Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 4 : Syn 002 เป้าหมายแฝง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    16 พ.ค. 57

Syn 002 เป้าหมายแฝง

            ภายในห้องทำงานของกษัตริย์เรชินแห่งมอลโนวาตอนนี้นั้นกำลังตึงเครียดกับสาสน์ที่ได้รับจากซาเดียเมื่อเช้ามืด ตอนนี้ในห้องทำงานประกอบไปด้วยราชวงศ์ฟีมอลอาร์ค หัวหน้าสายต่างๆ และหัวหน้าหอทั้งสี่ แต่ละคนมีใบหน้าตึงเครียดจนบรรยากาศในห้องพลอยเครียดตามไปด้วย ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งนั้นจนกระทั้งท่านรีจิเรนเอ่ยปากขึ้นเป็นคนแรก

            “ซินดาเทียแห่งหอเซาท์หายไปไหน”

            ทุกคนเงียบ...เนื่องจากไม่มีใครสามารถให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ ไม่มีใครเห็นเด็กสาวตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวาน ทว่าฟรองเซ่ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งของหัวหน้าสายพิเศษ F กลับเอ่ยปากในสิ่งที่ทำเปลี่ยนบรรยากาศของห้องจากตึงเครียดเป็นตกตะลึง

            “นางไปที่ป่ากินคนตั้งแต่ช่วงเที่ยงของเมื่อวาน”

            “อะไรนะ!!??” ชื่อป่ากินคนที่ออกมาจากปากฟรองเซ่ทำเอาทุกคนตกตะลึง

            “นี่พระองค์พูดอะไรออกมารู้บ้างหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะองค์อาเทห์!” ท่านรีจิเรนเริ่มมีสีหน้าแตกตื่นอย่างที่ไม่เคยเป็น เป็นที่รู้ๆ กันของคนทั่วโลกว่าผู้ที่เคยเข้าไปในป่ากินคนนั้นจะไม่ได้กลับออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง ที่นั่นมีแต่สัตว์ป่าที่แทบจะเรียกว่าสัตว์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดขนานแท้ที่แม้แต่ฝูงซีเรเกียสยังกลัว แถมที่นั่นยังมีภูติกินคนคอยล่อลวงคนหลงทางไปกินอีก...แถมซินดาเทียยังติดนิสัยชอบหลีสาวมาจากดรูว์เสียด้วย! ต้องไม่รอดแน่ๆ!

            เมื่อได้ยินคำพูดที่อีกฝ่ายใช้เรียกตนฟรองเซ่ก็ตวัดสายตาไปมองหัวหน้าสายสามัญด้วยสายตาดุดัน “ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้ข้าคือฟรองเซ่ หัวหน้าสายพิเศษ F ไม่ใช่องค์ชายอาเทห์...”

            “ขะ ขออภัย” ท่านรีจิเรนหน้าซีดเมื่อนึกได้ว่าตนไม่ควรหลุดพูดฐานะที่แท้จริงของบุคคลตรงหน้าโดยเด็ดขาด...โดยเฉพาะต่อหน้ารุ่นน้องของชายหนุ่มและบุคคลที่นอกเหนือจากคนในห้องนี้

            ชเรดที่ไม่มีอาการตกใจแต่อย่างใดหาววอดออกมาจนอินต้องตีแขนเตือนชายหนุ่ม หากแต่ชายหนุ่มผู้เย็นชากลับไม่สนใจแต่อย่างใด ปีศาจดำเท้าคางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับว่ามันคือเรื่องปกติ “ไม่เห็นจะต้องตกใจอะไร ในเมื่อซินเคยอยู่ที่นั่นภายใต้การดูแลของราชินีภูติมาถึงสามปี หากจะกลับไปที่นั่นอีกครั้งก็ไม่แปลกอะไร ไม่แน่ว่าทางนั้นอาจจะต้อนรับเป็นอย่างดีจนซินไม่อยากกลับมาที่นี่อีกก็ได้...” พูดได้แค่นั้นชเรดก็ชะงัก ดวงตาสีน้ำตาลแดงหันไปมองฟรองเซ่ “ก่อนที่นางจะไปได้พูดอะไรเอาไว้บ้างหรือเปล่า ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะปล่อยให้นางไปคนเดียวหรอกนะ” ดูจากท่าทางที่แทบจะไม่ห่างจากซินของฟรองเซ่ตลอดหนึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านมาน่ะนะ

            “ซินบอกว่ามันคือเรื่องที่นางและเหล่ามังกรสวรรค์ต้องรับผิดชอบ”

            เพียงแค่นั้นชเรดก็เผยความตกใจออกมาทางใบหน้าเป็นครั้งแรก ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนหายใจออกมา “ข้าว่าพวกเรารออีกนิด...เดี๋ยวนางก็กลับมาแล้วล่ะ”

            ให้ตายสิ...ไปที่นั่นคนเดียวโดยไม่เรียกข้าไปด้วยเนี่ยนะ มันก็เป็นความรับผิดชอบของข้าเหมือนกัน!

            คำพูดของชเรดทำให้ทุกคนสงสัยไม่น้อย แม้จะสงสัยว่ามันคือเรื่องอะไรแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะถาม ทว่าจบคำของชเรดได้เพียงครู่เสียงเคาะบานหน้าต่างก็ดังขึ้น เรียกสายตาของทุกคนในห้องให้หันไปมอง ด้านนอกหน้าต่างคือเด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มที่พวกเขากำลังถามหาตัวอยู่เมื่อครู่ยื่นหน้าเข้ามาในห้อง ปีกสีเหลืองนวลที่กระพืออยู่ทำให้เดาได้ไม่อยากว่ามันคือปีกของลูก้า

            “ข้าเข้าไปได้หรือเปล่า” ซินดาเทียถามขึ้น พอกษัตริย์เรชินพยักหน้าอนุญาตร่างเล็กก็ทำท่าเหมือนพยุงอะไรบางอย่างในอ้อมแขนแล้วหย่อนตัวเข้ามาในห้อง สิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนเล็กของเด็กสาวทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง

            “นะ...นั่นใครน่ะ!!!???” กษัตริย์เรชินหน้าซีดกับเด็กสาวที่สลบไสลไม่ได้สติที่อยู่ในอ้อมกอดของซิน

            หากแต่เด็กสาวต้นเรื่องกลับยิ้มแฉ่ง “อ๋อ...ภรรยาข้าเอง”

            “หา!!!???” ทุกคนช็อก...ไม่เว้นแม้กระทั่งชเรด ก่อนที่สายตาทุกคู่จะไปหยุดที่เด็กสาวแปลกหน้าที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

            อิสึกะหรี่ตามองเด็กสาวผมดำอย่างไม่สบอารมณ์ “เด็กนั่นมัน...กลิ่นปีศาจฉุนชะมัด!

            ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกโพลงเล็กน้อยก่อนที่ซินจะพยายามปรบมือให้อิสึกะอย่างชื่นชม “เจ้านี่จมูกดีจริงๆ คิดไม่ผิดเลยที่พานางมาด้วย”

            “เจ้าจะบ้าเรอะ! ช่วงนี้พวกเราสู้รบกับพวกปีศาจอยู่นะ ไปพานางมาทำไม!” ไรเซอร์แทบสติแตก ยัยเด็กนี่คิดอะไรออกมาแต่ละครั้งทำเอาเขาปวดหัวไปหมด แล้วที่ว่าเป็นภรรยานั่นน่ะมันอาร้ายยยยย!!

            ทว่าถึงจะบ่นไปซินดาเทียก็ไม่สน ดวงตาสีฟ้าเข้มหันไปสบดวงตาสีแดงเลือดของอิสึกะ “เจ้าได้กลิ่นอะไรจากนางอีก”

            คำถามของซินดาเทียทำให้หัวหน้าสายพิเศษ C ต้องหรี่ตาเพ่งมองเด็กสาวผมดำ เนิ่นนานจนชายหนุ่มถอนหายใจออกมา “กลิ่นมันเจือจางจนข้าแทบจะไม่รับรู้ หากแต่ข้ายืนยันได้อย่างหนึ่ง...นางมีบรรยากาศที่คล้ายกับเจ้าตอนที่สู้กับพวกกบฏ”

            เด็กสาวยิ้มให้กับคำตอบ “แค่นี้ก็มากเพียงพอแล้วล่ะ ขอบคุณมากสำหรับคำตอบ”

            ทุกคนมองซินดาเทียที่เดิน (อุ้ม) อ้อมไปนั่งข้างฟรองเซ่ ซินดาเทียเกาแก้มอย่างเก้อๆ ก่อนจะขอโทษฟรองเซ่เสียงแผ่ว “ข้าขอโทษที่กลับมาช้า”

            เพียงคำพูดประโยคนี้เพียงประโยคเดียว...ก็ทำเอาทุกคนในห้องเกือบจะจมกองเลือดตายเมื่อฟรองเซ่เผยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะโยกศีรษะเด็กสาวแผ่วเบา “แค่เจ้าปลอดภัยกลับมาก็พอแล้ว”

            รอยยิ้มของท่านหัวหน้าสายพิเศษ F ยังคงอันตรายต่อหัวใจของคนมองเช่นเดิม

            และเด็กสาวที่เขาเต็มใจส่งรอยยิ้มให้ก็ยังคงไม่รู้เรื่องคนเดียวอยู่ตามเคย

            “เดี๋ยวก่อน! นี่เจ้ายอมรับให้นางมีภรรยาได้เรอะ!” รัชทายาทลำดับหนึ่งเซลอสต์หันขวับไปทางน้องชายตน นี่เอาจริงเรอะ!? เจ้าน้องชายคนนี้หวงเจ้าเด็กนี่มากไม่ใช่หรือไง ทำไมยอมง่ายๆ แบบเน้!

            “นางมีภรรยา ไม่ได้มีสามี ดังนั้นตำแหน่ง (ว่าที่) สามีของซินก็ยังเป็นข้าอยู่ เพราะฉะนั้นข้ายอมได้” ฟรองเซ่ตอบหน้าตาย ทำเอาคนทั้งห้องอึ้งค้าง “อีกอย่าง ใช่ว่าซินจะนอกใจข้าเสียหน่อย...”

            ทั้งสองหันมายิ้มให้กัน คนทั้งห้องกุมขมับให้กับความสัมพันธ์แปลกประหลาดของซินดาเทียกับฟรองเซ่ ปกติมันต้องห้ามกันเซ่! แล้วนี่อะไร!? ยอมแบบง่ายๆ โดยไม่มีคำท้วง เจ้าตัวเล็กยิ่งมีแนวโน้มเบี่ยงเบนไปทางเพศเดียวกันอยู่ เกิดเปลี่ยนเพศขึ้นมาจริงๆ จะทำยังง้ายยย!

            ซินดาเทียหันไปสบตากับกษัตริย์แห่งมอลโนวาด้วยสายตาจริงจัง “ข้าต้องขอให้ท่านอนุญาตให้นางอยู่ที่นี่ด้วย...ในฐานะภรรยาข้า อันที่จริงคือข้ากับนางไม่ได้มีอะไรกัน แต่ก็อย่างที่อิสึกะพูด...ข้าเองก็สัมผัสได้แบบนั้นเช่นกัน เพียงแค่แวบเดียวที่เห็นนาง ข้ารู้สึกว่าต้องพานางมาด้วย”

            “หมายความว่ายังไง?” รัชทายาทลำดับสองรีเซลล์เริ่มจับสังเกตคำพูดของซินดาเทียที่เธอพยายามสื่อออกมาได้ เด็กปีศาจที่ซินดาเทียพากลับมาไม่ได้เป็นภรรยาของเธอ แต่ที่ทำแบบนี้เพราะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง

            “นางเหมือนข้า แถมยังถูกใครบางคนตามล่า” ซินดาเทียส่งร่างไร้สติของเด็กปีศาจให้นางข้าหลวงคนหนึ่งที่องค์ราชินีเอมม่าเรียกมา นางข้าหลวงประคองร่างของเด็กปีศาจไปนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงตัวหนึ่งที่อยู่ติดมุมห้องมุมหนึ่ง ซินดาเทียหันกลับมาสนใจผู้ที่มาร่วมประชุมก่อนเธอทั้งหลายต่อ “ข้าคิดว่านางอาจจะเป็นในสิ่งที่ข้ากำลังคิดอยู่ แต่ก็ยังหาเครื่องอะไรมายืนยันไม่ได้ว่านางเป็นสิ่งที่ข้าคิด เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนข้าจึงอยากให้คนอื่นๆ เข้าใจว่านางเป็นภรรยาของข้า แต่ข้ารับรองได้ว่านางไม่ใช่ปีศาจพวกนั้นแน่ เพราะฉะนั้น...ข้าขอร้อง ให้นางอยู่ที่นี่สักพักเถอะ” ซินดาเทียก้มหัวให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ นั่นทำให้ทุกคนอึ้ง...นี่ขนาดคนอย่างอดีตจักรพรรดิรุ่นที่สามถึงกับก้มหัวให้พวกเขาเลยหรือ? กษัตริย์เรชินลูบคางอย่างใช้ความคิด

            “เรื่องของเด็กคนนั้นเกี่ยวพันกับเรื่องที่ช่วงนี้เจ้ารับภารกิจนอกอาณาจักรบ่อยขึ้นสินะ” ซินดาเทียชะงักกับคำถามนั้นเพียงครู่ก่อนจะพยักหน้ารับ นั่นทำให้กษัตริย์เรชินตัดสินใจได้ทันที “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ยอมให้นางอยู่ที่นี่ได้...แต่เจ้าต้องดูแลนางให้ดี ห้ามให้นางไปยุ่งวุ่นวายกับอะไรก็ตามจนเกิดเรื่องอย่างที่เจ้าชอบทำ เข้าใจไหม?”

            ซินดาเทียยิ้มแหยเมื่อวีรกรรมเมื่อครั้งก่อนๆ ของตนเริ่มถูกอีกฝ่ายขุดขึ้นมา แม้จะไม่ได้ระบุว่ามันคือเรื่องอะไร  หรือเธอทำอะไรลงไปบ้าง แต่สิ่งที่เธอทำไปนั้นมีอยู่ไม่น้อย...คาดว่าแม้แต่ตัวเองก็ยังจำได้ไม่เยอะเท่าอีกฝ่าย

            “...ข้าจะพยายาม”

            เหล่าคนฟังคำตอบขมวดคิ้วหากแต่ก็ไม่มีใครท้วงอะไรออกมา เป็นที่รู้กับดีว่านิสัยส่วนนี้ของซินดาเทียไม่อาจแก้ให้หายได้ หนำซ้ำจะเป็นมากขึ้นทุกวันๆ การที่เจ้าตัวเล็กยอมรับปากได้ถึงขนาดนี้นับว่าดีที่สุดแล้ว

            “เอาล่ะ เอาเป็นว่าข้ายอมให้นางอยู่ที่นี่ได้ ดังนั้นพวกเรามาเข้าเรื่องหลักที่เรียกตัวมาวันนี้ดีกว่า...เนื่องจากเมื่อเช้ามืดได้มีสาสน์จากซาเดียส่งมาถึงที่นี่ เป็นที่รู้กันดีว่านับตั้งแต่อาณาจักรปีศาจเริ่มเคลื่อนไหวซาเดียเป็นอาณาจักรที่ได้รับผลกระทบและการรุกรานมากที่สุด และจนถึงเมื่อวานกองกำลังของซาเดียก็ไม่เพียงพอที่จะต่อต้านพวกปีศาจจนสิ้นฤดูนี้ไปได้ แหล่งเสบียงเริ่มขาดแคลนจนถึงขั้นเกือบวิกฤต ทางนั้นก็เลย...”

            “ขอกองกำลังของมอลโนวาส่วนหนึ่ง” รัชทายาทลำดับสองรีเซลล์ต่อคำจากกษัตริย์เรชิน

            “ซึ่งในสนธิสัญญาระบุว่าพวกเราจะได้สินค้าหายากจากซาเดีย ข้อแลกเปลี่ยนคือทางเราต้องส่งกองกำลังไปให้ทางนั้นเมื่อทางนั้นขอมา” ท่านรีจิเรนพูดถึงข้อมูลในสัญญาที่ทำเอาไว้กับซาเดียและเรื่องนี้ก็เป็นที่รู้กับดีของทุกคนในอาณาจักร “แต่มันอยู่ที่ว่าทางนั้นไม่ได้ระบุมาว่าต้องการหน่วยไหนเขาเรา แถมที่นั่นยังเสี่ยงเกินไปที่เราจะส่งคนที่ไม่รู้จักที่นั่นดีไปเพราะตอนนี้พวกปีศาจเริ่มก่อสงครามในชายแดนของซาเดียถี่ขึ้น ข้าได้ข่าวมาว่าพวกมันส่วนหนึ่งสามารถแทรกซึมเข้าไปในอาณาจักรได้แล้ว”

            “แต่พวกเขาเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของพวกเราได้ในอนาคตนะครับ” ไรเซอร์แย้งเมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่มอลโนวาจะได้ในอนาคต

            “ก็จริง แต่เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว...ซาเดียต้องล่มสลายภายในเวลาไม่ถึงสิ้นฤดูนี้แน่” อินพูดขึ้นหลังจากที่คำนวณจากเนื้อความในสาสน์และสภาพตลอดหนึ่งกว่าปีที่ผ่านมาของซาเดีย

            “ซาเดียแข็งแกร่งก็จริง แต่ตอนนี้คงไม่รอดพ้นจากการล่มสลายแน่” อิสึกะเห็นด้วยกับสิ่งที่อินพูดมา เพราะจากข่าวที่เขาสืบมาได้ก็เป็นไปในทิศทางนี้เช่นกัน

            “แล้วพวกเราจะทอดทิ้งประชาชนของทางนั้นงั้นหรือ!?” รินกะประท้วง แม้จะคนละอาณาจักร แต่นั่นชีวิตนับพันเลยนะ!

