MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 14 : SF ::: มาร์คลูกติด #12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    24 ต.ค. 59




# พี่มาร์คลูกติด 12



@ประเทศไทย


          “แบมแบม..เป็นอะไรหรือป่าว กลับบ้านคราวนี้ลูกดูซึมๆนะ” ฝ่ามือบางของผู้หญิงที่รักผมมากที่สุดลูบลงที่หัวผมเบาๆ ความอบอุ่นและห่วงใยถูกทอดส่งมาฝ่านทางช่องทางนี้จนผมรู้สึกดีกับสัมผัสที่ได้รับ

          ผมกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านเพราะไม่มีอะไรทำหลังจากที่กลับมาบ้านได้อาทิตย์กว่าๆ แล้ว

          หลังจากวันนั้นที่เกิดเรื่องขึ้นมากมาย ผมสับสนจนคิดอะไรไม่ออกความรู้สึกของผมตอนนั้นมันตีกันวุ่นวายไปหมด จนผมอยากจะหายตัวไปที่ไหนสักที และคืนนั้นม๊าก็ส่งเมสเซสหาผมพอดี เวลาเราเจอปัญหาที่ที่เดียวที่เราอยากกลับมาเพื่อหยุดพักและตั้งหลักก็คือบ้าน ผมจึงตัดสินใจในคืนนั้นเลยว่าผมอยากจะกลับบ้าน

          หลังจากกลับมาผมยังไม่ได้คิดหรือตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อไปดี เพราะตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมพอดีด้วย ผมอยากทบทวนเรื่องราวต่างๆ และทบทวนตัวเองด้วยว่าจะกลับไปเกาหลีหรือจะเรียนต่อที่ไทยเลย

          “ม๊า..ตอนที่ป๊ายังอยู่ ม๊ากับป๊าทะเลาะกันบ้างไหม?” ผมล้มตัวลงนอนราบไปกับโซฟาตัวยาวโดยที่เอาหัวหนุนตักม๊าอย่างคนต้องการที่พึ่ง

          ม๊ามองหน้าผมแล้วอมยิ้ม มือบางยังคงลูบหัวผมไปมาเบาๆ 

          “ทะเลาะสิ..จะเลิกกันก็ตั้งหลายหน หึหึ” เวลาม๊าพูดถึงป๊าเขาจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอ ตอนเด็กๆ ผมชอบให้ม๊าเล่าเรื่องของป๊าให้ฟังเพราะตอนเขาจากไปผมยังเด็กมากจนจำอะไรเกี่ยวกับเขาแทบไม่ได้เลย

          “แล้วทำไมถึงไม่เลิก”

          “เพราะลูกไง..เพราะลูกๆ ของม๊าทั้งสองคน” ม๊าสบตาผมเหมือนเขากำลังพยายามอ่านความรู้สึกผมอยู่ 

          “ที่เขาว่ามีลูกเหมือนมีห่วงคล้องคอมันก็จริงนะสิ” ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะคิดไปถึงอีกคน ผมไม่รู้เลยว่าการที่เขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผมก็เพียงเพื่อลูกเท่านั้น

          “จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่ แต่มันไม่ใช่ห่วงที่ผูดมัดเราจนอึดอัดและหายใจไม่ออก แต่มันเป็นเหมือนห่วงโซ่ที่คล้องหัวใจเราเข้าด้วยกันต่างหาก” 

          ผมเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างในสิ่งที่ม๊าผมบอก ห่วงโซ่หรอ? แล้วปันปันจะเป็นห่วงโซ่ที่คล้องใจผมเอาไว้ด้วยหรือป่าว ทำไมผมคิดถึงสองพ่อลูกนั้นมากขนาดนี้ เหมือนผมถูกห่วงโซ่เส้นนั้นดึงให้กลับไปอยู่ตลอดเวลา คิดถึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับตลอดเวลาที่กลับมาอยู่ที่บ้าน ทั้งๆ ที่รู้สึกสบายใจกว่าตอนอยู่ที่เกาหลี แต่ทำไมมันหน่วงในอกแบบนี้นะ

          "ไม่ว่าม๊าจะทำอะไร ม๊าต่้องคิดให้มากๆ เพราะผลกระทบมันไม่ได้เกิดกับม๊าแค่คนเดียว แต่มันยังส่งผลถึงลูกๆ ด้วย" รอยยิ้มของม๊าทำให้ผมอบอุ่นใจเสมอ ผมรู้สึกดีขึ้นมากๆ จนทำให้คิดว่าเด็กตัวเล็กๆ อีกคนก็ต้องการผมเหมือนที่ผมต้องการม๊าหรือป่าว 

          "แบมจะทำอะไรก็คิดให้ดีนะลูก อย่าทำอะไรที่จะทำให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจทีหลัง" 

          ผมเอื้อมมือขึ้นมาจับมืออีกข้างของม๊ามากอดเอาไว้แนบอก ปกติเราไม่ค่อยมีโมเม้นแนวอบอุ่นจนออกร้อนตามอากาศบ้านเราแบบนี้หรอกครับ แต่ม๊าคงรู้ว่าที่ผ่านมาผมเจอกับอะไรมาบ้าง

          "แบมรู้ตัวหรือป่าว..กลับบ้านมาคราวนี้ลูกดูโตขึ้นนะ"




Mark…

          “ปันปัน..ทานข้าวก่อนลูก” 

          ผมกำลังกล่อมลูกชายตัวน้อยที่กำลังนั่งเอาขาแบะกับพื้นแล้วก้มหน้าก้มตาวาดรูปในสมุดวาดเขียน ดินสอสีมากมายกระจัดกระจายรายล้อมร่างเล็กที่ไม่ค่อยจะขยับตัวไปไหน

          ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมแทบจะไม่ต้องป้อนข้าวลูกเพราะเขาเป็นคนกินเก่ง สอนอะไรก็ทำตาม การที่ต้องเอาข้าวมานั่งไล่ป้อนแบบนี้ผมเคยคิดว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับลูกผมมาก่อน 

