MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 2 : SF ::: มาร์คลูกติด #1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    20 ก.ค. 59



#มาร์คลูคติด 1



@หน้าโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย

          “นายจะเอายังไง...ตอบมาเร็วๆ ก่อนที่ปันปันจะมีหวังไปมากกว่านี้ ฉันไม่อยากให้เค้าผิดหวัง” ดวงตาคมที่ไม่ว่าผมจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยอ่านออกว่าเจ้าของมันคิดอะไรอยู่กับลังจับจ้องผมอย่างคาดคันเพื่อรอคำตอบ

         ผมขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดแล้วจ้องหน้าไอ้พี่รหัสสลับกับเด็กน้อยที่จับสายเสื้อของผมเอาไว้แน่น ถ้าผมยังนิ่งไม่ยอมพูดอะไรหรือถ้าปฏิเสธออกไปในอีกไม่กี่นาทีนี้ได้มีแบะแน่ เพราะดวงตาน้อยๆ เริ่มปริ่มน้ำออกมาแล้ว

          เอาไงดีไอ้แบมคิดสิคิด...ทำไมชีวิตมึงเฮงซวยแบบนี้ว่ะ…เฮงซวยยังไงหรอครับ อย่าให้เล่าเลยมันยาวแต่ถ้าอยากรู้ผมจะเกริ่นเบาๆก่อนละกัน

          เรื่องมันเริ่มตอนที่ผมเก็บกระเป๋าบอกลาครอบครัวดั้นด้นมาเรียนที่เกาหลีดินแดนกิมจิอร่อย เพราะอะไรถึงเรียกว่าดั้นด้น เพราะไม่มีใครในบ้านเห็นด้วยกับความคิดนี้นะสิ แต่ด้วยความที่เป็นติ่งแทยอน  SNSD และมีความปรื้มปริ่มในประเทศแห่งความโรแมนติกนี้เป็นพิเศษจึงหัวรั้นกระเสือกกระส้นมาจนได้ โดยยอมรับข้อตกลงของม๊าอย่างไม่คิดให้รอบคอบก่อน ม๊าจะจ่ายค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเท่ากับจำนวนที่ต้องจ่ายให้ที่ไทย ด้วยความที่ไม่เคยมาเกาหลีมาก่อนจึงตบปากรับคำ กระโดดโลดเต้นด้วยความคิดที่ว่าม๊าผมใจดีที่สุดในโลกเล๊ย>_<

          และแล้วความฝันที่จะไปดินเนอร์ที่ตึก 63 ตอนเลิกเรียน ไปเดินเล่นถิ่นวัยรุ่นจิตใจว้าวุ่นที่เมียงดงก็ล่มสลายเพราะความจริงที่โหดร้ายคือค่าครองชีพที่เกาหลีแพงแทบกระอั่ก พี่แบงค์หัวเราะผมจนท้องแข็งตอนที่ผมโทรกลับบ้านแล้วบอกว่าต้องจ่ายค่าข้าวคาบละไม่ต่ำกว่าห้าร้อยบาทไทย ค่าขนมที่แม่ให้ผมใช้จ่ายที่ไทยได้แบบสบายๆ ที่นี้ผมกลายเป็นคนจนที่ไม่กล้าแม้แต่จะซื้อกาแฟแบรนด์ดังมาถือเดินไปเดินมา ด้วยซ้ำ

          ม๊าบอกว่าเปลี่ยนใจโอนย้ายกลับไปเรียนที่ไทยได้นะ เพราะค่าเทอมที่มหาลัยที่ผมเรียนสามารถเอากลับไปจ่ายมหาลัยเอกชนดังๆของไทยได้แบบสบายๆ เลย บ้านผมไม่ได้จนถึงขนาดให้ลูกอดๆ อยากๆ แต่ม๊าอาจจะอยากสอนผมว่าเด็กที่ดื้อ และไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่จุดจบจะเป็นแบบไหน