            “แล้วพวกเจ้าล่ะว่าอย่างไร” กษัตริย์เรชินหันไปมองโคเรล ฟรองเซ่ และซินดาเทียที่ยังไม่ออกปากแต่อย่างใด

            “เจ้าตัวเล็กว่ายังไงข้าก็ว่าอย่างนั้น” โคเรลฉีกยิ้มอย่างคนที่ไม่อยากคิดเรื่องอะไรแบบนี้พลางหันไปที่ซินดาเทีย

            “ก็อย่างที่โคเรลพูด” ฟรองเซ่ยกหน้าที่ตัดสินใจให้ซินดาเทีย

            “เห...นี่ถ้าซินเลือกที่จะไป เจ้าสองคนก็จะตามนางไปสินะ” รัชทายาทลำดับหนึ่งเซลอสต์หยอกเย้า หากทว่าสายตาจริงจังของทั้งสองคนกลับทำให้รัชทายาทอันดับหนึ่งชะงักค้าง “เฮ้...นี่เอาจริงรึ!?

            “นางเป็นสหายข้า ต่อให้นางไปควาเซข้าก็จะตามนางไป” เนื่องจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างควาเซกับมอลโนวาเมื่อหนึ่งกว่าปีก่อนทำให้ความฝันที่โคเรลอยากจะลองไปดินแดนของมังกรสักครั้งต้องพังทลายลง เพราะเขาเริ่มไม่ชอบควาเซเสียแล้ว

            “ซินเป็นคู่หูข้า เป็นคนเดียวที่ข้าเชื่อใจ เพราะฉะนั้นไม่ว่านางจะไปที่ไหน ข้าก็จะตามนางไป”

            ซินดาเทียหันซ้ายขวามองบุคคลทั้งสองที่พร้อมจะทำตามคำตัดสินใจของเธอ เด็กสาวเอียงคอนิด ใจก็อยากจะปฏิเสธ หากแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ราชินีภูติบอกเมื่อวาน...เบอะแสเพียงหนึ่งเดียวของเธอในตอนนี้ เบอะแสเดียวที่จะปลดปล่อยสภาพของไดรลูเกียร์ในตอนนี้ได้ เพราะฉะนั้น...

            “ข้าจะไป”

            “หา...!?” ทั้งห้องตกใจกับการตัดสินใจที่คาดไม่ถึงของซินดาเทีย ซีลอสต์เองก็ตกใจไม่น้อย...เฮ้ๆ คงไม่ใช่ว่านางบ้าจี้ทำตามที่เขาแหย่สองคนนั้นไปเมื่อครู่หรอกนะ!

            “ข้าจะไปซาเดียเอง แต่ข้าขอข้อแม้สามข้อ”

            กษัตริย์เรชินชะงัก...ไม่คิดว่าซินดาเทียจะตอบรับภารกิจนี้ ตอนแรกพระองค์คิดว่าเด็กคนนี้จะตอบปฏิเสธแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเสียด้วยซ้ำ ทว่าเด็กสาวกลับตอบตกลง แต่ก็ยังขอข้อแม้สามข้อ...เอาเถอะ หากเทียบกับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นระหว่างทั้งสองอาณาจักรถือเป็นเรื่องดี และหากซินดาเทียออกปากจะรับภารกิจเอง นั่นก็หมายความว่าภารกิจนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ซาเดียจะรอดพ้นไปจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้!

            เมื่อบวกลบคูณหารผลลัพธ์ที่ได้นั้นมันคุ้มไม่น้อยหากจะต้องแลกด้วยข้อแม้เพียงแค่สามข้อ...

            “ตกลง เจ้าลองว่ามาสิ”

            เมื่ออีกฝ่ายอนุญาต ซินดาเทียก็ยิ้มแฉ่ง...จนทุกคนในห้องรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ นี่มัน...รอยยิ้มอาบยาพิษ!

            “ข้อแรก ท่านต้องอนุญาตให้ข้าพานางไปด้วย” ว่าพลางใช้นิ้วโป้งชี้ไปยังร่างของเด็กปีศาจที่ยังคงหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ด้านหลังตน “ข้อสอง การตัดสินใจของข้าล้วนไม่ต้องผ่านการอนุมัติหรืออนุญาตใดๆ ข้าสามารถทำได้ทันทีแม้พวกท่านจะสั่งห้าม การกระทำทุกอย่างของข้าล้วนไม่ผิด ไม่ว่ามันจะร้ายแรง ผิดกฎ หรือผิดข้อตกลงระหว่างอาณาจักรแค่ไหนก็ตาม และข้อสาม...”

            พอฟังข้อแม้จบหมดทั้งสามข้อ กษัตริย์เรชินถึงกับเป็นลมไปทันที! ร้อนถึงคนอื่นๆ ที่ต้องรีบกรูกันมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะเรียกหมอหลวงมาอย่างด่วนที่สุด

            ให้ตายสิ นี่พระองค์ลืมไปได้ยังไงกันว่าสิ่งที่ซินดาเทียคิดแต่ละอย่างมันเหมือนชาวบ้านคนอื่นซะที่ไหน!

