MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 25 : SF :: ตัวปัญหา #1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60

**เนื่องจากว่าถูกทักติงเรื่องอายุแบมแบมที่ดูเหมือนจะเด็กเกินไป ไม่น่าจะจำเรื่องในอดีตได้ดีขนาดนั้น ไอ้เราก็ไม่ทันคิดเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเราก็เปลี่ยนอายุน้องนะ (ขอบคุณที่ช่วยกันคอมเมนท์ติติงเราจะได้ปรับปรุง >_<)








ตัวปัญหา #1



          “เธอๆ เอาอีกแล้ว เด็กคนนั้นก่อเรื่องอีกแล้ว”

          ผมเงยหน้าขึ้นจากถาดข้าวที่กำลังกินมือก็ยังถือช้อนค้างไว้อยู่แบบนั้น ไม่ได้อยากรู้เรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นพูด เลยสักนิด  แต่เธอก็เล่นพูดเสียงดังที่ไม่ว่าใครก็คงต้องหันไปมองเป็นธรรมดา

          “เหอะ! ก็เรื่องปกติ...แปลกตรงไหน”

          “น่าเสียดายนะเธอ หน้าตาก็ดีไม่น่าเป็นพวกชอบก่อเรื่องเลย” 

          ผู้หญิงกลุ่มนั้นยังคงคุยกันอย่างออกรสออกชาติ การจับกลุ่มพูดคุยมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ผิดแปลกอะไรในเวลาพักเที่ยงเพื่อทานอาหารกลางวันแบบนี้ แม้จะมีเสียงของผู้คนในโรงอาหารอึกทึกอยู่ก็ตาม

          “แต่เธอ...ฉันได้ยินมาด้วยนะว่าเด็กนั่นหน่ะ พ่อแม่ไม่รัก ไม่สนใจ เป็นพวกเด็กมีปัญหา”

          “หืมมม มิน่าละ เรียกร้องความสนใจนี่เอง”

          ผมไม่ได้สนใจเรื่องที่พวกเธอกำลังคุยกันเลยจริงๆ ถ้าบุคคลที่พวกเขากำลังเอ่ยถึง ไม่ได้เป็นคนที่ผมรู้จักนะ..รู้จักดีด้วยสิ

          ~ นายกันต์พิมุก ภูวกุล และนายคิมยูคยอม นักเรียนระดับชั้นเกรด 10 ห้อง C มาพบครูที่ห้องปกครองตอนนี้ด้วย...ประกาศอีกรอบให้นักเรียนทั้งสองคนที่มีเรื่องมาพบครูที่ห้องปกครองตอนนี้ด้วย!

          รู้กันทั้งโรงเรียนแล้วครับตอนนี้ว่าทำไมสองคนนี้ถึงต้องไปพบครูที่ห้องปกครอง คิดเอาไว้ไม่เคยจะผิด ตัวปัญหา ก่อเรื่อง คิมยูคยอม ไม่ว่าจะเป็นคำไหนถ้ามีสรรพนามเหล่านี้เกี่ยวข้องมันต้องมีอีกคนอยู่ในรูปประโยคเสมอ มีเรื่องอีกแล้วสินะ..

          ผมลุกขึ้นแล้วเดินเอาถาดข้าวที่ผมเพิ่งกินไปได้แค่ไม่กี่คำไปเก็บ เพราะตอนนี้ผมมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องไปทำ จะชักช้าก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผมอาจโดนอาระวาดจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่ๆ

          ตามทางเดินบริเวณระเบียงหน้าห้องเป็นอีกที่ที่นักเรียนชอบมานั่งจับกลุ่มพูดคุยหรือกดเครื่องมือสื่อสารในมือเพื่อรอเวลาที่จะเข้าเรียนในช่วงบ่ายอีกครั้ง แต่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมจะมีเวลาทำแบบนั้นบ่อยนัก ผมมีภาระหน้าที่ที่ผมต้องจัดการมากมาย เพราะตำแหน่งคณะกรรมนักเรียนฝ่ายปกครองที่ผมรับอยู่มันทำให้ผมงานค่อนข้างที่จะยุ่งมากๆ 

          “มาร์ค!!...อีกแล้วหรอว่ะ?” 

