What's up

#HeartShaker #TWICE 


 
Nayeon                                                Mina
 
                         





    Quick Message
รวมข้อความจากเพื่อนๆที่ส่งถึงเราบนหน้าเวบ
ข้อความ
16

 C O M M E N T    B o X

อยากบอกว่า :

ลงชื่อ:
พิมพ์ตัวเลข :

ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ใช้ Qmsg ในการส่งลิงก์หรือฉากที่ไม่เหมาะสม (NC)
(หากตรวจพบนิยายเรื่องนั้นจะถูกแบนถาวร ในกรณีกระทำผิดซ้ำจะถูกแบน ID ทันที)


22 ต.ค. 60 / 20:30   [223.207.138.191]
BLACKcoffee77 บอกว่า :

4.MAZE


หากคิดว่าหล่อน คือ แมวหลงทางสักตัวหนึ่ง ฉันเองก็คงจะเป็นแค่คนที่ถูก รัก ทำให้หลงทาง


แม้จะนอนอยู่บนเตียงขนาดสามฟุตในห้องสี่เหลี่ยมกลางเก่ากลางใหม่นี้

ท่ามกลางฤดูร้อนสีจัดจ้าน และอึกทึกไปด้วยเสียงของแมลง ทว่าในดวงตาที่เหม่อมองกลับเห็นทั้งหมดเป็นสีน้ำเงินหม่น เงียบเชียบ ความเข้มจัดของมันไม่สามารถทำให้สีอื่นเด่นชัดขึ้นมาได้เลย ทั้งหมดโดนกลบด้วยสีน้ำเงินเข้มเหล่านั้น คงเป็นความรู้สึก ไม่ใช่สีเทา หรือสีดำ ไม่ใช่สีขาว สีแดง หรือสีอื่นๆ ไร้ข้อเปรียบเทียบรวมกับความรู้สึกทั้งหมดถูกหลอมรวม แยกไม่ออกว่ากำลังรู้สึกแบบไหนเสียทีเดียว

ฉันชอบสีน้ำเงินเข้มอย่างไร้เหตุผลเมื่อได้เห็นมันยามที่ราตรีเข้าปกคลุมไปทั้งห้องสี่เหลี่ยมนี้ ผนังสีเกือบขาวกลายเป็นถูกทาบทับด้วยความเข้มหม่นนั้น อย่างกับทาสีใหม่เมื่อท้องฟ้ามืดลง ถูกกลืนกินด้วยราตรี เสียงนาฬิกา และเวลา

ติ้ก ติ้ก

นาฬิกาส่งเสียง

ยูจองยอนจ้องมองเพดานห้องของเธอในช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืน เสียงนาฬิกาดังเหมือนอย่างเคย นาทีแล้วนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า จากวินาที เป็นนาที จากหลายนาที กลายเป็นชั่วโมงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอลองฟังเสียงเวลาเหล่านั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ ทีละก้าว ทีละก้าวของเข็มสั้นยาวแล้วพบว่า มันเปลี่ยนไปเล็กน้อย เสียงนั้นไม่ได้มีแต่ตัวเธอเอง และอดีตในความคิดอย่างที่เคย น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่มีแมวหลงตัวนั้นอยู่ด้วย เจ้าหล่อนมีผมสีอ่อน ดวงตากลมโตแสนหวาน ริมฝีปากอวบอิ่มที่มักจะถูกทาทับแต่งแต้มด้วยลิปสิติกสีแดงกำมะหยี่ และจูบของหล่อน

บางทีหล่อนกดูร้ายกาจ ทว่าบางครั้งกลับดูเปราะบางและเปลี่ยวเหงา


“เธอก็เหมือนกัน”


หล่อนเคยบอกอย่างนั้นให้ยูจองยอนมองกลับมาที่ตัวเอง อันที่จริงเธอไม่เคยสังเกตเห็นความรู้สึก หรือการเป็นอย่างนั้นของตนเองมาก่อน คงเป็นอย่างที่หล่อนว่า คนที่รักทำให้หลงทางเหมือนกับได้พบบางอย่าง


ติ้ก ติ้ก

นาฬิกาส่งเสียงจากการก้าวไปข้างหน้าเป็นวงกลม ซ้ำซาก ทว่าพวกมันก็ทำอยู่อย่างนั้น เวลาไม่เคยจะหยุดนิ่ง ยูจองยอนลืมตัวเองไปชั่วขณะเมื่อกำลังคิดถึงหล่อนอีกแล้ว เหมือนกับร่างกายเลือนหายลืมความตั้งใจที่จะไม่คิดถึงไปเสียสิ้น จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู มันถูกเคาะจนเกิดเสียงกระทบดังแผ่วไม่เร่งรีบบีบคั้น

ครู่หนึ่งที่เธอยืนอยู่หลังบานประตูด้วยดวงใจเต้นตึกตัก มือเรียวแตะลงบนลูกบิดสีเงินอย่างเชื่องช้า เพราะไม่อยากดูกระตือรือร้นอยากเจอหล่อนมากเกินไป แต่ไม่เห็นจะเหมือนความคิดเมื่อวินาทีต่อมาเธอเปิดมันออกอย่างเร็วจนเหมือนกระชาก

“จองยอนอา..”

เสียงของหล่อนมาก่อนจะตามสัมทับด้วยอ้อมกอดที่รวมเจ้าของห้องไว้ทั้งตัว

หล่อนเรียกด้วยน้ำเสียงเคยคุ้น อิมนายอนมาอยู่ที่นี่ได้เกือบเดือนหนึ่งแล้ว แม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยกันเท่าใดนักเรากลับรู้จักกันด้วยการเฝ้าดูอีกฝ่าย ในความเงียบสีน้ำเงินเข้มเหล่านั้น เราต่างบอกเล่าความเป็นเราด้วยการจ้องมองซึ่งกันและกัน พูดกันด้วยบทสนทนาแสนง่าย ทว่าดวงตากลับเฝ้าถามถึงความต้องการในใจ

หล่อนกระโจนกอดจองยอนทันทีที่ประตูเปิด ดูเหมือนว่าเธอจะชินกับมันเสียแล้ว เคยชินที่หล่อนทำแบบนี้เสมอ ริมฝีปากนุ่มจูบลงที่ข้างแก้มเจ้าของห้องอย่างเอาอกเอาใจ อย่างกับแมวตัวโต ให้ยูจองยอนนึกขำท่าทางออกนอกหน้าของหล่อน หลังจากนั้นอิมนายอนก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยและยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่ น่าแปลกที่พักหลังๆมานี้เธอไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์อย่างเมื่อเดือนก่อนหน้า

การเฝ้ามองของฉันบอกว่าเธอเลิกดื่ม แต่ยังคงสูบอยู่

“เย็นนี้เธออยากกินอะไร”

จองยอนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงจนฟูกนุ่มยุบยวบแล้วเอ่ยถาม ในขณะที่คนถูกถามเคลื่อนศีรษะของตนมาไว้บนตัก อิมนายอนกำลังทำเหมือนกับว่าเธอเป็นแมวขึ้นมาจริงๆอย่างนั้น

“ตัวหอมจัง”

น้ำเสียงแหบแห้งของหล่อนว่าให้คนฟังยิ้มออกมาได้ นายอนว่าทั้งๆที่ยังซุกใบหน้าอยู่ที่เดิม แขนนุ่มจับยึดร่างของคนสูงกว่าเอาไว้ ลมหายใจของหล่อนอุ่นร้อนเป่ารสลมบนนั้น บ้างสูดเข้า บ้างพ่นรดออกมายาวเหยียด อันที่จริงก็เป็นสบู่กลิ่นเดียวกันแท้ๆ การกระทำเหล่านั้นทำเอาทั้งกายและใจของยูจองยอนสั่นสะท้าน

“ไปมินิมาร์ทได้มั้ย?”

เจ้าแมวตัวโตเอ่ยขอเจ้าของห้องที่ตนพักอาศัย จองยอนพยักหน้าและรอให้นายอนถอยกายออกไปก่อถึงได้ลุกขึ้น เราเลื่อนคว้าไขว่หามือของอีกฝ่ายอย่างเคยชิน ความเคยชินนี้เองที่จองยอนสังเกตเห็นมันเข้าว่าทำแบบนั้นกับหล่อนอีกแล้ว คล้ายว่านายอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องสี่เหลี่ยม เสียงติ้กติ้กของนาฬิกา ลูตอง ที่นอน และสีน้ำเงิน ทุกอย่างกลายเป็นหล่อนได้อย่างไม่ทันได้เอะใจ

เราพากันเดินลงไปที่ชั้นล่าง สีส้มจากไฟทางส่องกระทบ ทำให้เกิดเงายาวทอดตัวลงบนนั้นถนนลาดยางสีดำสนิท ร้อน และแห้งสนิท เพราะเป็นเวลาดึกมากแล้วถึงได้ยินแต่เสียงแมลงและเสียงรองเท้าจากการก้าวไปอย่างเรา ซ้าย ขวา ทีละก้าวไม่หยุดหย่อน เราเดินไปเรื่อยๆคล้ายกับเวลา จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าตู้เครื่องดื่ม อิมนายอนหันมามองกันอย่างนั้น

ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองมา เธอไม่ได้ขออนุญาตในขณะที่หยิบมัน ยูจองยอนทำอย่างนั้นบ้าง เธอเลือกเบียร์อะไรขึ้นมาถือไว้ก็ไม่ได้สังเกตเสียด้วยซ้ำ เธอเพียงแต่ทำตามอย่างหล่อนจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักขึ้นมานั่นแหละ

“ทำตัวให้มันสนุกๆบ้าง จองยอนอา..”