            คนที่ทำอะไรให้ฟรีๆ น่ะ ไม่มีในโลกหรอก

 

            ร่างเล็กอุ้มร่างที่เล็กกว่า (หน่อยเดียว) ไปตามทางเดินอย่างไม่รีบร้อนอะไร เสียงวิ่งตึงตังของฝีเท้าสามคู่วิ่งตามหลังมาก่อนที่หนึ่งในนั้นจะวิ่งมาขวางทางซินดาเทียเอาไว้ นั่นทำให้เด็กสาวต้องหยุดเดิน โดยมีโคเรลกับชเรดเดินตามมาติดๆ

            “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม” ฟรองเซ่ไม่ได้ดุซินดาเทียแต่อย่างใด หากแต่ประโยคคำถามนั้นกลับทำให้เด็กสาวชะงักก่อนที่จะยิ้มออกมา

            “เรื่องนี้มันยาว...แต่หากเจ้าต้องการที่จะรู้ ขอที่ลับๆ หน่อยก็แล้วกัน”

            สามชายหนุ่มกับสองมังกรขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หากแต่ทั้งหมดก็มาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้านส่วนตัวในสวนต้องห้ามของฟรองเซ่ ข้ารับใช้ชายทั้งสองคนกุลีกุจอกันเตรียมหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เมื่อเห็นสภาพโทรมๆ ของเด็กปีศาจที่ซินดาเทียอุ้มมา เมื่อตอนนี้ไม่มีใครนอกจากพวกเขาอยู่ในห้องแล้วซินดาเทียจึงเอ่ยปากขึ้น

            “ราชินีภูติบอกข้าว่าที่พวกปีศาจเริ่มเคลื่อนไหวเพราะจักรพรรดิปีศาจที่ยังคงสาบสูญ”

            “...หมายความว่าที่พวกปีศาจทำไปทั้งหมดเพราะตามหาจักรพรรดิปีศาจ?” โคเรลทำหน้ายุ่งอย่างคนใช้ความคิดแล้วถามขึ้น

            “ใช่ แต่ข้าไม่รู้ว่าถ้าได้ตัวไปแล้วพวกมันจะทำอะไรกับจักรพรรดิปีศาจ และข้าก็ลองถามถึงคำใบ้ที่ข้าได้มาจากพิธีตามหาจักรพรรดิเมื่อตอนนั้น...คำตอบที่ได้คืออาณาจักรซาเดีย”

            “อะไรนะ!?” ฟรองเซ่ โคเรล และชเรดเก็บอาการตกใจเอาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินในสิ่งที่เด็กสาวตรงหน้าพูดออกมา

            พวกเขารู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ซินดาเทียไม่มีทางเอามาล้อเล่นแน่ โดยเฉพาะอย่างอยู่นี่คือเรื่องความเป็นความตายของลาเบียร์คนสุดท้ายที่ (ดูเหมือน) ซินกำลังตามหาเชียวนะ!

            “แม้จะไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับซาเดียแต่ข้าคิดว่าจักรพรรดิปีศาจน่าจะอยู่ที่ซาเดีย ระหว่างทางกลับมาที่นี่ข้าก็เจอปีศาจตนนี้เข้า อย่างที่ข้ากับอิสึกะพูดไปในห้อง...นางเหมือนข้า ข้าก็เลยพานางกลับมาด้วย...”

            “แถมนางยังสามารถเสยคางซินดาเทียได้เชียวนะ!” ยังไม่ทันที่ซินดาเทียจะได้ทันพูดจบลูก้าก็แทรกขึ้นมา ประโยคนี้ทำให้ฟรองเซ่ โคเรล และชเรดตกใจคำรบสอง ทว่าซินดาเทียกลับตวัดสายตาจ้องลูก้าอย่างคาดโทด เจ้ามังกรน้อย (แต่อายุเท่าฟรองเซ่) เมื่อเจอสายตาดุๆ ของซินก็เพิ่งจะสำนึกได้ว่าตัวเองพูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดออกไปเสียแล้ว...

            “นาง...ต่อยเจ้าได้งั้นรึ!?” โคเรลหัวมาถามซินดาเทียตาโต เด็กสาวฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์หากแต่ก็พยักหน้ายอมรับความจริง นั่นทำให้ชายร่างใหญ่อ้าปากค้าง “บ้าแล้ว! ขนาดฟรองเซ่ยังสู้เจ้าไม่ได้เลย!” ชเรดพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดประโยคนี้ของโคเรล

            “ไม่หรอก ฟรองซ์ออมมือให้ข้าต่างหาก” ซินดาเทียพูดตามที่ตนรู้สึก ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริง เพราะร่างกายของซินไม่เหมือนเดิมฟรองเซ่จึงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงแม้เด็กสาวจะร้องขอ

            “องค์ชายอาเทห์! องค์กษัตริย์ส่งสาสน์มาให้พ่ะย่ะค่ะ!” ทหารนายหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูแลทางเข้าของสวนต้องห้ามโผล่พรวดเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน ทหารนายนั้นนั่งคุกเข่าลงแล้วส่งสาสน์ในมือให้ฟรองเซ่ องค์ชายลำดับสามขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความในสาสน์แล้วม้วนม้วนเก็บ

            “มีอะไรหรือ?” ซินดาเทียถามขึ้นเมื่อทหารคนนั้นเดินออกไปแล้ว

            “ท่านพ่อแจ้งมาว่าจะให้หน่วยนักรบมังกรทั้งหมดไปกับเราด้วย แล้วก็...ให้เพลไปกับเราด้วยเพราะเพลศึกษาเรื่องต่างๆ ของที่นั่นเอาไว้มากพอสมควร พวกเราจะได้ทำอะไรสะดวกหน่อย”

