Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 3 : Syn 001 ปีศาจไร้นามกับ (อดีต) ปีศาจขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    14 พ.ค. 57

Syn 001 ปีศาจไร้นามกับ (อดีต) ปีศาจขาว

            อาณาจักรมอลโนวา อาณาจักรที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นอาณาจักรเอกเทศ ไม่ขึ้นตรงกับทวีปใดในโลก หากแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็น (ชายแดนของ) ทวีปตะวันตก แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาณาจักรเอกเทศทว่าก็ไม่มีอาณาจักรไหนกล้าเข้ามารุกราน จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ที่แน่ๆ ทุกอาณาจักรต่างก็รู้ดีว่ามอลโนวาเป็นอาณาจักรที่ไม่สมควรที่จะเป็นศัตรูด้วย

            เพราะอาณาจักรแห่งนี้มีตัวอันตรายอยู่สองคนที่ทำหน้าที่ปกป้องอาณาจักรอยู่

            หนึ่งคือท่านหัวหน้าทหารแห่งนักบวช (หัวหน้าสายพิเศษ F นั่นล่ะ) ที่แข็งแกร่ง เย็นชา ไร้อารมณ์ น่ากลัว และไม่เคยปราณีใคร ผู้ที่ (ปัจจุบัน) แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมอลโนวา

            อีกหนึ่งคือสาวน้อยตัวเล็กไซส์มินิขนาดพกพา (ที่ถ้าเจ้าตัวมาได้ยินคำคำนี้เข้าต้องอาละวาดแน่ๆ) ที่ชอบหว่านเสน่ห์ใส่สาวๆ แต่กลับกลัวผู้หญิง (!?) แต่ใครจะรู้เล่าว่านี่คือระเบิดเวลาลูกโตเคลื่อนที่ได้

            สองคู่หูที่น่ากลัวที่สุด...และบุคคลที่แปลกที่สุดในอาณาจักรมอลโนวา!!!

 

            ในช่วงเวลาบ่ายของวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส...แต่เหล่าทหารฝึกหัดในลานดินของหอเซาท์ไม่แจ่มใสไปด้วย แต่ละคนวิ่งกระหืดกระหอบไปตามทางที่รุ่นพี่ซินของพวกเขาใช้ทรายขาวขีดเอาไว้ตามพื้น ใบหน้าของแต่ละคนเหนื่อยหอบ ท้อแท้ และสิ้นหวังกับการฝึกอันหฤโหดรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของรุ่นพี่คนนี้ เริ่มที่การวิ่งรอบสนามหนึ่งรอบในลานดิน วิ่งเขาไปในป่าด้านข้างที่พวกรุ่นพี่เอาวิ่งกีดขวางมาตั้งไว้ให้พวกเขากระโดดข้าม คลานหลบ มุดท่อ (!?) รอบป่าแล้วกลับมาที่ลานดินอีกครั้ง

            ใครมาถึงคนสุดท้าย...อดกินของว่าง!

            “แฮ่ก แฮ่ก ขะ...ข้าไม่ไหวแล้ว” รุ่นน้องชายคนหนึ่งพูดออกมาอย่างสิ้นหวัง เขาคือสมาชิกสายพิเศษ F เพียงคนเดียวของปีนี้ และวิ่งรั้งท้ายสุดของทหารฝึกหัดทุกคนในตอนนี้อีก

            ดวงตาสีเทาเสมองข้างสนาม เด็กสาวร่างเล็กกอดอกมองมาที่เขา ใบหน้าเรียบนิ่งยกยิ้มขึ้นมาเพียงนิด เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น แต่เขาก็สามารถมองเห็นมันได้ แถมกำลังใจยังพุ่งพล่านขึ้นมาราวกับเพิ่งดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง (เกี่ยวอะไร) เข้าไป

            อีกแค่นิดเดียว...นิดเดียวเท่านั้น...

            ต่อให้เข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้ายก็ไม่เป็นไร แต่เขาต้องวิ่งไปให้ถึง ต้องไม่ทำให้รุ่นพี่ซินที่เป็นถึงอาจารย์ของเขาต้องผิดหวัง!

            ร่างเตี้ย (แต่สูงกว่าซินดาเทีย) พอวิ่งมาถึงจุดหมายก็ล้มลงแทบจะทันที เด็กหนุ่มหอบหายใจรุนแรงเพื่อสูดเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อมีผ้าขนหนูสีขาวพื้นเล็กมาแปะจมูก กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรที่เขาเริ่มจะชินกับมันแล้วและความเปียกชื้นเล็กน้อยของผ้าทำให้ดวงตาสีเทาเหลือบมือเจ้าของผ้า ดวงตาสีฟ้าเข้มที่ดูนิ่ง...แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น มือของเด็กหนุ่มจับผ้าปิดจมูกต่อซินดาเทียก็ผละมือออกไป มือเล็กของอีกฝ่ายลูบหัวเขาแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบพร้อมกับเสียงนิ่งๆ ของอีกฝ่าย

            “ทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าคราวที่แล้ว ความอดทนก็เหมือนจะมีมากขึ้น โดยรวมก็ทำได้ดี...ไหวไหมนั่น?” ดวงตาสีฟ้าเข้มมองเด็กหนุ่มที่ยังคงหอบไม่หยุด เด็กหนุ่มพยักหน้ารับแผ่วเบา

            ซินดาเทียย่นคิ้วมองสภาพของอีกฝ่ายแล้วหันหน้าไปที่หน่วยพยาบาลข้างสนามก่อนจะกวักมือเรียกโคเรล ชายร่างใหญ่เลิกคิ้วขึ้นแล้วเดินมาใกล้...ก่อนจะถอนหายใจ

            มือหนาตบไหล่เด็กหนุ่ม “เป็นลูกศิษย์ของซินก็เหนื่อยอย่างนี่แหละนะฮาล”

            ฮาลยิ้มแหย ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ของซินดาเทียใช่ว่าจะสบาย ทรหดว่าทหารฝึกหัดคนอื่นๆ อีก! ฝึกกับเพื่อนทหารฝึกหัดด้วยกันเสร็จก็ต้องต่อรอบนอกโดยการควบคุมดูแลของรุ่นพี่ซิน ทั้งเด็กหนุ่มยังมีโรคประจำตัวที่แม้แต่หมอหลวงหรือรินกะก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโรคอะไร แต่ร่างกายมักจะอ่อนแรงเวลาขยับตัว ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าแค่วิ่งจะมีสภาพเป็นยังไง นี่ถึงขั้นทำตามคอร์สฝึกของซินดาเทียเมื่อครู่ได้ก็ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ทั้งชีวิตแล้ว!

            โคเรลแบกร่างของเด็กหนุ่มไปยังหน่วยแพทย์ภาคสนาม...ที่มีรินกะจากหอนอร์ธอยู่ในนั้นด้วย แม้จะมีงานเยอะหรือยุ่งอยู่ก็ตาม แต่ถ้าหากเป็นคำสั่งของซินแล้วล่ะก็ หมอหลวงสาวไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น

            เพราะผลพวงจากพิธีกรรมท้ารบเมื่องานกีฬาตอนนั้นแท้ๆ หอเซาท์จึงได้หมอหลวงมาคอยดูแลเหล่าทหารฝึกหัดตั้งหนึ่งคนเชียวนะ!