          แต่อย่าคิดว่าผมจะยอมแพ้แล้วเก็บกระเป๋าอำลาดินแดนกิมจินี้กลับไทยนะครับ บอกแล้วไงว่าผมมันดื้อ ในเมื่อเงินที่ม๊าให้มันไม่พอก็ต้องหาทางออกทางอื่น ผมแชร์หออยู่กับเพื่อนที่เพิ่งจะรู้จักกันตอนเปิดเรียนใหม่ๆ เพราะหวังจะลดค่าใช้จ่าย และทำงานพิเศษในวันหยุดและหลังเลิกเรียน จนตอนนี้ผมก็ใช้ชีวิตในประเทศแห่งความฝันนี้มาจนผ่านมาได้หนึ่งเทอม เอาสิ!! ถ้าชีวิตจะเหมือนซาอึนซังใน the heirs ขนาดนี้ ผมก็จะสู้ให้ถึงที่สุด ว่าแต่เมื่อไหร่จะส่งคิมมาสักทีละ รอนานแล้วนะ!!

          “เอาเงินไปจ่ายค่าเทอมมาหรือยัง? วันนี้ดิวเดทแล้วนะ” ผมถามยูจิเพื่อนที่ผมแชร์ห้องอยู่ด้วยหลังจากที่เพิ่งกลับมาถึงห้องแล้วเตรียมเปลี่ยนชุดเพื่อไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อแถวๆ หอ

          ยูจิเป็นคนญี่ปุ่น ด้วยความที่เราเป็นคนต่างชาติเหมือนกัน เพียงแค่สบตาเราจึงเข้าใจกันและกันว่าการใช้ชีวิตในบ้านเมืองอื่นที่ไม่ใช่บ้านเกิดมันลำบากขนาดไหน เราเรียนคณะเดียวกันแต่คนละเอก เรารู้จักกันตอนที่รับน้องคณะใช้เวลาทำความรู้จักกันแค่เดือนเดียวก็ตกลงแชร์ห้อง ในชีวิตผมไม่เคยได้มีเวลาให้คิดหรือตัดสินใจอะไรมากนักหรอกไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม (รวมถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย) 

          ยูจิพยักหน้าแล้วเดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ ไม่ยอมหันมาสบตาผม ถึงจะรู้สึกว่าเค้าดูแปลกๆ แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรและกลัวว่าจะไปทำงานสายด้วย ผมจึงหยิบกระเป๋าใบเดิมที่เพิ่งวางลงขึ้นสพายหลังจากเปลี่ยนชุดพร้อมทำงาน แล้วเดินออกจากห้อง

          ผมก็ทำงานเหมือนทุกๆ วัน ทำความสะอาดร้าน คิดเงิน จัดของ สี่ชั่วโมงผ่านไปโดยที่ผมยังไม่ทันได้มองเวลา การทำงานพาร์ทไทม์ที่นี้เหนื่อยมากผมนึกว่าผมจะตายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ผมถึงกับป่วยเพราะร่างกายไม่เคยทำงานหนัก แต่ผมก็ผ่านมันมาได้ จนตอนนี้ผมเริ่มชินแล้วเมื่อเลิกงานผมก็กลับมานอนที่ห้องเพราะพรุ่งนี้ต้องไปเรียนต่อ ชีวิตผมสี่ห้าเดือนที่ผ่านมาดูจะวนเวียนอยู่แค่นี้ เรียน ทำงาน นอน 

          เชื่อไหมครับผมผ่านการรับน้องมาได้โดยไม่มีพี่รหัส...จะใช้คำว่าไม่มีมันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว ไอ้มีหน่ะมีแต่ไม่เคยเจอเลย เพราะเค้าไม่เคยมาประชุมเชียร์ ไม่เคยมาแสดงตนว่าเป็นพี่รหัสผม แต่ช่างมันเถอะถึงผมจะไม่ได้ขนมหรือการเทคแคร์อะไรจากพี่รหัส แต่ข้อดีคือผมไม่ต้องให้ของขวัญหรือตอบแทนอะไรคืนเหมือนกัน