น้ำเสียงแหบแห้งอย่างอิมนายอนทำให้หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ อยู่ๆก็รู้สึกอายอย่างกับถูกล้อเลียนเข้าอย่างไรอย่างนั้น เธอรู้ว่าอย่างมากจองยอนก็ไปแค่ร้านกาแฟ

“หยุดขำเลยน่า”

ยูจองยอนแกล้งทำเสียหงุดหงิดแล้วหยิบเพิ่มไปอีกสักกระป๋องแล้วเดินดิ่งไปที่เคาเตอร์เพื่อคิดเงินสิ่งที่เธอถือไว้ในมือ ถึงจะพูดอย่างนั้นกับหล่อน แต่เธอกลับยืนรอจนกระทั่งอีกคนมาหยุดอยู่ข้างกัน

ในความเงียบเราต่างเกาะกุมมือของกันและกันไว้ ทีละก้าว ทีละก้าว ที่เดินย้อนกลับไปทางเดิม พวกเราเกาะเกี่ยว โอบกอดกันและกันเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แสงไฟสีส้มส่องสะท้อนใบหน้าและดวงตาแสนหวาน ริมฝีปากอวบอิ่มของหล่อน

ฉันอยากจูบเธอ

โอ.. ไม่คิดเลยว่ากำลังคิดอย่างนั้นจริงๆ


มือเรียวเปิดประตูบานหน้าของห้อง 404 ออก ภายในห้องถูกฉาบด้วยสีน้ำเงินเข้ม และเสียงนาฬิกาดัง ติ้ก ติ้ก

เราทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นแทนที่ลูตองที่กระโดดลุกออกไปนอนบนพรมห้องน้ำแทน มันดูจะรำคาญเสียงถุงพลาสติกดังกรอบแกรบเอามากๆ ดูทำหน้าเข้า จองยอนส่ายหัวไม่รู้ว่าหน้ากับขนของมันอะไรยุ่งกว่ากัน

หล่อนเริ่มกระป๋องแรกอย่างไม่สะทกสะท้านในขณะที่จองยอนพยายามกล้ำกลืนรสชาติขมปร่าลงคอไปให้ได้มากที่สุด ทรมานยิ่งกว่ากินยาเสียอีก เธอไม่รู้ว่าหน้าตาของตัวเองเป็นอย่างไรจนกระทั่งคนน่ารักเอาแต่ขำ

“เอาจริงแฮะ” หล่อนพึมพำกับตัวเอง

“ฉันสูบได้มั้ย”

อิมนายอนถามกับเจ้าของห้อง หล่อนไม่เคยสูบที่นี่ แต่ครั้งนี้เธอเอ่ยขอมันออกมา ยูจองยอนหยุดคิด แต่ไม่รู้ว่าเพราะแอลกอฮอล์มันทำอะไรกับเธอ หรือว่าเป็นเพราะหล่อนก็ไม่รู้ เธอถึงได้ตอบตกลงออกไปอย่างนั้น

“เอาสิ”

เธอได้ยินเสียงหัวเราะแหบๆด้วยความพอใจหรืออย่างไรในอย่างของหล่อน เสียงลมหายใจ และเสียงซวบซาบจากการขยับกายเพื่อหยิบซองกระดาษออกมา

แล้วจูบของอิมนายอนก็กลายเป็นกลิ่นเย็นๆและรสชาติปร่าของนิโคติน ทั้งฝาดทั้งหวานอมขมจากรสแอลกอล์ฮอล์

ในที่สุดเราเลิกสนใจเบียร์ที่หมดกระป๋องไปแล้ว กับบุหรี่ที่สูบไปครึ่งค่อนมวน อันที่จริงมันเป็นครึ่งมวนของมวนที่สามในค่ำคืนนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ริมฝีปากสีกำมะหยี่ของหล่อนดึงดูดใจของยูจองยอนมากกว่าอะไรทั้งหมด เธอเป็นคนเริ่มมันเองในคราวนี้อย่างไม่อาจห้ามความรู้สึกก่อนหน้า

อยากจูบหล่อน

คิดแบบนั้นมาตั้งแต่ชั่วโมงก่อน อดทนรอที่จะครอบครองริมฝีปากนั้น น่าตลกที่หล่อนเอาแต่มองและไม่เริ่มมันขึ้นมาเสียที ทุกครั้งที่มวนแล้วมวนเล่าที่เจ้าของห้องได้แต่สบตากับแมวตัวโตที่พ่นควันสีขาวออกมาจากจมูกและริมฝีปาก หล่อนคล้าย จงใจ ทำให้เธอเริ่มก่อน

ใบหน้าสวยขยับเข้าใกล้ และใกล้ขึ้นอีกเมื่อปลายจมูกแตะลงบนตำแหน่งเดียวกันกับคนตรงหน้า ริมฝีปากบางแตะลงบนริมฝีปากของหล่อนิย่างตั้งใจทำให้เกิด สัมผัสแผ่วเบานุ่มหยุ่นทำให้เราหลงไหลและยากจะหยุดยั้ง เมื่อยิ่งขยับเผยอตอบรับซึ่งกันและอันก็กลับกลายเป็นจูบที่ไม่อาจปฏิเสธได้

เราโอบรับก้อนเนื้อคลุ้งฝาดไปทั่วโพรงปาก ตอบโต้ กวาดเลียลิ้มรสขมปร่าที่พาให้ผิวกายและลมหายใจอุ่นร้อนขึ้นกว่าเก่า เปียกชื้น ทว่าหวานร้อน

จองยอนถูกปรนเปรอด้วยริมฝีปากอวบอิ่มคู่นั้น ทั้งข้ามแก้ม ลำคอ หรือเนื้อกายใต้เสื้อผ้าอิมนายอนก็จูบ เธอจุมพิตทุกทีที่ลากริมฝีปากไปได้ แม้กระทั่งบนอกที่ดวงใจเต้นตึกตักอยู่ข้างในนั่น หล่อนคงได้ยิน

“กอดฉัน”

อิมนายอนพูด เธอคว้ามืของอีกคนให้วางไว้บนเอวคอด ในยามเมื่อสบตา จองยอนไม่รู้ว่าอิมนายอนคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ริมฝีปากสีกำมะหยี่เซียวอ่อนลงกว่าตอนก่อนหน้า เพราะว่าไม่มีกระจกถึงได้ไม่เห็น แต่ยูจองยอนค่อนข้างมั่นใจว่ามันต้องอยู่บนผิวกายของเธอตรงไหนสักที่

จูบของหล่อนนิ่มนวลจนอย่างกับถูกทำให้รู้สึกลอยขึ้น และเธอคล้ายถูกฉุดให้ตกลงเมื่ออิมนายอนรั้งร่างกายของอีกคนเข้ามาใกล้อย่างไม่อาจต้านทานได้ เธอกดริมฝีปากให้แน่นขึ้นอีก ขยับหยอกเย้าเป็นจังหวะเคยคุ้นตอบรับซึ่งกันและกัน ไม่มีครั้งไหนเลยที่จองยอนไม่ชอบจูบของหล่อน แม้แต่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะหลับตาหรือตื่นขึ้นทุกอย่างก็กลายเป็นสีน้ำเงิน ลึกล้ำไร้จุดสิ้นสุด เราต่างดำดิ่งไปในดินแดนที่ไม่มีเวลาหรือข้อบังคับอื่นได้

มือเรียวลาดไล้ไปมาบนแผ่นหลังและไหล่บางให้ยูจองยอนสั่นสะท้าน เธอคล้ายถูกอีกคนนำทางไปในสักที่ แม้จะไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่กลับรู้สึกเหมือนได้พบอะไรบางอย่าง

ร่างกาย ร้อนขึ้น สะท้าน สั่นไหว โอนอ่อน เปียกชื้นไปด้วยจูบ

เราแนบชิดกันเสียจนไร้ช่องว่าง แตะต้องสัมผัสกายกันและกันอย่างไขว่คว้า ในขณะที่อีกคนกำลังหา อีกคนหนึ่งก็ให้คำตอบ ไม่มีใครพูดอะไรอีก เหมือนว่าบทสนทนาจะถูกหลงลืมไปสิ้น ทีละนิดทิศทางที่อิมนายอนกำลังนำไปอย่างช้าๆ

“ฉัน..คิดถึงเธอ”

เป็นจองยอนที่สารภาพออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เสียงของหล่อนเบายิ่งกว่าเสียงเข็มวินาที เธอไม่ได้ลืมตาตอนที่พูดคำนั้น ทว่าลมหายใจที่ใกล้เข้ามาทำให้รู้ว่าอีกคนที่เอาแต่เงียบกำลังใกล้เข้ามา และใกล้เข้ามาอีกตอนที่อิมนายอนคลานขึ้นมาและยกกายให้สูงขึ้นเพื่อจูบอีก มือนุ่มแตะลงที่ข้างแก้มของยูจองยอน สัมผัสแผ่วเบาอ่อนโยนทำให้รู้สึกโอนอ่อนได้โดยง่าย

เราคล้ายกับคนหลงทางยามที่เพรียกหาและหาหลักยึด

หล่อนไม่ถอดมันออกเลยสักชิ้นในตอนที่เราแตะต้องกัน ดวงตากลมหวานของหล่อนหวานขึ้นกว่าเก่าเมื่อมองจากตรงนี้ กว่าจะรู้ตัวแผ่นหลังของยูจองยอนก็สัมผัสพื้นแข็งกระด้างตรงทางเดินข้างเตียงนอน บนพื้นเย็นนั่นเราไม่ขยับห่างกันเลยสักนิด แม้สักนิดก็ไม่อยากห่าง แม้ฤดูร้อนจะร้อนเสียจนชุ่มเหงื่อ อาจจะเพราะหล่อน หรือเพราะอากาศ

