คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ลิขิตรัก จากนรก (yaoi)

ตอนที่ 7 : สติ เป็นสิ่งจำเป็น


     อัพเดท 19 ก.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : VIOLET RAIN ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ VIOLET  RAIN
My.iD: https://my.dek-d.com/sweetie-jun
< Review/Vote > Rating : 99% [ 10 mem(s) ]
This month views : 80 Overall : 53,858
1,271 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 765 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ลิขิตรัก จากนรก (yaoi) ตอนที่ 7 : สติ เป็นสิ่งจำเป็น , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4199 , โพส : 56 , Rating : 65% / 30 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


“ไปให้พ้น!” ผมสะบัดตัวออกอย่างแรงแล้วถอยห่างออกมาจากตรงนั้น

ไคลน์ขยับตามผมออกมา ผมถอยกรูดจนไปชนเข้ากับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าที่ทำจากหินแกรนิตสีดำที่อยู่ห่างออกมา 5-6 ก้าว

“เจ้าจะหนีไปทำไมกันแม็ตต์? ในเมื่อสิ่งที่ข้าต้องการก็คือสิ่งเดียวกันกับที่เจ้าต้องการ เจ้าลืมไปแล้วหรือแม็ตต์? ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้ายังแตะต้องสัมผัสข้าด้วยความเสน่หาอย่างเร่าร้อน  แล้วพอมาวันนี้เจ้ากลับผลักไสข้าให้ออกห่าง ช่างโลเลน่าชังนัก”  รอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากของไคลน์ดูเย้ยหยันจนน่าโมโห เขาก้าวเดินเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ แววตาของเขาฉายแววสุกใสอย่างประหลาดเหมือนรู้สึกสนุกที่เห็นผมพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดให้พ้นจากเงื้อมมือเขา

“ถอยไป!” ผมตวาดพร้อมกับขว้างถาดวางสบู่ที่คว้ามาได้ใส่เขา

ไคลน์หัวเราะแหบต่ำในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน  ผมควานเปะปะไปโดนขวดแชมพูและครีมโกนหนวดจนมันล้มกลิ้งร่วงลงไปบนพื้น  ผมหันไปมองหาสิ่งที่พอจะหยิบฉวยได้อย่างร้อนรน แล้วสายตาผมก็ไปเจอเข้ากับแจกันแก้วใสทรงสูงที่วางอยู่ด้านในสุดของเคาน์เตอร์ มันเป็นของขวัญวันคริสต์มาสที่ผมได้จากแม่เมื่อปีก่อน  ผมคว้ามันมาทันทีแล้วดึงดอกแคลล่าลิลลี่ปลอมที่อยู่ในแจกันทิ้งไป ก่อนจะจับมันให้กระชับอยู่ในมือ

“นั่นรึ? สิ่งที่เจ้าคิดจะเอามาหยุดยั้งข้า?” ไคลน์มองอย่างสมเพช

ผมสูดลมหายใจ ก่อนจะเหวี่ยงแขนกลับ ให้แจกันแก้วหนาๆในมือฟาดเข้ากับกระจกเงาบานใหญ่เหนือเคาน์เตอร์  เสียงแจกันกระทบเข้ากับกระจกดังโครมตามมาด้วยเสียงแตกเพล้งของกระจกและเศษกระจกที่ร่วงลงมา  ผมหันไปคว้าเศษกระจกขนาดเหมาะมือชิ้นหนึ่งที่รอยแตกของมันเป็นปลายแหลมยื่นยาวออกมา  แล้วถือมันไว้ตรงหน้าระหว่างผมกับไคลน์

“นี่ต่างหากที่ฉันจะใช้” ผมบอกเขา

ไคลน์มองเศษกระจกเงาในมือผมอย่างดูถูก ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนข้างหน้าผม  เขายื่นมือออกมาจับข้อมือผมแล้วดึงเบาๆให้ปลายแหลมคมของกระจกในมือผมจรดลงบนแผ่นอกด้านซ้ายของเขาพอดี  “เอาตรงนี้ กดมันแรงๆให้จมลึกเข้าไปถึงหัวใจข้า  แล้วมาดูกันว่ามันจะทำให้ข้าเจ็บปวดได้สักนิดหรือไม่”

“ไม่ใช่” ผมส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมให้เขา “นี่ต่างหาก”