          แต่แล้วเมื่อวานพี่เจบีหัวหน้าพี่ปีสองก็ส่งข้อความมาว่าพี่หรัสของผมอยากจะทำความรู้จัก ไม่สายไปหน่อยหรือพี่คู๊นนน นี่มันเข้าเทอมที่สองแล้วเพิ่งจะอยากมารู้จักผม แต่ก็เอาเถอะผมไม่ได้อยากเป็นเด็กหัวดื้อหัวรั้นไม่ตามใคร ที่ผ่านมาผมพยายามทำตัวไม่โดดไม่เด่น ตอนรับน้องเพื่อนวิ่งก็วิ่ง เพื่อนหมอบก็หมอบ ผมอยากใช้ชีวิตเป็นนิสิตทั่วๆไปที่ทำงานหัวเป็นเกรียวเรียนตัวเป็นน็อตไปเรื่อยๆ

          ผมตัดสินใจควกเงินซื้อสมุดวาดรูปเพื่อเป็นของขวัญในการพบกันครั้งแรกของผมกับพี่รหัส เพราะพี่เจบีบอกว่าพี่รหัสผมค่อนข้างจะหัวอาร์ตตี๊ดแตก ชอบขีดๆ เขียนๆ คงตี๊ดแตกจริงๆ นั่นแหละผ่านมาตั้งหลายเดือนไม่เคยโผล่หัวมารับน้อง ดันมาอยากเจอน้องรหัสเอาตอนนี้

          ผมเดินเข้ามาที่ร้านเบเกอรี่ตามแผนที่ที่พี่เจบีส่งมาให้กวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านไม่เห็นมีคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเลย พี่หรัสผมคงยังไม่มา ผมเดินไปนั่งลงที่โต๊ะที่ว่างสั่งน้ำเปล่ามาก่อนหนึ่งแก้ว แต่แหม๋..เค้กน่ากินจังแต่เดี๋ยวรอก่อน เผื่อว่าพี่รหัสผมมาแล้วเอ่ยปากบอกจะเลี้ยงค่อยสั่ง ขืนสั่งตอนนี้ก็ต้องจ่ายเองไม่เอาหรอกก้อนหนึ่งก็หลายตังค์อยู่นะเออ

          ผมก้มลงมองสมุดวาดเขียนในมือ แอบติดสติกเกอร์รูปงูตัวเล็กๆ ลงไปที่มุมหนึ่งของปกด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าผมเป็นคนให้เพราะชื่อผมในภาษาเกาหลีมันแปลว่างู ส่วนของขวัญก็ไม่ห่งไม่หออะไรหรอกครับมันเปลือง สุดท้ายแล้วเค้าก็ต้องแกะแล้วโยนกระดาษห่อกับริบบิ้นทิ้งอยู่ดี (นี่ผมกลายเป็นคนงกขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย) อีสมุดเล่มนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าเค้าจะใช้มันหรือป่าว

          ผมสะดุ้งเกือบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งเมื่อหันไปสบตากลมโตของใครบางคนที่ยืนจ้องผมตาแป๋ว แอบหลอนนิดๆนะครับที่อยู่ๆ ก็หันมาเจอเด็กที่ไหนไม่รู้กำลังยืนจ้องอยู่ จ้องเหมือนผมไปขโมยลูกอมหรือของเล่นเค้ามาก็ไม่ปาน

          สักพักปากเล็กก็ค่อยๆ คลี่ยิ้ม แล้วกลายเป็นยิ้มแฉ่ง มืออีกข้างที่กำลังถืออมยิ้มสีสดใสชี้มาทางผมเหมือนจะยื่นอมยิ้มมาให้ ผมไม่ได้ตอบรับหรือเอื้อมมือไปหยิบเอาอมยิ้มจากน้อง เพราะสมองยังคิดอะไรไม่ออก ในใจแอบคิดว่าลูกเต้าเหล่าใครทำไมปล่อยให้มาเดินคนเดียว ดูแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 5 ขวบ เพราะชุดที่เค้าใส่เหมือนจะเป็นชุดโรงเรียนอนุบาล. แต่ผมว่าน้องเค้าน่าจะเด็กกว่านั้นเพราะตัวเล็กนิดเดียวเอง

