MarkBam :: sf พี่มาร์คลูกติด//นกข้างบ้าน//นกข้างตัว//ตัวปัญหา//แมวแบม

ตอนที่ 5 : SF ::: มาร์คลูกติด #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    10 ส.ค. 59





# มาร์คลูกติด 4



           ผมลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อพบว่าแสงของเช้าวันใหม่สาดสองเข้ามาปลุกผมทางหน้าต่าง

        ‘ขนตาขนจัง’ นั่นคือสิ่งแรกที่ผมคิดได้ ‘จมูกก็โด่ง ยิ่งปากกระจับได้รูปนั้นแล้วยิ่งน่า…’


         “เฮ้ยยย!!! โอ้ยยย!!!” ผมตกใจจนลุกถอยตัวออกแบบอัตโนมัติ ด้วยความที่ไม่ทันระวังว่าตัวเองนอนอยู่ริมสุดผมเลยหล่นลงจากเตียงก้นกระแทรกดังอัก


         ก็มันจะไม่ให้ตกใจได้ไงในเมื่อเมื่อคืนผมจำได้ว่าเป็นคนจูงมือปันปันเข้ามานอนด้วย แล้วงั้ยตอนเช้ากลายเป็นพ่อปันปันไปได้แถมยังนอนเอาหน้ามาใกล้จนผมลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าหล่อๆ ของเค้าเป็นอันดับแรกเลย หรือว่าปันปันจะโตเป็นหนุ่มแล้ว(?) เมาขี้ฟันหรือไงไอ่แบม เด็กที่ไหนจะโตเร็วขนาดนั้นว่ะ


         ผมชะเง้อคอมองพี่มาร์คที่หลับสบายอีกครั้งเห็นว่าเค้ากำลังนอนกอดปันปันเอาไว้ที่อก ตัวเล็กๆ ของปันปันแทบจะจมเข้าไปกับอกแกร่งนั้น สักพักเหมือนเค้าจะรู้ว่าตัวเองถูกจ้องมองดวงตาเรียวเริ่มขยับแล้วปรือขึ้นช้าๆ


         “อ้าวแบมแบม…ตื่นแล้วหรอ?” เสียงพี่มาร์คแหบพร่าเพราะเค้ายังตื่นนอนไม่เต็มที่


         “พี่มานอนในนี้ได้ยังไง?” ผมหลุดถามออกไปแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็คิดได้ว่าที่นี้เป็นบ้านเค้า เค้าจะนอนที่ไหนก็ได้จึงไม่คิดจะคาดคั้นเอาคำตอบอะไร “เอ่อ...ผมไปอาบน้ำดีกว่าวันนี้ผมมีเรียนเช้า”


         ผมลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำโดยไม่หันไปมองหน้าพี่มาร์คอีกเลย เจ็บใจตัวเองที่ถามคำถามปัญญาอ่อนออกไปแบบนั้น เกิดเค้าไม่พอใจแล้วไล่ผมไปเดี๋ยวนี้จะทำยังไง งั้นรีบอาบน้ำดีกว่า อย่างน้อยๆ ถ้าถูกไล่ไปจริงๆ ก็ได้อาบน้ำไม่ต้องเดินไปไหนมาไหนเป็นคนเร่ร่อนตัวเหม็นน้ำไม่อาบ


         พอผมออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นสองพ่อลูกเจ้าของบ้านแล้ว ผมจึงแต่งตัวจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย และไม่ลืมที่จะเก็บที่นอนและจัดกระเป๋าของตัวเองอีกครั้งหลังจากที่เมื่อคืนรื้อของออกมานิดหน่อย


         เดินออกมาผมเห็นปันปันที่อยู่ในชุดนักเรียนอนุบาลกำลังนั่งเก็บดินสอสีที่ตัวเองเป็นคนเอาออกมาเมื่อคืน ผมเดินเข้าไปนั่งยองๆ ลงข้างๆ เมื่อเค้าเห็นว่าเป็นผมเค้าก็ส่งยิ้มหวานมาอรุณสวัสดิ์ผมทันที


         “สมุดกับสีปันหายตัวได้ด้วยนะ” ปันปันบอกกับผมที่เอาแต่นั่งอมยิ้มมองเค้า


         “หายตัว? ยังไง?”