ผมขยับมือหันเศษกระจกให้กลับเข้าหาตัวผม  แล้วเคลื่อนมือกลับให้ปลายแหลมของกระจกแตะลงที่อกของผมแทน

“จูบฉันสิ” ผมจ้องตาเขา “แล้วทำทุกอย่างตามที่นายต้องการ”

ไคลน์มองผมด้วยสายตาดุดัน “เจ้าไม่ทำโง่ๆแบบนั้นหรอก”

“ก็ลองดูสิ” ผมท้า

ไคลน์ขยับเข้ามาชิด เขาจ้องตาผมแล้วสอดมือเข้าไปในเส้นผมตรงท้ายทอยของผมแล้วขยุ้มดึงให้ใบหน้าผมแหงนขึ้น ก่อนจะประกบปากจูบผมอย่างรุนแรงจนผมรู้สึกเจ็บ  ผมกดปลายเศษกระจกลงบนผิวเนื้อตรงอกเบาๆ  หยดเลือดสีแดงเข้มไหลซึมออกมาทันที  ไคลน์ชะงักไปเล็กน้อยแล้วจูบต่อ ฝ่ามือหนาๆของเขาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปล่าเปลือยและสะโพกของผมอย่างหยาบคาย  ผมกดปลายกระจกเข้าไปมากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย  แล้วกัดฟันข่มความเจ็บก่อนจะค่อยๆลากมันลงมาราว 2 นิ้ว  หยดเลือดผุดออกมาจากบาดแผลไหลย้อยลงไปจนถึงสะดือ  ไคลน์สบถออกมาแล้วกระชากมือผมออกอย่างแรงจนเศษกระจกหลุดร่วงจากมือผม

“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึไง!”  ไคลน์ตวาด

ผมแสยะยิ้มให้เขาเหมือนคนจิตวิปริต  แล้วหันไปมองเศษกระจกเงาแตกๆที่กระจายอยู่เกลื่อนเคาน์เตอร์  ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อหยิบเศษกระจกแผ่นใหม่ขึ้นมาแทน  แต่ยังไม่ทันที่มือผมจะเอื้อมถึงเศษกระจกแผ่นไหน  ไคลน์ก็กระชากตัวผมอย่างแรงแล้วเหวี่ยงร่างผมปลิวหวือไปกระทบเข้ากับผนังอีกด้านหนึ่ง  ผมครางออกมาเบาๆขณะที่ตัวผมร่วงลงไปกองที่พื้น

“ทั้งดื้นรั้นและโง่เง่า”  ไคลน์คำราม แล้วก้าวเข้ามาหาผมและฉุดผมให้ลุกขึ้น ก่อนจะลากตัวผมออกมาจากตรงนั้น

“จะไปไหน?”  ผมถามแบบหอบๆขณะที่โดนลากถูลู่ถูกังออกจากห้องน้ำ

“ห้องนอน” เสียงของไคลน์ต่ำพร่า “สถานที่ที่เหมาะสมจะให้เจ้าได้รับสิ่งที่ควรจะได้”

“จะตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น เรื่องมากทำไม?”  ผมกัดฟัดกรอด  รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณสีข้างที่กระแทกเข้ากับผนังกระเบื้อง  หยดเลือดจากบาดแผลตรงอกหยดลงบนพื้นพรมเป็นดวงเล็กๆ  “กับยมทูตสารเลวต่ำช้าอย่างนาย  จะที่ไหนก็ไม่ต่างกันหรอก”

“จงปากเก่งให้ถึงที่สุดเถอะแม็ตต์”  ไคลน์หันมามองผม ริมฝีปากเขาเหยียดยิ้มออกมาอย่างน่าชิงชัง  “แล้วข้าจะรอฟังตอนที่เสียงก่นด่าของเจ้ากลับกลายเป็นเสียงครวญครางหวานหู ยามที่ข้าแทรกกายลิ้มชิมความหอมหวานจากร่างกายของเจ้า”

“รอแทบไม่ไหวแล้ว” ผมโต้ตอบอย่างไม่ลดละ

พอไปถึงห้องนอน ไคลน์ก็ผลักร่างผมให้ล้มลงบนเตียง แล้วตรงเข้ามาหาด้วยท่าทางคุกคาม  ดวงตาคมกริบกวาดมองทั่วร่างผมอย่างหมายมาด  ผมสู้ตาเขาเมื่อเขากวาดสายตามาจนถึงใบหน้าผม  ไคลน์กระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวของผม  ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววามสวยจับตา แต่รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากหยักสวยนั้นช่างเหยียดหยันร้ายกาจจนเกินทน