เสียงแมลงในฤดูร้อนไม่น่ารำคาญอีกต่อไป หรือกระทั่งเสียงนาฬิกาที่ชอบฟังยังไม่อาจได้ยินได้ถนัด เพราะหล่อนทำให้ได้ยินเพียงแค่เสียงตึกตักในอก และเสียงของริมฝีปากยามดูดดึงลึกล้ำ

ใบหน้าทั้งสองถอยห่างออกจากันเพียงเล็กน้อย แม้จะหลับตาหรือลืมตื่นขึ้นก็เอาแต่คิดถึงหล่อนอย่างห้ามใจไม่ได้ เจ้าของห้องสูดลมหายใจหลังจากที่ขาดหายกระท่อนกระแท่นเพราะคนที่กกเกยอยู่บนตัวเธอ

“ฉันอยากไปกับเธอ”

ได้โปรดพาฉันไป

ดวงตาเรียวจ้องมองคล้ายกำลังยืนยันว่าคำพูดของหล่อนจริงจังให้อีกคนนิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าเจ้าแมวสาวตัวโตกำลังคิดอะไร จ้องมองทว่าไม่ได้คำตอบเป็นคำยืนยัน คนบนตัวจ้องมองอีกคนนิ่งอย่างหาคำตอบ เราพูดคุยกันทางสายตาเหมือนกำลังค้นหา หล่อนมองคล้ายไม่แน่ใจในยามที่ร่างกายแนบชิด อุ่นเสียจนร้อน ชื้่นเหงื่อ

“ฉันเหรอ จะไปที่ไหน?”

แมวตัวใหญ่พูดขึ้นคล้ายคำถามทว่าเป็นคำตอบ เธอแค่นยิ้ม ให้คนที่อยู่ด้านล่างจ้องมองหล่อนอย่างไม่เข้าใจ อาจจะเข้าใจ หรือบางทีเราอาจจะเข้าใจได้หลังจากนี้

อิมนายอนยันกายขึ้นนั่งทั้งที่ยั่งอยู่บนร่างกายของคนอื่น เธอมองเหยียดหยันความรู้สึกบางอย่างของตนซึ่งไม่อาจรู้ได้ มือเรียววางลงบนปลายเดรสสีแดงที่เลิกขึ้นจากการนั่ง เธอเอื้อมมือข้างหนึ่งไปด้านหลัง ตอนนั้นเองที่จองยอนได้ยินเสียงรูดรั้งลงของซิปเสื้อผ้าหลังจากนั้นหล่อนก็ถอดมันออกจากทางศีรษะ เลิกขึ้นรวดเร็วคล้ายกระชากออกจากเนื้อกายขาวละเอียด เธอทิ้งขว้างมันไปอย่างไม่ใยดีลงบนพื้นใกล้ๆเรานี่เอง

บราสีเลือดนกทาบทับอยู่บนเรือนกายของแมวสาว สีของมันเข้มกว่าชุดเดรสที่ถอดออกไปก่อนหน้าอยู่เล็กน้อย  แม้ไม่แน่ใจอะไรนักทว่าความรู้สึกชัดเจนอย่างยากจะยอมรับ หล่อนช่างงดงามกว่าที่เคยจิตนาการเอาไว้เสียอีก


ฉันกำลังหลงทางอีกแล้ว หล่อนทำให้ฉันหลงทาง


“ลุกขึ้นสิ”

ยูจองยอนพยักหน้าให้ได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งในลำคอของคนด้านบน กายร้อนผ่าวของหล่อนเบาหวิวยามเมื่อยูจองยอนลุกขึ้นนั่งประชันหน้าและรวบกอดร่างบอบบางนั้นไว้ หล่อนตัวเล็กกว่า และหอมกว่าอย่างที่จองยอนคิดเอาเอง กลิ่นสบู่เหมือนกันอย่างนั้นแท้ๆ แต่หล่อนหอมกว่าในความรู้สึก

เธอจูบอย่างที่อิมนายอนเคยสอนและทำอย่างที่อิมนายอนเคยทำเมื่อตอนก่อนหน้า

แตะริมฝีปากลงบนเรือนกายขาวที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างเชื่องช้าไม่มั่นใจ ทว่าตะกละตะกรามดูดดื่มเมื่อได้รู้รสชาติ ทั้งเรียวลิ้นและริมฝีปากต่างได้สัมผัสหล่อน ดูดดึงเนื้อกายของอีกคนเอาไว้ในโพรงปากจนเกิดสีบนผิวกายขาวละเอียด การกระทำนั้นทำเอาคนที่นั่งอยู่ทั้งผลักทั้งดึง

“จองยอน..”

หล่อนส่งเสียงเรียกให้เงยหน้าขึ้น ในแต่ละครั้งที่จูบ ริมฝีปากบางเคลื่อต่ำลงเพราะถูกควบคุมด้วยมือของอีกฝ่าย บนเนินอกขึ้นสีเป็นรอยช้ำอย่างห้ามแรงไม่ได้ ยูจองยอนสูดลมหายใจแล้วพ่นออกให้คนด้านบนสะท้าน เธอจับเอาใบหน้าของอีกคนเอาไว้ด้วยอุ้งมือ ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองเหมือนหาคำตอบจากอีกฝ่ายที่ไร้ซึ่งคำพูด อย่างกับถูกมอมเมาด้วยอะไรสักอย่าง

ร่องรอยสีกุหลาบกระจายไปทั่วผิวกายอุ่นจัด เป็นสิ่งที่หล่อนสอนและหล่อนได้รับมัน


อยากครอบครองเป็นเจ้าของหล่อน

“ยังไงต่อ?”

คำถามแสนซื่อ

“มากกว่านี้ จองยอนอา.. มากกว่านี้”

หล่อนพ่นลมหายใจ คล้ายกับมีความทุกข์ทรมานบางอย่าง อิมนายอนเอื้อมมือไปด้านหลัง เธอใช้มือเพียงข้างเดียวเพื่อปลดมันออก ชั่วพริบตาเมื่อสีชาดร่วงหล่น ทว่าหล่อนไม่สะทกสะท้านหรือวางตาจากยูจองยอน

“มากกว่านี้..”

จูบหล่อนให้มากกว่านี้ ทำให้มากกว่านี้

ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ริมฝีปากเคลื่อนไปทั่วกาย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ร่างกายครวญเรียกหาซึ่งกันและกัน

เธอไม่เคยคิดว่าฤดูร้อนจะร้อนมากเสียขนาดนี้ ค่ำคืนสีน้ำเงินเข้ม เข้มจัดขึ้นเมื่อได้โอบกอดคนตรงหน้า และร้อนขึ้นอีกเมื่หล่อนแอ่นกายตอบรับผิมฝีปากที่ต่ำลง ยิ่งขยับจูบ ทำกับหล่อนเหมือนที่ทำบนริมฝีปาก ดูดรั้งตามที่หล่อนชักจูงนำพา ไม่รู้ว่าทำไมสองมือของอิมนายอนถึงบังคับกันได้อย่างอ่อนโยน

มือเรียวกดลงบนเอวคอดบีบแน่นด้วยมือชื้นเหงื่อจนขึ้นสี คล้ายกับรั้งหล่อนเอาไว้ให้แน่นขึ้น มาถึงตรงนี้ยูจองยอนชักไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่ถูกทำให้ล่องลอย



“จองยอน”

เสียงแหบสะบัดขึ้นเมื่อถูกกระชากด้วยก้อนเนื้อในโพรงปาก ปลุกปั่น  ขบเม้ม ดูดดึง หมุนคว้างบนปลายยอด

ฟันขาวขบลงบนริมฝีปากสีกำมะหยี่ที่ซีดจางจากจูบของคนตรงหน้า เพราะความรู้สึกที่ถูกคนติดตามมอบให้มากนัก เธอบดเบียดสะโพกลงกับหน้าตักของคนที่นั่งอยู่ด้านล่างอย่างยากจะควบคุม คล้ายต้องการมากขึ้นยามเมื่อถูกรุกล้ำด้วยความไม่ตั้งใจด้วยมือข้างหนึ่งของคนไม่รู้ทางเลื่อนต่ำลงกว่าสะโพก ที่ต้นขาหรือบั้นท้ายถูกขยำกำแน่นด้วยฝ่ามือชื้นเหงื่อ เล็บสั้นจิกลงบนหน้าขาปลุกเร้าความรู้สึกภายในให้กรุ่นร้อนขึ้น

ยูจองยอนเงยหน้าขึ้น เธอจูบลงบนกระดูกหัวไหล่และขยับมาที่ลำคอ เพราะไม่กล้าที่จะขัดใจ เจ้าของห้องถึงได้ไม่หยุดจูบหล่อนเลยแม้แต่เสี้ยววินาที

“ยังไงต่อคะ..”

เสียงของยูจองยอนเบาหวิวคล้ายคนละเมอและหลับฝัน เธอกำลังหลงทาง กระทั่งมือของอิมนายอนจับลงที่มือข้างหนึ่ง เธอวางมันลงบนอกที่จองยอนเพิ่งละจากมือ มือเรียวออกแรงบีบลงไปผ่านมือของจองยอนที่สัมผัสความนุ่มหยุ่น มันร้อนขึ้นตามร่างกายของหล่อน

“สัมผัสฉัน”

ยูจองยอนทำตามอย่างที่หล่อนว่า มือหนึ่งโอบอุ้มเนื้อกายของหล่อนไว้ คลึงแตะด้วยปลายนิ้ว อิมนายอนก็ทำอย่างนั้น ทว่าทำทุกอย่างผ่านเสื้อผ้าของยูจองยอนที่ยังอยู่ครบทุกชิ้น คล้ายกระจกเงายามเมื่อเราแตะต้อง เมื่อิมนายอนทำอย่างนั้น ยูจองยอนก็จะทำอย่างนั้นทุกครั้ง และทุกอย่าง น่าแปลกที่ผ่านเนื้อผ้าแท้ๆแต่กลับสะท้านไปทั้งร่าง ยามที่หล่อนเน้นกดหรือลูบคลึงร่างกายนี้

เธอกำลังพาไปในที่ใดที่หนึ่ง แม้ทางจะมืดเกือบสนิท

สีน้ำเงินเข้มทาบทับลงบนกายขาวสะอาดของนายอน หล่อนหอบหายใจแรงขึ้น และแรงขึ้นอีกตอนที่จับมือข้างหนึ่งของจองยอนให้ต่ำลงไป กระทั่งหายเข้าไปใต้เนื้อผ้าเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่

หล่อนเปียกชื้นและกำลังสั่น

อิมนายอนก้มหน้าลง เธอซบหน้าผากลงกับไหล่ของอีกคนอย่างพยายามกักกั้นเสียงในลำคอที่เกินขึ้นเพราะจองยอนลากวนความชื้นนั่นอย่างช้าๆ ยิ่งแตะต้องยิ่งยากจะต้านทาน และควบคุมตนเองได้

เธอล้วงมือตามเข้าไปควบคุมความเงอะแงะด้วยตนเอง ทาบนิ้วลงบนนิ้วของอีกฝ่าย เธอกดกมันลงไปอย่างเร่งเร้า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งหยุดไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจจะทันได้รู้ เพระาไม่ชำนาญทาง ทางนู้นทางนี้ ทุกทางที่แตะต้องหล่อนได้ ยูจองยอนสัมผัสหล่อนอย่างแผ่วเบา ตอนที่จองยอนเดินหาทางเอาเองกระทั่งไม่พบทางแล้วนั่นแหละ อิมนายอนถึงได้กลับมาควบคุมอีก

หล่อนคล้ายยากจะทรงตัว ยูจองยอนใช้มืออีกข้างหนึ่งรั้งกายสั่นสะท้านของหล่อนไว้

ริมฝีปากอิ่มเผยอออก หล่อนกดฟันขาวลงบนหัวไหล่ของคนนตรงหน้าอย่างเหลืออด

“ถอดมันออก..”

น้ำเสียงของอิมนายอนแหบแห้งกว่าเก่าด้วยอารมณ์ เธอยันกายลุกขึ้นคุกเข่าอย่างไม่มั่นคงนัก ให้ยูจองยอนช่วยพยุงรั้งแพนตี้สีชาดออกไปด้วยแรงกระชากจากเจ้าตัว เธอเหวี่ยงมันไปไกลกว่าชุดเดรสเสียอีก

ที่ไหนสักทีในห้องสีน้ำเงิน

พื้นแข็งกระด้างรองรับร่างของเราสองคนอยู่ อิมนายอนคร่อมกายอยู่บนคนที่นั่งอยู่ เธอคล้ายกำลังจะหลุดลอยเมื่อควบคุมมือของจองยอน อย่างช้าๆที่หล่อนกดมันเข้าไปในร่างกาย

เราต่างจ้องมองประสานสายตากันอย่างไม่ปิดบังและเป็นยูจองยอนเองที่ต้องหันหนีสายตาร้อนแรงอย่างกับฤดูร้อนนั้น อิมนายอนหลับตาลงครู่หนึ่ง หล่อนกลั้นหายใจ ยูจองยอนเองก็ด้วยยามเมื่อเธอจมหายเข้าไปอย่างเชื่องช้า คล้ายกำลังเดินผ่านประตูแคบอุ่นร้อน ช่ำชื้นไปด้วยความต้องการของเธอ

“ขยับ”

ถึงตอนนั้นที่ยูจองยอนทำตามอย่างเชื่อฟัง เธอกำลังหาเราไปที่ไหนยูจองยอนไม่อาจจะรู้ได้ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่หล่อนผ่อนลมหายใจเข้าออก สะโพกมันบดเบียดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยูจองยอนไม่อาจรู้ได้ เธอเพียงแค่ถูกจับจูงโดยอีกฝ่าย กระทั่งแรงกระแทกกระทั้นสวนทาง อีกครั้งที่ยูจองยอนกอดประคองร่างที่เร่งเร็วขึ้นจากด้านล่าง อีกครั้งและอีกครั้งที่หล่อนทำอย่างนั้น อีกครั้งและอีกครั้งที่กดจูบลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเพื่อเก็บกลั้นเสียง

ยิ่งกดลึกยิ่งเร็วขึ้นตามที่หล่อนบอก ยิ่งเหนื่อยแทบขาดใจ ทว่าไม่รู้ว่าทำไมเราถึงหยุดไม่ได้เลยแม้แต่นาทีเดียว ร่างกายขาวหดเกร็ง เดี๋ยวก็งอโค้งเดี๋ยวก็ยืดเหยียดอย่างห้ามไม่ได้

“จองยอนอา..จองยอน”

แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังเรียกหา ตอนที่กำลังลอยขึ้นเพื่อนไขว่คว้าบางอย่าง ทว่าดึงรั้งกกกอดกระชากกันไว้เสียแทบขาดวิ้น ความรู้สึกดีดกระจัดกระจายในความมืดจองยอนคิดว่าหล่อนเหมือนกำลังเห็นแสงสว่าง ร่างกายกระตุกเกร็งสะท้านสั้นอย่างกับคนกำลังหนาวเหน็บทั้งๆที่เป็นฤดูร้อน

อิมนายอนหอบหายใจถี่พลางซบหน้าลงบนไหล่ของคนที่อยู่ด้านล่างเสียครู่ใหญ่ ไม่นานนักที่หล่อยหยุดพักทั้งที่ยังหอบกระเส่า มือเธอยังกำเสื้อของจองยอนเสียแน่น ในตอนนั้นเองที่ยูจองยอนถูกผลักให้นอนราบลงบนพื้นห้อง

เมื่อร่างกายร้อนจัดแตะลงบนพื้นเย็นแข็งกระด้าง ทว่าเธอไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะหนี อิมนายอนดึงเสื้อยืนตัวโคร่งออกไปจากร่างกายของเธอ อันที่จริงอย่างกับว่าหล่อนอยากจะฉีกมันให้ขาด กางเกงยีนส์ขาสั้นนั่นก็ด้วย ที่มุมใดมุมหนึ่งในห้องสีน้ำเงินเข้ม

เราเริ่มค่ำคืนในฤดูร้อนอีกครั้งด้วยจูบของกันและกัน

เธอทำอย่างนั้นจริงๆตอนที่เลื่อนลงไปด้านล่าง ที่หน้าอกและหน้าท้องแบนรอบ ทั้งจูบทั้งขบเม้ม กัดลงบนเนื้อนิ่มอุ่นจัดของยูจองยอนที่ได้แต่เรียก เธอทำได้แค่เรียกชื่อของอีกคนเท่านั้น

ยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีกที่ความร้อนพุ่งขึ้น และสูงขึ้นอีกตอนที่เธอต่ำลงไป อิมนายอนจูบลงบนเนินเนื้อนูนเหนือหว่างขา เธอลูบคลึงต้นขากึ่งบังคับให้แยกออก เจ้าของห้องที่ไร้แรงจะต้านทานและไร้ทางหนีได้แต่ร้องห้ามปรามแมวสาวที่ไม่มีท่าทีจะสนใจฟัง

“อย่า..นายอน ไม่”

เธอตอบรับการห้ามปรามนั้นด้วยจูบ เธอทำเหมือนที่ทำบนริมฝีปากทว่าไม่ใช่..

จูบแล้วจูบเล่าจองยอนอย่างกับถูกเหวี่ยงไปมาในความมืด เธอถูกยกด้วยปลายลิ้นสอดกระชับเข้าไปในร่างกายอุ่นจัด ยากเกินกว่าจะต้านเอาไว้ได้ ก้อนเนื้อนุ่มทั้งกดทั้งกวาด อิมนายอนลิ้มรสชาติที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน รสชาติของสีน้ำเงิน

เข้ม หวานปร่า และอุ่นจัด

“ไม่ๆ”

ไม่มีผล นายอนยกยิ้มอย่างกับคนไม่ได้ยิน เธอถอนริมฝีปากออกมาแล้วและแทนที่มันด้วยปลายนิ้ม กดเน้น ลากวนบนความรู้สึก กลุ่มก้อนของมันสั่นไหวระริกให้คนทำพึงใจ

“จองยอนอา.. ฉันจะพาเธอไปเอง”

อย่างกับแกล้งกัน ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อน ยูจองยอนไม่อาจต้านแรงผลักเหล่านั้นได้ เธอเป็นคนหลงทางโดยสมบูรณ์แบบ ยิ่งนายอนถลำลึกเข้ามายิ่งยากจะต้านเอาไว้ได้ เธอบิดเร่าด้วยความรู้สึกซ่านและหวาดหวั่นอย่างคนไม่เคย ไม่มองและไม่สบตาคนพูดเลยสักนิด ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

แล้วเธอก็ทำมันจริงๆ

ยูจองยอนสะดุ้งตอนที่ถูกรุกล้ำ แม้จะค้างหยุดเอาไว้อย่างนั้นแต่ร่างกายยังสั่นสะท้าน

“เชื่อใจฉันสิ จองยอนอา..”

