Fic ReBoRn 1827 III

ตอนที่ 12 : แถม : หนึ่งวันของฮิบาริ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 พ.ค. 55


 

ไม่ได้พบเจอ...

 

ไม่ได้ยินเสียง...

 

ทว่า...

 

ใช่ว่าจะไม่อยากพบ

 

ใช่ว่าจะไม่อยากได้ยิน

 

จงมั่นใจเถอะนภา

 

เมฆานะ...

 

คอยเฝ้าดูนภาที่อยู่บนนั้น

 

คอยค้ำจุลนภาที่อยู่เพียงแค่เอื้อม

 

และเมฆาก้อนนี้จะปกป้องนภายามมีภัย

 

มันจะเป็นเช่นนั้น...

 

ไปตลอดกาล

 

วันนี้เป็นอีกวันที่น่าเบื่อหน่ายยิ่งกว่าวันไหนๆสำหรับฮิบาริ เคียวยะหรือผู้พิทักษ์แห่งเมฆาของวองโก่เลแฟมิลี่นั่นเอง ใช่แล้ววันนี้เป็นวันที่ผู้พิทักษ์ทุกคนจะต้องกลับไปประชุมกับคนในหน่วยของตนนั่นเอง 

 

วันนี้เป็นวันที่ผู้พิทักษ์ทุกคนจะต้องอยู่ภายในหน่วยของตนเองเพื่อประชุมและรับฟังเรื่องราวต่างๆ มีทั้งปัญหามากมายที่เกิดขึ้นหรือเรื่องราวที่พวกลูกน้องต้องการจะบอก

 

นภาแห่งวองโกเล่เล็งเห็นปัญหานี้ดีจึงตั้งกฎขึ้นมาว่าในเดือนหนึ่งจะต้องมีสักวันที่เหล่าผู้พิทักษ์จะต้องนั่งประชุมกับลูกน้องในสังกัดของตนเองเพื่อจัดการปัญหามากมายที่เกิดขึ้นภายในฐานทัพของตน

 

ถ้าหากแค่ฐานทัพของตนเองยังวุ่นวายและไม่สามารถจะจัดการได้ละก็สึนะไม่มีทางยอมส่งผู้พิทักษ์คนนั้นให้ออกไปทำงานที่ไหนหรอก เรื่องของตนเองยังจัดการไม่ได้แล้วจะมาจัดการเรื่องของแฟมิลี่ที่เป็นเรื่องของทุกคนได้ยังไง

 

เพราะฉะนั้นในวันนี้ผู้พิทักษ์แต่ละคนจึงยอมเดินคอตกกลับไปยังฐานทัพของตนเองไม่เว้นแม้แต่โกคุเทระที่อยากจะอยู่ข้างๆรุ่นที่สิบของเขาใจจะขาดแต่การประชุมที่รุ่นที่สิบสั่งมาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

 

ในเมื่อมันเป็นคำสั่งของรุ่นที่สิบ ผู้พิทักษ์แห่งวายุก็เห็นว่ามันสำคัญทั้งหมดนั่นแหละเพราะแบบนั้นเจ้าตัวจึงจำใจกลับฐานทัพของตนเองในวันนี้

 

การประชุมของแต่ละหน่วยนั้นหัวหน้าหน่วยถือเป็นคนสำคัญที่ต้องเข้าร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆกับลูกน้องภายในหน่วยทว่าก็มีอยู่หน่วยหนึ่งที่ออกจะแตกต่างกับทุกหน่วยอยู่เหมือนกันตรงที่ลูกน้องในสังกัดต่างเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ปัญหาต่างๆถูกยกออกมาพูดหมดเพื่อหาทางแก้ไขที่ดีที่สุดและทุกครั้งจะต้องมีคุณคุสาคาเบะจดวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆลงในกระดาษรายงานอย่างขมังเขม็ง

 

ใช่แล้ว...หน่วยนั้นคือหน่วยของผู้พิทักษ์แห่งเมฆานั่นเอง

 

ว่าแต่ตัวหัวหน้าหน่วยเองละไปอยู่ที่ไหนกันแน่?

 

 

เหล่าคนที่สุมหัว...

 

ก็ไม่ต่างจากสัตว์กินพืชที่อ่อนแอที่ต้องคอยช่วยเหลือกัน

 

ถึงจะสามารถ...