            รินกะตรวจร่างกายและจับชีพจรของเด็กหนุ่มแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ไม่น่าเชื่อ...ร่างกายแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด การเต้นของชีพจรเริ่มใกล้เคียงกับคนปกติแล้ว รวมๆ เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมากับตอนนี้แทบจะเป็นคนละคนกันเลย!

            หน่วยแพทย์รวมทั้งคนอื่นๆ หันขวับมาที่ฮาลเป็นตาเดียว เด็กหนุ่มยิ้มแหยอย่างรู้สึกเกร็งเมื่อกลายเป็นเป้าหมายของเพื่อนร่วมหอ โคเรลมองเด็กสาวข้างตัวด้วยความทึ่ง

            “แม้การฝึกของเจ้าจะโหดแถมไม่มีการอ่อนข้อ แต่มันก็ได้ผลเร็วจริงๆ”

            “เพราะฮาลเป็นผู้ใช้พลังจิตต่างหากร่างกายจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วแบบนี้ หากเป็นคนปกติหรือผู้ใช้เวทกว่าจะได้ถึงขั้นนี้ก็ต้องใช้เวลาประมาณสองถึงสามปี...” ว่าแล้วก็เหล่ไปทางรุ่นน้องทหารฝึกหัดคนอื่นๆ จนแต่ละคนสะดุ้งโหยง อันที่จริงถึงฮาลจะมีโรคประจำตัวและอ่อนแอกว่าคนอื่นๆ หากแต่ก็ไม่มีใครในหอเซาท์รังเกียจ กลับช่วยดูแลเป็นอย่างดีด้วยซ้ำ

            ย้อนความสักนิด ในอดีตที่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ซิน (หรือดารูวาร์ในอดีต) เคยถูกส่งไปอยู่ที่ป่ากินคน ในตอนนั้นเองที่ซินกับฮาลได้เจอกันครั้งแรก ในตอนนั้นฮาลยังเป็นเพียงแค่ลูกมังกรตัวเล็กๆ ที่ถูกเหล่าสัตว์ร้ายในป่าไล่กินอยู่เลย แล้วในตอนนั้นเองที่ซิน (ซึ่งแก่กว่าสองปี) ได้เข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้ ทั้งสองจึงได้รู้จักกัน ไม่สิ ฮาลเองก็รู้จักไดรลูเกียร์จากเหตุการณ์นั้นด้วยเช่นกัน

            ใช่...ฟังไม่ผิดหรอก ฮาลเป็นมังกร!

            “เดิมทีสายพิเศษ F จะเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถเป็นบาทหลวง สายเลือดกษัตริย์ หรือไม่ก็ผู้ที่มีความสามารถที่จะเป็นราชองครักษ์ของผู้มีสายเลือดกษัตริย์ แต่ข้านึกไม่ออกจริงๆ เลยว่าฮาลอยู่ในประเภทไหน จะว่าบาทหลวงก็ไม่น่าจะใช่” รุ่นพี่ซาเมลลูบคางมองฮาลที่ดูอ่อนแอทว่าจิตใจกลับเข้มแข็งยิ่งกว่าผู้ใด ชาเอลผู้เป็นพี่พยักหน้ารับ ฮาลใกล้เคียงกับคุณสมบัติของบาทหลวง หากแต่พวกเขาสองคนกลับรู้สึกว่ามันขัดกันอย่างไรพิกล ซึ่งความรู้สึกนี้พวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

            “ไม่สงสัยบ้างรึว่าทำไมข้าถึงรับฮาลมาอยู่ในหน่วยนักรบมังกร” ฟรองเซ่ที่เดินเข้ามาร่วมวงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ในมือถือกล่องข้าวติดมาด้วย...ซินดาเทียรีบวิ่งไปหาชายหนุ่ม (หรือกล่องข้าว?) ทันที

            หน่วยนักรบมังกรเกิดขึ้นมาหลังจากที่ซินดาเทียกลับมาอยู่มอลโนวาได้สามเดือนโดยมีฟรองเซ่เป็นหัวหน้าหน่วย (เพราะซินไม่อยากเป็น) โดยในหน่วยนี้จะมีเพียงแค่นักรบมังกร ผู้เลี้ยงมังกร เดอารุส หรือสายเลือดต้องห้ามเท่านั้น แม้แต่ละคนจะเป็นคนของหอไหน สายพิเศษไหน หรือตำแหน่งไหนก็ตาม สมาชิกในตอนนี้ก็มีเพียงแค่ฟรองเซ่ ซินดาเทีย ชเรด ไรเซอร์ รินกะ หรือแม้แต่เชฟอย่างเชล รวมถึงน้องใหม่ (ที่อยู่มาเกือบปี) อย่างฮาล ยกเว้นชาโดว์กับมิราอิที่เป็นนักบวช

            “เพื่อคอยจับตาดูว่าฮาลจะแย่งซินไปหรือเปล่า” ทุกคนตอบพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เด็กสาวให้ความสำคัญกับฮาลพอๆ กับพวกเชลจนขนาดพวกเขาที่เป็นคนนอกยังนึกหวั่น แล้วคนรักอย่างฟรองเซ่จะไม่หวั่นงั้นหรือ? เชื่อก็บ้าแล้ว!

            ฮาลสะดุ้งโหยงเมื่อทุกคนเข้าใจแบบนั้น ซินดาเทียที่กำลังเปิดกล่องข้าวของฟรองเซ่เงยหน้าขึ้นแล้วทำหน้างง ส่วนฟรองเซ่ถอนหายใจให้กับความคิดของแต่ละคนที่ไม่ต่างจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้เลยสักนิด

            “ฮาลเป็นราชามังกรโลหิตน่ะ” ซินดาเทียตอบหน้าตายพร้อมกับหยิบไข่ม้วนในกล่องข้าวเข้าปากก่อนจะทำหน้าเคลิ้ม “อร่อย~

            “มังกร!?” แต่ละคนตกใจและหันหน้าไปจ้องดวงตาสีเทากับผมสีควัน ผิวสีขาวขาวซีดของฮาล “จืดจาง...จืดจางเกินไปแล้ว!

            “เฮ้ๆ ฮาลเป็นลูกครึ่งภูตินะ จะมีลักษณะเป็นแบบนี้ก็ไม่เห็นแปลกนี่ ขนาดข้ายังมีผมสีทองนี่เลย” ซินดาเทียพูดพลางใช้มืออีกข้างม้วนปลายผมที่ยังคงถูกรวบไว้ยุ่งๆ ของตัวเอง ทำเอาเหล่าเพื่อนและรุ่นพี่ที่รู้ดีว่าซินดาเทียเกลียดผมสีทองสว่างของตนเองมากแค่ไหนหน้าม้านไปเป็นแถบ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับท่านซิน ข้าชินแล้วล่ะ” ฮาลยิ้มแห้ง เขารู้ว่าถึงซินจะดูไม่ค่อยห่วงเขาสักเท่าไหร่แต่ที่จริงแล้วเด็กสาวคงห่วงเขาไม่น้อยไปกว่าเมื่อก่อนหรอก

