MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 33 : SF ::: ใบดำ/ใบแดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    18 เม.ย. 61




ใบดำ/ใบแดง





          “แบมแบม...พี่จะขอถามนายเป็นครั้งสุดท้าย ว่านายจะเสี่ยงจริงๆ หรอ? ลองคิดดูอีกทีได้ไหม พี่ว่าเลื่อนออกไปก่อนดีไหม” 

          ผมที่กำลังก้มหน้าก้มตาจะคีบเส้นรามยอนชามโตเข้าปาก  ถึงกลับต้องเงยหน้าขึ้นแล้วถอดถอนหายใจออกมายาวยืดกว่าปกติเมื่อได้สบเข้ากับนัยตาคมที่จ้องมองผมอยู่ก่อน สายตาคู่นั้นบ่งบอกผมได้อย่างดีว่าเจ้าของมันกำลังอยู่ไหนอารมณ์ไหน

          “พี่มาร์ค..เราคุยกันเรื่องนี้หลายรอบแล้วนะครับ” 

          ผมบอกคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงข้ามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ระหว่างเราตอนนี้มีโต๊ะกลางของห้องรับแขกเล็กๆ กับหม้อรามยอนที่เพิ่งจะต้มสุกวางขั้นเอาไว้อยู่เท่านั้น ถ้านับดูแล้วคงจะไม่ต่ำกว่าสิบรอบที่ผมได้ยินคำพูดนี้จากปากของพี่มาร์ค พี่ชายคนโตของวง นี่ยังไม่นับรวมกับเหล่าพี่ๆ สมาชิกคนอื่นๆ อีกนะ โดยเฉพาะยูคยอมที่พูดเรื่องนี้ทีไร เป็นอันต้องมีการเสียน้ำตาเล็กๆ เกิดขึ้นก่อนจะยอมแพ้ให้ความดื้อของผมกลับไปทุกทีเสมอ

          ~ แกรก !! 

         เสียงตะเกียบกระทบกับชามกระเบื้องดังขึ้นไม่เบานักจากน้ำหนักมือของคนที่ไม่รู้เอาอารมณ์ไปทิ้งใส่อุปกรณ์เครื่องครัวตรงหน้าหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่เสียงนั้นก็ทำให้พี่ยองแจที่กำลังนั่งกอดชามป๊อบคอนดูการ์ตูนอยู่บนโซฟาที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักหันมามองด้วยสายตาที่ค่อนข้างจะติดกังวล

          บรรยากาศในห้องรับแขกในหอพักวันนี้ออกจะมาคุๆ หน่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาทั้งๆ ที่วันนี้สมาชิก GOT 7 ทุกคนมารวมตัวกันที่หอพักเพื่อจัดปาร์ตี้เล็กๆ (เล็กมากจริงๆ เพราะแค่ทานอาหารเย็นที่สั่งจากร้านเดริเวอรี่แถวหอกันเท่านั้น ทานเสร็จก็พูดคุยกันเล็กน้อยและแแยกย้ายไปทำกิจวัตรของตัวเอง เหมือนเป็นวันธรรมดาทั่ว ไป แต่ผมรู้ว่ามันค่อนข้างจะพิเศษ) ในห้องพักเพื่อเลี้ยงให้ผมที่กำลังจะกลับบ้านเกิดเพื่อทำหน้าที่ที่น่าภูมิใจลูกผู้ชายไทย 

          การเข้ารับการเกณฑ์ทหาร มันคือเกียรติและหน้าที่ขอชายไทยที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผมคงพูดได้ไม่เต็มปากว่าผมอยากเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับใช้ชาติ แต่ถ้าโชคชะตากำหนดไว้ว่าผมต้องรับหน้าที่นั้นจริงๆ ผมก็พร้อมที่จะยืดอกรับ และปฏิบัติหน้าหน้าที่อันทรงเกียตินี้ให้ดีที่สุด  

          “ขอตัวนะ อิ่มแล้ว” 

          เว้นก็แต่คนนี้ ที่อารมณ์ดูจะแปรปรวนยิ่งกว่าฤดูกาล ร้อนๆ หนาวๆ ของประเทศไทย ที่พอบอกว่า ‘อิ่ม’ ก็ลุกเดินออกจากห้องรับแขกไป ทิ้งผมที่เพิ่งจะกินรามยอมไปได้แค่คำเดียว กับพี่ยองแจที่พยายามเพ่งสมาธิไปที่การ์ตูนแต่คงไม่ได้ผล ให้หันมองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกันอีกรอบ 

          “โรคไบโพล่าพี่มาร์คกำเริบอีกแล้วเหรอ” เสียงพี่แจ็คสันที่เดินออกมาจากห้องนอน นั่งลงข้างๆ พี่ยองแจ แล้วเอาแขนพาดไหล่อีกคนอย่างเคยชิน

          ผมมองตามแผ่นหลังของคนที่กำลังถูกพูดถึงจนหายออกไปนอกระเบียงของหอพัก แล้วถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

          “ผมไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ผมนึกว่าพี่มาร์คจะยอมเข้าใจตั้งแต่ตอนประธานปาร์คเรียกไปคุยแล้วซะอีก” 

          “ไอ้เข้าใจอ่ะ พี่ว่าเขาคงเข้าใจแหละ แต่ที่ยังเห็นผีเข้าผีออกแบบนี้คงเพราะความกลัวมากกว่า” พี่แจ็คสันว่าด้วยท่าทางสบายๆ แล้วหยิบป๊อบคอนจากตักพี่ยองแจเข้าปาก 

          “จะว่าไป สองปีมันก็นานอยู่นะ…”

          พอได้ยินพี่แจ็คสันพูดแบบนั้นเส้นรามยอนที่อยู่ในชามแบ่งของผมก็เริ่มจะอึดและไม่อร่อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนอ้อนปนบังคับให้พี่มาร์คลุกมาเข้าครัวต้มรามนอมเพราะอาหารมื้อค่ำที่กินไปก่อนหน้านี้มันย่อย และผมหิวอีกครั้ง 