 

รอดพ้นจากเงื้อมมือของสัตว์นักล่า

 

เพราะฉะนั้นหากอยากจะแข็งแกร่ง

 

ก็จงทำเยี่ยงสัตว์นักล่า

 

ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวนั่น

 

 

ร่างของผู้พิทักษ์แห่งเมฆากำลังจิบน้ำชายามบ่ายของตนเองอยูในห้องทำงานอันเงียบเชียบเช่นทุกที ดวงตาสีดำของเจ้าตัวมองเอกสารในมือขณะที่เส้นผมสีดำปลิวไปกับสายลมเบาๆยามบ่ายที่พักพาเข้ามาในห้อง

 

ใช่...ที่นี่เงียบสงบไร้ซึ่งเสียใดเช่นทุกทีที่มันเป็น มันคงจะเป็นวันอันเรียบง่ายอีกวันของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาถ้าวันนี้จะไม่ใช่วันประชุมในหน่วยและหัวหน้าหน่วยก็ควรที่จะอยู่ในห้องประชุมไม่ใช่หรือ

 

ความจริงแล้วฮิบาริไม่สนใจการประชุมนั่นเลยแม้แต่น้อย จะบอกว่าเขาไม่เคยก้าวเข้าไปในห้องเวลาที่มีการประชุมเลยก็คงจะไม่เกินจริง

 

เขาเกลียดการสุมหัวมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว การสุมหัวก็เป็นแค่พฤติกรรมของพวกสัตว์กินพืชที่อ่อนแอเท่านั้นทำไมเขาจะต้องลงตัวลงไปแบบนั้นด้วย ที่เขายอมให้พวกนั้นสุมหัวประชุมกันโดยไม่เอาเรื่องก็ดีเท่าไหร่แล้ว เพราะฉะนั้นต่อให้มันเป็นคำสั่งของนภาแห่งวองโกเล่เขาก็ไม่คิดจะปฏิบัติตาม

 

ฮิบาริมองมือถือของตนเองที่วางไว้ข้างๆตัวอย่างชั่งใจ เขาควรจะส่งข้อความไปหาสึนะโยชิบ้างดีไหมในเวลาที่ว่างมากแบบนี้

 

ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาจ้องมือถือของตนเองอยู่นานเพราะความลังเล อันที่จริงฮิบาริไม่ค่อยจะห่วงสึนะในตอนนี้สักเท่าไหร่ในเมื่อนภาแห่งวองโกเล่น่าจะอยู่ในปราสาทซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่และถ้าเป็นฐานทัพใหญ่ละก็ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมของที่นั่นไม่มีทางปล่อยผู้บุกรุกคนใดให้เข้าไปทำร้ายสึนะได้อยู่แล้วแต่ถึงเข้าไปได้ก็ใช่ว่าจะสามารถทำร้ายสึนะได้ในเมื่อลูกน้องสังกัดนภาก็คงไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องหัวหน้าหน่วยได้ง่ายๆจริงไหม

 

อีกอย่างเขาก็ขอให้ฮิเบิร์ดช่วยดูเอาไว้อยู่แล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้สึนะโยชิอยู่คนเดียวในเวลาที่ไม่มีผู้พิทักษ์สักคนเคียงข้างหรอกแม้ว่าที่นั่นจะเป็นในปราสาทวองโกเล่ก็ตาม

 

สุดท้ายผู้พิทักษ์แห่งเมฆาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไปแล้วกดส่งออก

 

ฮิบาริวางมือถือของตนเองลงบนโต๊ะแล้วนิ่งไปนิดเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองทำลงไปสุดท้ายเจ้าตัวก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน

 

เขาทำอะไรลงไปเนี่ย...ทำไมถึงได้ส่งข้อความนั้นออกไป พอมาย้อนถามตนเองด้วยคำถามนี้ฮิบาริก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับตนเองได้ บางทีข้อความที่เขาส่งออกไปอาจจะเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบของเขาก็ได้

 

เมฆาที่ร่องลอย...สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อพันธนาการของนภาอย่างนั้นหรือ... เมฆาไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับความรู้สึกนี้ถึงจะดี เพราะฉะนั้นถึงได้เฝ้ามองแต่ไม่คิดจะเข้าใกล้ยังไงละ

 

ให้ความภัคดีแต่ก็ไม่อาจจะให้การผูกมัด เพราะเขาเป็นเมฆา...เป็นเมฆาที่ควรจะร่องลอยโดยไม่สนใจใครทว่าเขาคงเป็นเมฆานอกคอกที่ถูกนภาร้อยรัดจนไม่อาจดิ้นหลุด

 

ความรู้สึกพวกนี้เขาควรจัดการยังไงถึงจะดี...