“เอาเลย ฉันรออยู่” ผมบอกเขา

ไคลน์ขยับวูบมาอยู่เหนือร่างผมทันที  เขายื่นมือมาจับที่คางผมแล้วบีบตรงกรามบังคับให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นรับจูบจากเขา ไคลน์จูบอย่างจาบจ้วงรุกรานไร้ความอ่อนโยน ฉกฉวยครอบครองริมฝีปากผมอย่างหิวกระหาย  ฝ่ามือใหญ่หนาของเขาฟอนเฟ้นไปตามร่างกายของผมอย่างไม่เกรงใจ ทั้งลำคอ แผ่นอก หน้าท้อง และส่วนที่อยู่ต่ำลงไป  ริมฝีปากและลิ้นของเขาปลุกเร้าโจมตีตามจุดต่างๆที่ไวต่อความรู้สึกอย่างช่ำชอง  ไคลน์ขยับตัวขึ้นมาทาบทับอยู่บนร่างผม เขาสอดมือเข้าไปใต้แผ่นหลังผมแล้วยกตัวผมขึ้นเล็กน้อยให้บดเบียดเสียดสีกับร่างกายอันแข็งแกร่งของเขา ในขณะที่กัดเข้าที่ไหล่ผมจนผมต้องกัดฟันกลั้นเสียงร้องไม่ให้เล็ดรอดออกมา  ทุกสัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความไคร่แบบดิบๆไร้ความนุ่มนวล และเต็มไปด้วยตัณหาราคะอันดิบเถื่อน  ซึ่งมันคงสร้างความพึงพอใจแปลกๆผสมความร้อนระอุในอกได้เป็นอย่างดี ถ้าเพียงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขา ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานอันบิดเบี้ยวเกินปกติอย่างที่เป็น 

“เอาเลยไคลน์.. ทำมันให้จบ” ผมบอกเขา ขณะที่เขาบีบเค้นสะโพกผมอย่างหนักหน่วง แล้วแทรกร่างแยกขาของผมออก  ผมเอื้อมมือไปกอดแผ่นหลังหนาบึกบึนของเขาแล้วกระซิบเบาๆที่หูเขา “แล้วหลังจากนั้นจะไม่ใช่เศษกระจกแล้ว  แต่จะเป็นมีดในครัวสักเล่มที่จะฝังอยู่ในอกฉัน”

ไคลน์ชะงักทันที เขาขยับมามองหน้าผม เราจ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วไคลน์ก็ส่ายหน้าช้าๆ “เจ้าไม่ได้โง่ขนาดนั้น”

“บางทีเวลาที่คนเราเกิดบ้าขึ้นมา ความฉลาดก็ไม่ได้ช่วยอะไร” ผมตอบ

เราจ้องตากันอยู่แบบนั้นอีกหลายวินาที แล้วในที่สุดไคลน์ก็ผละออกจากตัวผม  ผทเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆแบบไม่ตั้งใจ  ไคลน์ยืนมองผมอยู่ที่ข้างเตียงด้วยสายตาที่บรรยายยาก  แล้วเขาก็พูดขึ้น

“แม็ตต์ เจ้ารอดตัวไปได้เพราะความบ้าระห่ำอย่างสิ้นคิดและสติสัมปชัญญะอันมืดมัวไม่แจ่มชัดของตัวเอง  แต่จงจำไว้เถอะ  เมื่อใดที่เจ้าระลึกขึ้นมาได้และยอมรับถึงความปรารถนาในเบื้องลึกของตนเอง  สิ่งนั้นจะผลักดันให้เจ้าเดินเข้าสู่อ้อมอกของข้าอย่างเต็มใจในวันหนึ่งอย่างแน่นอน”

ไคลน์พูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เคร่งขรึมอย่างน่าแปลกใจ ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆเลือนหายไป  ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่ายกายเปลือยเปล่าของตัวเอง รู้สึกหนาวเยือกในอกอย่างบอกไม่ถูก  การที่ผมปฏิเสธและขู่เขาไปแบบนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์เลย  มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีล้วนๆ  มันคือการแก้แค้น  ถ้าไคลน์พรากเอาศักดิ์ศรีของผมไป ผมก็จะพรากเอาดวงวิญญาณไร้ตำหนิของตัวเองไปจากเขาด้วยเหมือนกัน

