โอบหัวใจไว้ด้วยรัก

ตอนที่ 1 : สาวปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มี.ค. 50


    

           หญิงสาวขยับตัวหาความอบอุ่นเพื่อหนีความหนาวของเครื่องปรับอากาศ จนเธอไปเจอความอบอุ่นและซุกหน้าเข้าหา แต่เธอรับรู้ถึงลมหายใจเป่าอยู่เหนือศีรษะจนเธอรู้สึกได้ว่าแหล่งที่มาของความอบอุ่นนั้นมีชีวิต เธอจึงขยับเปลือกตาเพื่อดู และเธอก็ต้องตกใจที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงเมื่อพบว่ามีผู้ชายนอนอยู่ข้างกายเธอและทั้งสองก็อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าทั้งคู่ โชคยังดีหน่อยสำหรับเธอเมื่อพบว่าผู้ชายคนนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาในตอนนี้ เธอจึงรีบลุกขึ้นแต่งตัวเพราะไม่มีเวลาที่จะมานั่งร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เธอจะต้องออกจากห้องนี้ไปให้ได้ก่อนที่คนข้างกายเธอจะตื่นขึ้นมา เธอจำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร เธอจำได้แต่เพียงว่าเมื่อคืนเธอทะเลาะกับพี่สาว และเธอก็มากินเหล้าประชดพี่สาวที่ผับของเพื่อน เธอรู้แต่ว่าดื่มเหล้าไปหลายแก้ว แต่ด้วยเธอเป็นคนคออ่อนอยู่แล้วเมื่อดื่มไปไม่กี่แก้วจึงเมาได้ง่ายๆ หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะมอมเหล้าเธอแล้วลากเธอมาที่ห้องของเขา เธอคิดไปต่างๆนานาขนาดที่นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน เธอกลับคิดถึงเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับพี่สาว


           
ปันไม่ยอม พี่นิดเห็นคนอื่นดีกว่าปันได้ไง ถ้าพี่นิดเห็นคนอื่นดีกว่าปัน ปันจะออกไปอยู่ที่อื่นปัณฑ์ชนิต โต้เถียงพี่สาวเสียงดังสั่นเมื่อรู้ว่าพี่สาวตัดสินใจจะแต่งงาน

    
       
ปัน ปันต้องฟังพี่บ้างซิ พี่ไม่เคยเห็นคนอื่นดีกว่าปันเลยนะ แล้วคุณภีมเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรณิชารีย์เกลียมกล่อมน้องสาว

     
      
งั้นถ้าพี่นิดไม่เคยเห็นคนอื่นดีกว่าปัน พี่นิดก็ไม่ต้องแต่งงานกับเขาปัณฑ์ชนิตใช้ไม้ตายกับพี่สาว เพราะไม่ว่าเธอจะขออะไรพี่สาว พี่สาวเธอก็ไม่เคยขัดอยู่แล้ว และครั้งนี้เธอคาดว่าพี่สาวก็ต้องยอมตามใจเธอเหมือนครั้งก่อนๆ

     
      
ปัน ปันก็รู้ว้ามันเป็นไปไม่ได้ ทางคุณภีมเขาก็เตรียมงานไปจนเกือบเสร็จหมดแล้ว ถ้าพี่ไปขอยกเลิกเขาตอนนี้ ไม่ใช่แค่เขาที่เดือดร้อน ไหนจะคุณพ่อคุณแม่ของคุณภีมอีกณิชารีย์อธิบายเหตุผลกับน้องสาว เธอเองก็ไม่อยากจะทำร้ายจิตใจน้องสาวที่เธอรัก

       
    
แล้วที่พี่นิดไปหมั้นไปตกลงแต่งงานกับเขาพี่นิดเคยถามปันบ้างไหม ใช่ซิตอนนี้ปันมันเป็นคนนอกไปแล้วนี้ ไม่ใช่คนในครอบครัวของพี่อีกต่อไปแล้วปัณฑ์ชนิตตัดพ้อพี่สาว ที่แอบไปจัดเตรียมงานโดยที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน กว่าจะรู้อีกทีงานที่เตรียมไว้ทั้งหมดก็เกือบเรียบร้อยแล้ว

    
       
ปัน อย่าพูดอย่างนี้อีกนะณิชารีย์เสียงแข็งบอกน้องสาว

     
      
ปันจะพูด ทำไมปันจะพูด ปันมันเป็นคนนอกไม่ทันที่ปัณฑ์ชนิตจะพูดจบฝ่ามือณิชารีย์ก็มากระทบกับหน้าเธอ เพี้ยะ