 

ก็อกๆ เสียงเคาะประตูตามมารยาทดังขึ้นทำลายความคิดเขาไปจนหมดสิ้น ฮิบาริยืดตัวกลับมานั่งในท่าเดิม

 

“เข้ามา” ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาเอ่ยอนุญาตประตูจึงถูกเปิดออก ดวงตาสีดำหันไปมองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขา คนๆนั้นคือคุสาคาเบะนั่นเอง

 

“การประชุมเสร็จแล้วครับคุณเคียว” พอเข้ามาถึงคุสาคาเบะก็รายงานให้ฮิบาริฟังทันทีก่อนจะวางเอกสารปึกใหญ่ที่เป็นรายงายผลสรุปการประชุมทั้งหมดลงบนโต๊ะทำงาน

 

“สรุปผลออกมาแล้วเหรอ” เสียงราบเรียบถามต่อแต่ก็ไม่ได้เหลือบมองเอกสารสรุปผลการประชุมที่วางอยู่ตรงหน้าของตนเองเลยแม้แต่น้อย

 

“ครับ...เหลือแต่ให้คุณเคียวตัวสินใจ” คุสาคาเบะตอบคำถามของฮิบาริแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจอยู่ในใจ

 

คุณเคียวนะคุณเคียว...ไม่รู้จะจัดงานประชุมไปทำไมในเมื่อให้ทุกคนมานั่งถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงทั้งๆที่หัวหน้าหน่วยก็ไม่คิดจะสนใจการประชุมแม้แต่น้อย ไม่พอยังต้องมานั่งเขียนรายงานสรุปการประชุมส่งให้เจ้าตัวอีกทว่าสุดท้ายจริงๆคุณเคียวก็ตัดสินใจแก้ไขปัญหาในทางของตนเองทั้งหมดโดยที่ไม่เหลือบมองรายงานนั่นเลยแม้แต่น้อยและก็ไม่คิดจะถามความเห็นใครทั้งสิ้น

 

ที่จัดการประชุมขึ้นมาก็แค่ทำให้พอเป็นพิธีเท่านั้นในเมื่อทุกๆคนก็รู้ดีกันอยู่แล้วว่าผู้พิทักษ์แห่งเมฆานะเกลียดการสุมหัวจะตายไป ยังไงเมฆาก็ยังคงเป็นเมฆาที่เอาแต่ใจ ใครเล่าจะไปเข้าใจความคิดของเมฆาที่ร่องลอยอยู่บนฟากฟ้าอย่างอิสระกัน

 

ฮิบาริพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะเริ่มอ่านเอกสารที่ค้างไว้ต่อโดยไม่สนใจอีกคนที่ยืนอยู่ในห้องด้วยเลยสักนิดทำให้คุสาคาเบะขอตัวออกจากห้องไปอย่างเงียบๆในเมื่อคุณเคียวไม่ต้องการเขาแล้วในตอนนี้

 

ปัง!!

 

เมื่อสิ้นเสียงปิดประตูที่ดังไล่หลังลูกน้องคนสนิทของตนเองผู้พิทักษ์แห่งเมฆาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่ง เจ้าตัวเหลือบไปมองมือถือของตนเองที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ

 

เป็นอีกครั้งที่เขาไม่เข้าใจตนเองเอาเสียเลย สิ่งที่เขาทำลงไปเขายังไม่เข้าใจตนเองเลยด้วยซ้ำว่าทำลงไปเพื่ออะไรกันแน่ ไม่เข้าใจตนเองเลยจริงๆ

 

ทว่าในขณะที่กำลังสับสนในการกระทำของตนเองอยู่นั้นเสียงมือถือของเขาที่นอนนิ่งอยู่ก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้ามา

 

ฮิบาริถึงกับสะดุ้งไปนิดก่อนจะปัดความคิดในสมองของตนออกไป เจ้าตัวขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างหงุดหงิดเพราะรู้ตัวว่าต่อให้พยายามปัดความคิดนั้นออกไปเท่าใดมันก็ไม่ยอมหายไปอยู่ดี ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาหยิบมือถือของตนเองขึ้นมาดูว่าใครกันแน่ที่ส่งข้อความมาให้เขาในตอนนี้

 

ขอบคุณครับ...คุณฮิบาริ

 

อีกฝ่ายก็ตอบข้อความของเขากลับมาสั้นๆเช่นกันทว่าสำหรับผู้พิทักษ์แห่งเมฆามันมีค่ามากกว่านั้น...

 

ข้อความสั้นๆนี่กลับมาค่ามากกว่าข้อความยาวๆทุกข้อความที่เขาเคยได้รับมาเสียอีก

 

ข้อความจากนภาแห่งวองโกเล่...

 

ข้อความจากซาวาดะ สึนะโยชิ

 

 เพียงแค่ข้อความสั้นๆนี่ความสับสนทั้งหมดที่เกิดขึ้นกลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

ก็ดีแล้ว... ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาบอกกับตนเองในใจ แม้จะยังไม่เข้าใจกับการกะทำของตนเอง แม้ว่าจะยังสบสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นทว่าทั้งหมดที่เขาตัดสินใจทำลงไปมันดีแล้วจริงๆ

 

“คุณที่อยู่บนนั้น...” ฮิบาริเอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะหันเก้าอี้ทำงานของตนเองไปยังหน้าต่างที่อยู่ด้านหลัง

 

“ช่วยบอกหน่อยได้ไหม...” ดวงตาสีนิลทอดมองท้องนภาสีครามที่มีเมฆาสีขาวลอยเคียงข้างก่อนจะหลับตาลง

