MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 17 : SF ::: นกข้างบ้าน 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    30 ต.ค. 59





Sometimes you just need to be with the person who makes you smile even if it means waiting


          บางครั้งคุณก็แค่อยากจะอยู่กับคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ ถึงแม้มันจะหมายถึงการรอคอยก็ตาม


+++++++++++++






@ 5 ปีก่อนหน้านี้

          “แบมแบม...นี่นายบอกว่านายชอบพี่ชายตัวเองนี่นะ” เตนล์เพื่อนที่นั่งโต๊ะเรียนข้างผมถามอย่างตื่นตละหนกปนสงสัย

          “ก็พี่มาร์คเขาไม่ใช่พี่แท้ๆ ของฉันสักหน่อย” ผมยู้ปากบอกเตลน์แล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาติดสติกเกอร์หวานแหววลงบนจดหมายรักที่ผมใช้เวลาเขียนทั้งคืน เพื่อที่จะไปบอกรักกับพี่ชายข้างบ้านคนที่ผมเพิ่งบอกเตลน์ไป

          วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ครับ เป็นวันที่เหมาะกับการสารภาพรักมากๆ ผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อจิตนาการว่าพี่มาร์คจะตอบรับรักผมแล้วจูบผมหรือป่าว เกิดมาก็ไม่เคยจูบกับใครมาก่อนด้วยหวังว่าพี่มาร์คจะไม่ถือนะครับ 

          “ท่าจะเป็นเอามาวุ้ย เพื่อนกู เอ้า..บิด บิดเข้าไป” เตลน์ประชดผมแล้วนั่งเอาขาพาดเก้าอี้หันหน้ามาหาผม

          “ถามจริง..ทำไมต้องพี่มาร์คว่ะ?” ดูเพื่อนผมท่าจะสงสัยจริงๆ คิ้วขมวดกันยุ้งเชียว

           “ก็พี่มาร์คทั้งหล่อ ทั้งเก่ง แถมรวยอีกต่างห่าง ไม่เห็นมีอะไรที่ไม่ทำให้รักเลย” ผมพูดไปขำไปอย่างไม่จริงจังนัก

           “เอ้ย..เอาดีดีดิว่ะ อยากรู้” เตนล์ดีดหน้าผากผมดังปั๊ก! เพราะผมไปกวนตรีนมันเข้า “ถ้าบอกว่าหล่อ เก่ง และรวย คนอื่นก็มีป่ะ ไม่เห็นต้องเป็นพี่มาร์คเลย”

          ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเตนล์ ดวงตากลมโตที่เจ้าตัวไม่เคยยอมรับว่ามันน่ารักกำลังมองผมกลับอย่างจังจังเช่นเดียวกัน
 
          “ก็ใช่ที่คนแบบนี้มันมีเยอะแยะ แต่คนแบบนี้ที่อยู่ใกล้ตัวฉันมันก็มีแค่พี่มาร์คนี่นา” ผมตอบเตนล์ด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันไม่มีตรงไหนเลยที่จะใช่เป็นเหตุผลให้ผมไม่รักพี่มาร์ค

          เตลน์กรอกตามองบนแล้วทำท่าจะอ้วกใส่หน้าผมให้ได้ กับคำตอบที่ได้รับ “นี่เอามาจากหนังเรื่องอะไร สารภาพมา!!”

          ผมไม่สนใจเสียงประชดประชันของเตนล์หรอก ในเมื่อทุกอย่างรอบตัวมันเป็นสีชมพูขนาดนี้ แม้แต่ชุดนักเรียนที่เคยเป็นสีขาวของผมยังเต็มไปด้วยสติกเกอร์รูปหัวใจสีแดงสีชมพูเลย ส่วนมากก็เพื่อนๆ ในห้องติดให้มีรุ่นพี่มาขอติดบ้าง แต่ที่ชอบสุดเห็นจะเป็นอันนี้ ผมเอื้อมมือขึ้นลูบสติกเกอร์ที่อกอันที่พี่มาร์คติดให้ก่อนมาโรงเรียนเมื่อเช้า ต่อให้วันนี้ผมได้หัวใจมาร้อยๆ อัน ก็ไม่มีอันไหนมีความหมายเหมือนอันนี้หรอก คิกๆ

 
@บ้านมาร์ค 


         พอเลิกเรียนกลับมาถึงบ้านผมบีนข้ามระเบียงมาห้องพี่มาร์คเหมือนเช่นทุกวัน แต่ไม่พบร่างสูงของคนที่ผมอยากเจอเลย เขาอาจจะอยู่ข้างล่างไม่เป็นไรรอได้ ผมเดินเล่นมองห้องพี่มาร์คที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่าตั้งแต่เกิดจะดีกว่า เพราะตั้งแต่ผมจำความได้ผมก็มีพี่มาร์คอยู่ข้างๆ มาตลอด เขาเป็นเหมือนเพื่อนเล่นเวลาที่ผมเหงา พี่ที่ดีในเวลาที่ผมต้องการใครสักคน ในชีวิตผมมีแต่พี่มาร์คจนไม่อาจเหลือพื้นที่ให้ใครอีก

          “ฮ่าๆๆ ไอ้เชี้ยมาร์คแล้วมึงก็จัดการน้องเค้าในห้องน้ำเลยหรอว่ะ” 

          ผมได้ยินเหมือนเสียงพี่แจ็คสันกับพี่มาร์คที่กำลังขึ้นมาที่ห้อง ผมวิ่งออกมาที่ระเบียงแล้วนั่งหลบอยู่ข้างๆกระถางต้นไม้ประดับ กะว่าจะแอบทำเซอร์ไพร์พี่มาร์คสักหน่อย

          “เออสิ เด็ดดวงเลยว่ะ” เสียงพี่มาร์คดังชัดเจนขึ้นเมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้ว

          “คือมึงตกลงเป็นแฟนกับเขาแล้วงั้นสิ” พี่แจ็คสันว่า

          “ใครบอกมึง แค่มีอะไรกันต้องเป็นแฟนกันด้วยหรอว่ะ”

          “เด็ดจริงเพื่อนกู กูขอคาระวะเรียกมึงว่าอาจารย์เลยว่ะ ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะของพี่แจ็คสันทำเอาใจผมหวิวไปหมด ถึงจะไม่รู้ว่าเค้าคุยเรื่องอะไรกันก็เถอะ

          “เอ้า!! นี่มึงยังไม่ได้เอาให้แบมแบมอีกหรอว่ะ” 

          ผมค่อยๆ ยืดตัวขึ้นส่องเข้าไปผ่านกระจกหน้าต่างเมื่อได้ยินชื่อตัวเองอยู่ในบทสนทนา เห็นพี่แจ็คสันจับถุงกระดาษสีแดงน่ารักพลิกไปมาเหมือนอยากรู้ว่าข้างในคืออะไร