    
       
พี่นิดตบปันเพราะเห็นคนอื่นดีกว่าปันจริงๆด้วย พี่นิดไม่รักปันแล้ว ปันเกลียดพี่นิดที่สุด ปัณฑ์ชนิตพูด ก็ขับรถออกจากบ้านไปเลยโดยที่ไม่สนใจเสียงเรียกของพี่สาวแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เธอกำลังเสียใจน้อยใจ และเธอก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อประชดพี่สาว แต่เธอคงนึกไม่ถึงว่าการกระทำครั้งนี้จะสร้างสายสัมพันธ์กับใครคนหนึ่งตลอดไป

     
      
ชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่บนที่เตียงรู้สึกตัวเมื่อแสงพระอาทิตย์สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านหนามากระทบกับม่านตาเขาควานหาร่างหญิงสาวที่เจอกันเมื่อวานที่ผับ และเมื่อรู้ว่าเจ้าหล่อนไม่ได้อยู่บนเตียงนอนแล้วเขาจึงลืมตาหาหล่อน เมื่อหาไม่เจอเขาเลยคิดว่าเธอคงกลับไปก่อนแล้วจึงไม่ได้สนใจมากนักแต่สายตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอน เขาจึงรู้ว่าผู้หญิงที่เขาพากลับมาที่คอนโดด้วยเมื่อคืนนั้นยังบริสุทธิ์อยู่ผู้หญิงที่ไหนว่ะ อย่าว่าแต่ชื่อขนาดหน้าเขายังจำไม่ได้ เขาสะบัดศีรษะไล่ความมึนออกก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ เมื่อเดินอกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าจนหนูผืนเดียวที่ปกปิดช่วงล่างไว้ ทำให้เห็นว่าชายหนุ่มที่เดินออกมาจากห้องน้ำนั้นหนุ่มดีไม่ต่างจากนายแบบรูปร่างสูงโปร่งตาคมเข้มรับกับคิ้วที่โก่งได้รูป และมีรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าละลายใจสาวได้เลยเป็นอาวุธ สาวน้อยสาวใหญ่พากันใจละลายได้เลยถ้าเขายิ้มให้ เขารู้สึกว่าเท้าเขาของไปเหยียบกับอะไรอย่างจึงจึงก้มลงเก็บเมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นล็อกเก๊ต เขาจึงเปิดออกดูทันทีและพบว่าข้างในนั้นเป็นรูปที่เขาคาดว่าจะเป็นพ่อแม่และลูกสาวสองคน ซึ่งคนที่ดูเรียบร้อยคงเป็นพี่สาวส่วนอีกคนที่มีดวงตาสดใสแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อคงเป็นน้องสาว ล็อกเก๊ตอันนี้ซึ่งไม่ใช้ของเขาและจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากของสาวน้อยปริศนาที่เขาพากลับมาด้วยเมื่อคืน แล้วผู้หญิงสองคนนี้คนไหนละเป็นคนที่เขาพากลับมาด้วยเมื่อคืน แต่เสียงกดกริ่งดังเรียกความสนใจก่อนที่เขาจะคิดเรื่องสาวปริศนาต่อ

       
    
ไง ไอ้นนท์ เพิ่งตื่นหรอ แล้วน้องคนที่พามาด้วยเมื่อวานไปไหนซะแล้วล่ะชายหนุ่มที่กดกริ่งถามเมื่อเพื่อนเปิดประตูออกมาต้อนรับ

      
     
แล้วมาถึงนี้มีธุระอะไรรึเปล่านนท์หรือกฤตานนท์ไม่ตอบแต่กลับถามเพื่อนกลับทำหน้าอย่างกับคนจะถูกเมียทิ้ง คนปากคมอย่างกับกรรไกรบอก

      
     
อย่ามาแช่งกันสิว่ะ ภีมวัจน์บอกเพื่อนแต่ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนั้นแหละเขาทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเซ็งเซ็ง

       
    
เขาทิ้งแกไปมีแฟนใหม่แล้วรึไง หรือว่าเขาจับได้ว่าแกไปมีกิ๊กกฤตานนท์ถาม

      
     
ไอ้นี้ พูดแบบนี้สงสัยไม่อยากเก็บปากไว้จูบสาว ไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั้นแหละแต่นิดเขาจะของฉันเลื่อนงานแต่งเพราะว่าน้องสาวเขาไม่ยอมภีมวัจน์บอกความกลุ้มใจที่เมื่อคืนนี้ณิชารีย์โทรมาขอให้เขาเลื่อนงานแต่งงานออกไปสักระยะเพราะน้องสาวเธอไม่ยอมและเธอก็ไม่อยากให้น้องสาวเธอเสียใจ เขาถึงต้องมานั่งกลุ่มใจอยู่อย่างนี้