          “น่ารัก” ปากเล็กที่ตอนแรกยิ้มแฉ่งให้ผมขยับเอ่ยเบาๆ แล้วส่งยิ้มกลับมาให้ผมอีกครั้ง จากตอนแรกคิดว่าเด็กนี่น่ารักน่าหยิกตามสไตล์เด็กเกาหลี แต่พอมองดีดีเค้าหน้าดีมากครับ ใบหน้ากลมๆ แต่ตาคม เหมือนลูกครึ่งเดวงตากลมโตแต่กลับเป็นสีน้ำตาลเข้ม เด็กๆ ยังดูดีขนาดนี้ไม่อยากจะจินตนาการตอนโตเลยคงได้วุ่นวายเพราะถูกสาวๆ รุมทึ้งแน่นๆ

          “หนู..พ่อแม่อยู่ไหนครับ” ผมลุกขึ้นขยับไปนั่งยองๆ ลงตรงหน้าน้อง 

          “ให้” เค้ายังคงยื่นอมยิ้มให้ผมไม่เลิก ผมจึงแบมือไปรับเอาเพราะกลัวเด็กจะเสียใจ

           “ทีนี้จะบอกได้หรือยังว่าพ่อแม่หนูอยู่ไหน หรือว่าพลัดหลงกันหือ?” ผมถามช้าๆ เพื่อให้น้องคิดตาม 

          เค้าจ้องหน้าผมกระพริบตาปริบๆ แล้วก้าวเข้ามากอดคอผมหมับ ผมตกใจทำอะไรไม่ถูกพยายามดันเค้าออกเบาๆ แต่เค้าก็ไม่ยอมปล่อยยิ่งกอดผมแน่นขึ้นกว่าเดิม ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ที่ข้างหู  ทำไมเป็นเด็กเข้ากับคนง่ายอย่างนี้เนี่ย มันเสี่ยงถูกลักพาตัวไม่รู้หรือไง หน้าตายิ่งน่ารัก(ลัก) น่าขโมยอยู่

          ผมไม่ใช่คนโลกสวยรักเด็กเป็นนางงาม แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดจะผลักน้องเค้าออกในเมื่อกอดคอผมแน่นจนแกะไม่ออกขนาดนี้ผมจึงตัดสินใจอุ้มน้องขึ้น 

          “ไหนชี้สิ พ่อแม่อยู่ไหน?” 

          ~ ฟอด 

          อ้าวเฮ้ย..นอกจากจะไม่มีปฏิกิริยาตอบรับผมแล้วยังหอมแก้มผมไปอีกฟอดใหญ่ ปากเล็กคลอเคลียกับแก้มของผมจนรู้สึกจักจี้ 

          “นี่ถ้าอายุเยอะกว่านี้โดนเตะแล้วนะเนี่ย อย่าเที่ยวไปหอมแก้มใครเค้ามั่วซั่วแบบนี้สิครับ” ผมพูดออกไปกึ่งบอกแต่ไม่ถึงกับดุ น้องยังคงหัวเราะคิกคักเหมือนเด็กที่ได้ของเล่น

          “ปันปัน!!” 

          ผมและเด็กน้อยผู้เข้ากับคนง่าย (เกินไป)หันหน้าไปตามเสียงเรียกของใครสักคนที่หน้าประตูทางเข้าร้าน 

          “มัค!!” เสียงเล็กตอบรับเบาๆ แล้วดิ้นลงจากอ้อมกอดของผม วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ ไปหาผู้ชายที่อยู่ในชุดนิสิตเหมือนผม (แต่ทำไมดูดีกว่าว่ะ)

          ผู้ชายคนนั้นก้มลงรับเด็กน้อยที่กระโจนเข้าใส่อย่างรู้จังหวะแล้วอุ้มเค้าขึ้น เด็กคนนั้นก็กอดคอรับอย่างสนิทสนม น่าจะเป็นญาติหรือพี่ชายอะไรทำนองนั้น รอดแล้วไอ้แบมเอ้ย นึกว่าจะต้องพาน้องไปแจ้งคนหายที่สถานนีตำรวจซะแล้ว

          “แบมแบมใช่ไหม?” ผู้ชายคนมาใหม่หันมาสบตาแล้วถามผม

          “คะ..ครับ”