จากวันนั้น ชีวิตของผมก็ตกอยู่ในความอึมครึมมัวซัว ชวนสิ้นหวังยิ่งกว่าเก่า  วอลเตอร์ถูกปลดออกจากภาระหน้าที่เนื่องจากการบาดเจ็บที่ดวงตา ซึ่งคงไม่มีหวังว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป  จอร์จถูกเลื่อนขึ้นมารับหน้าที่แทน ซึ่งสร้างความโล่งใจให้เพื่อนร่วมงานบางคนที่ไม่ไม่ชอบขี้หน้าวอลเตอร์  ตำรวจสืบสวนเขต 6 เข้ามาสอบปากคำพวกเราทุกคนทั้งในฐานะเพื่อนร่วมงานของวอลเตอร์และผู้อยู่ในเหตุการณ์  และเป็นที่แน่นอนว่ามันต้องถูกสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้มีการวางแผนเพื่อก่อความรุนแรงหรือฆาตกรรมแต่อย่างใด

ผมผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาด้วยความรู้สึกลางเลือนคลุมเครือ  แน่ล่ะว่าภายนอกผมคงดูเคร่งขรึมพูดน้อย  แต่นั่นมันก็ไม่ได้แตกต่างกับบุคลิกโดยปกติของผมสักเท่าไหร่  และก็มีบางครั้งที่ผมเผลอจินตนาการไปว่ามีใครอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นมองเห็นสิ่งเดียวกับที่ผมเห็น  แล้วเขาก็จะเข้ามาชี้หน้าประณามผมว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับไคลน์ในการวางแผนเรื่องทั้งหมด  แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังลอยนวลอยู่ได้ โดยไม่มีใครสักคนที่จะระแคะระคายว่าผมนี่แหละคือตัวการสำคัญที่บงการอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ 

สติสัมปชัญญะของผมเลื่อนลอยขึ้นทุกทีตามวันเวลาที่ผ่านไป เหมือนกับว่าสมองของผมมันเป็นแค่ก้อนเนื้อสีเทาตุ่นๆที่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้  ยิ่งหัวใจยิ่งแล้วใหญ่  มันกลายเป็นก้อนดินน้ำมันที่อ่อนตัวลงทุกนาที  รอเวลาให้ไคลน์มาบิดปั้นมันให้เป็นรูปร่างแบบนั้นแบบนี้ตามใจชอบ 

หลายวันผ่านไป ผมดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความเบลออย่างสมบูรณ์แบบภายใต้ร่างกายที่ปฏิบัติตัวตามปกติเหมือนถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้  เรื่องของวอลเตอร์ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ทำให้ผมเสียศูนย์  แต่ความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างน่าอดสูต่างหากที่เป็นตัวฉุดความรู้สึกผมให้ตกต่ำดำมืดลงเรื่อยๆ  และพอมาถึงตอนนี้  ผมก็ชักจะรู้สึกว่าสิ่งที่ไคลน์คอยพูดกับผมนั้นมันน่าสนใจมากขึ้นทุกที  จะเรียกว่าเป็นสิ่งเดียวที่ผมสนใจจริงจังในช่วงเวลานี้เลยก็ว่าได้  ...ข้อเสนอของเขา  มันช่างดึงดูดเย้ายวนและสมเหตุสมผลไปหมดซะทุกอย่าง  และมันมักจะวนเวียนอยู่ในความคิดคำนึงของผมอย่างไม่จบสิ้น แม้แต่ในเวลาที่เขาไม่อยู่ด้วย

...แม็ตต์  เจ้าจะตากตรำเสียเวลากับวัตถุโบราณเหล่านี้ไปทำไมกัน?  ในเมื่อแค่ความช่วยเหลือจากข้า  ปริศนาและความลี้ลับแห่งอารยะธรรมในอดีตพวกนั้นก็จะเปิดเผยออกมาให้เจ้ารู้ได้อย่างง่ายดาย

...เจ้ารู้ไหมแม็ตต์?  ว่าแม่เจ้าจะทุกข์ใจเพียงใด และกล่าวโทษตัวเองสักแค่ไหน  ในวันที่น้องชายของเจ้าได้รับจดหมายปฏิเสธจากสถาบันการศึกษาที่เขาหวังเอาไว้อย่างที่สุด  แล้วเจ้าจะใจดำรอดูมันเกิดขึ้นทั้งๆที่รู้ล่วงหน้าแบบนี้หรือ? 