      
     
สงสัยยัยน้องสาวนี้ท่าจะหวงพี่มาก เด็กชะมัด แล้วน้องสาวเขาอายุเท่าไรแล้วล่ะถึง10ขวบรึยังเขาสรุปบอกเพื่อนเสร็จสรรพ

     
      
จะบ้าหรอ น้องสาวนิดเขาอายุ23แล้วน้อยกว่าพวกเราแค่5ปีเอง

     
      
23คงเป็นอายุตัวละมั้ง เพราะถ้าอายุสมองคนซัก5ขวบเห็นจะได้

    
       
มันไม่อย่างนั้นหรอก นิดเขาอยู่กับน้องสาวแค่สองคน น้องสาวเขาคงห่วงพี่สาวนะ เขาคงกลัวฉันดูแลพี่สาวเขาไม่ดีภีมวัจน์แก้ตัวแทนน้องสาวคนรัก

    
       
แกไม่ต้องมาแก้ตัวแทนกันเลย เด็กนั่นก็แปลกโตแล้วยังหวงพี่สาวอยู่ได้ สงสัยคงอิจฉาพี่สาวที่ได้แต่งงานตัดหน้าไปก่อนชายหนุ่มยังคงวิเคราะห์เหตุการณ์ไปเรื่อยๆ

     
      
ปากนั้นน่ะน้อยๆหน่อยก็ได้คนอะไรปากจักยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนภีมวัจน์ว่าเพื่อน

     
      
เขาเรียกว่าพูดตามความจริงชายหนุ่มบอกเพื่อนเพราะเขาเป็นคนพูดตรงแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว       ไม่ต้องมาพูดเรื่องของฉันแล้ว ว่าแต่แกเถอะ ตั้งแต่ฉันมายังไม่เห็นสาวที่กลับออกมาพร้อมแกเลยภีมวัจน์เปลี่ยนเรื่องพูด

       
    
อย่าว่าแต่แกเลย ฉันตื่นมายังไม่เห็นเหมือนกัน แต่ช่างเถอะผู้หญิงแบบนั้นถึงเขาจะพูดแบบนั้น แต่เขายังคงติดใจเรื่องของเธออยู่ว่าเป็นใคร ทั้งสองคุยกันสักพัก ภีมวัจน์ก็ขอตัวกลับก่อนเพราะวันนี้เขามีนัดกับ   ณิชารีย์คุยกันเรื่องงานแต่งงาน

       
    
ปัณฑ์ชนิตตื่นขึ้นมาในตอนสายเพราะกว่าเธอจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบเช้าและเธอยังใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำอีกกว่าชั่วโมงเพื่อลบความทรงจำที่เธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิด แต่เธอรู้ดีว่าถึงจะเอาน้ำลบเท่าไรมันก็ไม่สามารถลบออกไปได้ เธอจนร้องไห้กับความผิดพลาดที่มันเกิดขึ้นจนพอใจแล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก เธอต้องเข้มแข็ง และอยู่เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าเท่านั้น และสิ่งที่เธอภวนาอีกอย่างคือเธอคงจะไม่เจอผู้ชายคนนั้นอีก เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอจนโทรไปขอลางานในตอนเช้าและจะเข้าไปทำงานในตอนบ่าย

 

            มาแล้วหรอจ้ะน้องปันพัชรีเลขาหน้าห้องท่านประธานถามขึ้นไม่สบายรึเปล่าหน้าซีดๆนะน้องปัน

        
   
เปล่าค่ะ พอดีเมื่อเช้าปันปวดหัวนิดหน่อย ขอบคุณพี่ปูมากนะค่ะที่เป็นห่วงเธอบอกรุ่นพี่เลขาด้วยกัน ปัณฑ์ชนิตนั้นเป็นเลขาของรองประธานกรรมการบริษัทส่งออกเครื่องประดับ ซึ่งเธอทำงานที่นี้มาตั้งแต่เธอเรียนจบด้วยความสามารถของเธอเองและเพราะบิดาเธอซึ่งเป็นเพื่อนกับประธานบริษัทซึ่งเหตุผลข้อหลังนี้ปัณฑ์ชนิตไม่ทราบ

     
      
น้องปันจ้ะ ท่านประธานสั่งไว้ว่าถ้าน้องปันมาถึงแล้วให้เขาไปพบด้วยพัชรีบอกตามคำสั่งของเจ้านาย