          มันคือของขวัญวันวาเลนไทน์ใช่ไหมตอบ...ผมกลั้นยิ้มจนเจ็บแก้มไปหมด เมื่อคิดว่าพี่มาร์คก็เตรียมจะสารภาพรักกับผมเหมือนกัน

          “อือ ว่าจะให้วันนี้แหละไม่รู้กลับจากโรงเรียนหรือยัง”

          “ให้แล้วมึงก็บอกรัก..จากนั้นก็จัดการซะเชื่อกู” พี่แจ็คสันยื่นหน้าเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับพี่มาร์ค แต่มันก็ไม่ได้เบาจนผมไม่ได้ยิน

          “ไอ้เชี้ย!! จัดการอะไรน้องเขายังเด็กอยู่นะเว้ย!!” พี่มาร์คตบหัวพี่แจ็คสันดังป๊าบ

          “โอ้ย!! ไอ้เชี้ย!! เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้ามึงไม่เคยได้ยินหรอว่ะ และมึงก็ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อว่าไม่ได้อยากจัดน้องเค้า กูเพื่อนมึงไงสัด!!” พี่แจ็คสันชี้หน้าคาดโทษพี่มาร์ค แล้วหยิบของบางอย่างจากกระเป๋าเกงกางออกมาชูตรงหน้า

           “กินเด็กวันไหนอร่อยสุด...วันวาเลนไทน์ไงเพื่อน เชื่อกูจัดการเลย กูคาดหวังในตัวมึงอยู่” 

          ผมลุกขึ้นยืนมองพี่มาร์คกับพี่แจ็คสันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ถึงผมจะอายุแค่สิบห้าแต่ผมก็รู้ว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน ผมไม่กลัวว่าเค้าจะเห็นแล้วว่าผมอยุ่ตรงนี้เพราะสิ่งที่ผมอยากรู้ที่สุดคือพี่มาร์คจะทำยังไง

          หัวใจผมเหมือนถูกกระชากออกแล้วถูกเหยียบซ้ำๆ เมื่อพี่มาร์คฉกซองถุงยางอนามัยที่พี่แจ็คสันยื่นให้ 

         “เวลาที่เอวเล็กนั้นขยับเป็นจังหวะพร้อมกับครางเสียงหวานอยู่ใต้ร่าง ฮึ่ยยยยย แค่คิดกูก็จะแตกแล้วไอ้เชี้ย” พี่แจ็คสันทำท่าประสานมือแล้วขยับเป็นจังหวะที่แสนทุเรศ

          “ไอ้เชี้ย...ของของกู มึงห้ามแม้แต่จะจินตนาการลงไปเลยสัด!!” 

          พี่มาร์คไล่เตะพี่แจ็คสันออกไปทางประตูที่ผมเดาว่าพวกเขาน่าจะลงไปข้างล่าง ผมเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองด้วยหัวใจที่แหลกสลาย ยอมรับเลยครับว่า ‘กลัว’ ถึงผมจะไม่ได้ใสซื่อถึงขนาดไม่เคยดูหนังโป๊ แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่าพี่มาร์คจะคิดแค่เรื่องอย่างว่ากับผม ต่างกันผมกลับรักเขาจริงๆ ถ้าเขาเพียงแค่ต้องการผมแล้วได้ไปจริงๆ เขาคงจะเฉดหัวผมทิ้งเหมือนที่เขาบอกว่าเซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องรัก 

          ‘ให้ของขวัญ บอกรัก แล้วจัดการ’ ทุกอย่างเหมือนเกมที่ถูกวางตัวละคร วางหมากเอาไว้เป็นอย่างดี ถ้าผมเดินไปตามทางที่พี่มาร์ควางเอาไว้ game over เมื่อไหร่คนที่เจ็บเจียนตายคงหนีไม่พ้นผม



       “อ๊ะ... Happy Valentine Day” พี่มาร์คยื่นถุงกระดาษสีแดงอันที่ผมเห็นมาให้พร้อมอมยิ้มด้วยท่าทางที่เขินอาย “นายน่าจะรู้อยู่แล้วแต่พี่อยากบอก พี่ชอบนายนะแบมแบมเรามาเป็นแฟนกันไหม?”

          ผมเอื้อมมือข้ามระเบียงไปหยิบของขวัญจากพี่มาร์คด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย พอเปิดดูก็เห็นว่ามันเป็นสร้อยจี้รูปหัวใจที่สลักอักษร MB เอาไว้ตรงกลาง ถ้าเป็นปรกติผมคงรีบปีนระเบียงข้ามไปหาพี่มาร์คแล้วกระโดดกอดเค้าแทบไม่ทัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ประโยคที่พี่แจ็คสันพูดยังวนเวียนในหัวผมไปมาอย่างชัดเจน ‘บอกรัก ให้ของขวัญ แล้วจัดการ’

          ผมแสยะยิ้มใส่พี่มาร์คอย่างนึกสมเพชตัวเองแล้วหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาจากถุง ผมกำมันไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บที่มือ แต่ถึงจะเจ็บยังไงมันก็ไม่เท่าหัวใจผมที่ถูกเหยียบจนยับเยินของผมอยู่ดี ผมมองหน้าพี่มาร์คสักพักแล้วปาสร้อยเส้นนั้นคืนใส่หน้าเจ้าของมัน

          “ไม่มีทาง! ผมไม่มีทางรับรักพี่จำเอาไว้” ผมพูดได้เท่านั้นเพราะน้ำตาผมไหลลงมาแล้ว แม้ว่าผมจะพยายามกั้นมันเอาไว้แล้วก็ตามแต่ก็ยังมาปล่อยโฮต่อหน้าเขาจนได้

          พี่มาร์คดูจะช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย แหงล่ะก็เค้ามั่นใจเหลือเกินนิว่าผมรักเขา แม้ว่าความจริงเขาจะคิดถูกแต่ผมจะให้เขารู้ไม่ได้ 

          ผมปาดน้ำตาทิ้งแล้วหันหลังเดินเข้ามาในห้อง ผมได้แต่นอนร้องไห้จนปวดหัวคนเดียว รักแรก รักเดียวของผมจบลงแล้ว จบลงแบบเละเทะไม่เป็นท่า จดหมายรักที่ผมเตรียมมาก็ไม่แม้แต่จะมีใครได้อ่าน ครั้งแรกของการได้สัมผัสกับความรู้สึกแอบรัก และอกหักมันทำเอาผมแทบตาย นี่ใช่ไหมความรู้สึกเหมือนโลกกำลังจะพังทลายมันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง

          เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ผมกับพี่มาร์คเข้าหน้ากันไม่ติดอยู่หลายสัปดาห์ ผมได้ยินแม่เขามาบ่นอุบอิบกับแม่ผมว่าเขาเอาแต่กินเหล้า แล้วขังตัวเองอยู่ในห้อง ยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่ได้ยินผมใจอ่อนลงไปเกือบครึ่งจนในที่สุดตัวเองก็เป็นฝ่ายมาหาเขาที่บ้านเอง

