ปฏิบัติการติดตามSHINee ในช่วงcome back mini album SHERLOCKสัปดาห์ที่2 (ต่อ)
ตอนก่อนหน้า

ปฏิบัติการติดตามSHINee ในช่วงcome back mini album SHERLOCKสัปดาห์ที่2 (ต่อ)
เกริ่นเรื่อง: สุดท้าย..ผลลัพท์ที่ได้ มันช่างคุ้มค่ากับการทุ่มเทหมดทั้งกายใจ
5 เม.ย. 55 , View: 503 , Post : 0


01/04/12

April fool dayของฉัน เริ่มต้นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง รีบแต่งสวย กินเพิ่มพลัง และออกเดินทางไปตึกSBSตั้งแต่หกโมง แม่จ้าว เขามากันตั้งแต่กี่โมงเนี่ย ทันทีที่เห็นSHAWOLนับร้อยยืนรวมกลุ่มอยู่หน้าตึก ฉันก้มมองนาฬิกาประมาณว่านี่ฉันมาถึงก่อนนัดสองชั่วโมงแล้วนี่หว่า สุดยอดจริงๆ ‘ S5-77 ’ ลำดับเลขสองหลัก ไม่ทำให้ฉันสบายใจสักนิด การรอคอยริมถนนท่ามกลางสายลมหนาว ราวสามชั่วโมง มันสาหัสใช่ย่อย เพื่อใคร? ’ คำตอบหนึ่งเดียวคือเห็ดนางฟ้าของฉัน..อีแทมิน เพื่ออะไร? เพื่อได้เห็นเขาตัวเป็นๆ ไร้สาระไปไหม ฉันเริ่มตั้งคำถามเมื่อแดดเกาหลีไม่อาจบรรเทาความหนาวเหน็บ และทันทีที่staff SMบอกให้เตรียมตั้งแถว ฉันได้แต่ภาวนาอย่าให้ผิดหวังเหมือนเมื่อวาน และฉันก็ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวังจริงๆ

Inkigayo..ฉันรักรายการนี้ ในสตูดิโอ บนเวทียังเต็มไปด้วยอุปกรณ์แต่งฉากวางเกะกะ ฉันนั่งฟังเสียงเคาะ มองช่างติดไฟตัวอักษรSHERLOCKและSHINeeที่กระพริบติดๆดับๆจนแฟนคลับต้องร้องทัก เพลิดเพลินกับความวุ่นวาย โดยไม่ลืมมองหาน้องๆทั้งห้าคน ฉันพกกล้องส่องทางไกลมาด้วย(เว่อร์มะ กะว่าจะส่องดูทุกรูขุมขนของน้องเห็ด) และได้ใช้งานทันทีที่เห็นจงฮยอนเดินนำออกมาจากฉากกั้นด้านซ้ายเวที และเกือบจะร้องไห้ เมื่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสของอีแทมิน วินาทีนั้น ฉันหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง                

เช้านี้เห็ดน้อยจ้อไม่หยุด อารมณ์ดีที่ได้เสริมส้นจนสูงเท่าพี่กบหรือเปล่า ฉันเดาขำๆ costumeเหลืองทองเปล่งประกายสมกับความร่าเริงของShining SHINeeมาก ฉันชอบ ทั้งห้าหยอกล้อเล่นกันสนุกสนาน กระทั่งถึงเวลา ทุกคนเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจัง แต่ก็มีหลุดมั่งตามประสาเด็กซน ระหว่างพักซ้อม แทมเข้าด้านหลังพยายามเปิดเสื้อจงฮยอน ซึ่งเป็ดจงก็ไม่ยอมโชว์กล้ามท้องงามๆให้เห็นสักที ลามปามมาถึงคิบอม แต่ถึงจะโดนรุม ออมมาก็ไม่ยอมให้เปิดเสื้อง่ายๆเช่นกัน จินกิผู้ดูง่วงซึมในตอนต้น เดินมานั่งห้อยขาหน้าเวที และลุกยืนถอดเสื้อคลุมโชว์หัวไหล่ๆขาวๆเรียกเสียงกรี๊ดต่อเนื่อง  

ฉันรักproducer inkiมาก พี่แว่นเก็บตกทุกสิ่งละเอียดยิบ น้องร้องเต้นSHERLOCK 6รอบเต็ม 3รอบหยุดเต้นกลางเพลง แฟนๆตะโกน fighting!ให้กำลังใจน้องๆซึ่งยังคงเริงร่า แม้จะเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่ากี่รอบfan chantยังคงดังสนั่นๆ ฉันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเสียงนั้น ก่อนลาคิบอมพูดถึงละครเวที(อันนี้น้องของฉันtranstateมา) ก่อนฉันกับน้องจะออกจากสตูดิโอมุ่งสู่จุดหมายต่อไป     