       
    
เรื่องอะไรพี่ทราบไหมค่ะเธอถามด้วยความสงสัยเพราะร้อยวันพันปีท่านประธานไม่เคยเรียกพบเธอ

       
    
พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ คงจะเป็นเรื่องงานล่ะมั้งพัชรีบอกตามความคิดเธอ

        
   
ค่ะ งั้นปันขอตัวเอากระเป่าไปเก็บก่อนนะค่ะ แล้วจะมาพบท่านประท่านทีหลัง

        
   
ก๊อกๆๆๆ

      
     
เชิญครับเสียงในห้องตอบกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเชิญนั่ง คุณภาคภูมิบอกเมื่อปัณฑ์ชนิตเดินมาถึง

     
      
ขอบคุณค่ะ เธอบอกพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้

      
     
ที่ผมเรียกคุณมาพบวันนี้ก็เพราะว่า ผมต้องการให้คุณย้ายไปเป็นเลขาของประธานบริษัทคนใหม่ คุณมีปัญหาอะไรรึเปล่าเขาถามเธอ

      
     
เออ ไม่มีค่ะ แล้วเธอบอก และเหมือนกับคุณภาคภูมิจะรู้ว่าปัณฑ์ชนิตจะถามอะไรต่อนั้นเขาก็บอกออกมาก่อน

       
    
คุณพัชรีเธอก็คงยังเป็นเลขาของผมอยู่ แต่ผมจะเกษียณ ตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาแทนแล้ว ปล่อยให้คนหนุ่มรุ่นใหม่ๆมาทำแทนบ้างแล้ว

       
    
ทำม่านถึงให้ดิฉันไปเป็นเลขาของท่านประธานคนใหม่ล่ะค่ะ ไม่ให้พี่ปูเป็นเหมือนเดิมเพราะพี่ปูรู้งานอยู่แล้ว ดิฉันเกรงว่าถ้าให้ดิฉันเป็นจะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

         
  
ผมมั่นใจในตัวคุณ เพราะจากที่คุณทำงานเป็นเลขาให้กับคุณสมชายนั้นก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นคนที่มีประสิทธิภาพคนหนึ่ง แล้วเรื่องอะไรจะยกเลขาประจำตัวผมให้คนอื่นจริงไหม

       
    
ถ้าท่านมั่นใจในตัวดิฉัน ดิฉันก็จะทำงานให้ดีที่สุดค่ะ ดิฉันจะเริ่มงานได้เมื่อไรค่ะ

       
    
อาทิตย์หน้าเพราะคุณจะได้มีเวลาเคลียร์งานเก่าและมอบหมายงานกันให้เรียบร้อย

      
     
ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวก่อน

 

        
   
ภีมรอนานไหมค่ะ ณิชารีย์ทักคนรักที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

         
  
ไม่นานหรอกครับสำหรับนิดไม่ว่านานเท่าไรผมก็รอได้ภีมวัจน์ทำเสียงหวานใส่คนรักนั่งก่อนซิครับ ผมสั่งอาหารของโปรดรอคุณไว้แล้วนะ

      
     
ขอบคุณค่ะ ภีมคือเรื่องที่เราพูดกันเมื่อวาน นิดมานั่งคิดดูแล้วเราเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนดีกว่าไหมค่ะ

      
     
แต่นิดครับเราเตรียมงานไปเกือบเสร็จแล้วนะครับ ก็ไหนคุณสัญญากับผมแล้วไงว่าถ้าน้องคุณเรียนจบคุณจะแต่งงานกับผมทันที นี้ผมก็รอให้น้องปันเรียนจบแล้วเลยมาจนเธอทำงานไปเป็นปีแล้วนะครับเขายกคำสัญญาที่ณิชารีย์เคยให้ไว้เพราะ เขาเคยขอเธอแต่งงานตั้งแต่เรียนจบเมื่อหลายปีก่อนแต่เธอก็บอกว่าต้องรอให้น้องสาวเรียนจบก่อน

      
     
งั้นเราหมั้นกันไว้ก่อนได้ไหมค่ะ อย่าเพิ่งแต่งเลย นิดห่วงความรู้สึกยัยปันเธอบอกชายหนุ่ม

      
     
นิดห่วงความรู้สึกน้องปัน แล้วนิดไม่ห่วงความรู้สึกผมหรอครับ ผมรอนิดมาตั้งหลายปีแล้วนะเขาตัดพ้อหญิงสาว

      
     