          วันๆ ปันปันเอาแต่นั่งวาดรูป ไม่ค่อยยอมเล่นหรือทำอะไร และรูปที่วาดก็จะมีแต่อะไรกลมๆ สามก้อนที่ผมมองออกทุกครั้งว่าเขากำลังจะสื่อถึงใคร อย่างที่รู้ลูกผมเป็นคนอารมณ์รุนแรง ถ้าอะไรที่ไม่อยากทำกล่อมให้ตายยังไงเขาก็ไม่ทำ ปัญหานี้ลุกลามไปถึงโรงเรียนเมื่อคุณครูประจำชั้นบอกว่าเขาไม่ยอมร่วมกิจกรรมอะไรเลย ถูกบังคับมากๆ ก็จะร้องไห้ จนผมตัดสินใจไม่พาเขาไปโรงเรียนสองวันแล้วเพราะอยากลองปราบพยศเขาด้วยตัวเองดูก่อน

          แต่ผมคงเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนจริงๆ นอกจากจะทำให้ลูกขาดเรียนโดยใช่เหตุแล้วยังแก้ไขอะไรยังไม่ได้ การที่ผมอยู่กับเขาแม้ว่าจะได้ใช้เวลาทั้งวันอยู่ด้วยกันแต่ปันปันก็ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม ความน่ารักขี้เล่น และซุกซนหายไปตั้งแต่ใครบางคนจากเราไปโดยไม่ร่ำลา

          แบมแบมหายไปเกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้ว ไม่รู้ว่าไปไหนและเมื่อไหร่ ติดต่อก็ไม่ได้ ทิ้งเอาไว้เพียงโพสอิทข้อความสั้นๆ ว่าจะกลับบ้าน ผมรู้ทันทีว่าเจ้าตัวเล็กอีกคนโกรธผมตั้งแต่วันนั้นแล้วจริงๆ 

          “ปันครับ..อย่าทำกับพ่อแบบนี้สิ” ผมตัดพ้อลูกชายทันทีที่เขาหันหน้าหนีช้อนข้าวของผมที่ยื่นไปจ่อที่ปากเล็ก 

          แบมแบมหายไปเพราะความขาดสติของผมทำไมผมจะไม่รู้สึกผิด 
ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีลูกเวลานี้ผมคงจะไปเมาหัวราน้ำอยู่ที่ไหนสักที่เพราะเจ็บใจในความไม่หยั่งคิดของตัวเอง แต่เพราะตอนนี้ผมมีปันปัน ผมทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ 

          “ปันคิดถึงแม่..อึก..” น้ำตาเม็ดเล็กหยดแหมะลงบนกระดาษวาดเขียนทำเอาหัวใจผมเหมือนถูกเหยียบแรงๆ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

          “ปันปัน..” ผมเอื้อมมือไปอุ้มเอาร่างเล็กของลูกชายขึ้นมากอดปลอบ เขาซบหัวลงที่ไหล่ผมแล้วสะอื้นเบาๆ 

          ปันปันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผมไม่เคยคิดว่าลูกผมขาดความอบอุ่นเพราะเข้าใจว่าตัวเองจะเติมเต็มให้เขาได้ แต่ผมก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ผมคิดมันผิด มันมีอีกหลายอย่างที่ผมไม่สามารถให้เขาได้ และไอ้สิ่งเหล่านั้นจะถูกเติมเต็มจากอีกคนเสมอ อีกคนที่ปันปันเรียกเขาว่า ‘แม่’

          ...แต่ตอนนี้เขาได้หายไปแล้วหายไปเพราะความใจร้อนของผม


@ประเทศไทย (อีกครั้ง)


          ~ ติ้งงงงต่องงงงงงงง 

          เสียงออดที่หน้าบ้านทำให้ผมดีดตัวลุกจากโซฟาที่นอนทำหน้าโง่ๆ อยู่หลายวันเพราะไม่มีอะไรจะทำจริงๆ แบบอัตโนมัติทั้งที่ไม่รู้ว่าใครมา แต่อยู่ๆ หัวใจผมก็กระตุกแรงๆ และเต้นรัวๆ

          “แบมไปดูเองม๊า” ผมตะโกนบอกม๊าที่กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ครัวแล้ววิ่งออกมาจากบ้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย 

          และเมื่อวิ่งออกมาถึงหน้าบ้าน


          “พี่มาร์ค..” ผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ถึงผมจะแอบหวังเอาไว้เล็กๆ ว่าอยากให้คนที่มาเป็นเขา แต่ใครมันจะไปคิดละว่าพี่มาร์คจะมาหาผมถึงที่นี้จริงๆ และพี่มาร์คก็ยังเป็นพี่มาร์ควันยังค่ำ ไม่ได้มามือเปล่า มาพร้อมอาวุธลับประจำตัว

          “แบมแบม!!” มาแล้ว อาวุธพี่มาร์ควิ่งหน้าตั้งมาหาผมแล้ว 

          “อ๊ะ!!”

          “ปันปัน!!” หัวใจผมหล่นวูบลงเมื่อเห็นร่างเล็กของปันปันที่กำลังวิ่งมาหาผมสะดุดขาตัวเองล้มเพละลงกลางสนานหญ้าหน้าบ้าน

          พี่มาร์คดูท่าจะตกใจเหมือนกันในขณะที่เรากำลังจะกระโจนใส่เขาพร้อมกัน เด็กน้อยที่ล้มหัวขะมำกลับลุกขึ้นแล้วยิ้มแป้นให้ผมอีกครั้งเหมือนเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือตกใจอะไรเลย

          ปันปันวิ่งมาหาผมที่นั่งย่อตัวลงเตรียมรอรับอยู่แล้ว 

          ~ ฟรึบ ร่างน้อยๆ นุ่มนิ่มที่ผมแสนจะคิดถึงกระโดดเข้าใส่ผมเต็มแรง สองแขนเล็กกอดคอผมแล้วซุกหน้าเข้ากับไหล่ผมแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ

          “ปันคิดถึง คิกๆ ปันปันคิดถึง คิดถึง คิดถึง” ปากเล็กเอ่ยถ้อยคำที่ทำลายล้างหัวใจผมได้เป็นอย่างดี ผมรู้สึกเหมือนถูกเขย่าหัวใจแรงๆ จากอ้อมกอดเล็กๆ นี้

          น้ำตาผมคลอออกมาอย่างไม่รู้ตัว กลิ่นหอมแป้งเด็กคลุกรุ่นที่ผมคุ้นเคย ลำตัวเล็กนุ่มนิ้มพอดีมือ ผมกอดปันปันเอาไว้แนบอกเพราะกลัวเขาจะหายไป คำว่า ‘คิดถึง’ มันคงจะดูน้อยไปถ้าเทียบกับความรู้สึกที่ผมมีตอนนี้

          “พี่พาลูกมาตามคุณแม่กลับบ้าน” พี่มาร์คที่ไม่รู้เดินเข้ามาถึงตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่ “กลับบ้านเรานะ..แบมแบม”

          ผมเงยหน้าขึ้นสบตาพี่มาร์ค. ความรู้สึกของผมตอนนี้มันอธิบายไม่ได้จริงๆ ทั้งรู้สึกดี แต่ก็สับสน ผมไม่รู้ว่าอะไรที่กำลังจุกอยู่ที่อก มันกลืนไม่เข้าและคายไม่ออก

          “ปันปันต้องการนายมากนะ เขาต้องการแม่” ดวงตาคมที่ผมไม่เคยอ่านออกจ้องหน้าผมอย่างรอคำตอบ “เขาคิดถึงนายจนไม่เป็นอันทำอะไร”

          “พี่จะใช้ปันปันมากดดันผมแบบนี้ทุกครั้งไม่ได้นะพี่มาร์ค” 

          ผมบอกออกไปตามความรู้สึกจริงๆ พี่มาร์คใช้ปันปันเป็นข้ออ้างในทุกเรื่อง ผมอยากรู้จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกเขาจะคอยมาตาม มาง้อผมแบบนี้ไหม หรือเขาอาจจะไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยผมตั้งแต่แรกเลย

          พี่มาร์คยังไม่ทันได้ตอบอะไร เราทั้งสามก็ต้องชะงักเพราะตอนนี้ม๊าผมเดินออกมาจากบ้านเพื่อมาดูเราแล้ว คงเห็นว่าผมหายออกมานานเกินไป

          “ใครมาหรอลูก” ม๊าเอียงหน้ามาดูผม 

         ปันปันเองก็เหมือนจะแปลกใจกับผู้มาใหม่เหมือนกัน

          “อ่อ พี่มาร์คกับปันปันครับ ที่แบมเคยเล่าให้ฟัง” ผมหันไปบอกม๊าที่เดินมาถึงตัวพวกเราแล้ว

          “สวัสดีครับ” เหมือนพี่มาร์คจะรู้ได้เองว่านั้นคือแม่ของผมเขาจึงยกมือขึ้นไหว้ 

          พอปันปันเห็นแบบนั้นก็ทำตามบ้าง เค้ายกมือขึ้นพนมแล้วก้มไหว้จนหน้าแทบจะคว่ำ เรียกรอยยิ้มอย่างเอ็นดูจากแม่ผมได้ไม่น้อยเลย 

          “น่ารักน่าชังจังแบม หน้าเหมือนลูกเลย” ม๊าผมนั่งลงเพื่อให้ระดับหน้าของเขาเท่าตัวปันปัน “มาให้ยายดูใกล้ๆ หน่อยสิลูก”

          ตอนแรกผมรู้สึกหวั่นใจกลัวว่าปันปันจะวิ่งหนีหรือแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักใส่ม๊า เพราะเขาไม่ชอบคนแปลกหน้า แต่แล้วร่างเล็กที่ยืนคิดอยู่สักพักก็เดินเข้าไปหาแม่ผมแล้วส่งยิ้มหวานจนตาเหลือขีดเดียวให้ ผมรู้ทันทีว่าม๊ากำลังจะโดนปันปันแอคแท็กเข้าแล้ว

          “คุณยาย” ปันปันเดินไปหาแม่ผมแล้วกอดคอหมับ แถมยังหอมแก้มไปอีกฟอดใหญ่ เล่นเอาม๊าผมยิ้มจนแก้มแทบแตก

          “โอ้ยยยย เลี้ยงลูกยังไงให้น่ารักแบบนี้เนี่ย” นั้นไง..ติดกับความปันไปอีกคนแล้ว เขาอุ้มปันปันขึ้นแล้วชวนเราทั้งหมดเข้าบ้าน โชคดีที่พี่มาร์คกับลูกพูดภาษาอังกฤษได้ เรื่องภาษาจึงไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับพวกเรา 

          “แบมแบม!! อย่าเพิ่งไปอยู่คุยกันก่อน” พี่มาร์คคว้าข้อมือผมไว้ในขณะที่ผมกำลังจะเดินตามม๊าเข้าไปในบ้าน

          แม่ผมหันกลับมามองแต่ไม่ได้คิดจะห้ามหรืออยากฟังด้วย แต่กระนั้นพี่มาร์คก็ยังจะพูดต่อ

          “ที่ผ่านมาพี่ผิดเองที่ไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน” เข้าก้าวเข้ามาหาผมจนหน้าแทบจะติดกัน “พี่คิดว่าการที่พี่ดูแลนายเหมือนปันปันจะทำให้นายรู้ว่าพี่รู้สึกยัง” 

          มือหนาเอื้อมมากุมมือขอผมขึ้นเบาๆ สายตาที่เขากำลังมองมามันสะกดผมจนไม่อาจละสายตาไปไหนได้ “พี่ไม่ได้ใช้ปันปันมากดดันนาย แต่เขาต้องการนายจริงๆ และพี่เองก็ไม่ต่างอะไรกับลูกเลย..”

          “..” 