          ‘เจบี’ หนึ่งในเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ที่ระเบียงตรงทางที่ผมกำลังจะเดินผ่านเอ่ยทักผมขึ้นพอดี

          ผมได้แต่ยักไหล่ แล้วพยักหน้าเบาๆ รับคำ แล้วเดินเลยมาเลยเพราะไม่มีเวลาแล้ว 

          เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องปกครอง บรรยากาศเดิมๆ ที่ผมคุ้นเคยก็วนลูปซ้ำเหมือนผมได้กลับมาดูหนังเรื่องที่ฉายไปเป็นรอบที่ห้า อาจารย์ปาร์คจินยอง คิมยูคยอม และแบมแบม เด็กนักเรียนที่ก่อเรื่อง

          ผมหันไปสบตาคนที่กำลังนั่งกระดิกขาทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ‘แบมแบม’ ที่มองเห็นผมแต่ทำเป็นไม่สนใจเบสายตาออกไปข้างนอกหน้าต่าง 

         “พวกนายบอกมาสิ!! ว่าจะให้ครูจัดการกับพวกนายยังไง!!! พ่อแม้ส่งมาเรียยไม่ได้ให้มาเป็นอันธพาล!!” เสียงแหบแต่ดังมาพร้อมกับเสียงตบมือลงบนโต๊ะจนผมยังสะดุ้งโหยง ต่างจากเด็กสองคนนั้นที่ไม่มีใครมีท่าทีสำนึกผิดเลย คนหนึ่งนั่งกระดิกเท้า อีกคนก็นั่งเลียเลือดที่ริมฝีปากตัวเองไปมา

         อาจารย์ปาร์คพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ผมคิดว่สเขาคงกำลังพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่ 
         
          “หรือจะให้ครูเชิญผู้ปกครองพวกเธอมาคุยมั้ย ห๊าาาา?”

          “เออ...ผมว่าอย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยครับ” ผมรีบขัดขึ้นในจังหวะที่ทุกอย่างมะนกำลังจะดิ่งลงเหว สถานการณ์ตอนนี้มันเหมือนพายุที่กำก่อตัวเป็นคลื่นพร้อมที่จะซัดเข้าฝั่งได้ทุกเมื่อ

          “ผมว่าแค่ทะเลาะวิวาท และก็เจ็บตัวกันทั้งคู่ด้วย หักคะแนนความประพฤติ และให้บำเพ็ญประโยชน์ก็น่าจะพอนะครับ” ผมเป็นคนใจเย็นมาก ใครๆ ก็บอกว่าผมเหมือนน้ำทะเลที่ลอยนิ่งๆ ไม่ไหวติ่งกับอะไรง่ายๆ

          “งั้นในฐานะที่เธอเป็นคณะกรรมการนักเรียนฝ่ายปกครอง ครูให้เธอไปควบคุมการบำเพ็ญประโยชน์ของสองคนนี้แล้วกัน” เดจาวู..ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นอาจารย์ปาร์คก็จะลงท้ายด้วยประโยคนี้แล้วเดินออกจากห้องไป ผมคิดว่าลึกๆ แล้วไม่มีใครอยากให้เรื่องมันถึงผู้ปกครองหรอกครับ การลงโทษภายในหน้าจะเป็นวิธีการที่ประนีประนอมที่สุดแล้ว

          ในห้องตอนนี้จึงเหลือแค่ผม ยูคยอม และแบมแบม

          “เรื่องบำเพ็ญประโยชน์เอาไว้วันหลังแล้วกันวันนี้พวกนายไปทำแผลกันก่อนนะ” ผมหันไปหน้ายูคยอมผ่านๆ แล้วเลยมาจ้องที่หน้าของแบมแบม..แก้มบวมหมดเลย

           “งั้นดี..ผมกลับบ้านเลยละกัน” ยูคยอมยืนขึ้นแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจใครซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของเขาและผมค่อนข้างที่จะชิน

          “แล้วนาย...” 