          เมื่อผมเข้ามาในห้องพี่มาร์คผมตกใจไม่น้อยเลยที่เห็นสภาพของเขา พี่มาร์คนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้าง ก้นบุหรี่ กระป๋องเบียร์ หรือแม้กระทั่งขวดเหล้าวางเกลื่อนอยู่เต็มพื้นห้องจนแทบไม่มีทางเดิน ผมค่อยๆเดินเข้าไปหาร่างหนาที่แสนจะคิดถึง

          พี่มาร์คปรือตาขึ้นมองหน้าผม เขาส่งยิ้มจางๆ มาให้แล้วเอื้อมมือขึ้นมาแตะที่แก้มผมอย่างแผ่วเบา “แบมแบม…” 

          น้ำตาผมหยดแหมะลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ก็ผมรักเขานิ เห็นสภาพเขาเป็นแบบนี้เพราะผมทำไมผมจะไม่เจ็บปวด 

          “พี่มาร์ค..ผมขอโทษ”

           “แบมแบม..พี่ชอบนายจริงๆ นะ” ฝามือหนาลูบไปตามใบหน้าและข้างแก้มของผมเล่นเอาหัวใจผมบีบแน่นจนเจ็บร้าวไปหมด 

          “ผมขอโทษนะ..ผมรับรักพี่ไม่ได้” ผมเอ่ยออกมาทั้งน้ำตาแล้วจูบลงที่หน้าผากเขาเบาๆ เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ที่ผมจะได้ทำอะไรแบบนี้

          ผมกะจะลุกแล้วออกไป ผมตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะไม่มีทางรับรักพี่มาร์ค เพราะผมไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว นี้ขนาดแค่ปฏิเสธเขาก็เล่นเอาผมเจ็บเจียนตาย ถ้าถูกเขาเขี่ยทิ้งในวันที่เขาได้ผมคงได้สัมผัสคำว่า ‘ตาย’ ของจริง แต่ก่อนที่ผมจะได้ทำแบบนั้นพี่มาร์คคว้าข้อมือผมไว้แล้วจ้องหน้าผมอย่างจริงจัง

          “พี่จะไม่ยอมแพ้ พี่จะทำให้นายรักพี่ให้ได้”


@ปัจจุบัน

          ตลอดห้าปีที่พี่มาร์คตามจีบผม บอกรักผม ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดเวลาที่ปฏิเสธเขากลับ เขาอาจคิดว่าผมเย็นชา ไร้หัวใจ แต่จริงๆ แล้วผมร้องไห้ทุกครั้งที่เค้าบอกว่าจะไม่ยอมแพ้ มันเหมือนเป็นการตอกย้ำว่าผมจะไม่มีทางหนีรอดไปจากวังวนแห่งนี้ได้เลย 

          ที่ผ่านมาผมไม่ได้รับรักพี่มาร์คก็จริง แต่ผมก็ไม่ได้รับรักใครเลย แม้จะมีคนวนเวียนเข้ามาจีบผมบ้าง เหตุผลมีแค่อย่างเดียวคือ เพราะผมไม่เคยเลิกรักพี่มาร์คได้ ทุกๆ ปีใหม่ ผมจะได้สร้อยจี้ปลาโลมาจากพี่มาร์คเป็นของขวัญ ซึ้งผมก็พอจะรู้ว่าความหมายของมันคือการรอคอย ผมรู้ว่าพี่มาร์ครอผมและเขารอได้เก่งมาก รอมาห้าปีไม่รู้รอเพราะชิน หรือเพราะเขายังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

          “แบมแบม..วันนี้นายจะไปดูหนังกับฉันไหม” ยูคยอมที่ยืนพิงชั้นหนังสือถามผมในขณะที่ผมเองกำลังไล่สายตาไปยังหนังสือที่เรียงรายกันอยู่ในชั้น ตอนนี้เรากำลังอยู่ในห้องสมุด

          “วันนี้ฉันต้องไปทำงาน” ผมตอบแล้วหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายที่หาเจอพอดีวางใส่มือยูคนอมที่กำลังอุ้มหนังสือเล่มหนาให้ผมอีกห้าเล่ม

          “ที่คลับนั้นนะหรอ?”

          “อือ” ผมพยักหน้ารับแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อที่จะตั้งอกตั้งใจทำงานที่ค้างให้เสร็จ ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงก่อนสอบผมอยากทำงานให้เสร็จเป็นชิ้นๆ ไป ไม่อยากเอาไว้กองไว้ทำช่วงจะสอบทีเดียวเพราะกลัวเสร็จไม่ทัน ผมไม่ได้หัวดีเท่าไหร่จึงต้องขยันหน่อย

          “นายจะว่าอะไรไหมถ้าฉันอยากจะไปส่ง และไปรับนายด้วย ไปเฝ้าเลยดีกว่า” ยูคยอมที่กลับมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับผมจ้องหน้าแล้วส่งยิ้มจนตาปิดมาให้

          ผมหลุดขำหึออกมาเพราะคำพูดที่แสนตรงของเขา

          “แล้วแต่นายสิ” ผมพยักหน้าไปแบบส่งๆ ทั้งที่ในใจก็คิดไปถึงใครอีกคนที่มักจะมาเฝ้าผมทำงานเสมอ ถึงเขาจะไม่ได้ขอมาตรงๆ เหมือนยูคยอมแต่เด็กอนุบาลก็ยังดูออกว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่ได้ ‘บังเอิญ’


          วันนี้ผมก็ทำงานเชียร์เหล้าและบริการแขกที่ซื้อเวลาผมเหมือนปกติ จะไม่ปกติหน่อยก็ตรงที่มีสายตาที่กำลังจับจ้องผมอยู่ถึงสองคู่ เพราะมันมีทั้งของพี่มาร์คที่มาเฝ้าผมแบบนี้ประจำ และยูคยอมที่ที่มานั่งสั่งเหล้าแพงๆ กินคนเดียวจนถึงเวลาเลิกงาน ผมพยากรเอาไว้ได้เลยว่าพี่มาร์คต้องขับรถมาจอดหน้าผมเพื่อชวนผมกลับบ้านเหมือนทุกที

          ปริ้น ๆๆ 

          นั่นไง ...พูดยังไม่ทันจะขาดคำรถยุโรปคันสวยของพี่มาร์คก็มาจอดเรียกผมแบบที่เคยทำประจำแล้ว

          “แบมแบม...กำลังจะกลับบ้านหรอ พี่ก็กำลังจะกลับเหมือนกัน กลับด้วยกันนะ” พี่มาร์คส่งยิ้มจนตาปิดมาให้ผม ทำให้ผมรู้สึกกระอักกระอวนใจที่ต้องปฏิเสธเขา

          “วันนี้ผมมีคนมารับแล้ว ไม่รบกวนนะครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนพี่มาร์คขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่คงไม่อยากถาม