         “ก็วันไหนปันวางไว้ มันหายตัวได้ทุกทีเลย” เค้าบอกผมไปพลางเก็บดินสอสีใส่กล่องไปด้วย


         “ใช่ครับ..ถ้าวันไหนปันไม่เก็บ ของๆ ปันจะหายตัวได้” พี่มาร์คที่ไม่รู้เดินมาตอนไหน นี่เค้าหายตัวได้เหมือนกันหรอถามจริง “ชุดนอนปันที่ใส่เมื่อคืนอยู่หน้าห้องน้ำ อีกห้านาทีมันจะหายตัวแล้วนะครับ”


         หลังจากฟังจบปันปันเบิกตากว้างแล้วหยิบกล่องดินสอสีที่เค้าเก็บเสร็จแล้วกับสมุดวาดเขียนลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในห้องพี่มาร์คซึ่งผมเดาว่าเค้าน่าจะรีบไปเก็บชุดนอน


         “ใจร้ายว่ะ” ผมพูดแขวะพี่มาร์คแบบไม่จริงจังนัก เค้าก็แค่อมยิ้มน้อยมองผมแล้วเดินไปที่ห้องครัว


         ผมเดินตามไปเห็นเค้าหยิบขนมปังใส่เครื่องปิ้งแล้วเอานมออกมาอุ่นผมคิดว่าน่าจะเป็นอาหารเช้าแบบง่ายๆ สำหรับปันปัน


         “พี่ก็แค่อยากแน่ใจว่าในวันที่พี่ไม่อยู่ปันปันจะหาข้าวกินเองได้” พี่มาร์คหยิบขนมปังที่เด้งออกมาทาแยมสตอเบอรรี่ลงไป “ไม่ต้องถึงขั้นทำอาหารกินเองหรอก แค่รู้ว่าต้องซื้อที่ไหนกินก็พอ”


         ผมมองพี่มาร์คด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่น่าเชื่อว่าคุณพ่อยังหนุ่มจะคิดอะไรลึกซึ้งแบบนี้ได้ ที่เขาเคยบอกว่าเมื่อคนเรากลายเป็นพ่อแม่คนจะเป็นผู้ใหญ่ไปเองก็จริงสินะ


         “ออกไปเรียนพร้อมกันนะ แต่เดี๋ยวต้องแวะไปส่งปันปันก่อน” พี่มาร์คว่าในขณะที่มืออีกข้างก็ทาแยมลงบนขนมปังอีกชิ้นแล้วยื่นให้ผม


         ผมพยักหน้ารับแล้วเดินไปช่วยเค้าจัดอาหารเช้า เมื่อทุกอย่างพร้อม ปันปันเองก็พร้อมเช่นกัน เค้าปีนขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ทานข้าวประจำตัวของเค้าแล้วหยิบนมขึ้นดื่มพร้อมกับกัดขนมปังปิ้งตามเข้าไปเคี้ยวตุ่ยๆ จนแก้มนูนน่าหมั่นเขี้ยวชะมัด


         เมื่อทานข้าวเช้าเรียบร้อยผมก็ออกมาเรียนพร้อมพี่มาร์ค เราแวะส่งปันปันที่โรงเรียนโดยมีคุณครูสาวสวยยืนตอนรับอยู่หน้าโรงเรียน


         “ปันปันนั่นใครหรอ” เสียงของเด็กผู้หญิงที่มัดผมแกะสองข้างถามแแล้วขี้นิ้วน้อยๆ มาที่ผมในขณะที่ปันปันกำลังจะเดินเข้าไปในห้องเรียน