          “กลับบ้าน” 

          ผมยังพูดไม่ทันจบประโยค แบมแบมก็พูดขัดขึ้นก่อน ผมได้แต่ถอนลมหายใจออกมายาวๆ แล้วพยักหน้ารับรู้อีกคนจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป

          ผมเอาสมุดบันทึก ที่พึ่งบันทึกเรื่องราวเมื่อสักครู่ไปเก็บที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน แล้วหยิบโทรศัพท์กดส่งข้อความหาเจบีว่าไม่สบายจะกละบไปนอนพัก ฝากเจ้าตัวลาครูคาบบ่ายให้ด้วย เมื่อเก็บของเรียบร้อยผมก็รีบตรงกลับบ้านทันที

          คอนโดหรูใจกลางเมืองที่ถ้าฐานะไม่ได้ปานกลางค่อนไปทางรวยควไม่ไม่สามารถมาพักอาศัยอยู่ได้เป็นที่ที่พ่อกับแม่ผมซื้อให้อยู่ในช่วงที่ยังเรียน ส่วนพวกท่านทิ้งความวุ่นวายและออกไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายอยู่ที่ต่างจังหวัด ครอบครัวของผมจริงๆ แล้วเราไม่ใช่คนเกาหลี พ่อแม่ผมเป็นคนใต้หวัน แต่ถือสัญชาติอเมริกาผมก็เกิดและเติบโตที่นั้น เราย้ายมาอยู่เกาหลีได้เกือบจะ 10 ปี ย้ายมาด้วยเหตุผลที่ครอบครัวอื่นไม่มีวันเข้าใจ

          เมื่อผมเดินเข้ามาในตัวอาคาร พนักงานต้อนรับยิ้มรับผมบางๆ เพื่อทักทายตามมารยาท ผมเดินตรงไปที่ลิฟต์แล้วกดขึ้นไปที่ชั้น 20 เดินตรงไปสักพักก็ถึงห้องของตัวเอง เมื่อเปิดประตูเข้าไปสิ่งแรกที่ผมเห็นคือ แบมแบมกำลังนอนกดโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โซฟา ขาเล็กถูกยกขึ้นพาดที่พนักพิงอย่างสบายใจ โดยไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลลงมาจากโหนกแก้มของตัวเองเลยสักนิดเดียว

          ผมส่ายหน้าอย่างคนทำอะไรไม่ได้ ถอดถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินเอากระเป๋าไปว่างไว้ที่โต๊ะ 

          “ลุกขึ้นไปอาบน้ำ...เดี๋ยวพี่ทำแผลให้” ผมหันไปพูดกับคนที่นอนเล่นเกมส์อย่างเมามันทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว

          “ไม่เอา..แสบ” ริมฝีปากเรื่อที่มีคราบเลือดกระกังอยู่ที่ขอบขยับพูดโดยที่สายตาก็ยังจ้องที่โทรศัพท์ในมืออยู่

          “จะไปดีๆ หรือจะให้พี่อุ้มไป”

          “โหยยยย ผมตายเลยเห็นมั้ย พี่นี่ขี้บ่นจริงๆ เลย!..ไปก็ได้” ร่างเล็กดูบอบบางในชุดนักเรียนที่แสนจะยังเยินเดินกระแทกส้นเท้าตึงๆ เข้าไปในห้องน้ำ ไอ้ที่บอกว่าตายเมื่อครู่หน่ะคงเป็นเกมในมือถือที่เจ้าตัวกำลังกดอยู่นั่นแหละครับ