          ตอนเย็นพี่มาร์คทานข้าวไปแค่นิดเดียวและบ่นๆ ว่าหิว แต่ตอนนี้พี่แกยังไม่ได้ทันจะแตะรามยอนเข้าท้องแม้แต่เส้นเดียวกลับบอกว่าอิ่ม แล้วลุกออกไปนอกระเบียบทำผมทานต่อไม่ลงไปอีกคนด้วย โรคไบโพล่านี่มันน่ากลัวมากจริงๆ นะครับทุกคน

          หลังจากที่ผมมองหน้าพี่แจ็คสันกับพี่ยองแจที่ทำหน้าไม่ค่อยจะถูกกับสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้สลับกันไปมา ผมก็ตัดสินใจลุกเดินออกมาหาคนที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่ระเบียงอย่าเสียมิได้ ทันทีที่เปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกกลิ่นเหม็นและควันขาวขุ่นของบุหรี่ยี่ห้อดังก็ลอยมาประทะหน้าผมทันที

           “ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ชอบให้พี่ดูดบุหรี่” ผมพูดออกไปลอยๆ และมองไปยังบรรยากาศของกรุงโชลในช่วงเวลาค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงน้อยใหญ่ จะว่าไปก็ไม่ได้เห็นวิวจากมุมนี้มาสักพักแล้วนะ คงตั้งแต่ที่ผมย้ายออกไปอยู่คอนโดส่วนตัว ก็ไม่ค่อยได้กลับมาหอนี้เท่าไหร่นัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมใช้ชีวิตที่นี้จนเรียกมันว่าบ้าน แทนบ้านจริงๆ ของผมที่เมืองไทยซะอีก

          “ก็พี่เครียด…” พี่มาร์คชายตามองผมเล็กน้อยแต่ก็ยอมเอื้อมมือไปดับบุหรี่ที่ยังสูบได้ไม่ถึงครั้งลงที่กระถางต้นไม้ข้างๆ ที่ผมพอจะเห็นเศษซากของก้นบุหรี่เก่าๆ สี่ห้าอันที่คิดว่าคงเป็นอันที่ใครบางคนแอบบมาสูบไปก่อนหน้านี้แล้วหลายวัน

          “ใช่..มันเป็นของพี่เองแหละ” พี่มาร์คคงเห็นว่าผมมองไปที่ก้นบุหรี่เหล่านั้นจึงเอ่ยขึ้นเอง โดยที่ไม่ต้องรอให้ผมถาม “พี่ขอโทษ..ก่อนหน้านี้พี่เลิกแล้วจริงๆ แต่เพิ่งกลับมาสูบก็ตอน…”

          “ตอนที่ผมบอกว่าจะไปเกณฑ์ทหาร” ผมพูดแทรกขึ้นก่อนที่พี่มาร์คจะพูดจบประโยค เพราะผมรู้ดีว่าเรื่องเดียวที่กวนใจพี่มาร์คมาตลอดหลายสัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของผม

          พี่มาร์คหันมามองหน้าผมแวบเดียวแล้วก็ทอดสายตาออกไปที่บรรยากาศนอกตึกอีกครั้ง ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกของพี่มาร์คตอนนี้คงไม่ต่างอะไรจากภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด หากมีเพียงเศษฝุ่นหรือละอองเล็กๆ ไปสกิดก็อาจจะให้ให้มันประทุอย่างรุนแรงขึ้นมาได้  ผมรู้ว่าเขากำลังพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่

          “ผมจะบอกพี่มาร์คอีกครั้ง ว่ามันคือหน้าที่ ผมเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าผมจะต้องไปซะที่ไหน ผมมีโอกาสไม่ได้เป็นตั้ง 2 ใน 3 พี่ก็รู้นิ ผมดวงไม่ค่อยดีจับอะไรก็ไม่ค่อยโดนแจ็คพอตหรอก” 

          การพูดติดตลกนิดๆ ของผมมันไม่ได้ช่วยให้คนตรงหน้าผมหายเครียดขึ้นมาได้เลยสักนิด เพราะนอกจากพี่มาร์คจะไม่ขำแล้ว ใบหน้าหล่อยังบึ้งตึกกว่าเดิมอีกด้วย

          “พี่เปลี่ยนใจละ พี่จะไปด้วย จองตั๋วเดี๋ยวนี้เลย” 

          “เอ้ย!!” ผมอุทานอย่างอัตโนมัติเพราะพี่มาร์คไม่ได้พูดเปล่าแต่กลับล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดเข้าแอปฯ จองตั๋วเครื่องบินทันที

          ผมรีบคว้าโทรศัพท์เครื่องแพงมาไว้ในมือ “ไม่เอา !! ผมบอกแล้วไง คนไทยเข้าถือ..ผมไม่ให้พี่ไปหรอก”

          พี่มาร์คมองหน้าผมแบบไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ไม่ได้แย่งโทรศัพท์ตัวเองคืนจากผมเพราะเขารู้ว่าถ้าทำแบบนั้น สถานะของคนที่ต้องเป็นฝ่ายง้อจะถูกเปลี่ยนเป็นเขาในไม่ช้า

           “ถืออะไร นายก็บอกมาสิ” 

          เรื่องนี้มันเป็นเคล็ดเล็กๆ ที่ผมไปอ่านเจอในอินเตอร์เน็ตมา มันเป็นเรื่องที่คนเขาพูดถึงกันขำๆ ว่าถ้าใครไปเกณฑ์ทหารแล้วพาแฟนไปเชียร์ด้วยจะจับได้ใบแดง เพราะมันเป็นเหมือนการไปเพื่อร่ำลา ทฤษฎีนี้ไม่ได้ถูกพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ผมก็ถือว่าเป็นเคล็ดเล็กๆ ที่เชื่อเอาไว้ก็ไม่ได้เสียหลาย และอีกอย่างถ้าพี่มาร์คไปจริงๆ นอกจากสถานที่จะแตกเพราะเหล่าแฟนคลับที่มาเชียร์ผมแล้ว อาจจะเกิดความวุ่นวายเพราะคุณพี่เขาสติแตกคุมตัวเองไม่อยู่ลากผมกลับบ้านก่อนจะเสร็จสิ้นการคัดเลือกก็เป็นได้ ช่วงนี้อากาศที่เมืองไทยก็ยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย

          พี่มาร์คมองผมด้วยสายตาที่ปนสงสัย อาจจะเพราะสงสัยที่ผมไม่ยอมบอกว่าคนไทยถือเคล็ดเรื่องอะไร กับอาจจะสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ หน้าผมก็แดงขึ้นมาทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อน ก็แหม่...พอมาคิดว่าตัวเองกำลังถือเคล็ดอะไรมันก็อดเขินไม่ได้ และที่สำคัญที่ผมไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเขา เพราะผมกับพี่มาร์คเราไม่ได้เป็นแฟนกัน สถานะของเราตอนนี้คือพี่น้อง และสมาชิกวง GOT 7 เท่านั้น 

          “โอเค..พี่ยอมแพ้แล้ว งั้นกลับเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่ง..ไม่สิ วันนี้พี่จะค้างด้วย” 

          พี่มาร์คพูดเองสรุปเองและเดินจูงมือผมเข้ามาในหอพัก บอกลาพี่ยองแจกับพี่แจ็คสันที่กำลังนั่งหยอกล้อกันสั้นๆ แล้วหยิบกระเป๋าของผม และกระเป๋าตัวเองออกมาจากห้องแบบไม่ถามความเห็นผมสักคำ แต่ก็เอาเถอะถึงผมจะคัดค้านไปก็รู้ดีว่าคงไม่ได้ผล และอารมณ์ของพี่มาร์คตอนนี้ก็ใช่ว่าจะอยู่ในระดับที่ผมจะงอแงอะไรได้ซะด้วย ตามใจพี่แกหน่อยละกัน เดี๋ยวไบโลล่าแกกำเริบอีกรอบแล้วจะยุ่ง

          หลังจากหมดสัญญาที่ต้องอยู่หอรวมกัน ผมก็ตัดสินใจย้ายออกมาอยู่ที่คอนโดคนเดียวแต่ก็ไม่ไกลจากหอพักที่เคยอยู่มากนัก เหตุผลหลักๆ ก็อาจจะเพราะผมอยากออกมาใช้ชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง หลังจากที่ผมอยู่ในกฏของบริษัทมานาน ตลอดหลายปีที่ผมมาอยู่เกาหลีจนเดบิวกับวงก็เหมือนผมเรียนโรงเรียนประจำที่กลับบ้านแค่ปีละครั้ง ถึงมันจะไม่ได้อัดอึดจนเป็นปัญหาของชีวิต แต่การที่ผมอายุเข้าเลขสอง มันก็ย่อมดีกว่าที่ผมจะได้ใช้ชีวิตอิสระแบบคนทั่วไปบ้าง ถึงจะแค่เวลานอนก็เถอะนะ และเหตุผลที่สองคือเพราะ ลูกๆ ของผม

          ‘พุดดิ้ง’ กับ ‘ลาเต้’ แมวสองตัวที่ผมเลี้ยงไว้ และรักยิ่งกว่าลูก เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ การออกมาอยู่คอนโดแบบนี้ มันก็พอจะมีพื้นที่ให้ลูกๆ ของผมได้วิ่งเล่นกันได้บ้าง เด็กๆ จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนถูกขังจนเกินไป

          ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับว่ากว่าผมจะย้ายออกมาได้ ต้องใช้ความพยายามในการกล่อมให้พี่มาร์คยอมมากมายขนาดไหน ผมว่าดูจากเหตุการณ์ปัจจุบันก็น่าจะเดากันได้ไม่ยาก

         พอเปิดประตูเข้ามาในห้องพี่มาร์คก็เดินไปเล่นกับแมวสองตัวที่นั่งมองตาแป๋วอยู่ที่โซฟา ส่วนผมก็เดินเอากระเป๋ามาวางไว้ที่โต๊ะที่มุมห้องและเปิดไฟเพื่อให้ทั้งห้องสว่างขึ้น แอบเลือบดูชามอาหารแมวที่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะพร่องลงไปเท่าไหร่นัก เพราะพวกมันกินน้อยกันผิดปกติ นี่ก็อีกหนึ่ง พากันอดข้าวประท้วงผมเข้าไป ให้มันได้แบบนี้สิทั้งคนทั้งแมวเลย …

          “พี่มาร์คทานอะไรหน่อยมั้ยครับ หิวหรือเปล่า ผมเห็นตอนเย็นพี่ทานไปนิดเดียวเอง” ผมเดินมาเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเทใส่แก้วแล้วถือกลับมาให้คนที่กำลังหยอกล้อแมวด้วยการให้มันกัดมือเล่น 

          “ไม่อ่ะ..นายหิวก็กินเลยมีแซนด์วิชอยู่ในตู้ด้วยนะ ทำไว้เมื่อเช้าถ้าเอาไปอุ่นสักหน่อยก็คงกินได้” เขาบอกโดยยังไม่เลิกเล่นกับแมว

          “ไม่อ่ะ...ผมก็ไม่หิว ไปอาบน้ำนะ” 

          หลังจากที่ผมปล่อยให้พี่มาร์คเล่นกับพุดดิ้งและลาเต้แล้วแยกตัวออกมาอาบน้ำ เสร็จแล้วพี่มาร์คก็ไปอาบต่อ ที่คอนโดของผมมีเสื้อผ้าและข้าวของพี่มาร์อยู่ประมาณหนึ่ง เพราะเจ้าตัวเล่นเอามาทิ้งไว้เหมือนจะย้ายมาอยู่กับผมอย่างไงอย่างนั้น เขามักจะมานอนค้างที่คอนโดผมประจำ ก่อนหน้านี้ก็อ้างว่ามาเล่นกับแมว จนตอนนี้ผมขี้เกียจถามหาเหตุผลแล้วครับ อยากมาก็มา ใช่ว่าก่อนนี้นี้เราไม่เคยอยู่ด้วยกันซะที่ไหน จริงมั้ยครับ...