เที่ยงกว่า เริ่มต้นเดินทางไปห้างชินเซเกในอินชอน นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกว่าชั่วโมง มุ่งมั่นไปงานFan signตามกำหนดการ ทันทีที่ไปถึงรีบเดินหาสถานที่ เห็นแต่ลานเล็กๆกลางห้าง แต่ไม่มีป้ายบ่งบอกถึงงานของชายนี่ น้องของฉันเริ่มงง แต่เราสองคนตัดสินใจหม่ำข้าวเที่ยงในfood court ก่อนเริ่มต้นตามหาน้องๆอีกหน

และแล้วหลังถามInformationได้ความว่า วันนี้ ที่นี่ ไม่มีงานของชายนี่ กรรมแระ แล้วน้องไปแจกลายเซ็นที่ไหนฟระ ติดต่อเพื่อนในไทยกันวุ่นฮะงานนี้ wifiฟรีของห้างก็ใช้การไม่ได้ เดินวนไปเวียนมากระทั่งมาเห็นป้ายประกาศสีเหลืองสดที่มีรูปชายนี่เด่นจิ้มตาหน้าร้านขายซีดี แหงะ อ่านภาษาเกาหลีไม่ออก เห็นวัยรุ่นเกาหลีสองคน น้องกับฉันรีบตีหน้ามึนคว้ามาส่งภาษามือ ผสมอังกฤษถูๆไถๆเมามัน ได้ความว่าน้องไปเซ็นที่สนามกีฬาอะไรสักอย่าง ต้องนั่งรถประจำทางต่อค่อนข้างไกล เอาไงล่ะ หลังจากวานให้น้องสาวใจดีจดที่อยู่ใส่กระดาษ น้องจ๋อกับฉันรีบปรี่ไปป้ายรถเมล์ทันที และยังไงไม่ทราบได้ น้องลากฉันไปถามชายเกาหลีอีกคน รถBUSหมายเลข22 นั่งรถประมาณ30นาที โอเค แฟนชายมีสองทุ่ม ตอนนั้นแค่บ่ายสอง ใจชื้นขึ้นมานิด

ขึ้นBUSสาย22คันแรก ยื่นแผ่นกระดาษให้คนขับอ่าน ปรากฏว่าขึ้นผิดด้านครับท่าน ฉันกับน้องรีบจ้ำข้ามสะพายลอยรออีกทาง และเมื่อสาย22มาถึง ยื่นกระดาษให้ลุงคนขับอ่านเหมือนเดิม เว๊ย ลุงเค้าพยักหน้ารับวุ๊ย พร้อมพ่นภาษาที่ฟังไม่ออกมาอีกชุด ไม่รู้ล่ะ ฉันกับน้องพร้อมใจนั่งกะยืนกดดันลุงอยู่หลังคนขับ หวังว่าเมื่อถึงที่ ลุงเขาคงไล่เราลง แต่แล้ว อิ๊บเอ๋งแล้วไง ไหงข้างทางถึงแลคล้ายอยุธยาบ้านเรา นี่ลุงกำลังพาเราไปไหน หนึ่งชั่วโมงให้หลัง พยักหน้าเงอะงะกะลุงคนขับที่ไม่ยอมหยุดรถให้เราหลายครั้ง จากมีผู้โดยสารเต็มคันรถ ตอนนี้เหลือแต่ฉันและน้อง มันน่ากลุ้มไหมนี่ สุดท้าย ที่นี่อะนะ ลุงชี้ให้เราดูสนามกีฬาชุมชน(ร้างๆ)ด้านซ้ายมือ แล้วเปิดประตูรถให้ฉันลง