            ก็คนแสดงความรู้สึกไม่เก่งนี่นะ

            “จริงสิ ยาของเจ้าหมดแล้วนะ” ซินดาเทียที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวยาที่เธอให้รุ่นน้องเมื่อครู่นั้นเป็นชุดสุดท้ายก็พูดขึ้นมาลอยๆ ดวงตาสีฟ้าเข้มเสมองข้าวกล่อง (ของฟรองเซ่) ที่อยู่ในมือตนสลับกับฮาลที่ยังคงนั่งยิ้มแห้งอยู่บนเก้าอี้ “เจ้าไปเก็บสมุนไพรเองก็แล้วกัน อยู่ในป่าชายแดนของมอลโนวานั่นแหละ” ว่าแล้วก็หยิบกระดาษที่จดชื่อสมุนไพรส่งให้เด็กหนุ่ม ส่วนตนเองก็ไปนั่งกินข้าวกล่องกับฟรองเซ่ในมุมเงียบ ฮาลมองภาพนั้นแล้วนึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

            “...” แต่ละคนเงียบ ไม่มีใครคาดคิดว่าฮาลที่ถูกซินดาเทียโอ๋ (ตรงไหน) จะถูกสั่งให้ไปเก็บสมุนไพรเองเพียงเพราะข้าวกล่องของฟรองเซ่เป็นเหตุ

            อา...เดี๋ยวนี้ข้าไม่สำคัญเท่ากับข้าวกล่องของรุ่นพี่ฟรองซ์สินะ ใช่สิ รุ่นพี่ออกจะเท่ มีตำแหน่ง มีฐานะ แถมยังรักและดูแลท่านอย่างดียิ่งกว่าอะไรอีกต่างหาก เด็กหนุ่มเริ่มจิตตก ไม่ได้รู้เลยว่าเหตุผลสามข้อแรกนั้นหาได้มีความหมายกับซินดาเทียแต่อย่างใด

            ฮาลเดินคอตกออกไปจากลานดิน เขาคงเป็นเด็กถูกทิ้งแล้วสินะ ที่เขาโตขึ้นมาได้ยันป่านนี้ก็เพราะอีกฝ่ายดูแลเขาที่อ่อนแอ (สุดๆ) เป็นอย่างดี ก่อนออกจากป่าก็ฝากฝังเขาเอาไว้กับราชินีภูติ เขานับถือซินในฐานะพี่ชาย (!?) เป็นที่สุด เพราะอย่างนั้นฮาลถึงได้พยายามแทบเป็นแทบตายมาเป็นทหารที่นี่เมื่อรู้ว่าซินดาเทียอยู่ที่นี่...หากแต่กลับกลายเป็นว่าเขากลายเป็นภาระให้อีกฝ่ายสินะ?

            ร่างของฮาลเดินโซซัดโซเซออกไปจากลานดินแล้ว ดวงตาสีฟ้าเข้มที่จ้องมองภาพนั้นเงียบๆ แล้วเสมองมังกรจิ๋วลูก้าที่นอนสบายใจเฉิบอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตรงที่ฟรองเซ่นั่งอยู่  ซินดาเทียกินข่าวกล่องจนหมดนั่นล่ะลูก้าจึงได้รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมันอยู่ เจ้ามังกรจิ๋วรีบผงกหัวขึ้นพลางมองไปรอบๆ ตัวจนมาหยุดสบตากับซินดาเทีย ดวงตาสีฟ้าเข้มที่มองมานั้นทำให้ลูก้ารู้สึกไม่ไว้วางใจอย่างไรชอบกล

            “อะ...อะไร” ลูก้าเหงื่อตกเมื่อไม่ว่ามันจะเดินไปทางไหน ซินดาเทียก็คอยมองตามตลอด

            ให้ตายสิ แบบนี้มันอึดอัดนะ!

            “ฟรองซ์...ข้าขอยืมใช้แรงของลูก้าหน่อยสิ” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ลูก้าได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มโวยวาย

            “เจ้าจะใช้งานข้าก็มาขอที่ข้าสิ! ไปขออนุญาตอะไรกับฟรอง...แอ้ก!” ยังไม่ทันได้พูดจบมือหนาของฟรองเซ่ก็รีบปิดปากลูก้าทันที

            “เจ้าจะทำอะไรหรือ” ฟรองเซ่เริ่มสงสัย นานๆ ทีซินดาเทียจะขอร้องเขาสักครั้ง...ซึ่งในแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่เด็กสาวจะสามารถทำคนเดียวได้

            “ข้าจะไปหาคนรู้จักที่ป่าภูติกินคนเสียหน่อย พักนี้มีแต่เรื่องของพวกปีศาจที่อาละวาดไม่หยุดหย่อนจนข้าไม่ได้ไปหานางเสียที จะไปเองก็กินเวลาไปหลายวันเหมือนกัน” ซินลุกขึ้นไปคว้าผ้าคลุมที่ตนเองใช้ออกเดินทางไปทั่วโลกตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นดรูว์มาคลุมร่างของตัวเอง ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ

            “ป่ากินคน!? เจ้าเคยไปอยู่ที่นั่นมางั้นหรือ!

            “สามปี” ซินพูดด้วยเสียงราบเรียบแล้วดึงฮูดลงมาคลุมหัวจนเห็นเพียงแค่ใบหน้าครึ่งล่าง “ข้ามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับคนที่ดูแลข้าในช่วงสามปีนั้น ถ้าฮาลกลับมาก่อนที่ข้าจะกลับมาถึงก็บอกว่าข้าออกไปทำภารกิจนอกอาณาจักร ห้ามให้หมอนั่นรู้เด็ดขาดว่าข้าไปที่ป่ากินคน”

            “ทำไม!?” จำนวนปีที่ซินดาเทียอาศัยอยู่ในป่ากินคนนับว่าน่าตกใจแล้วแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าคือการที่ซินดาเทียไม่ต้องการให้ฮาลรู้เรื่องนี้

            “ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของฮาล และเรื่องที่ข้าจะคุยกับคนคนนั้นก็ไม่เกี่ยวกับหมอนั่น ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเด็กนั่นมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้าและเหล่าราชามังกรสวรรค์ต้องรับผิดชอบ” พอได้ยินว่านี่เป็นเรื่องที่เหล่าราชามังกรสวรรค์ต้องรับผิดชอบลูก้าจึงต้องขยายร่างของตนเองให้ใหญ่เสียมิได้...เนื่องด้วยรู้ว่า เรื่องที่ต้องรับผิดชอบ คือเรื่องอะไร การที่มันต้องมีส่วนร่วมนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่สิ ไม่มีสิทธิปฏิเสธถึงจะถูก

            “งั้นข้าไปด้วย” ฟรองเซ่รีบอาสา เขาไม่ต้องการให้ซินดาเทียต้องไปในสถานที่ที่อันตรายคนเดียว...ถึงเด็กสาวจะเคยอยู่ที่นั่นมาก่อนก็เถอะ

            ซินหันมายิ้มขอบคุณให้กับชายหนุ่มก่อนจะกระโดดขึ้นขี่หลังของลูก้าด้วยความชำนาญ “ขอบคุณที่เป็นห่วงแต่เจ้าอยู่ที่นี่นั่นแหล่ะ...เพราะหลังจากที่ข้ากลับมาข้าต้องลากเจ้าไปกับข้าด้วยแน่ๆ อีกอย่างข้ากลับมาทันเย็นนี้แน่ เจ้าก็คอยปกป้องที่นี่ไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน”

            ลูก้าสะบัดปีกทั้งสองออกไปด้านข้างก่อนจะกระพือบินขึ้นสู้ท้องฟ้าด้วยความเร็วจนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วลานดิน แล้วร่างของมังกรอัสนีและเด็กสาวก็หายลับไปบนท้องฟ้าที่พวกเขาไม่อาจมองเห็น

 

            ถ้าสมมติว่าข้าต้องออกเดินทาง...