          พี่มาร์คยืนหน้าเข้ามาใกล้จนผมแทบไม่กล้าจะหายใจ 

          “ปันปันเขาต้องการแม่ยังไง..พี่เองก็ต้องการเมียอย่างนั้น” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวปรากฎขึ้นบนใบหน้าเรียว “สำหรับปันปันแม่คือท้อปปิ้ง..แต่สำหรับพี่แม่ปันปันก็คือ เมียของพ่อปันปันด้วย” 

          หลังจากพี่มาร์คพูดประโยคนั้นจบเหมือนมีพลุนับร้อยพร้อมใจกันระเบิดที่หน้าของผม นี่พี่มาร์คกำลังบอกรักผมอยู่ใช่ไหม ครีเอดไม่เหมือนใครสมกับเป็นคุณพ่อน้องปันปันจริงๆ หัวใจผมเต้นเร็วจนเหมือนจะกระเดนออกนอกอก ผมอาจเป็นลมล้มพับอยู่ตรงนี้ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน

          “เมียของพ่อคืออะไร?” 

          ผมกับพี่มาร์คหันไปมองที่มาของเสียงพร้อมกัน ปันปันที่อยู่ในอ้อมแขนของม๊าผมเอียงคอถามอย่างสงสัย แต่เล่นเอาคนอุ้มหน้าแดงแป๊ดไปถึงหู

          “ปันปันยายว่าเราเข้าไปข้างในดีกว่านะ ยายมีอะไรให้หนูดูด้วย” ม๊าผมพยายามที่จะเบียงเบนความสนใจของปันปันเพราะเรื่องนี้อาจจะดูเรทเกินไปสำหรับเด็กวัยสี่ขวบ

          “แต่ปันอยากรู้..เมียของพ่อคืออะไร?” 

          ม๊าผมรู้จักปันปันน้อยไปแล้ว ไม่มีทางซะหรอกที่เจ้าหนูจำไม (ทำไม) นี่จะหยุดถ้าไม่ได้ หรือรู้ในสิ่งที่ต้องการ “ปันปัน..ในบ้านยายมีแมวด้วยนะเราไปดูแมวเหมียวๆ กันดีกว่า” 

          “จริงหรอ? ปันอยากเห็นแมว” ปันปันทำท่าอยากรู้อยากเห็นตบมือแปะๆ จนม๊าผมคิดว่าหลอกเขาสำเร็จจึงอุ้มเขาเดินเข้าไปในบ้าน “คุณยาย..แล้วเมียของพ่อละครับ คืออะไร?”

          ผมยังได้ยินเสียงปันปันถามแม่ผมเรื่องเมียของพ่อไม่หยุดปากจนพวกเขาหายเข้าไปในบ้าน และผมเชื่อว่าปันปันจะไม่หยุดถามจนกว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน

          ผมหันมามองหน้าคุณพ่อน้องปันปันที่เอาแต่ยืนยิ้มไม่ได้รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเลยสักนิด

          ~ พลัก 

          “โอ้ย!! นายมาตีพี่ทำไม!”

          ผมหมั่นไส้จึงตีมือเข้ากับอกพี่มาร์คไม่เบานัก

          “พี่มาร์ค! มาพูดแบบนี้ต่อหน้าลูกได้ยังไง รับผิดชอบเลยนะ” ผมทุบมือลงไปที่อกเข้าอีกสองสามครั้ง จนเขารวบข้อมือผมไว้ด้วยมือข้างเดียวของเขา

          “แน่ใจหรอจะให้พี่รับผิดชอบ พี่ไม่ได้เตรียมคำนิยามน่ารักๆ อย่างท้อปปิ้งเอาไว้นะ คราวนี้พี่อาจต้องบอกความจริงกับลูกไปตรงๆ ก็ได้..” พี่มาร์คเอียงหน้าเข้ามาที่ข้างหูผมแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ชวนคิดไปไกล “ว่าเมียของพ่อคืออะไร?” 

          “พี่มาร์ค!!!” ผมแว๊ดใส่พี่มาร์คเพราะความเขิน ผมไม่ใช่ปันปันนะที่จะได้กล้าถามออกมาโต้งๆ แบบนั้น 

          เกลียดดดดด ผมเกลียดความมาร์ค. เกลียดความเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการของเขา ทั้งท่าทาง คำพูด ล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธลับที่เขย่าหัวใจผมได้ไม่เคยเปลี่ยน ใครว่าผมจะแพ้เฉพาะความปันละ มันไม่เคยมีสักครั้งผมจะเอาชนะความมาร์คนี่ไปได้เหมือนกัน หัวใจผมอ่อนหวบหาบเพียงแค่เขาพาลูกมาง้อผมก็ยอมให้เขาอย่างง่ายดาย ใครจะว่ายังไงก็ช่างแต่ผมรู้ว่าคนที่มีลูกจะเข้าใจว่าความรู้สึกผมมันสั่นไหวแค่ไหน เพียงแค่เห็นสองพ่อลูกนี้ที่หน้าบ้าน เรียกง่ายๆ เป็นเพลงของวง001เลยละครับ (ยอมตั้งแต่หน้าประตู::ดักแก่ได้อีก)

          


@ คืนนั้น

          “ปันปัน..ห้องนอนคุณยายมีหมีด้วยนะ มีตั้งสามตัวแหน่ะ พ่อหมีก็มี แม่หมีก็มี” พี่มาร์คที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงในห้องนอนผมกระพริบตาปริบๆ ให้ปันปันที่นั่งอยู่ข้างๆ 

          บ้านผมก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แค่ฐานะกลางๆ มีห้องนอนเพียงพอสำหรับลูกชายสองคนเท่านั้น การที่พี่มาร์คและลูกมาเยี่ยมโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าเราจึงเตรียมห้องนอนแขกไว้ตอนรับไม่ทัน จึงต้องให้แขกกิตติมศักดิ์ทั้งสองนอนห้องผมไปโดยปริยาย และดูคนพ่อจะมีความสุขเหลือเกินกับการที่บ้านผมมีห้องนอนไม่เพียงพอนี้