          ปริ้น ๆๆ 

          เสียงแตร่รถของยูคยอมที่ดังเรียกทำให้ผมก้มหัวลาพี่มาร์คแล้วเดินไปที่รถยุโรปอีกยี่ห้อที่จอดถัดจากรถของพี่มาร์ค  ผมไม่รู้ว่าพี่มาร์คทำหน้าแบบไหนเพราะไม่กล้าหันกลับไปมอง ผมกลัวว่าแววตาที่ผิดหวังของเขาจะทำให้ผมใจอ่อน ทั้งที่มันอ่อนอยู่แบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

          ผมนั่งมากับยูคยอมจนถึงบ้าน โดยที่เขาก็ชวนผมคุยไปเรื่อยตามประสา ยูคยอมแสดงออกอย่างซึ่งๆ หน้าว่าเขากำลังตามจีบผม และที่น่ากลัวคือผมเองก็คิดอยากจะลองเปิดใจให้เขาดูเหมือนกัน

          ห้าปีที่ผ่านมาผมเหมือนหนูที่ติดกับดักตัวเอง ไม่ใช่แค่พี่มาร์คที่ยึดติดตามผมไม่เลิก แต่ตัวผมเองก็ไม่คิดจะไปไหนเหมือนกัน ผมเหมือนคนที่เอาแต่หลอกตัวเองว่าไม่ได้คิดอะไรทั้งที่จริงแล้วผมมีทางไปมากมาย แต่กลับเลือกที่จะอยู่ อยู่ที่ที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวด

          “แบมแบม นายรู้ใช่ไหมว่าเราชอบนาย” ยูคยอมที่จอดรถสนิทแล้วหันมาถามผมที่กำลังจะปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อลงจากรถ

          “อืม” 

          “เราลองคบกันดูไหม” เขาบอกผมด้วยท่าทางที่ดุเขินอาย ผมตวัตสายตาขึ้นมองหน้ายูคยอมที่อายจนแก้มแดงไปจนถึงหู น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย เหมือนหมาตัวโตๆ กำลังอ้อนเจ้าของ

          “เรายังไม่แน่ใจเลยอ่ะ ขอเวลาหน่อยได้ไหม?” ผมตอบออกไปตามความจริง และที่บอกไม่แน่ใจไม่ใช่ว่าผมไม่แน่ใจในตัวยูคยอมหรอกนะ แต่ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรักใครได้อีกไหมนอกจากพี่มาร์ค 

          “นี่นายไม่ได้ปฏิเสธเราใช่ไหม” ยูคยอมจ้องเขามาในดวงตาของผมเหมือนเขากำลังค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ 

          ผมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าเบาๆ ผมไม่รู้ว่าการทำแบบนี้เป็นการให้ความหวังยูคยอมหรือเปล่า แต่ผมก็แค่อยากลองเปิดใจให้ใคร เผื่อว่าผมจะรักเขาได้ เพราะยังไงเรื่องของผมกับพี่มาร์คก็ไม่มีวันเป็นไปได้แล้ว 

          “เรารอได้” 

          “ขอบคุณนะ” ผมส่งยิ้มให้ยูคยอมบางๆ ซึ่งเขาเองก็ยิ้มตอบกลับผม 

          ผมสัมผัสได้ถึงมือที่ขยับมากุมมือผมไว้ เราจ้องหน้ากันอยู่แบบนั้นสักพักเหมือนมีแม่เหล็กดูดเราเข้าหากัน ผมก็ไม่ใช่เด็กๆ ที่ไม่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มา สายตาของยูคยอมที่จ้องผมมันสะกดจนผมไม่อาจละสายตาไปไหนได้ ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดอยู่บนหน้า ผมหลับตาลงเพราะรู้ว่าไม่นานอะไรจะเกิดขึ้น

          ~ปึกกก !!!

          “อ๊ะ!/เอ้ย!” ผมกับยูคยอมอุทานออกมาพร้อมกับเมื่อรู้สึกว่ารถถูกกระแทรกด้วยแรงที่ไม่เบาหนัก มันไม่ได้แรงจนมีใครบาดเจ็บ แต่ก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำไปเหมือนกัน

          เสียงเร่งเครื่องและประตูรั้วบ้านข้างๆ เปิดออกทำให้ผมรู้ว่าไอ้แรงกระแทรกเมื่อกี้มันมาจากพี่มาร์ค ผมรู้ว่าเขาจงใจขับรถชนรถของยูคยอมเพราะคงเห็นว่าพวกผมกำลังจะทำอะไร

          พี่มาร์คไม่คิดจะลงมาเครียหรือขอโทษอะไรทั้งนั้น ยูคยอมเองก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องบอกว่าไม่อยากเสียเวลา เวลาคนรวยขับรถชนกันมันดีอย่างนี้นี่เองไม่ต้องเสียเวลามานั่งเถียงกันเรื่องค่าซ่อมรถหรือค่าเสียหาย

          ผมบอกลายูคยอมแล้วเดินเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก บอกตรงๆ เลยว่าโกธรที่พี่มาร์คทำแบบนั้น ตอนแรกกะว่าจะบีนระเบียงไปคุยกับเค้าแต่ผมเห็นว่าห้องพี่มาร์คปิดไฟมืดสนิทไม่ยอมเปิดแม้แต่ผ้าม่านผมจึงถอดใจแล้วกลับมานอน

          เช้ามาผมเห็นพี่มาร์คยืนผิวปากรดน้ำต้นไม้อย่างอารมณ์ดีอยู่ที่หน้าบ้านเหมือนเมื่อวานไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ทั้งที่รอยชนยังอยู่ที่ไฟหน้ารถเขาแท้ๆ 

          “พี่มาร์ค!! เมื่อคืนพี่ไม่ควรทำอะไรแบบนั้นนะ” ผมเดินไปใกล้ๆ กำแพงบ้านที่กั้นระหว่างบ้านผมกับบ้านเขา

          “ทำอะไร” พี่มาร์คส่งยิ้มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มาให้ผม แล้วรดไม้ต้นไม้ต่อ 

          “อย่ามาแกล้งลืม รอยยังอยู่ที่รถพี่อยู่เลย” ผมพยัดเพยิดหน้าไปที่รถที่มาร์คที่ทิ้งหลักฐานเอาไว้อย่างชัดเจน

          พี่มาร์คทำท่าขมวดคิ้วเหมือนกำลังนึกคิด “อืมมมม พี่จำไม่ได้อ่ะ เมื่อคืนพี่เมา” เขายังแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วยังเดินหนีผมอีก ไอ้ผมก็ขี้เกียจตามไปเอาเรื่องจึงเป็นฝ่ายยอมแพ้แล้วจบเรื่องนี้ไปเอง

