หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    10 ธ.ค. 60

ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวถอยหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าเป็นใครภามไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหญิงสาวจึงเปลี่ยนคำพูด

                “ขอโทษนะครับคุณหนูเปรมมิกาแต่ดูเหมือนว่าคุณน่าจะเป็นคนผิด” บอกเสียงเรียบเขาเดินมาถูกทางแล้วหญิงสาวนั่นล่ะที่เดินผิดทางเอง “ใครกันแน่ที่ซุ่มซ่าม”

                “กล้าว่าฉันเหรอ” กำมือแน่นพยายามระงับความโกรธ “นายนั่นล่ะผิดไม่เห็นคนรึเปล่าถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมานายจะรับผิดชอบไหวเหรอ” ยังคงเถียงข้างๆ คูๆ อย่างไม่ยอมแพ้

                “ก่อนที่คุณจะเป็นอะไรผมว่าคุณน่าจะต้องไปทำแผลที่สีข้างก่อน ยอมรับความผิดแค่นี้จะตายไหมคุณ”

                “อย่างนั้นนายก็ควรไปผ่าหมาออกจากปากก่อนแล้วค่อยกลับมาเป็นหมอ ปากแบบนี้รักษาคนไข้ได้ยังไงก็ไม่รู้” หมออะไรปากจัดยิ่งกว่ากรรไกรอีกใช่ผู้ชายแท้รึเปล่าก็ไม่รู้

                “เผอิญว่าผมใข้สมองรักษาไม่ได้ใช้ปาก ว่าแต่คุณล่ะใช้อะไรทำงานปากหรือสมอง” ถามแล้วมองใบหน้าบึ้งตึง

                “นี่นาย อะ...ไอ้หมอบ้า” ชี้หน้าว่าตอนนี้เธอโมโหจนหาคำมาว่าเขาไม่ออกไหนจะอาการปวดหันนี่อีก ดูเหมือนว่าภามจะไม่สนใจรอฟังคำว่าเพราะชายหนุ่มเดินเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งแล้ว เปรมมิกาสูดหายใจเข้าปอดลึกระงับความโกรธก่อนจะเดินเข้าไปในตึกเพื่อพบหมอที่นัดเอาไว้

 

                “คุณมินจะไปไหนเหรอครับ” ลดกระจกถามคนที่กำลังเดินอยู่ริมฟุตปาธ

                “ไปเรียนค่ะ”

                “อย่างนั้นให้ผมไปส่งนะครับ พอดีผมจะไปธุระแถวนั้นพอดี” เอ่ยชวนแต่ดูเหมือนหญิงสาวยังลังเล “ขึ้นเถอะครับผมจอดรถตรงนี้นานไม่ได้ขวางทางรถเมล์”

                สุดท้ายมินตราก็ยอมขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจนักเธอไม่อยากจะสุงสิงกับเพื่อนพี่สาวต่างมารดา แต่ทำไมชายหนุ่มจึงชอบมายุ่งกับเธอนักก็ไม่รู้ทั้งๆ ที่แสดงว่าไม่อยากสนทนาด้วยเท่าไร

                “ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าโรงแรมเหรอครับ” ถามเพราะเข้าไปตรวจงานแต่กลับไม่พบหญิงสาว

                “ช่วงนี้ฉันยุ่งๆ กับวิทยานิพนธ์”

                “แล้วใกล้เสร็จรึยังครับ”

                “เดือนหน้าคงเสร็จค่ะ” ตอบสั้นๆ เหมือนเคย

                ภูผายังคงถามหญิงสาวอีกหลายคำถามก่อนจะถึงมหาวิทยาลัยแต่ดูเหมือนเธอจะประหยัดคำพูดเหมือนเดิม เขาต้องทำยังไงหญิงสาวจึงจะยอมคุยด้วยยาวๆ

                “ขอบคุณมากค่ะ”

                “ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณมินทำธุระนานไหมครับ” ถามก่อนที่หญิงสาวจะลงจากรถ

                “ทำไมเหรอคะ”

                “ถ้าไม่นานเดี๋ยวผมจะได้รอแล้วเราไปหาอะไรกินกันไหมครับ สารภาพตรงๆ ว่าตั้งแต่เที่ยงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย” ประโยคท้ายชายหนุ่มทำให้เสียงให้น่าสงสาร

                “คงไม่เกินครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณรอได้” อาจจะเป็นเพราะประโยคสุดท้ายที่ทำให้หญิงสาวใจอ่อนขึ้นมา

                “ผมรอได้ครับ” รีบตอบออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

                มินตราไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีกหญิงสาวเดินขึ้นไปบนตึกเพื่อเอาวิทยานิพนธ์ไปส่งอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงร่างบางก็เดินลงมาและพบว่าชายหนุ่มนั่งรถอยู่หน้าตึก

                “เสร็จแล้วเหรอครับ ไปกันเลยไหม”

                “ค่ะ”

                “ว่าแต่คุณมินอยากกินอะไรครับ วันนี้ผมให้คุณเลือก” ถามเมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย

                “ฉันแล้วแต่คนพาไปมากกว่าค่ะเพราะฉันกินได้ทุกอย่าง” คนไม่เรื่องมากบอก

                “อย่างนั้นอาหารไทยไหมครับ”

                “ได้ค่ะ”

                “โอเคครับรับรองว่าคุณมินจะต้องชอบร้านนี้แน่ๆ” บอกด้วยความมั่นใจ

                “แน่ใจขนาดนั้นเลยเหรอคะว่าฉันจะชอบ”

