MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 31 : SF ::: แมวแบม #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3071
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    24 มิ.ย. 60



#แมวแบม 4


BAMBAM

         ครื้น!! 

         เฮือก!! 

          ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องที่ดังและน่ากลัวมากๆ ข้างนอกนั้นฝนกำลังจะตก แสงสว่างวาบที่ลอดเข้ามาในห้องทำให้ผมมองเห็นอะไรในนี่ได้อย่างชัดเจน

          เฮือก! 

          แม้ว่าร่างหนาที่แสนจะอบอุ่นที่อยู่ข้างๆ จะทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ความกลัวที่มีก็ยังไม่หายไป ภาพสัตว์ประหลาดสีเขียวตัวอันตรายก่อนหน้านี้มันยังติดอยู่ที่หัว ผมค่อยๆ พลิกตัวช้าๆ เพราะรู้สึกปวดราวไปทั้งร่างจนแยกไม่ออกว่าตัวเองเจ็บตรงไหนบ้าง บางทีกระดูกผมอาจจะหักไปสักทีก็ได้

          “เมี๊ยววว! อุบ!” ผมยกมือขึ้นมาปิดปากแทบไม่ทัน เพราะกลัวอีกคนที่กำลังนอนหลับสบายจะตื่น แต่ผมตกใจ ตกใจแม้กระทั่งใบหน้าคมของมาร์คที่ผมแสนจะหลงใหล

          ตอนนี้ทุกอย่างในนี้มันดูน่ากลัวไปหมดสำหรับผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกว่าห้องเล็กๆ แห่งนี้เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ที่ผมเรียกว่า ‘บ้าน’ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ทุกที่ล้วนแต่อันตราย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงานมาร์ค ตู้เสื้อผ้า เตียงนอน หรือแม้กระทั่งโซฟาที่นอนของผม ผมไม่รู้เลยว่าเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นจะโผล่ออกมาจากทางไหนอีก บางทีมันอาจจะรอให้ผมเผลอแล้วโดดออกมาฆ่าผมก็ได้

         พอนึกได้แบบนั้นผมคืนร่างกลายเป็นแมวดำโดยไม่รู้ตัว แต่ผมรู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากกว่าเมื่อเทียบกับร่างของมนุษย์. ยังไงผมก็เป็นแมวอยู่ในร่างนี้อย่างน้อยๆ ก็วิ่งได้เร็วกว่าร่างมนนุษย์แบบนั้น

          ตุบ! เสียงร่างผมกระแทกกับพื้นห้องเพราะผมพยายามลุกออกจากเตียงที่กำลังนอน ผมรู้สึกว่าที่นี้มันไม่ปลอดภัย แต่ด้วยความที่ร่างกายผมที่เจ็บไปหมดทุกส่วนจะไม่เอื้ออำนวย ทำให้เมื่อขยับตัวก็ยิ่งรู้สึกปวดร้าวขึ้นไปเป็นสองเท่า เจ็บจนผมน้ำตาเล็ด

          ผมพยายามพยุงตัวเองแล้วหมอบคลานไปที่มุมห้องเพราะลุกไม่ไหวผมรู้สึกปวดขาหลังมากๆ จนขยับไม่ได้ แต่ก็ยังฝืน กว่าจะพาตัวเองมาตรงมุมนี้ได้ขาผมก็ชาจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว

          ครื้นนนน! แปลบ! 

          เสียงฟ้าร้องและแสงฟ้าแลบทำให้ผมหันไปมองเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดสีเขียวที่อยู่บนโซฟา มันยึดโซฟาของผมไปเป็นของตัวเองแล้ว และตอนนี้มันก็กำลังมองมาที่ผมดวงตาที่เรียวเล็กแต่อันตรายจับจ้องเหมือนผมเป็นเหยื่อ ผมถอยจนหลังชิดกับผนังที่มุมห้อง มันเหมือนกับว่าผมไม่มีทางรอดแล้ว ถ้ามันเข้ามาเมื่อไหร่ผมคงต้องตายอยู่ตรงนี้

