มีเหตุอย่างหนึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้คิด ..
หากต้องตาย.. จะตายดิ้นลงไปตอนนี้ หรือ ขอเวลาสักหน่อยก่อน..
ถ้ามันมีกรณ๊ให้เลือก ..คนส่วนใหญ่จะเลือกแบบไหน ระหว่าง
1 ตายไปเลย ..วันนี้ป่วย พรุ่งนี้ตาย หรือ รถเมล์เบรกชน พะงาบอยู่ 2 วันก็ตาย
กับ
2 มีเวลาเหลืออีก 1 ปี แล้วถึงตาย ..ได้รู้ว่ามีเวลาเหลือให้ได้ใช้อีก เท่านี้ จากนั้นก็จะต้องตาย
เลือกยากมั้ย??
ไม่หรอก สำหรับข้าพเจ้า ..จะเลือกข้อ 1 แน่นอน
ข้าพเจ้าเป็นคนขี้ขลาด ถ้าจะให้ทำตัวกล้าหาญ ใช้ชีวิตที่เหลือโดยการหาความสุข แบบต้องนับเวลาถอยหลัง
ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่เอาด้วยแน่ ..
เพราะแบบนั้น คนที่มีชีวิตอยู่โดยรู้ว่าอีกไม่นานก็จะตาย คงเป็นคนที่เข้มแข็งมาก
แต่มาคิดๆ ดู ถ้ามันมีเหตุจำเป็นจริงๆ แบบนรกยัดเยียดข้อสอง มาให้ข้าพเจ้าจะทำยังไงดี
1 ข้าพเจ้าจะหนีออกจากบ้าน .. พูดแล้วก็ขำ ..แต่จะทำแบบนั้นจริงๆ จะไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก เวลาข้าพเจ้าตายไป จะได้ไม่มีใครเสียใจ ..มาเสียใจอีกทีก็แบบ..ศพเน่าไปแล้ว
2 ข้าพเจ้าจะเขียนจดหมายหาเพื่อน .. จะหาที่อยู่ของเพื่อนๆ แล้วส่งจดหมายไปหา ถามว่า \\\"นี่จำเราได้มั้ย ..บลาๆๆ\\\" แล้วข้าพเจ้าจะได้รอคอยจดหมายตอบกลับอย่างมีความหวัง แม้ว่ามันจะไม่มีทางได้รับจดหมายตอบกลับ เพราะข้าพเจ้าไม่ให้ที่อยู่ไปก็เหอะ
3 ข้าพเจ้าจะลองกิน ปลาดิบ ..นึกแล้วคงสยองพิลึก
4 ถ้ามีเงิน ..ข้าพเจ้าจะไปลาสเวกัส ..แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็อด.. (แนวโน้มว่ามันจะอดแน่)
5 เมื่อเหลือ 1 เดือนสุดท้าย ..ข้าพเจ้าจะไปรับลม จากการโดดดาดฟ้า
ทำไมความตายถึงดูน่ากลัว? เพราะว่าเราไม่รู้หรือเปล่า? ไม่รู้ว่าตายแล้วจะเป็นยังไง จะไปไหน ไปที่ชอบมั้ย? หรือว่าไม่ชอบ.. ตายแล้วมันคือการดับสูญหรือเปล่า
ถ้าตายแล้วดับสูญไปจริง มันจะเหมือนเวลาเราหลับไปตลอดมั้ย? หลับแบบไม่ฝัน ไม่มีทางตื่น ไม่ว่านานแสนนานแค่ไหน ก็จะหลับอยู่อย่างนั้น ..ต่อให้อีกร้อยปี หมื่นปี โลกนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะไม่มีทางรู้ ..สูญหายไป ดับสิ้น และว่างเปล่า..
วันนี้มีคนรู้จักแนะนำระบบเงินฝาก แบบคุ้มครองชีวิต ..ฝาก 6 ปี คุ้มครอง 12 ปี ..
ข้าพเจ้าบอกกับคนที่ไปด้วยกันว่า ..ไม่ทำหรอก 12 ปีนานไป อยู่ถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ..
นั่นสินะครับ
โรโรฯ
ความกลัว
เขียนโดย
sucha
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
25 ก.พ. 52
355
8
ความคิดเห็น
เป็นความคิดที่ดีค่ะ คนเราต้องมีสติ และทำวันนี้ให้ดีที่สุดจริง ๆ เนอะ แต่ถ้าให้เราเลือกก็เลือกข้อแรกเหมือนกัน แต่ถ้าโดนยัดเยียดข้อ 2 มาให้ ก็คงจะทำเหมือนกับท่านโรโรฯ เช่นกัน
พอรู้ว่าเหลือเวลาอยู่เท่าไร เราจะได้ไม่นัดใครเกินเวลาชีวิตของเราไว้
ชีวิตก็ไม่ต้องเครียดอีก ไม่ต้องกังวลว่าโตขึ้นจะหาไรกิน แต่งงานแล้วเป็นไง แก่แล้วใครจะเลี้ยง
ก็อย่างที่พี่วินพูด ฝ้ายก็อาจเก็บของ ออกเดินทางไปรอบโลก หาเลี้ยงด้วยลำแข้งของตัวเอง
ถ่ายรูปเขียนบันทึก พอถึงสองวันสุดท้ายของชีวิตก็กลับมาหาครอบครัว
มองสิ่งที่เราได้พบเจอมาให้ครอบครัวเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก โทรบอกลาเพื่อน ๆ บอกลาครอบครัว
ในวันสุดท้ายก็ไปสถานที่ ๆ ชอบของเรา นั่งมองดูพระอาทิตย์ตก
แต่ยังไงเราก็ไม่รู้เวลาของตัวเองนี่เนอะ?
PS. ป่าหน้ากาก...ผู้คนที่เสแสร้งเข้าหากัน ดอกไม้มนุษย์...ความงามจอมปลอมที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมา
ยังไม่พร้อมจะตาย..
ยังไม่ถูกหวยรางวัลที่ 1 และเอาตังค์ไปเที่ยวรอบโลกเลย - -;;
ยังไม่ได้ขึ้นเรือยอร์ชไปเที่ยวกับเจสซี่ด้วย
ยางไม่พร้อมจะตายยยยยยยยยยยยยยย ยยยยยย 55555+++
ขวาน.
PS. ใบไม้ใบหนึ่งปลิดปลิว....ป่า มิเปลี่ยนเเปลง ชีวิตคนธรรมดาสามัญอย่างยิ่งหลุดลอย.....โลก ก็ยังเป็นเช่นเดิม....
ความตายไม่ใช่เรื่องแน่นอน ไม่รู้อนาคต ไม่รู้อะไรเลย รับรู้เพียงอดีตและปัจจุบัน ขอแค่ทุกวันไม่สูญเปล่า ขอแค่ได้ทำตามตั้งใจ ถ้าจะตายไป
ก็ขอตายแบบที่ไม่มีใครต้องเสียหายหรือทุกข์ทรมาณจากการตายของเราดีกว่า
ให้เป็นราวกับว่าไม่เคยมีเราอยู่บนโลกใบนี้
เพราะงั้นหนึ่งถึงบอกไงคะว่าหนึ่งขอตายก่อนพี่
เพราะว่าหนึ่งคงรับการจากไปของพี่ไม่ได้
แค่พี่พูดเรื่องจะตาย หนึ่งก็ร้องไห้เหมือนตัวเองจะตายวันนี้พรุ่งนี้แล้วล่ะค่ะ
อย่าเป็นอะไรไปเลยนะคะ
ต่อให้พี่หายไป ไม่รับรู้อะไร แต่คนข้างหลัง ไม่ว่ายังไงก็เสียใจอยู่ดี
เพราะงั้น...มามีความสุข ใช้เวลาร่วมกันให้มากๆดีกว่าค่ะ
ถึงมันจะทำให้คนที่ยังอยู่เสียใจและอาวรณ์อย่างที่สุด
แต่ความทรงจำดีๆ มันก็ทำให้เรายิ้มได้ไม่ใช่เหรอคะ?
ดีกว่าเสียใจ เสียดาย...ที่ไม่ได้ทำอะไรดีๆร่วมกันเลย...