         “ท้อปปิ้งของปันเอง” ปันปันทิ้งปริศนาสายฟ้าแลบเอาไว้แล้วเดินเอากระเป๋าเข้าไปเก็บเฉยเลย


         พี่มาร์คได้แต่ยืนหัวเราะในลำคอแล้วโบกมือลาปันปันก่อนจะพาผมออกมา โชคดีที่เราเรียนเหมือนกันเลยได้เรียนที่ตึกเดียวกันพี่มาร์คจะได้ไม่ต้องวนรถไปมาเพื่อส่งผม


         “วันนี้เลิกเรียนกี่โมง” พี่มาร์คถามในขณะที่กำลังถอยรถเข้าจอด


         “เที่ยงๆก็เลิกแล้ว บ่ายไม่มีเรียนด้วย”


         “พี่เลิกค่ำเลย จะรอกลับพร้อมกันไหม”


         “ไม่ดีกว่า..จะไปที่อื่นก่อน” ผมบอกออกไปก่อนแม้ว่าไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่ผมคงไม่รบกวนพี่มากไปกว่านี้แล้วละ


         ผมเขาไปนั่งเรียนทั้งที่สมองก็ไม่ได้พร้อมจะเรียนเท่าไหร่ เพราะมัวแต่คิดว่าจะเอายังไงกับชีวิต พออาจารย์สอนเสร็จผมก็เรียกแท็กซี่กลับคอนโดพี่มาร์คทันที ผมกดรหัสเปิดประตูห้องที่แอบจำมาเมื่อวานแล้วลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาจากห้อง สายตาเลือบไปเห็นรูปที่ปันปันวาดเมื่อคืนที่อยู่ที่โต๊ะรับแขกก็แอบใจหายไม่ได้ พี่ต้องคิดถึงเรามากแน่ๆ เลยปันปัน


         ผมไม่รู้ว่าจะไปไหนดีเลยตัดสินใจลากกระเป๋าเดินเข้าห้างก่อนอย่างน้อยๆ ก็มีแอร์ แต่จนแล้วจนรอดก็ได้แต่เดินวนไปวนมาจึงมานั่งแมะอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพื่อตั้งหลัก


         ~ R R R R R


         เสียงโทรศัพท์ที่กระเป๋ากางเกงทำให้ต้องหยิบขึ้นมากดรับ


         [คิดถึงจังแบม เมื่อไหร่ลูกจะกลับบ้าน]


         “เฮ้ย!! ม๊ามาอารมณ์ไหนเนี่ย เมื่อวานเพิ่งจะคุยกันเอง” ผมพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนไม่อยากให้ม๊ารู้ส่าผมกำลังมีปัญหา


         [ม๊าเป็นแม่แบมนะ..ถ้ามันยากมากกลับบ้านเรานะลูก] อยู่ๆ น้ำเสียงของม๊าก็จริงจังจนผมพูดอะไรไม่ออก ผมว่าบางทีม๊าอาจจะรู้ตั้งแต่ที่ผมโทรกลับบ้านเมื่อวานแล้วก็ได้


         “แบมคิดถึงม๊า..อึก” น้ำตาผมไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทำไมต้องกลายเป็นคนขี้แยเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้


         “แบมไม่ได้แพ้นะลูก แบมแค่กลับบ้านเพราะคิดถึงม๊าเท่านั้นเอง” น้ำเสียงที่อ่อนโยนของม๊าะปลอบผมได้แม้เค้าจะอยู่คนละประเทศ ผมรู้สึกเหมือนมือคู่นั้นของเค้าลูบหัวผมเบาๆ แม้ตัวเราจะไม่ได้อยู่ใกล้กัน


         “ครับ..แบมจะกลับบ้าน”


        เมื่อผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไทย ผมลุกขึ้นเช็ดน้ำตาออกลวกๆ แล้วลากกระเป๋าออกมาจากในห้างเรียกแท็กซี่ไปยังที่ที่หนึ่ง เพื่อไปลาใครบางคนที่ทำให้ชีวิตผมช่วงสามสี่วันที่ผ่านมามีแต่รอยยิ้ม ใครบางคนที่ผมคงคิดถึงมากๆ เมื่อกลับไปอยู่ที่ไทยแล้ว




@โรงเรียนอนุบาลหมีน้อย


         “...”