          เกือบสองเดือนพี่มาร์คกับยูคยอมยังคงมาเฝ้าผมที่ทำงานแม้ว่าผมจะกลับกับยูคยอมทุกครั้งพี่มาร์คก็ยังมาเฝ้าไม่เลิก ไม่ว่าผมจะใจร้ายกับเขาแค่ไหน พี่มาร์คยังคงเป็นพี่มาร์คคนเดิม เขาไม่เคยยอมแพ้แม้ผมจะเอาแต่เดินหนี แต่ถึงยังไงผมก็จะไม่มีวันคบกับเขาได้แล้ว ผมทำใจไม่ได้แน่ๆ ถ้าวันหนึ่งพี่มาร์คบอกเลิกผม ส่วนยูคยอมเองก็รุกจีบผมหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งไปรับไปส่งผมที่ทำงาน พาไปกินข้าว ดูหนัง แม้ว่าพี่มาร์คเองก็ยังตามผมไปทุกทีเหมือนเคย แต่พอผมบอกว่าผมจะไปกับยูคยอมเขาก็ไม่ได้ห้าม หรือเซ้าซี้แค่เดินคอตกทำท่าเป็นนกป่วยกลับไปก็เท่านั้น



          หนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน และมีหนึ่งวันที่ผมเกลียดที่สุดคือวันที่ 14 กุมภา ถึงวันนี้ทีไรผมเป็นอันต้องนอนร้องไห้จนป่วยหนักทุกปี เพราะพี่มาร์คยังไม่เลิกที่จะขอผมเป็นแฟน เค้ามักจะเอาดอกกุหลาบมาให้ผมที่ระเบียงและบอกรักผม โดยที่เขาไม่มีวันรู้เลยว่าเหตุการณ์นี้มันวนลูปซ้ำมาตอกย้ำความเจ็บปวดของผมมากแค่ไหน เขาไม่มีทางรู้หรอกว่าหลังจากที่ผมปฏิเสธเขาไป การที่ผมต้องกลับมานอนร้องไห้คนเดียวมันทรมานมากเพียงใด

          แต่ปีนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เมื่อวาเลนไทน์เดย์ของผมมันจะไม่เหมือนปีก่อนๆ อีกแล้ว 

          ~ ตี๊ ดิ้ง ผมหยิบโทรศัพท์ที่เตียงขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นยูคยอมที่ส่งข้อความมาบอกว่าให้ผมเดินออกไปหาเขาที่หน้าบ้าน 

          ผมวางโทรศัพท์เอาไว้ที่เตียงตามเดิมแล้ววิ่งไปเปิดประตูระเบียงออกมาดูเห็นยูคยอมยืนโบกมือให้ที่หน้าประตูรั้วบ้านจริงๆ ในมือเขามีกุหลาบช่อโตที่แม้ว่าผมจะมองจากระเบียงบ้านชั้นสองยังเห็นมันได้อย่างชัดเจน

          ไม่ถึงห้านาทีที่ผมวิ่งลงมาจากบ้าน ความรู้สึกที่ผมเป็นอยู่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมดีใจที่ยูคยอมเอาดอกไม้มาให้เพราะวันนี้ทั้งวันผมไม่ได้เจอเขาเลย จนผมคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้เตรียมอะไรให้ผมหรอก อีกย่างเราก็ยังไม่ได้ตกลงคบกับจริงๆ หรือว่าบางทีความปราถนาของผมอาจจะเริ่มเป็นจริงแล้วก็ได้ ความปราถนาที่ผมอยากจะรักใครสักคนนอกจากพี่มาร์ค

          “แบมแบม..เราชอบนาย” จากวันนั้นที่เขาบอกชอบผม เขาก็ไม่ได้บอกผมอีกเลย เขาคงจะให้เวลาผมตามที่ผมของจริงๆ

          “เป็นแฟนกันมั้ย” 

          ผมอดที่จะยิ้มตามไปกับใบหน้าที่แดงเรื่อจนถึงหูของยูคยอมไม่ได้ เขาดูเป็นผู้ชายตัวใหญ่ก็จริงแต่ผมรู้ว่าเค้ามีนิสัยติดจะขี้อายเหมือนเด็กๆ น่ารักจนผมอย่างจะเอื้อมมือไปขยี้หัวทุยๆ นั้นเลย

          “ว่าไง Yes or No ?”

          ผมยิ้ม เอื้อมมือไปรับเอากุหลาบช่อโตแล้วพยักหน้าช้าๆ ยูคยอมดีใจจนอุ้มผมขาลอยวืดขึ้นจากพื้นแล้วหมุนไปรอบๆ เหมือนเรากำลังถ่ายเอ็มวีเพลงอะไรสักอย่าง ผมไม่รู้ว่าผมรักยูคยอมไปแล้วหรือยัง แต่ตลอดช่วงที่เขาจีบผม ผมมีความสุขอยู่ไม่น้อย และผมสัมผัสได้ว่ายูคยอมไม่ใช่คนไม่ดีอะไร จะไม่ผิดใช่ไหมถ้าผมอยากจะลองให้โอกาสกับเขาดู

          จังหวะที่ยูคยอมปล่อยผมให้ยืนด้วยตัวเอง ผมหันไปเห็นสายตาของใครอีกคนที่กำลังจ้องมองพวกเราอยู่ ผมไม่รู้ว่าเขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และนานแค่ไหนแล้ว แต่แววตาของเขาที่มองมามันเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายจนผมไม่แน่ใจว่าคนๆ หนึ่งจะแบกรับความรู้สึกทั้งหมดนั้นได้ยังไง

          “พี่มาร์ค” ผมเรียกชื่อเขาเบาวิว จนแทบจะไม่มีเสียงเลดลอดออกมาจากปากของผม

          และที่ผมเจ็บปวดที่สุดคือเขาไม่ได้เดินหนีหรือหลบไปแต่กลับเดินเข้ามาหาผม ผมที่มียูคยอมอยู่ข้างๆ

          พี่มาร์คส่งยิ้มให้ผมทั้งที่ดวงตาของเค้ามันแดงกล่ำจนใจผมกระตุก “Happy Valentine Day นะแบมแบม” 

          ผมมองดอกกุหลาบที่อยู่ในมือพี่มาร์ค มันไม่ได้ใหญ่โตหรือถูกจัดอย่างสวยงามเหมือนของยูคยอม เป็นเพียงแค่ดอกไม้ดอกเดียวที่มีใบ และก้านที่กำลังจะหักคามือของคนที่เป็นเจ้าของ ผมเบิกตากว้างหัวใจหล่นวูบเมื่อเห็นเลือดสีสดหยดลงมาจากมือพี่มาร์คข้างที่กำดอกไม้เอาไว้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังถูกหนาบกุหลาบตำมือ

          พี่มาร์คแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง แล้วหายใจเข้าออกหนักๆเหมือนเข้ากำลังรวบรวมสติ ท่าทางที่เหมือนเขื่อนกำลังจะแตกของเขามันทำให้หัวใจผมหนักอึ้ง ผมรู้ว่าพี่มาร์คกำลังอดทน 

