MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 3 : SF ::: มาร์คลูกติด #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    24 ก.ค. 59





# มาร์คลูกติด 2





          “แล้วนายจะกลับยังไง นี่ก็เริ่มมืดแล้วด้วย”

          พี่รหัสลูกหนึ่งของผมเอ่ยถามขณะที่เราออกมาจากร้านและกำลังจะแยกย้ายกันกลับหลังจากที่ทำความรู้จักกันไปได้พอสมควร..โอเคก็ไม่ได้รู้จักเยอะเท่าไหร่หรอก ยังช็อคที่พี่แกมีลูกไม่หาย-_-;

          “คงแท็กซี่อะครับ หอผมอยู่ไม่ไกลมากแถวๆ นี้เอง” ผมบอกแบบปัดไปทีเพราะคิดว่าเค้าก็คงถามตามมารยาทไปอย่างนั้น

          “งั้นเดี๋ยวไปส่ง รถจอดตรงโน้น” พี่มาร์คบอกแล้วเดินจูงมือปันปันนำผมไปอีกทาง น่าจะเป็นทางที่เค้าจอดรถไว้  

          แต่รูปประโยคที่เค้าใช้มันแปลกๆ หรือป่าว ต้องบอกว่า ‘ให้ไปส่งไหม’ ผมจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ. แต่พี่แกเล่นสรุปเองจนผมไม่ได้โอกาสในการตัดสินใจเลย เค้าจะเป็นคนประหยัดคำพูดไปถึงไหน

          ปันปันคงเห็นว่าผมยังยืนอยู่ที่เดิมจึงหันหลังมากวักมือเรียกผมหยิกๆ เมื่อไม่มีโอกาสปฏิเสธผมจะทำอะไรได้ละ นอกจากต้องเดินตามพี่รหัสกับน้องปันปันยิ้มแฉ่งไป พี่มาร์คเดินไปหยุดที่รถยุโรปคันสวยแล้วพยักเพยิดหน้าให้ผมเข้าไปนั่งด้านข้างคนขับ (เอาจริงๆ มันมีที่นั่งแค่สองที่) พอเค้ามานั่งได้ผมก็หยิบสายเบลล์มาคาด สักพักปันปันที่นั่งอยู่ที่ตักพี่มาร์คก็ปีนข้ามมานั่งตักผม 

          นั่น..แถมยิ้มแฉ่งส่งมาให้ผมอีก แบบนี้ใครมันจะกล้าผลักเค้าออกได้ลงคอล่ะ

          ปันปันนั่งคร่อมหันหน้าเข้าหาตัวผมแล้วซุกหัวเล็กเข้ากับอกของผมแบบพอดิบพอดี มือเล็กวาดมากอดเอวผมไว้แน่นเหมือนกลัวผมจะหาย

          “คงง่วงแล้วแหละ”

          ผมหันไปมองหน้าพี่มาร์คแล้วพยักหน้าเข้าใจ สักพักปันปันก็ช่วยยืนยันคำพูดของพ่อตัวเองด้วยการหลับใส่ผมซะอย่างนั้น

          พี่มาร์คขับรถไปตามทางที่ผมบอก เค้าขับรถได้นุ่มมากจนผมแทบจะเคลิ้มหลับตามปันปันไปอีกคน ถ้าไม่คิดว่ากลัวเสียมารยาท เพราะนอกจากเสียงเพลงเบาๆ และเสียงแอร์เย็นๆ ก็ไม่มีเสียงพูดคุยอะไรเล็ดลอดออกมาเลย ผมไม่รู้ว่าเค้าไม่อยากพูดหรือกลัวว่าลูกจะตื่น

          ใช้เวลาไม่นานรถยุโรปคันหรูของพี่มาร์คก็มาจอดสนิทที่หน้าหอพักของผม

          “ที่นี้หรอ?” พี่มาร์คถามหลังจากรถจอดสนิทแล้ว

          ผมก็แค่พยักหน้า

          “แล้วนายอยู่กับใคร” คำถามที่สองลอยมาพร้อมมือที่เอื้อมมาอุ้มเอาปันปันออกจากตักผม

          “เพื่อน..ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่มาส่ง”