ความเงียบและไร้ผู้คนตรงหน้า ทำให้ฉันรู้สึกว่ากำลังมาผิดที่ บ้าเปล่า ถ้ามีงานแฟนซายจริง ต้องมีอะไรๆมากกว่านี้ดิ คิดแล้วกระเป๋าเป้ด้านหลังมันหนักอึ้งขึ้นมาทันที ฉันกับน้องเดินอ้อมไปด้านหลังตึก เจอะกับคุณลุงสองคน ถึงเวลาส่งภาษามืออีกครั้ง สรุปว่าชื่อสถานที่น่ะใช่ แต่มันไม่ใช่สาขานี้ อนาถอะ ยากแล้วไง ลุงว่าต้องต่อรถบัสอีกสองสาย กรรม! กะแค่สายเดียวตรูยังหลง ตายแน่SUPERNOONA ’ นั่นน่ะความคิดของฉัน ขณะเดินคอตก กลับออกมายืนรอรถบัสสาย519ตามลายมือลุงเขียนให้ แค่ในไทย ยังนั่งรถเมล์ไม่เป็น เอาอะไรกะเกาหลีฟระ ห้าโมงเย็น ฉันเริ่มท้อแท้ แต่แล้ว นั่น..คุณลุงนี่นา หันไปเห็นคุณลุงคนเดิมเดินถือกระเป๋าตามออกมา แม่จ้าว คุณลุงจะช่วยพาขึ้นรถเมล์ ไม่รอช้า ฉันกับน้องรีบเดินตามคุณลุงใจดีต้อยๆ ต่อรถอีกสองสาย อ่อนล้าเกินพูดคุย

ใกล้หกโมง ฟ้ามืดลงทุกชั่วขณะ คุณลุงพยายามอธิบายอะไรต่อมิอะไรให้ฟังมากมาย น้องของฉันยังฟังรู้เรื่องบ้าง ส่วนฉันได้แต่ยิ้มหวานทำหน้ามึน ก่อนลา คุณลุงยื่นหมากฝรั่งให้ฉัน ฉันเสียใจที่ไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณลุงสักอย่าง ได้แต่เปลี่ยนแง่มุมในการมอง นอกจากSHINee น้ำใจของคนเกาหลีคือสิ่งที่ฉันไม่มีวันลืม

‘ 536 ’ คือหมายเลขรถบัส ซึ่งฉันภาวนาให้เป็นคันสุดท้าย คุณลุงยังอุตส่าห์ฝากฝังฉันกับน้องกับคนขับรถบัสหนุ่ม ที่เหลือคือนั่งรอลุ้น อุณหภูมิลดต่ำลงทำให้มือฉันเริ่มชา ได้ยินดีเจพูดถึงSHINeeในวิทยุ ฉันหันไปยิ้มกับน้องด้วยความหวัง ผ่านไปกว่าสิบป้ายรถเมล์ ยังไม่มีวี่แวว หกโมงกว่าแล้ว ผู้โดยสารเริ่มบางตา ฉันกับน้องเดินจากหลังรถมาปักหลักนั่งหลังคนขับ..กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นบ้า น้องจ๋อยื่นแผ่นกระดาษให้คนขับอ่านซ้ำ ย้ำความมั่นใจอีกครั้ง และอีกไม่นาน เขาก็จอดให้เราลง

มันใช่..ใช่มะ น้องฉันตอบว่า..ใช่..แต่เชื่อไหม เพราะไม่มีอะไรแน่นอน ฉันไม่กล้าดีใจ

มันเงียบ..ไม่ต่างจากสถานที่แรกเท่าไหร่ มากกว่าคือพอมองเห็นเด็กสาวเดินออกมาจากตึกๆหนึ่งสองสามคนได้ พอมีลุ้น และเมื่อเดินเข้าไปด้านใน ถูกต้องแล้วคร้าบบบบ เห็นโต๊ะตั้งป้ายfan signสีเหลืองอร่าม แต่ เป็นงานปิดนี่หว่า!?! หมายความว่าคนไม่มีบัตรห้ามเข้า โอ้ จุกจนพูดไม่ออก ตอนแรกฉันเข้าใจว่าสามารถยืนดูอยู่รอบนอกได้ แต่ไม่ใช่เลย งานถูกจัดอยู่ในห้องประชุม อา อุตส่าห์ถ่อสังขารมาถึงนี่ ทำยังไงดีล่ะ

ราวหนึ่งทุ่ม ฉันกะน้องลองเข้าไปคุยกับStaff แต่ทำตอบคือ ไม่ คอตกหูลู่ไม่เป็นท่า ได้แต่ยืนบื้อ หน้าตาซังกะตาย พูดอะไรไม่ออก เอาไงดี เมื่อต้องตัดสินใจ พวกเราเลือกยืนรอ ขอให้เห็นตอนน้องเดินเข้างานก็ยังดี แต่แล้ว..ใกล้สองทุ่ม..อยู่ๆstaffเรียกพวกเรากับshawolอีกราวสามสี่สิบคนมารวมกลุ่ม จับใจความมั่วๆได้ว่าเขาจะอนุญาตให้เข้างาน แต่ห้ามปริปากบอกใคร โอ้ว พระเจ้า เมื่อได้รู้อย่างนั้น ฉันดีใจน้ำตาเออ แต่ทว่าเพียงสิบนาทีต่อมา staffคนเดิมกลับเดินออกมาบอกว่า..เข้าไม่ได้ shawolรอบข้างเริ่มร้องไห้ ความรู้สึกดีใจมากมายมันเลือนหายไปเร็วเหลือเกิน