...แม็ตต์ เจ้าช่างน่าเห็นใจนัก  ในทุกค่ำคืนอันมืดมิดที่มีฝนตกฟ้าร้องเสียงดัง  เจ้าจะต้องนอนตัวสั่นขดตัวราวกับทารก  ไม่มีใครสักคนที่จะรู้ซึ้งถึงความหวาดหวั่นและโหยหาไออุ่นจากคนที่เจ้ารักและหวังพึ่งพิง  ...ถ้าเพียงแต่เจ้าจะขอให้ข้าช่วย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างบางเรื่องจากหลายๆเรื่องที่ไคลน์คอยเป่าหูผมให้คล้อยตามเขา  ซึ่งบางครั้งผมก็โกรธและโวยวายขึ้นมา  แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ลงเอยด้วยการที่ผมต้องไปนอนคิดถึงมันไปอีกเกือบค่อนคืน 

แต่โชคยังดีที่ในความฝันนั้นต่างออกไป  ในเวลาที่ผมหลับ  เรื่องต่างๆที่ไคลน์คอยพร่ำกรอกหูผมนั้นสลายหายวับไปไม่มีเหลือ  มีแต่เพียงเรื่องราวของอัล ที่โลดแล่นอยู่ในสายตาของผมแทบทุกค่ำคืน  แต่มันก็ค่อนข้างน่าขำแบบเจ็บๆ  ที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของเขาเหมือนกัน  เขาได้รับความกดดันจากหลายฝ่าย และตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกคล้ายๆกันกับผม  เราทั้งคู่ยังกับผู้ชายที่ถูกผูกขาห้อยหัวลงมาเหมือนรูปในไพ่ THE HANGED MAN ของพวกยิบซีไม่มีผิด และเราต่างรอว่าเมื่อไหร่ไอ้เชือกเล็กๆที่ผูกขาเราอยู่มันจะขาดๆไปซะที จะได้รู้ว่าร่างของเราจะร่วงหล่นไปจนถึงนรกขุมไหน

แต่จะว่าไปแล้ว อัลดูจะเป็นความรื่นรมย์เดียวที่ผมเหลืออยู่ในช่วงนี้  เขาเป็นเหมือนน้ำหยดเดียวในทะเลทรายอันแห้งแล้ง  ผมรู้ว่าเรื่องของเขาเกิดขึ้นและจบไปนานแล้ว  แต่มีบางครั้งที่ผมรู้สึกว่าเราเหมือนจะส่งผ่านความรู้สึกถึงกันได้  มีบางคืน ที่ผมเห็นเขานั่งอยู่คนเดียวและเหม่อมองมาที่ผมเหมือนเขามองเห็นผม และทำท่าเหมือนอยากจะพูดกับผม  และนั่นก็ทำให้ผมนึกอยากจะยิ้มให้เขาขึ้นมา  แต่มันก็คงเป็นเพียงกลไกตามธรรมชาติที่ผมสร้างและคิดฝันมันขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้หม่นหมองจนเกินไปนัก

สองสัปดาห์ต่อมาหลังจากเหตุการณ์ในโถงแสดงงานศิลปะของหอประชุมมหาวิทยาลัย  คูเปอร์ก็โทรมาหาผม

“แม็ตต์ เป็นยังไงบ้าง?  ไม่เห็นติดต่อมาหาฉันเลย”  เสียงของเขานุ่มนวลแต่ก็เจือความขุ่นใจอยู่นิดๆ

“ก็ไม่มีอะไรนี่” ผมโกหก

คูเปอร์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง  ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นคาดคั้น  “แม็ตต์ มีอะไรเกิดขึ้น?”

“ก็มีเรื่องแย่ๆของวอลเตอร์น่ะ  ออกทีวีกับลงข่าวในหนังสือพิมพ์ด้วย นายไม่รู้ข่าวมั่งเลยเหรอ?  ไปอยู่ที่ไหนมา?”