         ผมรู้ว่าปันปันยังไม่เลิกเรียนเพราะนี่เพิ่งจะบ่ายสาม แต่ก็อยากมาหาก่อนเพราะผมโทรไปจองตั๋วเครื่องบินไว้รอบหนึ่งทุ่ม ยังพอมีเวลาได้ร่ำลาเด็กน้อยยิ้มหวานที่ผมตกหลุมรักเข้าให้แล้ว


         “แบมแบม!!” พอปันปันเห็นว่าเป็นผมที่มาหา เค้าทิ้งของเล่นทุกอย่างเอาไว้แล้วลุกขึ้นวิ่งมาหาผม เหมือนผมได้กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเค้าไปเสียแล้ว


         ปันปันกระโดดใส่ผมแบบพอดิบพอดี ผมเลยอุ้มเค้าขึ้น ปันปันเอื้อมมือน้อยๆ มาประครองแก้มผมแล้วหอมแก้มไปฟอดใหญ่ ไม่พอยังทำท่าถูกอกถูกใจเสียเต็มประดา


        “ทำแบบนี้พี่แบมก็คิดถึงแย่สิครับ” ผมหอมแก้มกลมๆ ของเค้าคืนบ้าง ปันปันตบมือแปะๆ ชอบใจใหญ่ เค้านึกว่าผมเล่นด้วยเลยหอมแก้มผมอีกที เราสลับกันหอมแก้มกันไปมาจนครูประจำชั้นของปันปันมองแล้วอมยิ้ม มันไม่แปลกหรอกที่ใครๆ จะหลงรักเด็กคนนี้


         ผมขอครูประจำชั้นพาปันปันออกมาเล่นที่สนามเด็กเล่นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงหลังจากการนอนกลางวันไม่ได้มีกิจกรรมอะไร นอกจากวิ่งเล่นเพื่อรอผู้ปกครองมารับ


         “กินติมมั้ยครับ” ผมยื่นไอศกรีมสตอเบอร์รี่ที่ซื้อติดมือมาจากในห้างให้ปันปันที่จูงมือผมมานั่งที่ชิงช้า


         ปันปันส่งยิ้มหวานให้ผมแล้วรับเอาไอศกรีมที่ผมยื่นให้ตักเข้าปาก เค้าแลบลิ้นเลียริมฝีปากไปมาเมื่อสัมผัสได้ถึงรสชาติความเปรี้ยวและความเย็นของไอศกรีมรสโปรด


         “ปันปัน..พี่แบมต้องกลับบ้านแล้วนะครับ พี่มาหาหนูเพื่อที่จะมาลา” ผมไม่รู้หรอกว่าปันปันจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดไหม ร่างเล็กยืนกินไอศกรีมแล้วตักยื่นมาเพื่อหวังจะป้อนผมด้วย


         “รอมัคมาพากลับบ้านกันนะ” ปันปันตักไอศกรีมเข้าปากแล้วยิ้มแฉ่งแบบที่เค้าชอบทำให้ผม  หัวใจผมหวูบโหวงเพราะรู้สึกใจหาย แค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มหวานนี้อีกแล้วก็รู้สึกปั่นป่วนช่องท้องแปลกๆ พิกล


         ปันปันขยับขึ้นมานั่งตักผมที่นั่งอยู่บนชิงช้าอีกที ผมจึงใช้เท้าไกวชิงช้าไปมาเบาๆ ปันปันหัวเราะคิกคักชอบใจเป็นเด็กมันดีอย่างนี่นี้เองไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไรทั้งนั้น