ฉันเก่ง..ที่ปลงตกได้เร็วไวโดยไม่เสียน้ำตาสักหยด เริ่มเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องประชุม สลับหยุดมองจอมอนิเตอร์ดูความเป็นไปด้านใน ออกไปเดินหารถของน้องข้างนอกไหม ฉันถาม และมั่นใจว่าน้องฉันคิดเช่นเดียวกัน แต่แค่เปิดประตูสัมผัสสายลมเย็นเฉียบด้านนอกนั่น ฉันรู้ทันทีว่าการเดินหาครั้งนี้คงสาหัสสากรรจ์

โชคดี รถของน้อง จอดไม่ไกลจากตัวตึกมากนัก แต่จะให้ยืนรอรับลมหนาวจนปากสั่นอย่างนี้เรื่อยๆ ร่างกายฉันทนไม่ไหว ฉันเดินมั่งวิ่งมั่ง(เพราะความหนาว)ระหว่างประตูหน้าและประตูหลัง ไม่รู้ว่าน้องจะออกประตูไหน กระทั่งมากระโดดๆอยู่ใกล้ๆรถ เหลือบเห็นstaffของSMเริ่มเดินออกมาทางด้านหลังไวๆ และทันใดนั้น ในความมืด ฉันเห็น..

แทมิน! โอ้ หน้าผ่องๆของน้องค่อยๆส่องสว่างออกมาในความมืด จะเป็นออร่าหรือไฟหน้ารถไม่รู้แหละ ในช่วงเวลาไม่กี่นาที ทุกสิ่งเสมือนเป็นภาพสโลโมชั่น ความสวยงามที่กำลังใกล้เข้ามาทำให้ฉันอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก รอยยิ้มอันสดใสนั้นฉันจะจดจำไปตลอดชีวิต กล้องอยู่ในมือแท้ๆแต่ฉันไม่อาจยกมันขึ้นถ่ายได้ และต้องขอบคุณshawolเกาหลีสองสามคนที่ช่วยก้าวเข้ามาขวางทางน้อง ยื้อเวลาให้ฉันได้ชื่นชมต่ออีกนิด และโดยไม่รู้ตัวเลย ฉันยื่นมือออกไปสัมผัสแขนขวาของเขา โอ้ แม่เจ้า นางฟ้าของฉันมีตัวตนอยู่จริง บอบบาง สง่างาม และสวยน่ารักอย่างไม่น่าเชื่อ

ก่อนน้องๆจะก้าวขึ้นรถ ฉันเพิ่งสังเกตว่ามิโนเดินอยู่ข้างแทม (แอบปลื้ม ตามประสาแม่ยก2min) และฉันเพิ่งมารู้ทีหลัง(จากคำบอกเล่าของน้องฉัน)ว่าฉันเดินเบียดจินกิ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด (ขอโทษค่ะหู้) ฉันหัวเราะร่า กะว่าจะไม่ซักเสื้อโค้ทและล้างมือไปอีกหลายวัน

หลังรถแวนของน้องเคลื่อนหายไปจากสายตา ได้เวลากลับโซล น้ำตาแห่งความดีใจเริ่มรินไหล และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด น้องพาฉันขึ้นรถบัสกี่สายจำไม่ได้ เพราะมัวแต่นั่งร้องไห้อย่างไม่แคร์สายตาคนเกาหลี การได้พบแรงบันดาลใจ ได้สัมผัสบุคคลผู้ช่วยให้ฉันผ่านช่วงเวลายากลำบาก จนได้พบกับความสุขในปัจจุบัน..แม้เพียงไม่กี่นาที มันช่างคุ้มค่ากับความพยายามและทุกสิ่งอย่างที่ฉันทุ่มเท

ประมาณห้าทุ่ม น้องคนเก่งพาฉันกลับมาถึงโรงแรม ก่อนร่วมฉลองความสำเร็จด้วยมาม่าเกาหลี และคงไม่มีมาม่าถ้วยใดอร่อยไปกว่านี้ เพราะฉันได้กินมันด้วยหัวใจพองโตและดวงตาที่บวมเป่งจนดูไม่ได้ ฮาฮา ไม่เกี่ยวกันเลย แต่เชื่อไหม ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ฉันพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง                    

 

            

                           


แฟนคลับ [2]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    9
    Comments
    0
    Fanclub
    2


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog