คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Finally : KaiTaem [kaixtaemin short fiction] Finally : KaiTaem [kaixtaemin short fiction] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

Pretty Look, Sweet Smile. 

Falling in the voices of angel, Only Look at fairy eyes.  

From Dreary Past till Shining Present.

In the end, Lee Taemin, You are mine.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 เม.ย. 58 / 11:08




ไค หกฤดูหนาวเวียนผ่าน เคยได้ยินมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งกี่หน เสียงเรียกหาหวานใสแฝงความห่วงใยเปี่ยมล้น สามารถเร่งจังหวะหัวใจผมได้เสมอ

ผมรีบหันสบสายตาใจดีของหนุ่มหน้าสวย อายุห่างกันไม่ถึงปี และทำได้แต่อมยิ้มรับทราบความหวังดี เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้หายตื่นเต้น รอยยิ้มหวานหยดของชายนี่ อี แทมิน มีแต่เร้าให้หัวใจเพื่อนและรุ่นน้องคนนี้สั่นไหว จนไม่เป็นอันทำอะไร

“ Fighting! ” คือถ้อยคำให้กำลังใจจากรอยยิ้มสดใส ก่อนม่านเวทีเลื่อนเปิด ผมเฝ้ามองการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจตะลึงพรึงเพริศ อัศจรรย์ใจทุกครั้ง เมื่อความร่าเริงพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ผมสูดลมหายใจเข้าลึก หันมองเวทีเบื้องหน้า รีบก้าวตามไม่รอช้า แม้นว่าทุกการเคลื่อนไหวแคล่วคล่องของคนด้านข้าง จะดึงดูดใจจนแทบไม่อาจละสายตา

.

.

.

Flash back

S.M. Open Weekend  Audition Casting ปี 2005

คิม จงอิน ครั้นลูกชายวัยสิบเอ็ดขวบไม่ยอมทำตามคำบอก น้ำเสียงผู้เป็นแม่เริ่มดุ เราคุยกันเข้าใจแล้วไม่ใช่เหรอ สู้อุตส่าห์เฝ้าตะล่อม กล่อมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาอย่างดี กลับมาตายน้ำตื้น ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าตึก

ผมอยากกลับบ้าน เด็กน้อยเหลือบมองประตูกระจกตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนเบ้ปาก หมุนตัวกลับหลังหัน และในจังหวะเดียวกัน...

ดวงตาดื้อรั้นสะดุดเข้ากับเสื้อกันหนาวสีแดงสดของเด็กอีกคน ผู้เพิ่งก้าวลงจากรถยนต์ส่วนตัวของตน ดวงตากลมโตชำเลืองมองมาเพียงชั่วอึดใจ

แทมิน สู้ๆนะลูก ถ้อยคำให้กำลังใจและรอยยิ้มอ่อนโยนจากสตรีวัยปลายสามสิบ เรียกร้องความสนใจจากเด็กชายนามว่าแทมินหมดสิ้น จงอินเผลอจดจ้องใบหน้าขาวผ่องตาไม่กระพริบ

ครับ แทมินส่งยิ้มหวานขานรับเสียงใส ฉวยจับมือแม่ไว้มั่น ขณะเดินตรงไปยังทางเข้า ผ่านหน้าเด็กชายแปลกหน้าผู้เอาแต่หันมองตามตน จนทำให้รู้สึกอึดอัด

จงอิน..เพื่อนเหรอจ้ะ มารดาผู้เฝ้ามองพฤติกรรมผิดปกติของลูกได้สักพัก ตัดสินใจเอ่ยทัก เมื่อสายตาของลูกเข้าข่ายก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว ของเด็กชายหน้าสวยจนเกินงาม

ในวินาทีนั้น ชัดเจนว่าคำถามของมารดา ไม่ได้มีโอกาสเข้าหูเด็กชายจงอินแม้แต่น้อย พลันเห็นชายเสื้อหนาวสีแดงหายวับเข้าไปในตึกไวๆ ออมมา เร็วหน่อยสิครับ จงอินรีบคว้ามือมารดา ดึงให้เดินตามเข้าประตู ท่าทีร้อนรน

.

.

.

การแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนครั้งแรก ใช้เวลาไม่ถึงนาที ทว่าในทุกวินาทีภายใต้แสงสี ทุกการเคลื่อนไหวตามท่วงทำนองเพลงล้วนเร่งจังหวะหัวใจให้เต้นถี่ เด็กใหม่อย่างผมได้แต่ภาวนา อย่าได้มีใครสังเกตเห็นปลายนิ้วสั่นไหวน้อยๆนี้ เว้นเสียแต่...

ทำได้ดี แทมินฉวยจับมือผมบีบให้กำลังใจ ก่อนพาเดินหลบศิลปินและผู้คนสาวเท้าผ่านไปมาขวักไขว่ ด้านหลังเวทีมันวุ่นวายอย่างนี้เองหรือ แต่เอาเถอะ ไม่ใช่เวลามาใส่ใจ

ขอบใจ ผมอมยิ้มส่งให้ สายตาแสดงออกบอกความรู้สึกไปไหนต่อไหน ไม่แปลก หากการสารภาพความในใจแบบไม่มีปิดบังนี้ จะทำให้เพื่อนขี้เขินรีบเบือนพวงแก้มสีเลือดฝาด หันไปโค้งคำนับและส่งยิ้มทักทายคนรู้จักไปทั่ว

การเป็นรุ่นน้อง..ต้องนอบน้อม โดนเพื่อนสอนมารยาททางสังคมเข้าให้

รวมถึงการโปรยยิ้มหวานไม่เลือกด้วยเหรอ ผมตั้งคำถามหน้าตาย ชวนให้เพื่อนคลายฝ่ามือออกทันทีทันใด

จงอิน ในฐานะรุ่นพี่ เราแนะนำนายด้วยความหวังดี เอาเข้าไป กระทั่งการติติงด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ยังถูกผมมองว่าน่ารักน่าหยิก

ผมรีบคว้ามือเพื่อนจับกระชับ ดึงรั้งพร้อมลดจังหวะการย่างก้าวลง จงใจเว้นระยะห่างจากรุ่นพี่อึนฮยอก ที่บัดนี้สับขาเดินตัวปลิวไปไกล

อะไรของนาย? แทมินเหลียวหลังหันกลับมาสบตา พร้อมตั้งคำถาม

โดยไม่ใส่ใจผู้คนรอบด้าน ผมออกแรงฉุดให้เพื่อนเซเข้าหา เร่งโน้มเข้ากระซิบ ขอกำลังใจ ออดอ้อนด้วยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนฉวยโอกาสกดจุมพิตข้างหู รวดเร็ว ทว่าหนักแน่นพอทำให้แทมินหน้าแดงมาถึงหู ชัดเจนจนสามารถสังเกตเห็น

นะ..นาย ตามคาด ต่อหน้าสาธารณชน เพื่อนซี้ไม่เคยโหวกเหวก ริมฝีปากน่าจูบอ้ำอึ้งเสียจนผมนึกอยากผนึกจุมพิตปลอบขวัญ

เร็วสิ ชักช้าอยู่ได้ คราวนี้ กลายเป็นผมต้องจับมือเพื่อน เริ่มต้นพาออกวิ่ง มุ่งตรงไปยังจุดนัดหมายต่อไป ด้วยหัวใจพองโต

.

.

.

ย้อนกลับไปปี 2005...

เนื่องจากเตรียมตัวมาไม่ดี คิมจงอินจึงไม่ผ่านการคัดตัวในครานั้น แต่ด้วยมีเป้าหมายใหม่มุ่งมั่น เด็กน้อยผู้มีความสามารถทั้งการร้องและเต้นเช่นพรสวรรค์ สามารถผ่านการแข่งขันในรายการต่อมาได้อย่างไม่ยากเย็น

ครูขอแนะนำ..คิม จงอิน..ผู้ชนะจาก the singing jjang of 10th SM Teen best contest เขาจะเข้าฝึกหัดร่วมกับเพื่อนเธอ ทำความรู้จักกันเอาไว้ ขณะครูผู้สอนพร่ำพรรณนาที่มาของตน จงอินผู้กระตือรือร้นคอยแต่กลอกตามองหาใครอีกคน กระทั่งพบเจอตามประสงค์

การสบสายตาหนสอง ยาวนานกว่าหนแรกนิดหน่อย ทว่าเพียงพอทำให้เด็กน้อยจงอินหยักยิ้มกว้างอย่างไม่สมเหตุสมผล      

เอาล่ะ ถึงเวลาเริ่มเรียนกันเสียที ครั้นสิ้นคำครูประกาศ จงอินรีบก้าวเข้าไปนั่งตรงที่ว่าง ด้านข้างเด็กชายหน้าหวานทันที

อันยอง เราคิมจงอิน นายล่ะ หันไปส่งยิ้มสดใสให้เด็กชายวัยไล่เลี่ย รีบเอ่ยทักทาย ไม่รอช้า

ทว่าด้วยท่าทีเคร่งขรึมแตกต่างจากเด็กใหม่สิ้นเชิง อย่าคุยในเวลาเรียน เด็กชายตากลมกลับขานตอบด้วยถ้อยคำตำหนิติติง จงอินรับฟังแล้วถึงกับหงอย

แต่แล้วหลังเงียบงันไปชั่วอึดใจ อีแทมิน ด้วยรู้สึกผิดหรืออะไรมิทราบ ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากเด็กชายด้านข้าง จงอินรีบหันไปมองเจ้าของแก้มป่องทันที เราชื่ออีแทมิน ยินดีที่ได้รู้จัก อันรอยยิ้มน่ารักแรก แม้มีให้เห็นไม่กี่วินาที ยังคงประทับใจจงอินมาถึงทุกวันนี้  

สามปี กับ..อีแทมิน..เด็กชายผู้เก็บเนื้อเก็บตัว แม้สนิทสนมกันพอสมควร จงอินกลับไม่กล้าลำดับนับว่าตนเป็นเพื่อนสนิทได้เต็มปาก ทำไมน่ะหรือ...