“ฉันไม่ได้ถามถึงวอลเตอร์ ฉันถามถึงนาย”

ผมเงียบ...  ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี  เพราะไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกมาก็ตาม คูเปอร์ต้องรู้สึกผิดสังเกตภายในไม่เกิน 2 ประโยคแน่นอน

แต่ดูเหมือนคูเปอร์จะจับได้ตั้งแต่ประโยคแรกโน่นแล้ว เขาก็เลยพูดต่อไปด้วยรูปประโยคที่ถอดแบบออกมาจากแม่ผมเปี๊ยบ

“แม็ตต์ พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปวิ่งออกกำลังที่วอชิงตันสแควร์ปาร์ค และฉันต้องได้เห็นนายที่นั่นตอน 7 โมงตรง  ไม่งั้นฉันจะไปลากนายออกมาจากเตียงด้วยตัวเอง  และถ้ายมทูตของนายมีปัญหา ก็ลากเขาออกมาวิ่งด้วยเลย”  คูเปอร์พูดโดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบแล้วก็วางสายไปเลย 

และนั่นก็เป็นครั้งแรกในช่วง
2-3 สัปดาห์นี้ที่ผมยิ้มออกมาได้




เช้าวันรุ่งขึ้น ผมก็ไปยืนยืดกล้ามเนื้ออยู่ตรงม้านั่งในสวนสาธารณะตรงจุดที่นัดคูเปอร์เอาไว้  ทั้งๆที่ใจอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆแล้วฝันถึงอัลต่อไปอีกสักครึ่งชั่วโมงมากกว่า ผมถูมือเข้าด้วยกันและใช้ลมจากปากเป่ามันให้อุ่นขึ้น  ไม่นานคูเปอร์ก็พาร่างสูงโปร่งวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาผม

“ไฮ.. คูป ถ้าจำไม่ผิด ล่าสุดนายพักอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ตรงฟิฟต์อเวนิว แล้วทำไมต้องถ่อมาวิ่งถึงนี่? ข้ามฝั่งไปวิ่งในเซ็นทรัลปาร์คไม่สะดวกกว่าเรอะ?” ผมทักเขาด้วยความรู้สึกสดชื่นพอๆกับเด็กขายไม้ขีดไฟที่ต้องออกไปเดินท่อมๆขายไม้ขีดท่ามกลางความหนาวเหน็บในคืนคริสต์มาส

“วิ่ง” คูเปอร์ประกาศิตออกมาคำเดียวสั้นๆ

ผมวิ่งเหยาะๆไปรอบสวนด้วยกันกับคูเปอร์  เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก จนกระทั่งวิ่งรอบสวนได้ 12 รอบ ซึ่งเป็นระยะทางราว 3 ไมล์  ผมกับเขาก็นั่งลงพักตรงเก้าอี้ข้างสวนตัวเดิมตรงจุดแรกที่เจอกัน

“นายเป็นยังไงบ้าง?”  คูเปอร์ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆเหมือนไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ พลางมองไปที่หญิงสาวสวยคนหนึ่งที่วิ่งผ่านมาและเธอส่งยิ้มบางๆให้เรา  แต่ผมรู้ดีเลยล่ะว่าผมจะต้องคิดถึงคำตอบที่จะพูดออกไปอย่างใส่ใจเอามากๆ

“ก็เรื่อยๆ”  ผมตอบพลางเอาผ้าขนหนูซับเหงื่อที่แตกพลั่กบริเวณต้นคอและไรผมแถวหน้าผาก

“เรื่อยๆแบบไหน?” เสียงของคูเปอร์ชักเข้มขึ้น “แบบที่นายยังมีความสุขดีกับการเล่นเกมกับคู่หูคนใหม่ แล้วก็ยังเหลือเวลาในชีวิตเท่าเดิมใช่มั้ย?”

“อืม..  อะไรคล้ายๆแบบนั้น” ผมอ้อมแอ้ม  ความรู้สึกสดชื่นเบาตัวจากการที่ได้ออกกำลังกาย ถูกแทนที่ด้วยความหนักอึ้งขึ้นมาทันที

“หมายความว่ายังไง?” คูเปอร์หันมามองหน้าผมทันทีเลยเหมือนกัน “ตกลงว่าเท่าเดิมหรือไม่เท่าเดิม?  ตอบมาให้ชัดๆ เพราะมันมีซะที่ไหน ไอ้คำตอบประเภท ‘ประมาณว่าเท่าเดิม’ น่ะ”

“ก็..”  ผมอ้าปากโดยกะว่าจะพูดโกหกออกไปสัก 2-3 คำ  แต่พอเห็นสีหน้าและแววตาของคูเปอร์ ที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาห่วงผมจากใจจริงขนาดไหน  ผมก็ทำแบบนั้นไม่ลง

“ฉัน..” ผมก้มหน้ามองรองเท้ากีฬายี่ห้อไนกี้ของตัวเอง รู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจที่จะต้องสบตาเขา “ไม่ค่อยอยากพูดถึงมันเท่าไหร่”

“ทำไม?” คูเปอร์ลดเสียงลงเหลือเพียงเบาๆ “เขาอยู่ใกล้ๆนี่รึไง?”

