หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 7 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

“เข้ามาเลยค่ะแม่มินไม่ได้ล็อกประตู” เสียงหวานตะโกนบอกมารดาก่อนจะเดินไปหยิบชุดในตู้เสื้อผ้ามาใส่กระเป๋าเดินทางเพราะพรุ่งนี้ต้องไปเชียงรายแต่เช้า

                “จัดกระเป๋าอยู่เหรอ”

                “ค่ะแม่มีอะไรรึเปล่าคะ”

                “แม่แค่จะมาถามว่าหนูไปเชียงรายหนนี้จะเลยไปหาตาภามรึเปล่า” จารุกรเอ่ยถามลูกสาว

                “คงไม่ค่ะมินไม่อยากไปเจอใครบางคนที่นั่น” หญิงสาวย่นจมูก รู้ว่าถ้าไปเจอหน้ากันคงได้ทะเลาะกันอีกเธอจึงเลี่ยงไม่เจอดีกว่า

                “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ยังไงก็พี่น้องกันนะมิน” มารดาบอกถึงจะคนละแม่แต่อย่างไรก็เป็นพี่น้องกัน

                “เขาไม่เคยคิดว่ามินเป็นน้องอยู่แล้วแม่ก็รู้อีกอย่างมินก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีพี่สาว” เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของมารดาเท่านั้น

                “อย่าพูดอย่างนี้อีกนะมันไม่ดี”

                “ก็มันเรื่องจริงนี่คะแม่ มินไม่เข้าใจเหมือนกันวยัยนั่นทำกับแม่ขนาดนั้นแล้วทำไมแม่ถึงยังทนได้ ถ้าเป็นมินไม่มีทางยอมแน่” มินตราคิดไปถึงตอนที่เปรมมิกาคอยแกล้งมารดาและถ้ามีโอกาสเธอก็เอากลับเช่นกันเพราะถือว่าต่างคนตามีมือเท้าและเป็นลูกชัชวาลเหมือนกันเปรมมิกาจึงไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนอื่น

                “แม่ไม่เคยต้องใช่คำว่าทนเลยนะมิน แม่แค่เข้าในหนูเปรมเท่านั้นเอง ถ้าวันหนึ่งถ้ามินเข้าใจพี่เขามินอาจจะไม่ต้องใช้คำว่าทนเหมือนแม่ก็ได้” จารุกรอธิบายเธอพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้จริงๆ

                “มินไม่เข้าใจหรอกค่ะและคิดว่าคงไม่มีทางเข้าใจด้วย” คงต้องรอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเธอถึงจะเข้าใจเปรมมิกา

                “แต่ยังไงแม่ก็อยากให้มินแวะไปหาภามหน่อย พอดีภามอยากได้หนังสือบางเล่มแม่เห็นว่าหนูกำลังจะไปเชียงรายเลยจะฝากไปให้” วันก่อนภามโทรศัพท์มาขอให้เธอเข้าไปในห้องแล้วส่งหนังสือหลายเล่มไปให้

                “ก็ได้ค่ะ” สุดท้ายหญิงสาวก็รับปากว่าจะแวะไปหาภามแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปที่ไหน

                “ขอบใจมากจ้ะ” จารุกรยิ้มให้ลูกสาว จะดีแค่ไหนถามมินตราและเปรมมิกาพูดคุยเหมือนพี่น้องคู่อื่นๆ รู้ว่าเรื่องที่หวังคงต้องใช้ปาฏิหาริย์แต่นางก็อยากให้เป็นจริง

 

                ภูผาอาสามารับมินตราไปสนามบินด้วยกันตอนแรกเธอบอกว่าจะไปเองทว่าชายหนุ่มอยากมารับมากกว่าเพราะที่นี่จากบ้านเขาอยู่ทางเดียวกัน

                “สวัสดีครับน้าพัช” ชายหนุ่มยกมือสวัสดีทักทายพัชรินทร์ที่เดินออกมาหน้าบ้านพอดี

                “สวัสดีจ้ะมีนี่มีธุระอะไรรึเปล่า”