 

            คำพูดนั้นของเด็กสาวยังติดอยู่ในหัว ฟรองเซ่นิ่ง...หรือว่า เวลาที่ต้องออกเดินทาง ที่ซินดาเทียเคยพูดถึงจะเป็นหลังจากที่เด็กสาวไปพบกับคนคนหนึ่งในป่ากินคน? แล้วคนคนนั้นเป็นใครกัน? เรื่องที่เด็กสาวและเหล่าราชามังกรสวรรค์ต้องรับผิดชอบคืออะไรกันแน่?

            ฟรองเซ่เริ่มรู้สึกใจไม่ดี นี่คงไม่ใช่ว่าสาเหตุที่ซินกลับมาที่นี่เป็นเพราะเรื่องที่ต้องรับผิดชอบนั่นหรอกนะ

 

            เสียงลมหวีดหวิวตีปะทะกับใบหน้าชวนให้หูอื้อดังไม่หยุด ร่างใหญ่โตของไรน์ทาเรียยังคงบินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เด็กสาวก้มลงมองไปยังขอบทวีปทิศเหนือของทวีปตะวันตก ที่ตรงนั้นคือผืนป่าสีม่วงเข้มจนเหลือบดำกินอาณาบริเวณไม่น้อยไปกว่าอาณาจักรวาเคียนซึ่งเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในทวีปตะวันตก

            “บินไปที่นั่น ตรงกลางป่าสีม่วงตรงนั้นแหละ”

            ลูก้าพยักหน้าอย่างว่าง่ายผิดปกติและบินลงไปยังจุดที่ซินดาเทียบอก ยิ่งบินเข้าใกล้มากเท่าไหร่ไรน์ทาเรียรุ่นที่สองก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น

            ที่นั่นมีแต่กลิ่นไอของความตายและคำสาปจนมันรู้สึกสะอิดสะเอียน ยิ่งได้สัมผัสกับหมอกสีม่วงเหลือบเทาลูก้าก็ยิ่งรู้สึกขนลุกและหายใจไม่ออก

            “เจ้าเคยอยู่ที่นี่กับท่านไดรลูเกียร์มาสามปีจริงหรือ น่าขนลุกชะมัด” ยิ่งเข้าก็ยิ่งได้กลิ่นคาวเลือด ลูก้ารู้สึกเวียนหัวขึ้นมาฉับพลัน

            “ถ้าไม่น่าขนลุกก็ไม่เรียกว่าป่ากินคนหรอก” ซินดาเทียพูดเสียงเรียบอย่างไม่รู้สึกกับสภาพแวดล้อมรอบตัว

            จากสัญชาตญาณของลูก้ามันรู้สึกได้ว่าที่นี่อันตรายมากแค่ไหน ขนาดมันที่เป็นถึงราชามังกรสวรรค์ยังรู้สึกกลัวเลย ยิ่งคิดลูก้าก็ยิ่งรู้สึกหนาวเยือก หากซินเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาถึงสามปีจริงมันก็ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไรในหลายๆ ครั้งซินกับไดรลูเกียร์ถึงได้น่ากลัวจนแม้แต่ราชามังกรสวรรค์ด้วยกันยังไม่กล้าสบตาหรือมองหน้า และบางครั้งก็โหดเหี้ยมจนมันรู้สึกอยากกัดลิ้นตายไปให้พ้นๆ

            เมื่อบินมาถึงจุดที่เด็กสาวบอกร่างเล็กที่นั่งขี่หลังตนอยู่ก็กระโดดลงจากหลังอย่างชำนาญพร้อมกับเก้าเท้าเดินดุ่มๆ ตรงไปข้างหน้าโดยไม่สนใจภูติพรายสาวหลายตนที่หันมามองตนเป็นทางเดียว ลูก้าขนลุกกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ที่นี่...มันทั้งน่ากลัวและน่าสยดสยอง สัตว์ป่าของที่นี่ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายเลยสักนิด หากทว่าพวกมันกลับจ้องมองซินด้วยความหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้เด็กสาว

            “ไม่ได้พบกันนาน ท่านซินดาเทีย” ภูติสาวตนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มภูติพร้อมกับถวายความเคารพให้ซินดาเทียอย่างนอบน้อม ภูติตนที่เหลือเห็นเช่นนั้นจึงทำตามอย่างพร้อมเพรียง สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทำให้ลูก้าตกใจและรู้สึกหายใจไม่ออก

            ภูติพรายเหล่านี้ล้วนเป็นผู้หญิงทั้งหมด ลำตัวของพวกนางมีสีขาวซีดจางจนเกือบจะมองไม่เห็น ส่วนขาก็ไม่มี มันเลือนรางจนดูเหมือนว่าตั้งแต่สะโพกของพวกนางลงไปนั้นไม่มีขา มันมีเพียงแค่สิ่งบางอย่างที่เหมือนกับเศษผ้าพลิ้วไหวไปตามลมเท่านั้น

            แต่สิ่งที่ลูก้าตกใจก็คือ...ภูติพวกนี้เป็นภูติกินคนต่างหาก! แล้วทำไมพวกนางต้องให้ความเคารพกับซินดาเทียด้วย!?

            “เช่นกัน องค์ราชินีอยู่หรือไม่” ซินดาเทียถามเข้าประเด็น ภูติตนนั้นถึงกับสะอึกเมื่อเด็กสาวพูดถึงราชินีของพวกตน

            ซินดาเทียไม่ใช่เด็กติดพ่อแม่ที่ถ้าแค่คิดถึงแล้วจะกลับมา นี่ถึงกับมาหาราชินีของพวกตนด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้...ทั้งยังใบหน้าที่ดูไม่เรียบนิ่งดั่งเคยทำให้ภูติเริ่มหนักใจขึ้นมาว่าโลกภายนอกเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นหรืออย่างไร

            “เชิญทางนี้ค่ะ ข้าจะนำทางไปให้” ภูติตนนั้นก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเดินนำทาง เด็กสาวผู้เป็นมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในที่นี้เดินตามไป ลูก้าที่กลายร่างเป็นมังกรจิ๋วเหมือนเดิมบินตามเด็กสาวไป ทว่าเมื่อผ่านหน้าของเหล่าภูติสาวแล้วมังกรอัสนีก็ตกใจอีกรอบ...เมื่อคราวนี้มันเห็นภูติสาวเหล่านั้นมองตามร่างเล็กของซินดาเทียไปด้วยใบหน้าแดงเถือกราวกับเขินอาย!

            “อา...ท่านซินกลับมาแล้ว ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องไปแต่งหน้าเสียหน่อย คิกๆ”

            “เชอะ! แต่งไปก็เท่านั้น ท่านซินต้องมาหาข้าต่างหาก!

            “เอ๊ะ! ท่านเป็นของข้าต่างหาก!