            “พ่อเจ้าเป็นคนดีจริงๆ ถ้าผู้ชายคนนั้นได้สักครึ่งของพ่อเจ้าป่านนี้ควาเซคงจะรุ่งเรืองไปไหนต่อไหน” ซินดาเทียพูดชมกษัตริย์เรชินจากใจจริง หากแต่ประโยคหลังที่เจ้าตัวพูดกลับทำให้คนฟังยิ้มแหย...เพราะเด็กสาวยังคงไม่ยอมรับอดีตกษัตริย์ซาบรีย์เป็นพ่อ ซ้ำยังเหมือนจะยังโกรธอีกฝ่ายอยู่หน่อยๆ แม้ปากจากบอกว่าให้อภัยอีกฝ่ายแล้วก็ตาม หากเมื่อนึกถึงสิ่งที่อีกฝ่ายทำเอาไว้กับเด็กสาว...มันก็ยากที่จะหายโกรธได้ทั้งหมดในเวลาหนึ่งปีน่ะนะ

            “สรุปคือที่เจ้ารับงานนี้เพราะต้องการหาตัวจักรพรรดิดำสินะ” โคเรลถามเด็กสาวเพื่อความแน่ใจ ซินดาเทียพยักหน้าแล้วชูกำปั้นขึ้นอย่างหมายมาด

            “เป้าหมายหลักของพวกเราคือการตามหาจักรพรรดิดำ ส่วนการช่วยซาเดียเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น!

            โคเรลตบหน้าผาก ฟรองเซ่กับชเรดกระตุกยิ้ม สรุปแล้วก็คือพวกเขาสามคนก็ถูกเอาเข้าไปเอี่ยวกับซินดาเทียด้วยสินะ...แต่ที่น่าห่วงจริงๆ คืออนาคตอันไม่แน่นอนของซาเดียที่ตกอยู่ในมือของอดีตจักรพรรดิคนนี้ต่างหาก

            แต่ก็เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันมาไกลซะขนาดนี้ เดินหน้าต่อไปก็ไม่เสียหาย!

            “เอาเป็นว่าข้าจะเรียกเจ้าพวกนั้นมาประชุมที่นี่ในอีกสามวันที่จะถึงก็แล้วกัน” ฟรองเซ่เดินออกไปนอกห้องให้พ้นรัศมีพลังจิตที่แผ่ออกมาจากตัวซินดาเทียตลอดเวลาแล้วใช้เวทสื่อวารเรียกหน่วยนักรับมังกรที่เหลือให้มาประชุมกันที่สวนต้องห้ามของเขาในอีกสามวันซึ่งคนอื่นๆ ก็ตอบกลับอย่างรับรู้

            ภายในห้องนั่นซินดาเทียที่บอกถึงเป้าหมายของตนจบก่อนที่ฟรองเซ่จะออกนอกห้องไปก็เดินเข้าไปดูอาการของเด็กปีศาจที่ตนหิ้วกลับมาด้วย เด็กสาวยังคงสลบไม่ได้สติเช่นเคย ดวงตาสีฟ้าเข้มเหลือบมองข้ารับใช้ชายคนสนิทคนหนึ่งของฟรองเซ่ซึ่งเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้แล้วออกไป ซินดาเทียกุมขมับ...จากท่าทางของอีกฝ่ายเมื่อวานอีกฝ่ายคงเข้าใจว่าเธอเป็นผู้ชาย หากเธอจัดการเช็ดตัวให้แล้วเด็กนี่ตื่นขึ้นมา...มีหวังสวนส่วนตัวของฟรองเซ่ได้พังพินาศแน่ จะเรียกให้ข้ารับใช้คนสนิทของฟรองเซ่มาทำก็ไม่ได้

            ในขณะที่ซินดาเทียตัดสินใจได้ว่าจะรอให้เด็กสาวตื่นขึ้นมาจัดการเอง ร่างเล็ก (น้อยกว่าซินแค่นิดเดียว) ก็เริ่มมีปฏิกิริยา การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเรียกสายตาของคนทั้งสามที่อยู่ในห้องให้มาสนใจได้ เมื่อปรับตัวจนมองเห็นทัศนียภาพรอบตัวชัดดวงตาสีอเมทิสต์ก็เบิกกว้างเมื่อเห็นซินจ้องหน้าตนในระยะประชิด

            “จะ...เจ้า!! อะ ออกไปห่างๆ ข้านะ!!” เด็กปีศาจตรงหน้ากรีดร้องออกมาด้วยความกลัวจนฟรองเซ่วิ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยความตกใจ แล้วชายหนุ่มเจ้าของบ้านก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเด็กปีศาจคนนั้นกำลังจ้องซินดาเทียด้วยแววตาหวาดผวา แน่นอนว่าชเรดกับโคเรลเองก็เช่นกัน

            ท่ามกลางความแปลกใจของชายหนุ่มสามคนในห้อง เด็กสาวในคราบชายหนุ่มกลับส่งยิ้มละไมให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร

            “ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะทำร้ายเจ้า เห็นไหม ขนาดเจ้าต่อยข้าข้ายังไม่ทำอะไรเจ้าสักนิด เจ้าก็แค่กลัวข้าจนสลบไปเท่านั้นเอง”

            คำพูดของซินทำให้เด็กสาวรีบก้มมองสำรวจร่างกายของตน เมื่อพบว่าไม่มีส่วนใดบุบสลายก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            การกระทำทุกอย่างของเด็กสาวตรงหน้าอยู่ในสายตาของซินดาเทียตลอดเวลา แม้แต่ละเอียดยิบย่อยก็ไม่มีตกหล่น ซินมุ่นคิ้วอย่างตดใจกับท่าทางที่เหมือนลูกแมวตื่นกลัวระวังภัยอยู่ตลอดเวลานั่นแล้วถอนหายใจออกมา

            “นี่คือเสื้อผ้าของเจ้า” ซินดาเทียดันผ้าที่ถูกพับเอาไว้อย่างดีไปตรงหน้าเด็กสาวก่อนจะชี้ไปที่ประตูบ้านหนึ่ง “นั่นคือห้องน้ำ ไปอาบน้ำแต่งตัวซะจะได้สบายตัว ข้าให้เวลาเจ้าห้ามนาที”

            “หะ หา?” เด็กปีศาจตรงหน้าหน้าเหวอ ห้านาที!? ไม่น้อยเกินไปสำหรับเด็กสาวอย่างเธอรึ!