                “แน่ใจครับ เดี๋ยวถึงแล้วต้องตอบความจริงนะครับว่าชอบไหม” ชายหนุ่มหันไปบอก ระหว่างขับรถอยู่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเมื่อเห็นชื่อขึ้นตรงหน้าจอภูผาก็ยิ้มออกมาก่อนจะบูทูธรับ “ว่าไงครับคนสวย เราอยู่ข้างนอกน่ะแล้วเปรมเป็นอะไรมากรึเปล่าไปหาหมอรึยัง อย่าลืมกินยาล่ะถ้ารู้ว่าทิ้งยาอีกเมื่อไรเราจะไปฟ้องหมอนะ ครับคิดถึงครับแล้วพรุ่งนี้เราแวะไปหานะ” คุยกับปลายสายครู่หนึ่งก่อนจะวาง

                “คุณมินหิวรึยังครับ” หันไปถามคนข้างๆ

                “ยังค่ะ” มินตราตอบเสียงเรียบ ดูเหมือนว่าคำหวานชายหนุ่มจะมีให้เปรมมิกาตลอดไม่ใช่แค่คำหวานแต่เลยไปถึงความรักความห่วงใยเอาใจใส่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนอย่างเปรมมิกาไม่ควรได้รับเพราะหญิงสาวไม่ได้ให้ใคร

                ไม่นานภูผาก็เลี้ยวเข้ามาในร้านอาหารที่มีต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้อย่างร่มรื่นรวมไปถึงผลไม้ยืนต้นอีกหลากหลายชนิด และยังมีซุ้มใต้ต้นไม้เอาไว้ให้ลูกค้าได้เลือกนั่ง

                “คุณมินจะนั่งริมน้ำหรือว่าใต้ต้นไม้ดีครับ”

                “ใต้ต้นไม้ดีกว่าค่ะ”

                “อย่างนั้นเชิญทางนี้เลยครับ”

                “ขอบคุณค่ะ” เอ่ยตอบแล้วเดินตามไปเงียบๆ เธอชอบบรรยากาศของร้านนี้ไม่นึกว่าร้านแบบนี้จะแฝงตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร       

                “ผมเดาว่าคุณชอบ” บอกหลังจากนั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว

                “ค่ะฉันชอบ ว่าแต่คุณภูมาที่นี่บ่อยเหรอคะ” ถามเพราะดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี

                “ไม่ถึงกับบ่อยหรอกค่ะแต่จะมากับเฉพาะคนพิเศษเท่านั้น” ร้านนี้เป็นประจำของตนเองมาหลายปีเพราะรู้จักสนิทสนมกับเจ้าของร้าน

                “สวัสดีนายภูวันนี้พาสาวที่ไหนมาด้วย” เสียงห้าวของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้าง

                “คุณมินน้องสาวเปรมน่ะ คุณมินครับนี่นายเทพเจ้าของร้านครับ”

                “สวัสดีค่ะคุณเทพ”

                “ครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณมิน” มองหญิงสาวแล้วหันกลับไปมองชายหนุ่มอีกคนก่อนจะก้มลงถามอะไรบางอย่าง

                “ร้ายน่ะควงทั้งพี่ทั้งน้อง” เทพไทก้มลงมากระซิบแซวคนที่เป็นทั้งลูกค้าและเพื่อน

                “แน่ใจนะว่าใช้ปากพูดออกมา ฉันกับเปรมเป็นเพื่อนกัน”

                “แสดงว่าคนนี้ไม่ใช่” เทพไทถามอย่างจับผิด แค่มองก็รู้ว่าภูผาชอบหญิงสาวที่มาด้วยกัน

                “วันนี้ร้านนายมีเมนูพิเศษอะไรบ้าง” ไม่ยอมตอบคำถามเพื่อน

                “ห่อหมกปลาช่อนกับน้ำพริกปูไข่” เทพไทบอกเมนูพิเศษประจำวันออกมาถึงจะไม่ยอมตอบแต่มั่นใจว่าตนเองเดาไม่ผิด

                “คุณมินว่ายังไงครับ”

                “มินกินได้ค่ะ”

                “คนฉันเอาห่อหมกปลาช่อนกับน้ำพริกปูไข่ อีกสองอย่างผมให้คุณมินเลือก” ภูผาส่งเมนูอาหารให้หญิงสาวมินตราอ่านเมนูอาหารครู่หนึ่งก่อนจะเลือกแกงจืดและผัดผัก

                “รอสักครู่นะครับ” เจ้าของร้านบอกก่อนจะขอตัวไปดูแลแขกโต๊ะอื่นต่อ

                “ห่อหมกนี่เผ็ดนะครับเปรมกินที่ไรน้ำตาไหลทุกที” ภูผาเตือนหญิงสาวด้วยความเคยชินเพราะเปรมมิกามักจะบ่นเสมอเมื่อกินของเผ็ดแต่ก็ยังสั่งมาทุกครั้ง ชอบแต่กลับกินเผ็ดได้ไม่มาก

                “มากับเปรมบ่อยเหรอคะ” เสียงเรียบถามกลับความอยากอาหารของเธอลดลงไปเกือบครึ่งเมื่อได้ยินชื่อพี่สาวต่างมารดา

                “ไม่หรอกครับ สองสามครั้งเท่านั้นเปรมเขาชอบบรรยากาศสบายๆ แบบนี้เพราะอย่างนี้ไงครับผมถึงเดาว่าคุณน่าจะชอบด้วยเหมือนกัน พี่น้องกันน่าจะชอบเหมือนกันจริงไหมครับ”

                “ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกค่ะ” หญิงสาวตอบแล้วตักอาหารกินเงียบๆ ไม่อยากเอ่ยถึงเปรมมิกาอีก ตลอดระยะเวลาที่เหลือภูผาไม่ได้เอ่ยถึงเปรมมิกาอีกเพราะดูเหมือนว่าพี่น้องจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไร

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น