จงอิน แทมินล่ะ คือคำถามจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน ได้ยินทีไร หงุดหงิดใจทุกที

บ่อยครั้ง ในเวลาพัก แทมินมักหายไปจากห้องเรียน มุ่งสู่ชั้นดาดฟ้า ไม่รู้สิ จงอินโกหก ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก

บนบันไดขั้นสุดท้าย หลังบานประตูแง้มเปิดน้อยๆ จินกิฮยองร้องเพลงเพราะจัง ได้ยินคำชื่นชมจากเพื่อนมอบให้ใครอีกคน เจ็บแปลบตรงอกซ้ายทุกครั้ง กระนั้น จงอินจำต้องยอมจำนนต่อทักษะและเสียงร้องอันไร้ที่ติของรุ่นพี่อีจินกิ เจ้าของบุคลิกอ่อนโยนยากเลียนแบบ

แทมินก็เก่งเหมือนพี่ได้ ขอแค่ขยันฝึกฝน น่าน้อยใจ เมื่อคำแนะนำจากรอยยิ้มอบอุ่น สามารถกระตุ้นรุ่นน้องผู้มุ่งมั่นขยันฝึกฝนไม่ลืมหูลืมตา และประสบผลสำเร็จตามคำกล่าวของพี่เขา ในอีกไม่กี่เดือนถัดมา...

จงอิน เราจะได้ debut แล้ว แทมินวิ่งเข้ามากอดเพื่อนซี้หน้าเหมือนอย่างลืมตัว และค่อยๆผละออกห่าง เมื่อตระหนักว่าปฏิกิริยาตอบกลับของเพื่อน มันผิดปกติพิกล

จงอินในวัยสิบห้ารีบโอบรอบเอวเพื่อน ไม่ยอมให้ถอยหนี แทมินสบตาเพื่อนซี้หวังมองหาเหตุผล หมายความว่า... จงอินพยายามเรียบเรียงคำถาม การ debut หมายถึงหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่การเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนักหน่วง อัดเสียง ถ่ายMV เตรียมตัวเฉิดฉายอยู่ภายใต้แสงสีของวงการบันเทิง และเป็นที่รู้จักของสาธารณชน ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับจงอิน ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่...

แทม เราจะได้เจอกันบ้างไหม? ฟังเห็นแก่ตัว ทว่าจงอินคนตรงไม่อยากเก็บข้อสงสัยใดไว้ในใจ

ให้ตาย จงอิน นายห่วงเรื่องแค่นี้อะนะ แทมินหัวเราะครึ้ม ถามเพื่อนสนิทกลับอย่างไม่อยากเชื่อ

ใช่ จะว่าไป ความหนักแน่นในน้ำเสียงและสีหน้าของจงอิน ทำให้แทมินขัดเขินจนต้องแสร้งหยักยิ้มกลบเกลื่อน

เราสัญญา ด้วยกำลังรู้สึกเคอะเขินอย่างไม่เคยเป็น การสบสายตาเพื่อนตรงหน้าเพื่อเอ่ยคำสัตย์ กลับกลายเป็นเรื่องยากเย็น ระหว่างเรากับนาย..จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือข้อความจากใจ แทมินไม่เคยโกหกใคร

ทั้งนี้ สีหน้าเพื่อนกลับเศร้าสร้อย จนแทมินทนไม่ได้ ทำไมล่ะ จงอิน นายไม่เชื่อเราเหรอ เอ่ยปากถามทันที ไม่สบายใจอย่างยิ่ง

แทมิน เพียงคำขานเรียกสั้นๆ หนักแน่นพอทำให้หัวใจไร้เดียงสาสั่นไหว สักวัน..เราจะทำให้นายเปลี่ยนใจ จงอินประกาศกร้าว พร้อมหยิกแก้มแดงให้ยิ่งแดงก่ำ

แทมินพยายามเบือนหน้าหนี และนิ่งขึงทันทีที่เพื่อนซี้เลื่อนฝ่ามืออบอุ่นประคองแก้มป่องอย่างอ่อนหวาน ใจจริงอยากซักไซ้ให้รู้เรื่อง ติดตรงแทมินในวัยสิบห้าทำได้แต่เฝ้ามองจงอินค่อยๆโน้มเข้าหา ด้วยใบหน้าร้อนผ่าวและสมองมึนชา

ทันใดนั้น หลังพลั้งกลั้นใจไปกว่าสามวินาที แทมิน เสียงขานเรียกทุ้มต่ำ ทำให้รุ่นน้องผู้อ่อนน้อมต้องหันมองต้นเสียงร่างสูงพลัน

ครับ มินโฮฮยอง แทมินรีบขานรับ จงอินหันมองรุ่นพี่ตาคมแล้วโค้งคำนับ พยายามไม่แสดงสีหน้าตามความรู้สึกขุ่นเคืองในหัวใจ

ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มินโฮก้าวเข้ามาใกล้รุ่นน้องทั้งสอง ยกมือทักทายจงอินเร็วๆ ก่อนหันมองทางแทมินแล้วยื่นมือส่งให้ ไปกัน คือคำชักชวนแกมสั่ง ที่ทำให้แทมินกล้าหาญเพียงชำเลืองสบตาเพื่อนเร็วๆ แลส่งมือให้มินโฮเดินจูงออกจากห้องอย่างว่าง่าย ขณะจงอินได้แต่ทอดสายตามองตามด้วยรู้สึกครั่นคร้าม และไม่ไว้วางใจ

.

.

.

การแสดงชุดสองของผมจบลง ทว่าของใครอีกคนกำลังดำเนินอยู่ ผมยืนกอดอกคอยเฝ้ามอง กระทั่งเพื่อนร่างผอมในแจ๊คเก็ตหนังวิ่งเข้ามาหลังเวที การสบสายตาเพียงเสี้ยววินาทีถือว่ามีค่ามากมาย               

นายเยี่ยมมาก เพราะยืนห่างไกลกันพอสมควร ผมทำได้แต่โบกไม้โบกมือเรียก รีบขยับปากชื่นชมเพื่อนอย่างไร้เสียง และถึงเพื่อนยังจงใจทำหน้าตาบูดบึ้งใส่ ผมรู้ว่าแทมินรับทราบคำชมจากพวงแก้มสีเลือดฝาด ชวนให้อยากวิ่งเข้าไปหอมสักหนึ่งฟอดใหญ่

คิดถึงจัง อยากตะโกนดังๆ ทว่าพลันเหลือบเห็นรุ่นพี่จงฮยอนหันมองมา ผมจำเป็นต้องยับยั้งความตั้งใจ ครั้นนึกอยากก้าวเข้าไปใกล้ รุ่นพี่ลูฮันกลับเกี่ยวแขนผมรั้งไว้ทันทีทันใดเช่นกัน

หมั่นไส้นั่นคือเหตุผลของการกักตัวผมไว้

โธ่ ฮยองครับ ปล่อยผมนา เพราะตระหนักว่าการเกาะเกี่ยวติดชิดระหว่างผมกับรุ่นพี่ลูฮันคนสวย ไม่เคยก่อผลดีหากเพื่อนรักสังเกตเห็น     

พี่หวังดีนะ ถึงห้ามน่ะ พี่ลูฮันรีบโน้มเข้ากระซิบตักเตือน อย่าไปยุ่งกับแทมินเลย พี่ๆเค้าหวงกันจะตาย

เอ้ย! ทว่าผมกลับเลือกไม่ใส่ใจและอุทานออกมาเสียงดัง พลันเห็นแทมินหันกลับหลังเริ่มต้นเดินฝ่าฝูงชน รีบเร่งประหนึ่งมีเจตนาหนีหน้า พี่ลูฮันถลึงตาใส่ผมทันที

ไค! ได้ยินเสียงเรียกไล่หลังของพี่ลูฮันอยู่หรอก ทว่าสองขามันยังรั้นย่างย่ำตามใครอีกคนไม่หยุด ไม่รู้จะแก้ไขนิสัยเสียนี้อย่างไร

.

