Another Knight Dragon อัศวินมังกรผู้พิทักษ์ (จบแล้วจ้ะ)

ตอนที่ 24 : Part 22nd สงครามสุดท้าย เอริรัน และความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    12 พ.ค. 55

Part 22nd สงครามสุดท้าย เอริรัน และความจริง

            “ผู้นำแห่งความมืด” เอกะแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะมาอยู่ที่นี่ได้ การฟื้นตัวและพลังของอีกฝ่ายมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก

            “เจ้าคงจะสงสัยสินะ เอริรัน ว่าทำไมเราถึงได้ฟื้นตัวเร็วนัก...มันง่ายนิดเดียว เราไม่ได้เจอเจ้าตั้งห้าพันปี เราอยากเจอเจ้าจนแทบจะทนไม่ไหว เราก็เลยกินลูกสมุนของเราที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อมาเติมเต็มพลังของเรายังไงล่ะ แต่มันก็กินเวลาไปตั้งครึ่งเดือน” น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นขัดใจที่ตนต้องใช้เวลานานเกินไป แต่แววตาที่มองมายังเอกะนั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่โนเทียสสงสัยว่าทำไมผู้นำแห่งความมืดถึงได้มีแววตาแบบนั้นกับเอกะ

            “หึ ขนาดลูกน้องของแก แกยังทำได้ลง”

            “เราทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ เอริรัน ตั้งแต่วันที่เราเสียเจ้าไป เราก็ไม่เลือกวิธีการอะไรอีกแล้ว ขอแค่ได้อยู่กับเจ้าชั่วนิรันดร์เท่านั้น”

            เอกะกรอกตา ผู้นำแห่งความมืดเริ่มพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะเกิดอาการของขึ้นหรือไม่ก็แทบอยากจะปลิดชีพคนตรงหน้าเสียเดี๋ยวนั้น ทว่าเมื่อได้เห็นอดีตทั้งหมดของผู้นำแห่งความมืด เธอก็ได้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง มันช่างเป็นเรื่องที่แสนโหดร้าย แต่ยังไงเธอก็ต้องตัดอายุขัยของผู้นำแห่งความมืดก่อนที่จะมีใครตายเพราะคนคนนี้อีก ดูท่าหลังจากเสร็จเรื่องนี้แล้วเอกะคงต้องไปเคลียร์กับ เจ้าพวกนั้น สักหน่อยแล้ว

            เสียงโหวกเหวกดังมาจากด้านหลัง เสียงที่เอกะจำได้ว่ามันเป็นเสียงของพวกรีซวา สัญชาตญาณรับรู้ได้ถึงความซวยที่กำลังเข้ามา ผู้นำแห่งความแสยะยิ้ม เมื่อกลุ่มคนพวกนั้นวิ่งมาถึงตรงที่เอกะยืนอยู่โดยที่เอกะหันไปห้ามไม่ทัน ผู้นำแห่งความมืดวาดมือเพียงนิดเงาสีดำทะมึนพุ่งอกมาจากเงาของแต่ละคนแล้วรัดร่างของทุกคนเอาไว้แน่ เหลือเอาไว้เพียงเอกะเพียงคนเดียวเท่านั้น เอกะหันขวับกลับมามองผู้นำแห่งความมืดด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว

            “ปล่อยพวกเขาซะ! เจ้าพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยสักนิด!