          พี่มาร์คพยักหน้ารับรู้แล้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากลูกชายตัวน้อยของเค้าเบาๆ จนผมแอบยิ้มไปกับความน่ารักนั้นไม่ได้ 

          ผมลงจากรถพี่มาร์คแล้วโค้งก้มหัวขอบคุณเค้าอีกครั้ง เค้ามองมาที่ผมเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มตอบรับเบาๆ แค่ยิ้มมุมปากเล็กๆ แต่ทำให้หัวใจผมเต้นแปลกๆ อีกแล้ว เรียกว่าเป็นความสามารถพิเศษได้ไหมนะ

          พี่มาร์ควางปันปันให้ลงนอนแทนที่ผมแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ลูกที่หลับไม่รู้เรื่อง จากนั้นเค้าก็ขับรถออกไป ผมยืนมองจนลับสายตาแล้วจึงหันหลังเดินขึ้นห้อง ผมคงได้เอนกายลงนอนเตียงนุ่มๆ อย่างสบายใจถ้าไม่ติดว่าใครบางคนที่ผมคุ้นเคยเรียกไว้ก่อนที่ผมจะได้เดินเข้าไปในตึก

          “แบมแบม!!” ป้าเจ้าของตึกที่ผมเช่าอยู่เดินมาพร้อมแฟ้มอะไรบางอย่างในมือ

          ผมหันไปก้มหัวทักทายเค้าเล็กน้อย


        “อย่าหาว่าป้าใจร้ายเลยนะ แต่พวกนายช่วยจ่ายค่าเช่าป้าหน่อยได้ไหม นายก็รู้ป้าก็มีรายจ่ายมากมายในแต่ละเดือนเหมือนกัน” คุณป้าเจ้าของตึกพูดกับผมด้วยท่าทางลำบากใจไม่น้อย แต่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมสงสัย ที่ผมไม่เข้าใจคือเค้าพูดเรื่องอะไร ใครไม่จ่ายค่าห้อง?

          “ผมก็จ่ายไปแล้วไงครับ” ผมขมวดคิ้วลง

          “จ่ายตอนไหน นายกับเพื่อนไม่จ่ายค่าห้องป้ามาเดือนนี้เดือนที่สามแล้วนะ”

          “ป้าพูดเรื่องอะไร ผมก็จ่าย…” สมองผมกำลังประมวลผลกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ ผมเอาเงินค่าห้องในส่วนที่ผมต้องออกให้ยูจิไปทุกเดือน นี่อย่าบอกนะว่า..ฉิบ+หายแล้วไหมละ!!

          “สามเดือนแล้วหรอครับที่ยูจิไม่ได้จ่ายค่าห้อง?” เมื่อจำนนต้องหลักฐานผมก็ไม่อยากที่จะเถียงข้างๆคูๆ เพราะผมรู้ว่าแฟ้มในมือเค้ามีอะไร

          “ใช่..ถ้าพรุ่งนี้พวกนายไม่จ่ายป้าจะให้คนอื่นเค้าย้ายเข้ามาอยู่แทนแล้วนะ”

          “พรุ่งนี้เลยหรอ” ใจผมกระตุกวูบกับคำพูดของป้า ผมเข้าใจว่าเค้ามีรายจ่ายมากมายในหอพักนี้ การที่พวกผมอยู่แบบไม่จ่ายค่าเช่ามันทำให้เค้าต้องขาดรายได้ แต่แค่วันเดียวผมจะไปหายเงินจากไหนมาจ่ายล่ะ “ขอเวลาผมสักสามวันไม่ได้หรอครับ ผมอยากคุยกับยูจิก่อน”

          ป้าเค้าถอนหายใจยาวๆ แล้วพยักหน้าอนุญาต. ผมรู้ว่าแกไม่ใช่คนใจร้ายอะไร แต่ที่ทำแบบนี้เพราะพวกผมไม่ทำตามกติกาเอง ผมว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ ยังไงก็ต้องคุยกับยูจิให้รู้เรื่อง

          ผมรอยูจิที่ห้องทั้งคืนเค้าก็ไม่กลับมา จนเช้าผมอาบน้ำแต่งตัวไปมหาวิทยาลัย ความจริงวันนี้ผมไม่มีเรียนหรอกครับแต่ตั้งใจไปหายูจิที่คลาสเรียนของเค้า ผมนั่งรอที่หน้าห้องอยู่นานจนคนที่เรียนคลาสเดียวกันทะยองออกมา 

          “อ้าว.แบมแบม!!”

