purplepeach ✿ || chanbaek

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 193,443 Views

  • 2,589 Comments

  • 12,935 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    131

    Overall
    193,443

ตอนที่ 13 : 13 | แค่สิ่งที่ต้องตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    30 ก.ค. 59










แบคฮยอนยังคงมีน้ำตาคลอหน่วยเต็มสองตา ในตอนที่เดินถือชามกับข้าวจากครัวมาวางไว้บนโต๊ะทานอาหาร




เขาพูดไม่ออกถึงความรู้สึกในขณะนี้ว่ามันเป็นอย่างไร นับตั้งแต่เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งสวยและแต่งตัวดีกว่าเมื่อหลายปีที่แล้วนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นพร้อมกับรอยยิ้ม หน้าตาของเธอยังคล้ายเขา และสวยขึ้นมากๆจนแบคฮยอนอดจะชื่นชมในใจไม่ได้



แม่ของเขาเอง



“อาหารเยอะขนาดนี้แม่จะกินหมดได้ยังไงเนี่ย” แม่พูดไปยิ้มไปอย่างคนใจดีเช่นเมื่อก่อน แบคฮยอนเองก็อดจะยกยิ้มไม่ได้ เขากับลู่หานและป้าแม่บ้านช่วยกันทำอาหารอย่างสุดฝีมือ แบคฮยอนจำไม่ได้ว่าแม่ชอบกินอะไร เพราะมันผ่านมาหลายปีและตอนนั้นเขายังเด็ก



แต่แบคฮยอนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าแม่จะต้องชอบอาหารที่เขาทำแน่



ระยะห่างของเราห่างเหินกันไปตามเวลาที่ห่างกัน แบคฮยอนนั่งอยู่ข้างแม่ก็จริง แต่เขากลับรู้สึกเกร็งอย่างไม่ค่อยสนิทสนม แม้ในคราวแรกที่เดินเข้าไปตรงห้องนั่งเล่น เขาจะโถมตัวเข้ากอดแม่เต็มรักเพราะความดีใจก็ตาม



แต่แบคฮยอนก็ยังไม่ลืมว่าแม่เคยทิ้งเขาไป



ในคราวแรกที่พบกันยังไม่สมควรแก่การถามอะไร เพราะจู่ๆชานยอลที่เดินตามหลังมาและเฝ้ามองตลอดเวลาตอนที่แบคฮยอนโผเข้ากอดแม่แล้วร้องไห้อย่างหนักก็เอ่ยชวนแม่ให้ทานข้าวด้วยกันก่อน แม่ออกจะสงสัยแต่ยังไม่ได้ถามอะไร เพราะถูกลู่หานลากไปที่ห้องทานข้าวก่อนแล้ว



“ยังไงก็ต้องขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยดูแลแบคฮยอนให้” แม่เอ่ยประโยคแรกกับชานยอลที่นั่งอยู่ข้างลู่หานที่ฝั่งตรงข้าม “แบคฮยอนดื้อไหมคะ”



“มีบ้างครับ แต่ไม่มากเท่าไหร่”



“จริงๆแกออกจะซนมาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะค่ะ” แม่พูดขณะวางมือลงมาเบาๆที่ศีรษะของแบคฮยอน “โตขนาดนี้แล้วดูสิ.. เจ้าเด็กลูกลิงของแม่หายไปไหนแล้วน้า”



แบคฮยอนส่งยิ้มแกนๆไปให้ผู้เป็นแม่.. ความดีใจที่โลดแล่นอยู่มันค่อยๆน้อยลงเมื่อเขานึกได้ว่าแม่เคยทิ้งไป เด็กคนนึงที่ถูกทิ้งให้อยู่กับป้าใจร้ายมาตลอด แม้จะคิดถึงแม่ขนาดไหน แต่ยังไงก็อดจะโกรธไม่ได้



อีกอย่าง.. เขาไม่ได้สนิทใจกับแม่เหมือนอย่างเคยแล้ว เพราะเราห่างกันมานานเกินไป



แต่อีกใจ.. มันก็อยากจะกลับไปสนิทกับแม่ให้มากๆเหมือนเมื่อก่อน เพราะเขายังจำได้ดีว่าแม่ใจดีมากขนาดไหน แล้วก็น่าจะเป็นคนเดียวในครอบครัวที่เขาพอจะพึ่งพาได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ป้าและพี่ฮันจองอีกต่อไป



“อาหารอร่อยจัง หนูทำเองหมดเลยหรอ”



“ครับ” แบคฮยอนพยักหน้า ความอยากรู้เกี่ยวกับช่วงเวลาสิบกว่าปีที่แม่หายไปพุ่งเข้ามากลางอกเดี๋ยวนั้น



เขาอยากรู้ว่าแม่ไปไหนมา



“แม่..” 



หญิงวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารก่อนจะสบตากับเขา ตาของแม่เหมือนกับของแบคฮยอนมากจริงๆ




“ผมขอคุยด้วยหน่อยได้หรือเปล่าครับ”











แบคฮยอนนั่งอยู่ตรงโซฟาเดี่ยวของห้องนั่งเล่น ในขณะที่แม่นั่งตรงโซฟาตัวยาวในห้องเดียวกัน




เราอยู่กันสองคนในห้องนี้เพราะขอเวลาผละตัวออกมาจากคนอื่นๆ แบคฮยอนมองสำรวจแม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเทียบมันกับภาพจำรูปถ่ายใบเดียวของแม่ที่มีอยู่ แม่ดูสวยขึ้น อ้วนขึ้นเล็กน้อย และแต่งตัวภูมิฐานขึ้นมาก



โดยภาพรวมประกอบกับรอยยิ้มที่ติดอยู่บนใบหน้าของแม่ตลอดเวลา บอกแบคฮยอนมาตลอดตั้งแต่หนแรกที่เห็นว่าแม่สบายดีมากแค่ไหน



“แม่หายไปไหนมา”



แล้วคำถามแรกก็ถูกส่งออกไปให้คนฟังโดยไม่รั้งรอ แบคฮยอนเห็นแล้วว่าแม่ชะงักไปนิดหน่อย รอยยิ้มสดใสนั้นจืดเจื่อนลงเล็กน้อย พร้อมกับใบหน้าที่ดูหมองลงอย่างเห็นได้ชัด



“แม่ขอโทษนะลูก..” แม่หลุบมองมือที่วางอยู่บนหน้าตักตัวเองเหมือนไม่กล้าสู้หน้า “ขอโทษที่แม่โกหกหนูว่าจะไปธุระ.. แต่ทิ้งหนูไว้แบบนั้น”



“..............”



“แต่หนูรู้หรือเปล่า.. แม่เองก็ไม่อยากให้หนูลำบาก”



แบคฮยอนขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่กำลังจะบอกเลยแม้แต่นิดเดียว หากแต่ก็ยังทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีเหมือนเดิม



“แม่ต้องไปทำงานที่ต่างประเทศตามคำชวนของเพื่อน.. มันเสี่ยง.. แม่อาจจะถูกจับ หรืออะไรก็ตามที่แย่กว่านั้น เพราะมันผิดกฎหมาย”



“...............”



“แน่นอน.. แม่ไม่ให้หนูไปเสี่ยงกับแม่ด้วยหรอก” มาถึงตรงนี้เสียงของแม่เริ่มอู้อี้เหมือนคนอยากจะร้องไห้ “แม่เลยพาหนูไปฝากไว้กับป้า.. คิดว่าถ้าหนูอยู่ที่นั่น หนูจะต้องมีการศึกษาดีๆเหมือนพี่ฮันจองเขา”



“...............”



“ป้าเองก็รับปากว่าจะดูแลหนูให้ดีเหมือนลูก แม่ก็เลยวางใจ”



“แล้วถ้าผมจะบอกแม่ ว่าตลอดเวลาที่แม่หายไป ผมอยู่อย่างลำบากมาตลอดเลยล่ะ”



“...............”



“แม่จะเชื่อผมไหม”



คราวนี้กลายเป็นแม่บ้างที่เงยหน้าขึ้นแล้วขมวดคิ้ว แบคฮยอนสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด เขากักก้อนสะอื้นเอาไว้ให้ลึกที่สุดแล้วเอ่ยออกมา



“ผมได้เรียนถึงมัธยมต้น.. แล้วป้าก็ให้ผมออกจากโรงเรียน” แบคฮยอนเล่าถึงชีวิตอันแสนขมขื่นที่ผ่านมาของตัวเอง “ผมต้องทำงานงกๆ แลกกับการเลี้ยงตัวเอง ไม่เคยได้เงินจากป้าสักบาท ไปเที่ยวไหนตามประสาวัยรุ่นก็ไม่ได้ ผมไม่มีเพื่อน อย่างกับพวกขาดการติดต่อกับสังคมรอบข้าง แล้วที่แย่กว่านั้น..”



“..............”



“ผมถูกพี่ฮันจองพูดจาดูถูก.. แล้วก็โดนป้าตบตีแทบทุกวัน”



ถึงตรงนี้แบคฮยอนไม่สามารถจะเก็บน้ำตาได้ไหวอีกแล้ว ความอัดอั้นทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าคนเป็นแม่ที่กำลังนิ่งค้างกับความจริงที่ไม่เป็นไปตามคาดอย่างที่เธอเคยวางแผนเอาไว้



“ผมเหนื่อยจนอยากตายในห้องรูหนูนั่นแล้วด้วยซ้ำ.. ฮึก” แบคฮยอนร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย “มันแย่จนถึงขั้นที่ผมต้องออกขโมยโทรศัพท์คนอื่นแล้วก็เอาไปขาย ผมหวิดโดนตำรวจจับตั้งหลายครั้ง แม่รู้ไหมว่ามันแย่ขนาดนั้นเลย”



“แบคฮยอน” 