          “ฟ่อออ” เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายผม เมื่อรู้สึกว่ารอบตัวไม่ปลอดภัยหรืออันตรายขนทุกส่วนจะพร้อมใจกันตั้งขึ้น รวมทั้งหูและหาง ผมแยกเขี้ยวขู่เจ้าสัตว์น่ากลัวตัวนั้นอย่างกล้าหาญทำท่าทำทางเหมือนไม่กลัว ทั้งที่ในใจมันกลัวจนสั่นไปหมด

          พอเจ้าสัตว์ตัวยาวมันไม่ขยับตัวผมก็เบาใจขึ้นมาได้นิดหน่อย ขนที่ตั้งชันลู่ลงตามความรู้สึกที่ผมเป็น เพราะความเพลียมากๆ ของร่างกายผมค่อยๆ หมอบราบลงช้าๆ แต่ตายังคงไม่ยอมหลับ ผมจ้องมองเจ้าสัตว์ตัวอันตรายนั้นอย่างไม่วางตา ถ้าเมื่อไหร่ที่มันจู่โจมผมจะได้สู้หรือหนีได้ทัน

          ตอนนี้ความเจ็บปวดกำลังเล่นงานผมอย่างหนัก แต่ความกลัวมันมีมากกว่า ร่างกายผมล้าจนพยุงเอาไว้แทบไม่ไหว แต่ผมยังคงฝืนตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ผมควบคุมได้คือดวงตาคมคู่นี้ ผมยังคงบังคับตัวเองให้ไม่หลับได้ ผมจะไม่ประมาทเพราะเราไม่สามารถไว้สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวอย่างตัวเขียวๆ นี้ได้เลย


MARK 


          ผมลืมตาขึ้นมาความรู้สึกแรกที่นึกขึ้นได้คือเป็นห่วงอีกคนที่นอนอยู่ด้วยมากๆ ก่อนที่ผมจะหลับไปจำได้ดีว่าแบมแบมตัวสั่นอย่างรุนแรง และสะดุ้งเป็นพักๆ แม้ว่าเขาจะกำลังหลับ ความรู้สึกผิดยังคงทำร้ายผมจนผมไม่สามารถเลิกโทษตัวเองได้แม้กระทั่งตอนนอน 

          “แบมแบม!!” ผมตกใจสะดุ้งเฮือกเมื่อกวาดมือไปข้างๆ ตรงที่ที่อีกคนเคยนอนอยู่หายไป ข้างกายผมว่างเปล่าไม่มีแม้กระทั่งร่างแมวดำตัวน้อยๆ

          แต่เมื่อผมมองไปรอบๆ ห้องแล้วเห็นร่างกลมๆ นอนขดอยู่ที่มุมห้องผมก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก แม้จะแปลกใจว่าทำไมเขาถึงลงไปนอนตรงนั้นทั้งที่เมื่อคืนเรานอนด้วยกันบนเตียงนี้แท้ๆ

         ผมลุกขึ้นแล้วเดินลงไปที่ร่างแมวน้อยที่แม้แต่ยามหลับยังไม่หายสั่น กายบางกระตุกเป็นระยะๆ เหมือนกำลังฝันร้ายหรือหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา 

          “แบมแบม” 

          “แง้ววว!”

          “โอ้ย!!” 

          พอผมเอื้อมมือหวังจะสัมผัสและลูบหัวอีกฝ่ายเหมือนที่เขาชอบให้ทำ แบมแบมกลับสะดุ้งแล้วอ้าปากงับเข้าที่มือผมอย่างจัง ด้วยความตกใจ เจ็บและสัญชาตญาณการป้องกันตัว ผมสบัดแขนอย่างแรงจนร่างบางของแบมแบมปลิวไปตามแรงของผมแล้วหลุดไปกระแทกกับผนังห้องอีกฝาก

          “อั่ก! แค่กๆๆ” ตัวเล็กๆ ของแมวดำคืนร่างเปลี่ยนเป็นคนอีกครั้ง ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นแบมแบมกระอั่กเลือดออกมาจากปาก

          “แบมแบม!!” ผมได้แต่วิ่งไปหาเขาสุดแรงที่มี แล้วช้อนหัวเล็กที่ไอกระอักจนเหมือนจะควบคุมอะไรไม่ได้แล้ว

          “แค่กๆๆๆ” ยิ่งขยับเลือดจำนวนมาก็ยิ่งพุ้งออกมาจากปาก ผมตกใจทำอะไรไม่ถูกคิดได้อย่างเดียวว่าจะปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปไม่ได้