         พอเค้ากินไอศกรีมหมดผมพาเค้าไปเล่นเครื่องเล่นที่สนามเด็กเล่นอีกสองสามอย่าง ปันปันจูงมือผมไม่ยอมปล่อยเลย เหมือนเค้าจะรู้ว่าถ้าเค้าเผลอผมอาจจะหายไป ผมไม่กล้าเดินจากมาโดยที่ยังถูกสายตาเล็กๆ คู่นั้นจับจ้องผมไม่รู้ว่าปันปันคิดแบบไหนกับผม(?) แต่ผมมั่นใจว่าเค้าร้องไห้แน่ ถ้าผมทิ้งเค้าแล้วเดินออกไปตอนนี้


         ผมไม่มีจังหวะจะได้ออกมาเลยจนเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหนไม่รู้ แต่เพียงแค่ผมหายไปจากสายตาปันปันก็เรียกหาผมอย่างตื่นตระหนก ผมยืนมองปันปันที่ถูกเพื่อนผู้หญิงที่มัดผมแกะชวนไปเล่นม้ากระดกผมใช้จังหวะนั้นเดินออกมาแบบเนียนๆ แล้วบอกลาปันปันด้วยสายตาแทนคำพูด “ลาก่อนนะปันปัน”



         ในขณะที่ผมกำลังลากกระเป๋าออกมาที่หน้าประตูโรงเรียนกลับเจออีกคนที่มารับลูกกลับบ้านพอดี


         “แบมแบม? นายกำลังจะไปไหน”

        


         “พี่มาร์ค...มาก็ดีแล้วผมจะได้ถือโอกาสลาพี่เลย” ผมกับพี่มาร์คจ้องหน้ากันด้วยแววตาที่แตกต่าง


         “...”


         “วันนี้ผมจะกลับไทยแล้ว ขอบคุณนะครับสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา” ผมพูดไปก้มหน้าไปไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เพียงเวลาแค่ไม่นานผมกลับรู้สึกผูกพันธ์กับสองพ่อลูกนี้จนหน้าใจหาย


         พี่มาร์คขมวดคิ้วจนใบหน้าหล่อๆ  ของเค้าบึ้งตึง “ไม่เรียนแล้วหรอ”


         “คิดว่าจะกลับไปเรียนที่ไทย ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้มันลำบากเกินไป” ผมยอมรับออกมาตามตรง ตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผมอยู่ที่นี้ผมต้องต่อสู้ดิ้นร้นทุกอย่างทั้งที่ถ้าอยู่ที่ไทยผมไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย


         “อ๊ากกกกกกกกก!! ฮือออออออออ!!”


         ผมกับพี่มาร์คเบิกตากว้างพร้อมกันเมื่อมั่นใจว่าเสียงร้องไห้นี้เป็นของปันปันแน่ๆ เราวิ่งเข้ามาที่สนามเด็กเล่นพร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครเอ่ยอะไร


         “ปันปัน!!” พี่มาร์คตะโกนเรียกชื่อลูกชายที่เอาแต่ยืนหลับหูหลับตาร้องไห้จนหน้าแดงอยู่ข้างๆ ครูประจำชั้น


         “แกเรียกหาแบมแบมไม่เจอหน่ะค่ะ เลยตกใจ” ครูสาวรีบส่งปันปันให้พี่มาร์คที่เข้าไปถึงตัวลูกแล้ว


         “อึก..แบมแบมกลับบ้าน..ฮือ กลับบ้านเรา”


         ผมยืนมองร่างน้อยๆ ของปันปันที่ซบเข้าที่ไหล่ผู้เป็นพ่อด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ผมไม่น่ามาที่นี้เลยผมน่าจะคิดให้มากกว่านี้ปันปันยังเด็กเขายังไม่เข้าใจในเหตุและผล ผมก็แค่อยากมาลาแต่กลับทำให้เค้าเศร้าเสียใจซะได้


         พี่มาร์คโยกตัวปันปันที่อยู่ในอ้อมแขนไปมาเพื่อปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญ เค้ายังคงสะอึกสะอื้นจนผมใจเสียตาม ผมไม่เคยเห็นปันปันร้องไห้มาก่อนเลยยืนซื่อบื้ออยู่ที่เดิมเพราะทำอะไรไม่ถูก