แม่เองก็ร้องไห้เช่นกัน เธอโถมตัวมากอดเขาเอาไว้เต็มอ้อมแขน แบคฮยอนสะอื้นฮัก ไม่เคยรู้สึกดีแม้เพียงครั้งเดียวที่จะต้องพูดถึงเรื่องราวเหล่านั้น



เรื่องราวที่รู้สึกเหมือนตัวเองตกนรกทั้งเป็น



“ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้” แม่พูดออกมาเหมือนถามตัวเอง “ทั้งที่ป้าอึนจองตกลงเป็นอย่างดีว่าจะดูแลหนู.. แล้วทำไมเขาทำกับหนูแบบนี้”



แบคฮยอนยังคงร้องไห้ เขาสวมกอดเอวผู้เป็นแม่ไว้แน่น มันยังคับแค้นในใจไม่หายกับเรื่องของคนบ้านนั้น การถูกตีเกือบทุกวันพร้อมกับถ้อยคำเสียดสีดูหมิ่นอย่างกับเขาเป็นคนใช้น่ะ มันรุนแรงมากไป



“แล้วที่แม่ส่งเงินมาให้หนูแทบทุกเดือน หนูได้รับไหม” 



แบคฮยอนชะงักไป ก่อนจะส่ายศีรษะที่ยังซบอยู่ตรงหน้าท้องของคนเป็นแม่ 



..เขาไม่เคยได้รับมันเลย ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำกับความจริงอันน่าตกใจว่าแม่ยังดูดำดูดีเขาอยู่ตลอดเวลา



ไม่เคยรู้เลย



“แม่ฝากเข้าบัญชีของป้าเอาให้หนูทุกเดือน ไม่เคยได้เลยอย่างนั้นหรอ” คราวนี้เสียงของแม่เริ่มฉุนกึก “ได้ยังไงกัน แสดงว่ายัยอึนจองไม่เคยให้หนูเลยหรือไง”



“...........”



“แล้วที่แม่โทรไปทุกรอบแต่ป้าก็เลี่ยงบอกว่าหนูทำนู่นทำนี่อยู่ล่ะ มันหมายความว่ายังไง”



“ผมไม่เคยรู้เลย.. ว่าแม่ติดต่อมาด้วย”



แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นแม่ที่เผยสีหน้าเกรี้ยวกราดออกมา “เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะไปคุยกับยัยนั่นให้รู้เรื่อง มันต้องคืนเงินทั้งหมดที่เอาของหนูไปกลับมาให้หนู”



ป้าจะใจร้ายกับเขาไปถึงไหนนะ ขนาดเงินที่แม่ส่งมาให้เขาใช้ทุกเดือนไม่ขาดยังไม่ยอมยกให้เขาเลย ปล่อยให้เขาทำงานงกๆ แล้วก็เอาเงินพวกนั้นไปให้พี่ฮันจองซื้อเครื่องสำอางสบายเฉิบงั้นหรือไง ที่ร้ายกว่านั้นยังไม่ยอมให้เขาคุยกับแม่ แล้วก็หลอกเขาว่าแม่ทิ้งเขาไป



ป้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า ทำไมใจร้ายขนาดนี้



“ผ.. ผมขอโทษที่โกรธแม่” แบคฮยอนเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดที่เข้าใจแม่ไปแบบนั้น เขาคิดว่าแม่ไม่เคยรักเขาเลยถึงได้ทิ้งไปแบบไม่มีเยื่อใย



แต่ความจริงมันไม่ใช่



“แม่เข้าใจหนูนะ.. แล้วแม่ก็ขอโทษด้วยที่กลับมาช้าไป”



“...............”



“ทีแรกแม่คิดว่าหนูจะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้วเสียอีก”



แบคฮยอนส่ายหัว มัธยมปลายป้ายังไม่ให้เขาเรียนเลย จะนับประสาอะไรกับระดับมหาวิทยาลัยกัน 



“แม่ไปที่บ้านของป้าแต่ก็ไม่มีคนอยู่ พอมาหาลู่หานเขาก็บอกว่าหนูได้คนใจดีมาอุปการะ แต่พอแม่ไม่เข้าใจแล้วถามไป เขาก็บอกให้มาถามหนูเองที่นี่”



“.............”



“แม่ดีใจนะที่มีคนเขาพาหนูมา.. ใช่พี่คนที่หล่อๆคนนั้นหรือเปล่า”



แบคฮยอนพยักหน้าให้ผู้เป็นแม่เมื่อมั่นใจว่าแม่หมายถึงชานยอล อันที่จริงแล้วชานยอลก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ให้ชีวิตใหม่เขาเลยสักนิด ดึงเขาออกมาจากความลำบากเหล่านั้น ให้ที่พักพิง ให้เขาได้ทำในสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่



รวมไปถึงการดูแล.. ที่ออกจะมากกว่าคำว่าครอบครัวไปเสียหน่อย



แต่ถึงอย่างไรมันก็ดีกับใจของแบคฮยอนอย่างไม่สามารถประเมินค่าได้เลย



“ที่จริงแล้วที่แม่กลับมา แม่มีเรื่องจะมาบอกหนู” แม่เบียดตัวลงมานั่งบนโซฟาเดี่ยวตัวเดียวกัน ซึ่งมันก็กว้างพอที่เราสองคนจะนั่งด้วยกัน



“ครับ..”