            “กรี๊ด! ท่านซินต้องเลือกข้ามากกว่าพวกเจ้าต่างหาก! เจ้าพวกมาทีหลัง!

            “แง่งงงงง!!!

            ภาพที่เห็นทำเอาลูก้าช็อก เหล่าภูติสาวที่เมื่อครู่ดูสุภาพและเจียมตัว หากแต่เมื่อร่างเล็กของเด็กสาวหายเข้าไปทางด้านในพวกนางก็เริ่มทะเลาะกันว่าใครจะได้อยู่ในดวงใจของซิน

            นี่มัน...ศึกชิงพระ!? (เฮ้ยๆ ซินเป็นนางเอกต่างหากเฟ้ย!)

            เมื่อก่อนเจ้าเด็กนี่มันไปทำอะไรกับภูติสาวพวกนี้กันเนี่ย!? หวังว่าเมื่อก่อนซินดาเทียคงไม่ได้ไปหลี (ภูติ) สาวๆ พวกนี้เอาไว้ทั้งป่าหรอกนะ!?

            (เสียใจด้วยนะลูก้า นั่นคือความจริงที่ถูกต้องโดยไม่ต้องพิสูจน์...)

 

            “แหมๆ ไม่ได้เห็นกันตั้งนานโตเป็นสาวแล้วนะ” หญิงสาวเดินเข้ามากอดซินดาเทียด้วยความคิดถึง เด็กสาวกอดอีกฝ่ายตอบอย่างที่เคยทำ ราชินีภูติหัวเราะชอบใจที่เด็กน้อยที่นางเคยเลี้ยงในช่วงระยะเวลาหนึ่งยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยน มือเรียวสีซีดเกินกว่าจะเป็นมือของมนุษย์ลูบหัวเด็กสาวด้วยความอ่อนโยน “เป็นยังไงมายังไงล่ะ หืม?”

            ซินผละออกจากอ้อมกอดที่แม้จะเย็นชืดแต่ก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยแล้วเริ่มเข้าประเด็น “ท่านคงรู้เรื่องของมังกรมารแล้ว”

            ราชินีภูติพยักหน้ารับ “เจ้าคงจะหมายถึงเรื่องที่เผ่าพันธุ์ปีศาจเริ่มอาละวาดหลังจากที่มังกรมารตายไปได้หนึ่งปีสินะ”

            “ท่านรู้เรื่องนี้จริงๆ สินะ...ท่านพอจะบอกได้ไหมว่ามันเป็นเพราะอะไร”

            “จักรพรรดิปีศาจที่ยังคงสาบสูญ เจ้าคงไม่รู้ว่านับตั้งแต่ที่ปู่ทวดของเจ้า...ไดรลูวาร์ได้กลายเป็นจักรพรรดิรุ่นที่สอง ไม่สิ นับตั้งแต่ที่มังกรมารถือกำเนิดขึ้น ไม่มีใครรู้เรื่องของผู้เป็นแม่และแฝดอีกคนอีกเลย แม้จะเป็นผู้คนในแดนปีศาจแห่งนั้นก็ตาม” ราชินีภูติเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เถาวัลย์แล้วเริ่มเล่าต่อ “พวกเขาหายสาบสูญไป หากแต่ก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก จนเมื่อข่าวที่ว่ามังกรมารตายไปแล้วเมื่อสองปีก่อน ในแดนปีศาจเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้งเพราะเรื่องต้นกำเนิดที่แท้จริงของมังกรมารลือกันไปทั่ว ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ แต่ข้าเชื่อว่าสิ่งที่พวกมันต้องการคือจักรพรรดิปีศาจ”

            ข้อมูลเหล่านั้นทำให้ซินนิ่งเงียบ จักรพรรดิปีศาจหรือจักรพรรดิดำนั้นมีเลือดเนื้อครึ่งหนึ่งที่เป็นปีศาจ หากว่าพวกปีศาจจะยกตำแหน่งผู้นำให้กับจักรพรรดิปีศาจมันก็ไม่แปลก แต่ที่มันคาใจก็คือเพราะเหตุใดพวกปีศาจต้องทำให้เรื่องมันวุ่นวายใหญ่โตแบบนี้ด้วยทั้งที่พวกมันก็เก็บตัวอยู่อย่างสงบมาตลอด

            ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เด็กสาวทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้เถาวัลย์ที่ตั้งอยู่ใกล้ตัว “แล้ว...ท่านรู้จักสิ่งนี้ไหม”

            “หืม?”

            “กรงสีดำที่บิดเบี้ยวท่ามกลางหมอกหนาทึบ”

            “...กรงสีดำน่าจะหมายถึงอะไรบางอย่างที่ถูกกักขังเอาไว้ แล้วตรงที่ว่าบิดเบี้ยวนี่น่าจะหมายถึงปีศาจ หมอกหนาทึบก็น่าจะเป็นที่ไหนสักแห่งในอาณาจักรซาเดีย”

            “อาณาจักรซาเดีย?” ซินดาเทียทวนคำพูดของอีกฝ่าย อาณาจักรซาเดียเป็นอาณาจักรขนาดเล็กที่อยู่ในทวีปตะวันตก เป็นอาณาจักรที่ถูกพวกปีศาจรุกรานบ่อยที่สุด เรียกได้ว่าพอๆ กับอาณาจักรมอลโนวาที่โดนกบฏบุกเข้ามาเมื่อครั้งที่ซินดาเทียมาอยู่ในมอลโนวาใหม่ๆ จนการต่อสู้ระหว่างมังกรมารจบลงนั่นล่ะ ซาเดียมาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับมอลโนวาเมื่อครั้งที่เธอยังคงอยู่บนแดนสวรรค์ และถึงซินดาเทียจะออกไปทำภารกิจนอกอาณาจักรบ่อยครั้งตั้งแต่กลับมามอลโนวาแต่กลับไม่เคยไปซาเดียเลยสักครั้ง และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้ว่าอาณาจักรซาเดียมีหมอกหนาทึบ

            ความทรงจำในตอนที่เป็นดรูว์ไม่มีครั้งไหนที่ดรูว์เคยไปซาเดีย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นที่นั่นก็ได้

            เมื่อเห็นว่าซินดาเทียมุ่นคิ้วแถมยังมีใบหน้าเคร่งเครียด ราชินีภูติก็เริ่มรู้สึกกังวล นางรีบอธิบายต่อ “ซาเดียเป็นอาณาจักรเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางหมอกหนาทึบจนแทบมองอะไรไม่เห็น เจ้ามีปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า?”

            “...คำถามที่ข้าถามท่านเมื่อครู่คือคำใบ้ที่ข้าได้จากพิธีตามหาจักรพรรดิดำเมื่อหนึ่งกว่าปีก่อน”

            “อะไรนะ!?” ราชินีภูติยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ “ใครกันที่ช่างสามารถกักขังผู้ที่มีอำนาจถึงเพียงนั้นได้!