          สมองผมทำงานอย่างหนักเมื่อตะหนักได้ว่าควรจะพาแบมแบมไปหาหมอ แต่นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะที่ผมคิดหนักคือควรพาเขาไปหาหมอที่โรงพยาบาล หรือไปหาสัตวแพทย์ที่ คลินิกรักษาสัตว์ ผมรีบตัดสินใจแล้วเอาหาเสื้อคลุมที่มีฮูดมาสวมให้กับคนที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติ อย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็อยู่ในร่างของมนุษย์. การที่เขามีหูแมวติดอยู่ที่หัวมันไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับคนอื่นแน่ๆ แล้วรีบอุ้มร่างบางขึ้นเพื่อพาเขาออกมาจนถึงหน้าคอนโด

          ในขณะที่ผมกำลังยืนรอแท็กซี่ใครบางคนในชุดสีขาวยาวถึงเข่าเป็นเอกลักษณ์ก็เดินมาหาผมแล้วสะกิดที่ไหล่เบาๆ

          “คุณครับ...นั่นหนะแมวใช่ไหม?” บุคคลที่เข้ามาหาผมไม่เอ่ยคำทักทายใดใดแต่กลับมองไปที่ร่างบางที่ผมอุ้มเอาไว้แนบอกแทน

          “คุณ…”

          “ไม่ต้องตกใจ ผมก็มีแมวแบบนี้เหมือนกัน” ใบหน้าหวานถูกประดับไปด้วยองค์ประกอบที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีใบหน้าที่เรียวเล็ก ดวงตารีจนแทบจะเป็นขีดตรง ริมฝีปากบางที่เวลายิ้มจะเห็นฟันขาวสะอาด รอยตีกาที่ประดับตรงหางตาเรียวรีนั้นไม่ได้ทำให้เขาดูมีอายุเลย เหมือนออกจะเด็กกว่าผมด้วยซ้ำ

         “...” 

          “พาเขาไปที่คลินิคผมก่อนเร็ว ผมเป็นสัตวแพทย์” เขาบอกแบบนั้นแล้วเดินนำผมกลับไปที่คอนโดที่ผมเพิ่งเดินออกมา คนที่อ้างตัวเองว่าเป็นหมอพาผมมาที่คลินิครักษาสัตว์ตามที่พูด

        เมื่อผมวางร่างแบมแบมลงที่เตียงเขาก็ยังคงกลายร่างเปลี่ยนไปมาระหว่างคนกับแมวจนผมนึกกลัว แต่หมอที่ผมเพิ่งเจอกลับดูไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรเลย เขาหยิบอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดการเต้นของหัวใจขึ้นมาเสียบที่หูตัวเองแล้วเอาอีกส่วนวางทาบลงที่ร่างบางที่ตอนนี้อยู่ในร่างของคน 

          “ชีพจรต่ำมาก..ยองแจออกมาช่วยผมหน่อย” หมอคนนั้นเรียกใครสักคนที่อยู่ในห้องถัดไป 

          ร่างบางในชุดสีขาวที่เหมือนกันเพราะเป็นยูนิฟอร์มของคนที่ทำงานแบบนี้ เดินออกมาพร้อมอุปกรณ์หลายอย่างในรถเข็นที่สูงในระดับเอว ผมมองไม่เห็นหน้าของเขาเพราะครึ่งล่างถูกปิดไปด้วยเมทสีขาวอมเขียวเพื่อป้องกันเชื่อโรค

          “ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจก่อน สอดสายเข้าไปที่ปากเลย ต้องทำให้เขานิ่งและหยุดเปลี่ยนร่างก่อน” 

          ผมยืนมองหมอทั้งสองคนกำลังพยายามทำให้สิ่งที่เรียกว่าการรักษา แต่พอสายยางที่มีขนาดใหญ่และยาวถูกสอดเข้าที่ปากบางโดยมีอุปกรณ์เหล็กงัดขนาดพอดีมือใส่เข้าไปเพื่อง้างปากให้อ้าก่อน

          น้ำตาผมไหลพรากๆ เมื่อเห็นร่างบางตรงหน้าชักและกระตุกอย่างรุนแรง ผมตกใจจนแทบจะถลาเข้าไปที่เตียงนั้น แต่คนที่ถูกเรียกว่ายองแจรีบเข้ามาขว้างผมเอาไว้ก่อน

          “คุณใจเย็นๆ เขาไม่เป็นไร”

           “จะไม่เป็นอะไรได้ยังไง! ดูสิเขาจะชักอยู่แล้ว!” 

          ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ ผมไม่ไว้ใจสองคนนี้เลย เขาเป็นใครก็ไม่รู้อยู่ๆ ก็มาเสนอตัวรักษาแบมแบมให้ผม ไหนจะท่าทางที่ดูไม่ตกใจหรือแปลกใจอะไรเลยกับการเห็นแมวที่แปลงร่างเป็นคนได้แบบนั้น

          “เขาจะปลอดภัยคุณเชื่อผม เพราะอย่างน้อยๆ หมอที่โรงพยาบาลเขาไม่รักษาปีศาจแบบนี้ให้คุณแน่ๆ” 

          “...”

          ผมมองหน้าหมอที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดที่ทำให้ผมหมดทางเลือก แต่ที่เขาพูดก็มีส่วนถูก แบมแบมไม่ใช่ทั้งคนและสัตว์ แต่เขาเป็นปีศาจ

          “ผมว่าคุณออกไปนั่งรอข้างนอกก่อนดีกว่า ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่หมอจินยองกับผมเถอะ” 

          ดวงตารีเรียวที่หรี่ลงทำให้ผมเดาได้ว่าตอนนี้หมอคนนี้คงกำลังยิ้มให้ผมแม้ปากตรงบริเวณริมฝีปากจะถูกครอมปิดด้วยหน้ากากอนามัย และผมคิดว่าพวกเขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับแมวปีศาจพวกนี้ไม่มากก็น้อย สุดท้ายจึงยอมเดินออกมานั่งรอตรงห้องที่เหมือนจะเอาไว้รับแขกข้างนอก

          พรึบ ~ 

          “เมี้ยววววว” 

          ในระหว่างที่ผมกำลังนั่งกังวลใจเป็นห่วงแมวดื้ออย่างแบมแบมที่กำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่กับคนสองคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นสัตวแพทย์ ก็มีแมวรูปร่างกำลังดีกระโดดมาจากตรงไหนของห้องผมก็ไม่ทันได้สังเกต เห็นอีกทีก็มานั่งยกขาหน้าขึ้นมาเลียอยู่ที่โต๊ะข้างโซฟาทรงสูงข้างๆ ที่ผมนั่งแล้ว 

          “เมี้ยววววว” เจ้าแมวตัวที่ว่ารูปร่างค่อนข้างจะใหญ่โตและแข็งแรงเมื่อแทบกับแมวตัวบางๆ อย่างแบมแบม ใบหน้ากลมโตและดวงตาสีอำพันที่เหมือนจะสะกดเหยือได้เวลาที่ถูกเขาจับจ้อง บวกกับขนสีขาวสลับดำลายทางที่ทำให้รูปร่างที่ใหญ่โตดูหน้าเกรงขาม ติดอย่างเดียวคือใบหน้ากลมๆ นั้นกลับดูมึนๆ อึนๆ ถ้าไม่ติดว่าร้องเหมียวๆ ผมคงคิดว่าเป็น ‘หมีมึน’ ในร่างแมวไปแล้ว

          พรึบ! 

          “เมี้ยววววว” 

          ผมยังไม่ทันได้หายแปลกใจกับเจ้าแมวหน้ามึนตัวโตนี้ก็มีแมวขนสีขาวทั้งตัวกระโดดมานั่งที่โต๊ะตัวเดียวกัน แล้วส่งเสียงร้องทักทักเหมือนจะคุยกันเป็นภาษาแมวแบบที่ผมฟังไม่ออก

          “เมี้ยววว เมี้ยววว เมี้ยวว”

          “เมี้ยววววว”

          “เมี้ยวว เมี้ยวว” 

          “…”

          เจ้าสัตว์เลี้ยงสี่ขากำลังสนทนากันเป็นภาษาแมวอย่างออกรสออกชาติ ผมก็รู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ค่อยปกติ เมื่อพวกมันที่สลับกันร้องเมี้ยวๆ แล้วมองมาที่ผม มันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้าผมไม่ได้รู้สึกว่าสายตาทั้งสองคู่ที่จ้องมามันเหมือนกับว่าพวกเขากำลังต่อว่า หรือนินทาผมอยู่

