หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 2 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60

เปรมมิกาออกห้างสรรพสินค้าช่วงสายเพื่อซื้อเสื้อผ้าและของใช้เพื่อเตรียมตัวรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด หญิงสาวเลือกซื้อเสื้อผ้าคอเลกชั่นใหม่โดยสามารถใส่ชุดได้ไม่ซ้ำกันในหนึ่งเดือน หญิงสาวไม่สนว่าจะเสียเงินเท่าไรเพราะเป็นเงินของบิดา หากเธอไม่ใช้พวกกาฝากคงเอาไปหมดอยู่ดี

                หลังเดินซื้อของมาครึ่งวันหญิงสาวจึงเลือกร้านอาหารเพื่อกินกลางวันทว่ายังไม่ทันเข้าร้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

                “สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าต้องการเรียนสายกับใครคะ” คนรับสายถามด้วยความห่างเหิน

                “อยู่ไหนครับ” เสียงห้าวถามรู้หรอกว่าหญิงสาวกำลังงอนตนเองอยู่

                “มีธุระอะไรรึเปล่า” ไม่ยอมตอบคำถามชายหนุ่ม

                “คิดถึง ยืนอยู่ที่เดิมนะเดี๋ยวเราไปหา” วางสายแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าร้านทันที่ “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ กำลังจะไปกินข้าวไม่ใช่เหรอเดี๋ยวมื้อนี้เราเป็นเจ้ามือเอง”

                “ทำไมถึงได้มานี่ได้ล่ะ” เพราะชายหนุ่มหายหน้าไปหลายวันโทรหาก็ไม่เคยว่าเพราะยุ่งอยู่กับงานจนเธอแอบน้อยใจ

                “เพิ่งเคลียร์งานเสร็จเพราะอยากพาคนแถวนี้ไปเที่ยวสักสองสามวันแต่ไม่รู้คนแถวนี้อยากจะไปด้วยรึเปล่า” ภูผาเปรยออกมาให้คนข้างๆ ได้ยิน

                “เปรมอยากไปเที่ยวทะเล” เมื่อได้ยินคำว่าเที่ยวหญิงสาวก็หายงอนทันที

                “โอเคงั้นพรุ่งนี้เราไปรับที่บ้านนะ” คนตอบยิ้มกว้างรู้ว่าเปรมมิกาเป็นพวกโกรธง่ายหายไว “ว่าแต่ตอนนี้เปรมอยากกินอะไร”

                “มองอะไรน่ะภู” หญิงสาวถามเห็นว่าภูผาเหมือนกำลังมองใครบางคนหลังจากสั่งอาหารเสร็จ

                “นั่นคุณมินนี่ เราน่าจะชวนเขามานั่งด้วยกันนะ” บอกจบก็ลุกออกไปทันทีโดยไม่สนใจว่าคนที่มาด้วยกันจะเห็นด้วยหรือไม่

“มินนั่งข้างพี่เปรมเลยครับ” ภูผาบอกแล้วดันแผ่นหลังเล็กอย่างสุภาพให้หญิงสาวนั่งข้างพี่สาวส่วนชายหนุ่มที่มาด้วยอีกคนนั่งข้างๆ ตนเอง “พวกพี่สั่งกันแล้ว มินกับคุณภามสั่งเลยครับ” บอกอย่างเป็นกันเอง

                “มินว่าเราไปกินร้านอื่นกันเถอะค่ะ” บอกชายหนุ่มที่มาด้วยกันแค่ที่บ้านก็มากเกินพอแล้วเธอไม่จำเป็นต้องทนเมื่ออยู่ข้างนอก

                “ตอนนี้ร้านไหนๆ คนคงเยอะกินด้วยกันดีกว่า ใช่ไหมเปรม” หันไปถามหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามแต่ทางนั้นกลับหน้าบึ้งตึงไม่เอ่ยตอบอะไรออกมา

                “เราอยากกินร้านนี้อยู่แล้วนี่ นั่งนี่แล้วกัน” ภามเอ่ยบอกอันที่จริงเขากับมินตราตั้งใจมากินอาหารกลางวันร้านนี้แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอใครบางคน “งั้นพี่สั่งให้แล้วกันนะ”

                “ค่ะ” มินตราพยักหน้าแกนๆ ภามก็น่าจะรู้ว่าเธอไม่อยากร่วมโต๊ะกับพี่สาวต่างมารดาแต่ทำไมถึงทำอย่างนี้ก็ไม่รู้

                เปรมมิกาปรายตามองพวกกาฝากที่กำลังสั่นอาหารถ้ามีโอกาสเมื่อไรเธอจะทำให้พวกนี้ไร้ที่ซุกหัวนอน...