“ตอนแรกว่าจะทำแบบนี้ตอนที่หนูเรียนจบ แต่ไหนๆหนูก็ว่างแล้ว..”



“.............”



“ที่แคนาดา.. แม่สู้กับความลำบากในตอนแรก จนตอนนี้แม่มีร้านอาหารเล็กๆที่นั่นด้วยนะ” แม่เล่าไปยิ้มไปก่อนจะลูบกลุ่มผมสีม่วงของเขา “ถ้าหนูทำอาหารอร่อยขนาดที่ทำให้แม่ชิมเมื่อกี้..”



“.............”




“ไปเป็นพ่อครัวให้แม่ที่นู่นดีไหม”





50%







[แม่แบคฮยอนมา?]




ปาร์คชานยอลถอนหายใจขณะนั่งอยู่ตรงพื้นหญ้าข้างกอดอกเดซี่ แม้จะเป็นเวลากว่าสี่ทุ่มแล้วแต่เขาก็ยังมานั่งให้ยุงหามเล่น ไม่มีเหตุผล.. แต่ในตอนที่แบคฮยอนกำลังพูดคุยส่วนตัวกับแม่อยู่ เขาเองก็ไม่รู้จะทำให้หัวจิตหัวใจอยู่เป็นสุขได้ยังไงเหมือนกัน



“อือ”



[เชี่ย.. ไหนว่าทิ้งไปแล้วไงวะ]



“กูก็ไม่รู้ว่ะ” ชานยอลพรูลมหายใจออกมาอีกครั้ง สายตาของเขายังจดจ้องอยู่ที่ดอกเดซี่ทั้งที่หัวใจไม่ได้อยู่ตรงนั้น “แบคฮยอนก็ดูดีใจนะที่แม่กลับมาหา.. เพราะก่อนหน้านี้ประมาณสองอาทิตย์ก็บอกกูว่าคิดถึงแม่”



[แล้วยังไง.. จะมารับกลับไปหรอ]



จงอินก็ดูมีความหวาดหวั่นอยู่ในน้ำเสียงไม่น้อยไปกว่าชานยอล และคำถามที่มันถามมานั้น สารภาพตามตรงว่าเขาเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน



[ถ้ามารับกลับจริงๆจะทำยังไงวะ]



“เขาเป็นแม่ลูกกัน.. กูห้ามอะไรได้ด้วยหรอ”



ชานยอลไม่ได้อยากให้แบคฮยอนไปเลยถ้าพูดจากใจ แม้ระยะเวลาที่ดูแลกันมามันจะแค่ไม่กี่เดือน แต่ถึงยังไงความผูกพันมันก็เกิดขึ้นแล้ว



เขาเคยชินกับการมีแบคฮยอนในทุกๆเช้า ทุกๆตอนสาย ทุกๆช่วงบ่าย และทุกๆตอนค่ำ



[ถ้ากลับไปจริงๆก็ไม่เป็นไรนี่หว่า] ไอ้จงอินว่าอย่างนั้น [ก่อนหน้านี้มึงก็อยู่คนเดียวมาได้สบายใจ กลับไปคั่วผู้หญิงต่อก็สบายดีไม่ใช่หรอ]



“ไม่ได้หรอก” ชานยอลหัวเราะหึในลำคอ “ต่อให้ย้อนกลับไปก็เป็นไปไม่ได้”



[...............]



“แปลกแต่จริงนะ.. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเขากูยังอยู่มาได้ แต่พอได้มีแล้วก็รู้สึกว่าขาดไม่ได้เหมือนกัน”



[................]



“กูนึกไม่ออกเลยว่าถ้าแบคฮยอนไม่อยู่แล้ว ชีวิตกูจะเป็นยังไงต่อ”



ชานยอลคิดอย่างที่พูดจริงๆ



คนๆหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ แต่พอมีใครสักคนมาเดินวนเวียนอยู่ข้างๆให้เห็นเกือบจะตลอดเวลา.. หนำซ้ำยังเผลอรักไปแล้ว ถ้าวันหนึ่งต้องห่างกันแบบที่ไม่ได้เห็นหน้ากันอีก แม้ว่ามันจะเคยเป็นแบบนั้นในอดีต แต่ความรู้สึกก็คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



คงโหวงน่าดู ถ้าไม่มีอะไรม่วงๆผ่านไปผ่านมาให้เห็นอีก



ชานยอลคิดว่าเขาคงเหงาจนเป็นบ้า ถ้าสมมติว่าแถวๆนี้ไม่มีแบคฮยอน









แต่สุดท้ายแล้วคนเราก็มักจะหนีความจริงได้ไม่นานเท่าไหร่นัก




ชานยอลถูกเชิญให้มานั่งในห้องนั่งเล่นที่มีสองแม่ลูกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แบคฮยอนนั่งอยู่กับแม่ที่โซฟาตัวยาว ส่วนเขานั่งตรงโซฟาเดี่ยว สองมือประสานกันที่ตักแน่น พยายามทำใบหน้าให้เป็นปกติมากที่สุดโดยการยกยิ้มบางๆตามมารยาท



แบคฮยอนมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดจนใจเขากระตุก แต่ชานยอลก็ยังทำใจดีสู้เสือ เขาเลือกที่จะละสายตาไปหาคุณนายบยอนซึ่งดูต้องการจะพูดอะไรบางอย่างกับเขามากกว่า



“เอ่อ.. ฉันมีเรื่องจะบอกนิดหน่อยน่ะค่ะ” เธอเอ่ยเกริ่น “พอดีฉันมีร้านอาหารอยู่ที่แคนาดา เป็นร้านเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร”



“................”



“ในฐานะที่คุณเป็นผู้ปกครองของแบคฮยอนตอนนี้..”



ชานยอลเอ่ยขอร้องต่อพระเจ้าขึ้นมาในใจเดี๋ยวนั้นเอง ว่าอย่าให้สิ่งที่เขากลัวมาตลอดหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเธอ



“ฉันขอพาแบคฮยอนไปที่นั่นได้ไหมคะ”



แต่พระเจ้าก็ไม่เข้าข้างเขาเลย



ปาร์คชานยอลนั่งนิ่งอยู่เป็นนาที เขาหลุบตามองมือตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มที่เริ่มเลือนไปจากริมฝีปาก มันต่างจากตอนนั้นที่แบคฮยอนหายตัวไปจากร้าน ต่างกันตรงที่ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าแบคฮยอนหายไปไหนและจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่คราวนี้เขารู้ว่าแบคฮยอนต้องไปมีชีวิตที่ดีแน่ๆถ้าได้อยู่ที่นั่น



แต่สิ่งที่เหมือนกัน.. คือข้างกายของเขาจะไม่มีแบคฮยอนอีกต่อไป



“ผม.. คงเหงาแย่เลยครับ” ชานยอลเอ่ยทั้งที่ยังไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร เขายกยิ้มบางๆอย่างรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาเดี๋ยวนั้นที่อ่อนแอเหลือเกิน “ผมเรียกแบคฮยอนว่ามังคุดด้วยนะครับ เพราะผมของเขาเป็นสีม่วง.. คงน่าเบื่อไม่น้อยเลยถ้าไม่ได้เรียกชื่อนี้อีก”



“.................”



“ถ้าเขาไปที่นั่นแล้วจะดี.. ผมก็ไม่ห้ามหรอกครับ”



“................”



“แต่ถ้าเลือกได้.. บอกตามตรง ผมก็ไม่อยากให้เขาไปไหนเหมือนกัน”



คำพูดพรั่งพรูออกมาจากปากของชานยอลเหมือนกระแสน้ำ เขาพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปทั้งหมด ถ้าถามว่าเขาคิดจะรั้งแบคฮยอนไว้หรือเปล่า มันก็คงจะใช่.. ใครจะไม่อยากรั้งคนที่ตัวเองรักเอาไว้อยู่ใกล้ๆกัน



แต่ก็เพราะรักเช่นเดียวกัน.. ถึงอยากให้ไปได้ดี



“ตกลงว่าเขารักหนูจริงๆหรอเนี่ย”



แต่แล้วชานยอลเงยหน้าขึ้นพรึบเมื่อได้ยินคุณนายบยอนพูดอะไรสักอย่าง



คำพูดนั้นคุณนายน่าจะพูดกับลูกชาย เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นไอ้หัวมังคุดที่ถอดหน้าตาเคร่งเครียดไปเป็นเหรอหรา ก่อนจะหลุดยิ้มจนแก้มตุ่ยส่งมาให้กับเขา



“ก็บอกแล้วว่าเขารักผม” แบคฮยอนยิ้มทะเล้น “ใช่ไหมพี่ชานยอล”



ชานยอลกระพริบตาถี่ๆขณะที่ขมวดคิ้วไปด้วย เขาเห็นคุณนายบยอนหันมายิ้มบางๆให้เหมือนกำลังล้อเลียนอะไรสักอย่าง ส่วนไอ้เด็กแสบหัวมังคุดก็ยิ้มในทำนองเดียวกันแต่ทะเล้นกว่าสิบล้านเท่า



เดี๋ยวก่อนนะ.. นี่มันเรื่องบ้าอะไร?



“เดี๋ยวนะครับ” ชานยอลหันไปมองหน้าคุณนายบยอนอีกครั้ง “นี่.. เล่นอะไรกันอยู่หรอครับ”



“ไม่มีอะไรนี่คะ” คุณนายยิ้มบางๆอีกครั้ง “แบคฮยอนแค่บอกว่าคุณรักแกมาก.. ฉันก็เลยอยากรู้เท่านั้นเองว่าจะรักมากจริงๆหรือเปล่า”



“..............”