          “อื้อ..” 

          ถ้าหากจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปหน่อยก็คงจะเป็นตอนนอนที่คนข้างๆ มักจะขยับตัวมาเบียดแล้วดึงผมไปกอดเอาไว้แบบนี้เสมอ ที่ผมร้องทักท้วงไม่ใช่ว่าไม่ชอบแต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่ถูกรบกวนเวลาจะนอน 

          “ต้องทำยังไงพี่ถึงจะใจแข็งให้ได้ครึ่งหนึ่งของนายนะ...แบมแบม” 

          ความอึดอัดที่ช่วงเอวทำให้ผมรู้ว่าพี่มาร์คกอดรัดผมแน่นขึ้น การขยับตัวถึงจะเบาๆ แต่ผมที่เป็นฝ่ายถูกกอดก็รู้สึกได้ไม่ยาก สัมผัสบางเบาที่บริเวณหน้าผากทำให้ผมรู้ว่าพี่มาร์คกำลังใช้นิ้วเรียวเกลี่ยผมหน้าม้าของผมมาทัดไว้ที่ใบหู ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายผ่านความมืด  แสงสว่างของดวงจันทร์ที่ลอดส่องเข้ามาจากทางระเบียงที่ปิดม่านไม่สนิท ทำให้ใบหน้าหล่อของพี่มาร์คที่ดูดีอยู่แล้ว ยิ่งมีเสน่ห์และหน้าดึงดูดมากยิ่งขึ้น 

          “ผมจะกลับมา..ผมสัญญา..” เสียงของผมขาดหายเพราะนิ้วเรียวที่อีกฝ่ายเอื้อมมาแตะที่ริมฝีปากผมเบาๆ 

          “พี่จะรอ..นานแค่ไหนพี่ก็จะรอ” 

           แววตาของพี่มาร์คไม่เคยซ้อนความรู้สึกของเขาได้ ผมรู้ดีว่าความหมายของคำว่า ‘รอ’ ที่เขาบอกมันไม่ได้หมายถึงการรอผมกลับมาแค่วันสองวัน แต่มันรวมไปถึงถ้าต้องรอผมนานถึงสองปี เขาก็ยังยืนยันว่าจะรอ

           แม้ว่าใครๆ มักจะบอกผมเสมอว่าพี่มาร์คหน้านิ่ง เวลารู้สึกอย่างไรก็จะมองไม่ค่อยออก แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้จ้องมองไปที่ดวงตาคมคู่นั้น จะเห็นว่าความรู้สึกของเขาถูกถ่ายทอดออกมาผ่านช่องทางนี้จนหมดสิ้น

          ลมหายใจอุ่นร้อนที่อยู่ห่างจากหน้าผมไม่ถึงคืบ ความนุ่มชื่นของริมฝีปากที่ ค่อยๆ แตะสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นจนแทบไม่เป็นจังหวะ พี่มาร์คค่อยๆ ลูบมือขึ้นมาเพื่อประคองท้ายทอยของผมเอาไว้ แล้วขยับเบี่ยงหน้าให้ได้องศาที่เขาถนัด เสียงจูบดูดดังน่าอายและจ้วบจ้าบ. เมื่อริมฝีปากของอีกคนเอาแต่ดูดเม้มและกัดคลึงกลีบปากของผม เพื่อต้องการแสดงความเอาแต่ใจนิดๆ ผมยอมตามใจโดยการเผยอริมฝีปากเพื่อให้อีกฝ่ายดันลิ้นเข้ามาได้อย่างที่ใจหมาย วันนี้ผมทำพี่มาร์คหงุดหงิดทั้งวัน แต่เขาก็ยังพยายามเข้าใจและยังใจเย็นกับผมได้  ถ้าการที่ยอมให้เขาเอาแต่ใจกับผมบ้างเพื่อเป็นการไถ่โทษให้กับอีกฝ่ายผมก็พร้อมจะยอมทำตาม….





          แสงแดงที่สาดส่องเข้ามาทางระเบียงทำให้ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเสียไม่ได้ หันไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงมาดูพบว่ากำลังจะแปดโมงแล้ว อาจจะเพราะเมื่อคืนผมนอนดึกเลยทำให้วันนี้ตื่นสายกว่าปกตินิดหน่อย 

          ผมขยับตัวบิดขี้เกียจไปมาพอให้ร่างกายสดชื่น แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าใครอีกคนที่เคยหลับอยู่ข้างกายไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว มีเพียงรอยยับยู่ยี่ของผ้าห่มที่เป็นหลักฐานให้ผมรู้ว่าตรงนั้นเคยมีอีกคนนอนอยู่

          เสียงกึกกักดังมาจากในครัวทำให้ความอยากรู้พาผมเดินมาจนเห็นแผ่นหลังกว้างที่มีเพียงเสื้อกล้ามสีขาวที่บดบังมัดกล้ามของอีกฝ่ายอยู่ที่หน้าเค้าเตอร์ครัว ผมเดินเข้าไปหาเข้าใกล้ๆ จึงได้กลิ่นหอมๆ ของซอสมะเขือเทศและซีส

          “ทำอะไรอยู่ครับ...กลิ่นหอมเชียว” ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ของโต๊ะทานข้าวใกล้เค้าเตอร์ที่มาร์คยืนอยู่ 

          “กำลังทำให้นายคิดถึงอยู่” เข้าหันมายิ้มให้ผมแล้วหันกลับไปงุ่นกับกระทะตรงหน้าต่อ

          ผ่านไปไม่นานจานพาสต้าร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องก็ถูกวางตรงหน้าผมพร้อมกับแก้วน้ำส้มเย็นๆ 