          ระหว่างนั้นผมจึงเดินไปทำข้าวง่ายๆ อย่างข้าวผัดเอาไว้รอ ผมรู้ว่าแบมแบมคงยังไม่ได้ทานอาหารกลางวันหรอก เพราะขนาดผมยังได้กินไปได้แค่ไม่กี่คำเอง

          แบมแบมเดินเช็ดผมออกมาในจังหวะที่ผมทำอาหารเสร็จพอดี ผมจึงเรียกให้เขามานั่งลงตรงเก้าอี้ที่โต๊ะทานข้าว จากชุดนักเรียนที่เต็มไปด้วยรอยเท้าถูกเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อยืด กางเกงผ้าขายาวสบายๆ ตามเนื้อตัวที่อยู่นอกเสื้อผ้าผมเห็นมีรอยช้ำเขียวๆ ม่วงๆ อยู่หลายจุด ทำไมน่ะ...ทำไมถึงชอบทำให้ผิวขาวๆ นั้นมีรอยอยู่เรื่อย

         “จะกินข้าวก่อน หรือทำแผลก่อนดี?” ผมถามแต่ก็เตรียมอุปกรณ์ทำแผลไว้ที่โต๊ะแล้ว

          “กินข้าวก่อน หิว!” ร่างบางเดินเช็ดผมที่มีน้ำหยดลงหน่อยๆ ไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว ผมตักข้าวใส่ถ้วยแล้วเอามาวางที่โต๊ะให้เค้า พร้อมเครื่องเคียงอีกสองสามอย่าง แล้วมายืนเช็ดผมให้จากข้างหลังแทน

            แบมแบมลดมือลงตักข้าวเข้าปาก แล้วเคี้ยวตุ่ยๆ จนแก้มกลมๆ นั้นนูนป่องขึ้นมา ผมเอื้อมมือไปเกลี่ยรอยช้ำที่มีเลือดซิบออกมาจากก้อนแก้มกลมให้อย่างเบามือ 

          เมื่อทานข้าวเสร็จผมจูงมือแบมแบมมานั่งที่โซฟาที่ผมเตรียมยาและอุปกรณ์ทำแผลไว้ เขาดูอึดอัดในตอนแรก แต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี

          “ซี๊ดดดดด” แบมแบมซี๊ดปากนิ่วหน้าแล้วขยับหน้าหนีมือผมที่พยายามจะเอาสำลีชุบแอลกอฮอลเช็ดแผลให้เขา

          “สมน้ำหน้า ไม่ต้องมาร้องเลย ตอนมีเรื่องทำไมไม่เจ็บ” ผมดึงมือเล็กที่พยายามจะดันมือผมออก แล้วรวบเอวบางให้ขยังตัวเข้ามาใกล้ๆ สีหน้าที่เกือบจะจริงจังของผมทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตลูบมองต่ำเพราะในใจลึกๆ ผมรู้ว่าเขาก็รู้ว่าตัวเองทำผิด

           “ก็ตอนนั้นมันโมโหนิ! มันกวนตีนผม” 

          ผมไม่เคยอ่านความคิดแบมแบมได้ ผมอย่างรู้เหลือเกินว่าภายใต้ใบหน่าหวานและแววตาที่อ่อนไหวเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ทำไมถึงได้ไม่กลัวอะไร หรือใครหน้าไหนเลย

          “โอ้ยยย!” ผมเพิ่มแรงกดสำลีลงไปนิดหน่อย จริงๆ ก็ตั้งใจอยากจะทำโทษเด็กดื้อด้วย คราวหลังจะได้ไม่อยากมีเรื่องแบบนี้อีก

          “พี่มาร์ค!! ผมเจ็บจริงๆนะ”. แบมแบมยู้หน้า แล้วส่งสายตามองค้อนผม

          “โอเค...ไม่แกล้งแล้วก็ได้” ผมมักจะแพ้สายตาแบบนี้ของแบมแบมเสมอ จึงขยับเข้าไปเป่าบริเวณโหนกแก้มที่ผมกดสำลีลงไปเมื่อสักครู่ให้เขาเบาๆ ทำให้แก้มของแบมแบมขึ้นสีแดงเรื่อมาหน่อยๆ