          “จริงหรอ...แต่ปันอยากนอนกับมัคนอนกับแบมแบมนะ” ปันปันเงยหน้าขึ้นมามองผมที่นั่งเช็ดผมอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะแต่งตัว หลังจากที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ

          ผมได้แต่ส่งยิ้มให้เขาเป็นเชิงอนุญาต เพราะผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการที่มีเขามานอนด้วยอยู่แล้ว ที่เกาหลีเราก็นอนด้วยกันออกจะบ่อย

          “นอนกับมัคบ่อยแล้ว ไปนอนกับยายสักคืนก็ได้ คุณยายเขาคิดถึง” พี่มาร์คยังคงหลอกล่อลูกเขาอย่างไม่รู้สึกผิด ผมละสงสารปันปันจริงๆ การมีพ่อทั้งดูเป็นผู้ใหญ่ และดูเจ้าเล่ห์ ในเวลาเดียวกันอย่างพี่มาร์ค โตไปลูกผมจะเป็นคนยังไงกันเนี่ย “ปันไม่รักคุณยายหรอครับ?”

          “รักสิ..” ปันปันเถียงกลับอย่างไม่ต้องคิด คิ้วเล็กขมวดเข้ากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์เมื่อร่างเล็กเริ่มใช้ความคิดและทะเลาะกับตัวเองในใจ “รักแล้วต้องนอนด้วยกันหรอ?”

          ผมสังเกตได้อย่างหนึ่งสำหรับสองพ่อลูกคู่นี้คือ มักจะมีปัญหากับการนอนผมละปวดหัวจริงๆ ไม่รู้เป็นอะไรกันนักหนา

          “ใช่ครับ..คุณยายเขาอยากนอนกอดปันปัน ไปนอนห้องคุณยายไหม?” พี่มาร์คส่งยิ้มหวานแบบพิมพ์ใจให้ลูกเหมือนที่เขากำลังบอกนั้นคือเรื่องจริงสุดๆ 

          ปันปันขยับร่างน้อยๆ ปีนขึ้นนั่งที่อกพี่มาร์คที่นอนอยู่ที่เตียงผมในชุดนอนผ้ายืดสบายๆ “ปันรักมัค จุ๊บ!” 

          ผมอมยิ้มไปกับความน่ารักของลูกชายตัวน้อย ปันปันส่งยิ้มหวานแจกจ่ายให้ผมกับพ่อเขาเป็นเชิงอ้อนว่าคืนนี้เขาจะต้องขอนอนด้วยให้ได้ ผมรู้นี่คือไม้ตายของปันปันที่ถูกงัดออกมาในนาทีสุดท้ายที่เขากำลังจะเสียเปรียบพ่อตัวเอง พี่มาร์คส่งยิ้มคืนให้ลูกแล้วรวบร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกอย่างถนุถนอม

          แต่พี่มาร์คก็ยังเป็นพี่มาร์ค ถึงความปันจะมีพลังร้ายกาจแค่ไหน แต่ถ้าเจอไม้ตายของความมาร์คเข้าไป พ่อก็ยังเป็นพ่ออยู่วันยังค่ำ

          “เอาอย่างนี้..ถ้าคืนนี้ปันไปนอนห้องคุณยาย พรุ่งนี้มาร์คจะบอกให้ฟังว่า อะไรคือเมียของพ่อ” 
         
          มือผมที่กำลังจะตากผ้าเช็ดตัวที่ชั้นในห้องหยุดชะงักกึกมื่อเจอเข้ากับไม้ตายของพี่มาร์ค 

          โห...อย่างนี้ก็ได้หรอ  และที่ทำผมอึ้งคือมันดันได้ผลซะด้วย

          “จริงหรอ!..บอกจริงๆ นะ” ปันปันทำตาลุกวาวยกนิ้วก้อยขึ้นมาหน้าพี่มาร์ครอให้พ่อตัวเองเกี่ยวก้อยทำสัญญาว่าหลังจากคืนนี้ไปจะเฉลยปริศนาให้เขารู้จริงๆ 

           ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

          หลังจากพี่มาร์คเกี่ยวก้อยทำสัญญากับลูกชายเรียบร้อย ประตูห้องผมก็ถูกเคาะเบาๆ อย่างกับคนที่มาใหม่รู้จังหวะ

          “ไม่ได้ล็อกครับ” ผมขานรับเพราะขี้เกียจลุกเดินไปเปิด

          “ปันปัน ยายมาบอกราตรีสวัสดิ์ครับ” ม๊าผมเปิดประตูเข้ามาแล้วมองหาปันปันซึ่งขึ้นแท่นเป็นหลานรักไปเรียบร้อยแล้ว

          “คุณยาย..ปันไปนอนด้วย” ร่างเล็กวิ่งลงจากเตียงแล้วกระโจนใส่แม่ผมเต็มแรงดีที่เขารับเอาไว้ได้ทัน 

          ผมแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ปันปันสนิทกับแม่ผมได้ในเวลาอันสั้นเหมือนตอนที่เขาสนิทกับผม ทั้งๆ ที่เขาเข้ากับคนอื่นค่อนข้างยาก 

          “ปันจะไปนอนกับยายจริงหรอ?” ม๊าคงแปลกใจไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้เขาทั้งกล่อมทั้งหลอกล่อด้วยสาระพัดวิธีที่จะเอาหลานรักไปนอนด้วยแต่เจ้าตัวน้อยก็จะนอนกับผมท่าเดียว

          “จริงครับ..” ปันปันพยักหน้าหงึกหงักๆ แล้วสองยายหลานก็จูงมือกันไปที่ห้อง 

          “คุณยายที่ห้องคุณยายมีหมีสามตัวจริงๆ หรอครับ?”

          “มีสิครับ..ยายจะพาหนูไปดูนะ”

          “แล้วคุณยายรู้หรือป่าว..เมียของพ่อคืออะไร”

          “ไม่รู้ครับ..เราไปดูหมีกันเถอะนะ”

          “มีสามตัวเลยหรอ?” 

          เสียงสองคนคุยกันงุ้งงิงกันไปตามทางเดินจนเสียงค่อยๆ หายไป ผมคิดว่าม๊าน่าจะพาปันปันเข้าไปในห้องแล้ว

          พอผมหันกลับมาอีกทีอีคนพ่อก็นอนยิ้มกรุ้มกริ่มมองผมด้วยสายตาที่ผมไม่อยากจะอ่านออก ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยอ่านสายตาของพี่มาร์คออกเลยว่าเขาคิดอะไร แต่ทำไมวันนี้สายตาเขามันชัดเจนจัง เป็นสายตาของสัตว์ป่าที่พร้อมล่าเหยื่อไม่มีผิด

          “ปันปันก็ไปนอนห้องคุณยายแล้ว” และดูทำหน้าเข้ายิ้มกรุ้มกริ่มแบบนั้นคืออะไร “คุณแม่น้องปันปันมานอนข้างๆ คุณพ่อได้แล้วครับ” 

          พี่มาร์คนอนตะแคงเอามือเท้าค้างแล้วตบลงที่นอนที่ยังว่างเรียกผมเบาๆ ผมรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วหน้าเพราะแอบจิตนาการไปไกลถึงคำพูดสองแง่สองง่ามที่เขาใช่บอกผม 

          ผมค่อยๆ นั่งลงที่เตียงอย่างระมัดระวังยอมรับเลยครับว่ากำลังประหม่า ก่อนหน้านี้เราเคยนอนด้วยกันก็จริงแต่นั้นมันมีปันปันนอนด้วย พอต้องมานอนด้วยกันสองคนแบบนี้ทำเอาหัวใจผมเต้นโครมครามจนแทบจะกระเดนออกจากอกให้ได้เลยทีเดียว

          “เอ้ยยย!!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อพี่มาร์คกอดเอวผมแล้วดึงอย่างแรงจนตัวผมถลาขึ้นไปเกยอยู่ที่อกแกร่งของเขา

          “จะ.ทะ.ทำอะไรครับ”

          “...”

          พี่มาร์คไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มให้ผมจนตาปิด เขาค่อยๆ ใช้มืออีกข้างดันและกดท้ายทอยผมลง ทำให้ริมฝีปากเราแนบชิดกันจนแทบจะรวมเป็นอันเดียว พี่มาร์คกดจูบย้ำๆ อยู่สองสามรอบแล้วผละออกเพื่อจ้องหน้าผม เราสบตากันสักพักจนผมเป็นฝ่ายที่เขินแล้วหลบสายตาไปเอง ริมฝีปากหยักค่อยๆ จรดทาบลงไปที่ข้างหูและลำคอของผม มืออีกข้างที่ยังว่างกอดรัดเอวของผมเข้าหา ตัวเราแนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศใหลผ่าน

          พี่มาร์คกดริมฝีปากลากไปตามซอกคอจนถึงราดไหล่และไหปลาร้า เป็นจูบที่แผ่วเบาเหมือนเขาไม่ได้ต้องการจะทำรอย แค่อยากหยอกผมให้สะดุ้งเป็นระยะๆ เท่านั้น

          “แบมแบมคิดถึง..” ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดบริเวณข้างหูเล่นเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว

          “คิดถึงเหมือนกันครับ” ผมยอมรับออกมาตรงๆ เพราะปรกติผมก็เป็นคนไม่ค่อยชอบอ้อมค้อมอยู่แล้ว

          “ก่อนหน้านี้พี่ขอโทษที่พูดอะไรไม่คิดแบบนั้น แต่ต่อไปมีอะไรคุยกันดีดีนะ อย่าหนีหายมาแบบนี้ ไม่เห็นแก่พี่ก็สงสารลูกเราเถอะ”

          “...”

          ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำว่า ‘ลูกเรา’ หัวใจผมจะเหมือนถูกเขย่าแรงๆ มันทั้งตื้อตันและอิ่มเอม 

          “ลูกเรา” ผมทวนคำพี่มาร์คกลับไปเบาๆ

          “ใช่ลูกของเรา” 

          พี่มาร์คย้ำและเน้นประโยคนี้กับผมอีกครั้ง เหมือนเขาต้องการประทับลงในลึกสุดในหัวใจของผมในแววตาของเขายังคงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด ผมรู้ว่าครั้งนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจ และผมจะไม่งี่เง่างอนเป็นเด็กมัธยมหัดมีรักใหม่ๆ อีกแล้ว ก็ตอนนี้ผมโตจนเป็นแม่คนได้แล้วนี่นา

          “พี่ขอนายกับแม่นายแล้วนะ ทั้งขอมาเป็นแม่ให้ลูกและขอมาเป็นเมีย” ไอ้ประโยคหลังคำว่าเมียเนี่ยดูจะเน้นเป็นพิเศษยังไงก็ไม่รู้ 

          “ทำไมม๊ายกแบมให้ง่ายจังอ่ะ?” ปกติม๊าหวงผมจะตายตอนเด็กยังชอบว่าที่ใครๆ ก็ชอบแกล้งผม

          “ปันปันไง เรียกพลังนี้ว่า ‘ปันปันแอคแทค’  ขนาดนายยังไม่รอดเลย” พี่มาร์คเอื้อมมือมาบิดจมูกผมไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ผมยู้หน้าใส่เขาแล้วตีมือลงที่อกดังเปะ

          “เจ้าเล่ห์นักนะ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย”

          พี่มาร์คไม่ได้สนใจคำต่อว่าของผมเขากอดรัดกระชับเอวผมให้แนบเข้ากับลำตัวแกร่ง ผมสัมผัสได้ถึงกล้ามหน้าท้องเป็นมัดที่อยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบาจนแทบสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนของอะไรบางอย่างที่ซ้อนอยู่และรอเวลาปลดปล่อยในนั้น ริมฝีปากหยักได้รูปแนบลงมาที่หัวไหล่ ไล่ไปตามซอกคอ ความอุ่นนิ้มและสัมผัสที่อ่อนโยนกำลังจะดำเนินไปตามเสียงเรียกร้องและความต้องการของกันและกัน ถ้าไม่ติดว่าผมมีความรู้สึกเหมือนกำลังถูกสายตาคู่หนึ่งของใครสักคนกำลังจ้องมอง จ้องอย่างเอาเป็นเอาตายด้วย