          ผมหันไปตามเสียงเรียกของใครสักคน จำได้ว่าเป็นเพื่อนยูจิชื่ออะไรน๊า..โยซอบหรือป่าวถ้าจำไม่ผิด

          “หวัดดี” ผมก้มหัวทักทายเล็กน้อย ถึงจะไม่แน่ใจว่าเค้าชื่ออะไรแต่เป็นเพื่อนยูจิแน่นอน

          “มาทำอะไรแถวนี้ มีเรียนตึกนี้หรอ”

          “อ้อ..ป่าวหรอกเรามาหายูจิหน่ะ”

         โยซอบ (หรือป่าว) ขมวดคิ้วมองหน้าผมแปลกๆ แล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็ดน้อย 

          “ยูจิเค้าไม่ได้บอกนายหรอว่าเทอมนี้เค้าดรอปเรียนเอาไว้ก่อน”

          “ดรอปเรียน?!”

          “ใช่!.เห็นบอกว่ามีปัญหาที่ญี่ปุ่นถูกเรียกให้กลับบ้านกระทันหัน นึกว่านายรู้เห็นเป็นเมดกัน”

          ผมช็อคจนคิดอะไรไม่ออก สมองผมที่มีไม่ได้มากประมวลผลจนชิปแทบกระเดนออกมา “แล้วนายรู้ไหมเค้าจะกลับญี่ปุ่นวันไหน”

          “วันนี้” โยซอบยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือ “ปานนี้น่าจะอยู่บนเครื่องแล้วมั่ง”

          ผมทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งหน้าห้องตัวเดิมอย่างหมดแรง นี่มันละครหลังข่าวชัดๆ ดราม่ากว่านี้ก็ซีรี่ย์เกาหลีที่แม่ผมดูแล้วครับ ผมไม่ได้บอกอะไรโยซอบต่อเค้าจึงขอตัวไปธุระของเค้าซึ่งผมไม่ได้สนใจ 


          ผมโทรหายูจิหลายครั้งซึ่งก็ได้ยินเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ  ผมนั่งอยู่ที่เดิมสักพักก็คิดได้ว่าที่พึ่งสุดท้ายคงต้องเป็นครอบครัว ผมตัดสินใจโทรหาหม่าม๊า

          [ฮัลโหล] เสียงตอบรับอย่างสดชื่นแจ่มใสของม๊าทำให้น้ำตาผมพลานจะไหลออกมา

          “ม๊า..”

          [จะยอมแพ้แล้วกลับบ้านแล้วใช่ไหม ม๊าจะได้ส่งตั๋วเครื่องบินไปให้]
หม่าม๊ามักจะหยอกล้อผมด้วยคำพูดนี้เสมอ แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้มันรู้สึกแทงใจดำผมเหลือเกิน ผมจึงกลืนคำพูดทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงคอ

          “อะไรเล่าม๊า..แบมโทรหาเพราะคิดถึงหรอกน๊า”

          [ให้มันจริงเถอะไอ้ลูกชาย พี่แบงค์อยากขับรถไปรับที่สนามบินจะแย่แล้วเนี่ยฮ่าๆ] ม๊าก็พูดแบบนี้แทบจะทุกครั้งโทรกลับไทย แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกเหมืนดูถูกอยู่กลายๆ ความดื้อและหัวรั้นไม่เข้าท่าของผมทำให้ผมตัดสินใจไม่บอกเรื่องท่ีผมกำลังเผชิญอยู่

          ผมบอกลาม๊าด้วยคำว่า ‘คิดถึง’ ซึ้งโคตรออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจเลยแล้วเดินคอตกลงมาจากตึกเรียน ผมเดินไปตามทางอย่างเหม่อลอยในใจก็คิดเรื่องต่างๆ ไปเรื่อยไม่มีจุดหมาย

          ~ปริ้นๆ

          ผมกำลังจะหันไปด่าไอ้รถที่มาบีบแตร่ใส่ผม (ก็เดินบนฟุตบาทแล้วเนี่ยจะบีบทำไม กลัวคนไม่รู้หรือไงว่ารถมีแตร่!) ถ้าผมไม่จำได้ซะก่อนว่าไอ้รถคันนั้นเป็นของใคร

          “แบมแบม! นายกำลังจะไปไหน” พี่มาร์คเจ้าของรถยุโรปคันสวยลดกระจกรถลงแล้วชะโงกหน้าถามผม

          “กลับหอครับ”

          “งั้นขึ้นมาสิเดี๋ยวพี่ไปส่ง” รูปประโยคพี่มาร์คเป็นแบบนี้อีกแล้ว ไอ้คำว่า ‘ไปส่งไหม?’ มันยาวมากหรือไงถามจริง

          “ไม่เป็นไรครับเกรงใจ” ผมก็หาทางปฏิเสธของผมจนได้

          “มาเถอะ! ยังไงพี่ต้องไปรับปันปันแถวนั้นอยู่แล้ว โรงเรียนปันปันอยู่แถวๆหอนาย”

          ผมขี้เกียจเถียงต่อเลยพยักหน้าตอบรับแล้วเปิดประตูรถที่พี่มาร์คปลดล็อกรออยู่แล้วขึ้นไปนั่ง

          “มีเรียนเช้าหรอ?” พี่มาร์คถามตอนที่รถเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ

          “ป่าวหรอกครับ มาทำธุระ” ผมตอบแบบขอไปทีแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ผมกำลังคิดไม่ตกกับเรื่องค่าห้อง ผมพอจะมีเงินอยู่บ้างแต่ถ้าเอาไปจ่ายก็คงไม่เหลือเงินกินข้าวเลย นี่ขนาดแค่ค่าห้องเดือนเดียวนะ อย่าได้พูดถึงย้อนหลังสามเดือน

          “พี่แวะรับปันปันก่อนนะ” พี่มาร์คบอกในขณะกำลังเลี้ยวรถเข้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง

          “งั้นผมลงตรงนี้เลยก็ได้หอผมอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เดินไปหน่อยเดียวก็ถึงแล้ว” ผมกำลังจะลงจากรถแต่ถูกมือหนาคว้าต้นแขนเอาไว้ก่อน

          “เดี๋ยวสิ!! ไม่ไปเจอปันปันหน่อยหรอ เค้าอยากเจอนายนะ”

          อาจเพราะสมองผมมันตื้อๆ เลยคิดอะไรไม่ออก รู้ตัวอีกทีก็เดินตามพี่มาร์คเข้ามาในโรงเรียนต้อยๆ แล้ว

          “ปันปัน” พี่มาร์คเรียกชื่อลูกเบาๆ ในขณะที่ปันปันนั่งอยู่ที่มุมห้องคนเดียว มีของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยล้อมรอบตัวเค้าอยู่

          “มัค!” เสียงเล็กตะโกนตอบรับผู้เป็นพ่อแล้วลุกขึ้นทิ้งของเล่นทุกอย่างวิ่งมากระโจนใส่พี่มาร์คแบบเต็มแรง 

          “แบมแบม!!” ปันปันเบิกตากว้างจนดวงตากลมๆ แทบถล่นออกจากเบ้า แล้วส่งยิ้มหวานเจี้ยบมาให้ผม เค้าดิ้นขลุกขลิกออกจากพี่มาร์คแล้วเอี่ยมตัวมาให้ผมอุ้ม

          ผมส่งยิ้มให้เค้าอย่างช่วยไม่ได้แล้วรับเอาเด็กน้อยที่กางแขนรอให้อุ้มอย่างน่าเอ็นดู ปันปันเอื้อมมือเล็กของเค้าขึ้นมาวางที่ข้างแก้มผมทั่งสองข้าง แล้วหอมแก้มผมไปฟอดใหญ่