          “แล้วมีเรื่องอะไร ทำไมต่อยกับยูคยอมอีกแล้ว บอกพี่ได้ไหม?” ผมถามไปเช็ดแผลที่หางคิ้วให้ไปด้วย

          “มันบอกว่าผมเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่รัก” แบมแบมลุบตาลงต่ำ แล้วพูดเสียงเบาหวิวจนผมแทบไม่ได้ยิน ท่าทางแบบนี้มันชัดเจนจนไม่ต้องมีคำอธิบาย

          ผมเชยคางแบมแบมขึ้นช้าๆ แล้วจ้องหน้าเขาอย่างจริงจัง “นายก็รู้นิว่ามันไม่จริง” ผมจ้องเขาไปในดวงตากลมโตที่วูบไหวคู่นั้นเพื่อสะกดให้เขาเชื่อในสิ่งที่ผมพูด เพราะทุกอย่างมันคือเรื่องจริง “พ่อแม่รักนายมาก...นายก็รู้” 

          ผมกดจูบลงที่กลีบปากเล็กนั่นเบาๆ ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี ไม่ว่าความสับสนหรือความไม่สบายใจอะไรที่กำลังทำร้ายเขาอยู่ผมอยากแบ่งเบามันมาให้หมด อยากให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เขามีพ่อ มีแม่ และมีผมที่รักเขามากๆ

          หลังจากทำแผลเสร็จ ผมพาแบมแบมเข้ามานอนพักที่ห้อง ซึ่งเขาเองก็เชื่อฟังแม้จะงอแงตอนให้กินยานิดหน่อยตามประสาเด็ก ไม่ว่ายังไงเขาก็แค่เด็กอายุสิบเจ็ด ผมไม่รู้เขาผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างในอดีต แต่สำหรับผมเขาคือ ‘น้องชาย’ ที่ผมจะดูแลแบบนี้ตลอดไป 

          ผมนั่งลูบหัวเล็กที่ชุกอยู่ที่ตักไปมาอยู่สักพักไม่นานเขาก็จมเข้าสู่หวงนิทราเพราะฤทธิ์ยา ผมเลือบมองไปที่รูปที่แขวนอยู่ที่ผนัง เป็นรูปครอบครัวของเรา พ่อ แม่ ผม และแบมแบม

          พ่อแม่ผมกับพ่อแม่แบมแบมคือคนเดียวกัน พวกเราเจอแบมแบมที่บ้านเด็กกำพร้าที่อเมริกาตอนเขาอายุเก้าขวบ พ่อแม่ผมเป็นนักธุรกิจที่ไปมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิเป็นประจำ และไปพบกับแบมแบมเข้า พวกท่านรู้สึกถูกชะตาเด็กคนนี้มากๆเลยขอรับแบมแบมมาเลี้ยงเป็นลูกอีกคน

          วันที่พวกท่านพาแบมแบมเข้ามาในบ้านแล้วบอกว่า จากนี้เขาจะมาเป็นน้องชายของผม ผมจำได้ว่าตัวเองดีใจมากๆ ถึงแบมแบมจะเอาแต่จ้องหน้าผมนิ่งๆ แล้วขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นก็ตาม

          ตอนแรกพ่อกับแม่อยากเปลี่ยนชื่อและนามสกุลให้แบมแบมมาใช้ของพวกเราแต่เขาไม่ยอม บอกว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่พ่อแม่แท้ๆ ของเขาเหลือไว้ให้ ผมไม่รู้ว่าเป็นมายังไงทำไมแบมแบมถึงได้มาอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าที่อเมริกา ทั้งที่เจ้าตัวเป็นคนไทย เขาไม่คิดจะเล่า เราก็ไม่เคยคิดอยากจะถาม  คิดซะว่าเพราะเขายังเด็กเลยจำไม่ได้...เราเองก็ไม่ได้อยากรื้อฟื้นอดีตของเขาเหมือนกัน

