MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 10 : ตอนพิเศษ :: วันเกิดคุณพ่อน้องปันปัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    17 ก.ย. 59



**ตอนนี้แต่งขึ้นเนื่องในวันเกิดมัคคึๆ เนื้อหาไม่ได้ต่อจากตอนที่แล้วนะจ๊ะ 







          “เป็นยังไงบ้างครับ?”

          ผมยืนจ้องหน้าสาวสวยที่กำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กไปมา เธอหลับตาพริ้มราวกำลังต้องการรับรู้ ลิ้มรสถึงความหอมหวานที่ผมตั้งใจบรรจงตักตวง ขึ้นรูป และตกแต่ง ช้อนเล็กถูกวางลงกับจานรองพร้อมกับสายตาที่จับจ้องมาที่ผมด้วยแววตาที่ผมอ่านไม่ออก

          “อืมมมม ใช้ได้เลยค่ะ” 

         ผมรู้สึกโล่งใจที่คำตอบที่ได้มีแนวโน้มไปในทางที่ดี แม้ว่าสิ่งที่เธอตักเข้าปากจะน้อยนิดจนผมคิดว่าเธอรับรู้รสชาติมันจากการชิมแค่นั้นได้จริงๆ หน่ะหรอ

          “ถ้าใช้การฝึกฝนและฝึกทำบ่อยๆ รสชาติมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ เองค่ะ” 

          ผมเงยหน้าขึ้นจากก้อนกลมๆ ที่เข้าใจเอาเองว่ามันคือเค้กฝีมือตัวเอง แล้วมองหน้าเธออย่างสงสัย แล้วเมื่อตะกี้ที่บอกว่า ‘ใช้ได้’ ตกลงมันใช้ได้จริงๆ หรือเธอแค่พูดถนอมน้ำใจผมกันแน่

          ตอนนี้ผมอยู่ในคราสสอนทำขนม สาวสวยที่ผมยืนคุยด้วยก็คือคุณครูเชฟที่สอนผมเอง เธอมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตาคมเรียว และจมูกโด่งงอน นี่ถ้าผมไม่ได้กลิ่นของเค้กอบใหม่ๆ หอมๆ ผมคงคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในสตูดิโอถ่ายแบบร้านขนมแน่ๆ

          ผมยกยิ้มให้คุณครูคนสวยแล้วเก็บเค้กช็อกโกแลตดำปี้ของตัวเองลงกล่อง แล้วถอดผ้ากันเปื้อนลวดลายการ์ตูนน่ารักนี่ออกเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เพราะผมเห็นว่ารอบนี้เป็นรอบที่ห้าแล้วที่พี่มาร์ตส่งข้อความมาว่าจะกลับบ้านหรือยังมาถามผม

          “ขอบคุณมากนะครับคุณครู พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่” ผมโค้งก้มหัวขอบคุณคุณครูคนสวยแล้วยื่นถุงที่มีกล่องเค้กส่งให้

          คุณครูเชฟ (ซึ้งผมลืมไปแล้วว่าชื่ออะไร) ยิ้มรับถุงในมือผมแบบแกนๆ อันที่จริงผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะเอาเค้กรสชาติแปลกๆ ของผมไปทำอะไร แต่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผมมาเรียนที่นี้ เพราะผมนำเค้กกลับบ้านไม่ได้ จะกินเองให้หมดก็ทำไม่ได้อีก เธอจึงอาสากำจัดมันให้ผมแทนทุกครั้งไป

          “พรุ่งนี้ผมจะรีบมานะครับพอดีเป็นวันต้องใช้เค้กแล้ว” ผมส่งยิ้มตาปิดให้เธอซึ่งเธอเองก็ส่งยิ้มหวานกลับมาเหมือนกัน

          “ใครกันน๊า? เจ้าของวันเกิดผู้โชคดีคนนั้น น่าอิจฉาจริงๆ” เธอหรี่ตาลงยิ้มกรุ้มกริ่มล้อเลียนผมนิดหน่อย “ชื่อ Mark ไม่น่าจะเป็นญาติใช่ไหม”

          ไม่แปลกหรอกครับที่เธอจะรู้ว่าผมตั้งใจมาเรียนเพื่อทำเค้กเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่มาร์ค เพราะผมฝึกเขียนคำที่หน้าเค้กทุกวันว่า ‘Happy birthday to Mark’ 

          ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มเขินกลับไปแบบอายๆ แล้วก้มหัวบอกลาเธอ ผมเดินออกมาตามถนนที่คุ้นเคยในเวลาที่ท้องฟ้าเกือบจะกลายเป็นสีมืดสนิท พอใกล้จะถึงตึกห้องสมุดผมหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาคนที่อยากมารับผมจนไม่เคยปฏิเสธได้เลย รอสายไม่นานปลายสายก็กดรับ

          “พี่มาร์คครับ..ผมเสร็จธุระแล้วครับ พี่ออกมาเลยก็ได้” 

          พี่มาร์คมักจะมารับผมที่มหาลัยทุกวัน และด้วยความที่ผมไม่ต้องการให้เค้ารู้ว่าตัวเองไปเรียนทำเค้กจึงโกหกว่าติดทำงานที่ห้องสมุดอยู่ทุกวันเหมือนกัน

          [พี่รอนายที่ห้องสมุดมาชั่วโมงหนึ่งแล้วแบมแบม นายนั้นแหละหายไปไหนมา] เสียงเย็นๆ ที่บ่งบอกอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดีเล่นเอาผมตกใจถึงกับเหงื่อออกมือกันเลยทีเดียว