          “พี่เก็บกระเป๋าให้แล้วนะ กินเสร็จนายอาบน้ำเตรียวตัวเลยเดี๋ยวจะไม่ทันไฟท์” 

         ‘ไฟท์’ ที่พี่มาร์คหมายถึงก็ไฟท์บินนั้นแหละครับ เพราะวันนี้ผมต้องบินกลับบ้านที่ไทยเพื่อเตรียมตัวไปทำภารกิจสำคัญของผมให้วันพรุ่งนี้ 

          “จะลำบากทำไม ผมเก็บเองก็ได้ มีเวลาเยอะแยะ” ผมบอกแล้วหยิบช้อนกับซ้อมเพื่อเตรียมทานอาหารเมื่อเช้าของโปรด

          “ก็บอกแล้วไง จะทำให้คิดถึง..นายจะได้ทนไม่ไหว แล้วรีบๆ กลับมา” 

          ผมอดยิ้มขำไปกับความน่ารักของพี่มาร์คไม่ได้ ตอนนี้ผมสารภาพตามตรงว่าผมไม่สามารถให้คำนิยามเกี่ยวกับสถานะของเราทั้งคู่ได้ว่าตอนนี้ ที่เราเป็นอยู่นี้ นอกจากสมาชิกในวงเดียวกัน และพี่น้องที่สนิทกันมากๆ แล้วเราจะเรียกกันและกันว่าอะไร แต่ที่ผมรู้ เราคือคนที่พิเศษมากๆ สำหรับกันและกัน





          ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าของวันที่ 09/04/2561 คงเป็นอีกวันหนึ่งที่ผมจะไม่มีวันลืม ไม่ว่าวันนี้อะไรจะเกิดขึ้น ผมจะถือว่าโชคชะตาได้กำหนดชีวิตของผมเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนั้น ผมไม่ได้เชื่อในพระเจ้า แต่ผมเชื่อในพรมลิขิต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องร้ายๆ หรือโอกาสดีๆ ที่ผมเคยได้รับผมเชื่อเสมอว่าสิ่งเหล่านั้นได้ถูกกำหนดเอาไว้โดยใครบางคนแล้วมันจึงได้เกิดขึ้นแบบนั้น

          ในโลกนี้มีคนมากมายที่ทั้งเก่งและมีความสามารถทำไมผมได้รับการคัดเลือกให้ไปออดิชั่น 

          ที่บริษัทมีเด็กฝึกเยอะแยะที่เก่งและดีกว่าผมทำไมผมได้รับเลือกให้เดบิวกับ GOT7

           ที่เกาหลีมีชาวต่างชาติมากมายอาศัยอยู่ ทำไมผมถึงได้เจอกับพี่มาร์ค

          คำตอบคือเพราะทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้วโดยสิ่งที่ผมเรียนมันว่า ‘พรมลิขิต’

         ‘คุณกันต์พิมุกต์ ภูวกุล’ 

          เสียงเรียกชื่อจากนายทหารท่านหนึ่งดังขุ้นเมื่อถึงคิวที่ผมต้องเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร เสียงกรี๊ดร้องของเหล่าแฟนคลับที่มาคอยให้กำลังใจดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะจับจังหวะไม่ได้ จะว่ากลัวก็กลัว ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเบลอจนผมคิดว่าอาจจะเป็นเพียงแค่ความฝัน กว่าจะผ่านไปแต่ละขั้นตอน มันช่างดูเชื่องช้าและยาวนานมากเหลือเกิน ...
          

          มากกว่าความกังวลที่กำลังจะต้องจับฉลากว่าจะได้ใบดำหรือใบแดง คือการที่ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้ใครอีกคนที่บอกว่าจะรอการกลับไปของผมเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตั้งแต่เมื่อวานที่พี่มาร์คมาส่งผมที่สนามบิน ผมก็ติดต่อพี่มาร์คไม่ได้อีกเลย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของอีกฝ่ายคือความทรงจำสุดท้ายที่ผมไม่สามารถลบออกจากหัวได้จนถึงวินาทีนี้ ผมรู้พี่มาร์คไม่ได้เข้มแข็งมากมายขนาดนั้น แต่เขาก็พยายาม พยายามส่งยิ้มเพื่อให้กำลังใจผมก่อนจะโบกมือลากันด้วยแววตาที่วูบไหวจนน่าเป็นห่วง


          ทุกครั้งที่มีโอกาสผมพยายามทั้งโทร ทั้งส่งข้อความหาพี่มาร์ค แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดใดจากปลายสาย เขาไม่แม้แต่จะอ่านข้อความของผมด้วยซ้ำ ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายหายไปไหน เขาไม่อยากรู้เลยหรืออย่างไร ว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงแล้ว 

          และถ้าหากวันนี้ผมจับได้ใบแดงจริงๆ คนแรกที่ผมอยากบอกให้รู้ก็คือคนที่ผมติดต่อไม่ได้คนนี้…



          22 : 30 น.

          ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผมกลับมาถึงไทย จนถึงตอนนี้ผมก็ยังคงติดต่อพี่มาร์คไม่ได้อยู่ดี ไม่ต้องนับว่าผมโทรหาเขากี่รอบ ส่งข้อความไปกี่ครั้ง เพราะตั้งแต่ข้อความแรกที่ผมส่งไปทันทีที่ถึงสนามบินที่ไทย ว่าผมถึงไทยแล้วอย่างปลอดภัย พี่แกก็ยังไม่ได้เปิดอ่าน ใจหนึ่งผมก็คิดไปในแง่ดีว่าพี่มาร์คอาจจะติดธุระบางอย่างที่สำคัญมากๆ กระทันหัน ถึงได้ไม่ยอมติดต่อผมเลย แต่อีกใจมันก็อดคิดไปในทางที่ไม่ดีไม่ได้ เพราะทันทีที่ข่าวผลการเกณฑ์ทหารของผมแพร่ออกไปคนแรกที่โทรหาผมเพื่อยืนยันเหตุการณ์กลับเป็นยูคยอมที่บอกว่าอยู่กับพี่ๆ ทุกคนในห้องซ้อมยกเว้นพี่มาร์คที่พวกเขาก็ติดต่อไม่ได้เช่นเดียวกัน 