            “ตอนนี้เราเป็นต่อเจ้าอยู่นะ เอริรัน” ผู้นำแห่งความมืดยิ้ม เงาสีดำยิ่งรัดร่างของพวกเขาแน่นขึ้น โดยเฉพาะเซอากับโนเทียส “เปิดประตูแห่งกาลเวลาซะ เอริรัน ก่อนที่เราจะฆ่าสองคนนี้”

            “อย่านะ!” รีซวาร้อง น้ำตาเริ่มไหลออกมา การเปิดประตูแห่งกาลเวลาตอนนี้ก็เท่ากับว่าทำให้ผู้นำแห่งความมืดมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์โดยสมบูรณ์

            รีซวามองเอกะที่เดินเข้ามาหาตนด้วยสายตาสับสน ไม่เข้าใจ เอกะมาหยุดอยู่ตรงหน้ารีซวา เงาที่รัดร่างของรีซวาเอาไว้หายไป เอกะรับร่างของรีซวาด้วยแขนขวาข้างเดียว มือซ้ายยกขึ้นเหนืออกของรีซวา รีซวาส่ายหน้าช้าๆ

            “ยะ...อย่านะ อย่านะเอกะจัง”

            “ขอโทษนะ รีซวา” เอกะยิ้มให้รีซวา แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าเหลือเกินจนรีซวาเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น...แล้วตอนนี้เอกะกำลังจะทำแบบนั้น รีซวารีบร้องห้ามทันที

            “อย่านะเอกะจัง...อะ...อ๊าาาาา!!!

            อักขระทั้งหนึ่งร้อยหกสิบแปดตัวออกมาจากเงาของเอกะพุ่งทะยานขึ้นสู่ด้านบนโดยล้อมตัวเอกะกับรีซวาเอาไว้ แสงสีขาวออกมาจากฝ่ามือของเอกะ รีซวาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ผู้นำแห่งความมืดมองภาพตรงหน้าด้วยรอบยิ้มพึงพอใจ ทุกคนต่างร้องห้ามให้เอกะหยุด พอแสงสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดเอกะก็กระซิบกับรีซวาแล้ววางร่างของรีซวาลง รีซวาพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอพยายามตะโกนอะไรสักอย่างออกมาแต่ก็ไม่มีเสียง

            เอกะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้นำแห่งความมืดที่กำลังยิ้มให้เธอ แต่รอยยิ้มนั้นก็ต้องหุบลงเมื่อเอกะชูหลังมือข้างซ้ายขึ้น หลังมือข้างนั้นที่เคยว่างเปล่าตอนนี้มีเกล็ดมังกรสีแดงเลือดที่เรียงตัวเป็นปีกมังกร ผู้นำแห่งความมืดเบิกตาโพลง ดวงตาสั่นระริกเมื่อมองโลหิตปีกมังกรที่อยู่หลังมือข้างซ้ายของเอกะและอัฐิเศียรมังกรที่อยู่หลังมือข้างขวาของเอกะ...อักขระย่อยตัวสุดท้ายของอักขระศักดิ์สิทธิ์ตัวที่สิบสามของเอกะโดนปลดผนึกโดยสมบูรณ์แล้ว

            “นี่เจ้า...เจ้าคิดจะเป็นพระเจ้าเลยหรือไง!” ผู้นำแห่งความมืดคาดไม่ถึงเลยว่าเอกะจะทำแบบนี้ แน่นอนว่าคนอื่นก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน

            ทว่าเอกะเพียงแค่ยิ้ม ฝ่ามือทั้งสองประสานกัน ริมฝีปากยกขึ้นก่อนที่คำพูดที่ทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยียบจะดังออกมาจากปากของเอกะ

            “ปลดผนึกสิบสามอักขระศักดิ์สิทธิ์”

            “เอริรัน (เทพเจ้าแห่งกาลเวลา)”

            แสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวแผ่ออกมาจากร่างของเอกะครอบคลุมร่างเอาไว้ อักขระทั้งหนึ่งร้อยหกสิบเก้าตัวล้อมรอบร่างเอาไว้ อักขระสามชั้นสีฟ้าปรากฏขึ้นนอกแสงสีขาว เมื่อแสงทั้งหมดหายเข้าไปในร่างที่อยู่ใจกลางของแสง ร่างสง่างามของหญิงสาวอายุยี่สิบห้าในชุดสีขาวทอประกายแสงศักดิ์สิทธิ์อันแสนบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน ดวงตาและเส้นไหมสีขาวบริสุทธิ์ยาวจรดพื้นที่ปลิวไหวไปตามลม อักขระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสามกลายเป็นวงแหวนใต้เท้า จากอักขระสามชั้นเป็นอักขระสี่ชั้นทันที เกล็ดมังกรที่หลังมือทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์