คนที่หดกายอยู่บนพื้นผ่อนลมหายใจ ตอนที่หล่อนเริ่มขยับ เธอรู้สึกอย่างกับเป็นคนหูอื้อตาบอด มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง ความร้อนโอบกอดห่อหุ้มกาย แทบไม่รู้สึกอื่นได้นอกจากรู้สึกถึงอิมนายอน

ไร้ซุ่มเสียงในห้วงความคิดเมื่อได้เดินไปตามเส้นทางที่หล่อนชักนำไป กระท่อนกระแท่นอย่างคนไม่รู้ มืดมิดไร้การควบคุมทว่ากลับถูกฉุดลงและดึงขึ้นบ่อยครั้ง ยิ่งหนียิ่งถูกติดตาม เหมือนบังคับให้ด้วยความซ่านกระสัน อย่างกันเปลวไฟร้อนอ่อนโยนทำให้ร่างกายโอนอ่อน และยิ่งกว่านั้นตอนที่หล่อนจูบ ปลายทางอย


10 พ.ค. 60 / 20:20   [124.121.169.240]
LesMars77 บอกว่า :

ความรู้สึกต่างดึงรั้งไม่ให้เราออกห่าง จูบแล้วจูบเล่าที่เคยขมปร่ากับหวานร้อนขึ้นหลายเท่า หล่อนได้ยินเสียงลมหายใจที่ผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออก นั่นซานะ หรือโมโมะ?


เราจะจูบกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?


แม้จะมีคำถามแต่ไร้ซึ่งคนตอบ เราต่างไร้คำพูดเมื่อนั่งอยู่บนเตียงหลังเดิมในห้องที่เกือบจะมืดสนิท แสงสีส้มหรือเหลืองเข้มสาดเข้ามากระทบผิวกายที่เกือบจะเปลือยเปล่า เมื่อเสื้อคอเต่าสีชมพูอ่อนถูกถอดออกไปพ้นศีรษะ ฮิราอิไม่ได้สนใจมันนักในเมื่อหล่อนพอใจที่จะได้เห็นเนื้อกายขาวสะอาดจองคนตรงหน้า

เราโผเข้าหากันราวกับคนที่หนาวเหน็บ ดึงดูเหมือนกับแม่เหล็กที่ไม่อาจแยกจากกันได้ คำตอบของคำถามทั้งหมดถูกเอื้อนเอ่ยผ่านการกระทำโดยที่ไม่ได้เปล่งเสียงตอบ เมื่อเราสัมผัสไปทั่วร่างกายของคนตรงหน้า ซานะส่งเสียงฮือในลำคอเมื่อฮิราอิย้ายจูบลงมาที่ลำคอ และต่ำลงไปบนเนินอก

โมโมะที่เหมือนกับสีขาว บริสุทธิ์ และซื่อตรงกับความรู้สึก ทั้งสายตากับการกระทำของหล่อนไม่เคยโกหก   เธอจูบลงบนสีชมพูของเนื้อไม่ใช่ผ้า ทว่าคนถูกกระทำไม่ได้เอ่ยท้วง ที่จริงแล้วเราไม่เคยท้วงถามซึ่งการก้าวล้ำของอีกฝ่าย เพียงแค่ก้าวเดียว หรือมากกว่านั้นเราต่างก็รู้ว่าได้ทำมันลงไปแล้ว เส้นแบ่งบางๆของเพื่อนกับคนรักนั่นน่ะ ไม่มีใครสนใจมันอีกในเวลานี้

แสงสีส้มหรือเหลืองเข้ม โมโมะก็ยังแยกมันไม่ออก เธอเพียงแต่จ้องมองซานะ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามหล่อนก็ทำอย่างนั้น ทอดสายตาและจ้องมองร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าของฮิราอิ มือข้างหนึ่งของซานะแตะลงบนอกด้านซ้าย เธอสัมผัสผิวกายอุ่นจัด ที่ใต้นั้นเต้นโครมครามไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

หล่อนฝังจูบลงบนเนินเนื้อนั่น กดจูบให้แน่นขึ้นยิ่งขบกัดลงไปบนเนื้อนั่น หล่อนก็ยิ่งจะเกิดรอยแดงที่ไล่ความรู้สึกสับสนอยากปฏิเสธให้กระเจิดกระเจิง ฮิราอิประคองใบหน้าของเพื่อนสนิท ดึงรั้งหล่อนขึ้นมาเพื่อมอบจูบแสนหวานให้อีกระรอก

ไม่ใช่จูบแรก

ไม่ใช่จูบแบบ เพื่อน อย่างที่ปากว่าเลยสักนิด

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ที่ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปาก กลีบนุ่มขยับเพียงเล็กน้อยคล้ายกับคนไม่กล้า แต่กว่าจะรู้ตัวเราก็ต่างแลกรสความรู้สึกซาบซ่านในโพรงปากกันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องแหลกสลายหลังจากนี้

เราต่างรู้สึกมึนเมาจากแอลกอฮอล์ หรือพิษจากจูบไม่มีใครแยกออก เมื่อคนตรงหน้าโน้มเข้ามาใกล้ ซานะเริ่มก่อน ราวกับหล่อนไม่สามารถควบคุมความรู้สึกใดได้อีก

ไม่มีใครสามารถมอบจูบที่เหมือนกับโมโมะได้ ฮิราอิ โมโมะ เพื่อนสนิทของเธอ หล่อนช่างน่ารัก และซื่อตรง ยิ่งได้จูบกันอีกทุกอย่างก็ยิ่งย้ำให้ชัดเจนในความรู้สึก เสียงในอกกระทบเป็นจังหวะ ตึกตักดังลั่นอยู่ในกาย หล่อนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจของตนเอง เคล้าคลอกับเสียงจากจูบของเรา

ริมฝีปากสร้างคำถามมากมายบนเรือนร่างแม้ว่าเราจะไม่ได้เปล่งเสียงเพื่อถาม ยิ่งจูบลงบนเนื้อกายอุ่นร้อนก็ยิ่งเกิดรอยแดงไปทั่ว แม้ในหัวจะมีแต่คำถาม ทว่าเราไม่อาจจะห้ามใจได้อีกเมื่อจูบแล้วจูบเล่าถูกส่งต่อเพื่อปรนเปรอความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อน พึงพอใจ เมื่อซานะเคลื่อนมือบางลงไปตามหน้าท้อง ฮิราอิแทบหยุดหายใจ ทว่าไม่นานนักหล่อนก็ทำอย่างนั้นบ้าง

ชั้นในที่เป็นปราการสุดท้ายถูกถอดออก เราต่างไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยบนร่างกาย ยกเว้นแต่คำถามเหล่านั้น รอยแดงจ้ำกระจายไปทั่ว ทว่าไร้ซึ่งคำตอบ

ดวงตากลมใสฉายแววหวานจ้องมองเธอย่างไม่ละสายตาในขณะที่ปลายนิ้วลากไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ หล่อนเปียกชื้นไม่ต่างกัน ฮิราอิเห็นดวงตาของหล่อนไหวระริกเมื่อเธอแตะโดนมันเข้า กดสัมผัสให้รู้สึกขึ้นไปอีกเมื่อซานะก็ทำอย่างนั้น น่าแปลกที่เราต่างไม่ละสายตาออกจากกัน ไม่มีความเขินอายใดๆอีก ไม่มีเลย ก็คงจะเพราะเจ้าพวกนั้นที่กองอยู่บนพื้นพร้อมกับเสื้อผ้า

แม้ว่าเราจะเริ่มมีสติขึ้นมานิดหน่อย แต่ทุกอย่างไม่อาจะหยุดได้โดยง่าย จูบอีกครั้งเป็นคำตอบ เราต่างสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย โอบกอดความรู้สึก ขยับเข้าหาให้ร่างกายแนบชิด ซานะเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ เธอซ้อนร่างกายลงกับร่างของโมโมะ ยกเรียวขาข้างหนึ่งพาดลงบนเรียวขาของฝ่ายตรงข้าม โมโมะก็ทำอย่างนั้น เธอทำแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน จนกระทั่งสองร่างแนบชิดไร้ช่องว่าง

เราใกล้เสียจนรู้สึกถึงอุณหภูมิอุ่นร้อนของอีกฝ่าย เรือนผมสีน้ำตาลถูกดัดเป็นลอนอ่อนสยายยาวเกือบถึงสะโพกกำลังพริ้วไหวเพราะหล่อนขยับโยกเสียดสีร่างกายนั้นเข้ากับเพื่อนสนิทที่ยิ่งกว่าเพื่อนสนิท

แนบชิดเสียจนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เราต่างกอดรัดและขยับกายเพื่อให้ได้เข้าใกล้กันมากกว่านี้ เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นในลำคอ ไม่มีใครแยกออกว่านั่นคือใครกันนะ ทั้งจูบและจังหวะการเคลื่อนไหวต่างดึงดันผลักเราให้ตกลงไป ทั้งมืดและหนาว ทว่าร่างกายกับรุ่มร้อน

ฮิราอิโอบเอวบางของคนตรงหน้าเอาไว้ คนในอ้อมกอดกอดเกี่ยวเธอเอาไว้แน่น ฮือ เสียงของหล่อนว่าอย่างนั้นเมื่อถูกกระแทกกระทั้งขยับเข้าใกล้ เสียงกดลงและขยับถอยออก บางครั้งเชื่องช้าคล้ายกับจำแกล้งกดเพื่อดูสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ก็เปล่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความรู้สึกไร้เหตุผล

ซานะกดกายลงอีก เธอขยับเร็วขึ้นเมื่อได้รู้สึกถึงอีกฝ่าย เป็นอีกครั้งที่อยากใกล้โมโมะให้มากกว่านี้ เธอไม่เคยโกหกหล่อนเลย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหวงแหนทั้งรัก ทว่าความเปลี่ยนแปลงจะนำพาเราไปในทางไหนก็ไม่อาจรู้ได้

ริมฝีปากบางเชิดขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ เธอเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทอย่างลืมตัว

“โมโมะริง..”