.

.

กลางปี 2010

ไค! ครั้นน้องเล็กของตนเอาแต่ต่อเก้าอี้ ชะเง้อมองการฝึกซ้อมของวงรุ่นพี่ ไม่สนใจเสียงเรียกของตน น้ำเสียงของลูฮันเริ่มเข้มงวดเช่นหน้าตา

อีกแป๊บเดียว เดี๋ยวผมตามไป จงอินเอ่ยบอกส่งๆ สองตาจับจ้องแต่คนผมยาวในห้อง ไม่เคยได้เหลือบมองหน้าตาบึ้งตึงของลูฮันสักครั้ง

ไม่ล่ะ พี่จะยืนรอนายตรงนี้ เพราะรู้จักนิสัยน้องชายดี ถ้าตนไม่ยืนเฝ้า มีหรือ จงอินจะยอมทำตามคำสั่ง

ทั้งนี้ จงอิน หรือ ไคแห่งEXO ยังไม่ยอมละสายตาจากน้องเล็กแห่งวงชายนี่ ซึ่งบัดนี้ถูกแต่งหน้าทำผมเสียจนเพื่อนสนิทอย่างตนแทบจำไม่ได้

“ HER WHISPER IS THE LUCIFER ” จงอินเผลอเปรยเนื้อร้องท่อนหนึ่ง ดูเหมือนจะเข้าถึงอารมณ์เพลงได้ไม่ยาก        

เสื้อกั๊กหนังดำสนิทและกางเกงสีแดงสด ขยับไปตามการเคลื่อนไหวแคล่วคล่องของนักร้องหนุ่มวัยสิบเจ็ด อีแทมินในนาทีนี้ดูมีเสน่ห์มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะอะไร จงอินพร่ำตั้งคำถาม เพราะผมยาวเรียงเส้นพลิ้วไหว หรือดวงตาแต่งอายลายเนอร์โฉบเฉี่ยว ไม่ใช่ ผิวเผินเกินไป จงอินตำหนิอารมณ์ลุ่มหลงเพียงภาพลักษณ์ภายนอกของตนทันที จงอินรู้จักเพื่อนสนิทดีกว่านี้ เพราะพัฒนาการก้าวกระโดดจนน่าอิจฉาต่างหาก ทั้งการร้องและการเต้น ล้วนผสานกันได้อย่างลงตัวและเข้มแข็ง จนจงอินไม่อาจละสายตาจากการฝึกซ้อมตรงหน้าสักวินาที

เย้ๆๆๆ เสร็จซะที เห็นรุ่นพี่คิบอมเหยียดแข้งขาคลายความเมื่อยล้า ทันทีที่กิจกรรมประจำวันสิ้นสุด

ไปหาข้าวกินกันดีกว่า รุ่นพี่จินกิชักชวนสมาชิกชายนี่ด้วยรอยยิ้ม

ให้ไวเลย ฮยอง ผมหิวจะแย่ รุ่นพี่จงฮยอนเดินนำออกประตู รวดเร็วกว่าคนอื่นเป็นปกติ

ครั้นแทมินผู้กำลังวุ่นอยู่กับการหันมองหาสิ่งของของตน เหลือบเห็นพี่ๆทยอยเดินออกจากห้องทีละคน รอผมด้วย รีบขานเรียกเสียงดัง

ทำอะไรหายอีกล่ะ หนึ่งเดียวผู้ยังคงอยู่ คือรุ่นพี่ร่างสูง..ชเว มินโฮ..ค่อยๆย่อตัวลงนั่งข้างน้องเล็กขี้ลืม จงอินจับจ้องทุกการเข้าใกล้ หัวคิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากัน

มือถือครับ เฮ้ออออ แทมินถอนใจเฮือกใหญ่ หันมองหาอุปกรณ์สื่อสารของตนอีกรอบ ก่อนทรุดกายลงนั่งทับส้น เหนื่อยใจ

นายนี่นะ ปากพี่พร่ำบ่น ขณะสองมือเริ่มยกถุงนู่น เลื่อนกล่องนี่ ช่วยน้องหาของหาย สีหน้าเรียบเฉย

ผมล่ะเบื่อตัวเองจริงๆ แทมินบ่นพึมพำพลั้งทำแก้มป่อง มินโฮเหลือบมองน้องแล้วลอบอมยิ้มขบขัน และเมื่อมั่นใจว่าตนค้นหาภายในห้องฝึกจนถ้วนทั่ว..

ในเป้น่ะ หาดูดีๆแล้วหรือยัง มินโฮเหลียวมองยังเป้ผ้าข้างตัวน้องหน้ามุ่ย ก่อนก้าวเข้าคุกเข่าและเอื้อมคว้า หมายช่วยตรวจดูอีกรอบ

อันความใกล้ชิดกะทันหันทำให้แทมินผงะถอยอัตโนมัติ พลันสังเกตเห็นแก้มขาวเจือสีชมพูระเรื่อ มินโฮอมยิ้มน้อยๆ ค่อยๆวางเป้ในมือลง ก่อนหันเหความสนใจทั้งหมดมาอยู่กับคนน่ารักตากลม

ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ปากว่าประหนึ่งเข้าอกเข้าใจ แต่เหตุไฉน มินโฮยังไม่หยุดโน้มเข้าหาใบหน้าตื่นตระหนก มือข้างถนัดยื่นจับไหล่น้องไม่อนุญาตให้ถอยหนี

ฮยอง แทมินเปล่งท้วงตามสัญชาตญาณ เกรงใจเสียจนเสียงใสฟังไร้น้ำหนักสิ้นดี

นายรู้ใช่ไหม..ว่าพี่ต้องการอะไร มินโฮเอ่ยถาม สีหน้าจริงจัง

มินโฮฮยอง แทมินรีบส่งเสียงตัดพ้อ..ใช่ พอรู้..เพียงแต่ตนปิดหูปิดตามาตลอด ไม่พร้อมเปิดใจ

พี่จะนับหนึ่งถึงสามมินโฮยื่นข้อเสนอ แทมินรับฟังด้วยแววตาวูบไหว แล้วแต่นายตัดสินใจ น้ำคำฟังใจกว้าง ตรงกันข้ามกับการเคลื่อนเข้าหา เวลาและระยะห่างอันกระชั้นชิด มันบีบคั้นหัวใจใสซื่อ จนคนน้องเริ่มมือไม้สั่น

หนึ่ง พลันมินโฮเริ่มนับ แทมินรีบก้มหน้านึกคิด ราวหนึ่งปีให้หลัง สายตาที่พี่ใช้มองมาเรียกได้ว่าหวานซึ้ง คอยแต่เร้าให้หัวใจน้องหวั่นไหว สอง ร่วมกับการประคบประหงมเฝ้าดูแลไม่ห่าง ในยี่สิบสี่ชั่วโมงแทบไม่เคยเว้นว่าง ถึงการงานจะหนักหน่วงและยากลำบาก พี่ไม่เคยละความพยายาม คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ

แทมินช้อนตามองใบหน้าคมเข้มอีกครั้ง ความชิดใกล้จนทำให้ตนเผลอกลั้นใจ กำลังทำให้สองตาพร่าเลือน เกินมองเห็นคำตอบอันชัดเจน

สาม สิ้นเสียงทุ้ม หนุ่มน้อยค่อยๆหลับตาลง ไม่อาจผลักไสทำร้ายเจ้าของลมหายใจอบอุ่น เรากำลังจะเสียจุมพิตแรกจริงๆใช่ไหม ตั้งคำถามด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นและสับสน    

ฉับพลัน “ !?! ” ครั้นได้ยินเสียงเรียกเข้าดังมาจากข้างกาย แทมินถือโอกาสผละจากพี่ เบือนหน้าหนีจุมพิตฉิวเฉียด รีบควานหามือถือที่นอนหลบอยู่ก้นกระเป๋าเป้ใบโตของตน กดรับทันที

จงอิน! ดูจะตกใจจนเกินเหตุ แทมินพลั้งขานเรียกปลายสายซะเสียงดัง ชวนให้มินโฮชำเลืองมองทันที หา..แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า? ” น้ำเสียงอัดแน่นด้วยห่วงใยมากมายของคนน้อง กำลังทำให้พี่ผู้เฝ้ามองรู้สึกอิจฉา ทว่ายังแสร้งแสดงสีหน้าเรียบเฉยแย่จริง..จงอิน ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน!?! เมื่อรับทราบว่าสถานการณ์ทางปลายสายค่อนข้างเลวร้าย แทมินพลันผุดลุกยืน รีบล้วงหยิบหมวกกับเสื้อคลุมออกจากเป้ ร้อนรนจนเกือบลืมใครอีกคน

แทม มินโฮรีบคว้าข้อมือน้องดึงไว้

แล้วผมจะรีบกลับมา คำสัญญาจากเจ้าของแววตาไร้เดียงสา ทำให้มินโฮไม่อาจฝืนรั้งน้องไว้อีกต่อไป   

.