                “ผมมารับคุณมินน่ะครับพอดีจะไปดูโรงแรมที่เชียงรายด้วยกันแล้วว่าจะแวะไปหาเปรมด้วย คุณน้าติดต่อเปรมได้รึยังครับ”

                “ยังเลยค่ะ” คนเป็นแม่ส่ายหน้าแม้จะได้รับรายงานจากศรีนวลทุกวันแต่ก็ไม่เหมือนได้ยินเสียงลูกสาวเอง “ถ้าภูไปเจอเปรมฝากบอกว่ามีภาพส่งมาให้นะน่าจะมีสักยี่สิบกว่าภาพได้”

                “ได้ครับ ภาพที่ส่งมาเป็นภาพวาดของเปรมน่ะครับพอดีก่อนกลับไทยเปรมเขาเอางานไปโชว์ในนิทรรศการมีคนซื้อเยอะเหมือนกันนะครับแต่รายนั้นไม่ยอมขาย ขนาดผมจะขอซื้อไปติดที่โรงแรมเจ้าสัวยังไม่ยอมเลย” เพราะตนเองชอบฝีมือวาดภาพของเพื่อนเช่นกัน ส่วนใหญ่ภาพวาดของเปรมมิกาจะเป็นพวกวิวและน้อยครั้งนักที่หญิงสาวจะวาดภาพคน

                “เหรอจ๊ะ” เอ่ยออกมาเสียงแผ่วรู้ว่าลูกสาวชอบวาดภาพมาตั้งแต่เด็กๆ พอเข้าเรียนปริญญาตรีหญิงสาวก็เลือกตามความชอบความสามารถพวกนี้คงถูกถ่ายทอดมาทางสายเลือดทว่าพอไปเรียนปริญญาโทกลับเลือกเรียนบริหารคงเพราะอยากจะกลับมาช่วยงานบิดาแต่ก็ต้องผิดหวังเป็นนางเอก

                “ยังไงถ้าเจอเปรมแล้วผมจะให้โทรหาน้าพัชนะครับ”

                “ขอบใจมากจ้ะ” พัชรินทร์ส่งยิ้มให้กับเพื่อนลูกสาว

               

                เมื่อมาถึงเชียงรายภูผาเช่ารถขับเพื่อความสะดวกเวลาเดินทางชายหนุ่มกับมินตราจองห้องพักซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณยี่สิบกิโลเพราะต้องการมาดูการตกแต่งและดีไซน์ของโรงแรมแถบนี้

                “อีกสิบห้านาทีเจอกับที่ล็อบบี้นะครับ” บอกคนที่พักอยู่ห้องติดกันเพราะพวกเขายังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน

                “ได้ค่ะ” พยักหน้ารับแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป เมื่อถึงเวลานัดหมายหญิงสาวมาถึงล็อบบี้ก็เห็นชายหนุ่มนั่งรถอยู่ก่อนแล้ว “มานานแล้วเหรอครับ”

                “ไม่ครับผมเพิ่งลงมาเหมือนกัน ว่าแต่เที่ยงนี้คุณมินอยากกินอะไรครับ” เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงยังไม่มีข้อความตอบจากเปรมมิกาเหมือนเดิม

                “คุณภูกินข้าวซอยได้ไหมคะ”

                “ได้ครับปกติผมกินได้ทุกอย่างอยู่แล้ว งั้นเราเข้าเมืองไปหาข้าวซอยกินกันโอเคไหม”

                “ค่ะ”

                หลังกินอาหารกลางวันเสร็จทั้งคู่ก็ตกลงกันว่าจะเข้าไปดูรีสอร์ตที่เพิ่งซื้อไว้ที่นี่อยู่ติดกับริมแม่น้ำถือนักท่องเที่ยวน่าจะชอบ ภูผาขอเดินสำรวจรอบๆ เพื่อหาไอเดียไปออกแบบตามที่ลูกค้าต้องการส่วนมินตราก็คุยกับเจ้าของเดิมที่กำลังจะย้ายไปอยู่เมืองนอกตามสามี