 

“พันธนาการของคุณจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่กัน” เมื่อไหร่ผมจะสามารถดิ้นหลุดสักที เมื่อไหร่ผมจะเป็นอิสระเช่นเดียวกับที่ทุกคนพร่ำบอกว่าเมฆาต้องเป็นเช่นนั้น

 

“ช่วยบอกผมหน่อยว่าความรู้สึกพวกนี้คืออะไร” อยากปกป้องคุณที่อยู่เพียงเอื้อมทว่าก็อยากให้คุณแข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถล้มคุณลงได้แม้แต่ตัวผมเอง

 

เฝ้ามองคุณทว่าไม่หวังว่าจะอยู่ใกล้ในเมื่อคุณที่มีผู้พิทักษ์อีกห้าคนรายล้อมก็งดงามอยู่แล้ว...งดงามจนผมรู้สึกว่าต่อให้ไม่มีผมคุณก็ยังคงปลอดภัยท่ามกลางเหล่าคนที่รักคุณ

 

อยากจะครอบครองแต่ก็รู้ดีว่าไม่อาจจะคว้าถึงและต่อให้ผมสามารถคว้าคุณมาได้...ผมก็ไม่กล้าที่จะทำ ในเมื่อผมบอกแล้วว่านภาจะงดงามมากที่สุดก็เมื่ออยู่ท่ามกลางคนที่รักคุณ

 

เมฆาไม่อาจผูกมัดทว่าใครเล่าจะรู้ดีเท่าเมฆา... พันธนาการของนภาแข็งแกร่งเพียงใดเขาย่อมรู้ดีที่สุด

 

พันธนาการที่ไร้ซึ่งเงื่อนไข พันธนาการที่ไม่สามารถมองเห็น พันธนาการที่เหนี่ยวแน่นยิ่งกว่าโซ่ตลวงเส้นใด พันธนาการที่เมฆาไม่มีวันดิ้นหลุด...

 

ใช่ฮิบาริรู้ตัวดีว่าต่อให้พยายามดิ้นรนและทำลายแค่ไหนพันธนาการนี่จะไม่แตกสลายหายไปอย่างแน่นอน ซ้ำร้ายยิ่งดิ้นรนให้หลุด...ยิ่งทำลายให้ขาดพันธนาการนั้นกลับยิ่งเหนี่ยวแน่น...เหนี่ยวแน่นและร้อยรัดจนแทบหายใจไม่ออก

 

ใช่...มันเหนี่ยวแน่นจนเขาเองก็ชักไม่แน่ใจว่าหากเจ้าของพันธนาการนี้จากไปตัวเขาจะเป็นเช่นใดกัน

 

จะต้องละทิ้งความแข็งแกร่งที่ตนเองภาคภูมิ... จะต้องละทิ้งความหยิ่งทะนงของตนเองลงแล้วกลับกลายเป็นคนอ่อนแออย่างพวกสัตว์กินพืชที่เขาเคยประณามนะหรือ

 

“แล้วคุณช่วยบอกผมหน่อยสิ...ว่าผมควรจะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงดี...”

 

ความรู้สึกพวกนี้ต้องจัดการอย่างไรถึงจะดี จะต้องทำอย่างไรถึงจะเหมาะสม คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม...

 

ซาวาดะ สึนะโยชิ!!

 

ความรู้สึกที่ผมมีมันคืออะไร...

 

ตัวผมเองก็ยังไม่เข้าใจมัน

 

ให้ความภัคดีแต่จะไม่ยอมให้คุณมาอยู่เหนือผม

 

ให้การปกป้องทว่ายามที่คุณอ่อนแอผมจะไม่เอ่ยปลอบ

 

ให้ความดูแลทว่าผมจะไม่เข้าไปอยู่ใกล้

 

ให้ความผูกพันทว่าไม่อาจให้การผูกมัด

 

นี่คือความรู้สึกทั้งหมดของผม

 

ผมจะไม่ขอให้คุณเข้าใจมัน

 

เพราะตัวผมเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกนั้น

 

ขอแค่คุณอย่างหนีไป...ขอแค่คุณอย่าหายไป

 

แค่นั้นก็พอแล้ว...

 

แม้จะยังไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงถึงจะดี

 

แต่ความรู้สึกของผมทั้งหมดนี่

 

ผมจะไม่ทิ้งมัน

 

ทว่า...

 

ผมจะแบกรับมันไว้เอง!!