          “ครั้งที่ 499” พี่มาร์คเว้นจังหวะหายใจจนผมแอบกลั้นใจตาม “พี่รักนายแบมแบม...เป็นแฟนกับพี่ไหม”
      
         สิ้นคำพูดของพี่มาร์คกลับกลายเป็นผมที่เขื่อนพังซะเอง เขาทำแบบนี้ได้ยังไง เขายังยืนยิ้มให้ผมทั้งที่นำ้ตาเขากำลังจะไหล รอยยิ้มเศร้าๆ ของเขาเป็นเหมือนมือที่เอื้อมมากระชากหัวใจผมแรงๆ น้ำตาผมไหลลงมาอาบแก้ม ทั้งๆ ที่คิดว่าวาเลนไทน์ปีนี้จะไม่ต้องร้องไห้เพราะพี่มาร์คแล้วแท้ๆ ยูคยอมเองก็จับมือผมไปกุมไว้แล้วบีบเบาๆ เพื่อเรียกสติให้ผม 

          ใช่...ผมมียูคยอมแล้ว ผมเพิ่งจะตกลงเป็นแฟนกับเขาไปเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง ผมบอกตัวเองวนไปมาซ้ำๆ ว่าผมมียูคยอมแล้ว 

          พี่มาร์คยังคงไม่ยอมแพ้เขายืนยิ้มจ้องหน้าผมรอคำตอบอย่างมีความหวัง แม้ว่าแววตาของเค้าจะสั่นไหวเหมือนเตรียมพร้อมรับความผิดหวังและเจ็บปวดอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม

          ผมไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่ส่ายหน้าให้เขาทั้งน้ำตาแทนคำตอบ ซึ่งอย่างที่คิดไว้น้ำตาพี่มาร์คไหลลงมามากมายแม้จะไม่มีเสียงสะอื้น ผมรู้ว่ามันเป็นการร้องไห้ที่เจ็บปวดและทรมานที่สุด 

          “เข้าใจแล้ว” พี่มาร์คพยักหน้าเบาๆ เขายิ้มให้ผมทั้งน้ำตาแล้วหันหลังเดินกลับไปทางบ้านของตัวเอง 

          ผมยืนมองแผ่นหลังกว้างที่ห่อลงจนผมเกือบจะวิ่งไปหาถ้าไม่ติดว่ามีมือใครอีกคนกำลังกุมมือผมอยู่ พี่มาร์คค่อยๆ ปล่อยกุหลาบดอกนั้นให้ล่วงลงพื้น เขาไม่ได้โยนทิ้งแต่แค่เลิกกำ เหมือนเค้าจะสื่อให้ผมรู้เป็นนัยๆ ว่าจากนี้ไปเขากำลังจะปล่อยมือจากผมแล้วจริงๆ



          หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอพี่มาร์คอีกเลย ทั้งๆ ที่บ้านเราอยู่ติดกัน และเขาเองก็ไม่ได้ไปไหน พี่มาร์คยังคงอยู่ที่บ้าน แต่เขาไม่ออกมาที่ระเบียงห้อง ไม่ออกมาสูบบุหรี่หรือนั่งกินเหล้าเหมือนที่เคยทำ ผมจะได้ยินเพียงแค่เสียงรถและเสียงเปิดปิดประตูเท่านั้นที่เป็นเครื่องหมายยืนยันว่าเขาไม่ได้หายไปไหน 

          พี่มาร์คไม่มาเฝ้าผมที่ทำงาน ไม่เฝ้าที่มหาลัย เขาหลบหน้าผมและหายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตน หลายต่อหลายครั้งที่ผมปีนระเบียงไปที่ห้องเขาแต่เขาก็ไม่เคยออกมา  พี่มาร์คไม่ได้เปิดม่านห้องนอนด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยเห็นอะไรในห้องนอนนั้นอีกเลย

          ผมก็ยังคงเป็นผมใช้ชีวิตนักศึกษาไปในแบบของผม โดยที่มียูคยอมเป็นแฟน แต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยมาเฝ้าผมแล้ว บางครั้งก็ไม่ว่างมารับมาส่ง ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากมาก็มาไม่อยากมาก็ตามใจ จนวันนี้ที่ผมนั่งแท็กซี่กลับมาที่บ้านเห็นโคโค่หมาน้อยที่พี่มาร์คเลี้ยงไว้กำลังวิ่งเล่นอยู่ที่สนาม

          “โคโค่!!” ผมเรียกเบาๆ เจ้าหมาแสนรู้ขนปุยสีขาวก็วิ่งหางตั้งมาหาผมที่บ้าน ที่กำแพงมันจะมีช่องเล็กที่พอดีตัวโคโค่ลอดมาได้ มันมักจะใช้ทางนั้นมาหาผมที่บ้านเสมอ

          ผมนั่งเล่นกับโคโค่สักพักก็ได้ยินเสียงรถและเสียงเปิดประตูรั้ว ร่างโปร่งสูงของใครบางคนที่ผมไม่ได้เจอมาเกือบสามเดือนเดินลงจากรถด้วยชุดนักศึกษา แสดงว่าพี่มาร์คเพิ่งกลับจากมหาลัย

          “พี่มาร์ค!!” ผมตะโกนเรียกด้วยเสียงที่ไม่เบานัก ทำให้พี่มาร์คชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าบ้านแต่ก็ไม่ยอมหันมามองหน้าผม ที่หน้าแปลกคือเป็นผมเองที่เจ็บจี๊ดขึ้นมาเพียงแค่ได้เห็นเสียวหน้าของคนที่ผมเอาแต่ปฏิเสธมาตลอดหลายปี

          “เอ่อ..โคโค่มันมาที่บ้านผมอีกแล้วอ่ะ พี่มารับไปสิ” ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ กำแพงตรงจุดที่ผมเคยส่งโคโค่คืนให้พี่มาร์คประจำ 

          หัวใจผมเหมือนถูกค้อนทุบหนักๆ เมื่อพี่มาร์คเดินเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจทั้งผมและหมาน้อยที่ถูกเจ้าของทิ้ง แต่พอผมวางมันลงมันก็วิ่งหางตั้งกลับไปทางที่มันมาได้ เหลือเพียงผมนี่แหละที่รู้สึกชาวาบไปทั้งตัวไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย 


          แม้ว่าผมจะหงุดหงิดกับการหายตัวไปของพี่มาร์คแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยังคงใช้ชีวิตในแบบของผมไปก็ตัวเองเป็นคนเลือกเองก็ต้องยอมรับผลของมัน เอาจริงๆ วันนั้นผมแอบหวังเล็กๆ ว่าพี่มาร์คจะมาบอกผมว่า ‘พี่จะไม่ยอมแพ้’ เหมือนทุกครั้งไม่ใช่หายไปแบบนี้ แต่ยังถือว่าพระเจ้ายังเมตตาผมอยู่บ้าง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาค หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมจึงใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ ไม่มีเวลามาฟุ้งซ่านเรื่องอื่น