          ทริปภูเก็ตที่พี่เบียร์วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ถูกยกเลิก และล่มไม่เป็นท่าเพราะผมไม่มีอารมณ์จะเที่ยวอะไรทั้งนั้น ทั้งที่นัดกันไว้ว่ากลับไทยคราวนี้มีเวลาว่างอีกสองสามวันเราจะไปดำน้ำดูปาการังก่อนที่ผมจะกลับเกาหลี 

          ไฟท์บินในอีกสามวันถูกเลื่อนเขามาเป็นวันนี้ทันที เพราะผมไม่สามารถที่จะหอบชุดว่ายน้ำกับโดรนถ่ายภาพไปเก็บบรรยากาศสุดชิวที่ภูเก็ตได้ ถ้าผมยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายที่หายตัวไปตอนนี้เป็นอย่างบ้างแล้ว ถึงจะรู้สึกผิดต่อครอบครัว แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าถ้าผมไปภูเก็ตผมคงชิวไม่ออก จึงยอมให้ผมเลื่อนไฟท์บินเป็นกลับเกาหลีในเวลานี้ทันที

          ผมถึงเกาหลีในเวลาเช้ามืดของอีกวัน แอบแปลกใจนิดๆ ที่มีแฟนคลับจำนวนหนึ่งมารับที่สนามบิน เพราะคงรู้ข่าวการกลับก่อนกำหนดของผมจากกลุ่มแฟนคลับด้วยกันเองที่ไทย และมีพี่เมเนเจอร์ที่ผมส่งข้อความให้มารับและพาผมกลับคอนโดทันทีหลังจากมาถึง 

          ผมคิดว่าผมเดาไม่ผิด …. พี่มาร์คอยู่ที่คอนโดของผมนั้นแหละ เขาไม่ไปไหนหรอก 

          สิ่งแรกที่เจอหลังจากเปิดประตูเข้ามาในคอนโดคือความมืด ทุกอย่างมันมืดและเงียบจนผมใจเสีย ผมกดเปิดสวิตซ์ไฟและมองไปรอบๆ ห้อง ไม่เจอสิ่งมีชีวิตๆ ใดใดอยู่ในนี้เลย แม้กระทั่งพุดดิ้งกับลาเต้ที่ปกติจะต้องวิ่งมารอต้อนรับผมทุกครั้งที่พวกมันได้ยินเสียงกดรหัสเปิดประตู


          “พี่มาร์ค…” 

          หลังจากที่ผมเดินหาทุกคนจนทั่ว ทั้งห้องนอน ห้องครัว หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาสกิดใจผมให้เดินไปที่ระเบียง แล้วสุดท้ายผมก็เจอคนที่กำลังตามหากึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้เอนหลังโดยมีแมวน้อยสองตัวนอนมุดหัวกันอยู่ที่ตักของเขาอีกที 

          กลิ่นบุหรี่จางๆ และขวดเปล่าของเครื่องแอลกอฮอล์ที่วางอยู่ข้างๆ ทำให้ผมรู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยังนิ่ง แม้ว่าผมจะเรียกชื่อเขาอยู่

          “พี่มาร์ค...หลับหรอครับ” 
          

           “...” ขนตางอนยาวค่อยๆ ขยับเป็นจังหวะและเปลือกตาคมก็ลืมขึ้นเบาๆ 

          “มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ หรือเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อคืน” ผมนั่งยองๆ ลงข้างๆ เก้าอี้ตัวยาวที่อีกคนนอนอยู่ในใบหน้าของผมอยู่ในระดับอกของอีกฝ่าย 

          พี่มาร์คมองหน้าผมแล้วยิ้มออกมาบางๆ “เปล่า.. พี่ยังไม่ได้นอนเลย” 

          “ตั้งแต่เมื่อคืนเลยหรอครับ” 

          “อือ..ตั้งแต่ไปส่งนายกลับมา” 

          หัวใจผมชาวาบก่อนที่มันจะกลับมาเต้นอย่างรุนแรง เมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเรื่องของผมมากมายขนาดนี้ ผมรู้ว่าพี่มาร์คกังวลเกี่ยวกับการกลับไทยคราวนี้ของผมมาก แต่ไม่คิดว่าจะมากจนถึงขั้นนอนไม่หลับเกือบสองวันเต็มๆ แบบนี้

          “ร้องไห้ทำไม” 

          ผมแทบไม่รู้เลยว่าน้ำตาของผมมันไหลลงมาตอนไหน จนกระทั่งมือหนาของอีกฝ่ายเอื้อมมาลูบและเช็ดเบาๆให้ที่ข้างแก้ม 

          “ขอโทษนะครับ อึก…ขอโทษที่ทำให้พี่กังวลมากขนาดนี้” 

          ผมเพิ่งรู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองนั้นโคตรเห็นแก่ตัว ผมคิดถึงแต่ตัวเองว่าต้องการให้การเกณฑ์ทหารครั้งนี้มันจบๆ ไป ถ้าหากได้ใบแดงก็จะไปทำหน้าที่ให้ดี แต่ถ้าได้ใบดำก็จะได้กลับมาเต็มที่กับวง แต่ลืมคิดไปเลยว่าถ้าผมต้องไปทำหน้าที่ที่ไทยจริงๆ อีกคนที่ผมทิ้งไว้ข้างหลังคนนี้เป็นเป็นยังไง

          “แม่งโคตรน่ากลัวเลยว่ะ..” พี่มาร์คมองหน้าผมแล้วเอ่ยยออกมาเบาๆ “แค่ลองคิดว่าจะไม่มีนายอยู่ที่นี้อีกสักปีสองปีพี่จะเป็นยังไง...จะเลี้ยงลูกๆ คนเดียวได้ไหม..จะ..”