------------------------------------

 

สวัสดีค่ะหลังจากหายไปนาน มีหลายคนเรียกร้อง nc กับผู้เขียนนะค่ะ เอาเป็นว่าผู้เขียนบอกตรงๆเลยก็แล้วกันค่ะว่าไม่รู้จักค่ะ (ก็ผู้เขียนไม่ใช่สายวายนี่นา) ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ อย่างที่บอกไปแล้วว่าฟิคเรื่องนี้อยู่ๆก็วาบขึ้นมาในหัวเองเลยลองแต่ออกมาเพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้อ่านขอมาผู้เขียนคงจะทำไม่ได้หรอกค่ะ

 

อีกเรื่องที่อยากถามก็คือถ้าผู้เขียนจะลองหันไปเขียนเรื่องอื่นเพื่อลองพัฒนาภาษา นักอ่านว่าผู้เขียนจะลองเขียนเรื่องอะไรดีค่ะ ขออย่างเดียวคือไม่ใช่ Reborn ค่ะ เพราะเรื่องหนึ่งผู้เขียนคิดว่าสามารถเขียนได้คู่เดียวเท่านั้น

 

ยังไงก็ต้องขอรบกวนด้วยนะค่ะ และขอโทษกับเรื่องที่ขอเข้ามาด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

285 ความคิดเห็น

  1. #280 นักอ่านเร่ร่อน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 15:44
    ใช่เลยโดนใจเลยค่ะ เศร้าๆปนซึ้ง
    #280
    0
  2. #273 k-kiwi (@konatsu_gl) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 09:39
    07-ghost ก็ดีนะคะ นัทสึเมะ ก็ดีเหมือนกันลองดูนะค
    (
    แต่แต่งทั้งสองเรื่องก็ดีเช่นกัน
    #273
    0
  3. #272 looky39 (@looky39) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 20:46
    สนุกจนจบเลยค่ะ
    #272
    0
  4. #249 dddfrrrjeeeeejg (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 15:43
    สนุกมาก
    #249
    0
  5. #246 ไอติม ราคา 4.. บ. (@mcmaxxim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 20:13
    โหย อย่างน้อยก็น่าจะมีกอดบ้าง จูบบ้างนะ แงๆ ตามอ่านหมดแระ 
    ชอบทุกภาคอ่ะ คิคิ แต่เม้นต์แค่ตอนสุดท้ายทุกภาคอ่ะ คิคิ ชอบๆ
    #246
    0
  6. #244 J.Eif'SicHunHan (@29333) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 12:53
    สุดยอดเลย ท่านฮิ
    #244
    0
  7. #232 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 12:31
    เขียนได้แค่คู่เดียวก็ดีแล้วค่ะ...//โดนตรบ



    ถ้าอยากพัฒนาทางด้านภาษา คิดว่าน่าจะลองไปแต่ง 'นิยาย' สักเรื่องนึงจะดีกว่าค่ะ

    ถ้าถามว่านิยายแนวอะไรขอแนะนำนิยายแนว 'แฟนตาซี'

    เพราะว่านิยายเนียวนี้ส่วนใหญ่จะให้พวกเป็นคำบรรยาย ต้องบอกเล่าเรื่องราวเยอะมาก

    ศัพท์และภาษาที่ใช้ก็จะมีหลากหลายมากขึ้นเอาไว้ใช้ฝึกฝนได้ดีค่ะ

    แต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็ลองแต่งนิยายแฟนตาซีแบบที่มองในมุมมองของตัวเอกดู

    เหมือนๆ ที่นิยายแนวรักๆ ที่เห็นกัน

    หรือไม่ก็แต่ง 'ฟิค' ของการ์ตูนหรือนิยายแนวแฟนตาซีดูก็ได้ค่ะ

    ถ้าแต่งฟิคจะง่ายกว่าแต่งนิยายขึ้นเองเพราะว่าจะมีตัวละครและสถานที่ อุปนิสัย ลักษณะของเนื้อเรื่องวางไว้ให้อยู่แล้ว

    ทำให้การแต่ง 'ฟิคชั่น' ง่ายกว่าการแต่งนิยาย ยังไงก็ลองๆ ไปหานิยายแฟนตาซีอ่านสักเล่มรับรองว่าจะติด 'w'







    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------



    แนะนำ



    1.สนพ. Enter Book เป็นสนพ.ย่อยของแจ่มใจค่ะ



    นิยายแฟนตาซีส่วนใหญ่เป็นของ Yu Wo คนแต่งคนนนี้แต่งเก่งมากๆ สนุกดีค่ะชอบ มีทั้งเรื่องที่เขียนแบบบรรยายและเขียนในมุมมองของตัวเอก

    แล้วก็อีกคน Sui Quan ค่ะ แต่ของ Enter มีแค่เรื่องเดียว orz คือ The Sunken Moon เรื่องนี้เขียนในมุมมองของตัวเอก เป็นเรื่องแรก และเรื่องเดียวที่รู้สึกว่าคนเขียน เขียนออกมาจะออกแนวฮา และเขียนในมุมมองของตัวเอก! เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแนวซีเรียสลึกลับปริศนาเยอะหน่อยๆ แฟนตาซีมากๆ แต่ส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับ สนพ Happy Banana