ไค นายไปโกหกแทมินแบบนั้นได้ไง ลูฮันรีบกระซิบตำหนิน้องทันที

จงอินรีบสอดมือถือเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง กระโดดลงจากเก้าอี้มายืนอยู่บนพื้นคล่องแคล่ว ชูว์ จุ๊ปากห้ามรุ่นพี่ผู้หวังดี อย่าเพิ่งโหวกเหวก น่านะ ลูฮันฮยอง ผมขอล่ะเกี่ยวแขนพี่ออดอ้อน เคยใช้มุกนี้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้งกี่หน

ไม่อะ ลูฮันกลั้นใจปฏิเสธ พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการหน่วงเหนี่ยว เฮ้ย พี่บอกว่าไม่ไง กระนั้น ยังถูกรุ่นน้องตัวดีลากให้เดินตามมาหยุดอยู่ตรงมุมตึก เห็นแทมินสาวเท้าออกมาจากห้องฝึกว่องไว

ผมฝากที่เหลือด้วยนะฮยอง จงอินรีบรวบรัดตัดบท ก่อนผลักลูฮันถลาเข้าหาใครอีกคน ผู้เพิ่งก้าวโผล่พ้นประตูห้อง หมายตามน้องเล็กของตนติดๆ   

วินาทีนี้ ถึงนึกอยากบีบคอน้องเล็กตัวแสบที่เพิ่งวิ่งหนีไปอีกทางให้ตายคามือ ลูฮันทำได้แต่หยักยิ้มแหยส่งให้ชายตาคม ที่ตนเกือบเสียหลักชนตรงหน้า

อ้าว มินโฮ แหะๆ เป็นการทักทายอย่างไร้ปฏิสัมพันธ์อันดีตอบกลับ มินโฮโน้มศีรษะทักทายลูฮันเร็วๆ ตาคมยังคงจดจ้องแต่หลังน้องเล็ก ผู้กำลังก้าวลงบันไดไวๆ เมื่อกี้ได้ยินอนยูฮยองถามถึงนายอยู่แหนะ ด้วยหัวอกพี่ ลูฮันแสนดีนึกเกลียดตัวเองสุดๆก็เวลานี้   

.

หลังรีบสวมแจ๊คเก็ต ใส่หมวกไหมพรมปิดบังผมยาว แทมินหยุดเหลือบมองหนทางปราศจากแฟนคลับ ก่อนสาวเท้าออกจากประตูข้าง เลี้ยวซ้ายตรงไปยังจุดหมายซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

ในมุมร่มรื่นหนึ่งของสวนสาธารณะ ที่เด็กฝึกหัดมักมาวิ่งออกกำลังกายทุกเย็น พลันแลเห็นเพื่อนซี้นั่งคอตกอยู่บนม้านั่งตามลำพัง แทมินรีบเร่งฝีเท้า สีหน้าเป็นกังวล

จงอิน! อีกสักประมาณสามสี่ก้าวจะเข้าถึงตัว แทมินเปล่งเสียงนำฟังวิตก จงอินเงยหน้าสบตาเพื่อน แล้วหยักยิ้มเหยเก แสร้งทำเป็นทุกข์ระทม

ยิ่งเห็นเช่นนั้น แทนที่จะก้าวนั่งเคียงข้าง แทมินกลับรีบคุกเข่าลงกับพื้นดิน ไหน..เจ็บตรงไหน? ตากลมรีบกลอกมองใบหน้าและแขนขาไร้รอยขีดข่วนของเพื่อนสนิท นึกคลางแคลงนิดๆ เพียงแต่ยังร้อนใจเกินมาจ้องจับผิด

จงอินลอบอมยิ้มน้อยๆ ก่อนเปลี่ยนสีหน้าจริงจังขณะเอื้อมจับมือคนซื่อมาวางไว้แนบอก เจ็บ..ตรงนี้ ค่อยๆเอ่ยบอก ชัดถ้อยชัดคำ

ครั้นได้สบตาเพื่อนสนิท แทมินพลันหยั่งรู้ทุกสิ่ง กระนั้น ไหนบอกว่าถูกทำร้าย แสร้งถามหาคำอธิบาย ใคร..ใครทำร้ายนาย? นึกโมโหอยู่หรอก เพียงแต่คิดว่าอย่างน้อย คำลวงหลอกของเพื่อนแสนดี สมควรมีที่มา     

จงอินกระหยิ่มยิ้มมุมปาก ก่อนยื่นมือออกคลอเคลียแก้มขาวอย่างอ่อนหวาน อี แทมิน คือคำตอบ หรือประสงค์เพียงเรียกขาน เพราะยังไม่แน่ใจ แทมินทำแต่สบตาเพื่อนกลับ รอดูทีท่า

ทำไมนายไม่หนี? คำถามจากคนตรง บอกให้แทมินรู้ว่าจงอินรู้เห็นเหตุการณ์ภายในห้องนั่น ฉะนั้น มันได้ผิด หากตนจะส่งสายตาตำหนิการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเพื่อนซี้

หนี..ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ต่อหน้าเพื่อน แทมินทำปากเก่งไปเรื่อย

แต่การเผชิญหน้าอย่างสิ้นคิด มันไม่ฉลาดเอาเสียเลย จงอินต่อว่าตามตรง

นายรู้ได้ไงว่าเราไม่คิด พลันหมดอารมณ์ดื่มด่ำสัมผัสอ่อนโยน แทมินเบือนหน้าหนี เถียงกลับทันที

ถ้านายคิดจริง มีหรือเราจะไม่รู้ จงอินหยักยิ้มมุมปาก ก่อนถอนใจเหนื่อยหน่าย คนบ้างานอย่างนาย เคยคิดเรื่องอื่นซะที่ไหน แม้นลึกลงคงเรียกได้ว่าเป็นอริ ในความเป็นจริง จงอินกลับเข้าใจความรู้สึกของมินโฮดีกว่าใคร

ยากโต้ตอบ เมื่อทุกคำบอกล้วนเป็นจริง แทมินกระดากเกินต่อล้อต่อเถียง จึงค่อยๆลุกยืนพร้อมปัดเศษดินติดกางเกง กลับกันเถอะ ชักชวนโดยปราศจากการสบสายตา ก่อนเริ่มต้นเดินนำไปด้านหน้า ไม่สนใจใยดี

หนึ่ง เสียงนับหนึ่งจากเพื่อนสนิท ทำให้แทมินชะงักชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนก้าวเดินต่ออย่างมุ่งมั่น

สอง แตกต่างจากความรู้สึกในห้องฝึกสิ้นเชิง ยิ่งเหินห่างจากใครอีกคน หัวใจสับสนกลับยิ่งหวั่นไหว แทมินไม่รู้เงื่อนไขของการลำดับนับเลขของเพื่อนเสียด้วยซ้ำ ไฉนสองขาถึงได้หนักอึ้ง แต่ละย่างก้าวล้วนยากเย็นเข็ญใจ

ให้ตาย หลังฝืนเร่งฝีเท้าเสียเกือบกลายเป็นวิ่ง ทันทีที่สิ้นเสียงนับ สาม แทมินกลับหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น น้ำตาพลันเออรื้นคลอเบ้า นึกอยากร่ำไห้อย่างไร้เหตุผล

ล้อเล่นพอหรือยัง ครั้นตระหนักว่าบุคคลด้านหลังกำลังก้าวเข้ามาใกล้ แทมินเปล่งถามเสียงสั่น สองหมัดกำแน่นดูน่ากอบกุมมากกว่าดุดัน พลันถูกใครอีกคนสวมกอดรอบเอว แทมินสะดุ้งรับ รีบเหลียวหลังสบตาเพื่อนรักแทบไม่ทัน

ขอโทษที เราแค่อยากรู้อะไรบางอย่าง จงอินยิ้มกริ่มให้กับดวงตาขุ่นเคืองและสีหน้าแสดงเครื่องหมายคำถามของเพื่อน

เมื่อตระหนักว่าตนไม่มีภูมิต้านทานมากพอสบสายตาพร่ำบอกทุกความรู้สึก แทมินรีบเบือนหน้ามองรถยนต์เคลื่อนผ่านถนนไร้ผู้คน บรรยากาศยามอาทิตย์ใกล้อัสดง ทำให้สรรพสิ่งภายใต้ร่มไม้ครึ้มแลมืดสลัว ดูไม่กระจ่างชัดเยี่ยงไม่กี่นาทีก่อน      