          “ปันปัน!/ปันปัน!” ผมกับพี่มาร์คอุทานออกมาพร้อมกันอย่างช่วยไม่ได้

          “ปันยังไม่ได้จุ๊บแบมแบมเลย” ใบหน้าเล็กหง่ำงอ แถมยังยกแขนสั้นๆ ขึ้นมากอดอกตัวเองแน่นริมฝีปากเล็กเชิดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ

          ผมรีบกุรีกุจรลุกจากพี่มาร์คแล้วลงไปหาปันปันที่ยืนอยู่ข้างๆเตียง รอยยิ้มเล็กปรากฏบนใบหน้าจนผมหมั่นเขี้ยวเอื้อมมือไปหยิบแก้มกลมไปมาเบาๆ

          “จุ๊บ! ปันรักแบมแบม” ร่างน้อยๆ ขยับเข้ามาแล้วจุ๊บลงที่ริมฝีปากผมที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากฝีมือของพ่อเขาก่อนหน้านี้

          “แบมก็รักปันครับ ฝันดีครับคนเก่งของแม่” ผมรวบร่างน้อยๆ เข้ามากอดแล้วแนบริมฝีปากที่หน้าผากเล็กเบาๆ

          เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการร่างเล็กก็หันหลังเดินกลับไปทางเดิม ผมได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนม๊าจะออกมาตามหาปันปันที่หายตัวมา

          “คุณยาย..มัคกับแบมแบมจะนอนแล้วครับ เขากู๊ดไนท์คิสกันแล้ว”

          คำพูดของปันปันที่ถึงผมจะได้ยินไม่ชัดเจน แต่ก็เล่นเอาหน้าผมเห่อร้อนขึ้นมาทั้งแถบ ผมไม่รู้แม่ผมจะเข้าใจที่หลานชายเขากำลังจะสื่อหรือป่าว หรือเขาจะคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

          ในขณะที่ผมยังยืนบื้ออยู่ที่เดิมคุณพ่อน้องปันปันคนเดิมเพิ่มเติมคือลุกไปล็อคประตูก็หันมาส่งสายตาวิบวับให้ผมอีกครั้ง

          “หมดปัญหาแล้ว มาต่อกันเถอะครับคุณแม่” สายตา ท่าทาง บอกเลยคืนนี้ถ้าไม่แผ่นดินไหว ยังไม่ผมก็ไม่รอด

          “ต่ออะไรเล่า” พูดออกมาได้ไงมาต่อกัน เขาไม่อายเลยหรือไงนะ ดูสิผมหน้าแดงจนมันจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย

          พี่มาร์คค่อยๆ จูงมือผมกลับมานั่งที่เตียงอีกครั้ง ฝ่ามือหนาลูบไปตามไหล่และลากลงมาที่แขน เขาประสานมือเข้ากับมือผมและบีบเบาๆ เพียงแค่นั้นหัวใจผมก็พองโต เหมือนสัมผัสแผ่วเบาและนุ่มนวลนี้กำลังเยียวยาความรู้สึกของผม
      
          ริมฝีปากหยักทาบลงมาที่กลีบปากผมอีกครั้ง พี่มาร์คทั้งจูบทั้งงับปากผมจนผมไม่สามารถขยับหรือหลีกหนีได้เลย จากสัมผัสที่นุ่มนวล กลายเป็นจูบที่ร้อนแรง เรียวลิ้นนุ่มที่ดันเข้ามาในโพรงปากทั้งตวัดและรัดเกี่ยวจนตอนนี้สมองผมขาวโพลนไปหมดคิดอะไรไม่ออก 

          ปกติสมองผมก็ประมวลผลช้าอยู่แล้ว ยิ่งมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกดันร่างในนอนราบลงกับเตียงแล้วถูกคร่อมด้วยร่างสูงของใครอีกคน..

          “พี่รักนายนะ..” พี่มาร์คกระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ “เผื่อว่านายจะยังไม่รู้..” 

          โหยยยย คร่อมผมจนแทบจะรวมร่างกันขนาดนี้ไม่รู้ก็แย่แล้ว ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ผมก็อดยิ้มจนแก้มแทบแตกไม่ได้เมื่อได้ยินประโยคบอรักจากอีกคน

          “ปันปันเขาอยากมีน้องหน่ะ แล้วพี่เป็นพ่อจะขัดใจลูกได้ยังไง”

          “ไม่ต้องเอาลูกมาอ้างเลยนะพี่มาร์ค เจ้าเล่ห์ซะมัดเลย”

          พี่มาร์คจุ๊บลงมาที่ริมฝีปากผมแล้วผละออก “และคืนนี้พี่ต้องหาคำตอบไว้ให้ลูก” 

          ริมฝีปากหยักทาบลงมาที่กลีบปากผมอีกครั้ง เมื่อตักตวงจนลมหายใจผมเริ่มหมด เขาก็พอใจแล้วถอนริมฝีปากออกช้าๆ ฝ่ามือซุกซนเริ่มสอดเข้ามาใต้ชายเสื้อสำรวจเนื้อตัวผมอย่างอ้อยอิง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอและหลังหูผมอย่างแผ่วเบาจนขนลุกไปทั้งตัว

           “ว่า...เมียของพ่อคืออะไร”

          

          





***จบเถอะเดี๋ยวปันปันกลับมาใหม่ คราวนี้น้องอาจจะไม่คิดว่าทั้งสองกำลังกู๊ดไนท์คิสกันก็ได้นะ


*** จริงๆ เราก็ยังไม่อยากให้เรื่องนี้จบหรอก คิดถึงปันปัน แต่เริ่มแรกเลยคือเราคิดพล็อตเรื่องเอาไว้แค่นี้ (กะขายความน่ารักของปันปันกินอย่างเดียวเลย) จะต่อออกไปก็กลัวมันจะหน้าเบื่อ ...