    นิยายของ สนพ. นี้เป็นนิยายของไต้หวันที่มาแปลไทยค่ะ แต่นิยายที่คนไทยแต่งก็มีเหมือนกัน 'w'

    เช่นของคุณ ลลิต จะออกแนววิทยาศาสตร์ อ่านไปได้ความรู้เยอะมากกก.. แบบว่าผสมวิทยาศาสตร์กับแฟนตาซี แต่งออกมาได้นี่นับถือจริงๆ และอีกคนคือคุณ ZerzeS หรือ Re;Pink (คนๆเดียวกัน) จะเน้นแนวฮาๆ ค่ะ เช่นเรื่อง Vamprie Company เรื่องนี้พระเอกเป็นแวมไพร์จิตใจนางเอก (แวมไพร์รักโลก) อ่านไปท้องแข็งไปจนไม่กล้าเปิดอ่านหน้าต่อไปเลย คนๆนี้เขียนแนวมุมมองของตัวเอกค่ะ



    2.สนพ. Happy Banana เป็นสนพ เครือเกียวกับฟิคสิกเซนเตอร์ค่ะ



    อย่างที่ว่ากันไป สนพ.นี้ก็เป็นนิยายของไต้หวันมาแปลเหมือนกัน หนังสือแต่ละเรื่องจะแปลไวออกไวมากๆ ผิดกับเอนเธอร์บุ๊คที่กว่าจะออก ค้างไปหลายเดือน OTL เรื่องสำนวนการแปลของ สนพ. นี้โดยส่วนตัวบางเรื่องยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ สนพ. เอนเธอร์ จะแปลดีกว่าเก่งกว่า ค่ะ



    ของสนพ.นี้ ก็มีทั้งแบบแปลไทยจากไต้หวัน แต่แบบที่คนไทยแต่งเหมือนกัน!



    เริ่มด้วยของไต้หวัน แนะนำท่าน Sui Quan อย่างที่บอกไปว่าเรื่องของท่าน Sui Quan ถูก สนพ. นี้ดึงมาหลายเรื่องเลย เช่น พันธกิจทวทูต 10 เล่มจบ (ภาคแรก) The Silver Area 8 เล่มจบ (เรื่องนี้เล่ม 8 เพิ่งออกงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 17 นี้เอง! ไปสอย Box set กับหนังสือมาเป็นคนแรก วะ ฮ่าๆๆๆ)

    พรีวิวกันสั้นๆ พันธกิจทวทูต เรื่องราวค่อยข้างดำเนินไปไวค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้เห็นว่าคนแต่งเขาแต่งมานานแล้ว ตีพิมพ์แล้ว ได้ตีพิมพ์ใหม่ 'w' ส่วนเนื้อหาขี้เกียจบรรยาย ไปอ่านเองแล้วกัน! (อ่าวเฮ้ย)

    The Silver Area เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนพอควร เนื่องจากมีเผ่าเยอะแยะเต็มไปหมด ชื่อตัวละครเกือบจำไม่หวาดไม่ไหว มันเยอะมาก ว๊ากก เนื้อเรื่องจะแบ่งออกมาเป็น เนื้อเรื่อง A กับเนื้อเรื่อง B และเนื้อเรื่อง C ก็คือ เล่มแรกจะโผล่มาเป็นเนื้อเรื่อง A ส่วนเล่ม ราวๆ 2-4 เป็นเนื้อเรื่อง B (ย้อยอดีต) [เล่ม 2-3 ต้องอ่านให้ได้! รักพี่เก้า x แลนเดียส จุ๊บๆ >[]< ] ต่อมาเล่มราวๆ 4-7 เป็นเนื้อเรื่อง C มันก็ยังเป็นเรื่องอดีตนั่นแหละ แต่คล้ายๆ ว่าเป็นเรื่องราวต่อจากเนื้อเรื่อง B ถึงความเป็นมามากขึ้น ส่วน เล่ม 8 (ยังไม่ได้อ่านดองไว้อยู่) วกกลับมาที่เนื้อเรื่อง A ..ขอบอกตรงๆ ว่าเนื้อเรื่อง A เหมือนไร้ค่าอย่างยิ่งยวด! มีทำไมฟร้าาาา ออกมา 2 เล่ม เรื่องนี้ถ้าอ่านเล่ม 1 จะเกิดอาการเฟลลี่สุดๆ = = (โดยส่วนตัวไม่ชอบเล่ม1 อะ!) พอมาเล่ม 2 จะกลายเป็นเนื้อเรื่องใหม่ ตัวละครในเล่ม 1 หายหมด! ราวๆ เล่ม 5 ตัวละครเล่ม 1 เริ่มกลับมานิดหน่อย เล่ม 8 ถึงจะครบ เนื้อเรื่องตั้งแต่เล่ม 6 จะค่อนข้างเดินไวนิดนึงค่ะ เนื่องจากทาง สนพ. ทางใต้หวันเขากำหนดให้ 8 เล่มจบ ไม่งั้นคงได้ต่อกันยาวแน่ๆ คนเขียนบอกว่าเนื้อเรื่องที่เขียนไว้เกือบเล่มย่อมาเหลือ 2-3 บรรทัด (โฮว..) แนะนำให้อ่านดูค่ะ สนุกดีเหมือนกัน อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้คนเขียนคนนี้เขียนแนวบรรยาย ค่ะ สำนวนเก่งมากเลย