            ซินดาเทียลุกขึ้นแล้วค้อมหัวลงให้อีกฝ่าย “ขอบคุณท่านมากสำหรับข้อมูลนี้ ท่านช่วยข้าได้มากเลย” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้อีกฝ่าย “ถ้าเรื่องทุกอย่างจบลง ไว้ข้าจะพาปีศาจตนนั้นมาพบท่านนะ ท่านป้า”

            ราชินีภูติหลุดขำออกมากับคำพูดของเด็กน้อยในสายตาของพระนางตรงหน้า “เจ้าเรียกญาติของตัวเองว่าปีศาจงั้นหรือ”

            “ก็ต้นตระกูลของเจ้านั่นเป็นลาเบียร์กับปีศาจนี่นา”

            “อืม...นั่นสินะ” ราชินีส่งยิ้มให้เด็กน้อยตรงหน้า “แล้วเจอกันอีกนะ หลานรักของข้า”

            อดีตปีศาจขาวยิ้มให้กับผู้ที่เลี้ยงตนมาระยะหนึ่งก่อนจะหมุนตัวกลับไป ระหว่างทางที่เดินออกไปยังจุดที่ลูก้ารออยู่นั้นเหล่าภูติสาวต่างก็โบกมือและยิ้มให้ซินอย่างเหนียมอาย เด็กสาวผมสีทองสว่างหันกลับไปยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มละลายใจที่ชอบยิ้มให้สาวๆ เหล่าภูติก็เลือดกำเดาพุ่งแล้วเป็นลมไป

            ลูก้าที่มองเหตุการณ์เมื่อครู่เริ่มรู้สึกกลัวซินดาเทียขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ...ถึงแม้ว่าตอนซินดาเทียเป็นจักรพรรดิเขาจะไม่ค่อยชอบเด็กสาวเท่าไหร่จนขัดคำสั่งเด็กสาวบ่อยๆ ทว่าก็ยังไม่น่ากลัวเท่ากับซินดาเทียในตอนนี้ที่เป็นแค่อดีตจักรพรรดิ

            เพราะอะไรกัน!? ทำไมจู่ๆ เขาถึงกลัวเด็กสาวคนนี้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ!

            “ไปกันเถอะ ข้าเสร็จธุระที่นี่แล้ว” เด็กสาวกระโดดขึ้นขี่หลังลูก้า ราชามังกรอัสนีรีบโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนบินออกจากมอลโนวา

            แหงสิ ก็ที่นี่น่ากลัวจะตาย เขายิ่งภาวนาให้ซินทำธุระให้เสร็จเร็วๆ จะแย่!

            “ได้ข่าวอะไรมาบ้างล่ะ...ขอรับ” ลูก้าไม่ลืมที่จะลงหางเสียงกับอีกฝ่าย แม้จะไม่เต็มใจ และแม้ในตอนนี้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงแค่อดีตจักรพรรดิ แต่เขาก็ไม่ลืมว่าในตอนนี้เด็กคนนี้คือทายาทผู้ถือครองพลังของจักรพรรดิอยู่!

            อดีตจักรพรรดิแสยะยิ้ม “ดูท่าคราวนี้พวกเราคงได้ประกาศสงครามหลายทางเลยล่ะ”

            “เอ๋!?” ลูก้าตกใจ ประกาศสงคราม!? นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!

            “ไม่ต้องห่วง ถ้ามันไม่ถึงที่สุดจริง...ข้าไม่ลากพวกเจ้ามายุ่งเกี่ยวด้วยหรอก” พวกเจ้าที่ซินพูดถึงของเหล่ามังกรสวรรค์ ซินดาเทียตบหลังคอของราชามังกรอัสนีเบาๆ เป็นเชิงให้อีกฝ่ายใจเย็น “ห้ามบอกกับคนของทางนั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

            “แล้วถ้าไดร...เอ่อ องค์จักรพรรดิถามล่ะ”

            “ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะต้องได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง”

            ราชามังกรอัสนีชะงักกับน้ำเสียงจริงจังที่มาจากคำพูดเหล่านั้น...น้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติ นั่นหมายความว่าตอนนี้อดีตจักรพรรดิคนนี้กำลังเอาจริง! ตอนนี้ลูก้ารู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันหนาวผิดปกติ ขนพากันตั้งชันอย่างไม่อาจห้าม คราวนี้ซินดาเทียจะเอาจริงงั้นหรือ...ลูก้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลังจากที่ซินดาเทียกลับมายังมอลโนวาเขาก็ถูกเรียกกลับแดนสวรรค์เพื่อไปช่วยมังกรตนอื่นๆ ซ่อมแซม ไม่ใช่สิ...สร้างวิหารของเฮเวนฟอสกับโยเซ็นใหม่เพราะถูกซินดาเทียใช้เพลิงสีดำเผาทิ้ง! นี่ขนาดตอนนั้นซินดาเทียแค่ขู่ ไม่ได้เอาจริงแต่อย่างใด พวกเขาก็ต้องสร้างวิหารของโยเซ็นกับเฮเวนฟอสที่แต่ละแห่งใหญ่พอๆ กับพื้นที่ทั้งหมดของราชวังมอลโนวาใหม่ แล้วถ้าเด็กนี่เอาจริง...ไม่อยากจะคิด!

            “ข้าไม่ยอมให้ไดรเป็นจักรพรรดิไปตลอดชีวิตหรอก”

            หากจะให้ไดรลูเกียร์ลงจากตำแหน่งจักรพรรดิ วิธีการเดียวคือหาผู้ที่มีสายเลือดของลาเบียร์มาสืบทอดตำแหน่งแทนซะ แน่นอนว่าคนอย่างซินดาเทียนั้นปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด เพราะฉะนั้นก็ต้องเหลืออีกแค่คนเดียว...ทายาทของลาเบียร์อีกคน จักรพรรดิปีศาจ!

            ร่างใหญ่โตของราชามังกรอัสนีบินออกมานอกเขตของป่ากินคนแล้ว ทั้งสองนิ่งเงียบไปตลอดทาง ไม่มีใครเปิดปากพูดอะไรออกมา ทว่าเมื่อลูก้าบินมาถึงน่านฟ้าของอาณาจักรวาเคียนคนบนหลังก็เอ่ยปากขึ้น

            “พอผ่านวาเคียนไปแล้วจะเห็นทะเลทรายอยู่ แวะตรงนั้นให้ข้าด้วย”

            “หา!?” ลูก้าอ้าปากค้าง “ทำไมข้าต้องทำตามที่เจ้าสั่งด้วย!

            มือเล็กกำขนสีเหลืองนวลของลูก้าแน่นเต็มฝ่ามือ “จะลงแวะให้ข้าดีๆ ...หรืออยากให้ขนของเจ้าหายไปก่อน”

            ลูก้าอยากกรีดร้อง! ไรน์ทาเรียคำรามเสียงดังลั่นฟ้าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูโหยหวนชอบกล “เจ้ามันโหดร้าย! ชอบทำร้ายข้า!!!