น่าน้อยใจ จงอินเปรยแผ่วเบา เรียกร้องความสนใจจากคนสวยในอ้อมกอดได้ประมาณหนึ่ง ทีกับเรา..นายมักหนีอยู่เรื่อย คำกล่าวหาต่อมาทำให้จงอินต้องรีบกระชับวงแขน ไม่ยอมให้เพื่อนบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยง

จงอิน นี่นายจะทำให้เราโกรธจริงให้ได้ใช่ปะ แทมินรีบข่มขู่ กลบเกลื่อนความจริงที่เพื่อนเพิ่งเอ่ย

ฮาฮาฮา เพียงแต่จงอินไม่เคยเห็นความเป็นไปได้ในคำพูดเอาตัวรอดนั่น เรารู้แล้วนะ แทม เมื่อไหร่นายจะรู้ซะที จงอินเริ่มชี้ชวนเข้าประเด็น ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

รู้อะไร? ทว่าแทมินยังดื้อแพ่ง ทำไม่รู้ไม่ชี้

รู้ว่า... จงอินจงใจกระซิบข้างใบหูบาง แทมินรีบหันหนีลมปากชวนให้จั้กจี้ พลั้งสบสายตาหวานซึ้ง ถูกตรึงให้นิ่งอยู่อย่างนั้น มินโฮฮยองไม่มีวันได้จูบแรกของนาย

แทมินรับฟังด้วยสีหน้าตื่นตะลึง และยิ่งตระหนกจนหัวใจสั่นเทาไม่เป็นท่า เมื่อคำกล่าวอ้างอันมั่นใจนั่นถูกกระทำให้เป็นจริงในไม่กี่วินาทีต่อมา

จูบแรก..แผ่วเบา ทว่าเนิ่นนานพอสลักทุกสัมผัสแสนหวาน ติดตรึงไปชั่วชีวิต จงอิน ระหว่างจูบแรกแลหนสอง แทมินมีโอกาสเปล่งประท้วงแค่นั้น ครั้นจุมพิตอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน ความรู้สึกขวัญผวาพลันบังเกิด แทมินรีบผลักอกเพื่อนยับยั้งทุกสัมผัสเกินเลย

พลั่ก! หนึ่งหมัดถูกปล่อยกระทบหน้าเพื่อนรักไม่ทันได้คิด และกลายเป็นแทมินเด็กดีที่ตกใจกับการกระทำเลวร้ายของตนจนมือสั่น

แทม! พลันเห็นเพื่อนจิตใจดีเตรียมจะวิ่งหนี จงอินรีบคว้าจับเรียวแขนขาวไว้มั่น

เราต้องไปแล้ว แทมินหันมองความมืดรายรอบเร็วๆ รีบเอ่ยบอกเพื่อนร้อนรน กระนั้นในตอนต้น จงอินไม่ยอมกระทำตามคำของ่ายดาย เรารับปากพี่เขาไว้ จึงอ้างเอ่ยเหตุผลลำดับสอง บีบคั้นหัวใจใครอีกคนจนเผลอคลายแรงจับกุม ขอโทษ คือสองพยางค์เปี่ยมความรู้สึกผิดสุดท้าย ก่อนแทมินจะชิงวิ่งหนีหายไปต่อหน้าต่อตา      

.

.

.

หลังจากรีบวิ่งตาม กระทั่งอยู่ในระยะห่างมากพอไม่ให้ถูกสังเกตเห็น ผมเริ่มชะลอความเร็วและย่างก้าวเป็นจังหวะปกติ

ครับ...ผมเดินออกมาแล้ว จากบนสนทนาผ่านมือถือบางช่วงบางตอนของเพื่อน ดูเหมือนแทมินกำลังมองหาหรือนัดพบกับใครอีกคน มากกว่าหึงหวงผมกับพี่ลูฮันแล้วชิงหนีหน้า ผมยอมรับว่าผิดหวัง

แทม นายกำลังคุยกับใคร? ตั้งคำถามด้วยหัวใจไหวหวั่น หากเป็นเขาคนนั้น ผมคง...โกรธมากเช่นในวินาทีนี้

มินโฮฮยอง ผมอยู่นี่ แทมินโบกมือเรียกพี่เริงร่า ทว่าสำหรับผม มันดูแจ่มใสเกินเรียกว่าไร้เดียงสา

และแน่นอน ผมจับจ้องทุกการโอบกอดแลลูบศีรษะอย่างเอ็นดูชมออกนอกหน้าของรุ่นพี่มินโฮไม่วางตา ยิ่งได้เห็นสองพี่น้องหายเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยท่าทีลับๆล่อๆ สองมือเผลอกำหมัดแน่น สองขาเร่งพากายาไปยืนพิงประตู ลอบรับรู้สถานการณ์ภายใน   

ในนี้..จะดีเหรอครับ คำถามฟังลังเลของเพื่อน เร่งจังหวะหัวใจคนคิดลึกอย่างผมได้มากมายระดับหนึ่ง

ทำไมล่ะ คำถามยอกย้อนกลับ ฟังไร้สำนึกสิ้นดี

อึดอัดออก... แทมินบ่นอุบ อันที่จริง ห้องแต่งตัวไม่ได้คับแคบ หากใช้งานแค่นั่งโอภาปราศรัย

ไม่หรอกนา หึหึ เสียงหัวเราะไม่น่าไว้วางใจทำให้ผมขบกรามแน่น

ฮยองอะ อย่ามัวเล่นสิ เสียเวลา พลันสิ้นเสียงเอ่ยเร่งของเพื่อน ผมไม่อาจทนอยู่เฉยอีกต่อไป

ปึ้ง! ” ผมจัดหนึ่งหมัดหนักๆกระแทกประตู รีบหันหลังทำเป็นก้มเก็บสิ่งของ ในจังหวะที่พี่มินโฮเปิดประตูออกมาชะเง้อหน้ามองหาต้นเสียงก้าวร้าว สีหน้าประหลาดใจ

ใครเหรอครับ? ได้ยินเสียงน้องตะโกนถามพี่จากในห้อง

อืม ไม่เห็นมีใคร มินโฮหันซ้ายขวามองดูผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ไม่พบสิ่งผิดสังเกต โอ้ แทมินนี่ รอพี่ก่อนนะ พี่ลืมของไว้ในรถน่ะ พลันฉุกนึกถึงสิ่งของสำคัญ มินโฮรีบหันกลับไปแจ้งน้อง ก่อนสาวเท้ายาวๆกลับไปยังรถตู้บริษัทซึ่งจอดรอตนอยู่ห่างไกลพอสมควรทันที

เมื่อรุ่นพี่ร่างสูงเดินหายไปจากหัวมุมตึก ผมมุ่งตรงไปยังประตูบานเดิม หลับตาเพื่อสงบสติอารมณ์ชั่วครู่ ก่อนเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้อง หงุดหงิดกับคำทักทายของคนในห้องตงิดๆ

กลับมาเร็วจังครับ แทมินผู้กำลังจัดแต่งผมหน้าม้าของตนหน้ากระจก เปล่งทักก่อนหันกลับมามองผู้มาใหม่ จงอิน! ” จากหน้าตาตระหนกและการผงะถอยจนชนโต๊ะด้านหลัง การมาของผมทำให้เพื่อนตากลมตกใจใช่เล่น เออ..คือ.. อย่ามาทำเป็นตีหน้าซื่อ เวลานี้ ผมไม่อารมณ์ดีพอรอฟังคำอธิบายอ้ำอึ้ง

นายกำลังทำอะไร? ผมยิงคำถาม พร้อมก้าวเข้าหา

ไม่เกี่ยวกับนาย แทมินแจ้งบอก ชัดเจนทุกถ้อยคำ

ผมเหลือบมองช่อดอกไม้บานสะพรั่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนเร่งก้าวเข้าคว้าข้อมือคนตรงหน้า เผลอบีบจนแดงก่ำ ดอกไม้..อีกแล้วเรอะ เหอะ ผมเปรยเย้ยหยัน 

ใช่ แทมินเชิดหน้าแผดเสียงใส่ไม่ยอมแพ้ อย่างน้อย พี่เค้าก็ไม่ใจร้ายพอเหยียบย่ำสิ่งสวยงามเหล่านั้น เหมือนใครบางคนเคยทำ เหน็บได้เจ็บแสบถึงใจ     

แทมิน ผมขบกรามเอ่ย พร้อมสบตาเพื่อน ดุดันพอทำให้ร่างผอมบางสะท้านวาบ บอกมา..นายอยากให้เราอ่อนโยนเหมือนพี่เขา ถามก่อนกดจุมพิตหนักๆบนหน้าผากมน แลเริ่มต้นไซร้ลงต่ำ หรือกำลังตั้งใจเร้าให้เราโมโห...เหมือนตอนนั้น...กันแน่ ฝากคำถามที่ทำให้แทมินเม้มปากเบือนหน้าหนี ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไร้ซึ่งการผลักไส

.