“พอได้ฟังที่คุณพูดแล้ว.. ก็คงจะรักมากจริงๆ”



พูดจบก็ยิ้มล้อเลียนมาให้อีก ไอ้หัวม่วงตัวแสบก็ไม่ได้มีท่าทางเขินอายอะไรเลยสักนิด แถมยังแลบลิ้นใส่เขาเป็นเชิงเยาะเย้ยอีกด้วย



เดี๋ยวเถอะไอ้มังคุด!



“สรุปนี่แกล้งผมกันหรอ”



“ไม่ต้องมาทำเป็นโมโหเลย” แบคฮยอนเอ็ด “ทีพี่กับพี่คยองซูรวมหัวกันแกล้งผม ผมยังให้อภัยได้เลยนะ”



ชานยอลอ้าปากพะงาบๆ อยากจะสวนกลับไปสักทีให้ไอ้มังคุดหน้าหงายแต่ก็ติดว่าแม่ของแบคฮยอนนั่งอยู่ ขืนทำแบบนั้นเขามองติดลบขึ้นมาก็คงแย่ สิทธิ์ในการดูแลแบคฮยอนอาจจะหมดเกลี้ยงไม่เหลือเลยก็ได้



เพราะงั้นต้องสงบเสงี่ยมเข้าไว้



“แต่เรื่องที่บอกจะเอาน้องไปแคนาดาน่ะ.. พูดจริงๆนะ” แต่แล้วเสียงคุณนายบยอนก็เอ่ยขึ้นอย่างนั้น และมันดูจริงจังกว่าครั้งแรกเป็นไหนๆ ..จนหัวใจของชานยอลกระตุกวืดอีกครั้ง 



สรุปว่ายังไงเขาก็ต้องแยกกับมังคุดแค่นี้จริงๆน่ะหรอ



“แม่.. พี่เขาหน้าเสียหมดแล้ว” แบคฮยอนว่าอย่างนั้นก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือของเขาไว้ “พี่ชานยอล ฮัลโหล ยังอยู่ไหมหรือไปแล้ว”



“ไปไหน” ชานยอลแสร้งหัวเราะในลำคอแล้วฝืนยิ้มออกมา



“พี่.. อย่าทำหน้าแบบนี้สิ” 



“พี่ไม่เป็นไรนะ ถ้าเราจะไปกับแม่”



“.................”



“ขอแค่พี่ได้ไปเยี่ยมเราบ้าง หรือเราติดต่อมาบ้าง” ชานยอลยิ้ม “มันคงเหงานิดหน่อยแหละ..  แต่ถ้ามันทำให้ชีวิตของมังคุดดีขึ้น ก็ไม่เป็นไร”



เขาเอ่ยบอกก่อนจะตบลงเบาๆที่หลังมือของอีกคนซึ่งกุมมือของเขาเอาไว้ไม่หยุด ชานยอลอยากให้แบคฮยอนมีชีวิตที่ดี ถ้าไปอยู่ที่นู่น แบคฮยอนจะได้ทำงานที่ตัวเองรัก แล้วก็จะได้อยู่กับแม่ อยู่กับครอบครัวเสียที



“พี่ชานยอล อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ” 



“..............”





“แต่ผมไปแค่เดือนเดียว”



“ห้ะ”



เป็นอีกครั้งที่ชานยอลหันขวับมองหน้าสองแม่ลูก คนแม่กำลังหัวเราะอย่างขี้แกล้ง ส่วนคนลูกก็ยิ้มบางๆเจือความเห็นใจมาให้ 



ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเป็นแม่ลูกกันได้!



“คราวนี้ผมไม่ได้หลอกพี่นะ แม่หลอก” แบคฮยอนบุ้ยหน้าไปทางคุณนายบยอน



“ไม่ได้หลอกนะคะ” คุณนายบยอนโบกไม้โบกมือ “ฉันแค่บอกว่าจะพาแบคฮยอนไป แต่ไม่ได้บอกนี่จะว่าจะให้ไปอยู่ถาวร”



ชานยอลรู้สึกมึนหัวไปหมดเมื่อถูกหลอกซ้ำสอง เขาอ้าปากค้าง อยากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ดันพูดไม่ออกเลย



“พี่ชานยอล ยังอยู่ไหมหรือไปแล้ว.. โอ๊ย!” ชานยอลเขกมือลงบนศีรษะของแบคฮยอนแก้อาการหมั่นเขี้ยว



“ยังอยู่นี่แหละ จะให้ไปไหนนักหนา”



“ก็เห็นอึ้ง นึกว่าวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วซะอีก” แบคฮยอนยิ้มแฉ่ง “ผมตกลงกับแม่แล้วว่าจะไปเยี่ยมครอบครัวใหม่ของแม่ที่นู่นสักเดือนนึง”



ชานยอลยิ้มบางๆให้กับรอยยิ้มสดใสของไอ้เด็กมังคุด แม้ในใจจะยังมีบางเรื่องที่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักก็เถอะ



“แล้วถ้ามังคุดติดใจที่นั่น ไม่ยอมกลับมาหาพี่ล่ะ”



“โห.. นี่พี่ไม่เชื่อใจผมหรอ”



“.................”