          เสียงพูดของพี่มาร์คขาดไปแค่ตรงนั้นเพราะผมขยับหน้าเข้าไปประกบจูบเพื่อปิดปากอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากของตัวเอง สัมผัสอ่อนนุ่ม และรสขมนิดๆ ของแอลกอฮอล์ที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง พี่มาร์คไม่รอให้จูบเงอะๆ งะๆ แบบไม่ประสีประสาของผมทำให้อารมณ์ขาดหาย เขารีบช่วงชิงริมฝีปากของผมไปครอบครองและเป็นฝ่ายจูบนำผมขึ้นมาทันที

          ผมหอบหายใจเล็กน้อยทันทีที่พี่มาร์คยอมปล่อยให้ผมได้มีโอกาสโกยอากาศเข้าปอด จึงตัดสินใจบอกอะไรบางอย่างที่จะทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาของอีกฝ่ายได้ชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง

          “ผมกลับมาแล้ว..ผมกลับมาตามที่สัญญา”

          พี่มาร์คจ้องหน้าผมด้วยแววตาที่หลายหลาย เหมือนจะมีประกายของความหวังแต่ก็ดูเป็นกังวล 

          “แล้วต้องกลับไปอีกไหม”

          “ไม่แล้วครับ..ทุกอย่างมันจบแล้ว..ผมจะไม่ไปไหนแล้วครับ” 

          สิ้นคำพูดนั้นผมก็ไม่มีโอกาสได้พูดหรือเอ่ยคำใดออกจากปากได้อีก เพราะพี่มาร์คคนเล่นเอาแต่ใจตัวเองประกบจูบปากผมจนผมแทบจะขาดอากาศหายใจตายอยู่ตรงนั้น เขาดูดดึงจนริมฝีปากของผมทั้งบวมและเจ่อจนผมคิดว่าสองสามวันนี้คงไม่กล้าออกไปไหนให้คนทักแน่นอน เป็นจูบมาราธอนกินเวลายาวนานหลายนาทีจนผมเข่าอ่อนแทบทรุดลงนั่งกับพื้นอยู่ตรงนั้นเหมือนคนที่ไร้เรี่ยวแรง



          การที่ผมติดต่อพี่มาร์คไม่ได้เลยตลอดเวลาที่กลับไทยคือพี่มาร์คเลือกที่จะปิดการสื่อสารทุกช่องทางแล้วเก็บตัวอยู่ที่คอนโดผมกับแมวอีกสองตัวเงียบๆ เขาบอกว่าข้อความสุดท้ายที่อ่านผ่านหน้าจอแจ้งเตือนคือที่ผมบอกว่าถึงไทยแล้ว จากนั้นเขาก็ปิดเครื่อง เพราะรู้ว่าทุกๆ วินาทีที่ผมไปเกณฑ์ทหารแฟนคลับจะต้องติดตามแล้วอัปเดตทุกๆ การเคลื่อนไหวผ่านโซเชี่ยลแน่นอน และเขาไม่อยากรู้ผลผ่านช่องทางเหล่านั้น อยากให้ผมกลับมาบอกผลด้วยตัวผมเอง และพี่มาร์คก็ทำสำเร็จผมกลับมาแทบจะทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อย เพราะการที่เขาหายตัวไปผมเองก็กระวนกระวายไม่แพ้กัน




          “แบมแบม...นี่มันอะไร”

          หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าผมกับพี่มาร์คพากันเข้ามานอนในห้องเพราะต่างฝ่ายต่างรู้สึกเพลียเนื่องจากไม่ค่อยได้นอนกันทั้งคู่ จนตอนนี้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ รู้สึกตัวก็ตอนที่คนที่นอนข้างๆ สะกิดไหล่เบาๆ

           “นี่มันอะไรกัน” 

          ผมปรือตามองพี่มาร์คที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่ข้างๆ ในมืออีกฝ่ายมีโทรศัพท์มือถือคู่ใจที่ผมเดาว่าเขาคงตื่นสักพักแล้วหยิบมากดเล่นเช็คความเคลื่อนไหวต่างๆ ในโซเชี่ยลตามประสาของคนที่ติดเทคโนโลยีมากๆ อย่างเขา

          “พี่เสื้อขาวคนจริง 2018” 

          “...” ผมแทบจะตื่นเต็มตาตอนที่ได้ยินพี่มาร์คอ่านประโยคเมื่อสักครู่ในโทรศัพท์

          “เกมส์แบม?” เสียงที่ดังข้างๆ หูเริ่มจะแข็งขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์คนพูด แต่ผมก็ยังทำหูทวนลมแกล้งเป็นไม่ได้ยินแล้วทำท่าหลับต่อ

          “อื้อ.. งั่มๆ” แอบทำเสียงเคี้ยวอากาศจะได้ดูเหมือนผมหลับอยู่จริงๆ 

          “พี่มาร์คไม่อยู่ผมขอเป็นเกมแบมได้ไหมครับเนี๊ย!.. แบมแบมตื่นมาเคลียแฮชแทกพวกนี้เลยนะมันหมายความว่ายังไง..” 