.

.

Flash back

จากช่วงเวลาย่ำค่ำในสวนสาธารณะ จวบจนจบการโปรโมท album hello repackage แทมินคอยแต่หลบเลี่ยงการพบปะกับจงอินมาโดยตลอด จนแล้วจนรอด...

แฟนคลับของนายนี่ขยันเอาใจดีนะ คิมคิบอมเหลียวมองดอกทานตะวันในมือน้องเร็วๆ จากเว็บไหนเหรอ? เห็นแต่ของ ไม่เคยเห็นตัวคนให้สักที คิบอมอดสงสัยมิได้

แหะๆ แทมินซื้อเวลาคิดหาคำตอบ ด้วยเสียงหัวเราะขัดเขิน ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ตัดสินใจตอบเลี่ยง ไม่อยากให้เกิดหัวข้อถกเถียง เพียงเพราะดอกไม้ทั้งหมดถูกส่งมาจากรุ่นพี่มินโฮ

อืม คิบอมรับฟังแล้วครุ่นคิด ทว่าพลันเหลือบเห็นชุดเสื้อผ้าหลังบานกระจกเตะตาต้องใจ ทุกข้อสงสัยมีอันเลือนหาย คิบอมรีบคว้ามือน้องเลี้ยวเข้าร้านค้าทันที    

สำหรับไอดอลชื่อดัง การหาเวลาว่างมาเดินช็อปปิ้งถือว่าเป็นเรื่องยาก ห้างหรูใกล้บริษัทจึงกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมและสะดวกสบายที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้น มันหมายรวมถึงเด็กฝึกหัดคนอื่นๆที่มีพื้นฐานทางบ้านร่ำรวยพอนำมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีรายได้ ดั่งเช่น...

จงอิน..อา..ต้องเป็นไคสินะ ครั้นบังเอิญเข้าไปพบกับคนคุ้นเคย ผู้กำลังเดินเลือกเสื้อผ้าอยู่ก่อนหน้า  คิบอมเปล่งทักเสียงใส

คิบอมฮยอง จงอินโน้มศีรษะทักทายรุ่นพี่กลับ ก่อนเหลือบมองเพื่อนสนิทซึ่งกำลังหมุนตัวหันหลังกลับ ทำท่าจะชิ่งหนี แทมิน จงใจขานเรียก รั้งตัวไว้อย่างรู้เท่าทัน

จะไปไหนอะ แทมินนี่ อยู่กับพี่ก่อนสิ คิบอมหันไปเห็นแล้วรีบเกี่ยวแขนน้อง พลางออกคำสั่งแกมเว้าวอน แล้วนายล่ะ มาคนเดียวเหรอ คิบอมเริ่มชวนคุยเยี่ยงคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ใส่ใจสีหน้ามุ่ยตุ้ยของน้องด้านข้าง 

ฮันยอง คิบอมชิ ลูฮันผู้เพิ่งออกมาจากห้องลองเสื้อ เปล่งเสียงทักมาแต่ไกล จงอินได้แต่ยักไหล่ คงไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม

สนิทกันดี คิบอมชื่นชมอย่างจริงใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นแก้มป่องพองลมของคนด้านข้าง ตรงกันข้ามกับลูฮัน ผู้ได้ประสบเข้ากับความขุ่นเคืองในแววตาหวานอย่างจัง

คิบอมชิ พวกเราไปเดินดูตรงนู้นดีกว่า ลูฮันรีบสาวเท้าเข้าจูงคิบอมก้าวไปอีกทางอย่างรู้งาน  

ระหว่างกันมีเพียงราวเสื้อผ้าขวางกั้น แทมินชำเลืองมองชายหนุ่มอายุอ่อนกว่าตนเร็วๆ นึกหมั่นไส้สรีระสูงใหญ่เกินวัยในสเวตเตอร์สีแดงก่ำ จงอินจับจ้องแก้มป่องของคนปากเก่ง อยากหยิกให้หายหมั่นเขี้ยวสักครั้ง ขายาวย่างก้าวเป็นจังหวะเดียวกับร่างเพรียวในเสื้อไหมพรมเขียว ขณะแทมินคอยแต่ก้มหน้าแสร้งมองเสื้อผ้า พยายามไม่ใส่ใจสายตาเปี่ยมเสน่ห์และรอยยิ้มขบขัน กระทั่งมาบรรจบพบกันตรงทางเดิน ไร้สรรพสิ่งกีดขวาง

เลือกได้หรือยัง จงอินถามด้วยรอยยิ้ม

ยัง แทมินตอบสั้นๆ เร่งก้าวไปยังราวถัดไป

จงอินรีบสาวเท้ายาวๆก้าวตาม เว้นระยะห่างพอให้คนตัวเล็กกว่าไม่รู้สึกอึดอัด เฝ้ามองแทมินหยิบเสื้อกางเกงสองชุดยกเทียบกัน ใช้เวลาในการตัดสินใจนานพอสมควร

เลือกมาก..ระวังจะไม่ได้อะไรสักอย่าง จงอินเอ่ยแนะแกมจิกกัด

แทมินหันกลับมาส่งสายตาอาฆาตทันควัน ว่าแต่เรา..แล้วนายล่ะ ตากลมกลอกมองสองมือว่างเปล่าของเพื่อนปากไม่ดี และเอ่ยถาม

เราเลือกแล้ว การตอบรับฉับพลันของคนตรงหน้าทำให้แทมินพูดไม่ออก เราเลือกมานานแล้ว จงอินย้ำให้เพื่อนได้ยินชัดๆอีกครั้งพร้อมก้าวเข้าหา แทมินรีบถอยห่างและพลาดสะดุดขาตัวเอง เกือบจะหกล้มก้มจ้ำเบ้าหากไม่ถูกคนตรงหน้าฉุดรั้ง       

จงอิน..ไม่..ไค เพราะถูกย้ำสั่งให้ขานนามในวงการเวลาอยู่นอกบริษัท แทมินยังไม่คุ้นกับชื่อใหม่ของเพื่อนนัก รู้สึกเหินห่างยามได้เอ่ย ปล่อย รีบออกคำสั่งแผ่วเบา เมื่อสังเกตเห็นสายตาใคร่รู้ของพนักงานและลูกค้าในร้าน

เราเลือกนาย ตั้งแต่แรกก้าวลงจากรถ จนมายืนตัวสั่นงกๆและพูดจาไม่รู้เรื่องอยู่ตรงนี้ จงอินพร่ำสารภาพความรู้สึกอย่างไม่อายปาก แรงบีบรอบข้อมือขาวไม่เคยผ่อนคลายตามคำสั่ง

นี่นาย! แทมินพลั้งตวาดอย่างเหลืออด ให้ตาย เป็นการสารภาพรักที่ไร้ความโรแมนติกสุดๆ แทมินโกรธจนพูดไม่ออก

ห้องลองชุดอยู่ทางไหนครับ แทมินกัดฟันเอ่ยถามพนักงานขายด้วยรอยยิ้มใจเย็น ก่อนรีบจูงเพื่อนตัวดีลากเข้าห้องริมในสุด หลบเลี่ยงสายตาประชาชน 

โดยไม่รอให้ทันตั้งตัว ตึ้ง! คนตัวใหญ่กว่าถูกผลักจนเสียหลักถอยกระแทกผนัง จงอินทำหน้าเหยเกรับความเจ็บปวด เพื่อนตัวเล็กแรงน้อยเหมือนภาพลักษณ์ภายนอกเสียเมื่อไหร่

หยุด! ครั้นเห็นจงอินทำท่าจะก้าวเข้าหา แทมินรีบยกมือห้ามพร้อมออกคำสั่งเสียงเข้ม  

เหมือนเช่นทุกครั้ง ใบหน้ามุ่ยตุ้ยเกือบทำให้จงอินหลุดขำ กระนั้น การรั้นทำตามใจคงไม่ช่วยให้คนดื้อเงียบอย่างแทมินยอมผ่อนปรนทิฐิของตน

แล้วนายจะทำอะไร จึงตัดสินใจกอดอกยืนพิงผนัง เอ่ยถามความประสงค์ค่อยเป็นค่อยไป

แทมินแย้มยิ้มเป็นต่อ ปรายตามองเพื่อนอย่างมีเลศนัย ลองชุด ตอบคำถามพร้อมปลดเป้ลงกองกับพื้น ยื่นดอกไม้ในมือส่งให้เพื่อนถือให้ จงอินเฝ้ามองเพื่อนถอดเสื้อไหมพรมออกเหลือไว้เพียงเสื้อยืดคอกลมและ...