          จนวันสอบวันสุดท้ายผมเจอพี่แจ็คสันที่กำลังเดินลงมาจากตึก จึงเดินเข้าไปทักทายตามประสาคนรู้จักกัน

          “อ้าวแบมแบม!” พี่แจ็คสันเองก็ดูดีใจที่ได้เจอผม

          “หวัดดีฮ่ะ” ผมส่งยิ้มทักทายเขาเพราะไม่รู้จะทักอะไรต่อ รู้แต่ว่าอยากคุยกับเขา แต่ผมไม่ได้อยากถามถึงพี่มาร์คนะ แค่อยากทักทายพี่แจ็คสันเฉยๆ

          “เป็นอะไรคิ้วยุ่งเชียว เครียดเรื่องสอบหรอ” พี่แจ็คสันเลิกคิ้วถามผม

          “นิดหน่อยครับ แล้วพี่เป็นไงบ้างครับ ต้องต่ออีกสักปีไหม” ผมแกล้งแหย่เขาเล่นไปตามประสา 

          “โหดูถูก ถึงพี่จะไม่ได้จบเกรดสวยหรูจนมีบริษัทยักษ์ใหญ่มาทาบทามไปทำงานเหมือนไอ้มาร์ค แต่พี่ก็จบนะครับผม!” พี่แจ็คสันกอดอกตอบอย่างภูมิอกภูมิใจ ผมแอบยิ้มตามที่พี่แจ็คสันพูดเพราะรู้ดีว่าพี่มาร์คเรียนเก่งจนหน้าหมั่นใส้แค่ไหน ตั้งแต่เด็กจนโตผมจบสายวิทย์มาได้ก็เพราะพี่มาร์คที่ช่วยติว

           “แล้วนี่แบมจะไปไหน ไปหาอะไรกินกันก่อนไหมพี่เลี้ยงเอง” พี่แจ็คสันเอ่ยชวนขึ้น ผมเองที่ไม่รู้จะไปไหนก็เลยตกลงไปตามคำชวน

          เรามานั่งกินไอติมกันที่ร้านแห่งหนึ่งในห้างแถวๆ มหาลัย ผมกับพี่แจ็คสันก็พูดคุยกันไปเรื่อยตามประสาคนที่รู้จักกันมานาน

          “จะจบแล้วก็ใจหายเหมือนกันนะ เหมือนเพิ่งเข้ามาปีหนึ่งเมื่อวานเอง” พี่แจ็คสันพูดแล้วตักไอศกรีมรสชาเขียวของตัวเองเข้าปาก

          “จบแล้วดีจะตาย ผมเนี่ยสิเพิ่งจะปีหนึ่งเล่นเอาหัวแทบระเบิด” ผมว่าอย่างเซ็งๆ แล้วหยิบลูกเชอร์รี่สีแดงเข้าปาก “ว่าแต่พี่จบแล้วจะทำงานเลยป่ะ?”

          “โอ้ยยยไม่ไฟแรงขนาดนั้น ปล่อยให้ไอ้มาร์คมันร้อนวิชาไปคนเดียวเถอะ พี่ขออยู่บ้านเกาะม๊ากินไปอีกสักปีก่อน ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่อาจจะไปช่วยป๊าพี่ที่บริษัทแหละ”

          “อ่อ” ผมเม้มปากจนเป็นเส้นตรงพยักหน้ารับรู้ “เอ่อ...พี่บอกว่ามีบริษัทมาทาบทามพี่มาร์คไปทำงานหรอครับ” ผมก็ไม่ได้อยากรู้อะไร แค่สงสัยเฉยๆ ก็คนบ้านข้างกันต้องไถ่ถามความเป็นมาเป็นไปเป็นธรรมดา

          “อือ” พี่แจ็คสันเอาช้อนขึ้นมากัดเล่น “เห็นว่าเป็นบริษัทออกแบบและสร้างบ้านอันดับต้นๆ ของอเมริกาเลยนะ เขามาสัมภาษณ์มันตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แม่งก็เล่นตัวไม่ตอบรับเขาสักที”

          ผมไม่รู้ตัวเองตั้งใจฟังมาเกินไปหรือป่าว จนพี่แจ็คสันแอบตักกล้วยในถ้วยไอติมผมไปยังแทบจะไม่รู้ตัว

          “ถ้าจำไม่ผิดหน้าจะช่วงก่อนหน้านี้สักสองสามเดือนมั่งที่มันคอนเฟิร์มตอบตกลงเขาไป อ้อ..ใช่! ช่วงวาเลนไทน์. เห็นแม่งบอกว่าอยากให้ของขวัญกับตัวเอง” พี่แจ็คสันเล่าไปขโมยกินกล้วยหอมผมไป

          แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วว่ากล้วยผมมันกำลังจะหมด ที่ผมอยากรู้คือที่พี่แจ็คสันบอกว่าบริษัทอันดับต้นๆ ของอเมริกาไม่ได้หมายความว่าเขาต้องไปทำที่นั้นใช่ไหม เขาอาจจะมีบริษัทลูกที่นี้หรือป่าว

          “เฮ้ยยยย พูดแล้วก็ใจหายว่ะ จากนี้พี่อาจจะไปช่วยงานพ่อที่ฮ่องกง ไอ้มาร์คไปเมกา ไอ้เจบีอยู่ที่นี่จะมาหากันทีคงลำบากคิดถึงพวกแม่งแย่เลย”

          ผมยังไม่ได้ถามอะไรพี่แจ็คสันก็เฉลยให้ผมซะแล้ว เหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดของผมมันหายไป ผมแทบไม่รับรู้รสชาติของไอศกรีมที่ตักเข้าปากอีกแล้ว ถึงผมจะไม่รู้ว่าที่ผมเป็นมันเรียกว่าอะไร แต่ที่รู้แน่ๆ คือผมกำลังเจ็บปวดที่หัวใจเหมือนมีใครยื่นมือมาบีบแรงๆ พี่มาร์คจะไปอเมริกาแล้วไม่คิดจะบอกผมสักคำเลยหรอ 

          “พี่แจ็คสัน..พี่มาร์คเขาจะไปวันไหน”

          “พรุ่งนี้”

          สิ้นเสียงคำบอกนั้นผมแทบจะลุกขึ้นแล้วพุ่งตรงกลับบ้าน ถ้าไม่ติดว่าคนที่มากับผมเรียกไว้ก่อน

          “ปล่อยมันไปเถอะแบมแบม..” 

