I am Legend
เขียนโดย
sucha
If there is anybody out there. Anybody. Please. ...You are not alone.
มันเป็นคำถามในหัวที่ว่า .. ถ้าเราอยู่เพียงลำพังในโลก แล้วสุดท้ายมันจะลงเอยอย่างไร .. เพราะงั้นเข้าไปหาคำตอบที่ว่าจากการเกริ่นนำของหนังเรื่องนี้กันดีกว่า
I am Legend .. เริ่มต้นด้วย การดัดแปรงพันธุกรรมของเชื้อโรค เพื่อให้มันทำหน้าที่รักษาแทนการทำลายระบบในร่างกายของเรา.. แต่พอผ่านไปไม่นานเจ้าไวรัสที่ว่านี้ก็ทำในสิ่งที่สัญชาติญาณมันบอก นั่นก็คือ.. การทำลายล้างอยู่ดี
เนื้อเรื่องกล่าวถึง Robert Neville ผู้พันที่ควบคุมกองกำลังปกป้องเมืองนิวยอร์ค ซิตี้ ให้พ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งเปลี่ยนให้คนธรรมดากลายเป็นปีศาจ..แต่ว่าก็ไม่อาจหยุดยั้งอะไรได้ ...เขาจึงกลายเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน เพียงคนเดียวที่รอดชีวิต เอ่อ..กับ แซม น้องหมา(น่ารัก)
I am Legend ... นำเสนอให้รู้ถึงความต่อสู้ดิ้นรน ในฐานะที่ตัวเองเป็นมนุษย์อย่างไม่ย้อท้อ และในแง่มุมของความโดดเดี่ยวของการอยู่รอดเพียงลำพัง ..ตัวหนังเดินเรื่องด้วยความเงียบ แน่นอนว่าจะต้องทำให้เราตกอกตกใจด้วยซาวน์แอ็ฟเฟค ที่ต้องขอบอกว่าน่าตกใจจริงๆ ...(เหย้ย..)
ข้าพเจ้าและคนที่ไปด้วย ..มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ..
ข้าพเจ้า : ชอบเรื่องนี้ ..มันสื่อถึงจุดก่อเกิด และ จุดจบที่เป็นไปได้ ... บ่งบอกว่า ผู้เสียสละถึงจะควรแค่แก่การจดจำ
คนที่ไปด้วย : แค่พอไหว ไม่ถึงขั้นดีมากหรอก ..เล่นอยู่คนเดียวเองนี่
... โลกสร้างสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมเอาไว้แล้ว แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวล้ำหน้าไป มนุษย์ก็หลงลืมว่าแท้จริงแล้วตัวเองไม่ได้เป็นพระเจ้า ... การตัดต่อพันธุกรรมทำการสร้างสรรค์พืชขึ้นมาใหม่ ให้มีระบบและกลไกการเจริญเติบโตทีดีขึ้น ...ข้าวโพดที่ไร้แมลงกัดกิน แอปเปิ้ลที่เก็บไว้ได้นาน ..หรือแม้แต่ ต้นนุ่นที่มียีนส์ของกระต่ายเพื่อให้ได้เส้นใยที่แสนนุ่ม ....
....ในอนาคตเราจะรู้ได้ยังไงว่า แท้จริงแล้วสิ่งไหนคือพืช และสิ่งไหนคือสัตว์ ....
....สิ่งที่เรากำลังทำนั้นเป็นวิวัฒนาการขั้นสูง สู่สิ่งที่ดีกว่า หรือว่าเป็นการทำลายสมดุลทั้งมวล สู่หายนะ ........ ใครจะรู้???
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
15 ธ.ค. 50
456
7
ความคิดเห็น
อ้าว... ไปดูมาแล้วหรอ... เร็วจัง เห็นเพื่อนบอกว่าหนังสั้น แต่ก็โอเคนะ...
อื้มๆๆ... ไหนบอกว่าจะไปดูด้วยกันไง ????? แอบไปดูก่อนก็เลยต้องจ่ายเองนะเคอะ... ชิชะ...
ไปละ ตั้งใจทำงานนะค้า!! อยากอ่านซิก้าร์เล่ม 3 เร็วๆ
สู้ๆ เน้อ เด๋วไปดูลูกก่อน ได้ข่าวว่าพ่อมันทิ้งไปแล้ว หุหุหุ...
ไม่ยักกะรู้เรื่องเลยแฮะ หนังเหรอ??
PS. มี๊ๆๆ ~
ก็เลยเห็นว่า พี่วินเขียนได้มีแง่มุมดีมากๆ เลย พี่เป็นคนที่มีความรู้รอบตัวเยอะมากๆ และมีกระบวนความคิดที่น่าทึ่ง คิดดูดิ ขนาดแค่ไปดูหนังยังคิดอะไรได้เป็นวิชาการขนาดนี้เลยอ้ะ พออ่านข้อความของพี่วินพารากราฟสุดท้ายแล้วก็น่าเป็นห่วงโลกเราจังเนอะ...
....ในอนาคตเราจะรู้ได้ยังไงว่า แท้จริงแล้วสิ่งไหนคือพืช และสิ่งไหนคือสัตว์ ....
คิดๆ ไปแล้วน่ากัวพิลึกนะพี่วิน... คนรักธรรมชาติแบบพี่วินก็เลยเป็นห่วงมันขึ้นมาใช่มั้ยล่ะ?? เด๋วแคลร์จะช่วยพี่วินปลูกต้นไม้นะ (ถึงจะไม่ค่อยชอบก็เถอะ) เพราะรู้สึกเป็นห่วงโลกขึ้นมายังไงชอบกล...
ป.ล. ชมไปซะเยอะ อย่าลอยล่ะ (บ้ายอนี่นา)
แต่เพื่อนบอกว่าสนุกมากๆๆๆ
แต่ตอนนี้อยากดู ชิพพังจังเลย(เขียนถูกไหมนี่)
เพิ่งไปดูมาเมื่อวานนี้เอง
ขอบอกว่า เป็นหนังที่ดูแล้วกดดันมากๆ
ดูไปก็ลุ้นไปว่าจะจบยังไง
แต่ก็สนุกดี ไปดูให้ได้ละกัน
หนังมันสอนให้รู้ถึงคนที่อยู่คนเดียวจริงๆ
ปล.ดูโรง IMAX ที่พารากอนดิ ตกใจทีตัวลอยเลย
เห็นด้วยเจ้าค่ะ หายนะๆ ทุกวันนี้ก็มีแต่ หายนะมากพออยู่แล้วไม่รู้ในอนาคต จะเจอหายนะอะไรอีกรึป่าว
ไม่แน่เนอะ
แต่ไม่เป็นไรทุกท่านวางใจได้ข้าน้อยจักเป็นวีรสตรี ผู้มีน้ำใจเปลี่ยมล้น(ตรงไหน?)สร้างดาวดวงใหม่รอทุกท่านเอง 55+
PS. ทุกคนมีทางที่จะเดิน มีภูเขาที่จะปีนป่าย มีทะเลที่จะออกไปแล่นเรือ ไปเถอะเพื่อน ไปเพื่อสิ่งที่เธอปรารถนา และเมื่อเราพบกันอีกครั้ง เราจะเอาความสำเร็จ มาเล่าสู่กันฟัง