สุดท้ายนี้ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนจบนะจ๊ะไม่คิดไม่ฝันว่าผลตอบรับจะดีขนาดนี้ ติดตาม sf สั้น/ยาว เรื่องต่อๆไปก็ด้วยนะจ๊ะ. ปล.ในอนาคตอาจมีตอนพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ของพ่อแม่ลูกบ้านนี้มาให้ได้อ่านกันบ้างตามแต่โอกาสและเวลานะจ๊ะ >____<





*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2212 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:28

    ได้คำตอบให้ลูกแล้วก็อธิบายให้ลูกฟังด้วยนะอีพี่มาร์ค ว่าเมียพ่อคืออะไร 5555

    #2212
    0
  2. #2203 GPAPP1362 (@GPAPP1362) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 13:43

    น่ารัก น่ารักเกินไปแล้วววว อิพี่มัคก็ร้ายจังนะ555

    #2203
    0
  3. #2199 20050807815095 (@20050807815095) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 01:18
    สนุกค่ะ ปันปันน่ารัก
    #2199
    0
  4. #2198 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 01:27
    เสร็จละ555
    #2198
    0
  5. #2165 oohsebam12 (@oohsebam12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 10:01
    อื้อออออ..น่ารักมาก
    #2165
    0
  6. #2153 junekimsa (@junekimsa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 00:56
    พี่มาร์คมันร้ายเอาลูกมาอ้าง555
    #2153
    0
  7. #2032 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 22:44
    น่ารักมากเลย ปันปันคือความน่ารักที่เชื่อมหัวใจพ่อมกับแม่ไว้
    #2032
    0
  8. #2009 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 12:06
    โง้ยยยยพี่มาร์คร้ายมากกกกก55
    สนุกมากเลยค่าา แบบใช้ภาษาในการแต่งดีมาก อ่านแล้วสนุก ไม่มีติดขัดเลยอะ ชอบมากกกก&#8234;&#9825;&#8236;
    #2009
    0
  9. #1994 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:14
    เขินเลย 5555555
    #1994
    0
  10. #1972 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 17:03
    งูยยยยยคือพ่อลูกนี่ร้ายมาก ไม่ต้ิงคิดถึงตอนปันปันโตเลยนะฮะรู้เรื่องฝากแบมดูแลสองพ่อลูกด้วย ลำไยพี่มาร์ค มีลูกแล้วดีเหลือเกินไม่ต้องคิดว่าสองคนรักแบมแค่ไหนอ่ะ หลง
    #1972
    0
  11. #1965 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 11:27
    เขินนนนนน ชอบมาก น้องปันๆๆเป็นโซ่คล้องใจทั้งสองให้มาอยู่ด้วยกันนนน
    #1965
    0
  12. #1925 น้ำเน่าสีออน (@aoi2536) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 02:46
    แล้วตกลงเมียพ่อคืดอะไรอ่ะ ทำหน้าใสซื้อแบบปันปัน
    #1925
    0
  13. #1924 IM'JANEMB (@Jane20239) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 02:09
    แต่งดีมากกกกกกกกกอยากให้แต่งเรื่องยาวแตมันคงสายเกินไปไรท์บรรยายได้ยอดเยี่ยมมากถ้าแต่งเรื่องยาวแล้วตีพิมพ์เราจะซื้อแน่นอน
    #1924
    0
  14. #1908 seetonmaidai (@seetonmaidai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 23:29
    งื้ออออิ ทำไมเพิ่งมาเจอกัน ไม่อยากให้จบเลย แง ปันปัน อยากไห้มีสัก 100 ตอน ฮืออออ
    #1908
    0
  15. #1893 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 14:31
     เอาหน้าซุกหมอนแล้วกรี๊ดดดดดดดด  เขินมากกกก
    สนุกมากๆๆเลย 
    #1893
    0
  16. #1726 jukjik> (@jukjik1012) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 23:43
    โครตน่ารัก โครตละมุนเลยอะไรค์ เขินนนนนนนนน ร้ากพี่มาร์คเพิ่มอีกล้านเท่า 5555
    #1726
    0
  17. #1701 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 23:23
    กลับมาอ่านอีกรอบเพราะคิดถึงปันปันเลย
    #1701
    0
  18. #1675 ซินเดอหวีโดว (@cinderaomm_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 09:45
    ไรท์ ย้อนมาอ่านเรื่องนี้รอบที่ 2 แล้ว คิดถึงปันปัน คิดถึงความละมุนนนนน
    #1675
    0
  19. #1555 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 20:29
    ติดเรทอ่ะเธอ แอบส่องช่องประตูแป๊บ
    #1555
    0
  20. #1538 Missnight (@missnight17) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 02:28
    กรี๊ดดด ชอบบบ หาคำตอบด้วยคนได้มั้ยคะ อยากรู้ว่าเมียของพ่อคืออะไร งื้อออ /หลบใต้เตียง
    #1538
    0
  21. #1272 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 12:42
    งือจบแล้ว อ่านรวดเดียวเลย ครอบครัวนี้น่ารักมากๆ จะว่าไปไม่ค่อยเห็นพ่อแม่สวีทกันเลย เพิ่งเห็นมาร์คเจ้าเล่ห์แบบนี้555555555
    #1272
    0
  22. #1165 prankmaprank (@prankmaprank) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 16:02
    งื้ออออ ละมุนมาก เขินนนน
    #1165
    0
  23. #1127 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 21:22
    ชอบบบบบบ
    #1127
    0
  24. #1092 MeowMeow99 (@MeowMeow99) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 21:07
    ไม่อยากให้จบเลยค่ะ TvT ชอบอ่ะ
    เอาปันปันมานะ เอามา! อยากได้อ่าาาาา
    #1092
    0
  25. #1090 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 11:39
    ร้ายนักนะ-ชาย!!
    มีความรู้สึกว่าปัน
    ต้องติดนิสัยส่วนนี้
    ของมาร์คไปแน่ๆ555
    #1090
    0