            “ปฏิบัติ!” เสียงเข้มที่มาพร้อมกับจิตสังหารเล็กน้อยทำให้เด็กปีศาจสะดุ้งเฮือกสุดตัวแล้วรีบวิ่งจรงไปยังห้องที่ซินบอกว่าเป็นห้องน้ำอย่างรวดเร็ว พวกฟรองเซ่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมา

            “เจ้าตัวเล็ก...ข้าว่าที่นางกลัวเจ้าก็เป็นเพราะเจ้าแผ่จิตสังหารใส่นางนั่นแหละ” โคเรลซึ่งเป็นคนเดียวที่ซินอนุญาตให้เรียกว่าเจ้าตัวเล็ก (เพราะอีกฝ่ายแก่กว่าแถมขนาดตัวก็ใหญ่กว่าตั้งเยอะ) เอ่ยเตือนเมื่อเด็กปีศาจปิดประตูห้องน้ำแล้ว

            “แถมนางก็ไม่ใช่ทหารด้วย ไปจำกัดเวลาด้วยเวลาเพียงแค่นั้นก็ต้องมีต่อต้านกันบ้างล่ะ” ชเรดถอนหายใจ

            “นอกจากพวกเราแล้วไม่มีใครทนจิตสังหารของเจ้าได้หรอกนะ” ฟรองเซ่พูดเผื่อซินจะยังไม่รู้เรื่องนี้ นอกจากคนที่สนิทกับซินแล้วไม่มีใครที่โดนจิตสังหารของเธอแล้วจะไม่กลัวหรอก

            “อืม...ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องปรับปรุงตัวสักหน่อย ถ้าข้าเผลอทำอะไรที่สามารถทำให้นางกลัวขึ้นมาพวกเจ้าก็เตือนข้าด้วยแล้วกัน” ซินพยักหน้าตัดสินใจกับตัวเองว่าจะต้องปรับตัวให้อีกฝ่ายไม่กลัวเธอจนไม่กล้าอยู่ใกล้

            ทั้งสามมองท่าทางตั้งใจจริงของซินดาเทียก็ไม่อยากห้าม ก็ดีเหมือนกัน เนื่องจากซินดาเทียเข้ากับเด็กผู้หญิงไม่ค่อยได้เพราะมีปมด้อย (ที่หวาดกลัว) จากองค์หญิงเกรล่าแห่งแดนอเวจีผู้งดงามคนนั้น ดังนั้นจนถึงตอนนี้ซินแทบจะไม่สนิทกับเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันเลย เรียกได้ว่าเด็กสาวไม่สามารถเรียกอีกฝ่ายว่าเป็นเพื่อนได้อย่างเต็มปาก

 

            ภายในห้องน้ำของบ้าน เด็กสาวยืนนิ่งให้น้ำจากฝักบักไหลชโลมกายอย่างเหม่อลอย เส้นผมสีดำยาวไหลตามแรงไหลของน้ำจากฝักบัวแนบผิวเนื้อ ดวงตาสีอเมทิสต์ดูเหม่อลอยหากทว่าในหัวกลับเต็มไปด้วยเรื่องของซินซึ่งเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ และเป็นคนที่แปลกมากๆ ในความคิดของเธอ

            เคยเจอกันมาก่อนรึก็ไม่ รู้จักกันสักนิดหรือก็เปล่า แต่อีกฝ่ายกลับพาเธอมาที่นี่ที่ดูสงบสุขและให้ความรู้สึกผ่อนคลายแถมยังหาเสื้อผ้ามาให้ ให้เธอใช้ห้องน้ำที่ดูเรียบง่ายแต่ก็สะอาดสะอ้านน่าใช้ อากาศรอบตัวบ้านก็บริสุทธิ์อย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้เธอจะต่อยหน้าอีกฝ่ายแต่ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ถือโทษโกรธเธอเลยแม้แต่น้อย

            ผู้ชายคนนั้น...เป็นใครกัน

            ดูเหมือนว่าซินดาเทียจะถูกเด็กสาวเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชายไปอีกคน คาดว่าถ้าซินดาเทียรู้ความจริงข้อนี้เข้าคงปลาบปลื้มน่าดู

            มือเรียวบางแนบกับอกซ้าย สัมผัสกับหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ความรู้สึกนี้...อุ่นใจงั้นหรือ?

            “เฮ้! จะห้านาทีแล้วนะ ต้องการให้ข้าเข้าไปช่วยถูกหลังไหม?” เสียงของซินดาเทียดังออกมาจากหน้าประตูห้องน้ำ เด็กปีศาจหน้าแดงก่ำก่อนจะละล่ำละลักพูดปฏิเสธ

            “มะ ไม่ต้อง! ข้าใกล้จะเสร็จแล้ว!” เด็กปีศาจรีบปิดน้ำ เช็ดตัว และใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วก่อนที่เจ้าของเสียงจะเปิดประตูเข้ามา หากแต่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ ดังมาจากหน้าประตูเธอก็รู้ว่าถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้งเข้าให้แล้ว นั่นทำให้เด็กสาวพองแก้มแง่งอนใส่โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

            ฮึ่ม! เอาความอุ่นใจเมื่อครู่ของข้าคืนมา!

            เด็กปีศาจทำได้แค่เก็บความรู้สึกประหลาดเอาไว้ในใจ ไม่ได้...เธอต้องไม่แสดงออกมาว่ารู้สึกยังไงกับอีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายได้เล่นกับความรู้สึกของเธอแน่

            เฮ้อออ...