เฮ้ย..เดี๋ยว! เมื่อสกินนี่ยีนส์ทำท่าจะถูกดึงลง จงอินรีบทักท้วง แทมินเงยหน้าสบตาเพื่อน ถามหาสาเหตุของการส่งเสียงดังทันที เอ่อ..ไม่มีอะไร รีบลองซะสิและกลายเป็นจงอินต้องเสมองเพดานอย่างเสียมิได้      

แทมินหัวเราะครึ้ม ก่อนถอดยีนส์ของตน นำแขวนได้ด้านข้าง แล้วเอื้อมหยิบยีนส์ตัวใหม่ลองสวมใส่ หันมองกระจกสบายอกสบายใจ

เป็นไง? ถามความเห็นเพื่อน ด้วยรอยยิ้ม

จงอินชำเลืองมองกระจกเงาเร็วๆ อืม ตอบสั้นๆ ก่อนเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

เห็นท่าทีของจงอินแล้วแทมินยิ้มกริ่ม เริ่มสนุกกับการแก้เผ็ดเพื่อนปากเปราะ ยืนเฉยอยู่ได้ ช่วยกันบ้างดิ แสร้งตำหนิ หน้าตาหงุดหงิด

ช่วยอะไร จงอินจำต้องหันมาสบตาเพื่อนเพื่อไถ่ถาม

แทมินก้มมองเสื้อของตนเพื่อบอกเป็นนัย อย่าให้ผมยุ่งนะ สั่งการเสร็จสรรพ

จงอินกลืนน้ำลายลงลำคอเหือดแห้ง ก่อนลุกยืนซ้อนด้านหลัง ยื่นมือออกไปจับชายเสื้อ ค่อยๆดึงผ่านศีรษะและผมบรอนซ์เซ็ตทรงมาอย่างดีลำบากลำบน แต่แล้ว ด้วยไม่ทันระวังพลั้งทำช่อทานตะวันในมือหล่น แทมินแลเห็นผ่านกระจก รีบหันหลังกลับมาก้มหยิบดอกไม้กลีบเหลืองประคบประหงม

ระวังหน่อยสิ มินโฮฮยองอุตส่าห์... ปากหลุดขานชื่อต้องห้าม โดยมิได้ตั้งใจ

ว่าละ จงอินรับทราบแล้วฉุนขาด สงสัยอยู่ว่าทำไมต้องถือติดตัวไม่ห่าง ตั้งข้อสังเกตด้วยรอยยิ้มเยาะ

น้ำใจจากพี่เขาเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถปฏิเสธ แทมินรีบอธิบาย ไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิด

แล้วทีกับเรา..จงอินก้มมองดอกไม้ ขบกรามเอ่ย นายกลับปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เงยหน้าสบสายตาหวาดหวั่น พร้อมคว้าจับบ่า ผลักเพื่อนถอยชิดกระจกเงา แทมินรีบใช้มือข้างว่างปัดป้องเท่าที่สามารถกระทำ

จงอิน! พลันซอกคอถูกคนตรงหน้าก้มลงซุกไซ้ แทมินรีบผลักไส เร่งเปล่งเรียกหวังให้เพื่อนตั้งสติ

ในสภาพเปลือยท่อนบน แทมินตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลายแง่ ครั้นคิดจะวิ่งหนีออกด้านนอกก็อับอายขายหน้า แต่จะกัดฟันปล่อยให้เพื่อนลูบไล้ผิวขาวอย่างย่ามใจต่อไป ไม่ดีแน่...

คุยกันก่อน..ได้มั๊ย? แทมินลองอ้อนวอน

จงอินได้ยินแล้วลอบยิ้มกริ่ม ยอมผละริมฝีปากจากบ่าขาว เงยหน้าสบสายตานักเอาตัวรอด นิ่งเฉยชั่วครู่พอทำให้เพื่อนถอนใจอย่างโล่งอก เรารักนาย คือแก่นสารของทุกการพูดคุย ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืด      

ด้วยจุมพิตอ่อนหวาน แทมินไม่อาจเปล่งเสียงค้าน ฝ่ามือร้อนยังคงรุกไล่ระราน กระดุมกางเกงตัวใหม่ถูกปลดอย่างใจเย็น เปิดทางให้จงอินสอดอุ้งมือเข้าเคล้าคลึง แทมินสะดุ้งรับสัมผัสแปลกใหม่ หัวคิ้วสวยขมวดพันกันยุ่ง สองขาเริ่มบ่ายบิดเช่นร่างกาย เผลอครวญครางคลายความกระสับกระส่ายไม่อาจทน สมองสับสนเคลิบเคลิ้มไปกับทุกจังหวะรูดเร้าสุขสม ลมหายใจหอบกระเส่ามีแต่เร้าให้คนเหลิงยิ่งเร่งมือ

ฉับพลัน แทมินนี่ เสียงเรียกของคิบอมจากอีกฝากฝั่งประตู ทำให้แทมินนิ่งขึง นายอยู่ข้างในหรือเปล่า? คำถามง่ายๆที่น้องเล็กแสนดีไม่มีปัญญาตอบในวินาทีนี้

ครับ กลายเป็นจงอินผู้ส่งเสียงตอบรับแทน แทมิน อยู่กับผมครับ ริมฝีปากยิ้มกริ่มเอ่ยขยายความ สุ้มเสียงทุ้มต่ำเยี่ยงปกติ ขณะมือหนึ่งยังขยับปฏิบัติภารกิจไม่ขาดตกบกพร่อง แทมินเม้มปากค้อนใส่เพื่อนตัวแสบแทบไม่ทัน        

พี่กับลูฮันจะเดินไปร้านข้างๆ นายสองคนตามไปทีหลังนะ คิบอมนัดแนะเสียงใส ก่อนเดินจากไปโดยไร้ข้อสงสัย

เงียบงันเพียงชั่วอึดใจ จงอินสบสายตาขุ่นเคืองตรงหน้าอีกครั้ง หยักยิ้มมุมปากอย่างไร้สำนึก เพี๊ยะ! ถึงจะโดนตบซะแก้มชา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังมีเปื้อนใบหน้าคมเข้ม และทันทีที่เห็นเพื่อนรักเตรียมจะตบหน้าตนอีกครั้ง จงอินรีบฉวยจับข้อมือขาวยับยั้ง

หน้าด้าน..ใช่..เรายอมรับ แต่ถ้าให้ทนเจ็บช้ำๆ..ไม่ล่ะ เราไม่ได้ดีเด่เหมือนใครบางคนจงอินแจ้งบอกดวงตาแข็งกร้าว ก่อนฉวยดึงช่อดอกไม้ออกจากมือเพื่อน เหวี่ยงลงพื้นแล้วกดส้นรองเท้าบดขยี้ให้เห็นกับตา แทมินก้มมองกลีบทานตะวันบอบช้ำ โมโหสุดขีด ทว่าไม่ทันได้ตอบโต้ กลับถูกคนตัวโตจับพลิกกายหันเข้าหากระจก รวบข้อมือจับไพล่หลัง

กางเกงตัวใหม่ถูกถลกลง แก้วตาหวานฉายแววพรั่นพรึง ครั้นจะออกปากห้าม เสียงสมควรเป็นภาษากลับแตกพร่า ในวินาทีถูกคนใจร้ายล่วงเกิน น้ำตาแห่งความร้าวรานพลันหลั่งไหล

รู้อะไรไหม เพื่อนรัก เสียงกระซิบแผ่วเบาสอดคล้องกับการแทรกสอดเนิบช้า แทมินพลั้งกัดริมฝีปากจนแดงก่ำ กับนาย..เราไม่มีวันเสียใจ จงอินเอ่ยบอกพร้อมกดสะโพกถลำลึก ย้ำให้เพื่อนจดจำทุกความรู้สึกไปจนวันตาย     

.

.

.

พลันหวนนึกถึงความเจ็บปวดระคนสุขสันในวันวาน แทมินสั่นสะท้าน แม้เหตุการณ์ผันผ่านมาได้สองสัปดาห์ ทุกรสสัมผัสตราตรึงไม่เคยเลือนหาย ติดแต่...   