น้ำเสียงของหล่อนสั่นพร่าไหวสะท้านไปด้วยปลายทางที่ใกล้เข้ามา ทว่ายิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งเหนื่อยหอบ ราวกับคนที่วิ่งมาอย่างหนัก ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย ฮิราอิเรียกหล่อนไม่ต่างกัน “ซาตัง” เธอนึกชอบชื่อนี้ขึ้นมาหลายเท่าเลยทีเดียว

ยิ่งเข้าใกล้เราก็ยิ่งไขว่คว้าหาอากาศ ที่พึ่งเดียวคืออ้อมกอดแสนแน่นหนา ทั้งที่กอดกันแน่นอย่างนั้น น่าแปลกที่การขยับของเราต่างแรงขึ้น หล่อนทั้งอ่อนนุ่มและเปียกปอนไม่ต่างกันเลยซักนิด เสียงน่าอายพวกนั้นไม่ได้ทำให้เราหยุดเหวี่ยงความรู้สึกให้กระจัดกระจายไปรอบๆ

เหมือนปลายเท้าไม่ได้แตะอยู่บนที่นอนอีก ราวกับไร้ร่างกายและถูกยกให้ลอยขึ้น พุ่งทยานขึ้นไปจากที่มืดสู่ที่สว่าง ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้อย่างเชื่องช้าในตอนแรก และกระแทกกระทั้งเพื่อพาขึ้นไปอีกใครคราวที่สอง สว่างไสวไร้สิ่งใดฉุดรั้งไว้ได้อีก ร่างกายสีชมพูสั่นสะท้ายกระตุกถี่ด้วยสิ่งที่หล่อนมอบให้

หน้าท้องชื้นชุ่มไปด้วยเหงื่อของฮิราอีกขยับอีกเพียงไม่กี่ครั้งหล่อนก็ตามมาถึง เรียวแขนแข็งแรงกว่าดึงรั้งร่างนั้นเข้ามาใกล้ ขบริมฝีปากลงบนหัวไหล่อย่างเก็บกั้นความรู้สึก หล่อนกดฟันลงบนเนื้ออย่างลืมตัว ลืมไปเสียสิ้นว่าเป็นหล่อนเองที่ได้สร้างคำถามที่ยากจะตอบ

กระทั่งเราเอาแต่หอบหายใจเมื่อทุกอย่างหยุดลง ทุกอย่างเงียบสนิทเหนือเพียงแค่เราในอ้อมกอด เมื่อได้จูบลงบนร่างกายตรงหน้าฮิราอิถึงได้รู้ว่าตนไม่ได้ฝัน เธอกับซานะ นั่นน่ะ ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้ก็ด้วย

แม้ว่าหลังจากนี้เราคงจะต้องเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ เธอไม่คิดจะหาคำตอบในตอนนี้ เราต่างล้มลงในอ้อมกอดของกันและกัน ทิ้งให้ร่างกายเปลือยเปล่าโอบกอดความต้องการเพียงชั่วครู่แล้วหลับตา กอบเกี่ยวความรู้สึกแสนสุขเอาไว้เพียงชั่วครู่

แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องบุบสลายไปก็ตามที ทว่าถึงรู้อย่างนั้นเราก็ไม่อาจห้ามได้ ความรู้สึกที่แท้จริงน่ะ ยากที่จะควบคุม


แล้วก็จริงอย่างที่คิด เราต้องกลับมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ แม้ว่าจะตื่นมาในอ้อมกอดของกันและกันเหมือนเมื่อวันก่อนๆ จูบทักทายอย่างไม่คิดอะไร อ้อมกอดที่มอบให้ด้วยใบหน้าไร้เดียงสา แม้ร่างกายของเราจะเปลือยเปล่า


“เราจะอยู่ด้วยกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?”


โมโมะยืนนิ่งหลังจากที่เธอโผล่พูดความในใจออกมา ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าหล่อนจะไม่รู้ แต่ซานะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงที่จะไม่ตอบเหมือนอย่างเคย แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นไปแล้วทว่าทุกอย่างก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนอย่างทีเ่กิดขึ้นก่อนหน้า


“เพื่อน…”


เสียงของหล่อนเบาหวิวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก ทว่าคนพูดกลับก้มหน้า เธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะเป็นไปมากกว่านั้น เพราะคำว่าเพื่อนคำนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย ทั้งความสัมพันธ์และความรู้สึก ฮิราอิเข่นหัวเราะในลำคอ เธอรู้สึกสมเพชทั้งตัวเองเสียเหลือเกิน ทั้งที่เราต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายรัก


เพื่อน? เธอคิดว่าเพื่อนกันจะเลิกกันไม่ได้?”


หล่อนคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความรู้สึกบางอย่าง ฮิราอิตัดสินใจลุกขึ้น เธอไม่อยากจะเป็นเพียงเพื่อนอีกแล้ว หรือบางทีการเป็นเพียงแคคนรู้จัก หรือคนแปลกหน้าก็ยังจะดีกว่า

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปากนี่ ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นรสขมปร่าไปด้วยหยดน้ำตา

แม้ร่างกายของเราจะเต็มไปด้วยคำถามจากกันและกัน ทว่าเธอไม่ได้สนใจมันอีก หล่อนหยิบของใช้ส่วนตัวในขณะที่อีกคนเอาแต่ยืนนิ่ง ซานะไม่ได้งี่เง่าดื้อรั้นที่จะห้ามปราบเหมือนกับทุกครั้ง จนกระทั่งเธออกมาจากห้องนั่นแหละ ยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้า ทว่าภายในห้องกลับไร้ความเคลื่อนไหว น้ำตาของหล่อนถึงได้หยดออกมาจนได้

สนุกสนานเพียงชั่ววูบ ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องพังทลาย


เซ็กส์ กับซานะน่ะ มันคงจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่มอบให้เพื่อนอย่างเธอก็ได้ น่าหัวเราะ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กลับไปกรี๊ดได้ที่หน้าฟิค ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

https://writer.dek-d.com/043annamado/story/viewlongc.php?id=1601370&chapter=12

10 พ.ค. 60 / 20:15   [124.121.169.240]
LesMars77 บอกว่า :

ความรู้สึกต่างดึงรั้งไม่ให้เราออกห่าง จูบแล้วจูบเล่าที่เคยขมปร่ากับหวานร้อนขึ้นหลายเท่า หล่อนได้ยินเสียงลมหายใจที่ผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออก นั่นซานะ หรือโมโมะ?


เราจะจูบกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?


แม้จะมีคำถามแต่ไร้ซึ่งคนตอบ เราต่างไร้คำพูดเมื่อนั่งอยู่บนเตียงหลังเดิมในห้องที่เกือบจะมืดสนิท แสงสีส้มหรือเหลืองเข้มสาดเข้ามากระทบผิวกายที่เกือบจะเปลือยเปล่า เมื่อเสื้อคอเต่าสีชมพูอ่อนถูกถอดออกไปพ้นศีรษะ ฮิราอิไม่ได้สนใจมันนักในเมื่อหล่อนพอใจที่จะได้เห็นเนื้อกายขาวสะอาดจองคนตรงหน้า

เราโผเข้าหากันราวกับคนที่หนาวเหน็บ ดึงดูเหมือนกับแม่เหล็กที่ไม่อาจแยกจากกันได้ คำตอบของคำถามทั้งหมดถูกเอื้อนเอ่ยผ่านการกระทำโดยที่ไม่ได้เปล่งเสียงตอบ เมื่อเราสัมผัสไปทั่วร่างกายของคนตรงหน้า ซานะส่งเสียงฮือในลำคอเมื่อฮิราอิย้ายจูบลงมาที่ลำคอ และต่ำลงไปบนเนินอก

โมโมะที่เหมือนกับสีขาว บริสุทธิ์ และซื่อตรงกับความรู้สึก ทั้งสายตากับการกระทำของหล่อนไม่เคยโกหก   เธอจูบลงบนสีชมพูของเนื้อไม่ใช่ผ้า ทว่าคนถูกกระทำไม่ได้เอ่ยท้วง ที่จริงแล้วเราไม่เคยท้วงถามซึ่งการก้าวล้ำของอีกฝ่าย เพียงแค่ก้าวเดียว หรือมากกว่านั้นเราต่างก็รู้ว่าได้ทำมันลงไปแล้ว เส้นแบ่งบางๆของเพื่อนกับคนรักนั่นน่ะ ไม่มีใครสนใจมันอีกในเวลานี้

แสงสีส้มหรือเหลืองเข้ม โมโมะก็ยังแยกมันไม่ออก เธอเพียงแต่จ้องมองซานะ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามหล่อนก็ทำอย่างนั้น ทอดสายตาและจ้องมองร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าของฮิราอิ มือข้างหนึ่งของซานะแตะลงบนอกด้านซ้าย เธอสัมผัสผิวกายอุ่นจัด ที่ใต้นั้นเต้นโครมครามไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