            ผู้นำแห่งความมืดมองร่างตรงหน้าด้วยแววตาคิดถึงสุดหัวใจ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เห็น เอริรันเดินเข้ามาหาผู้นำแห่งความมืดแล้วคว้าไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้ เกิดมิติสีรัตติกาลขึ้นรอบตัวของทั้งสองทันที

            “ไปกันเถอะ ได้เวลาแล้วล่ะ” เอริรันยิ้ม มิติสีรัตติกาลกลืนกินร่างของทั้งสองหายเข้าไปข้างใน ผู้นำแห่งความมืดมองใบหน้าที่สงบนิ่งของหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่ละสายตาไปไหน ก่อนที่จะมีอ้อมแขนของใครคนหนึ่งกอดเขาจากด้านหลังพร้อมกับเสียงที่เขาแสนคิดถึง

            “พอเถอะนะ อาชูร่า”

            ผู้นำแห่งความมืดหันมองเจ้าของอ้อมแขน ดวงตาสีอำพันทอประกายสดใสกับเส้นไหมสีทอง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนเรียวปาก

            “เอริรัน เราคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

            “ข้าก็คิดถึงท่านเหมือนกัน อาชูร่า” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะหันมาที่เอริรันสีขาว “ข้าขอโทษด้วยที่เป็นต้นเหตุให้พวกท่านต้องเดือดร้อน เอริรัน D ดราวิเรีย ข้าจะไปเกิดใหม่พร้อมกับอาชูร่า...ชายที่ข้ารัก” เอริรันสีทองยิ้มให้ผู้นำแห่งความมืดที่มีนามที่แท้จริงว่าอาชูร่า อาชูร่ายิ้มให้นางในดวงใจก่อนจะหันกลับมาที่เอริรันสีขาว

            “ช่วยตัดอายุขัยของข้าที ข้าอยากจะไปเกิดใหม่พร้อมกับเอริรัน ไปใช้ชีวิตใหม่ด้วยกัน”

            เอริรันสีขาวยิ้มก่อนจะยื่นมือไปทาบบนหัวของอาชูร่า อักขระสีฟ้าอ่อนที่เป็นสัญลักษณ์ของอายุขัยออกมาจากร่างของอาชูร่ากลืนหายรวมกับมิติสีรัตติกาลที่อยู่รอบตัวจนหมด

            “เจ้าเป็นอิสระแล้ว อาชูร่า ขอให้พวกเจ้ามีความสุข” เอริรันสีขาวพูดด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง ร่างสองร่างหายไปแล้ว มิติสีรัตติกาลกลายเป็นห้องโถงสีงาช้างที่ด้านบนเป็นกระจกใสเผยให้เห็นบรรยากาศด้านนอกที่ดูๆ ยังไงมันก็เป็นนอกอวกาศชัดๆ

            เวลาตัดสินโทษของเธอมาถึงแล้ว...

            โทษที่ตัดอายุขัยของคนอื่น

            สิ่งที่รีซวา จตุราชันย์ หรือใครก็ไม่เคยได้รู้

            ตอนนี้เอริรันยืนอยู่ตรงกลางของพื้นห้องโถงโดยรอบตัวมีที่นั่งที่ยกสูงที่กะด้วยสายตาก็ประมาณร้อยกว่าที่นั่ง ซึ่งผู้ที่นั่งแต่ละที่ก็เป็นเทพเจ้าเหมือนกับเธอทั้งนั้น

            “เจ้าได้ทำความผิดใหญ่หลวงนัก เอริรัน” เทพเจ้าองค์หนึ่งที่นั่งอยู่บนที่นั่งยกสูงพูดขึ้น