         “แบมแบมอยู่นี่ไง..ไม่ร้องนะครับคนเก่ง” พี่มาร์คยังคงโยกตัวปันปันที่สะอื้นอักอยู่ในอ้อมกอด เค้าหันหลังใส่ผมเพื่อให้ปันปันเห็นว่าผมยังอยู่ตรงนี้ มือน้อยๆ เอื้อมขึ้นมาขยี้ตาตัวเองแล้วเบียงตัวเข้าหาผมที่ยังคงยื่นซื่อบื้ออยู่ท่าเดิม


         พี่มาร์คมองผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่ผมก็พยักหน้ารับเอาปันปันมาอุ้มเอาไว้ เค้ากอดคอผมหมับแล้วซบหน้าลงที่ไหล่จนผมสัมผัสได้ถึงความอุ่นชื่นของน้ำตาที่เปียกอยู่บนบ่าตัวเอง ผมทำอะไรไม่ค่อยถูกแต่ก็ยอมอุ้มปันปันเดินไปเดินมาใช้เวลาไม่นานเด็กน้อยที่ร้องไห้โยเยก็ผล็อยหลับไปทั้งที่แขนยังกอดคอผมอยู่ไม่ปล่อย


         เลยตามเลยผมจึงเดินมาที่รถพี่มาร์คที่จอดอยู่หน้าโรงเรียนแอบเห็นว่าเค้าลากกระเป๋าเดินทางมาให้ผมด้วย พอพี่มาร์คเปิดประตูรถผมก็วางปันปันที่หลับไม่รู้เรื่องลงที่เบาะข้างคนขับ แอบลูบแก้มกลมที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตาหัวใจผมเหมือนถูกบีบเบาๆ มันเจ็บจี๊ดๆ จนน่ารำคาญ


         “ยังไงก็จะไปให้ได้ใช่ไหม?” พี่มาร์คถามหลังจากที่ผมขยับออกมาจากตัวรถ


         “อือ..ผมเหนื่อยแล้วพี่มาร์ค ที่นี่ผมไม่มีอะไรเลย ผมไม่มีแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป” ผมบอกพี่มาร์คทั้งที่สายตายังคงมองปันปันที่แม้แต่ยามหลับยังสะอื้นอักอยู่ในลำคอ


         “แล้วปันปันล่ะ พอจะเป็นเหตุผลให้นายอยู่ต่อได้ไหม”


         “ผมขอโทษนะพี่มาร์ค...ผมไม่น่าเข้ามาทำให้เค้าติดเลย แต่ไม่นานเค้าจะลืมผมเอง...ใช่ไหม?” ผมหันมามองหน้าพี่มาร์คแล้วเอื้อมมือไปขอกระเป๋าที่เค้าเป็นคนลากมาให้ “ลาก่อนนะครับ...ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”


         ผมก้มหัวให้พี่มาร์คแล้วลากกระเป๋าเดินจากมาแม้ว่าแต่ละก้าวผมจะรู้สึกเหมือนปันปันกำลังรั้งขาผมเอาไว้ก็ตาม



         “แบมแบม!! นายอยู่กับพี่ได้นะ!!”


         ในจังหวะที่ผมกำลังโบกแท็กซี่เสียงพี่มาร์คทำให้มือผมชะงัก ให้ตายสิทั้งพ่อทั้งลูกจะทำให้ผมลำบากใจไปถึงไหน ผมหันหน้ากลับตกใจจนเกือบหงายหลังเมื่อพี่มาร์คมาอยู่ข้างตัวผมตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้