          “ฉันเอง พี่รหัสของนายที่นัดนายมา” เค้าพูดแล้วอุ้มเด็กน้อยเดินมานั่งที่โต๊ะที่ผมนั่งอยู่ก่อนหน้า 

          ผมก็เดินไปนั่งลงที่เดิมอย่างงงๆ สักพักพนักงานก็เดินเข้ารับออดเดอร์ 

          “ปันปันจะกินเค้กหรือกินติมครับ?” พี่รหัสป้ายแดงของผมถามเด็กที่เค้าอุ้มให้นั่งไว้ที่ตัก 

          “ติม” ปันปันเองก็ยิ้มแฉ่งแล้วตอบ

          “นายละสั่งอะไรหรือยัง สั่งสิฉันเลี้ยงเอง” เค้าพยักเพยิดหน้ามาทางผม

          รอไรละครับ นี้แหละเสียงสวรรค์ที่ผมรอคอย สั่งสักสองสามอย่างเค้าจะหาว่าตระกะไหมนะ ด้วยความเป็นคนที่ขี้เกรงใจจึงสั่งแค่เครปเค้กสตอบอรี่ กับโกโก้ปั่น (ก่อนหน้านี้ทำเป็นกินน้ำป่าว) พี่รหัสผมก็สั่งกาแฟให้ตัวเองกับไอศกรีมสตอบอรี่ให้น้องปันปันยิ้มแฉ่งไป

        “เออ...ว่าแต่พี่ชื่ออะไรครับ” ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมันอึดอัดแปลกๆ เลยชวนเค้าคุยเพื่อทำลายความเงียบ

          “ตามธรรมเนียมนายต้องรายงานตัวก่อนไม่ใช่หรอ” เค้าเงยหน้ามาพูดกับผมตรงๆ

          “อ้อ..ขอโทษครับ ผมกันต์พิมุก ภูวกุล ชื่อเล่นแบมแบม รหัส 069 ผมเป็นคนไทย ช่วยรับผมเป็นน้องด้วยนะครับ” ผมก้มหัวให้พี่รหัสจนหน้าผากแทบจะติดกับโต๊ะ แล้วยืนสมุดที่ผมเตรียมมาให้เค้าด้วยมือทั้งสองข้าง

          “แบมแบม...ปันปัน...มัคมัค..คิกๆๆ” เสียงเล็กของเด็กน้องที่นั่งตบมือเข้าหากับแปะๆ ชี้มาที่ผม “แบมแบม” แล้วชี้เข้าหาตัวเอง “ปันปัน” จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นชี้ไปยังคนที่เค้านั่งตักอยู่ “มัคมัค” แล้วก็ตบมือชอบใจใหญ่ ปันปันทำแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาอีกสองสามรอบ จนพี่รหัสผมรวบมือเค้าที่ชี้ไปชี้มาไว้ที่ตัก ปันปันก็ยังหัวเราะคิกคัก เป็นเด็กมันดีแบบนี้นี้เองวันๆ ไม่ต้องมีเรื่องให้เครียด อารมณ์ดีได้ทั้งวัน

          จนพนักงานเอาของที่เราสั่งเข้ามาเสริฟ ปันปันยิ้มแฉ่งให้พนักงานสาวสวยตบมือแปะๆ แล้วรีบหยิบช้อนตักไอศกรีมเข้าปากทันที 

          “กินสิ” พี่รหัสของผมพยักเพยิดหน้าให้ผมอีกครั้ง 

          ผมจึงหยิบแยมสตอบอรี่มาเทใส่เครปเค้กของผม หน้ากินจนตาผมแอบส่องแสงเป็นประกายวิ้งๆ เลยครับ 

          “เออ...ผมไม่เคยเห็นพี่ที่มหาลัยเลยแปลกจัง” ผมพูดไปเคี้ยวไปเพราะเพิ่งตักเค้กคำโตเข้าปาก

          “ฉันไม่ค่อยว่าง ส่วนมากไปเรียนแล้วก็รีบกลับ” เค้าตอบเสียงเรียบ 

          ผมพยักหน้ารับรู้แล้วตักเค้กเข้าปากอีกครั้ง ไม่รู้จะชวนคุยอะไรต่อดี ทำไมพี่เค้าเป็นคนคุยไม่สนุกเลยนะ ผมไม่ได้ว่าเค้านะ เค้าเป็นคนถามคำตอบคำ บางทีก็ควรถามผมกลับบ้างหรือป่าว เพื่อให้บทสนทนามันยาวกว่านี้มั้ย 