          “นี่พวกนายไม่ได้กำลังด่าฉันอยู่ใช่ไหม” 

          แมวพูดได้ก็เจอมาแล้ว แมวเปลี่ยนร่างเป็นคนก็เห็นอยู่ทุกวัน มันจะแปลกอะไรถ้าแมวสองตัวนี้จะเข้าใจที่ผมพูด เพราะทันทีที่ผมเอ่ยจบประโยคทั้งสองก็พร้อมหน้ากันจ้องมาที่ผมเหมือนอยากจะกระโจนมาขย้ำหรือข่วนผมกันเต็มที

          “เฮ้ยยยยย!!” 

          ผมยังไม่ทันได้หายแปลกใจอยู่ๆ เจ้าแมวขนสีขาวสะอาดตาก็เปลี่ยนร่างเป็นคนรูปร่างกำยำสมส่วนแล้วขยับมานั่งข้างๆ ผม

          “นายฟังภาษาเรารู้เรื่องด้วยหรอ?” เขายื่นหน้าเข้ามาหาผมแล้วยิ้มให้จนตาปิด “ผมชื่อแจ็คสันนะ”

          ผมพยักหน้ารับแบบงงๆ แล้วจากนั้นเจ้าแมวหน้ามึนอีกตัวก็กระโดดลงมาที่โซฟาแล้วเปลี่ยนร่างเป็นคนนั่งลงตรงที่ยังว่าง

          “ตกใจทำไม! พวกเราก็เผ่าพันธุ์เดียวกับแมวของนายนั้นแหละ” เจ้าแมวหน้ามึนพูดกับผมด้วยท่าทางสบายๆ

          เป็นอย่างที่เขาพูด แมวทั้งสองตัวเมื่อเปลี่ยนร่างเป็นครพวกเขาจะเหลือเพียงแค่หูกับหางของแมวเอาไว้เท่านั้น อย่างอื่นแทงจะไม่มีอะไรที่ไม่เหมือนผมเลย

          “แบมแบมชอบเล่าเรื่องของนายให้เราฟัง ยูคยอมบอกว่านายไม่ชอบแมว แต่นายก็ไม่น่าใจร้ายทำกับเพื่อนเราขนาดนั้นเลย” แจ็คสันต่อว่าผมแล้วทำหน้าเศร้าเมื่อพูดถึงเรื่องที่ผมเองก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

          “พวกนายเป็นเพื่อนแบมแบมหรอ?” 

          “ใช่!! เราโตมาด้วยกัน เมื่อก่อนเราสนิทกันม๊ากมาก” แจ็คสันดูเป็นคนอัธยาศัยดีและดูเป็นมิตรเมื่อเทียบกับแมวอีกตัวที่เอาแต่มองผมแล้วทำหน้าอึนๆ เหมือนไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา

          “ฉันรู้นะว่าทำไมนายถึงมองฉันแบบนั้น ฉันยอมรับว่าตัวเองทำรุนแรงเกินไป แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันก็คงจะไม่ทำแน่ๆ”

          “หึ..มนุษย์นี่ก็แปลกทำไมชอบแก้ตัว แต่ก็ช่างเหอะ...ยังไงแบมแบมมันก็แค่แมว ตายไปก็ไม่มีใครเดือนร้อนหรอก ดีซะอีกนายจะได้ไม่ต้องรำคาญจริงไหม?” มุมปากที่แสยะยิ้มและท่าทางที่เฉยชาของเขามันทำให้ผมแทบสติแตก 

          “นี่นาย!! ถึงฉันจะไม่ได้รักสัตว์อะไรแต่ก็ไม่ได้ถึงกลับเกลียดแบมแบมจนคิดที่จะฆ่าเขาหรอกนะ ฉันก็เสียใจเหมือนกันที่เห็นเขาเป็นแบบนี้!” 

          “หรอ?” 