            “เจ้าได้ตัดอายุขัยของผู้อื่น ซึ่งเป็นกฎข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุด” เทพเจ้าองค์ที่ประทับอยู่ข้างกันเสริม

            “เจ้าต้องได้รับบทลงโทษในสถานหนักสุด” เทพเจ้าอีกองค์พูดต่อ

            “เจ้าจะต้องถูกกักขังอยู่ในห้วงแห่งกาลอันเป็นนิจนิรันดร์ตลอดกาล เอริรัน D ดราวิเรีย!” อีกเสียงหนึ่งพูดขึ้น เทพเจ้าองค์อื่นๆ ที่นั่งอยู่ที่นี่ต่างเห็นชอบด้วยกันทั้งหมด

            “แต่ข้าขอค้านในสิ่งที่พวกท่านได้ตัดสินข้า” เอริรันพูดขัดขึ้น สร้างเสียงฮือฮาและความไม่พอใจจากเทพทุกองค์

            “สามหาว!!!

            “พวกท่านจะว่าอะไรก็ช่าง เรื่องที่ข้าตัดอายุขัยของผู้นำแห่งความมืดนั้นเป็นเรื่องจริง ข้อนี้ข้ายอมรับ แต่ข้าไม่อาจยอมรับคำตัดสินโทษที่พวกท่านให้แก่ข้าได้”

            “แต่นี่เป็นกฎ!!!

            “พวกท่านรู้ตนเองบ้างไหมว่าพวกท่านมันเห็นแก่ตัว พวกท่านไม่คิดที่จะสะสางเรื่องนี้เพราะกลัวว่าตนเองจะได้รับโทษสถานหนักเช่นนี้ พวกท่านกำลังรอให้ใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาตัดอายุขัยของผู้นำแห่งความมืดแล้วหยิบยื่นบทลงโทษให้คนคนนั้น เพื่อที่ตนเองจะได้รอด”

            “บังอาจ!!!” เสียงดังขึ้นรอบทิศทางอย่างไม่พอใจ ซึ่งส่วนหนึ่งมันก็มาจากสิ่งที่เอริรันพูด เพราะมันเป็นเรื่องจริง

            “หยุด!!!” ทว่าเสียงห้ามของเอริรันกลับหยุดเสียงทั้งหมดในที่นี้ได้ตามคำพูด ทั่วโถงเงียบเสียงด้วยความกลัวจากน้ำเสียงที่ทรงอำนาจกว่าพวกตน พวกเขาต่างคิดว่าเด็กที่อายุน้อยกว่าพวกตนแถมยังเพิ่งได้ตำแหน่งเทพเจ้ามีอำนาจมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ดวงตาสีขาวบริสุทธิ์กวาดตามองเทพทุกองค์ที่อยู่ ณ ที่นี้ “ที่ผู้นำแห่งความมืดเกิดขึ้นมา มันก็เป็นเพราะความโลภส่วนตัวของพวกท่านเองไม่ใช่หรือ หากพวกท่านไม่ฆ่าเอริรัน D มาเฮอร์เรีย เพื่อหวังพลังแห่งปาฏิหาริย์ของนาง เรื่องทั้งหมดมันคงไม่เกิดขึ้น ทั้งพวกท่านยังไร้ความรับผิดชอบ ปล่อยให้เรื่องมันเลยตามเลยจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นหลายล้านปี พวกท่านก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ ไม่คิดที่จบมัน กลับรอให้มีใครมาจัดการเรื่องนี้แทนพวกตน!!