          “นุ่มนิ่ม” เค้าหัวเราะคิกคักชอบใจที่ได้หอมแก้มผม จนผมอดจะยิ้มตามไม่ได้

          ไม่ว่าวันนี้ผมจะเจอเรื่องอะไรเหมือนอ้อมกอดเล็กๆ และรอยยิ้มแป้นแล้นจากเด็กตรงหน้าจะช่วยบรรเทาความอึดอัดพวกนั้นลงได้ ผมรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

          “วันนี้ปันอยากไปไหนครับ กินเค้กหรือกินติม” พี่มาร์คที่หมดหน้าที่เพราะถูกลูกทิ้งเดินตามผมที่อุ้มปันปันออกมาหลังจากร่ำลาครูประจำชั้นแล้ว

          “กินเค้ก กินติม” ปันปันที่อยู่ในวงแขนของผมตบมือแปะๆ แล้วพูดแบบเดิมวนไปวนมาสองสามรอบตามประสาของเค้า จนเราเดินมาถึงรถผมกำลังจะส่งเค้าคืนให้พี่มาร์ค. เพราะจะเดินกลับก็หอผมอยู่แถวนี้เดินไปนิดเดียวก็ถึงจะขึ้น-ลงรถให้ลำบากทำไม อีกอย่างพี่มาร์คจะได้ไม่ต้องวนรถด้วย 

          แต่ปัญหามันติดที่เด็กน้อยที่ไม่ยอมปล่อยผมนี่สิ กอดคอผมไว้แน่นเชียว

          “แบมแบมกินเค้ก ปันปันกินติม” ปันปันพึมพำอยู่ที่บ้างหูผมเบาๆ เค้าคงคิดว่าผมจะไปด้วย 

          “ถ้านายไม่ได้มีธุระที่ไหนต่อไปด้วยกันสิแบมแบม พี่เลี้ยงเอง” พี่มาร์คที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่นานเอ่ยขึ้น

          ถ้าเป็นปกติผมคงดีด้าที่ได้ยินคำว่า ‘เลี้ยง’ แต่วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ ที่จะซุกหัวนอนกำลังจะไม่มี จะให้ไปเอาอารมณ์ที่ไหนมานั่งกินไอติม

          “ไม่ดีกว่าครับ ผมต้องไปทำงานต่อ” ที่จริงวันนี้ผมเข้ากะดึกจะไปกินไอติมก่อนแล้วค่อยไปทำงานก็ยังได้ ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ มีเวลาถมเถไป แต่อย่างที่บอกผมไม่มีอารมณ์

          พี่มาร์คพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินเข้ามาจะอุ้มปันปันที่กอดผมเป็นลูกลิง ตอนแรกเค้างอแงนิดหน่อยไม่ยอมปล่อยมือที่กอดคอผมแต่พี่มาร์คเค้าก็มีวิธีหลอกล่อของเค้า

          “ปันไม่ดื้อนะครับ แบมแบมเค้ามีธุระนะ”

          ปันปันส่ายหัวไปมาปฏิเสธท่าเดียวกอดคอผมแน่นจนจะหายใจไม่ออกแล้ว

          “ถ้าปันดื้อมาร์คจะเสียใจ แบมแบมก็จะไม่รัก เค้าจะไม่มาเจอปันอีก” 

          ปันปันผละตัวออกมามองผมแล้วจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “จะเจออีกไหม” 

          “เจอสิ..ถ้าปันเป็นเด็กดีแบมแบมจะมาหาอีกนะ มาหามาร์คนะครับคนเก่ง” พี่มาร์คดูอ่อนโยนมากๆ เวลาที่เค้าพูดกับลูก ไม่มีความหงุดหงิดหรือโมโหอยู่ในนั้นเลย

          ปันปันเหมือนจะคิดตามแล้วลังเลนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยอมผละออกไปหาพี่มาร์คที่อ้าแขนรอรับ

          “มาเจออีกนะ ปันคิดถึง” ปันปันยิ้มหวานบอกลาผมแล้วโบกมือไปมาจนถูกพี่มาร์คพาเข้าไปในรถ มือเล็กเกาะที่กระจกรถเพื่อมองผมจนรถเคลื่อนตัวออกไป

          “ขอโทษนะปันปัน เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้” ผมพึมพำเบาๆ กับตัวเองที่คิดไม่ตกสักทีว่าจะเอายังไงดีกับชีวิต









*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<


**เรื่องนี้ไม่ม่าเน๊อะ เนื้อหากรุบกริบแบบปันปันสไตล์ >_<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2188 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:56
    เอ็นดูๆๆๆ
    #2188
    0
  2. #2143 junekimsa (@junekimsa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:02
    แบมคนดี
    #2143
    0
  3. #2036 Monster_04 (@Monster_04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 23:30
    พี่มาร์คอบอุ่น ยูจิคือใครลูก แม่จะตบมันให้ //อินเกิน555//
    #2036
    0
  4. #2022 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 16:11
    พี่มาร์คเป็นพ่อที่น่ารักจัง แต่น้องแบมน่าสงสารอ่าา
    #2022
    0
  5. #1998 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:08
    พี่มาร์คนิสัยดีจัง อบอุ๊น อบอุ่น
    แต่สงสารน้องแบมอ่าาา จะทำไฃต่อไปล่ะเนี่ย;-;
    #1998
    0
  6. #1988 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:35
    สงสารแบมม
    #1988
    0
  7. #1978 sarocha meesang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:17
    เเบ๊มมมม
    #1978
    0
  8. #1952 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 20:31
    น้องแบมมมม จะทำไงเนี่ยยย
    #1952
    0
  9. #1932 missbb (@missbb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 07:42
    งืออสงสารแบมจังงง
    #1932
    0
  10. #1900 Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 19:47
    ฮืออออ ทำไมจะไม่เจออีกล่ะแบมม เดี๋ยวปันคิดถึงนะ
    #1900
    0
  11. #1815 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 04:58
    ปันปันน่ารักน่าฟัดมากอ่ะ
    #1815
    0
  12. #1544 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 06:18
    โธ่ น้องแบมเอาไงต่อล่ะลูกทีนี้
    น้องปันนี่ต้องรักแบมเข้าแล้วล่ะ
    #1544
    0
  13. #1259 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 08:46
    ว่าแล้วทะแม่งๆตั้งแต่ตอนที่แล้ว
    #1259
    0
  14. #1079 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 09:21
    โว๊ะ ไมทำแบบนี้อ่ะเจอหน้าต้องบวกกันแล้วละ่
    #1079
    0
  15. #1028 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 07:33
    ทำไมยูจิทำแบบนี้ล่ะ ทิ้งปัญหาไว้ให้แบมตามแก้แบบนี้ได้ยังไง
    #1028
    0
  16. #604 0849251211 (@0849251211) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 11:20
    ปันปันน่ารักจัง
    #604
    0
  17. #560 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 03:28
    อกพี่แบมนี้มันซบแล้วสบายใช่มั้ยปัน
    แก้มพี่แบมก็นุ่มนิ่มมมมมมมม
    #560
    0
  18. #549 pkmyt (@powpc) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 12:38
    มีสายใยมาคล้งไว้อย่างปันปัน แบมจะหนีไปไหนรอดดดด อิอิ
    #549
    0
  19. #487 pinlprd99 (@pinlprd99) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 18:44
    เอาไงดีละแบมจะทำไงอ่ะ?
    #487
    0
  20. #430 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 11:20
    โอโห ทำไมทำแบบนี้ แล้วแบมจะทำไง
    #430
    0
  21. #423 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 09:06
    เพื่อนแย่มากๆ
    #423
    0
  22. #413 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 20:09
    เพื่อนแบมทำไหมทำแบบนี้
    #413
    0
  23. #340 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:21
    โหงยยยย ยูจิ โหยยย แบมแบมก็หาเงินมาจ่ายค่าห้องเหมือนกันนะ ทำกันได้ลงคอ
    แล้วแบมแบมจะเอายังไงต่อเนี่ย
    #340
    0
  24. #332 saowanee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 17:24
    ความซวยของแบมเต็มๆอะ
    #332
    0
  25. #328 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 07:18
    หงุดหงิดยูจิแทนแบมมมม
    #328
    0