            แต่ถึงจะโวยวายยังไงลูก้าก็ยอมแวะให้ตามคำสั่งของเด็กสาว (เพราะกลัวว่าขนจะหายไปมากกว่านี้) ยังไม่ทันที่เท้าของไรน์ทาเรียจะได้สัมผัสพื้น ร่างเล็กที่อยู่บนหลังก็กระโดดลงสู่พื้นทรายแล้วเดินตรงไปข้างหน้าโดยไม่เสียเวลาคิด ลูก้าสงสัยกับท่าทางแปลกๆ ของซินดาเทียที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ราชามังกรอัสนีเดินเดินหลังเด็กสาวไป...ก็เห็นเศษซากของวัตถุอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่ดำไหม้เกรียมราวกับมันเคยถูกเพลิงลุกไหม้เมื่อนานมาแล้ว

            “เจ้ารู้หรือเปล่าว่าที่ตรงนี้เมื่อก่อนไม่ได้เป็นทะเลทรายแบบนี้”

            “หือ?” ลูก้าสงสัย จู่ๆ เด็กสาวที่เข้าใจยากตรงหน้าก็พูดเรื่องที่เขาไม่เข้าใจออกมา

            “นั่นคือเศษซากของยานบินที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเพราะหนึ่งในผู้โดยสารเป็นกบฏ” นิ้วเรียวเล็กชี้ไปที่เศษซากของยานบินที่ตอนนี้ไหม้เกรียมจนไม่เหลือสภาพ และไม่สามารถเดาได้เลยว่าก่อนที่มันจะเป็นเช่นนี้มันเคยเป็นอะไรมาก่อน “ทุกคนในเหตุการณ์นั้นตายทั้งหมด...”

            “เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่” ลูก้าขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

            “...ที่นี่คือสถานที่ที่ข้าทำภารกิจสุดท้าย...ก่อนที่ข้าจะถูกควักหัวใจออกไป”

            “อะไรนะ!!!” ลูก้าตาเหลือกแล้วหันไปมองทั่วบริเวณนี้อย่างตื่นตระหนก ถ้าสิ่งที่ซินดาเทียพูดเป็นความจริงงั้นก็หมายความว่า...

            ที่นี่คือสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เคยไปข่าวลือไปทั่วโลกนั่น! เหตุการณ์ยานบินล่ม บางคนก็ลือว่ายานบินลำนั้นโดนผู้โดยสารคนหนึ่งที่เป็นกบฏพัง บ้างก็เล่าว่าเป็นเพราะปีศาจที่ใช้เวทมนต์ทำลายจนมันตกลงมา และข่างลืออื่นๆ หลายทาง ทว่าที่ตรงกันทั้งหมดคือไม่มีผู้ใดที่อยู่บนยานบินลำนั้นรอดชีวิต แม้แต่ตัวต้นเรื่องอย่างกบฏหรืออาจจะเป็นปีศาจก็ตาม

            ไม่คิดว่าคนที่สอยยานบินนั่นลงมาจะเป็นเจ้าเด็กนี่...

            “ทำหน้าอย่างนั้น...เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนทำสินะ” ซินดาเทียเริ่มเย็นชาขึ้นมา “เมื่อครู่ข้าก็บอกแล้วนี่ว่าหนึ่งในผู้โดยสารเป็นกบฏ”

            ลูก้ายิ้มแหยที่ปรักปรำอีกฝ่าย (ในใจ)

            หากแต่เด็กสาวก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอถอนหายใจออกมา “แต่รู้อะไรไหม...ข่าวลือที่ว่าไม่มีใครรอดชีวิตนั่น ที่จริงแล้วมีเด็กผู้หญิงอยู่คนหนึ่งที่รอดชีวิต”

            “ก็เจ้าไง” ลูก้าหรี่ตา

            “ไม่ใช่...ถึงกบฏจะเป็นคนทำให้ยานบินลำนี้ตกลงมา แต่เป็นข้านี่แหละที่ฆ่าทุกคน ในตอนนั้นทุกคนกลายเป็นกบฏ แต่ข้ากลับไว้ชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนนั้นข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงปล่อยไป แถมยังมอบเขี้ยวน้ำนมของตัวเองให้นางไปอีก”

            “หา!?” คราวนี้ไรน์ทาเรียถึงขั้นช็อก “เมื่อครู่...เจ้าบอกว่ามอบเขี้ยวน้ำนมให้ใครที่เจ้าไม่รู้จักไปอย่างงั้นเร้อออ!!!

            “นางชื่อลีเวียธาน เป็นนักล่ามังกร”

            ไรน์ทาเรียกรีดร้อง! ใบหน้าฟุบอยู่กับพื้นทรายแล้วครางหงิง “เจ้าเด็กบ้า นี่เจ้าทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม! เกิดนังเด็กนั่นใช้เขี้ยวของเจ้าได้นางไม่ล่าพวกเราเป็นว่าเล่นเลยงั้นเรอะ!

            “ไม่หรอก...เพราะตั้งแต่วันนั้น ข้าก็ไม่ได้ข่าวของนางอีกเลย” ดวงตาสีฟ้าเข้มเหม่อมองไปข้างบนฟ้าอย่างเลื่อนลอย...ก่อนจะไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้เศษซากของยานบิน ร่างเล็กเดินเข้าไปดูใกล้ๆ โดยที่ลูก้าไม่ได้สังเกตเพราะมัวแต่คร่ำคราญอยู่

            “หมดกัน...รอนับเวลารอเผ่าพันธุ์มังกรสูญพันธุ์ได้เลย ฮือ...”

            “เฮ้! ตรงนี้มีคนนอนสลบอยู่น่ะลูก้า”

            “แว้กกก!!! มันมาแล้ววววววว!!!” ลูก้ากรีดร้องก่อนจะชะงัก “ฮะ!? เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ”

            เด็กสาวหรี่ตา เธอไม่สนใจอีกฝ่ายอีกต่อไปก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้ร่างของใครคนหนึ่งที่นอนตัวสั่นอยู่ในซากยานบิน ซินดาเทียอุ้มอีกฝ่ายออกมาจากซากด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง ลูก้าอ้าปากค้างกับภาพนั้นก่อนจะสะบัดหัวกับภาพหลอนที่จู่ๆ ก็เข้ามาในหัว

            นี่เขาเผลอคิดว่าซินดาเทียเป็นผู้ชายเข้าไปได้ยังไงก๊านนน!!

            “นี่เจ้าทำหน้าอะไรน่ะลูก้า” ซินดาเทียมองอีกฝ่ายอย่างเหนื่อยหน่ายใจ และก่อนที่จะออกเดิน ใบหน้าของซินก็สะบัดขึ้นบนจากแรงกระแทกจากด้านล่าง ลูก้าอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น

            ซินดาเทียโดนต่อยเสยคาง! นี่มันสิ่งมหัศจรรย์ระดับกีก้าแรร์ของโลก!

            ใบหน้าของซินดาเทียค่อยๆ ก้มมองร่างเล็กกว่าที่เธอกำลังอุ้มอยู่ ใบหน้าและดวงตาเย็นชาของเด็กสาวทำลูก้าฝันร้าย (ทั้งที่ยังตื่นอยู่) แน่นอนว่าขนาดไรน์ทาเรียยังเป็นถึงขั้นนี้ ร่างเล็กของเด็กสาวในอ้อมกอดของซินก็เช่นกัน

            “ปละ...ปล่อยข้านะ!” ทว่านางก็ยังเสียงแข็งและสั่งซินดาเทียด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ทั้งที่ในใจก็กลัวอีกฝ่ายจนแทบไม่เหลือแรง

            อดีตปีศาจขาวยิ้ม...ด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ ลูก้ารู้สึกหนาวสั่นเมื่อเห็นรอยยิ้มเช่นนั้นจากซิน “เรื่องสิ ว่าแต่เจ้าน่ะ...ชื่ออะไร” อยากรู้จริงๆ ใครกันที่กล้าต่อยหน้าเธอ!