          
          “อื้อ...พี่มาร์คครับ แบมง่วงจังเลยขอนอนต่ออีกหน่อยน๊า.. งุ้ยๆ” 

          ผมเอาหัวขึ้นนอนหนุนตักพี่มาร์คที่อยู่ในท่านั่งพิงหัวเตียงนิดๆ แล้วมุดหน้าเข้ากับพุงอีกฝ่าย ทำท่าทางเหมือนง่วงเสียเต็มประดา ทั้งๆ ที่ผมตื่นเต็มตาตั้งแต่ได้ยินประโยคแรกแล้ว 

          ทุกคนครับ...ผมคิดว่าผมคงแกล้งนอนต่อไปได้อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมง แต่หลังจากนั้นคงต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำแก้คำดีดีที่ยังคิดไม่ออก และเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ทุกคนช่วยทวิตมาหาพี่มาร์คและติดแฮชแทก 

          #คืนแบมให้มาร์ค 

          มารัวๆ ด้วยนะครับ เผื่อว่าคนที่โรคไบโพล่ากำลังจะกำเริบจะอารมณ์ดี และคำแก้ตัวของผมมันจะมีน้ำหนักมากขึ้น 


          ตอนนี้ผมขอแกล้งหลับแล้วไปคิดคำแก้ตัวดีดีสักประโยคก่อน … บ๊ายบายนะครับ 









           #จนกว่าจะพบกันใหม่ จากใจไรต์เตอร์คนขี้เกียจ อนุญาตให้ติดแฮชแทก #ไรต์เตอร์คนขี้เกียจ 2018 ได้ ไม่ว่ากันกัน ถึงหายไปนานแต่ยังคงคิดถึงทุกคนอยู่นะจ๊ะ ... แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ :) คุกกี้ก็มา...



         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2172 oohsebam12 (@oohsebam12) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:36
    โอ๊ย..สงสารคนพี่อ่ะ
    #2172
    0
  2. วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 06:55
    โง้ยย คือดีมากกกอ่านเเล้วอินเหมือจิงเว่อ
    #2114
    0
  3. #2070 kcwdia (@kcwdia) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 12:38
    โอ้ยยยคือดีมากๆ ยิ่งอิงเรื่องจริงแล้วแบบบบ อ่านแล้วอินเว่อ >< ขอบคุณทีแต่ง short fic ดีๆแบบนี้ให้อ่านนะค้าา ไว้มีโอกาสแต่งฟิคอิงเรื่องจริงแบบนี้อีกน้า เป็นกำลังใจให้ค่า
    #2070
    0
  4. #2069 monokoto1122 (@monokoto1122) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:14
    <p>โง้ยย ละมุนละไมดีต่อใจมั่กมาก &gt;///&lt;</p>
    #2069
    0
  5. #2065 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 01:40
    สงสารพี่มาร์ค แต่แอบฮาตอนจบ 555
    #2065
    0
  6. #2062 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 15:47
    โอ้ยยยย พี่คะ มีการนอยด์แล้วเอาแต่คิดว่าจะเลี้ยงลูกๆยังไงไปอีก
    คุมพ่อมาเองเลยจ้า
    #2062
    0
  7. #2058 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 21:17
    คิดถึงมากกกกก เข้าใจอารมณ์พี่มาร์คอ่ะ เราก็อ่อนไหวง่าย เศร้าอยู่เป็นอาทิตย์เลยก่อนน้องมาไทย
    #2058
    0
  8. #2057 ((((d^dek^d)))) (@smart_girl) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 00:00
    คิดถึงไรท์มากกก หายไปนานเลยนะคะ เราชอบตอนที่ไรท์แต่งทุกตอนเลย^^ รอติดตามนะคะ
    #2057
    0
  9. #2056 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 22:18
    โอ้ยน้องเนียนไปมั้ยลูก
    #2056
    0
  10. #2054 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 21:51
    แบมแบมต้องรอดนะลูกกก555 เนียนง่วงตั้งหลักก่อนๆๆ55
    #2054
    0
  11. #2048 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 09:09
    โอ้ยยยยยยย ความกระวนกระวายใจนี้ ดีนะพี่มาร์คที่ไม่ช็อคเข้ารพ.ไปเสียก่อน! ทีนี้ก็แก้ตัวเรื่องเกมแบมดีๆนะลูก 555555555555
    #2048
    0
  12. #2047 Sweet Daisy (@thelittle-star) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 06:25
    ฮรื่อออออไรท์กลับมา ขอบคุณพระเจ้า &#128591;
    #2047
    0
  13. #2046 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 03:37
    ไรท์กลับมาแล้ววว ดีใจจัง ...น่าสงสารพี่เค้าเนอะ โถๆๆๆ กลัวจะต้องจากน้อง
    #2046
    0
  14. #2045 puipuijaa (@puipuijaa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 03:25
    งุ้ยยยน่าร้ากกกไรท์หายไปนานมากกกกกกกกกกกกกก
    #2045
    0
  15. #2040 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 01:02
    โอยยยยยแบบเครัยดไปกับพี่มาร์คเลยยยย โอยใจจจจนั่งกอดแมวรอน้อง จิตใจสุดๆ
    #2040
    0
  16. #2039 MeowMeow99 (@MeowMeow99) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 00:43
    ไรท์หายไปนานมากกกจริงๆอะ. รอเสมอค่าาาาาาาา
    #2039
    0
  17. #2038 P.L.Y (@pukpikply) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 00:41
    น้ำตาไหลเลยยยยยยยย ฟินนนน แต่ชอบตอนสุดท้ายอ่ะพี่เสื้อขาวว อยากใหมีภาคต่อว่าคุณพี่มาร์คจะทำอะไรต่อแล้วหนูแบมจะแก้ตัวว่าอะไรแล้วพี่เกมของน้องจะโดนอะไรมั้ย ถ้าไรท์จะกรุณานะคะ 5555555555 อิอิสู้ๆค่ะไรท์
    #2038
    0
  18. #2037 St.tripleJ (@pimploy651) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 00:28
    แต่งดีมากๆเลยอะ ซึ้งมากเลยย
    #2037
    0
  19. #2035 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 23:18
    แงงงงงงงง ไรท์หายไปนานมากกกก อยากบอกว่ารออยู่เสมอนะคะฮืออออ ภาษาดีบรรยายดีจังค่ะ ชอบมากกก
    #2035
    0
  20. #2034 Always19 (@Always19) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 23:17
    น่ารักมากเลยย แอบน้ำตาซึม รอตลอดนะคะถ้ามีเวลาแวะมาแต่งให้พวกเราอ่านนะคะ สู้ๆค่ะ :)
    #2034
    0
  21. #2033 Titima124 (@Titima124) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 23:03
    รอออออ
    #2033
    0