            “...” เทพทุกองค์อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าเทพเจ้าองค์ใหม่องค์นี้จะรู้มากถึงขนาดนี้

            “ข้ายอมรับโทษทุกอย่าง หากแต่โทษนั้นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมตามเหตุผลที่ควรจะเป็น มิใช่อ้างกฎบ้าๆ นี่แต่อย่างเดียว อีกอย่างอายุขัยของคนที่ข้าเพิ่งตัดไปนั้นแท้จริงแล้วเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ที่ถูกพวกท่านทำให้แปดเปื้อนจนกลายเป็นวิญญาณร้าย หากข้าไม่ตัดอายุขัยของเขาเสีย พวกท่านคิดบ้างไหมว่าจะมีใครอีกหลายคนต้องตาย”

            เทพเจ้าทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้กำลังจะเริ่มประท้วงคำกล่าวอ้างที่เป็นจริงของเอริรันอีกครั้ง ใช่ เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง หากแต่พวกเขาไม่ยอมรับ แถมเอริรันไม่มีหลักฐาน เรื่องทุกอย่างจะต้องหายเข้าสู่ความมืดต่อไป จะไม่มีใครรู้ความจริงเรื่องนี้

            ทว่ากลับมีเสียงปรบมือดังขึ้นมาจากด้านหลังสุดของที่นั่งยกสูงบนชั้นสูงสุด เอริรันและเทพเจ้าทุกองค์ต่างหันไปมองอย่างสนใจ เอริรันเบิกตากว้างอย่างนึกไม่ถึงที่จะได้พบกับคนคนนี้ในที่แบบนี้ หน้าตาแบบนั้น...ลักษณะแบบนั้น...

            “อาโลว์...” เอริรันเผลอหลุดเรียกชื่อของเจ้าของร่างที่เข้ามาใหม่ อาโลว์คือชื่อของจตุราชันย์แห่งไตรภพ

            “ข้าเห็นด้วยกับคำพูดของเอริรัน D ดราวิเรีย พวกท่านทั้งหลายไม่คิดที่จะยอมรับความผิดของตนบ้างเลยหรือ? ขนาดเอริรันยังกล้ารับในสิ่งที่ตนทำเอาไว้เลย พวกท่านไม่อายเด็กคนนี้บ้างหรือไร”

            คำพูดของจตุราชันย์แห่งไตรภพทำให้เหล่าทวยเทพที่อยู่ในที่นี้หน้าชา เสียงหัวเราะถูกใจดังขึ้นข้างตัวเอริรัน คราวนี้ทุกสายตาหันขวับไปยังจุดนั้น ร่างสองร่างปรากฏขึ้นแก่สายตาทุกคน ทวยเทพทั้งหมดรีบลุกขึ้นแล้วทำความเคารพผู้มาใหม่ คนหนึ่งของชายเจ้าของสามใบหน้าสามความรู้สึกที่เอริรันได้เจอตอนนี้เดินก้าวข้ามผ่านประตูแห่งโชคชะตา อีกร่างคือร่างสง่างามที่ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เอริรันได้เดินก้าวข้ามผ่านประตูไปแล้ว

            “เจ้าพูดได้ดี เทพอาโลว์ เราเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าและเด็กคนนี้พูด” ว่าแล้วก็ยื่นมือไปยีหัวเอริรันเพื่อยืนยันว่าเด็กคนนี้ที่ตนได้พูดถึงคือเอริรัน

            “ท่าน...” เหล่าทวยเทพอ้าปากค้างไปแล้ว พวกเขาไม่คิดว่าท่านผู้นี้จะรู้เรื่องนี้ได้

            “พวกเจ้าคิดว่าเราไม่รู้หรือว่าพวกเจ้าทำอะไรเอาไว้บ้าง เราอุส่าห์ให้โอกาสพวกเจ้ามานานถึงเพียงนี้แต่พวกเจ้าก็ไม่คิดที่จะใช้มันปรับปรุงตัว พวกเจ้ายังคงมีนิสัยเช่นเดิม คุณสมบัติของเทพเจ้าที่พวกเจ้ามีนั้นได้หายไปไหนหมดกัน”

            เหล่าทวยเทพเริ่มหน้าเสีย เอริรันมองคนข้างตัวอย่างสงสัยว่าคนคนนี้เป็นใครกัน ทำไมตาแก่พวกนั้นถึงได้กลัวชายคนนี้มากถึงขนาดนี้ ถึงตอนแรกจะแปลกใจที่รู้ว่าอาโลว์เป็นเทพเจ้า (เอริรันไม่ตกใจเพราะเคยคิดแบบนี้อยู่หลายครั้ง) แต่ตอนนี้เอริรันสงสัยว่าคนคนนี้คือใครมากกว่า

            เจ้าของร่างสง่างามหัวเราะกับความคิดของเอริรัน เขายีหัวเด็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความเอ็นดู “เราคือคนที่คอยดูแลเจ้าอยู่ห่างๆ มาตลอดไง เอริรัน”

            “???” เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นเต็มหน้าเอริรัน ชายตรงหน้าหัวเราะอีกครั้งก่อนที่ใบหน้างดงามนั้นจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าของคนที่เอริรันรู้จักดี หญิงสาวอ้าปากเหวอ “ลุงเจ้าของร้านขนมแป้ง!

            “ร้านประจำของเจ้าด้วยนะ” ชายตรงหน้าหัวเราะอีกครั้งกับท่าที หลุด ของหญิงสาวที่น้อยครั้งจะได้เห็น “แถมตำแหน่งของเราในที่นี้ยังเป็นราชาแห่งทวยเทพด้วยนะ”

            มาถึงตอนนี้เอริรันเริ่มเข้าใจว่าทำไมตาแก่พวกนี้ถึงได้เกรงใจชายคนนี้นัก ที่แท้ก็เป็นราชาของพวกตนนี่เอง มิน่าทำไมถึงได้สงบปากสงบคำและสงวนท่าทีแบบนี้

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ามีอำนาจมากกว่าทวยเทพที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ เอริรัน”

            คำพูดประโยคนี้ทำให้เสียงฮือฮารอบด้านเริ่มดังเซ็งแซ่อีกครั้ง อาโลว์เพียงแค่ยิ้มนิดๆ เพราะเขารู้อยู่แล้ว ส่วนเอริรันมองชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

            “เพราะอะไรรู้ไหม?” เอริรันส่ายหน้า แน่นอนว่าเหล่าเทพเจ้าที่นั่งอยู่บนที่นั่งยกสูงเหล่านั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน “เพราะเจ้าเป็นเทพเจ้าองค์เดียวที่สามารถปลดผนึกอักขระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสามตัวได้ ทั้งยังมีสายเลือดของมังกรแห่งปาฏิหาริย์ ถึงจะน้อยนิด แต่ด้วยหัวใจแห่งผู้พิทักษ์ที่เจ้ามีอยู่ทำให้เจ้าสามารถดึงพลังของมันออกมาได้มากกว่าที่สายเลือดแท้ดึงออกมาได้อีก เจ้าได้เลือกเส้นทางนี้เพื่อใช้ปกป้องผู้คนและเหล่าคนที่เจ้ารักโดยไม่ต้องเสียเวลาคำนึงถึงส่วนได้ส่วนเสียที่เจ้าจะได้รับ เจ้าหาได้ต้องการพลังอำนาจเหนืออื่นใด นับว่าเจ้าเหมาะสมที่จะได้เป็นเทพเจ้าที่สุด”

            คราวนี้เสียงฮือฮาเริ่มหนาหูมากขึ้น เมื่อราชาแห่งทวยเทพยกมือขึ้นเสียงฮือฮาก็เงียบลงทันใด “เมื่อครู่เจ้าบอกว่ายอมรับโทษทุกอย่าง หากแต่โทษนั้นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมตามเหตุผลที่ควรจะเป็น มิใช่อ้างแต่กฎอย่างเดียวใช่หรือไม่ เอริรัน”

            “ใช่” แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงนั้นก็หนักแน่นมาก ผู้เป็นราชาแย้มรอยยิ้มงดงามอย่างถูกใจ

            “ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก เจ้าได้ทำผิดกฎขั้นร้ายแรงที่สุด ทว่าเจ้าก็ยอมรับความผิดที่เจ้าได้ก่อเอาไว้อย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้น บทลงโทษที่เราจะให้เจ้าก็คือ...”