นิดว่าน่าจะให้เวลาแกทำความเข้าใจเราสองคนซักหน่อย นะค่ะภีม ปันแกก็ไม่มีใครมีแต่นิดคนเดียว

      
     
โถ แต่นิดครับ น้องคุณโตแล้วนะครับ แกโตพอที่จะเข้าใจอะไรได้แล้ว แต่ผมว่าแกไม่ยอมเปิดใจมากกว่า ผมว่าคุณควรจะแข็งกับแกบ้างนะครับ ถ้าขืนยอมแกอย่างนี้ไปตลอดแกก็ไม่มีวันโตหรอกครับ

      
     
แต่นิดว่าณิชารีย์ลังเลกับการตัดสินใจเพราะไหนจะคนรักไหนจะน้องสาว

       
    
ไม่มีแต่ครับ บางครั้งคนเราก็ต้องมีความทุกข์ความเสียใจกันบ้าง ไม่ใช่จะได้ทุกอย่างตามที่เราคิดเราต้องการ ถ้านิดรักแกจริง ทำตามที่ผมบอกเถอะครับภีมวัจน์ตัดบทเพราะเขารู้ว่าขืนรอให้น้องสาวณิชารีย์ยอมรับหรือทำใจได้นั้นคงต้องรอจนแก่หงอม ถึงขั้นเอาไม้เท้าเกี่ยวกันก่อนถึงจะได้แต่งงาน

 

       
     
 ปัน เมื่อคืนเราไปไหนมา ถึงกลับเอาเกือบเช้าณิชารีย์ถามน้องสาวขณะเดินเข้ามาในบ้านเมื่อคืนเธอรอน้องสาวจนเกือบสว่างและเมื่อเห็นว่าน้องสาวกลับมาแล้วเธอจึงขึ้นนอน ไม่อยากทะเลาะกันอีก

       
    
ไปเที่ยวปัณฑ์ชนิตตอบเสียงเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์

       
    
แล้วทำไมพี่โทรศัพท์ไปถึงไม่ยอมรับ แล้วไปเที่ยวที่ไหนกับใครณิชารีย์ถามน้องสาวต่อไป

       
    
เรื่องของปัน พี่นิดไม่ยุ่งปัณฑ์ชนิตตอบ

       
    
ปัน อย่ามาทำกริยาอย่างนี้ใส่พี่นะ เรานี้นับวันยิ่งทำตัวไม่น่ารักขึ้นทุกวันแล้วนะ ณิชารีย์บอก

       
    
ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารักซิ เชิญพี่ไปรักแฟนของพี่คนเดียวเลย แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับปันอีกปัณฑ์ชนิตพูดจบก็เดินออกไปเลยโดยไม่สนใจเสียงเรียกของพี่สาว เมื่อปัณฑ์ชนิตเข้ามาในห้องนอน เธอก็กวาดข้าวของที่อยู่บนโต๊ะหนังสือลงกับพื้นทั้งหมด อัลบั้มรูปหล่นลงมาพร้อมกับของต่างๆด้วย ปัณฑ์ชิตหยิบอัลบั้มรูปขึ้นมาเปิดดู มันเป็นอัลบั้มรูปของเธอที่ถ่ายคู่กับพี่สาวตั้งแต่เด็กๆจนโตถึงภาพวันที่เธอรับปริญญาเมื่อปีที่แล้ว

       
     
 
พี่นิดต้องสัญญากับปันนะว่าพี่จะไม่ทิ้งให้ปันอยู่คนเดียวแล้วเราสองคนจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปปัณฑ์ชนิตถามพี่สาว

        
   
จ้ะ พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทิ้งปันเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะประโยคคำถามนี้เธอมักจะถามพี่สาวเธอบ่อยๆ จนทำให้เธอมั่นใจได้ว่าพี่สาวเธอจะไม่มีวันผิดสัญญาและจะไม่ทิ้งเธอ แต่มาสำหรับวันนี้แล้วมันไม่ใช่พี่สาวเธอผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับเธอแล้ว พี่สาวเธอจะทิ้งเธอไปอยู่กับคนอื่นแล้ว และเธอก็จะไม่เหลืออีกแล้วปัณฑ์ชนิตมองรูปอีกครั้งแล้วปิดลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสอง  ไม่มีใครเคยเห็นน้ำตาเธอเพราะมีแต่เธอเท่านั้นที่จะเห็นน้ำตาตัวเอง เพราะเธอสัญญากับตัวเองไว้ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอเสียน้ำตาครั้งสุดท้ายแล้วว่าจะไม่มีวันร้องไห้ให้ใครเห็นเป็นอันขาด

 

63 ความคิดเห็น