    ถ้าจะอ่านแฟนตาซี ต้องอ่านของ Sui Quan ควบกับของ Yu Wo ค่ะ ไม่งั้นต้องเสียดายแน่ๆ!



    ของคนไทยไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่ ขอแนะนำ Re;Pink หรือ ZerzeS นั่นแหละ = =' แนะนำเรื่อง The Dragon อลวนวุ่นมังกรผ่าเหล่า (มีเรื่องเดียว 3 ภาคจบ) อย่างที่เคยบอกไปว่าคนแต่งคนนี้เน้นเรื่องฮาๆเป็นหลัก เขียนในมุมมองของตัวเอกเหมือนเคย ขอแอบพรีวิวเรื่องนี้นิดนึงว่า พระเอกมันเป็นมังกรบ้าตัวแรกของโลกค่ะ...

    ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ Prie Online เรื่องนี้รู้สึกจะเป็นที่นิยมมากเหมือนกัน (มีตั้ง 3 ภาคแล้ว ภาคที่ 1 มี 4 เล่ม ภาคที่ 2 มี 6 เล่ม ภาคที่ 3 ปัจจุบันออกมา 3 เล่ม รวมๆ แล้ว 13 เล่ม โหดไหมละ!) เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นยังไง ;p แต่กำลังจะตามอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ ซื้อบล็อคเซ็ตเก็บไว้แล้ว!



    3. สนพ. สถาพร (ขอแนะนำเป็นอันสุดท้ายแล้วกัน ไม่งั้นได้ยาว)



    สนพ. นี้เป็นนิยายที่คนไทยแต่งค่ะ 'w' ส่วนใหญ่ก็เอามาจาก Dek-d นั่นแหละ



    ลองไปอ่าน โปรเจค New Boold Fantasy หรือไม่ก็ โปรเจค The Mep's Tale ดูค่ะ > <



    New Boold Fantasy แนะนำเรื่อง The Relation 4 เล่มจบ ปัจจุบันออกมา 2 เล่ม เล่ม 3 เร็วๆ นี้



    The Mep's Tale เรื่องนี้แนะนำว่าต้องอ่านทุกเล่ม เพราะมันเป็นเรื่องราวต่อๆ ก็ แต่ไม่ต้องอ่านเรียงเล่มก็ได้ค่ะ เพราะเนื้อเรื่องมันเป็นคนละเรื่องๆ ก็ไป จะอ่านแบบแยกเล่มก็ได้ โปรเจคนี้ มี 4 เล่มจบ คือ รัก โลภ โกรธ หลง แนะนำให้อ่าน เล่ม 1-3 เล่ม 4 ไม่ต้องอ่านก็ได้ (กร๊าก...) นั่นก็คือ รัก (ดวงแก้วมายา) โลภ (เหรียญตราปราถนา) โกรธ (พันธนาการคมมีด) ลองอ่านดูนะค่ะ .\/. b



    ขออีกเรื่องแล้วกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็คือเรื่อง พิภพแห่งมนตรา



    เรื่องนี้ ทาง สนพ. มี 3 เล่ม แต่ไม่จบ พอคนเขียนส่งต้นฉบับเล่ม 4 ปรากฎว่า สนพ. ไม่ยอมให้พิมพ์ เนื่องจากบอกว่าเว้นช่วงไม่นานแล้ว (อ้างชัดๆ!!) หน้าปกเรื่องนี้ สนพ. ต้องบอกเลยว่า ทำออกมาชวนให้นักเขียนอยากตื้บ จริงๆ ตอนแรกบอกเลยว่าไม่คิดจะอ่านเรื่องนนี้เพราะหน้าปกมันนี้แหละ แต่พี่ที่ร้านหนังสือแนะนำมา เลยลองซื้อมาอ่านดู ผลสรุปคือ สนุกมากค่ะ ว๊ากกกก! =w= ตอนนี้คนแต่งเขาเปิดพิมพ์เองอยู่ค่ะ (หน้าปกใหม่ สวยโดนใจรับรองถึงมีเล่ม 1-3 อยู่แล้วก็จะซื้อใหม่ ใครจะทำไม!?) ตอนนี้ยังสั่งจองได้อยู่ ถ้าสนใจก็ไปที่บทความของนักเขียนเขาไป ลองเสริทกูลเกิลหาดูแล้วกัน (มันมีชื่อภาษาอังกฤษด้วยนะแต่จำไม่ได้ว่าเขียนยังไง) ถ้าอยากอ่านภาค 4 ก็ไปอ่านได้ที่บทความของนักเขียนเลยค่ะ



    ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ไปหาดูเอาเองแล้วกันค่ะ เพราะมันเยอะมาก =w='





    จบ...เม้นแค่นี้



    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------





    ยาวมากจริงๆ!