          ผมที่ลุกขึ้นยืนเรียบร้อยแล้วมองดูหน้าพี่แจ็คสันที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนอารมณ์พูดกับผมแบบจริงจังจนผมอ่านแววตาของเขาไม่ออก และคำพูดของเขาที่บอกผมในประโยคต่อมาเล่นเอาผมจุกจนเข่าอ่อนทรุดลงกับเก้าอี้แทบจะทันที

          “พี่พูดตรงๆ นะ พี่ไม่เคยได้ยินคำว่า ‘ยอมแพ้’ จากใครแล้วรู้สึกดีเท่าได้ยินจากปากไอ้มาร์คเลยว่ะ”



















***ว่าด้วยเรื่องความนกของพี่มาร์คนั้นมันมีมากจนเอามาแต่งเป็นฟิคได้ประมาณสามร้อยเรื่องก็ไม่หมด(?) เอานกข้างบ้านมาลงก่อนนะจ๊ะ และจะมีมาอีกหลายนกเลย


*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2176 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 08:17
    เเบมเเบมเกินไปอ่ะลูก พี่เค้าต้องรอมาห้าปี ทั้งๆที่รักเค้าเเต่ก็ผลักไสเค้า เเบบนี้ดีที่สุดเเล้วมั้ง
    #2176
    0
  2. #2167 oohsebam12 (@oohsebam12) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 10:48
    สงสารอ่ะ ฮือ.........ม่ายไหวแล้วววววว
    #2167
    0
  3. #2091 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:51
    คือสาเหตุมาจากการเข้าใจผิด จนเป็นเรื่องใหญ่โต
    #2091
    0
  4. #2067 namtarn_zapp (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 12:55
    เป็น SF เรื่องแรกที่ร้องไห้เพราะสงสารมาร์ค ฮืออออออ
    #2067
    0
  5. #2064 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 12:44
    ห้าปีมันมากพอจะพิสูจน์ความจริงใจของมาร์คได้เลยนะ แต่แบมยังไม่เชื่ออีกเหรอ
    #2064
    0
  6. #2043 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 02:04
    บีบใจมากเลย สงสารมาร์ค สงสารน้องงแบมด้วย
    #2043
    0
  7. #2018 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:58
    จริง ปล่อยเค้าไปเถอะ ตัวเองเลือกเองหนิ
    #2018
    0
  8. #1996 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:43
    ขอบคุณแจ็คสันที่พูดคำนั้นแทนใจเราเลย
    #1996
    0
  9. #1970 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 16:34
    น้ำตาไหลเลย สงสารมาร์คสุดใจ แบมเหตุผลของหนูบางทีมันก็นะ 5 ปีที่ผ่านมาพิสูนจ์แล้ว ยังไม่เห็นอีกหรอ ที่อย่างที่แจ็คพูดมาร์คก็ไม่ได้บอกว่าจะทำ น้องกลัวเกินไป พอแจ็คบอกว่ามาร์คยอมแพ้แล้วรู้สึกดีก็คงจะเป็นแบบนั้น มาร์คทรมานมานานเกินไปแล้ว
    #1970
    0
  10. #1953 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 21:10
    อ่านแล้วแบบแบมพี่มาร์คมันผิดอะไรวะ แบบ5ปีอ่ะแม่งเป็นเรานี่โคตรพังพังมากๆอ่ะ อ่านแล้วแบบจะให้ใครมาสงสารแบมวะ คือแบบ499ครั้งอ่ะแม่งสุดๆอ่ะ อ่านแล้วยังเจ็บเลยมันมีหวังมาตลอด เจ็บอาะอินมากอ่ะ
    #1953
    0
  11. #1944 _MYYBB (@mellow-aa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 17:47
    อยากบอกแบมมากว่ามันเป็นเหตุผลที่งี่เง่ามากลูก การกลัวอะไรที่มันยังไม่เกิดแล้วไปตัดสินใจในตอนนั้นยอมรับว่าเออ มันก็คิดได้อะ แต่เวลาห้าปี มันไม่ใช่น้อยๆนะ กับการที่คนๆนึงตามรักคนอีกคนนึงเพียงเพราะอยากทำอะไรแบบนั้นอะ แบมไม่สัมผัสเลยเหรอ ถ้ามาคิดได้ตอนนี้มันก็สายไปแล้วเนอะลูก ก็เลือกเองนี่
    อยากบอกว่าตอนมาร์คยื่นดอกกุหลาบครั้งสุดท้ายให้แบมนี่บีบหัวใจมากเลยค่ะ ฮืออออ
    #1944
    0
  12. #1896 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 15:38
    เราก็ด้วยแจ็คสัน เจ็บปวดไปกับมาร์คมากที่แบมทำแบบนี้
    #1896
    0
  13. #1840 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:37
    เจ็บปวด//จะร้องไห้
    #1840
    0
  14. #1827 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 11:43
    เจ็บตามมัคคึเลยอ่ะ
    #1827
    0
  15. #1696 wan62063 (@wan62063) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 17:34
    เห้ยแกรรคนที่เจ็บสุคือยูคนะ
    #1696
    0
  16. #1658 J'DAII (@sasukeandsakura) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 00:09
    ร้องไห้เลยอ่ะ ฮืออ ;-; ตอนมาร์คสารภาพนี่น้ำตาแตกเลย ;-;
    #1658
    0
  17. #1635 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:47
    นี่หน่วงจริงจังมากอะ แอบน้ำตาซึมกับเรื่องนี่ตั้งแต่ตอนแรกเลย T T.
    #1635
    0
  18. #1557 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 21:07
    ความกลัวของแบมกับห้าปีของมาร์ค เราเลือกข้างไม่ถูก แต่แบมทำผิดกับยูคยอมนะ
    #1557
    0
  19. #1529 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:17
    เหตุผลแบมฟัฃไม่ขึ้นเลยอะ รุ้สึกสะใจ ที่มาร์คไม่สนใจแบม แบมจะมาวนใจมาคทำไม ไปอยุ่กับแฟนแกสิไป

    #1529
    0
  20. #1469 ans (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:08
    แบมแบม ถ้าหนูไม่เปิดใจ หนูก็ไม่รู้ว่าพี่มันจะฟันแล้วทิ้งจริงๆรึเปล่า แต่ถ้าปล่อยพี่ไปมันก็อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้นะ 5ปี คาราคาซังนานไปนะบางที เจ็บพอรึยัง
    #1469
    0
  21. #1460 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 21:01
    แบมได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้หมายความว่ามาร์คต้องทำแบบนั้นนิ ตัดสินมาร์คทั้งที่มาร์คยังไม่ได้ทำอะไรเลยแบบนี้โครตสงสารมาร์คเลย
    #1460
    0
  22. #1410 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 19:49
    น้องสนใจแล้วก็สนใจน้องบ้างสิ้้้
    #1410
    0
  23. #1373 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 10:24
    TT^ TT พี่มาร์คจะไปแล้วจริงๆเหรอ
    #1373
    0
  24. #1371 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 07:39
    ร้องไห้เลยฮืออออออ
    #1371
    0
  25. #1368 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 06:26
    นี้อ่านบนรถแล้วจะร้องไห้ต้องฮึบไว้
    #1368
    0