          ปันปันตักไอศกรีมขึ้นกะจะป้อนคนโตกว่า แต่เค้าก็ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วส่งยิ้มตามเพื่อไม่ให้น้องเสียใจ มันทำให้ผมเห็นว่าพี่รหัสของผมหน้าตาดีมากเลยครับ โดยเฉพาะเวลายิ้มจะเห็นเขี้ยวเล็กๆ ทั้งสองข้าง ไหนจะจมูกโด่งเป็นสันที่คลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มปันปันนั้น เห็นแล้วแอบใจเต้นแปลกๆ

          “มัค..ปันอยากกินเค้ก” 

          ผมเงยหน้าขึ้นมองปฏิกิริยาของเด็กน้อยที่กำลังอ้อนอยากได้ของ ทั้งท่าทาง แววตา ถ้าผมเป็นพี่มัคผมคงขัดใจเค้าไม่ลงแน่ๆ

          “ติมยังไม่หมดเลยครับ” พี่มัคไม่ได้ปฏิเสธแบบหักหาญน้ำใจ แต่ใช้วิธีบอกอย่างมีเหตุผล ผมชอบนะเค้าดูอบอุ่น และใส่ใจดี เหมาะจะเป็นพ่อของลูกผมจริงๆ คิกๆๆ ..เริ่มไม่ใช่ล่ะ

          “กินกับพี่ไหมครับ” ผมตักเค้กแล้วยื่นไปหวังจะป้องเด็กน้อยที่น่ารักน่าชังตรงหน้า

          “ปันปันเค้าไม่…” คำพูดของพี่รหัสผมขาดห้วงไปเมื่อปันปันส่งยิ้มหวานมาให้ผมแล้วงับเอาเค้กในช้อนที่ผมป้อนให้ ผมหันไปมองหน้าแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไรหรือป่าว เค้าก็ส่ายหน้ากลับมาให้ผมแทน

          ผมสลับกินเค้กไปป้อนปันปันไปตามประสา ผมแอบยิกแก้มปันปันเบาๆ ตอนที่เค้าตักไอศกรีมของตัวเองยื่นมาป้อนให้ผมบ้าง ส่วนคุณพี่รหัสของผมก็นั่งดูดกาแฟไปตามประสาหนุ่มชิคๆ แมนๆ ของเค้า

          “เหมือนกันจริงๆ เลย ให้ตายเถอะ” พี่มัคบ่นงุบงิบคนเดียวแล้วหยิบทิชชูส่งให้ผม แล้วหยิบอีกอันไปเช็ดปากให้ปันปัน ผมพอจะเดาได้ว่าปากผมต้องเลอะแน่ๆ จึงรับเอามาเช็ดๆ ที่มุมปากตัวเองเบาๆ 

          “เออ...พี่มัคครับ..”

          “มาร์ค” เสียงเรียบๆ ขัดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบประโยค 

          “ครับ?”

          “M-A-R-K. My name is Mark” ไอ้พี่มัค เอ้ย..พี่มาร์คชี้นิ้วเข้าที่ตัวเองแล้วสะกดชื่อให้ทีละตัว  

          “มัคคึ มัคคึ” ปันปันชี้นิ้วตามพี่มัคเอ้ย!!มาร์ค (ผมว่าผมติดปากแล้วว่ะ ขอเรียกพี่มัคเหมือนปันปันได้ไหม) แล้วตบมือแปะๆ แบบที่เค้าชอบทำ

          “ครับพี่มาร์ค ที่ผมไม่เห็นพี่อยู่ในมหาลัย เพราะพี่ต้องอยู่กับปันปันหรอครับ” อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเค้าแต่ผมไม่รู้จะถามอะไรไง ก็พี่มาร์คเล่นไม่ถามอะไรผมเลย เอาจริงๆ นะถ้าผมไม่แนะนำตัวเองพี่เค้าจะถามไหมว่าผมชื่ออะไร