            แต่ผมมารู้ตลอดว่าแบมแบมรู้ และจำเรื่องราวของตัวเองได้ เขามักจะนอนฝันร้าย และละเมอออกมาเสมอว่า “พ่อแม่อย่าทิ้งเขา” ผมได้แต่กอดเขาเอาไว้ทุกครั้งที่เพื่อพาเขาก้าวผ่านค่ำคืนที่โหดร้ายไปด้วยกัน 

           แบมแบมเหมือนเด็กที่มีอะไรอยู่ในหัวตลอดเวลา ใครๆ จึงชอบบอกว่าเขาเป็นคนเข้าถึงยาก หงุดหงิดง่าย และเอาแต่ใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีเรื่องกับเพื่อน ตอนเด็กเขาชกเด็กอเมริกันที่ล้อว่าเขาเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงจนฟันหัก แม่ต้องไปขอโทษและจ่ายค่าทำขวัญ แต่แบมแบมกลับไม่ยอมแม้แต่จะเอ่ยคำขอโทษแล้วบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้สึกรู้สาว่า ‘เค้าสมควรโดน’

          แต่ผมรู้...รู้ว่าเขากลัว กลัวว่าเราจะทิ้งเขา เหมือนที่พ่อแม่แท้ๆ ของเขาทำ คืนนั้นแบมแบมละเมอร้องไห้กลางดึกบอกว่า “กลัวเราทิ้งเค้าไป” นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาฝันร้ายเรื่องอื่นนอกจากเรื่องพ่อแม่แท้ๆ ของตัวเอง

          พ่อแม่ผมพาเราย้ายบ้านมาอยู่ที่เกาหลี เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าแบมแบมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อกับแม่ แต่มันก็ยากเพราะเขาไม่ยอมเปลี่ยนชื่อ และนามสกุล 

          กว่าแบมแบมจะเรียนจบชั้นประถมเขาต้องย้ายโรงเรียนถึงสามครั้ง แม้ว่าผลการเรียนของเขาจะดีจนน่าแปลกใจแต่เพราะเป็นคนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ ความอดทนน้อยมากๆ...จึงมักจะมีเรื่องลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ

           จนในที่สุดเมื่อต้นปีเขาก็ย้ายเข้ามาเรียนเกรดสิบที่โรงเรียนเดียวกับผม เพราะแม่บอกว่าผมจะได้ดูแลน้องได้ และผมก็เต็มใจและพร้อมที่จะดูแลเขาเสมออย่างที่ผมทำมาตลอดสิบปีที่เราอยู่ด้วยกัน 

          “ไม่จริง!...พ่อแม่รักฉัน..พ่อแม่รักฉัน!” ผมหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองเพราะเสียงแบมแบมที่ละเมอออกมาเบาๆ ลมหายใจถูกพ่นเข้าออกแรงๆ เมื่อเขากำลังถูกฝันร้ายเข้าครอบงำอีกครั้ง

          คิ้วเล็กขมวดแน่นจนผมรู้สึกอึดอัดแทน ผมได้แต่ลูบหัวเขาไปมา แล้วกระซิบที่ข้างหูเล็กเบาๆ เพื่อส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี 

         “ใช่...ทุกคนรักนาย พ่อแม่รักนาย และพี่ก็รักนาย รักมากที่สุด...แบมแบม”



          

   

          
*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<


          

        