          คำพูดสั้นๆ แต่เหมือนมีดเล่มเล็กๆ ที่กรีดแทงหัวใจผม ผมยอมรับว่าตัวเองผิดแต่ก็ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำขนาดนั้น ผมไม่เคยคิดอยากจะให้ใครต้องมาตายเพราะผมหรอกนะ

          “ยูคยอม..ทำไมไปพูดกับคุณมาร์คเขาแบบนั้น เสียมารยาทจริงๆ” 

          ผมไม่สนใจคำพูดของแมวที่ทำหน้ามึนไร้อารมณ์. แล้วหันไปหาบุคคลที่เพิ่งเดินมาออกจากห้องรักษาสัตว์แทน

          “หมอ! แบมแบมเป็นยังไงบ้าง” 

          “ไม่ต้องห่วงเขาปลอดภัยแล้ว” คุณหมอยิ้มให้ผมจนตาหยีเห็นรอยตีนกาเล็กๆ ที่หางตา

           “จริงหรอ?”  ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อฝีมือของหมอหรอนะ แต่อาการแบมแบมเมื่อเช้ามันดูห่างจากคำว่า ‘ไม่น่าห่วง’ อยู่เยอะ

          “เขามีอาการช้ำในเลยกระอั่กออกมาเป็นเลือด แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว จะมีแต่ก็ขาที่หักทั้งสองข้างคงต้องใส่เฝือกไว้ก่อน อาการโดยรวมถือว่าปลอดภัยแต่ยังไงคืนนี้คงต้องนอนที่นี้รับน้ำเกลือสักหน่อยก่อนนะครับ” 

          คุณหมอหน้าหวานคงอ่านผมจากแววตาออกว่ามีข้อสงสัยมากมายอยู่ในหัว แต่ก็ช่างเถอะยังไงเขาก็เป็นหมอ ผมคิดว่าผมน่าจะไว้ใจเขาได้

          “จินยองครับ” แมวหน้ามึนที่อยู่ในร่างของมนุษย์ตัวสูงโปร่งกวักมือเรียกคนที่ยืนอยู่แล้วตบลงที่โซฟาเบาๆ เหมือนเรียกให้มานั่ง ผมอดแปลกใจไม่ได้ที่ทั้งน้ำเสียงและแววตาที่เขามองหมอมันอ่อนโยนจนไม่เหมือนตัวเขาเลย

          หมอจินยองยิ้มให้เขาแล้วเดินมานั่งลงข้างๆ อย่างว่าง่าย จากนั้นยูคยอมก็เอื้อมมือไปนวดคลึงที่ท้ายทอยและต้นคอให้เขาอย่างอ่อนโยน

          “ขอบคุณนะที่ช่วยเพื่อนของผม”

          “ไม่เป็นไรมันเป็นหน้าที่ของหมอ”

          “เออ..ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ คุณเป็นเจ้านายเขาหรอ?” ผมอดไม่ได้ที่จะสงสัยจึงถามหมิจินยองออกไปตามตรง

           “อ๋อ..ใช่ครับ” 

          “คุณไม่ตกใจหรอครับ ที่พวกเขาเป็น..”

          “ฮึ” เขาขำในลำคอเบาๆ แล้วยิ้มให้ผมอีกรอบ “ตอนแรกก็ตกใจครับ แต่ยังไงผมว่าพวกเขาก็เหมือนแมวทั่วไปนั้นแหละ”        

          หมอจินยองเอื้อมมือไปลูบหัวยูคยอมที่สูงกว่าตัวเอง แล้วเจ้าแมวหมีก็เอียงหัวรับอย่างน่าเอ็นดู ผมว่าที่หมอพูดมาท่าจะจริง ถึงจะดูเป็นแมวในร่างหมีที่หน้ามึนแค่ไหน แต่ความออดอ้อนเจ้านายที่อยู่ในสายเลือดก็ยังคงมี 

          “ยูคยอม” เขาตบมือลงที่ตักเบาๆ แล้วจากนั้นยูคยอมก็เปลี่ยนร่างกลับเป็นแมวขึ้นไปซุกตัวกับบนตักเล็กนั่น 

          หมอจินยองหยิบแปรงที่ใช้สำหรับแปรงขนสัตว์มาแปรงลูบที่ตัวของแมวที่นอนอยู่บนตักไปมาอย่างอ่อนโยนไม่แพ้กัน