“ที่พี่บอกว่าถ้าผมไปอยู่นู่นแล้วมันจะดีก็จริง” แบคฮยอนเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ “แต่อยู่ที่นี่.. ผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว”



“.................”



“ขอแค่พี่ยังดูแลผมเหมือนเดิม ก็ไม่มีอะไรให้กลัว”



ชานยอลยกยิ้มกับถ้อยคำที่แบคฮยอนหยิบยื่นมาให้ มันเป็นประโยคธรรมดาที่แฝงไปด้วยความจริงใจเมื่อพ่วงมากับรอยยิ้มสว่างสดใสเหล่านั้นของไอ้เด็กผมสีม่วงคนเดิม



ประโยคที่บอกว่า.. เราสองคนก็มีความรู้สึกที่ตรงกัน



“ถ้างั้น.. พี่อนุญาต” 



ชานยอลเอ่ยอนุญาตให้แบคฮยอนไปแคนาดากับแม่ได้ ก็คงจะจริงอย่างที่แบคฮยอนบอก.. ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ เขาเชื่อใจไอ้เด็กหัวม่วงว่าจะไม่ผิดคำพูดที่ว่าจะกลับมาหากันอีกหนหนึ่ง



แบคฮยอนส่งยิ้มจริงใจไปให้พี่ชานยอลอีกครั้ง เขาอ้าแขนแล้วโถมตัวกอดคนตัวสูงเอาไว้โดยไม่คิดอายสายตาของแม่ที่กำลังมองมา



ไม่มีอะไรให้อายอีกแล้ว.. ในเมื่อก่อนหน้านี้ แบคฮยอนได้พูดทุกอย่างออกไปจนหมดเปลือก



‘ไปเป็นพ่อครัวให้แม่ที่นู่นดีไหม’ 



คำถามนั้นของแม่ทำให้แบคฮยอนนิ่งไป.. คำตอบของมันจะมีผลกระทบกับทั้งชีวิตของเขา ที่แคนาดามีร้านอาหาร เขาจะได้ไปทำอาหารตามที่เขาชอบ ได้ไปอยู่กับแม่ และได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำ



แต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของแบคฮยอนไปแล้ว ทุกคนกลายเป็นครอบครัว.. และทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง



แม้แบคฮยอนจะคิดถึงแม่แค่ไหน.. แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการจะไปจากที่นี่



ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว คำตอบสุดท้ายที่แบคฮยอนคิดได้แทบจะทันที มันก็มีอยู่คำตอบเดียว



‘ไม่ดีกว่าครับ’ 



‘อ้าว.. ทำไมล่ะ’



แบคฮยอนยกยิ้มอย่างจริงใจ แล้วจึงเอ่ยตอบกลับไป




‘เพราะว่าที่นั่น.. ไม่มีพี่ชานยอล’





คำตอบของเรา.. ก็คล้ายๆกัน















TALK:

มันน่ารักจังค่ะ แม่พรากน้องไปจากพี่ไม่ได้หรอก เพราะเลาไม่ใช่คนใจร้ายและเป็นนางฟ้าด้วย555555555

วันนี้ช็อคค้างกับแบคฮยอนค่ะ ซิกแพคเอย แบคฮีเอย มงกุฏดอกไม้จากพี่ชานยอลเอย หัวใจจะวายวอด ที่มาอัพฟิคช้าหน่อยเพราะเหตุนี้เลยค่ะ

ยังสำรวจจำนวนเล่มฟิคอยู่นะคะ แวะเข้าไปกดกันได้จ้ะ

สำหรับลายเส้นปก สามารถแวะเข้าไปดูในแท็ก #น้องมังคุดCB ทางทวิตเตอร์ได้เลยนะคะ เพราะคุณเจ้าของลายเส้นวาดแฟนอาร์ตไว้ น่ารักมาก มากจนไม่รู้จะพูดยังไง หึกกกกกก ตามไปดูได้จ้า




