้ารู้สึกเหมือนเจ้ากำลังจะขโมยซินไปจากอ้อมอกข้าทุกที” มันเหมือนกับเจ้านี่มันเป็นหนุ่มที่มาหลงเสน่ห์ลูกสาวเขาแล้วมาสู่ขอเขาที่เป็นพ่อตายังไงก็ไม่รู้!

            “คนที่ขโมยรุ่นพี่ไปจากอ้อมอกของป๊าไดรกอนคือรุ่นพี่ฟรองซ์ต่างหากครับ” ว่าแล้วก็เหล่ตาไปทางคนที่ตนกำลังพาดพิงถึง

            ชาวซาเดียที่นั่งร่วมโต๊ะมองท่าทางของแต่ละคนไปมา พวกเขาเริ่มสับสน (อีกครั้ง) ในความสัมพันธ์ระหว่างคนพวกนี้ ในขณะที่มื้อเช้าไม่ยอมดำเนินไปเสียที เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นแล้วประตูก็เปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต...ราวกับว่าที่เคาะก่อนหน้านี้เป็นเพียงสัญญาณว่าคนเคาะกำลังจะเข้าไปเท่านั้น

            “อ้าว มีเรื่องอะไรรึท่านปราชญ์?” กษัตริย์วอลแรนซ์เลิกคิ้วถามชายสูงวัยที่เดินหอบเอกสารกองหนึ่งเข้ามาในห้อง

            “มีเรื่องด่วนนิดหน่อยพ่ะย่ะค่ะ” ชายสูงวัยค้อมตัวกล่าวแล้วชะงักเมื่อเห็นไดรกอนกับดารีเซญ์ “...มีจริงด้วยรึนี่!!

            “???”

            ชายสูงวัยปรี่เข้ามาหาไดรกอนอย่างรวดเร็วพร้อมกับยื่นกองเอกสารที่ตนหอบมาด้วยให้ “เมื่อเช้ามืดมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางแปลกๆ จับงูลายพร้อยมาให้ข้าหนึ่งตัว นางบอกว่าทดลองกับศพกบฏสามคนที่องครักษ์ตรวจเจอก่อนหน้านี้แล้วเอาผลทดลองกับศพงูพวกนี้มาให้คนที่หน้าตาเหมือนนางแต่มีผมสีขาวที่อยู่ในห้องอาหารของราชวงษ์...”

            “เด็กผู้หญิงท่าทางแปลกๆ?” วอลโรขมวดคิ้ว “แล้วนางเข้าไปในห้องทดลองของท่านได้อย่างไร ที่นั่นยามเฝ้ารักษาการแน่นเสียขนาด...”

            “กระหม่อมก็ไม่ทราบเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อข้าจะวิ่งตามนางไป...ข้าก็เจอเหล่าทหารยามล้มพับกันทุกคนแล้ว”

            “เอ่อ...เด็กคนนั้นผมสีน้ำตาลแดง ใส่ชุดคนไข้สีดำ ท่าทางเหมือนเพิ่งหนีออกมาจากโรงพยาบาล ตาสีฟ้าเข้มข้างแดงข้างใช่ไหมครับ?” มอร์แกนเอ่ยถามด้วยใบหน้าซีดเผือด ชายสูงวัยเลิกคิ้วเพียงเล็กก่อนจะพยักหน้ารับ ร่างสูงของมอร์แกนลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ! “ขอประทานโทษด้วยนะขอรับ มื้อนี้ข้าคงไม่อาจร่วมได้!!!

            “เกิดอะไรขึ้น?” ฟรองเซ่ถามด้วยความสงสัยกับท่าทางหวาดผวาของรุ่นน้องคนนี้ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

            “ก็จะอะไรซะอีกล่ะครับ! คราวนี้อสูรแดงตื่นขึ้นมาอีกแล้ว! ครั้งล่าสุดที่ข้าเจอนาง...นางบอกว่าถ้านางตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วข้ายังจับนางไม่ได้ภายในหนึ่งวัน นางจะส่งข้าไปบุกเผ่าปีศาจคนเดียว! อ๊ากกกกก!! ข้าไปก่อนละครับ!!!” ไม่ว่าเปล่าร่างสูงรีบวิ่งหน้าตั้งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วชนิดไม่เหลียวหลัง ทว่าพวกฟรองเซ่เบิกตากว้าง

            “เจ้านั่นรู้จักอสูรแดง?” ชเรดมุ่นคิ้วสงสัย...เท่าที่เขารู้เจ้ามอร์แกนรู้จักกับซินหลังสงครามมังกรมาร...หลังจากอสูรแดงกลายเป็นหนึ่งเดียวกับซินแล้วไม่ใช่หรือไง?

            “รู้สึกว่าตั้งแต่ที่พลังของซินตื่นขึ้นมาตัวตนของอสูรแดงก็ตื่นมาด้วย” ไดรกอนที่พอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในแดนอเวจีบ้างแสยะยิ้ม “ดูเหมือนที่เจ้ามอร์แกนเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนนี่จะเป็นฝีมือของอสูรแดงล่ะนะ”

            “แต่ข้ายอมเจอซินอัดดีกว่าต้องมาปะทะคารมกับอสูรแดง” โคเรลยังคงจำความทรงจำที่เขามีต่ออสูรแดงได้ แม้เจ้าตัวจะไม่เลวร้าย (กับพวกเขา) นัก แต่ก็กวนประสาทเป็นที่หนึ่ง! เพลรีบพยักหน้าเห็นด้วยกับคู่หูของตน

            “จากคำพูดของเจ้ามอร์แกนเมื่อครู่...คงจะเป็นอสูรแดงตัวจริงล่ะนะ” เชลว่าพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่

            “อสูรแดง? เอ่อ...อสูรแดงที่พวกท่านกำลังพูดถึงใช่ผู้ล่ากบฏแห่งทวีปใต้หรือเปล่าเพคะ” เวโรลถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไม่มั่นใจ

            “ใช่ คนเดียวกันนั่นล่ะ” ทว่าทุกคนในกลุ่มที่กำลังคุยกันด้วยท่าทางเคร่งเครียดกลับให้คำตอบมาพร้อมกันทุกคน

            “หืม...เป็นคนแบบไหนรึ?” ซีรอสถามด้วยความสนใจ

            “เป็นคนที่เจ้าเล่ห์” โคเรลทำหน้าแหย

            “จอมบงการ” เพลกุมขมับอย่างคนสิ้นหวัง

            “ป่าเถื่อน” ไรเซอร์กัดฟันพูดเมื่อนึกถึงตอนที่ตนสู้กับอีกฝ่ายในพิธีกรรมท้ารบ

            “ชอบแกล้งคนอื่น” รินกะนึกถึงอีกฝ่ายที่มักจะออกมาข้างนอกเพื่อแกล้งคนอื่นในหอเซาท์สลับกับดรูว์

            “นิสัยไม่ดีสุดๆ!” ไรเซอร์ยังคงพูดถึงอีกฝ่ายด้วยความคับแค้นใจ “เรียกได้ว่าซินดาเทียเป็นคนแบบไหน ยัยนั่นน่ะตรงกันข้ามแบบขาวดำเลย!

            ชาวซาเดียอ้าปากเหวอเมื่อคนที่ถูกกล่าวถึงอยู่ถูกเพื่อนๆ ของตนกล่าวถึงอย่างไม่เหลือภาพลักษณ์ของผู้ล่ากบฏเลยแม้แต่นิด! เฮ้ยๆ ได้ข่าวว่าอสูรแดงเป็นที่รักของคนในทวีปใต้ไม่ใช่รึ? แต่ไหงกลายเป็นคนแบบนั้นได้!

            “เอ่อ...นางยังฝากข้ามาบอกอีกว่าคนที่เคยมีตราบาปมาก่อนระวังตราบาปของตัวเองและพวกกบฏเอาไว้ให้ดี...” ปราชญ์เฒ่ารีบพูดขัดขึ้นมาก่อนที่ตนจะลืมเรื่องสำคัญนี้ไปเสียก่อน ทุกคนชะงักแล้วหันไปมองชายชราเป็นตาเดียว

            “จริงสิ เมื่อครู่เจ้าพูดถึงศพกบฏ...หมายความว่ายังไง?” ดราโก้ขมวดคิ้วมุ่น

            “เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคืน มีทหารสามนายของเรากลายเป็นกบฏ พวกเราสู้กันเสียนานกว่าจะฆ่าพวกมันทั้งสามคนได้ แถมยังเรื่องที่งูลายพร้อมที่พวกมันเอามาปล่อยไว้อีก เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อมังกรมารถูกฆ่าตายไปแล้ว” วอลแรนซ์กล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

            ไหนจะชุดที่ดูเหมือนโจรของทหารสามนายนั้นอีก...