          “อือ..เพราะฉันต้องเลี้ยงปันปันเอง” พี่มาร์คตอบแบบหน้าตาเฉยเหมือนคำถามที่ผมถามมันดูทั่วๆ ไป แปลว่าเค้าไม่ได้คิดว่าผมยุ่งเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ อีกสักคำถามได้ไหมอันนี้อยากรู้จริงๆ มันคาใจ

          “แล้วปันปันเป็นน้องหรือหลานครับ” ผมสงสัยเพราะหน้าเค้าคล้ายกันมาก นอกจากตาสีน้ำตาลผมว่าอย่างอื่นปันปันแทบจะก็อปปี้พี่มาร์คมาหมดเลย นี่ถ้าบอกว่าเป็นลู….

          “ลูกชาย...ปันปันคือลูกชายของฉันเอง”






*** 1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจ ฝากคอมเมนท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<



          









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2187 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:47
    5555555
    #2187
    0
  2. #2142 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 21:42
    ตกใจเลยซิแบมแบม
    #2142
    0
  3. วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:27
    ถ้าตําเเหน่งเเม่ว่างเเบมเเบมก็ว่างนะคะ ถุ้ย55
    #2104
    0
  4. #2021 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 16:03
    อึ้งเลยมั้ยล่ะน้องแบม
    #2021
    0
  5. #1997 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:00
    พี่มัคมีลูกกกกกกกก
    #1997
    0
  6. #1987 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:28
    ใครคือแม่น่ะะะ
    #1987
    0
  7. #1977 sarocha meesang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:12
    มัคคึทำใครท้องง
    #1977
    0
  8. #1951 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 20:25
    ลูกชายแล้วแม่ล่ะ
    #1951
    0
  9. #1899 Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 19:35
    ลูกชายหาแม่ให้พ่อแน่เลย
    #1899
    0
  10. #1814 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 04:52
    ลูกชายทำไมน่ารักจัง
    #1814
    0
  11. #1677 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 03:09
    น้องปันปันน่ารักมากเลยย~
    #1677
    0
  12. #1543 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 06:11
    เงิบเลยสิน้องแบม แต่ปันน่ารักจังเลย
    #1543
    0
  13. #1537 Missnight (@missnight17) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:17
    น่าร๊ากกก มัคมัค
    #1537
    0
  14. #1507 sstak (@sstak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 11:57
    เข้าใจยังละ เหมือนอะ55555
    #1507
    0
  15. #1078 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 09:12
    ไงล่ะแบม เหมือนมากมะ5555
    #1078
    0
  16. #1027 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 07:06
    ที่บอกว่าเหมือนกันเลยนี่คืออะไรหรือมาร์ค
    #1027
    0
  17. #559 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 03:23
    มาวนอีกรอบคิดถึงปันปัน
    #559
    0
  18. #548 pkmyt (@powpc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 12:33
    นี่จะบอกว่าปันไม่กินของต่อจากใครป่ะ อิอิ
    #548
    0
  19. #485 pinlprd99 (@pinlprd99) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 18:26
    ลูก? กับใครอ่ะ? สงสัยแรง~
    #485
    0
  20. #429 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 11:16
    ไหนบอกเกริ่นเบาๆ นี่ไม่เยาละ ร่ายยาวละลูก5555555
    #429
    0
  21. #422 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 09:01
    พี่มาร์คมีลูกเร็วจัง ปันปันดูจะชอบแบมแบมมากๆเลยน้า
    #422
    0
  22. #412 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 20:02
    มีมาร์คมีลูกเร็วจัง

    ปันปันชอบแบมน่าดู
    #412
    0
  23. #411 คุณป้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 14:40
    ปันปันเป็นลูกพี่ กรี๊ดดดด โปรโมชั่นวันนี้จีบพ่อแถมลูกจร้าา
    #411
    0
  24. #338 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:17
    ปันปันน่ารักกกกกอะ มาหอมแก้มมาคลอเคลียแบมแบบเนียนมากเลยนะ อิอิ
    #338
    0
  25. #327 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 06:58
    ปันปันน่ารักกกกกก
    #327
    0