#น้องมังคุดCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

167 ความคิดเห็น

  1. #2575 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 10:37
    เจ้าหัวมังคุด เจ้าเด็กน่ารัก
    #2575
    0
  2. #2549 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:52
    มังคุดน่ารักล้านคำมาก พีชานโดนแกล้งเลย
    #2549
    0
  3. #2520 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 07:46
    งื้ออ น่ารักก สงสารพี่เหมือนกันนะแกล้งสะใจหายเลย
    #2520
    0
  4. #2501 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 10:44
    ตอบดีมากกกเลยทั้งสองคนรักกกก
    #2501
    0
  5. #2487 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 09:56
    งื้ออออออออ
    #2487
    0
  6. #2360 Linseyyy13 (@Linseyyy13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:48
    ดีใจจังที่แบคไม่ลังเลย :)
    #2360
    0
  7. #2326 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 20:44
    กรี๊ดดดดดดดด เป็นคำตอบที่ดี >< ที่นู้นไม่มีพี่ชานยอล
    #2326
    0
  8. #2296 NookNH94 (@kachapa30) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 11:52
    ยัยป้านี่น่าโดนจริงๆนะ เหอะ กินเงินเขาอย่างหน้าด้านๆ หาว่าเขาเป็นภาระ
    #2296
    0
  9. #2261 คาวาอิแปลว่าน่ารัก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 12:10
    มังคุดน่ารักอ่า ชอบประโยคสุดท้าย
    #2261
    0
  10. #2254 pakh63 (@nu_phakh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 11:42
    แม่น่ารัก แม่ไม่ได้ทิ้งมังคุด
    #2254
    0
  11. #2238 อาแนของแบคฮยอน (@anniii1994) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 23:06
    ตกใจอะ โอ๊ยย นึกว่าจะต้องจากกันซะแล้ว แม่ลูกนี่เหมือนกันเด๊ะเรย
    #2238
    0
  12. #2222 CBshipper_ (@mygarin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 13:39
    ตอนแรกนี่กลัวแล้วนะ คิดว่าต้องจากกันแล้ว โอยยย ตกใจหมด คุณแม่นี่ขี้แกล้งมากอ่ะ ฮ่าๆๆๆ ไปเดือนเดียวเนาะะะ เดี๋ยวก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว ทีนี้ขอน้องเป็นแฟนให้ได้สักทีนะพี่ชาน เอาแบบไม่มีเสียงโทสับมาแทรกอีกแล้วอ่ะ ฮ่าๆๆ
    #2222
    0
  13. #2146 Amittarin (@leehana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 18:20
    นึกว่าจะดราม่า ตอนแรกนี่แบ้บบบ เอาแล้วๆๆๆแบคจะไปกับแม่เหรอ พอตอนท้ายเขินซะงั้น ฮื่อออ
    #2146
    0
  14. #2110 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 09:17
    โล่งอกไปที กลัวมังคุดไปอยู่กับแม่ แต่แค่เดือนเดียวต้องกลับมานะ
    #2110
    0
  15. #2100 aonniieeee (@wichuda21) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 13:37
    น่ารักมาก คุณแม่บยอนนี่ขี้แกล้งจัง ใจเสียหมดเลย
    #2100
    0
  16. #2063 nnamm198 (@namnapatsamon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 09:13
    น่ารักมาก ฮือออออ ชอบความรักของมังคุดกับพี่ชานยอลจัง เขิน อบอุ่น เป็นทุกอย่างให้กัน
    #2063
    0
  17. #1983 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 00:08
    สมละที่เป็นแม่ลูกกัน5555555 คุณแม่คะอย่าลืมไประเบิดบ้านพี่สาวคุณแม่นะคะ
    #1983
    0
  18. #1874 TeeLeeChen (@chonthicha_04) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 00:32
    ทำไมมันดีแบบนี้ ฮื่อออเขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้วแก้มจะระเบิด
    #1874
    0
  19. #1748 kkimmaggurren (@kimaguren) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 22:50
    ดีงาม น่ารักทุกคนเลย ยกเว้นนังสองแม่ลูกนรกนั่น
    #1748
    0
  20. #1717 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 06:56
    งื้อออออ ขุ่นแม่น่ารักกด
    #1717
    0
  21. #1707 MINE_XO (@mine_xo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 00:24
    ซันพาน้วยร้องไห้เลยอ่ะ ฮืออออออออ ใจกระตุกตามพี่ชานยอลไปเลย ย ไปๆมาๆอ่าววว โดนสองเเม่ลูกแกล้วซะงั้นน น ฝากไว้ก่นเถอะจะเอาคืนให้สาสมมม555555555555555
    #1707
    0
  22. #1701 `ตูดหมึก (@pangziiz7755) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:58
    เราทำใจอ่านตั้งนานคิดว่าจะดราม่าจริงๆ ฮรึก
    #1701
    0
  23. #1690 NANOI•★•My Kwon♥ (@noina-g-yongyong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:47
    ขี้แกล้งทั้งคู่ พิชานคิดถึงก็ตามน้องไปเล๊ยย เสียงสู๊ง เอ้ยยผิด5555
    #1690
    0
  24. #1689 ParkHyun_CB (@bam_14kaewsopa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:38
    ชานยอลน่าจะไปเยี่ยมน้องยุนะสัก 1 อาทิตย์ คิดนะคิด 555555
    เชื่อเลยย อิพี่ทนไม่ไหวแน่เดือนหนึ่งนี้ 555555 สะใจโดนแกล้งงงงง
    #1689
    0
  25. #1688 PedDep (@roser1999) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:35
    อยากให้ยัยป้าหน้าเลือดกับนังพี่สาวปากดีโดนแม่แบคฮยอนซักทีจัง เอาให้เข็ดอะ
    #1688
    0