            “...หรือมันจะเกี่ยวกับการที่อสูรแดงตื่นขึ้นมาอีก?” ฟรองเซ่พึมพำเสียงแผ่ว

            “ประมาณนั้น”   

            เสียงที่ฟังดูคุ้นหูทำให้พวกฟรองเซ่หันขวับไปยังต้นเสียง ทุกคนโดยเฉพาะไรเซอร์อ้าปากเหวอเมื่อสบเข้ากับดวงตาสองสีที่จ้องมาอย่างคาดโทษ

            ไม่ต้องเดา...บทสนทนาพวกนั้นเจ้าตัวได้ยิน!

            “หมายความว่ายังไง” ดารีเซญ์ขมวดคิ้วสงสัย คนอื่นๆ ในห้องก็ไม่แพ้กัน

            “อย่างที่พวกเจ้าพูดไปนั่นแหละ เจ้าของร่างเนื้อนี่เป็นคนยังไง ข้าก็ต่างจากยัยนั่นแบบขาวดำ ยัยนั่นเป็นสีขาว ส่วนข้าก็เป็นสีดำ หรือที่พวกเจ้าเคยเรียกข้าว่า ด้านมืดของดรูว์ นั่นแหละ” เจ้าตัวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วพึมพำเสียงแผ่ว “ทั้งที่ข้ากับดรูว์เป็นคนเดียวกันแท้ๆ จะบอกว่าข้าเป็นด้านมืดของเจ้าของร่างนี้จะน่าอภิรมย์มากกว่า”

            “ไม่เข้าใจ” ไรเซอร์ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ดวงตาสองสีปรายมองเหยียดๆ

            “โง่”

            “ว่าไงน้าาา!!!” แค่คำพูดพยางค์เดียวของเด็กสาวตรงหน้าก็ทำให้ไรเซอร์แทบพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย...หากไม่โดนชเรดต่อยท้องจนจุกทรุดลงกับพื้นเข้าเสียก่อน

            “ข้าเป็นด้านมืด นั่นก็หมายความว่าข้าย่อมตื่นขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตด้านลบจำนวนมหาศาล หรือเจ้าของร่างนี้ที่พวกเจ้าเรียกว่า ซินดาเทีย จะจำศีลแล้วปล่อยข้าให้ออกมาข้างนอกแทน...ซึ่งแต่ก่อนจะเป็นกรณีแรก แต่วันนี้เป็นกรณีที่สอง”

            “เอ๊ะ!?

            “ยัยนั่นจำศีลอยู่...ตรงนี้” นิ้วเรียวจิ้มที่อกของตัวเองเบาๆ “ช่วงนี้ยัยนั่นเสียพลังงานเยอะ ข้าเลยอาสาออกมาแทน ยัยนั่นก็ตกลงเพราะยังไงๆ ช่วงนี้ยัยนั่นก็ใช้ร่างแปลงมนุษย์ไม่ได้อยู่แล้ว”

            สีหน้าของคนฟังในตอนนี้ทำเอาอสูรแดงออกระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังๆ สีหน้าอึ้ง ทึ่ง ตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินของแต่ละคนทำเอาอสูรแดงแสยะยิ้ม

            แต่สาเหตุที่ทุกคนมีท่าทางเช่นนี้เพราะเธอไปเรียกซินดาเทียซึ่งเป็นจิตเจ้าของร่างว่า ยัยนั่น ต่างหาก

            “และที่ข้าออกมาข้างนอกนานๆ ได้แบบนี้นั่นก็หมายความว่าข้าต้องได้กิน ชาเอไทม์ มากพอสมควร...ไดรคงยังไม่ลืมใช่ไหมว่าข้ากิน อะไร เพื่อรับพลังของชาเอไทม์พวกนั้น”

            “...พวกกบฏ...”