จงอิน อย่า.. โดยไร้ท่าทีกระด้างกระเดื่อง แทมินเพียงแต่หันมองทางอื่น และเอ่ยห้ามฟังเศร้าสร้อย ส่วนตัวผมเองไม่เลวพอต่อยอดทุกการกระทำล่วงเกิน จึงตัดสินใจนิ่งขึง วงแขนยังรัดรึง

แทมินค่อยๆเกยคางวางบนบ่าและสวมกอดผมกลับ ความรู้สึกเดือดดาลพลันเปลี่ยนเป็นแปลกใจและละอายจนไม่กล้าเผชิญหน้า อ้อมกอดแสดงความเป็นเจ้าของค่อยๆผ่อนคลายกลายเป็นอ่อนโยนเช่นสมควรทำ

ขอโทษ ผมบอกสิ่งสมควรเอ่ย สำหรับวันนี้และวันนั้น แม้ว่าหลังเกิดเรื่อง เพื่อนไม่เคยแสดงท่าทีเคืองโกรธให้เห็นสักครั้ง

โดยปราศจากคำตอบรับหรือปฏิเสธ แทมินถอยห่างพลางสบตาผมนิ่ง ปะ..ไปกันเถอะ ไม่ต่างจากคาดการณ์ เพื่อนเอ่ยชักชวนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..ไม่มีอะไรพิเศษ

แล้ว..มินโฮฮยอง ผมเหลียวมองช่อดอกไม้บนโต๊ะ ยังอุตส่าห์ตั้งคำถามลองใจ

ดอกไม้นั่น..ไม่ใช่ของเรา แทมินเฉลยด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นของใคร เราบอกนายไม่ได้ มันเป็นเซอร์ไพรซ์น่ะ สรุปว่าผมเข้าใจผิดอย่างแรง บ้าจริง

ผมได้แต่ยืนคอตก ขณะรับฟังเสียงหัวเราะครึ้มของคนน่ารัก การเป็นน้องเล็กผู้นอบน้อม ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นคนรักที่ว่าง่าย คำเปล่งเปรยเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ชวนให้ผมเงยหน้ามองแก้มใสซึ่งบัดนี้มีสีแดงระเรื่อเราจะหนีนายไปเรื่อยๆ แทมินหันมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มขี้เล่น ก่อนก้าวเดินนำไปยังประตูทางออก ตามให้ทันก็แล้วกัน ประกาศซะชัดเจนขนาดนั้น ชีวิตรักของผมคงเหน็ดเหนื่อยพิลึก

ครั้นจงอินเอาแต่ยืนเกาหัวจนผมยุ่ง ไคชิ ชายนี่แทมิน รุ่นพี่ผู้เคร่งครัดแกล้งขานเรียกเสียงดัง ก่อนยื่นมือส่งให้ ด้วยรอยยิ้มน่ารักและแววตาเปี่ยมความหวัง เร็วสิ อย่าให้เรารอนาน คำเร่งแฝงความนัย ชวนให้ขายาวขยับก้าวไปข้างหน้า พลันสองมือได้สอดประสาน จงอินลอบยิ้มกริ่มพร้อมตั้งปณิธาน ว่านับจากนี้ ตนจะไม่ปล่อยให้เด็กเอาแต่ใจ มีโอกาสวิ่งหนีอีกต่อไป  



ปล. ไคแทม หลงรักตั้งแต่แรกเห็น ^///^
ขอบคุณที่อ่าน ขอบคุณสำหรับ comment <3<3<3


 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ supernoona จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

23 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 มกราคม 2559 / 14:49
    ตายๆ ชอบการบรรยายของไรเตอร์มาก  ได้อารมณ์สุดๆ

    อ่านจบแล้วเขินจะบ้า >. < 
    #23
    0
  2. #22 Tw0MinnIE (@lotus2012) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 11:43
    ไค....นายครั้งแรกกับแทมในห้องลองชุดเลยเหรอ ใจร้อนจริงๆนะพ่อคุณ. อิจฉาไคชิจังได้แฟนสวยนะเรา ^^
    #22
    0
  3. วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 08:45
    ชอบคู่นี้อะRealที่สุดแต่คนเอามาจิ้นน้อยมาก...ไรเตอร์แต่งต่อนะFrighting!
    #21
    0
  4. วันที่ 9 มกราคม 2556 / 20:50
    ฮิ้ววววววว รักแรกพบเลยอ่ะ 



    ไคแทมน่ารักที่สุด
    #20
    0
  5. #19 min.ai
    วันที่ 8 ธันวาคม 2555 / 12:37
    สนุกมากๆเลยค่ะ แต่งอีกเยอะๆนะคะ

    อ่านแล้วยิ่งอินจัด ให่กำลังใจและเชียร์ไคมากเลยค่ะ
    #19
    0
  6. #18 tam
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 21:23
    ไรท์เตอร์สุดยอดมากอ่ะ ไคแทม T_T สนุกมาก เราตามหามานานแล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ

    ปล.แต่งอีกน้าาา
    #18
    0
  7. วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 22:09
    กรี๊ดกร๊าด! ตกหลุมรักคู่นี้อ่ะ ><
    #17
    0
  8. #16 แม่ยกไคแทม
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 17:08
    อ่านแล้วปริ่ม และฟินมากค่ะ กรี๊ดดด อิฉากห้องลองชุด เอิ่มมม

    ฉากที่ชอบที่สุดก็คือนับหนึ่งสองสาม มันหน่วงมากๆ
    #16
    0
  9. วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 21:20

    �??ชอบจังเลยค่ะ -/-

    จงอิน... ทำกับแทมินได้-,.-

    #15
    0
  10. วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 13:12
    ชอบคู่นี้สุดๆ ><
    #14
    0
  11. #13 liwen
    วันที่ 4 สิงหาคม 2555 / 09:41
    โฮกกกกกกกกกก สุดๆอ่ะฟิคเรื่องนี้

    ไคแทมมีน้อยมากกก ก ขอบคุณค่าาา ^^
    #13
    0
  12. วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 / 20:09
    แต่เราก็หามันจนเจอ~~~

    อ๊ากกกกกก  หาเจอจนได้!!  ไคแทม  

    สนุกมากกก

    เอาอีกเยอะๆเลยค่า 555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 กรกฎาคม 2555 / 20:26
    #12
    0
  13. วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 / 16:51
    หาฟิคคู่นี้ตั้งนาน
    ชอบไคเเทม อยากให้เเต่งเป็นเรื่องอะ
    #11
    0
  14. วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 / 23:43
    แว๊กกก สนุกมากเลย 
    ถึงจะเป็นแม่ยกทรูมินแต่ก็ยอมให้ไคแทมด้วยก็ได้นะ
    หลงรักคู่นี้เบาๆ -///-
    #10
    0
  15. วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 20:22
    หลงเบาเบา อ่านหลายรอบมากอ่ะ
    เบื่อเมื่อไหร่ก็อ่าน สนุก มากกก ><

    #9
    0
  16. #8 Mamatriangle
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 23:00
    ไรเตอร์อราหาฟิคไคแทมอ่านนานมากค่ะ

    แล้วก็เจอเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวรึเปล่า 555

    ขอบอกว่าชอบมากกก ทั้งภาษา และเนื้อเรื่องที่ดำเนินเรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ อิอิ

    ชอบตอนไคบอกกับแทมินว่า เราเลือกแล้ว อินเนอร์มากๆ ฟีลมาเต็มร้อยเลย

    อ่านไปก็ลุ้นไป นึกว่าแทมชอบมินโฮซะอีก 5555 โล่งใจมากพอรูัว่าไม่ใช่



    ปล.แต่งอีกได้ไหมไรเตอร์ เอาแบบยาวก็ดีแบบสั้นก็ได้ แต่อยากอ่านอีก 5555

    ขบอคุณมากๆนะคะ
    #8
    0
  17. วันที่ 22 เมษายน 2555 / 09:20
    สนุกมากกกกก
    อ่านแล้วเชียร์คู่นี้เลยอ่ะ
    ชอบตอนที่ไคบอกว่า "เราเลือกแล้ว" มากๆๆ ^^
    #7
    0
  18. #6 รักแสง
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 02:32
    อร๊ากกกหลงคู่นี้สุดๆแต่งอีกน๊าาาา แต่งได้น่ารักมากกกอร๊ายยยย555=.,,=
    #6
    0
  19. #5 Sherlock
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 12:23
    ไรเตอร์แต่งอีกอ่ะ ชอบมาก



    หาอ่านคู่นี้ไม่ค่อยมีเลย
    #5
    0
  20. #4 Icezii
    วันที่ 5 มีนาคม 2555 / 20:00
    กรี้ดดดดดดด ไคแทม น่ารักอะ ชอบค่ะชอบ ;))))
    #4
    0
  21. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 08:40
    writer แต่งคู่นี้อีกนะคะ
    Please eeee
    #3
    0
  22. วันที่ 30 มกราคม 2555 / 10:50
    กรี้ดดดดลงคู่นี้แล้ว  อยากให้แต่งคู่นี้อีกได้มั้ยไรเตอร์ 5555555

    แบบยาวก็ได้นะ 
    #2
    0
  23. วันที่ 29 มกราคม 2555 / 13:31
    หนูก็หลงคู่นี้เหมือนกันค่ะะ

    ิอิอิอิ
    #1
    0