         “ปะ..ป่าวนิไม่ได้ไหนเลย” ผมรู้ตัวเลยว่าไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงตัวเองได้ 

          [แล้วอยู่ไหนครับ] จะมาพูดสุภาพให้ผมกดดันทำไม แค่นี้ก็คิดคำพูดไม่ออกแล้วเนี่ย

          “อยู่หน้าตึกครับ พอดีลงมาเข้าห้องน้ำ งั้นเจอกันที่รถเลยนะครับ” ผมรีบพูดรีบวางสายเพราะมองเห็นรถพี่มาร์คที่หน้าตึกแล้ว

          ระหว่างรอผมก็พยายามคิดหาข้อแก้ตัวไปด้วยว่าหายไปไหนตั้งหนึ่งชั่วโมง ผมว่าแล้วทำไมพี่มาร์คโทรตามผมนัก ตอนนั้นไอ้เราก็ไม่วางรับสายด้วยเพราะมือเลอะครีมอยู่ จนกระทั่งคุณพ่อลูกหนึ่งเดินจูงมือลูกชายตัวน้อยออกมาจากตึก ผมรีบตีหน้าซื่อยิ้มร่าทักทายทันที

          “แบมแบม!” เสียงเล็กของลูกชายตัวน้อยของเราเอ่ยเรียกแล้ววิ่งเข้ามาหาผมทันที

          ผมย่อตัวลงรับเอาปันปันที่กำลังวิ่งมาเพื่อสวมกอดผม เจ้าตัวเล็กหอมแก้มผมซ้ายทีขวาทีอย่างออดอ้อน ผมจึงจัดการหอมแก้มเขาคืนไปฟอดใหญ่ ชื่นใจจังเลยทูลหัวของแม่

          “หายไปไหนมาครับ..คุณแม่น้องปันปัน” พี่มาร์คที่เดินตามมาหยุดมองเราสองแม่ลูกแลกหอมกันแล้วหรี่ตามองผมอย่างจับผิด

          “ก็อยู่แถวนี้แหละ ผมบอกไปแล้วไง” ผมบอกแบบปัดๆ ไปแล้วอุ้มปันปันขึ้น “ปันปันหิวข้าวหรือยังครับ?”

          “หิวแล้วครับ!” ปันยิ้มแฉ่งตอบรับผมอย่างร่าเริง

          “ไป..พี่มาร์ค! กลับบ้านเห็นไหมลูกหิวข้าวแล้ว” ผมยิ่งโกหกไม่ค่อยจะเนียนเลยเฉไฉไปเรื่อย ดูท่าพี่มาร์คไม่น่าจะเชื่อที่ผมพูดกรอก แค่ไม่อยากเซ้าซี้เขาจึงยอมเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วพาเรากลับบ้าน โดยระหว่างทางผมทำเป็นคุยเล่นหยอกล้อกับลูกเพื่อไม่ให้พี่มาร์คมีโอกาสได้ถามอะไร

          กลับมาถึงบ้านเรากินข้าวแล้วแยกย้ายกันอาบน้ำโดยคุณพ่อกับคุณลูกเค้าก็ไปอาบน้ำด้วยกันตามปรกติ เสร็จแล้วผมหอบเอางานออกมานั่งทำที่หน้าทีวีเพราะช่วงนี้ผมไปเรียนทำขนมทุกวันทำให้ไม่มีเวลาทำงานส่งอาจารย์เลย ไอ้เราก็ไม่ใช่คนหัวไบรท์อะไรรายงานวิชาต่างๆ มันจึงกองจนแทบจะท่วมหัวผมตาย

          ถือว่าเป็นโชคดีของผมมากๆ ที่พี่มาร์คเหมือนจะปล่อยให้เรื่องนี้ให้ผ่านไป ลูกชายผมก็น่ารักเขารู้ว่าเวลาไหนผมเล่นเวลาไหนผมจริงจัง พอเขาเห็นว่าผมกำลังยุ่งเจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้งอแงอยากจะเล่นกับผม จนถึงเวลาเข้านอนเราก็จูงมือกันมานอนตามปรกติ 

          เออ..ผมบอกไปหรือยังครับว่าตอนนี้ผมย้ายมานอนห้องพี่มาร์คเรียบร้อยแล้ว เพราะผมขี้เกียจเถียงกับสองพ่อลูกนี่ก่อนนอนทุกวัน นอกจากจะเสียสุขภาพจิตของผมแล้ว บางวันยังแอบทำปันปันร้องไห้โดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย เพราะเจ้าตัวเล็กของผมเกิดสงสารพ่อตัวเองที่มักแสดงท่าทีเหมือนผิดหวังเสียเต็มประดาที่ถูกผมไล่ให้กลับไปนอนห้องตัวเอง

          “จุ๊บ..ปันรักแบมแบม” ก่อนนอนลูกชายตัวน้อยของผมก็ปีนขึ้นมากู๊กไนท์คิสผมเหมือนเช่นทุกคืน

          “ฝันดีครับคนเก่ง” ไม่ว่าในแต่ละวันผมจะเจอเรื่องอะไรมา เรียนเหนื่อย หรือปวดหัวกับงาน อ้อมกอดเล็กๆ และสัมผัสบางเบามันจะช่วยเยียวยาผมได้เสมอ 

          “จุ๊บ..ปันรักมัค คิกๆๆ” เมื่อจุ๊บแม่ก็ต้องจุ๊บพ่อ ปันปันไม่ได้กล่าวแต่เขาทำแบบนี้ทุกวันจนผมเริ่มชินและเข้าใจในความปันขึ้นมาบ้างแล้ว

          “ฝันดีครับคุณแม่ปันปัน” ถ้าจะมีอะไรที่ผมไม่เคยชินและเข้าใจคงจะเป็นความมาร์คนี่แหละ เพราะนอกจากเขาจะจุ๊บกู๊ดไนท์คิสลูกชายตัวเองแล้วยังลามมาจุ๊บหน้าผากผมอีกด้วย และผมเองก็จะเขินจนหน้าแดงแบบนี้ทุกครั้งไป

          รอยยิ้มที่ผมรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้รับถูกส่งมาจากริมฝีปากยักได้รูป ปรกติเวลาไม่ยิ้มผมก็มองว่าพี่มาร์คหล่ออยู่แล้ว ยิ่งมายิ้มให้ในระยะประชิดแบบนี้ ผมนี่อายแทบมวนลงไปนอนใต้เตียงเลยที่เดียว

          “ฝันดีครับ” ผมดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้าเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้พี่มาร์ครู้ว่าผมกำลังเขินเค้าถึงเราจะนอนด้วยกันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม 

          “ฝันดีๆๆ” เสียงปรมมือแปะๆ จากคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงกลาง ทำให้ผมกับพ่อเขาขำออกมาเบาๆ  แม้จะยังไม่นอนผมก็รู้ว่าคืนนี้เราจะนอนฝันดี




@มหาลัย

          หลังจากที่นั่งเรียนจนอาจารย์บอกว่าเลิกคราสเรียนได้ผมรีบเก็บข้าวของเตรียมมุ่งหน้าไปสถานที่ที่ผมไปทุกวันแต่วันนี้ตื่นเต้นกว่าหน่อยเพราะจะเป็นครั้งแรกที่ผมจะนำเค้กที่ผมทำเพื่อกลับบ้าน เอากลับไปเซอร์ไพรส์ใครบางคน

          ~ตี๊ด ตี๊ด แต่ก่อนที่ผมจะลุกออกจากห้องโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นเสียก่อนจึงต้องหยิบมารับแบบเสียมิได้ แอบแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ผมเมมไว้ว่า ‘พ่อปันปัน’

          “คะ..ครับ?” ผมก็ไม่รู้เป็นบ้าอะไรมีพิรุธอยู่ได้

          [วันนี้นายเลิกเร็วใช่ไหม พี่ติดคุยธุระกับอาจารย์หน่ะ อาจจะกลับค่ำๆ นายช่วยแวะไปรับลูกหน่อยได้ไหม?] เสียงพี่มาร์คก็ยังราบเรียบสมกับเป็นเขา ไม่ได้มีท่าทีแปลกหรือจับผิดอะไรเลย

          “เออ..อะ” ผมกระอึกกระอักเล็กน้อย ถ้าเป็นทุกวันผมคงไม่มีปัญหาอะไรกับการแค่ไปรับปันปัน แต่วันนี้ผมกำลังจะไปโรงเรียนทำขนมนี่นา 

          [หรือว่านายติดอะไรหรือป่าว?]

          “ปะ..ป่าว! ป่าวเลยไม่ได้ติดอะไรเลย!” นี่จะเสียงสูงไปไหนกลัวเขาไม่รู้หรือไงว่ากำลังโกหก โอ้ยยหงุดหงิดตัวเอง!! “งั้นเดี๋ยวผมไปรับลูกเอง เจอกันที่บ้านนะครับ” 

           [เอ่อ..แบม! พี่กลับดึกถ้านายกับปันปันหิวข้าวกินก่อนได้เลยนะ ไม่ต้องรอ]

          “ไม่เอา!!” ผมรีบตอบพี่มาร์คทันควัน นี่เขาจำไม่ได้หรือไงว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง จะมาให้กินข้าวก่อนอะไร “ผมกับลูกจะรอ พี่รีบกลับนะครับ!!” 

          ผมบอกแค่นั้นแล้วกดตัดสายเลยปิดเครื่องด้วยเลยกลัวพี่มาร์คโทรกลับมาแล้วบอกไม่ให้รอ ชอบมัดมือชกผมดีนักขอเอาคืนบ้าง

          ผมเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยจากที่จะไปโรงเรียนทำขนมมาเป็นไปโรงเรียนอนุบาลเพื่อรับปันปันก่อน ในเมื่อไม่มีทางเลือกผมก็ต้องกระเตงลูกชายมาด้วย แปลงร่างเป็นคุณแม่ลูกติดมันซะเลย พอมาถึงโรงเรียนกลับผิดคาดเหล่านักเรียนและคุณครูเชฟคนสวยต่างก็พากันมารุมหยิกแก้มลูกชายผม 

          ส่วนปันปันไม่ต้องพูดถึง ยิ้มร่าเลย ปรกติเจ้าตัวก็ชอบสาวๆ สวยๆ อยู่แล้ว คุณครูเชฟก็สวย เหล่าลูกศิษย์ที่มาเรียนก็สวยๆ น่ารักๆ ทั้งนั้น ลูกชายผมนี่อ้อนเหล่าพี่สาวจนเขาหลงกลกับความน่ารักนี้ไปตามๆ กัน

          เรียกว่าเป็นผลพลอยได้ได้ไหมเพราะในเมื่อทุกคนอยากรุมเลี้ยงปันปันผมก็จัดให้ ปล่อยเขาเล่นกันเต็มที่เลย ส่วนตัวเองก็ปลีกตัวออกมาทำเค้กตามสูตรที่ได้ร่ำเรียนมาถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ โดยมีคุณครูคนสวยยื่นมองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ห่างๆ

          “คุณพ่อของเด็กน้อยน่ารักคนนี้หรือป่าว..เจ้าของเค้กก้อนโตนี่” เขาเดินเข้ามากอดอกดูผมที่กำลังตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าเค้ก ตั้งใจแบบชนิดที่ว่าไม่กล้าหายใจเลยที่เดียว

          ผมยิ้มตอบกลับเพราะไม่อยากปฏิเสธแล้ว แล้วก้มหน้าทำเค้กต่อหลังจากเสร็จเรียบร้อยผมล้างมือและเก็บอุปกรณ์ เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ผมจะมาที่นี้

          “ขอบคุณมากนะครับสำหรับความรู้เรื่องการทำเค้ก ผมสนุกมากๆ เลย” ผมยิ้มจนตาปิดส่งไปให้เธอและเอากล่องเค้กใส่ถุงด้วย

          “แบมแบมนี่น่าอิจฉาจริงๆ เลยมีลูกน่ารักขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแฟนจะหล่อขนาดไหน” เธอยังคงล้อผมไม่เลิก

           “เราไม่ได้เป็นแฟนกันหรอครับ” 

          ครูเชฟเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยในคำพูดของผม

          “เค้าเป็นพ่อแท้ๆ ของปันปัน ส่วนผมเป็นแม่ปันปัน ไม่ได้เป็นแฟนเขา” ผมพูดออกมาจากใจจริงๆ ไม่ได้ประชดหรืออะไร เพราะพี่มาร์คขอให้ผมมาเป็นแม่ให้ลูกเขา แต่เขาไม่เคยบอกเลยว่าสำหรับเขาแล้วระหว่างเราคืออะไร แม้ว่าทุกวันเขาจะให้ความสำคัญกับผมจนผมคิดว่าตัวเองนั้นพิเศษ

          และผมก็ไม่อยากมโนเข้าข้างตัวเองไปมากกว่านี้แล้วด้วย กลัวว่าจะผิดหวังถ้าเรื่องมันไม่ได้เป็นแบบที่คิดยิ่งเป็นคนมโนเก่งอยู่ด้วยนะสิ


          “งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ  ขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับเค้กอร่อยๆ” ที่ผมบอกว่าอร่อยอ่ะมันคือเค้กที่ครูทำ ส่วนของผมอันนี้ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยกล้าชิมเลย อยากจะให้พี่มาร์คได้ชิมมันก่อน

          พอกลับมาถึงบ้านผมเอาเค้กที่ผมทำพร้อมแต่งหน้าอย่างสวยงามมาวางที่กลางโต๊ะอาหาร เราสั่งกับข้าวจากร้านประจำขึ้นมาห้าหกอย่างเพื่อเตรียมจัดงานปาตี้วันเกิดให้พี่มาร์ค โดยขณะที่จัดของไปปันปันก็จะแอบกินเค้กไป ผมต้องคอยระวังอยู่เป็นระยะๆ เพราะเจ้าตัวเล็กจ้องจะเอานิ้วจิ้มอย่างเดียวเลย

          “ยังกินไม่ได้นะครับ รอมาร์คมาก่อน” ผมบอกในขณะที่บรรจงปักเทียนลงไปกลางเค้กอย่างเบามือ

          “ทำไม..ของมาร์คหรอ? ปันกินไม่ได้หรอ?” เขานั่งเอียงคอถามผมอยู่เก้าอี้ประจำของตัวเอง

          “กินได้แต่ต้องรอมาร์คมาก่อน รออีกนิดเดียวนะครับ” ผมบอกเขาอย่างใจเย็น และดีที่ปันปันเองก็ไม่ใช่เด็กดื้ออะไร

          “ปันปัน..เรามาซ้อมกันก่อนดีกว่า พอมาร์คเข้าห้องมาเรามาร้องเพลง Happy birthday to you พร้อมกันนะครับ ปันปันร้องเป็นไหม?” ผมนั่วลงที่เก้าเมื่อคิดว่าจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว

          “เป็นครับ!! ปันร้องเป็นๆๆ”  ปันปันยิ้มแฉ่งตบมือเปะๆ ชอบใจ

          “ไหนร้องให้แบมฟังหน่อยสิ”

          “Happy birthday to you! Happy birthday to you! Happy birthday to you!” 

          ผมพยายามปรบมือให้เข้ากับจังหวะเพลงวันเกิดสำเนียงแปลกๆ ของปันปันแต่ทำยังไงมันก็ไม่เป็นทำนองหรือคีย์ไม่พร้องต้องตรงกันสักที

          “Happy birthday to you! Happy birthday to you! Happy birthday to you!” เสียงเล็กยังคงตั้งอกตั้งใจร้องเหมือนต้องการจะอวดผมเต็มที่ว่าเขาหน่ะร้องเพลงนี้ได้ 

          แต่ร้องได้แค่ท่อนเดียว!!  ปันปันร้องคำว่า ‘Happy birthday to you!’ วนไปมากว่าสิบรอบโดยที่ไม่ยอมไปท่อนใหม่เลย แถมยังปรบมือชอบใจชื่นชมในความเก่งของตัวเองไม่หยุด เล่นเอาผมไม่กล้าขัดเลย

          ตี๊ ดี้ ดิ่ เสียงกดรหัสเปิดประตูทำให้ผมรู้ทันทีว่าเจ้าของวันเกิดกำลังจะเข้ามาแล้ว ผมรีบลุกวิ่งไปปิดไฟ แล้วจุดเทียนบนหน้าเค้กทันทีก่อนที่เขาจะเปิดประตูเสร็จ

          “แบมแบม!! ทำไมไม่ยอมเปิดโทรศัพท์ รู้ไหมพี่เป็นห่วง..!!!”

          “Happy birthday to you! Happy birthday to you..Happy birthday...Happy birthday...Happy birthday ..to ..you..” ผมรีบร้องเพลงขึ้นก่อนที่พี่มาร์คจะเอ่ยจบประโยคโดยที่มีเสียงร้องขัดจังหวะของปันปันปะปนอยู่ทุกคำ แต่เอาเถอะร้องจบได้ก็เก่งแล้ว

          พี่มาร์คที่ตอนแรกเหมือนจะหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นเขินจนเผลอกัดริมฝีปากล่างตัวเองแล้วเดินเข้ามาหาผมกับลูกที่โต๊ะหารหารช้าๆ เราจ้องตาแล้วยิ้มให้กันผ่านความมืดมีเพียงแสนเทียนจากเค้กนี่เท่านั้นที่ยังพอทำให้เรามองเห็นสายตาของกันและกันที่จับจ้องจนเหมือนจะสิงร่างของอีกคนได้

          “ปูดดดด” 

          เรียบร้อย..ไม่ใช่พี่มาร์คนะครับที่เป่าเทียนเรียบร้อยแต่เป็นเจ้าเด็กที่นั่งตบมือแปะอยู่ที่โต๊ะนี้ต่างหากที่เป็นคนเป่า เล่นเอาผมกับพี่มาร์คยืนเอ๋อกินกันไปคนละสามวิกันเลยทีเดียว

          “คิกๆๆ กินเค้กๆๆ” ไม่พอเขายังตบมือเปะๆ ส่งยิ้มหวานมาให้พวกผมผ่านความมืดอีกด้วย 

          ผมตัดสินใจเดินไปเปิดไฟไหนๆ เทียนก็ถูกเป่าแล้วถึงคนเป่าจะเป็นลูกของเจ้าของวันเกิดก็เถอะ

          “Happy birthday นะครับพี่มาร์ค” ผมบอกออกไปเมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง

          “ขอบคุณครับ..นี่เค้กทำเองเลยหรอ?” พี่มาร์คชะโงกหน้าดูเค้กวันเกิดของตัวเองเล็กน้อยเป็นเค้กช็อกโกแลตรสโปรดของพี่มาร์คเลย

           “ครับ..เพิ่งไปเรียนมาได้ไม่นาน อาจจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่..”

          “ขอบคุณนะ” พี่มาร์คส่งยิ้มให้ผมจนแก้มนูน เขาไม่ใช่คนชอบยิ้มแฉ่งเหมือนผมกับปันปัน ส่วนใหญ่ผมเห็นเขาจะยิ้มมุมปากหรืออมยิ้มมากกว่า

         “พี่ยังไม่ได้อธิษฐานเลย จุดใหม่นะครับ” ผมเอาไฟแช็กมาจุดเทียนที่เป็นเลขเท่าอายุของพี่มาร์คใหม่อีกครั้ง เพื่อให้เค้าเป่า เป่ามันแบบสว่างๆ แบบนี้แหละขี้เกียจลุกไปปิดไฟแล้ว

          พี่มาร์คประสานมือไว้ตรงกลางแล้วหลับตาลง “ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป ขอให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป” 

          เขาอธิษฐานเสียงดังฟังชัดจนหน้าผมร้อนเห่อ แล้วเป่าเทียนดังปู้ด โดยมีปันปันที่ทำตามอยู่ใกล้ๆ ยังจะพยายามจะเป่าเค้กแทนพ่อไม่เลิก จนในที่สุดก็ได้เวลาทานข้าวและทานเค้กกันสักที แต่พ่อก็คือพ่อพี่มาร์คยังไม่วายยื่นข้อเสนอให้ปันปันทานข้าวให้อิ่มก่อนแล้วจึงค่อยทานเค้กได้ และเจ้าตัวเล็กก็กระตือรือร้นรีบทานข้าวใหญ่เลย

          เราไม่ได้ตัดเค้กแบ่ง ไม่อยากทำให้เป็นพิธีให้ยุ่งยาก แต่เอาช้อนมาตักกินเลยเมื่ออาวุธพร้อม ผมก็ให้เกียรติเจ้าของวันเกิดก็ตักชิมก่อนเป็นคนแรก

          “อืมมม” พี่มาร์คส่งยิ้มให้ผมทันทีที่เค้กเข้าปากแถมยังเคี้ยวตุ้ยๆ ผมแอบลุ้นจนเผลอกำช้อนในมือแน่น

          “รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ?” ผมจ้องหน้าพี่มาร์คที่เอาแต่ยิ้มอย่างรอคำตอบ

          “หื๋มมม ใช้..ได้เลย..” พี่มาร์คยิ้มให้ผมแปลกๆ แล้วลากเสียงคางยานนิดหน่อย แต่ผมก็ดีใจจนหลุดยิ้มออกมาอย่างน้อยๆ รสชาติมันก็ไม่ได้แย่ใช่ไหม

          ท่าทางเอร็ดอร่อยของพี่มาร์คทำให้ปันปันที่อยากกินเค้กใจจะขาดรีบกำช้อนตักฉึกลง เขาตักขึ้นมาก้อนใหญ่มากจนผมคิดว่ามันอาจจะใหญ่กว่าปากเขา

          “งั่มๆๆ” ปากเล็กเคี้ยวตุ้ยๆ ไปมาได้สองสามทีก็คายออกมาใส่จานพร้อมหลุดเสียงดัง ‘แหวะ!’

          “มันไม่อร่อยเลย” 

          ผมเงยหน้ามองหน้าพี่มาร์คที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่ม เขาแทบสำลักเมื่อโดนสายตาที่เฉือดเฉือนจากผม แล้วส่งยิ้มแห้งๆ มาให้

          โอเค..เค้าว่ากันว่าเด็กจะไม่โกหก นี่ผมควรจะดีใจใช่ไหมที่ลูกผมจะโตไปเป็นเด็กดีมีคุณธรรม แต่ปันปันถนอมน้ำใจแม่หน่อยก็ดีนะลูก บางทีหนูก็พูดตรงไป๊ T_T

          “นี่แนะ” 

          และก่อนที่ผมจะร้องไห้ออกมาเพราะความตรงไปตรงมาของลูกชายตัวน้อย พี่มาร์คก็เอามือปาดเค้กมาป้ายที่หน้าผม แล้วหัวเราะร่า พอปันปันเห็นแบบนั้นก็อยากเล่นบ้าง จึงกำเอาเค้กที่จานตัวเองเอื้อมมาแปะหน้าผมอีกข้าง จนตอนนี้ผมกลายร่างเป็นเจ้าหนูตกถังเค้กไปแล้ว

          และเรื่องอะไรผมจะยอมถูกสองพ่อลูกนี่แกล้งอยู่ฝ่ายเดียว วันนี้เป็นวันเกิดพี่มาร์ค เขาต่างหากที่ควรโดนเค้กป้ายหน้า คิดได้ดังนั้นผมจัดการกำเค้กลงไปเต็มมือแล้วยกขึ้นมาส่งสายตาที่พร้อมจะล้างแค้นคืนไปให้พี่มาร์ค และเหมือนเขาจะรู้ตัว เลยลุกขึ้นวิ่งออกจากโต๊ะอาหาร แต่ไม่รอดหรอกบอกเลย นี่ใคร ขุ่นแม่ผู้สตรงครับผม มาให้ผมเอาคืนซะดีดีเลยครับคุณพ่อน้องปันปัน

          เราวิ่งไล่เอาเค้กป้ายหน้ากันไปมาพร้อมกับเสียงตบมือเปะๆ หัวเราะชอบอกชอบใจของปันปัน ผมป้ายโดนหน้าพี่มาร์คบ้างเขาเอาคืนผมบ้าง และไม่ลืมที่จะจัดการเจ้าตัวเล็กของเราด้วย ตอนนี้เราสามคนพ่อแม่ลูกจึงมีสภาพเป็นขวานฟ้าหน้าดำไม่ต่างกันเลย (ละครเก่ามาก-_-;)

           หลังจากวิ่งไล่กันจนเหนื่อยเราก็เลิกแล้วกลับมานั่งกินข้าว กินไปขำหน้ากันไปแบบนั้นแหละ จนอิ่มแล้วจึงแยกย้ายกันไปอาบน้ำ กว่าจะได้นอนก็เกือบห้าทุ่ม เราอาจจะวิ่งเล่นกันเหนื่อยไปหน่อยทันทีที่หัวถึงหมอนปันปันก็หลับไปเลย

          “ขอบคุณนะ..สำหรับวันนี้” 

          ผมลืมตาขึ้นมาในความมืดเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของคนที่นอนอยู่ถัดจากลูกเบาๆ

         “ไม่เป็นไรหรอกครับ อันที่จริงผมน่าจะเตรียมของขวัญอย่างอื่นให้พี่ด้วย..” เพราะผมไม่คิดว่าเค้กที่ตัวเองทำจะรสชาติห่วยแตกขนาดนี้ จึงไม่ได้เตรียมของขวัญอย่างอื่นไว้ให้เขา คิดไปก็อายผมคงไม่กล้ากลับไปที่โรงเรียนสอนทำขนมนั้นอีกแล้ว ผมละสงสัยจริงๆ ว่าก่อนหน้านี้ที่ผมหัดทำเค้กคุณครูเข้าเอาเค้กผมกลับบ้านไปทำไมทุกวันถ้ารสชาติมันไม่ได้เรื่องขนาดนั้น (ไรต์แอบบอกว่า เขาเอาไปให้ปลาแถวบ้านกิน คิกๆๆ)

          “พี่ไม่ได้อยากได้อะไร ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีมากแล้ว” ผมไม่รู้ว่าพี่มาร์คทำหน้าแบบไหนตอนที่พูดประโยคนั้นเพราะในห้องมันมืด ผมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อพลิกให้หันหน้าไปมองหน้าเขาดีๆ

          “Happy birthday อีกครั้งนะครับ” ไม่รู้ว่าเขาจะมองเห็นไหมว่าผมกำลังส่งยิ้มให้เขาอยู่ "Thanks for always Take care of me"

          “สำหรับพี่ปันปันกับนายคือของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต พี่ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” 

          ในจังหวะนั้นเหมือนสายตาผมจะเริ่มปรับแสงได้ ผมมองเห็นอย่างชัดเจนว่าพี่มาร์คกำลังมองมาที่ผมอยู่ เราจ้องตากันในความมืดสลัวๆ สักพักพี่มาร์คก็ขยับเข้ามาทาบริมฝีปากลงที่หน้าผากผม มืออีกข้างที่กอดปันปันยกขึ้นมาจับปลายคางผมเชยขึ้นเบาๆ แล้วสัมผัสอุ่นนุ่มก็ทาบลงมาที่ริมฝีปากบนของผม เขาไม่ได้จูบร้อนแรงหรือลุกเร้าอะไร แต่กลับจูบละเมียดละไมเหมือนกำลังชิมขนมหวาน เขางับริมฝีปากผมไปมาไม่ยอมให้ห่างไปไหน ลิ้นหนาค่อยๆ ดันเข้ามาในขณะที่ผมเผยอปากรับอย่างไม่รังเกลียด หัวใจผมเต้นโครมครามจนผมกลัวว่ามันจะกระเดนออกมานอกอก จูบแรกมันต่างจากที่ผมคิดเอาไว้นิดหน่อย ไม่คิดว่าต้องมาจูบกับใครในขณะที่มีลูกนอนอยู่ตรงกลางแบบนี้

          “งึมงำๆ แบมแบมมันไม่อร่อยเลยนะ” 

          เสียงเล็กที่มาจากคนที่นอนกั้นอยู่ตรงกลางบ่นพึมพำๆ ไม่เบานัก ผมกับพี่มาร์คตกใจรีบผละออกจากกันทันทีเพราะกลัวลูกจะเห็น 

          แต่เดี๋ยวนะ!! เมื่อกี๊ปันปันละเมอหรอ นี่เค้กที่ผมทำรสชาติแย่ถึงขนาดตามหลอกหลอนปันปันถึงในฝันเลยหรอเนี่ย



หลายวันต่อมา

@ร้านเบเกอรี่เจ้าประจำ

          ตอนนี้เป็นเวลาแห่งความสุขของปันปันหลังจากที่ผมกับพี่มาร์คเลิกเรียนเร็วตรงกันเราจึงไปรับปันปันมาทานขนมไอติมที่ร้านเดิมที่เราชอบมา ผมกับเจ้าเด็กที่ชอบกินขนมหวานจนแก้มกลมดิกกำลังช่วยกันเลือกขนมเค้กที่หน้าตู้เค้กกันอย่างตั้งอกตั้งใจ

          “ปันเลือกได้ยังครับว่าจะกินอันไหน?” ผมนั่งยองๆ ถามปันปันที่เอามือเกาะตู้เค้กอยู่ที่หน้าเค้าเตอร์

          “สวัสดีค่ะ รับเค้กรสอะไรดีคะลองเค้กสูตรใหม่ของทางร้านเราไหมคะเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลยค่ะรสช็อกโกแลต” เจ้าของร้านท่าทางใจดีพูดกับเราผ่านทางอีกฝั่งของตู้เค้ก

          ปันปันเงยหน้ามองดูเค้กหน้าตาหน้ากินในมือพี่เจ้าของร้านแล้วส่ายหัวดิก “มันไม่อร่อยเลย” 

          “หนูรู้ได้ไงครับว่ามันไม่อร่อย เคยทานแล้วหรอ” พี่เจ้าของร้านหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อเจอกับประโยคที่แสนตรงของเด็กแค่สี่ขวบ

          ผมรู้สึกผิดกับพี่เจ้าของร้านจริงๆ ที่ปันปันไปพูดแบบนั้นกับเขาตรงๆ ซึ่งความจริงมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเค้กพี่เค้าเลย แต่ปันปันเขาเหมารวมไปแล้วว่าไอ้เค้กก้อนดำๆ นั้นรสชาติมันย่ำแย่แค่ไหน

          “ผมขอโทษแทนลูกด้วยนะครับ เค้ายังไม่เคยกินเค้กช็อกโกแลตร้านพี่หรอก แต่พอดีเค้าเคยกินที่อื่นซึ่งรสชาติมันน่ากลัวนิดหน่อย เค้าเลยอาจจะรู้สึกเข็ด” ผมส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้พี่เจ้าของร้านแล้วรีบชี้ว่าจะเอาเค้กสตอเบอรี่

          “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เค้าคงไปกินเค้กรสชาติไม่ได้เรื่องมาจริงๆ ดูท่าจะไม่ชอบเค้กช็อกโกแลตเอามากๆเลย” 

          ที่พี่เจ้าของร้านเค้กพูดหน่ะถูกต้องตรงเปะเลยครับ ปันปันทำท่าเกลียดเค้กช็อกโกแลตเอามากๆ มากจนถึงขั้นเดินหนีตอนที่เดินผ่านโต๊ะที่มีเค้กก้อนดำๆ วางอยู่ เขาว่ากันว่าเวลาเด็กไปเจออะไรที่มันสะเทือนใจมากๆ เค้าจะจำฝั่งใจนี่ผมสร้างรอยแผลขนาดใหญ่ให้ลูกเลยหรอเนี่ย

          “หึหึ” 

          “ขำอะไร!! หยุดเลยนะ!” เมื่อไม่มีที่ลงก็มาลงกับพ่อมันเนี่ยแหละ ผมหงุดหงิกทันทีเมื่อจูงมือปันปันกลับมาที่โต๊ะแล้วได้ยินพี่มาร์คที่มองดูเหตุการณ์ขำหึหึในลำคอ

          “ป่าวจ๊ะ” ไม่ต้องมายิ้มแบบนั้นเลยนะ ผมไม่หลงกลพี่หรอก

          “คืนนี้ผมจะไปนอนห้องนอนเล็ก และก็ไม่ต้องตามมานอนด้วยเลยนะ!!  ทั้งพ่อทั้งลูกเลย!! หึ!!” ผมนั่งกอดอกทำหน้ายักษ์ใส่พี่มาร์คจนปันปันที่ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องเดินถอยห่างออกไปปีนขึ้นตักพ่อตัวเองแล้วมองมาที่ผมตาแป๋ว

          “แบมแบมโกรธอะไรหรอ?” 

          ผมไม่หลงกล .. ผมจะต้องไม่หลงกลในความน่ารักและใสซื่อนี่เด็ดขาด ไม่ว่าปันปันจะจ้องผมและกระพริบตาปริบๆ ใส่แค่ไหน ผมจะไม่ใจอ่อน เพราะผมงอนแล้วจริงๆ  และอย่าได้หวังว่าวันเกิดพี่มาร์คหรือปันปันปีไหนๆ ผมจะทำเค้กให้ใครอีก ไม่มีวันทำให้ใครอีกเด็ดขาดหึ่ยยยยย!!! 







**แต่งขึ้นมาเนื่องในวันเกิดเมน แน่นอนเราเมนมาร์คแบม 555 รักนะคะคุณพ่อมัคๆ ของปันปัน เพิ่งปั่นเมื่อเช้ารีบมากกลัวไม่ทัน นี่ก็เกือบจะเลยวันอยู่แล้ว ผิดพลาดต้องขออภัยนะ แต่ตั้งใจมากจริงๆ >_<



*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<






 
 
    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2149 junekimsa (@junekimsa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 00:01
    คุณพ่อมันร้าย แม่งอลแล้วปัน
    #2149
    0
  2. วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 11:50
    ขํา คูมเเมมมม่คูมพ่อเเซวเล่นเฉยๆน้าา
    #2109
    0
  3. #2028 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:02
    สงสารคุณแม่ ฮืออออ น้องปันลูกถนอมน้ำใจแม่นิดนึง
    #2028
    0
  4. #2005 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 01:44
    55555555ตลก+เอ็นดู แงงงง สงสารคุณแม่น้องปันปัน คิกๆ
    #2005
    0
  5. #1966 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 11:40
    น่ารักกก ปันๆฝังใจ 5555555555555
    #1966
    0
  6. #1907 Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 21:33
    แม่งอนแล้วง้อด่วน
    #1907
    0
  7. #1822 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 09:09
    ปันเอ๋ย เห็นใจแม่บ้าง
    #1822
    0
  8. #1551 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 19:01
    เราหุบยิ้มๆท่ได้ ฮือ ทำไงดี เหงือกบานแบ้วเนี่ย
    #1551
    0
  9. #1542 B_Benaliza (@B_Benaliza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 21:59
    555ความปันปัน
    #1542
    0
  10. #1268 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 10:22
    ปันตรงมาก555555
    #1268
    0
  11. #1086 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 10:43
    มาร์คก็ไม่เบรคลูกเลย
    นี้แบมคงสะเทือนใจมากๆอ่ะ
    555555555
    #1086
    0
  12. #1042 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 00:12
    พ่อลูกคู่นี้นิทำคุณแม่งอนเลย
    #1042
    0
  13. #766 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:03
    น่าสงสารแบมแบม อุตส่าไปเรียนทำเค้กมา
    #766
    0
  14. #638 0849251211 (@0849251211) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 15:44
    ปันปันกลัวเค้กช็อกโกแลตเสียแล้ว
    #638
    0
  15. #556 pkmyt (@powpc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 19:37
    โอ๊ยยยย 5555 อย่างฮา ไม่เป็นไรนะแบมนะ ถถถถ
    #556
    0
  16. #546 Saowanee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 20:17
    สงสารแบมจริง55
    #546
    0
  17. #545 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 20:49
    5555 ขำก็ขำสงสารก็สงสาร ฝึกบ่อยเดี่ยวก็อร่อยเนอะ
    #545
    0
  18. #544 Tari (@myidme) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 09:24
    ตลกปัน สงสารแบม 55555
    #544
    0
  19. #543 sinza (@zin-sality) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 07:38
    น่ารักม้ากกก
    #543
    0
  20. #542 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 01:59
    555 สงแบม55555
    #542
    0
  21. #541 2MB. (@mnmean_pr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:37
    งื้ออออน่าร้ากกกก ชอบบบบ อ่านทีเดียวเลยยยย รอน้าาาาาา
    #541
    0
  22. #540 25472522 (@25472522) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:04
    ไรท์มาต่อเรวๆนะคะๆๆๆๆอยากอ่านต่อแล้ววววววว55555
    #540
    0
  23. #539 Tealeaf (@tealeaf) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:43
    น่ารักมากเลยยยยยค่ะ

    อยากเลี้ยงทั้งปั้นทั้งแบมเลยยย
    #539
    0
  24. #538 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 19:17
    น่ารักมาก หลงรักเรื่องนี้มาก ไม่อยากให้จบ อยากอ่านตลอดๆ ปันปันน่ารักมาก สงสารแบม สร้างบาดแผลให้ลูกชายตัวน้อย5555555555
    #538
    0
  25. #537 ืีnuna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 14:56
    น่ารัก ละมุ่น อ่านไปยิ้มไป5555555
    #537
    0