            “ยิ่งระดับสูงข้ายิ่งอยู่ได้นาน แต่เจ้าพวกนั้นมันกระจอกยิ่งกว่าเมื่อก่อนอีก ถึงจะมีหลายตัว แต่ การเดินเล่น ของข้ามันไวกว่าที่ข้าคำนวณเอาไว้เยอะ...แต่ก็ดี เจ้าอัลเทอร์นั่นออกไปตามหาข้าข้างนอกแล้ว ข้าคงจะได้อยู่อย่างสบายๆ ไปอีกนานจนกว่าเจ้านั่นจะกลับมา”

            “เจ้าจะแกล้งมอร์แกนมากเกินไปแล้วนะ! เจ้านั่นชื่นชมและเคารพในตัวซินดาเทียมาก เจ้าคิดจะบั่นทอนความรู้สึกพวกนั้นของเขาหรือไง!” ไรเซอร์กระชากคอเสื้อของอสูรแดงอย่างรุนแรงด้วยความโกรธเกรี้ยว จะกี่ทีๆ อสูรร้ายตรงหน้าก็ยังคงเห็นความรู้สึกของผู้อื่นเป็นของเล่นตลอด!

            ทว่านอกจากจะไม่รู้สึกแล้ว อสูรแดงกลับยิ้มร้ายให้กับประโยคคำพูดของไรเซอร์...รอยยิ้มหยันที่ชายหนุ่มเกลียดเข้าไส้! “ก็อย่างที่เจ้าพูด ข้ามันเลว ป่าเถื่อน นิสัยไม่ดี เจ้าคิดจะหวังอะไรจากคนนิสัยไม่ดีอย่างข้าล่ะ? โลกสวยไปหน่อยไหม? ไม่สิ...พวกเจ้ามันโลกสวย เพราะพวกเจ้าไม่เคยย่างเข้ามาในโลกของข้า” มือเล็กปัดมือหนาที่จับคอเสื้อของตนอยู่ออกอย่างแรง “อีกอย่าง...ข้าไม่เหมือนซินดาเทีย ข้ามีจิตใจ ข้ามีความรู้สึก จะชั่วหรือดี...ข้าสามารถทำได้ทั้งนั้น”

            “!!!” ไรเซอร์ผงะเมื่อดรูว์ใช้ปลายนิ้วดันคางของเขาจนใบหน้าเชิดขึ้น...อย่างแรง

            “และข้าสามารถทำได้...จนเจ้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ~ หึๆ”

            “เลว!

            “ขอบคุณ นั่นน่ะคำชมสำหรับข้าเลยนะ” อสูรแดงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนที่ร่างเล็กจะผละจากไรเซอร์แล้ววิ่งตรงไปกอดไดรกอนแน่น “ป๊ะป๋า~ ข้าคิดถึงที่สุดเลย!

            “ปะ ป๊ะป๋า!?” ซีรอสกับอาร์ดาสอ้าปากค้างกับสรรพนามที่เด็กสาวตรงหน้าเอ่ยเรียกไดรกอน เพราะตลอดเวลาที่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...เด็กสาวไม่เคยหลุดเรียกไดรกอนว่า ป๊ะป๋า เลยแม้สักครั้ง อสูรแดง...หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายมีผมสีน้ำตาลแดงกับนิสัยที่ร่าเริงสุดกู่ (แบบชั่วร้าย) นั่นแล้ว...พวกเขาคงแยกไม่ออกแน่ว่าทั้งสองคนเป็นคนละคนกัน!

            “ใช่ ไดรเป็นป๊ะป๋าของข้า...ทำไมหรือ?” อสูรแดงเอียงคอถามด้วยความสงสัย ชาวซาเดียทุกคนที่อยู่ในห้องนี้หันขวับไปมองไดรกอนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “...เด็กนี่เป็น เอ่อ...ลูกท่าน?” อาร์ดาสถามด้วยใบหน้าที่ยังคงแสดงความช็อก

            “นางเป็นสายเลือดของข้าก็จริง แต่นางไม่ใช่ลูกข้า...พูดให้ถูกคือข้าเป็นบรรพบุรุษต้นตระกูลของนาง และข้าเป็นคนเลี้ยงเด็กคนนี้มากับมือ” มือหนาลูบหัวเด็กสาวอย่างอ่อนโยน “ไม่มีแผลกลับมาใช่ไหม”

            “ข้าตรวจสอบก่อนมาแล้ว ไม่มีแน่นอน! ป๊ะป๋ากินข้างรึยัง?”

            “ยัง”

            “งั้นป๊ะป๋ากินข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวข้าไปเดินเล่นแถวนี้...”

            ผัวะ!! เสียงเหมือนอะไรบางอย่างโดนเตะอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกผนังห้องอีกด้านที่อยู่ไกลออกไป ทุกคนขวับไปมองตามเสียงแล้วอ้าปากค้างเมื่อเห็นงูลายพร้อยชักกะแด่วๆ อยู่กับพื้น มือเล็กของดรูว์จับใบหน้าของไดรกอนที่สนใจงูให้กลับมาสนใจตนพร้อมกับส่งยิ้มน่ารักให้

            “ไม่มีอะไร ไม่ต้องสนใจ กินข้าวเช้าให้อิ่มนะ ข้ากินแล้วไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าไปเดินเล่นแถวนี้สักหน่อย กินเสร็จแล้วเรียกข้านะ” ว่าแล้วร่างเล็กก็กระโดดแผล็วไปคว้างูตัวนั้นมาอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งออกไปจากห้อง

            “...” ทุกคนนิ่งอึ้งกับท่าทางที่ไม่น่าจะเรียกได้ว่า เด็กผู้หญิง ของอสูรแดง ในขณะที่คนอื่นๆ ที่รู้จักเจ้าตัวในตอนที่ยังเป็นดรูว์ดีต่างกุมขมับด้วยท่าทางสิ้นหวัง

            ทว่าเพียงครู่ประตูก็ถูกเปิดผัวะออกมาอย่างแรงอีกครั้งพร้อมกับเด็กสาวคนเดิมที่ออกไปจากห้องเมื่อครู่เดินกลับเข้ามา “ข้าลืมไปว่าเรื่องที่ข้าได้มามันด่วนสุดๆ เอาเป็นว่าพวกเจ้ากินข้าวไป แล้วหูก็ฟังเรื่องที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ให้ดี” ร่างเล็กเดินเข้ามาคว้าปึกเอกสารจากมือไดรกอนแล้วนั่งลงกับพื้นด้านหลังเก้าอี้ของไดรกอน มือเล็กจัดการแยกเอกสารออกในขณะที่ปากก็เริ่มพูด “ปู่นั่นบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวังตราบาปกับพวกกบฏเอาไว้” ว่าพลางพยักพเยิดไปทางปราชญ์เฒ่าให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ปู่นั่น ที่เจ้าตัวพูดอยู่นั้นคือใคร

            เป็นการเรียกที่ดิบเถื่อนสุดๆ!

            “บอกแล้ว” ทว่าฟรองเซ่กลับตอบรับคำถามของเด็กสาวอย่างไม่ใส่ใจ “หลังสงครามมังกรมารจบลงตราบาปก็เป็นได้เพียงแค่รอยแผลเป็นแล้วนี่ มันมีอะไรน่าเป็นห่วงรึ”

            “วาเคียนถูกโจมตีหนักกว่าเดิม สายข่าวของข้าบอกมาว่ามีปีศาจชราตนหนึ่งนำกองทัพปีศาจบุกวาเคียน แล้วปีศาจตนที่ว่าใช้คำสาปที่มีผลต่อคนที่มีตราบาปได้ คนบาปคนไหนที่โดนคำสาปนั่นจะกลับไปมีรูปลักษณ์ในตอนที่ได้รับตราบาปอีกครั้ง และจำเรื่องราวที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รับตราบาปไม่ได้”

            “อะไรนะ!!!” ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้รับฟัง

            “อ้อ! แน่นอนว่าพวกตราบาปใหญ่ๆ น่ะลำบากสุดๆ เพราะมันจะกลับมาเป็นแผลสดเหมือนเดิม...ข้าคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่ามันรักษาไม่หาย” อสูรแดงยังคงพูดต่อไปอย่างไม่ใส่ใจเสียเท่าไหร่ ทว่าไรเซอร์กลับรู้สึกคิ้วกระตุกกับท่าทางเช่นนั้นจนโผล่งออกไป

            “ถ้ามันเป็นเรื่องจริงเจ้าไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลยรึไง! คนที่จะซวยที่สุดมันเป็นเจ้าไม่ใช่หรือไง!!

            เพราะอสูรแดงหรือดรูว์นั้นเป็นคนบาปที่มีตราบาปใหญ่ที่สุด และได้รับตั้งแต่ที่ยังมีอายุน้อยที่สุด...ในบรรดาคนบาปทั้งหมดในโลกนี้

            เพราะคงไม่มีเด็กสี่ขวบที่ไหนเป็นคนบาปกับเหมือนเจ้าเด็กนี่หรอก

            ดรูว์เบิกตากว้างด้วยความตะลึง ก่อนที่จะหันขวับไปยังคนพูด “นี่เจ้าเป็นห่วงข้ารึ”

            “ฮะ!?” ไรเซอร์ที่เพิ่งรู้ตัวมาพูดอะไรออกไปก็ถึงกับหน้าขึ้นสี “ไม่ใช่สักหน่อย! ข้าห่วงซินดาเทียต่างหาก!

            “ไม่น่าเชื่อว่าคนที่คอยดูถูกเกลียดชังข้าตลอดเวลาอย่างเจ้าจะมาสนใจใยดีข้าด้วย”

            “ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!

            “จะอะไรก็ช่างเถอะ...เจ้าคิดถูกแล้ว ข้าจะเป็นคนที่ซวยที่สุด ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดหากมันเลือกโจมตีที่หัวใจข้าตรงๆ ข้าก็จะหายไป...ตลอดกาล รวมถึง ปีศาจร้าย ตนนั้นก็จะกลับมา ถึงเวลานั้นต่อให้พวกเจ้าพยายามแค่ไหนยัยนั่นก็ไม่มีวันมีความรู้สึกได้อีกแล้ว...เอ๊ะ?”

            “หือ?”

            “นี่ปู่ ไอ้วงเวทย์นี่มันคืออะไร” ดรูว์ว่าพลางชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้น ในนั้นมีวงแหวนเวทมนต์ที่ถูกเขียนด้วยอักขระที่ดรูว์แน่ใจว่ามันคืออักขระของปีศาจ

            “ไม่รู้เหมือนกัน มันปรากฏขึ้นตอนที่ข้าปล่อยให้งูลายพร้อยที่เจ้าเอามาด้วยฉก มันก็เกิดอักขณะนั้นขึ...”

            “ด้วยตราบาปของคนบาปเหล่านี้ขออันเชิญท่าน อาเทอร์ อองเฟห์...อาเทอร์ อองเฟห์!?” ดรูว์ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจหลังจากที่อ่านข้อความบนวงแหวนเวทย์ก่อนที่ปราชญ์เฒ่าจะได้ทันอธิบายจบ ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ศพของสามคนนั้นอยู่ที่ไหน!!!” ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าวอย่างร้อนรน

            “เอ๊ะ...”

            “อยู่ที่ไหน! บอกมาเร็วๆ!!” ไม่ว่าเปล่า คนตัวเล็กรีบจับไหล่เขย่าตัวของชายชรา เป็นภาพที่ทำให้คนนอกรู้สึกว่าเด็กกำลังรังแกผู้ใหญ่...

            “อะไร? อะไร??”

            “บอกมาสิโว้ย! ถ้าไม่รีบล่ะก็เรื่องใหญ่แน่!!” เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าที่ฉายรอยกังวลเด่นชัด ชัดมากจนไดรกอนไม่สามารถกินมื้อเข้าต่อได้ ร่างสูงลุกขึ้นเดินมาจับไหล่เล็กเพื่อให้อีกฝ่ายสงบอารมณ์ให้มากกว่านี้

            “มีอะไร?”

            “พวกมันกำลังเตรียมเครื่องสังเวย! ข้าไม่รู้หรอกนะว่าสามคนนั้นกลายเป็นกบฏด้วยสาเหตุอะไร แต่ที่แน่ๆ งูลายพร้อยพวกนั้นมีหน้าที่ตระเตรียมเครื่องสังเวย! ทำให้กบฏกลายเป็นบาปทั้งสิบสามเพื่ออันเชิญวิญญาณของอาเทอร์ อองเฟห์!!

            “อาเทอร์ อองเฟห์? ใคร??” คนฟังแต่ละคนมีปฏิกิริยาเดียวกัน...คือสงสัยว่าคนที่ดรูว์กำลังพูดถึงอยู่คือใคร อสูรแดงเห็นท่าทางเอ๋อรับประทานของแต่ละคนก็ขยี้หัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง!

            “ชื่อของมังกรมารไงเล่า! แค่นี้ก็ไม่รู้หรือไง!!!

            “แต่มังกรมารถูกข้ากับเจ้าฆ่าไปเมื่อสองปีก่อนแล้วนี่?” ฟรองเซ่ขมวดคิ้ว

            “วิญญาณไง! นั่นเป็นอักขระอันเชิญวิญญาณของผู้ล่วงลับ อันเชิญได้แม้แต่ดวงวิญญาณที่เดินทางผ่านโลกกึ่งกลางไปแล้ว...!!!” ดรูว์ผลักร่างของไดรกอนออกไปอย่างสุดแรงพร้อมกับกระโดดหลบชาเอไทม์ที่ไร้ซึ่งจิตสังหารที่พุ่งเป้าหมายมายังตน ดวงตาสองสีหันขวับไปจ้องผู้มาใหม่ด้วยสายตาขุ่นเคือง “อย่าเพิ่งมาเล่นอะไรตอนนี้นะอัลเทอร์ ข้ากำลังรีบ!

            “ข้าก็รีบเหมือนกันนะ!!” มอร์แกนโต้กลับมา เขาต้องจับส่วนใดส่วนหนึ่งของอสูรแดงให้ได้ก่อนที่จะครบหนึ่งวันเสียก่อน!

            ดวงตาสองสีเบิกกว้าง มองปราชญ์เฒ่าที่จ้องชาเอไทม์ในมือของมอร์แกนตัวสั่น สีผิวเริ่มซีด ดวงตาเริ่มเป็นสีแดงก่ำ ริมฝีปากอ้ากว้างเกินกว่าที่จะเป็นมนุษย์...

            “อัลเทอร์! ฟันไอ้แก่ที่อยู่ข้างหลังเจ้าซะ!!!

            “หา!!!???” ไม่ใช่แค่มอร์แกน แต่ทุกคนกลับร้องออกมาด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน

            “บาป...บาป...”

            เสียงแหบแห้งน่าขนลุกดังขึ้นจากด้านหลัง ขนอ่อนทั่วร่างมอร์แกนพากับลุกเกรียวจนชายหนุ่มต้องดีดตัวออกไปยืนอยู่ข้างๆ อสูรแดงด้วยความตกใจปนผวา ร่างของปราชญ์เฒ่าเริ่มเปลี่ยนรูปร่างจนไดรกอนและพวกฟรองเซ่เบิกตากว้าง

            “กบฏ!?

            “ของข้า...ของข้าาา!!!

            ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เพียงหนึ่ง เพราะกบฏมากมายต่างพากับเข้ามาในห้องผ่านทางประตูห้องที่เปิดทิ้งไว้ ระเบียง รวมไปถึงปีกเข้ามาจากบานหน้าต่าง ในขณะที่อดีตปราชญ์เฒ่าพุ่งร่างเข้าใส่อสูรแดง!

            ทว่าดรูว์กลับไม่หลบหนีไปไหน ทั้งยังยกมือขึ้นไปทาบบนหน้าผากของกบฏที่วิ่งเข้าใส่ตน เพียงแค่สัมผัสร่างของกบฏก็ถูกเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ลุกท่วมแล้วสลายไปอย่างรวดเร็ว!!

            “...ดูเหมือนจะไม่ทันแฮะ” ดรูว์สบถขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่จะตวัดสายตาไปจ้องมอร์แกนอย่างคาดโทษ ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง “ฝ่าออกไปซะ”

            “ครับ?”

            “รีบหนีไปซะ! เจ้าไม่ใช่คนบาปไม่ใช่หรือไง!!

            “ไม่ครับ! ที่ผู้เฒ่ากลายเป็นกบฏเพราะข้า...”

            “มันมีปฏิกิริยาตั้งแต่ข้าเข้าใกล้แล้วต่างหาก!

            “เอ๊ะ!?

            “กบฏพวกนี้ตามกลิ่นบาปของข้ามา...ชิ!” เพลิงสีขาวพุ่งแผดเผาร่างของพวกกบฏกลุ่มหนึ่งที่พยายามพุ่งเข้าใส่ทั้งเธอและมอร์แกน “เร็วๆ สิ! เดี๋ยวกลายเป็นคนบาปขึ้นมาอย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ!!

            “แล้วท่านล่ะ!?

            “สู้เป็นกองทัพก็เคยสู้มาแล้ว แค่นี้ไม่คณามือข้าหรอก! แล้วรีบๆ ไปทำลายศพของกบฏสามตนที่ทหารไปเจอเมื่อเช้าซะ!!

            “ทราบแล้วครับ!!” มอร์แกนรับคำก่อนที่จะฝ่ากลุ่มกบฏออกไปอย่างรวดเร็ว กบฏตัวไหนขวางทางโดนฟันเรียบ!

             “ป๊ะป๋า!