                “วันนี้มีถนนคนเดินเราไปเดินเล่นกันไหม เห็นเขาว่ามีของขายเยอะ” ภูผาที่เดินสำรวจรอบๆ และถ่ายรูปเก็บจนครบเอ่ยถาม

                “ไปสิคะฉันกำลังอยากไปพอดี” พยักหน้าเห็นด้วยรู้สึกว่าตอนเธอเดินเที่ยวสบายๆ แบบนี้ครั้งสุดท้ายน่าจะตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกๆ

                ภูผาแอบมองหญิงสาวที่กำลังเลือกของเงียบๆ เขาคิดว่ามินตรากับเปรมมิกามีเค้าโครงหน้าที่คล้ายกันยิ่งมองด้านข้างก็ยิ่งเหมือนแต่ทำไมถึงให้ความรู้สึกต่างออกไปกับเปรมมิกาแม้จะรู้จักสนิทสนมกันมาหลายปีแต่เขาไม่เคยคิดกับหญิงสาวเกินคำว่าเพื่อนและเปรมมิกาก็คิดเหมือนกันเพราะแบบนี้ถึงคบกันได้นาน ชายหนุ่มรู้นิสัยเพื่อนรักดีว่าถ้ามีคนมาชอบแล้วเธอไม่ได้ชอบเธอจะถอยทันทีไม่มีการให้ความหวังตั้งแต่ต้น

                มินตราที่กำลังดูของอยู่หันมาเจอชายหนุ่มที่มองอยู่ก่อนแล้วนั่นทำให้หัวใจของตนเองรู้สึกแปลกๆ “มีอะไรรึเปล่าคะ ถ้าคุณเบื่อไปนั่งรอก่อนก็ได้นะคะ”

                “ไม่เบื่อหรอกครับ คุณมินตามสบายเลย”

                “ฉันว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหมคะ ฉันเริ่มหิวแล้ว”

                ทั้งคู่เดินไปยังโซนอาหารและช่วยกันเลือกซื้อคนละอย่างจากนั้นจึงมานั่งโต๊ะที่เขาจัดไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวมานั่งพักกินอาหารและชมการแสดงพื้นบ้าน

                “ไม่รู้ว่าคุณมินจะชอบกินน้ำแตงโมปั่นรึเปล่า ผมเห็นแล้วนึกถึงคุณเลยซื้อมาให้” เขาคนอาสาไปซื้อวางน้ำแตงโมปั่นให้หญิงสาว คงจะเพราะคำว่านึกถึงหน้าเธอ มินตราจึงยิ้มรับ “อร่อยไหมครับ”

                “ค่ะ ฉันชอบกินน้ำแตงโมปั่น” ในบรรดาน้ำปั่นทั้งหมดเธอชอบน้ำแตงโมที่สุด

                “เหมือนเปรมเลยนะครับ” ภูผาตอบโดยที่ไม่ได้คิดอะไร แต่คนที่ได้ฟังเกิดความรู้สึกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                ดูเหมือนมินตราจะเงียบลงตั้งแต่ตอนนั้นระหว่างทางกลับโรงแรมแม้ว่าเขาจะชวนคุณหญิงสาวก็ตอบสั้นๆ เท่านั้นนี่เขาพลาดอะไรไปมินตราถึงโกรธกันแบบนี้

                “ไม่รู้ว่าผมทำอะไรให้คุณมินโกรธรึเปล่า ดอกไม้แทนคำขอโทษครับ” ภูผายื่นช่อใบเตยที่พับเป็นดอกกุหลาบให้หญิงสาว ชายหนุ่มซื้อมาตอนหญิงสาวไปเข้าห้องน้ำ “ฝันดีนะครับ” บอกพร้อมรอยยิ้มกว้างจากนั้นจึงเข้าห้องพักตัวเอง

                มินตรามองดอกไม้ช่อเล็กที่อยู่ในมือนิ่งนี่เธอกำลังโกรธเขาเรื่องอะไรเปล่าสักหน่อยแค่รู้สึกไม่ชอบเท่านั้นเวลาที่ภูผาเอ่ยถึงเปรมมิกาเท่านั้นจริงๆ

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น