“เขาก็อยู่กับฉันเสมอแหละคูเปอร์” ผมทำเสียงเหมือนเยาะตัวเอง “ต่อให้ไม่ได้มายืนอยู่ข้างๆ คอยพูดโน่นพูดนี่กับฉัน ก็คอยจับตามองฉันอยู่ไกลๆจากที่ไหนสักที่”

คูเปอร์ดูเหมือนจะจับความขมขื่นในน้ำเสียงของผมได้ เขาเอียงตัวหันมาทางผมแล้วเอามือวางบนบ่าผมด้วยท่าทางเป็นกังวล “แม็ตต์..”

“บางทีเขาก็อยู่ในนี้” ผมเอานิ้วเคาะตรงขมับของตัวเอง “อยู่ในหัวของฉัน เฝ้าพร่ำพูดถึงเรื่องที่ฉันไม่อยากฟัง แทรกซึมเข้ามาทุกที่ว่างในความคิดฉันตั้งแต่ลืมตาตื่นจนกระทั่งเข้านอน  กดดันบีบคั้นอารมณ์ฉันจนฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้วคูป  จนบางทีฉันนึกอยากจะระเบิดหัวตัวเองทิ้งให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงของเขาอีก”

ตอนนี้สีหน้าของคูเปอร์ไปไกลกว่าคำว่ากังวลมากแล้ว เขาดูทั้งเป็นห่วง หนักใจ และปวดใจ  และถึงคูเปอร์จะเป็นคนที่มีบุคลิกสุภาพนุ่มนวลเป็นพื้น แต่เขาไม่ใช่คนอ่อนแอปวกเปียก ภายใต้ความอ่อนโยนของเขามีความเข้มแข็งและพึ่งพาได้แอบแฝงอยู่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ

“แม็ตต์ พูดออกมาให้ฉันฟังทั้งหมด”

จบคำของคูเปอร์  เรื่องราวทุกอย่างก็พร่างพรูออกจากปากผมเหมือนทำนบแตก  คูเปอร์นิ่งฟังอย่างตั้งใจ ผมรู้ว่าเขามีความรู้สึกมากมายหลายอย่างกับทุกเรื่อง ทุกตอน และทุกความรู้สึกของผม  แต่คูเปอร์ก็เลือกที่จะนิ่งและฟังอย่างสงบ เขามักจะครองสติได้อย่างดีเยี่ยมในเวลาที่ผมหรือหลุยส์สติแตก  และในทางกลับกัน ในเวลาที่พวกผมมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน คูเปอร์จะเลือกเป็นฝ่ายสติแตกซะเอง

“แม็ตต์ ใจเย็นๆ” เขาจับบ่าผมทั้งสองข้าง เมื่อผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังจนหมด  อกผมสะท้อนขึ้นลงจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “มันยังไม่ได้แย่ขนาดนั้น”

“หมายถึงยังไม่ได้แย่จนถึงขนาดสั่งให้ฆ่าใคร โดยเอาวิญญาณทั้งดวงเข้าแลกใช่มั้ย?” ผมหัวเราะออกมา รู้สึกเหมือนกำลังใกล้บ้าเต็มที “แต่ถ้าแลกกับอย่างอื่นล่ะไม่แน่ นายก็ได้ฟังแล้วนี่ ว่าข้อเสนอของเขาแต่ละอย่างมันเร้าใจสมเหตุสมผลชวนให้แลกขนาดไหน  อย่างเรื่องมหาวิทยาลัยของหลุยส์ไง ที่ฉันคงปฏิเสธไม่ลงแน่ๆ  แล้วไหนจะเรื่อง..”

“แม็ตต์!” คูเปอร์ตบแก้มผมดังเพียะ แล้วพูดขึ้นมาเสียงดัง “ตั้งสติหน่อยได้มั้ย!