หล่อนฝังจูบลงบนเนินเนื้อนั่น กดจูบให้แน่นขึ้นยิ่งขบกัดลงไปบนเนื้อนั่น หล่อนก็ยิ่งจะเกิดรอยแดงที่ไล่ความรู้สึกสับสนอยากปฏิเสธให้กระเจิดกระเจิง ฮิราอิประคองใบหน้าของเพื่อนสนิท ดึงรั้งหล่อนขึ้นมาเพื่อมอบจูบแสนหวานให้อีกระรอก

ไม่ใช่จูบแรก

ไม่ใช่จูบแบบ เพื่อน อย่างที่ปากว่าเลยสักนิด

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ที่ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปาก กลีบนุ่มขยับเพียงเล็กน้อยคล้ายกับคนไม่กล้า แต่กว่าจะรู้ตัวเราก็ต่างแลกรสความรู้สึกซาบซ่านในโพรงปากกันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องแหลกสลายหลังจากนี้

เราต่างรู้สึกมึนเมาจากแอลกอฮอล์ หรือพิษจากจูบไม่มีใครแยกออก เมื่อคนตรงหน้าโน้มเข้ามาใกล้ ซานะเริ่มก่อน ราวกับหล่อนไม่สามารถควบคุมความรู้สึกใดได้อีก

ไม่มีใครสามารถมอบจูบที่เหมือนกับโมโมะได้ ฮิราอิ โมโมะ เพื่อนสนิทของเธอ หล่อนช่างน่ารัก และซื่อตรง ยิ่งได้จูบกันอีกทุกอย่างก็ยิ่งย้ำให้ชัดเจนในความรู้สึก เสียงในอกกระทบเป็นจังหวะ ตึกตักดังลั่นอยู่ในกาย หล่อนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจของตนเอง เคล้าคลอกับเสียงจากจูบของเรา

ริมฝีปากสร้างคำถามมากมายบนเรือนร่างแม้ว่าเราจะไม่ได้เปล่งเสียงเพื่อถาม ยิ่งจูบลงบนเนื้อกายอุ่นร้อนก็ยิ่งเกิดรอยแดงไปทั่ว แม้ในหัวจะมีแต่คำถาม ทว่าเราไม่อาจจะห้ามใจได้อีกเมื่อจูบแล้วจูบเล่าถูกส่งต่อเพื่อปรนเปรอความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อน พึงพอใจ เมื่อซานะเคลื่อนมือบางลงไปตามหน้าท้อง ฮิราอิแทบหยุดหายใจ ทว่าไม่นานนักหล่อนก็ทำอย่างนั้นบ้าง

ชั้นในที่เป็นปราการสุดท้ายถูกถอดออก เราต่างไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยบนร่างกาย ยกเว้นแต่คำถามเหล่านั้น รอยแดงจ้ำกระจายไปทั่ว ทว่าไร้ซึ่งคำตอบ

ดวงตากลมใสฉายแววหวานจ้องมองเธอย่างไม่ละสายตาในขณะที่ปลายนิ้วลากไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ หล่อนเปียกชื้นไม่ต่างกัน ฮิราอิเห็นดวงตาของหล่อนไหวระริกเมื่อเธอแตะโดนมันเข้า กดสัมผัสให้รู้สึกขึ้นไปอีกเมื่อซานะก็ทำอย่างนั้น น่าแปลกที่เราต่างไม่ละสายตาออกจากกัน ไม่มีความเขินอายใดๆอีก ไม่มีเลย ก็คงจะเพราะเจ้าพวกนั้นที่กองอยู่บนพื้นพร้อมกับเสื้อผ้า

แม้ว่าเราจะเริ่มมีสติขึ้นมานิดหน่อย แต่ทุกอย่างไม่อาจะหยุดได้โดยง่าย จูบอีกครั้งเป็นคำตอบ เราต่างสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย โอบกอดความรู้สึก ขยับเข้าหาให้ร่างกายแนบชิด ซานะเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ เธอซ้อนร่างกายลงกับร่างของโมโมะ ยกเรียวขาข้างหนึ่งพาดลงบนเรียวขาของฝ่ายตรงข้าม โมโมะก็ทำอย่างนั้น เธอทำแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน จนกระทั่งสองร่างแนบชิดไร้ช่องว่าง

เราใกล้เสียจนรู้สึกถึงอุณหภูมิอุ่นร้อนของอีกฝ่าย เรือนผมสีน้ำตาลถูกดัดเป็นลอนอ่อนสยายยาวเกือบถึงสะโพกกำลังพริ้วไหวเพราะหล่อนขยับโยกเสียดสีร่างกายนั้นเข้ากับเพื่อนสนิทที่ยิ่งกว่าเพื่อนสนิท

แนบชิดเสียจนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เราต่างกอดรัดและขยับกายเพื่อให้ได้เข้าใกล้กันมากกว่านี้ เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นในลำคอ ไม่มีใครแยกออกว่านั่นคือใครกันนะ ทั้งจูบและจังหวะการเคลื่อนไหวต่างดึงดันผลักเราให้ตกลงไป ทั้งมืดและหนาว ทว่าร่างกายกับรุ่มร้อน

ฮิราอิโอบเอวบางของคนตรงหน้าเอาไว้ คนในอ้อมกอดกอดเกี่ยวเธอเอาไว้แน่น ฮือ เสียงของหล่อนว่าอย่างนั้นเมื่อถูกกระแทกกระทั้งขยับเข้าใกล้ เสียงกดลงและขยับถอยออก บางครั้งเชื่องช้าคล้ายกับจำแกล้งกดเพื่อดูสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ก็เปล่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความรู้สึกไร้เหตุผล

ซานะกดกายลงอีก เธอขยับเร็วขึ้นเมื่อได้รู้สึกถึงอีกฝ่าย เป็นอีกครั้งที่อยากใกล้โมโมะให้มากกว่านี้ เธอไม่เคยโกหกหล่อนเลย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหวงแหนทั้งรัก ทว่าความเปลี่ยนแปลงจะนำพาเราไปในทางไหนก็ไม่อาจรู้ได้

ริมฝีปากบางเชิดขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ เธอเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทอย่างลืมตัว

“โมโมะริง..”

น้ำเสียงของหล่อนสั่นพร่าไหวสะท้านไปด้วยปลายทางที่ใกล้เข้ามา ทว่ายิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งเหนื่อยหอบ ราวกับคนที่วิ่งมาอย่างหนัก ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย ฮิราอิเรียกหล่อนไม่ต่างกัน “ซาตัง” เธอนึกชอบชื่อนี้ขึ้นมาหลายเท่าเลยทีเดียว

ยิ่งเข้าใกล้เราก็ยิ่งไขว่คว้าหาอากาศ ที่พึ่งเดียวคืออ้อมกอดแสนแน่นหนา ทั้งที่กอดกันแน่นอย่างนั้น น่าแปลกที่การขยับของเราต่างแรงขึ้น หล่อนทั้งอ่อนนุ่มและเปียกปอนไม่ต่างกันเลยซักนิด เสียงน่าอายพวกนั้นไม่ได้ทำให้เราหยุดเหวี่ยงความรู้สึกให้กระจัดกระจายไปรอบๆ

เหมือนปลายเท้าไม่ได้แตะอยู่บนที่นอนอีก ราวกับไร้ร่างกายและถูกยกให้ลอยขึ้น พุ่งทยานขึ้นไปจากที่มืดสู่ที่สว่าง ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้อย่างเชื่องช้าในตอนแรก และกระแทกกระทั้งเพื่อพาขึ้นไปอีกใครคราวที่สอง สว่างไสวไร้สิ่งใดฉุดรั้งไว้ได้อีก ร่างกายสีชมพูสั่นสะท้ายกระตุกถี่ด้วยสิ่งที่หล่อนมอบให้

หน้าท้องชื้นชุ่มไปด้วยเหงื่อของฮิราอีกขยับอีกเพียงไม่กี่ครั้งหล่อนก็ตามมาถึง เรียวแขนแข็งแรงกว่าดึงรั้งร่างนั้นเข้ามาใกล้ ขบริมฝีปากลงบนหัวไหล่อย่างเก็บกั้นความรู้สึก หล่อนกดฟันลงบนเนื้ออย่างลืมตัว ลืมไปเสียสิ้นว่าเป็นหล่อนเองที่ได้สร้างคำถามที่ยากจะตอบ

กระทั่งเราเอาแต่หอบหายใจเมื่อทุกอย่างหยุดลง ทุกอย่างเงียบสนิทเหนือเพียงแค่เราในอ้อมกอด เมื่อได้จูบลงบนร่างกายตรงหน้าฮิราอิถึงได้รู้ว่าตนไม่ได้ฝัน เธอกับซานะ นั่นน่ะ ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้ก็ด้วย

แม้ว่าหลังจากนี้เราคงจะต้องเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ เธอไม่คิดจะหาคำตอบในตอนนี้ เราต่างล้มลงในอ้อมกอดของกันและกัน ทิ้งให้ร่างกายเปลือยเปล่าโอบกอดความต้องการเพียงชั่วครู่แล้วหลับตา กอบเกี่ยวความรู้สึกแสนสุขเอาไว้เพียงชั่วครู่

แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องบุบสลายไปก็ตามที ทว่าถึงรู้อย่างนั้นเราก็ไม่อาจห้ามได้ ความรู้สึกที่แท้จริงน่ะ ยากที่จะควบคุม


แล้วก็จริงอย่างที่คิด เราต้องกลับมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ แม้ว่าจะตื่นมาในอ้อมกอดของกันและกันเหมือนเมื่อวันก่อนๆ จูบทักทายอย่างไม่คิดอะไร อ้อมกอดที่มอบให้ด้วยใบหน้าไร้เดียงสา แม้ร่างกายของเราจะเปลือยเปล่า


“เราจะอยู่ด้วยกันในฐานะอะไรอย่างนั้นเหรอ?”