         “ผมจะอยู่กับพี่ได้ยังไง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ


         “ถ้าอย่างนั้นนาย…” พี่มาร์คเว้นวรรคจนผมเผลอเลิกคิ้วถามอย่าง

สงสัย “มาเป็นแม่ของปันปันสิ


        ผ่านไปกี่วินาทีไม่รู้ที่ผมยืนเอ่อแดกอยู่ตรงนั้น ที่แน่ๆ แท็กซี่ที่ผมเรียกเมื่อกี้ได้จากผมไปแล้ว ในวินาทีนี้ผมพูดอะไรไม่ออกเลย ผมก็พอจะรู้อะนะว่าพี่มาร์คมีนิสัยแปลกๆ แต่ไม่คิดว่าจะแปลกขนาดนี้ จะให้ผมตอบยังไง


         ‘กูเป็นผู้ชายครับ..สึด!!’ อยากตอกหน้าพี่มันด้วยคำนี้จริงๆ ตรรกะไหนของพี่มาร์คว่ะจะให้ผมไปเป็นแม่ให้ปันปัน จากตอนแรกที่ผมกำลังเศร้าตอนนี้ผมเปลี่ยนโหมดอารมณ์แทบไม่ทันเลย


        ~ หมับ นั่นไง..มาทันเวลาเหมือนตั้งนาฬิกาไว้จริงๆ ปันปันที่ไม่รู้ตื่นตั้งแต่ตอนไหนเมื่อไหร่ และวิ่งมาได้อย่างไร กอดหมับเข้าที่ขาของผมไม่พอยังเงยหน้ามาส่งสายตาปิ้งๆ เป็นประกายใส่ผมอีก


        “แต่ผมเป็นผู้ชายน่ะพี่มาร์ค พี่ไม่กลัวลูกพี่สับสนหรือไง” ผมก้มมองปันปันที่เปลี่ยนจากกอดขามาจับชายเสื้อผมเอาไว้แทน


         พี่มาร์คเดินเข้ามาแล้วนั่งลงจนหน้าอยู่ในระดับเดียวกับหน้าลูกชายของเค้า “ปันครับ..แม่คืออะไรครับ?”


         ปันปันอมยิ้มหวานแล้วตอบพี่มาร์คแบมแบมมั่นอกมั่นใจ “ท้อปปิ้งครับ”


         ผมอยากให้ทุกคนเห็นหน้าผมมาก อยากให้รู้ว่าหน้าตอนนี้มันเอ๋อแดกขนาดไหน กูชักไม่แน่ใจแล้วว่าสองพ่อลูกนี้ปรกติ


         “พ่อเป็นไอติม แม่เป็นท้อปปิ้ง มีก็ได้ไม่มีก็ได้ แต่ปันอยากมีแม่..” น้ำเสียงที่เบาลงเรื่อยๆ ของปันปันทำให้ใจผมอ่อนยวบลงด้วย เค้าหันมาจ้องหน้าผมแล้วส่งสายตาอ้อนวอนแบบที่ไม่มีใครกล้าปฎิเสธมากดดันผมอีกครั้ง


         “นายจะเอายังไง...ตอบมาเร็วๆ ก่อนที่ปันปันจะมีหวังไปมากกว่านี้ พี่ไม่อยากให้เค้าผิดหวัง” ดวงตาคมที่ไม่ว่าผมจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยอ่านออกว่าเจ้าของมันคิดอะไรอยู่กำลังจับจ้องผมอย่างคาดคันเพื่อรอคำตอบ


        ผมขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดแล้วจ้องหน้าไอ้พี่รหัสสลับกับเด็กน้อยที่จับสายเสื้อของผมเอาไว้แน่น ถ้าผมยังนิ่งไม่ยอมพูดอะไรหรือถ้าปฏิเสธออกไปในอีกไม่กี่นาทีนี้ได้มีแบะอีกรอบแน่ เพราะดวงตาน้อยๆ เริ่มปริ่มน้ำออกมาแล้ว...