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2182 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 09:18
    เเบมเเบมอ่า
    #2182
    0
  2. #2154 NuenG120984 (@NuenG120984) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 07:47
    โอ๊ยยยยววว
    เรียกว่าน้อง
    แต่ก็จุ๊บน้อง
    ไม่ชัดเจนสักอย่าง
    แบมแบมถึงได้กลัวอยู่แบบนี้
    #2154
    0
  3. #2096 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 11:17
    สงสารแบมมากเลย
    #2096
    0
  4. #1946 มิร่ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:12
    สงสารแบทจัง ดีที่มีครอบครัวพี่มาร์ครัก
    #1946
    0
  5. #1832 BAM.pyp (@poonyapron00) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 01:19
    สะเทือนใจนิดหน่อยกับคำเรียกแทนแบมแบมว่าน้องชาย ของมาร์ค
    #1832
    0
  6. #1761 prankmaprank (@prankmaprank) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 01:31
    เรื่องน่าติดตามมาก มาต่อๆ
    #1761
    0
  7. #1713 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 15:37
    พี่มาร์คดีจังรักน้องมากๆ ปมใจในแบมมันคืออะไรกันนะ
    #1713
    0
  8. #1694 MBY_626 (@miraculous_626) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 01:10
    ทุกคนรักแบมนะะ
    #1694
    0
  9. #1674 Fourthfc (@lovejiewza) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 18:40
    สงมารน้องแบมจัง
    #1674
    0
  10. #1663 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:41
    โหหสงสารแบมแบมจังTT พี่มาร์คดูแลน้องดี๊ดีอะ
    #1663
    0
  11. #1660 Tensquared (@anatomii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 08:36
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วว สงสารน้องจังเลย น้องไม่ได้อยากเป็นเด็กไม่ดีหรอก ฮืออ ดีจังที่มีพี่มาร์คคอยดูแลน้อง มาต่อไวๆน้าา

    ปล.ขออนุญาตแก้คำผิดนะค้าา
    - กันต์พิมุกต์ ชื่อมี ต์ สองตัวค้าบบ
    - อาละวาด ไม่ใช่อาระวาดค่าา
    - มีคำผิด พิมพ์ตกหล่น ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องไปเยอะพอสมควรเลยค่ะ ถ้าคำผิดไม่มีจะทำให้การอ่านสมูธกว่านี้ค่าา ><
    #1660
    0
  12. #1657 lNnanl (@nnanjja6002) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 22:22
    สงสารน้องงงง
    #1657
    0
  13. #1655 fafofafu (@fafofafu) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 16:51
    น้องมีปน น่าสงสารน้อง
    #1655
    0
  14. #1654 knnnnm (@knnnnm) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 10:56
    สงสารแบมมมม
    #1654
    0
  15. #1653 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:47
    สงสารอ่ะ ฮือออออออ พี่มาร์คไปจัดการยูคเลย!!!!
    #1653
    0
  16. #1652 PetchNamnenug (@PetchNamnenug) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:12
    สงสารแบมอ่าา
    #1652
    0
  17. #1651 Ping_marktuan (@Ping_marktuan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 08:44
    ดูแบมน่าสงสารนะ
    #1651
    0
  18. #1650 nam_luffy (@nam_luffy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 06:23
    ชอบน้องตัวเองอ่อมาร์คคค
    #1650
    0
  19. #1649 luzia atiria (@opung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 02:50
    พี่น้องอะไรกานนนนนน
    เขินนนนน ชอบมาคึลุคนี้มากค่ะ
    #1649
    0
  20. #1648 ytuan89 (@ytuan89) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:47
    พี่ชายจุ๊บน้องด้วย ฮือออ
    #1648
    0
  21. #1647 lovelyMB (@beautyndbeat) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:36
    สงสารน้อง น้องฝังใจมากอ่ะ????
    #1647
    0
  22. #1644 aomtawanrat937 (@aomtawanrat937) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:10
    ชอบไป รอออ
    #1644
    0
  23. #1636 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:01
    ชอบมากเลย ฮรือ พี่มาร์ครักน้องตัวเองหรอ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
    #1636
    0
  24. #1634 ซินเดอหวีโดว (@cinderaomm_) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:35
    รักน้องให้มากๆนะมาร์ค
    #1634
    0
  25. #1632 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 20:24
    งื้อออ ความรักในความลับ
    #1632
    0