                หลังสั่งอาหารไม่นานพนักงานก็มาเสิร์ฟทุกคนช่วยกันเอาของใส่หม้อที่กำลังเดือดยกเว้นก็แต่เปรมมิกาเท่านั้นที่ดูอยู่เฉยๆ

                “แซลมอนของโปรดเปรม” ภูผาตักแซลมอนให้หญิงสาว

                “ขอบใจแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเปรมตักเองดีกว่า” เสียงเรียบบอกเพราะเพิ่งคิดอะไรออก มือเล็กหยิบกระบวยตัดน้ำซุปทว่าเปรมมิกาไม่ได้ตักใส่ถ้วยตัวเอง

                “ว้าย” มินตราร้องออกมาเมื่อน้ำซุปร้อนๆ หกรดใส่มือตัวเอง

                “เป็นอะไรมาไกหมมิน” ลุกขึ้นไปดูคนที่เป็นเหมือนน้องสาวทันที “พี่ว่ารีบไปล้างมือดีกว่า เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน” ตอนนี้มือของหญิงสาวเริ่มแดง

                “ไม่เป็นไรค่ะ มินไปเองได้” มินตราบอกแล้วลุกเดินออกไปจากร้าน

                “ทำอย่างนั้นทำไมคุณเปรม” เสียงห้าวถามด้วยความไม่พอใจทันที

                “ฉันทำอะไร” เปรมมิกาถามกลับเสียงเรียบไม่ทุกข์ร้อน

                “คุณจงใจแกล้งมิน”

                “ฉันไม่ได้แกล้ง มันเป็นอุบัติเหตุ” หญิงสาวยักไหล่แผลแค่นั้นไกลหัวใจเยอะให้รู้จักความเจ็บปวดบ้างก็ดีแต่นั่นคงเทียบไม่ได้กับที่เธอรู้สึกอยู่ทุกวัน

                “แน่ใจเหรอว่าไม่ได้แกล้ง” เวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่คนตรงหน้าเหมือนจะไม่โตขึ้นเลย

                “เปรมคงไม่ได้ตั้งใจหรอกครับคุณภาม” ภูผาออกตัวแทน

                “แบบนี้ยิ่งกว่าตั้งใจอีก นิสัยแย่ไม่เคยเปลี่ยนโตแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กๆ” คนว่าสบตาหญิงสาวนิ่งมองก้รู้ว่ากำลังไม่พอใจที่ถูกเขาต่อว่า แต่คนทำผิดอย่างไรก็ผิดวันยังค่ำ

                “นายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันนะ” เปรมมิกาแหวแค่คนอาศัยมีสิทธิ์มาว่าเธออย่างนั้นได้ยังไง

                “ผมว่าคุณเหรอ ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครสักคน กินปูนร้อนท้องทำไมคุณเปรมมิกา” สีหน้าของภามยังคงเรียบสนิทเหมือนเดิม

                “อาหารไม่อร่อยแล้วเรากลับกันเถอะภู” บอกจบก็ลุกขึ้นทันทีพร้อมกับวางธนบัตรสีเทาไว้ให้หลายใบ “นี่ค่าอาหาร เพราะฉันไม่แน่ใจว่าพอกินอิ่มแล้วคนที่อาศัยบ้านคนอื่นอยู่จะมีเงินจ่ายไหม”

                “คุณไม่ตามไปเหรอครับ” ภามหันไปถามชายหนุ่มอีกคนที่ไม่ได้ลุกตามเปรมมิกาไป

                “ปล่อยให้เปรมอารมณ์เย็นกว่านี้ดีกว่าปกติเธอไม่เคยเป็นอย่างนี้นะครับ” เพิ่งจะเคยเห็นหญิงสาวเหวี่ยงก็ครั้งแรก ทำไมเปรมมิกาถึงดูเปลี่ยนไปเมื่อกลับมาอยู่บ้าน

                “ผมว่านี่ปกติของเธอนะคะ” เพราะตั้งแต่เห็นหน้ากันมาเธออารมณ์ร้ายมาตลอด

                “จริงเหรอครับ” น้ำเสียงไม่เชื่อเอ่ยถาม เปรมมิกาที่เขารู้จักไม่ใช่คนแบบนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น