    ขอตัวไปอ่านภาค 4 ต่อนะค่ะ > < ฟิ้ววว
    #232
    0
  8. #229 แคท (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 20:00
    ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะคุณไรเตอร์ หนูเข้าใจค่ะ เรื่องนี้และคู่นีคุณก็แต่งได้ดีแล้วค่ะ สนุกมากกกกกกกเลยค่ะ
    #229
    0
  9. #220 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 19:39
    คิกๆ...น่ารักจริงๆคู่นี้...แม้ออกแนวเศร้าไปหน่อยแต่ก็ยังมีความสงบสุขมาให้สุขใจ
    #220
    0
  10. #207 ยามะจาง (@numtanlooktan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กันยายน 2555 / 21:01
    เดกเกอร์ สตอรี่ก็ได้ค่ะเพื่อนเราชอบ
    #207
    0
  11. #197 black princess (@tarusung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 22:17
    ชอบคำที่เขียนแต่ล่ะคำมาก
    #197
    0
  12. #193 antagonist (@yanisasai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 02:42
    อยากอ่านภาคต่อๆ สนุกมากค่ะ
    เรื่อง NC นี่ไม่ต้องมีก็ได้ค่ะ
    เราชอบสำนวนแบบไรเตอร์มากเลยค่ะ
    แบบอ่านแล้วมันอบอุ่นหัวใจมากกก
    ไม่ต้องกุ๊กกิ๊กไม่ต้องหวือหวาแต่ทำให้เรายิ้มเหมือนคนบ้าได้เวลาอ่าน
    #193
    0
  13. #192 เด็กดี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2555 / 17:00
    ชอบนะ (แอบข้ามมาอ่านตอนสุดท้าย)



    อืม... เรื่องอื่นหรอ ?



    no 6 ก็น่าสนนะ



    เท่าที่ดูไรเตอร์เ่ก่งแนวดราม่านะ



    สู้ๆ รออ่าน





    (แต่เราก็ชอบ คู่ นี้ 1827 มากกว่าอยู่ดี 555)



    #192
    0
  14. #191 พู่กัน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2555 / 16:06
    ขอบคุณค่ะ อืม... เรื่องอะไรดีหรอคะ

    เรื่อง No.6 ดีมั๊ยอ่ะ ^^ แหะๆ เราว่าสนุกดีนะ หรือไม่ก็.. แบล็คบัตเลอร์ก็ได้เหอๆ

    **อ้อ NC- ... มาจาก No Children under ... หมายถึง ห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า ... ปีดู (เลขข้างหลัง NC คืออายุที่สามารถดูได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองนั่นเอง)

    หรือง่ายๆ NC ก็คือติดเรทนั่นแหละค่ะ ^^ สาววายชอบนักแหละ 55
    #191
    0
  15. #184 คนรักทูน่า (@1827haha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 / 22:28
     เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณPimko
    #184
    0
  16. #183 pukluk_ (@pukluk-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 21:28
    บรรยายซึ้งมากเลยอ่ะ TwT~
    #183
    0
  17. #182 ferincalobaramos (@ferincalobaramos) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 23:04
    สนุกมากเลยค่ะ แต่งดีมากๆ
    #182
    0
  18. #181 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 22:47
    ชอบการบรรยายมากๆๆ อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายดีค่ะชอบมากๆๆสนุกดีด้วยค่ะ
    #181
    0
  19. #179 LOVETKM (@lovetkmopa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 21:01
    คห1 โดนค้รา กอดหอมก้อยังดี
    #179
    0
  20. #178 wizaza (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 19:51
    ขออีกภาคหนึ่งนะ
    #178
    0
  21. #177 sawada sorayuki (@wowdigimon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 19:03
    ต่ออีกภาคเลย สนุกมากๆ
    #177
    0
  22. #176 List (@butdyzakarp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 17:19
     ชอบบทบรรยายนะ...บรรยายสวยมากเลย
    #176
    0
  23. #175 Pimko (@bluebird100) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 13:02
     ไม่มีNCไม่ว่าแต่ขอกอดหรือจูบหน่อยสิYOY
    ป.ล.ลองฟิคแฟรี่เทลดูสิ(ตอนนี้ก็กำลังติดเรื่องนี้แต่ชอบรีบอร์นมากกว่า)
    #175
    0