 

            ตอนนี้สิ่งที่พวกโนเทียสรับรู้ได้อย่างเดียวก็คือ...เอกะได้จากพวกเขาไปแล้ว

            และตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องที่ผู้นำแห่งความมืดเกิดจากความแค้นที่ถูกเหล่าทวยเทพพรากชีวิตคนรักที่ชื่อเอริรัน D มาเฮอร์เรีย และสาเหตุที่ผู้นำแห่งความมืดทำลงไปทั้งหมดด้วย ทั้งเนเธียร์ ประภาคารแห่งกาลเวลา โรงเรียนฮาลเอคัง หรือที่อื่นๆ ทั้งในและต่างโลก พวกเขาต่างเสียใจที่ได้สูญเสียบุคคลผู้เป็นอัศวินผู้พิทักษ์อย่างแท้จริงเช่นเอกะไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ รีซวาร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่อาจรักษาสัญญาที่ได้ให้กับเอกะเอาไว้ แถมเธอเองนั่นแหละยังเป็นคนที่มอบพลังของประตูแห่งกาลให้กับเอกะ สิ่งที่เอกะกระซิบกับรีซวาก่อนที่เอกะจะวางเธอลงก็คือ

            ขอให้มีความสุขนะ รีซวา

            “ท่านลุงฮะ...ท่านอาจะกลับมาใช่ไหมฮะ” เวนซากระตุกแขนเสื้อเรออส เด็กชายถามด้วยน้ำตาที่นอกหน้า ชินะที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มองมาด้วยสายตาที่ส่อถึงความหวัง

            เรออสไม่กล้าสบตาเด็กน้อยทั้งสอง เขาไม่รู้ว่าจะต้องยังไงให้เด็กทั้งสองไม่ร้องไห้มากไปกว่านี้ คำพูดสุดท้ายของเอกะ...ไม่สิ เอริรันก่อนที่ร่างของเอริรันและผู้นำแห่งความมืดจะถูกมิติสีรัตติกาลกลืนกินเข้าไป พวกเขาต่างได้ยินเสียงของเอริรันที่บอกกับพวกเขาว่า

            ขอให้ทุกคนมีความสุข สงครามจบลงแล้ว

            โนเทียสที่อยู่ใกล้ๆ ลูบหัวเด็กทั้งสอง “กลับมาสิ...เอกะต้องกลับมาแน่ แต่อาจจะนานไปหน่อยก็เท่านั้น”

            พวกเรออสหันมองโนเทียสที่พูดประโยคนั้นออกมา

            ใช่ พวกเขาต้องเชื่อว่าสักวันเอกะต้องกลับมา เอกะไม่ได้ตายเสียหน่อย เธอแค่ไปอยู่ที่อีกมิติหนึ่งเท่านั้น พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้มีความสุข เพื่อตอบแทนสิ่งที่เอกะทำเพื่อพวกเขา เพื่อที่จะได้บอกเธอตอนกลับมาว่าพวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสงบสุขตามที่เธอปรารถนาแล้ว

            อัศวินมังกรผู้พิทักษ์...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

205 ความคิดเห็น

  1. #186 SP.palrer (@pernar) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 17:56
    ไรท์อยากจะบอกว่าอักขระมันมีแค่156ตัวไม่ใช่อ่อ(12*13=156)ทำไมถึงเป็น169อ่ั
    #186
    0
  2. #159 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 22:50
    ไรต์ๆๆ อยากได้ตอนพิเศษตอนที่เล่าเรื่องผู้นำแห่งความมืดอ่ะ T3T
    #159
    0
  3. #138 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:34
    เศร้าอ่า
    #138
    0