          “เรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อน” หมออีกคนที่ชื่อยองแจเดินออกมาห้องผมเพิ่งได้เห็นใบหน้าเต็มๆ ของเขาเป็นครั้งแรก เมื่อไม่มีหน้ากากอนามัยบดบังเขาคือผู้ชายที่มีใบหน้าค้อนไปทางน่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงก็ไม่ปาน

          ฟรึ่บ~ 

          แจ็คสันหันไปเห็นผู้มาใหม่เขาเปลี่ยนร่างกลับเป็นแมวแล้วกระโจนไปที่หน้าอกของยองแจทันที

          “เฮ้!! บอกกี่ทีแล้วว่าอย่างทำแบบนี้! ถ้าผมรับไม่ทันนายจะเจ็บตัวนะ!” ยองแจดุเจ้าสัตว์สี่ขาขนขาวในอกแต่ก็เอื้อมมือลูบหัวเขาเบาๆ

          “ผมคิดถึงยองแจเมี้ยวๆ” แจ็คสันเอียงหน้านิดๆ แล้วเอาหัวถูกกับหน้าอกของอีกคนไปมาทำให้ยองแจยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

          “กลับบ้านกันเถอะ” ยองแจก้มหัวบอกลาผมกับหมอจินยองแล้วอุ้มสัตว์เลี้ยงในมือออกไปทางประตูทาง

          “เมี้ยวๆ กลับบ้านๆ ผมหิวแล้วๆ”

          “หิวอะไร! นายเพิ่งกินไปเมื่อวาน”

         “ก็ผมหิวอีกแล้วไง ผมชอบกินยองแจเมี้ยวๆ”

          “นี่นายตะกระหรือว่าหื่นกามกันแน่เนี่ย”

          หนึ่งคนกับอีกหนึ่งสัตว์คุยกันไปจนลับสายตาของผม ตอนนี้จึงเหลือแค่ผม หมอจินยอง กับเจ้าแมวหมีหน้ามึน

          “พวกคุณดูเข้ากับแมวพวกนี้ได้ดี” ผมหันมาคุยกันกับหมอจินยองอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มสงบ

          เขายิ้มให้ผมอีกครั้ง “พวกเขาน่ารักนะ ขี้อ้อนมากด้วย” 

          แมวหมีที่อยู่บนตักแสดงออกประกอบคำพูดของเจ้านายตัวเองได้เป็นอย่างดี เขาทำท่าพออกพอใจและเพิดเพลินเหลือเกินที่หมอจินยองแปรงจนให้แบบนั้น

          “ผมไม่รู้วิธีเลี้ยงพวกเขา ผมไม่เคยเลี้ยงแมว ไม่สิ.. ไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลยต่างหาก”

          “เจ้าพวกนี้เลี้ยงไม่ยากหรอก ครับ คุณมาร์คลองเปิดใจแล้วค่อยๆเรียนรู้ไปทีละนิด แล้วคุณจะรู้ว่าพวกเขาน่ารักกันขนาดไหน”

          ผมนั่งมองภาพคุณหมอหน้าหวานที่กำลังแปรงขนและลูบมือไปตามลำตัวกระทัดรัดที่ตักอย่างเอ็นดู แล้วก็พลานคิดไปถึงเจ้าสี่ขาของผมที่นอนเจ็บอยู่ในอีกห้อง ที่ผ่านมาผมคิดมาโดยตลอดว่าที่ยอมเลี้ยงแบมแบมเพราะถูกเขามัดมือชกโมเมว่าผมเป็นเจ้านายอย่างไม่เต็มใจ ผมจึงไม่เคยเลยที่จะพยายามทำความเข้าใจเขาสักครั้ง ผมทั้งหวุดหงิดและรำคาญเขาตลอดเวลา ผมเคยภาวนาให้แบมแบมหายไปทุกเช้าค่ำแต่มาตอนนี้ผมกลับรู้สึกกลัว แค่ลองจิตนาการเล่นๆ ว่าวันหนึ่งผมจะไม่ได้ยินเสียงร้องเมี้ยวๆ ที่น่ารำคาญ ไม่ได้เห็นร่างบางที่วิ่งร่าไปมา ผมก็กลัวจนใจสั่นไปหมด