***ช่วยบอกทีว่าพี่มาร์คยังเป็นพระเอกอยู่ นี่มันฟิคปันแบมหรือไง ไรต์เริ่มไม่แน่ใจล่ะ





*** 1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจ ฝากเม้นท์ให้เค้าด้วยเน๊อะ >_<







# น้องปันปันยิ้มแฉ่ง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2207 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:55

    555555 ท่าทางจะปันแบม

    #2207
    0
  2. #2204 ชามะลิ (@chamali) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 08:47
    ชอบความไอติมกับท็อปปิ้ง
    #2204
    0
  3. #2190 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 11:36
    56655555555
    #2190
    0
  4. #2145 junekimsa (@junekimsa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:54
    อ่านไปคิดว่าขนมลูก
    #2145
    0
  5. #2138 chaleemb2 (@chaleemb2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:05
    ชอบไอติมกับทํอปปิ้ง เปรียบเที่ยบได้น่ารักมาก
    #2138
    0
  6. #2060 Whitelover (@Whitelover) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:58
    <p>งืออออ น่าร๊ากกกกก</p>
    #2060
    0
  7. #2024 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 16:40
    น่ารัก คำนิยามของปันปันคือความสดใสจริงฟ
    #2024
    0
  8. #2012 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:27
    น่ารักง่า ไอติม กับ ท็อปปิ้ง งืออออน้องงง
    #2012
    0
  9. #2000 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:32
    ปันปันน่ารักมากกกกกก แงง แม่คือท็อปปิ้ง~
    #2000
    0
  10. #1990 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:47
    มึนแทน555
    #1990
    0
  11. #1955 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 22:38
    น่ารักโคตรรรรรรร ปันนนนหนู
    #1955
    0
  12. #1933 missbb (@missbb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 09:07
    ถ้าเป็นเรื่องจิงคงดี555
    #ชิปคู่เน่นนนน//แฮ่..จะน่ารักเกินไปแล้ววว
    #1933
    0
  13. #1902 Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 20:22
    น่ารักไปไหนลูกเอ๊ยยยย
    #1902
    0
  14. #1817 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 07:33
    ปันปันจะทีแม่มั้ยนะ
    #1817
    0
  15. #1757 Nurarihyonfasai (@Nurarihyonfasai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:55
    ปันปัน~
    #1757
    0
  16. #1546 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 06:50
    และแล้วก็แพ้ทาง ฉากน้องปันร้องไห้คือแบบไม่ไหวแล้ว เสียงก้องในหูเลย
    #1546
    0
  17. #1327 Babyhae (@beamhaebaby) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 11:02
    ปันปันลูกกกก น่ารักมากไม่ไหวแล้วฮืออคนเก่งของพี่
    #1327
    0
  18. #1263 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 09:10
    ปันปันน่ารักมาก ร้องไห้ตามเลยตอนปันร้องไห้T^T
    #1263
    0
  19. #1081 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 09:36
    ดูจากท่าแล้วจะไม่รอด555
    #1081
    0
  20. #1034 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 18:28
    เจอปันอ้อนขนาดนี้ จะไปไหนรอดจริงไหม
    #1034
    0
  21. #778 marks eye (@eelee129) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:37
    ปันแบมจริงๆ55555555555 แต่คำนิยามน่ารักจังเยย เป็นคุณไอติมกับคุณท็อปปิ้ง ช่างสอนลูกนะมาร์คเนี่ย
    #778
    0
  22. #617 SandraCeleb (@o-leag) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 14:32
    ตอบตกลงไปเลยค่ะเบ๊บบบบบบบ บอว่าจะเป็นทอปปิ้งให้ปันปัน 
    ปล ก้นกระแทกพื้นนะจ๊ะ ไม่ใช่แทรก  
    #617
    0
  23. #611 0849251211 (@0849251211) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 13:55
    ปันปันเข้าใจเรียกว่าท๊อปปิ้งคือแม่
    #611
    0
  24. #562 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 03:45
    มาเป็นท้อปปิ๊งให้ปันๆ น้าาาาาา
    #562
    0
  25. #551 pkmyt (@powpc) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 12:55
    55555 เออ ช่างคิดเว้ย ท้อปปิ้ง
    #551
    0