โมโมะยืนนิ่งหลังจากที่เธอโผล่พูดความในใจออกมา ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าหล่อนจะไม่รู้ แต่ซานะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงที่จะไม่ตอบเหมือนอย่างเคย แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นไปแล้วทว่าทุกอย่างก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนอย่างทีเ่กิดขึ้นก่อนหน้า


“เพื่อน…”


เสียงของหล่อนเบาหวิวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก ทว่าคนพูดกลับก้มหน้า เธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะเป็นไปมากกว่านั้น เพราะคำว่าเพื่อนคำนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย ทั้งความสัมพันธ์และความรู้สึก ฮิราอิเข่นหัวเราะในลำคอ เธอรู้สึกสมเพชทั้งตัวเองเสียเหลือเกิน ทั้งที่เราต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายรัก


เพื่อน? เธอคิดว่าเพื่อนกันจะเลิกกันไม่ได้?”


หล่อนคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความรู้สึกบางอย่าง ฮิราอิตัดสินใจลุกขึ้น เธอไม่อยากจะเป็นเพียงเพื่อนอีกแล้ว หรือบางทีการเป็นเพียงแคคนรู้จัก หรือคนแปลกหน้าก็ยังจะดีกว่า

คำว่าเพื่อนของเราช่างซับซ้อนเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากว่า ‘รัก’ อย่างจริงจัง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่จำกัดความรู้สึก ในตอนแรกเริ่มช่างอ่อนหวานน่าหลงไหลเหมือนกับจุมพิตที่แตะค้างอยู่บนริมฝีปากนี่ ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นรสขมปร่าไปด้วยหยดน้ำตา

แม้ร่างกายของเราจะเต็มไปด้วยคำถามจากกันและกัน ทว่าเธอไม่ได้สนใจมันอีก หล่อนหยิบของใช้ส่วนตัวในขณะที่อีกคนเอาแต่ยืนนิ่ง ซานะไม่ได้งี่เง่าดื้อรั้นที่จะห้ามปราบเหมือนกับทุกครั้ง จนกระทั่งเธออกมาจากห้องนั่นแหละ ยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้า ทว่าภายในห้องกลับไร้ความเคลื่อนไหว น้ำตาของหล่อนถึงได้หยดออกมาจนได้

สนุกสนานเพียงชั่ววูบ ฉกฉวย ไขว่คว้า แลกเอาทุกอย่างที่อยากได้จากคนตรงหน้าโดยลืมคำนึงคิดถึงความสัมพันธ์ที่จะต้องพังทลาย


เซ็กส์ กับซานะน่ะ มันคงจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่มอบให้เพื่อนอย่างเธอก็ได้ น่าหัวเราะ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กลับไปกรี๊ดได้ที่หน้าฟิค ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

https://writer.dek-d.com/043annamado/story/viewlongc.php?id=1601370&chapter=12

11 มี.ค. 60 / 12:07   [202.28.73.172]
Bethebread บอกว่า :
โทษทีนะคะที่ช้าไปหน่อย https://mega.nz/#!ZYBGULoa!VeRYUbxEuAEvaSYKYD_ytamRRUPBif7xnWctstBlYF4

20 ต.ค. 59 / 12:10   [115.87.64.114]
ลูกเเก้วใส บอกว่า :
ตอบ Annieผู้รักยูจองIOI ที่พูดไว้ว่า : ไม่ต้องมาไม่ชิน คุยเล่นตามปกติเหมือนเป็นเพื่อนอายุเท่ากันก็ได้ 55555 ...
จ้าาาาาาา 

14 ต.ค. 59 / 19:12   [115.87.64.114]
ลูกเเก้วใส บอกว่า :
ตอบ Annieผู้รักยูจองIOI ที่พูดไว้ว่า : โอเค สรุปเป็นน้องเนอะ เพราะเราอยู่ม.3 แล้ว ...
ใช่ค่า - - รู้สึกไม่ชิน เห้อๆ

13 ต.ค. 59 / 19:20   [115.87.64.114]
ลูกเเก้วใส บอกว่า :
ตอบ Annieผู้รักยูจองIOI ที่พูดไว้ว่า :  ป.6  ขึ้นป.6 หรือขึ้นม.1 เอ่ย ...
คือตอนนี้อยู่ป.6เต็มตัวค่ะ เเต่ปีหน้าจะขึ้นม.1ค่ะ เราอะิบายงงมั้ยTT เอาเป็นว่าป.6เต็มตัว่า ไม่กำลังขึ้นป.6หรือม.1ทั้งสิ้น...

11 ต.ค. 59 / 20:53   [115.87.64.114]
ลูกเเก้วใส บอกว่า :
ตอบ Annieผู้รักยูจองIOI ที่พูดไว้ว่า : อ่าวแบมอยู่ม.1 หรอ ...
พี่ค่ะ หนูขอโทษนะคะ พอดีหนูเขียนผิด เพิ่งมาเห็น อยู่ป.6 ค่า ทำไมมือมันพิมพ์ไปเเบบน้านนนนน

11 ต.ค. 59 / 19:47   [115.87.64.114]
ลูกเเก้วใส บอกว่า :
ตอบ Annieผู้รักยูจองIOI ที่พูดไว้ว่า : อ่าวแบมอยู่ม.1 หรอ ...
ใช่จ้า ทำไมรู้สึกเด็กผิดปรกติ

9 ต.ค. 59 / 10:23   [115.87.64.114]
ลูกเเก้วใส บอกว่า :
ตอบ Annieผู้รักยูจองIOI ที่พูดไว้ว่า : ม.3 งิอิอิ  ...
อ้อ โตกว่าเราอีก ม.1 ค่ะ



    Writer
งานเขียนที่อยากแนะนำ

ยังไม่มีผลงานแนะนำ

งานเขียนล่าสุดของฉัน

[Shot Fic][Luda x ??] ลูดาอิสเรียล
กลับมาอีกครั้งกับ ลูดากับใครก็ดีไปหมด SS2
Upd : 22 ก.ย. 61 / 10:03
Rating
0%
View : 77
Post : 0
Fanclub : 1

[OS][Luda x ???] #HappyLUDADay
อูจูโซนยอ : สุขสันต์วันเกิดนะ บุคคลตัวเล็กของเรา
Upd : 10 มี.ค. 61 / 18:25
Rating
0%
View : 314
Post : 0
Fanclub : 2

[TWICE]ฟิคสั้นตามคำขอ
ฟิคสั้นตามคำขอมาแล้วจ้าาา~ รวมOne Shot ของ TWICE...
Upd : 12 พ.ย. 60 / 11:22
Rating
0%
View : 891
Post : 5
Fanclub : 36

[OS][Luda x Eunseo][WJSN]เก้าอี้เป็นเหตุ
พี่ขึ้นไปทำไมบนนั้นน่ะ - อึนซอ พี่อยากเห็นวิวคนตัวสูงบ้าง - ลูดา
Upd : 25 มิ.ย. 60 / 09:50
Rating
0%
View : 571
Post : 0
Fanclub : 21

[WJSN][Luda x .....] ฟิคสั้นที่ลูดากับใครก็ดีไปหมด♥
หนีAOA มาแต่งWJSN ค่ะ รวมเรื่องต่างๆ ล้วนลูดามาอยู่ในนี้ค่ะ~ #ลูดากินกับใครก็อร่อย
Upd : 10 มิ.ย. 60 / 17:42
Rating
0%
View : 2701
Post : 38
Fanclub : 91



    Board


    Pet
sunny--123 ยังไม่มีสัตว์เลี้ยง


เริ่มเลี้ยงสัตว์เป็นครั้งแรก คลิกที่นี่!

วิธีเริ่มเลี้ยงสัตว์ | ระยะการเติบโตของสัตว์


    Voice - ป่าวประกาศสถานะ
 ปิดเทอม นั่งว่าง มาอัพฟิคกัน
       เมื่อ 753 วัน ที่แล้ว

อยากบอกว่า :



 โอ้วววว จะกลับมาอัพฟิคละนะ ไม่รู้จะอัพเรื่องไหน มาบอกไว้ก่อน
       เมื่อ 803 วัน ที่แล้ว

อยากบอกว่า :





   Friends
มาทำความรู้จักเพื่อนๆของเรากันเถอะ
เพื่อนทั้งหมด
18

Nadia_321
_TAN_1
NEET
Pinku Otaku
KIMMIEMYBABY
Savoki
เมทัลเมลดี้
๋KJT-pop
st_luver_bb



    Gift Box
ส่งของขวัญหากันบ้างนะ
ของขวัญที่ได้
2 ชิ้น

ของขวัญชิ้นล่าสุดจากเพื่อนคุณ!!
#2 ปากกาฟ้าประทาน
ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับ
มอบให้โดย เมโทเรีย


ของขวัญที่ผ่านมา
#1 ขนมหวานปีใหม่
"สวัสดีปีใหม่นะครับ"
มอบให้โดย เมโทเรีย

ให้ของขวัญบ้าง   


    Link

เว็บนี้ที่อยากแนะนำให้ลอง!

Link ที่แนะนำ
0


ดู Link ทั้งหมด