            “เข้าใจแล้ว” ไดรกอนถอนหายใจก่อนที่จะวางมือลงบนหัวของอสูรแดง “ปลดผนึก”

            สิ้นเสียงของไดรกอน ผ้าพันแผลที่รัดแขนขาทั้งสี่ข้างของดรูว์ก็ขาดกระเซ็น เผยให้เห็นปานมังกรสีทองซีดที่ปรากฏขึ้นมาตามแขนและขา เหนือสิ่งอื่นใดคือเกล็ดมังกรสีใสที่ขึ้นมาให้เห็นประปราย ชาวซาเดียมองร่างกายที่บ่งบอกว่าไม่ใช่มนุษย์ของดรูว์ด้วยใบหน้าตกตะลึง

            อสูรแดงแสยะยิ้มเหี้ยม ดวงตาสองสีทอประกายวาววับ

            “เอาล่ะ...พวกเรามาอาละวาดกันเถอะ!

 

 

-----------------------------------------------------------

            อสูรแดง (หรือดรูว์) ...รีเทิร์น!

            กบฏ...รีเทิร์น!

            ตราบาป...คนบาป...รีเทิร์น!

            เราจะไม่กลับมาเพียงหนึ่ง ^^ เรื่องวุ่นวายกำลังจะตามมาหลังจากนี้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต้มมาม่าเท่านั้น! (ฮะ!?)

            ตอนต่อไป - Syn 019 กลับสู่วัยเด็ก -

            ตอนหน้าช้าหน่อยนะคะ พรุ่งนี้แฮทเปิดเทอมแล้ว T^T

 

 

“เจ้าเป็น...ใคร?”

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #360 DarkPierro (@--francis--) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 19:30
    คิดไปเองรึเปล่าว่าตอนช่วงที่อสูรแดงมา(ตอนนี้) ฟรองเซ่ไม่มีบทเลย โผล่มาแค่ประโยคเดียวเอง  = =
    #360
    0
  2. #297 อัศวินดำ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:29
    มาต่อเถอะน๊าาาาาาาาาาาาา
    #297
    0
  3. #295 จอมนางไร้นาม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:08
    รออออออออออออออออออออออออ
    #295
    0
  4. #294 no name (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:25
    รออออออยู่น้าาาาาาาา
    #294
    0
  5. #292 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:59
    รอออออค่าาาาาาาาาา มาเร็ว ๆ น้าาาาา
    #292
    0
  6. #291 no name (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 14:46
    รออยู่น้าาา
    #291
    0
  7. #290 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 09:43
    รอค่าาาา
    #290
    0
  8. #289 zeerin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 11:56
    รอๆๆๆๆค่ะ ดูเหมือนเรื่องมันจะซับซ้อนขึ้นแหะ ^_^
    #289
    0
  9. #288 milkystar (@mintstarnoii) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 20:31
    อสูรแดงเถื่อนได้อีก 555555
    #288
    0
  10. #287 milkystar (@mintstarnoii) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 20:19
    อสูรแดงเถื่อนได้ใจอ่ะ 55555
    #287
    0
  11. #286 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 19:53
    อย่าบอกนะว่า ตอนต่อไปดรูว์โดนโจมตีที่ตราบาป ความทรงจำหลังจากนั้นเลยหายไปหมด
    #286
    0
  12. #285 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 19:47
    รู้สึกเหมือนย้อนอดีตเลยแฮะ
    พอมาอ่านเลยรู้สึกได้จริงว่าคนเดียวกัน  แต่ไม่เหมือนกัน !!!
    #285
    0
  13. #284 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 19:36
    ปะป๊าไดรรรรรร น่ารักกกกกกก ตอนนี้ทั้งสนุกทั้งน่ารักเลยค่า อสูรแดงกลับมาแล้วววว คิดถึงความเจ้าเล่ห์ของเธอจัง สนุกมากเลยค่า

     

    #284
    0
  14. #283 FaIThFuL (@123pimza000) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 18:30
    ซินจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว ? ตินตามๆๆๆ รีบๆมาอัพนะค่ะไรท์
    #283
    0
  15. #282 zenbongsakura (@zenbongsakura) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 18:13
    ชอบที่อสูรแดงเรียกไดรกอนว่า 'ป๊ะป๋า' น่ารักมาก><
    #282
    0
  16. #281 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 17:41
    ดรูว์ที่รักกกกกก>_<
    คู่หูสุดซี้ของฟรองซ์คึๆๆ
    #281
    0
  17. #280 milky (@mooky-1234) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 16:50
    สนุกมากค่ะ
    #280
    0
  18. #279 ice (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 16:20
    เย้ๆๆๆ
    #279
    0