            “ข้าไม่มีชื่อ! เพราะฉะนั้นปล่อ...!!!” เด็กสาวชะงักก่อนจะสลบไป ซินดาเทียถอนหายใจออกมาเมื่ออีกฝ่ายกลัวจิตสังหารของเธอจนสลบไป (อีกรอบ)

            “...แม้แต่เด็กเจ้าก็ยังไม่ละเว้น” ลูก้าลอบถอนหายใจ

            “เด็ก? ได้ข่าวว่าเด็กที่เจ้าพูดถึงนี่อายุพอๆ กับข้าเลยนะ” ซินดาเทียขมวดคิ้วมุ่น ดูรวมๆ แล้วเด็กนี่อายุเท่าเธอชัดๆ

            “อย่าลืมสิว่าเจ้ามีพัฒนาการการเจริญเติบโตช้าว่าคนอื่นๆ ในวัยเดียวกั...ว้ากกก!! ขอโทษ! ข้าขอโทษษษษษ!!!” ยังไม่ทันได้พูดจบลูก้าก็ต้องวิ่งหนีดาบจิตที่ซินส่งให้นับไม่ถ้วนพร้อมกับขอโทษอีกฝ่ายแทบไม่ทัน

            เป็นที่รู้กันดีของคนในหอเซาท์...การพูดถึงจุดด้อยในใจของหัวหน้าหอเซาท์คนปัจจุบันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายชัดๆ!

            ซินดาเทียถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ดวงตาสีฟ้าเข้มก้มมองเด็กสาวที่เธอได้กลิ่นปีศาจมาจากอีกฝ่ายโชยออกมาชัดเจน หากทว่าเด็กสาวก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเธอได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่คุ้นเคยแต่ไม่นึกพิสมัยอยากจะได้กลิ่นของมัน

            กลิ่นของสงคราม...แถมยังชัดเจนกว่าคราวก่อนๆ ตอนที่อยู่ในมอลโนวาอีก!

            ไม่มีใครรู้เลยว่าการพบเจอกันระหว่าง (อดีต) ปีศาจขาวกับปีศาจไร้นามในครั้งนี้นั้นกำลังจะทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนเพราะวีรกรรมของปีศาจร้ายอีกครั้ง!

 

 

------------------------------------------------------

            จบไปอีกตอน (อย่างรวดเร็ว >O<) ตอนนี้กำลังมีไฟปั่น

            เอาล่ะสิ ซินเริ่มได้กลิ่นสงครามแล้ว สิ่งที่ซินรู้สึกได้จากปีศาจคนนี้จะเป็นจริงหรือไม่...

            ติดตามตอนต่อไป ><

            ตอนต่อไป - Syn 002 เป้าหมายแฝง -

            คนที่ทำอะไรให้ฟรีๆ น่ะ ไม่มีในโลกหรอก

 

            ค.ห. 14 ควาเซยังเป็นตอนยาวเหมือนเดิมค่ะ Syn 000 เป็นบทนำ ซึ่งบทนำแฮทจะแต่งสั้นบ้างยาวบ้างแล้วแต่เรื่อนั้นๆ ส่วน Syn 000 (S) เป็นเพียงแค่ข้อมูลที่แฮทสรุปมาจากภาคแรก มีข้อความบางส่วนที่ในภาคแรกหรือเนื้อเรื่องหลักไม่ได้กล่าวเอาไว้ เวลาอ่านตอนไหนแล้วเริ่มงง เรียงลำดับไม่ถูกให้มาอ่านที่ตอนนี้ค่ะจะได้ไม่งง (ถ้าให้ดีอย่าลืมอ่านตอนพิเศษของภาคแรกนะคะ)

            ค.ห. 15 ซินจะอ่อนแอไปตลอดหรือไม่ ลุ้นเอานะคะ ^^

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #56 ธิดามรณะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:34
    ไดร-ลู-เกียร์ นายหายไปไหนนนนนนนนนนน
    #56
    0
  2. #28 Sappire (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 16:57
    อยากให้สองคนนี้มาสู้ด้วยกัน คงแกร่งน่าดู555555



    มาต่อเร็วๆนะค้าา
    #28
    0
  3. #27 ~''Fanrasia''~ (@-lalis-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 11:28
    ขอให้ซินแกร่ง+โหดขึ้นเยอะๆเลยย สาธุ
    เห็นท่อนที่บอกว่าฟรองแข็งแกร่งที่สุดมีวงเล็บปัจจุบันอยู่ด้วยแสดงว่าในอนาคตไม่แน่สินะ อุฮิ อุฮิ
    #27
    0
  4. #26 มะมายด์' (@numilddy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 10:50
    โอ้ยยย
    คิดถึงทั้งซินดาเทียกับฟรองซ์
    อ่านบทพิเศษภาคนู้จบก็มีภาพนี้ต่อ
    แทบกราบพี่แฮท -/-
    ดีใจ รอติดตามเสมอค่าาา ♥
    #26
    0
  5. #24 arolis tranzee (@sengoku) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 08:16
    สงสารปีศาจตนนั้นจริงๆที่มาเจอซิน
    #24
    0
  6. #23 Nali (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 03:38
    พี่คะ เด็กสาวที่ซินให้เขี้นวไปจะได้เจอกันไหมคะ? แบบรู้สึกหวงแทนฟรองอ่ะค่ะ ฮ่า

    ชอบมากมายที่อัพเร็วแบบนี้ ><
    #23
    0
  7. วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 21:42
    สนุกมากกกก >[]<
    #19
    0
  8. #17 nawa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 21:28
    เอ้ย สนุกเวอร์ค่ะ

    เค้าเริ่มตามอ่านมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว

    หนุกมากบอกเลย

    แต่ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้เม้นเลยในภาคแรก

    แต่เค้าจะมาตามเม้นภาคนี้ค่ะ (มั่นใจ!)



    แลดูอนาคตจะไม่ค่อยสงบซะแล้วสิ - -"

    5555
    #17
    0
  9. #16 เนตรมาร (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 20:52
    บอกได้คำเดียว ตัวละครเยอะโครต!!!ยังจำได้ไม่หมดเลย555 ภาคนี้ไรเตอร์แต่งเป็นเนื้อเรื่องนอกอาณาจักรสินะ ส่วนภาคเก่าส่วนมากเป้นเรื่องในมอลโนวา อื้มๆ ทำไมเพิ่งอ่านตอนนี้ได้ไม่นานดันคิดว่าฮาลเป้นจักรพรรดิปีศาจไปซะได้นิ555

    ปล.มีไฟรีบปั่นเลยนะไรเตอร์เดี๋ยวไฟตกละหายยาวอีกแต่ขอไม่รีบตัดบทเอาดื้อๆพอเห็นบอกอันนี้ภาคสุดท้ายแล้วเดี่ยวทำใจไม่ได้พอเจอคำว่า บทส่งท้าย เป็นงี้ประจำไม่รู้รู้สึกไปเองคนเดียวป่าวพอเจอคำว่าบทส่งท้ายละมันไม่กล้าอ่านพออ่านละใจมันโหวงๆ 5555 ติดตามผลงานเสมอFmmก็อยากอ่านนาไรเตอร์เพ้อก็ดีจะได้ไปอัพบ้าง555
    #16
    0