          คำพูดของหมอจินยองทำให้ผมอยากจะลองเปิดใจกับเขาดู ผมอยากจะรู้จริงๆ ว่าเจ้าปีศาจแมวพวกนี้มันน่ารักแบบที่เขาบอกจริงๆ หรือเปล่า แล้วยิ่งถ้าเป็นแมวดื้อเอาแต่ใจอย่างแบมแบมล่ะ

          เรามาลองพยายามกันดูสักครั้งนะ..แบมแบม

         













*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2186 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 09:41
    เเบมมมมม
    #2186
    0
  2. #2124 monokoto1122 (@monokoto1122) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 23:27

    คิดถึงน้องแมวว มาต่อเถอะนะคะ ;_;

    #2124
    0
  3. #2101 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 19:40
    มาร์คต้องเลี้ยงแบมนะ
    #2101
    0
  4. #2088 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 23:13
    รอเรื่องนี้อยู่น้าาาา
    #2088
    0
  5. #2068 fanggbb2 (@fanggbb2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 00:55
    สนุกจังงงง มาต่ออีกนะคะ
    #2068
    0
  6. #1974 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 16:41
    อยากอ่านต่อล้าวๆๆๆๆๆ
    #1974
    0
  7. #1936 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 20:28
    อยากอ่านต่อค่าาาาาา TT
    #1936
    0
  8. #1928 hebi03 (@ao-spcr) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 10:40
    อยากรู้ว่าเขาจะอยู่ด้วยกันยังไง 555
    #1928
    0
  9. #1889 plangtonika (@plangtonika) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 16:50
    แงงงงง สงสารน้องแบม อยากได้มาเลี้ยงสักตัว
    #1889
    0
  10. #1888 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:03
    มาร์คคงไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้เนอะ แบมแบมก็ลดความดื้อลงบ้าง หันหน้าเข้าหากันแล้วรักกันซะ...55555
    #1888
    0
  11. #1885 KuenNun (@KuenNun) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 17:15
    ขำหน้าแมวยูค55555
    #1885
    0
  12. #1884 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 14:36
    น้องจะหายใช่ไหมมมม ฮือออออออออ หายเร็วๆน้า
    #1884
    0
  13. #1881 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 11:04
    หายไวๆนะน้องแมวแบม พี่มาร์คเขาจะตั้งใจเลี้ยงหนูแล้วนะ หนูก็เลิกดื้อเลิกเอาแต่ใจกับพี่เขาบ้างนะคนเก่ง
    #1881
    0
  14. #1879 snowflake_7 (@snowflake_7) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 06:44
    สงสารน้องแมวแบม ฮืออออ
    #1879
    0
  15. #1878 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 02:08
    แบมน่าสงสารอะ โอเค โชคดีที่เจอคุณหมอ
    #1878
    0
  16. #1877 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 02:00
    จะร้องงงง น้องแบม
    #1877
    0
  17. #1876 sstak (@sstak) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 01:27
    ขอให่น้องกลับมาเชื่อใจเลิกระแวงมาร์คไวๆนะ อ่านละจะร้องสงสาร
    #1876
    0
  18. #1875 ytuan89 (@ytuan89) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 01:12
    ชิ พี่มาร์ค น้องเจ็บตัวเพราะพี่มาร์คนั่นล่ะ เล่นไม่เข้าเรื่อง!
    #1875
    0
  19. #1874 Valentine Sst (@valentinesst) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 01:03
    น้องแมวกระอักเลือด แง
    #1874
    0
  20. #1873 anewRAIZINN (@anew-anewz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 01:01
    เนี่ยมาร์ค เพราะเล่นไม่รุ้เรื่อง ไปแกล้งแบมทำไม หื้มมม
    #1873
    0
  21. #1872 kukkik_dekdee (@kukkik_wasoon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:48
    รอน้องแบมหายยย
    #1872
    0
  22. #1871 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:35
    สงสารแบม แง๊!!!!!!!
    #1871
    0
  23. #1870 luzia atiria (@opung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:16
    ฮื่ออออ น้องแบมมมม
    #1870
    0
  24. #1868 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 23:48
    หวังว่าแมวแบมจะกลับมาเชื่อใจพี่มาร์คได้อีกครั้ง
    #1868
    0
  25. #1867 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 23:24
    มาร์คโหดไปมั้ย สงสารแบม มามะคุณแม่จะเลี้ยงหนูเองลูก
    #1867
    0