 

 

-----------------------------------------------------------

            จบไปอีกตอน... (ไฟเริ่มมอดแล้ว =___=)

            ประกาศ! (อย่าเพิ่งตกใจค่ะ) ภาคสองมีอีกเรื่องที่เป็นภาคคู่ขนานด้วยค่ะ! (ชื่อบอกสงครามสามอาณาจักร แต่แฮทจะทำแค่สองเรื่อง คือมอลโนวาที่ไปรวมกับซาเดีย และอีกเรื่องที่แยกออกมาคือวาเคียนซึ่งตัวเอกของเรื่องนี้คือราชายักษ์ไดอาเนส เพราะในภาคนี้จะเกิดสงครามที่สามอาณาจักรนี้ค่ะ

            Waqien นักล่าเผ่าอสูร >> http://my.dek-d.com/strawhatchild/writer/view.php?id=1166424 <<เป็นเรื่องของ (อดีต) ผู้ล่ากบฏแห่งทวีปตะวันตกไดอาเนส ส่วนนางเอกของเรื่อง...ใบ้ให้นิดๆ เป็นตัวละครพิเศษในควาเซภาคแรกค่ะ

 

            ค.ห. 16 ใช่แล้วค่ะ ภาคนี้จะไปเด่นที่เหตุการณ์นอกอาณาจักร ส่วนฮาลจะเป็นจักรพรรดิปีศาจหรือไม่...ดูกันต่อไป (แต่แฮทคิดว่าใครคือจักรพรรดิเอาไว้ตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ไม่เปลี่ยนตัวแน่นอน) ส่วน Fmm นี่ต้องเพ้อสุดๆ (ตอนนี้พยายามบิดอารมณ์เท่าไหร่ก็ไม่มีสักที T^T)

            (ปล.1 เผื่อมีคนเข้าใจผิด AKD กับ LoS แฮทไม่ได้ตัดจบนะ แต่แฮทวางพล็อตไว้แค่นั้นจริงๆ AKD มาจากเรื่องที่แฮทคิดเอาไว้ตั้งแต่ตอนดูการ์ตูนตอนเด็กๆ ส่วน LoS นี่เกิดจากฝันของแฮทที่ฝันเห็นแค่ฉากสองฉากแล้วเอามาเพ้อต่อ)

            (ปล.2 แฮทหายยาวตั้งแต่เปิดเทอมวันที่ 2 มิ.ย. ค่ะ)

            ค.ห. 17 เมนต์ไม่เมนต์ไม่ว่ากันค่ะ เพราะแฮทแต่งให้อ่านอยู่แล้ว แต่ก็อยากอ่านคอมเมนต์ (เอ๊ะ ยังไง!?)

            ค.ห. 23 เจอแน่นอนค่ะ แต่อีกยาววววว (ลาก ว หลายตัว) โผล่ออกมาให้ฟรองซ์หึงเล่น -..- คนคนนี้จะเป็นตัวหลักในเรื่องวาเคียนค่ะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #445 ยูรีเอล (@tongue) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 18:59
    อ๊ายยยย กรี๊ดดดด!! เบื่อผู้ชายแล้วเอา ผู้หญิงบ้างงคะ^^~
    #445
    0
  2. #148 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 19:45
    คำผิดค่ะ ตกใจ ไม่ใช่ ตดใจ, ของเรา ไม่ใช่ เขาเรา, ห้านาที ไม่ใช่ ห้านาที ค่าา 
    #148
    0
  3. #73 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 21:10
    แงง ตอนมันช่างสั้นยิ่งนัก
    ปล.ท่านไม่สนใจแต่งเอกะภาค 2 บ้างรึ
    #73
    0
  4. #67 fanda (@tipyota) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 21:26
    เป็นผุ้ชายไปแล้วววว
    #67
    0
  5. #57 ธิดามรณะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:40
    โดนเข้าใจผิดอีกแล้ว แต่ไดรลูเกียร์อยู่ไหน
    #57
    0
  6. วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 19:50
    อ้าวซะงั้น เข้าใจผิดไปแล้ว '^'
    #38
    0
  7. #37 เนตรมาร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 12:05
    เดี๋ยวจะตามไปอ่านของไดอาเนสด้วย555 นางเอกเป็นตัวละครพิเศษในภาคแรก...แม่มดขาวหรือเจ้าหญิงจากนรกป่าว555ถ้าเป็นเกรล่านี่สตั้นเลยนะ5555
    #37
    0
  8. #36 Sappire (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 11:01
    สนุกมากๆค่ะะ><



    ดูเหมือนจะชอบซินอีกคนแล้วใช่มั้ยเนี่ย55555



    รอตอนต่อไปค้าา
    #36
    0
  9. #34 arolis tranzee (@sengoku) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 08:59
    สนุกมากคะ รออ่านตอนต่อปายยยยยยยย
    #34
    0
  10. #33 PIASIM (@piasimcafe30236) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 05:47
    5565. นางเอกเท่จังเลย. เก่งๆๆๆ. ชอบนางเอกเก่งๆๆ เหมือนภาค1. ขอบคุณค่ะ. รอ อ่านต่ออยู่ค่ะ
    #33
    0
  11. #32 rinray (@rrintipray) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 23:07
    หลงรักซินเป็นรอบที่ร้อย น่ารักจริงๆ เจ้าตัวเล็ก...! อ่อก!!//ซินกระโดดถีบขาคู่
    #32
    0
  12. #31 magia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 22:07
    นางเอกนี่ชอบแกล้งเนอะ = = แถมความคิดแต่ล่ะอย่าง

    สมกับเป็นตัวหายซะจริง หวังว่าซาเดียในภายภาคหน้าจะยังอยู่ต่อไปปปป

    ปีศาจที่นางเอกช่วยจะใช่เด็กที่เคยช่วยป่าวน้าา รึคนล่ะคน?

    แล้วใครคือจักรพรรดิกันน้า ต้องรอต่อไป



    ปล. อย่าเพิ่งไฟมอดค่ะไรท์ ค่อยๆเป็นค่อยๆมอดน้าา 55555 เม้นค่ะเม้น เราจะเม้น >
    #31
    0
  13. #30 มิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 22:00
    จักรพรรดิปีศาจใช่เด็กผู้หญิงที่ช่วยมาเปล่า
    #30
    0