“หือ?” ผมมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกกึ่งงงกึ่งเจ็บ

“ทำไมนายปล่อยให้เขาเข้ามาครอบงำนายได้ขนาดนี้? นายยังเป็นแม็ตต์ ดาร์ซี คนเดิมอยู่รึเปล่า?” คูเปอร์มีสีหน้าเจ็บปวด “นายไม่ใช่ฮีโร่ที่ต้องมาคอยกอบกู้โลก  ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีหนทางของมันอยู่แล้วไม่ว่าดีรึเลว และมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของนาย!”

“แต่..”

“หลุยส์จะเข้าเรียนที่บราวน์ไม่ได้ก็ไม่ได้ทำให้โลกแตก  แม่นายจะเสียใจรึโทษตัวเองแค่ไหน ก็ยังคงน้อยกว่าที่จะต้องเสียใจถ้าได้รู้ว่าหลุยส์สมหวังโดยที่นายต้องเอาเวลาในชีวิตของนายเข้าแลก  แม็ตต์.. ต่อให้เป็นเรื่องของตัวฉัน ฉันก็ขอสั่งห้ามไม่ให้นายแลกเวลาในชีวิตของนายแม้แต่วันเดียวเพื่อช่วยฉันจากอะไรก็ตาม  เพราะมันไม่สมควรเลย นายไม่ได้ติดหนึ้ใครและไม่จำเป็นต้องชดใช้ให้ใคร  เข้าใจที่ฉันพูดมั้ยแม็ตต์?”

“อืม”  ผมพยักหน้าทั้งๆที่ยังเบลอๆอยู่

คูเปอร์บีบที่ไหล่ผม แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ “ฉันเองก็ต้องขอโทษ  ที่ไม่ได้คอยถามไถ่นายให้บ่อยกว่านี้  ทั้งๆที่ฉันเป็นคนเดียวที่รู้ว่านายต้องใช้ชีวิตอยู่กับยมทูตเฮงซวยนั่น  บังเอิญช่วงนี้ฉันค่อนข้างยุ่งๆอยู่สักหน่อย”

ผมเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยที่ได้ยินคูเปอร์ด่าไคลน์  แล้วก็รู้สึกเอะใจนิดๆกับคำพูดของเขา “ทำไม..  นายมีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

“ไม่ใช่ปัญหาของฉันหรอก แต่เป็นปัญหาของพ่อฉันต่างหาก ดูเหมือนพ่อจะไปเหยียบตาปลาใครบางคนเข้า” คูเปอร์มีสีหน้าวุ่นวายใจขึ้นมาแว่บหนึ่ง แต่ก็ยังส่งยิ้มฝืดๆให้ผม  “แต่เดี๋ยวพ่อก็สะสางเองได้ พ่อฉันเก่งอยู่แล้ว”

“คูป..  ถ้ามีอะไรที่ฉัน...”

คูเปอร์ส่ายหน้าดิกตั้งแต่ผมยังพูดไม่จบประโยค “แม็ตต์ ฉันว่าตอนนี้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากนายมากที่สุด ก็คือตัวนายเอง ไม่ใช่ใครทั้งนั้น”

คูเปอร์จ้องตาผมนิ่งๆอยู่อึดใจหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรในแววตาผม แต่สุดท้ายคูเปอร์ก็โน้มคอผมให้หน้าผากผมแตะกับหน้าผากเขา

“ขอร้องล่ะแม็ตต์ ตั้งสติให้ได้ แล้วกลับมาเป็นตัวเองเดี๋ยวนี้เลย”

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะแรงตบจากฝ่ามือหนักๆของคูเปอร์ หรือเป็นเพราะดวงตาสีเทาอมฟ้าของเขาที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาแคร์ผมขนาดไหนกันแน่  ที่ทำให้หลังจากนั้น ในหัวของผมก็โปร่งโล่งเหมือนมีใครมาเป่าเอาก้อนเมฆทึบๆมัวๆให้ลอยหายไป  สติผมแจ่มชัดขึ้นมาจนเหมือนปกติ  มันชัดซะจนผมเห็นได้ถึงความคิดและความรู้สึกแบบเดิมที่แสนจะเป็นตัวของตัวเองของผม

และในช่วงสายของวันนั้นเอง ผมก็ตัดสินใจขับรถออกนอกเมืองมุ่งไปยังแฮมป์ตันซึ่งเป็นย่านคนรวยที่ชอบอวดว่ามีบ้านหลังใหญ่เบิ้มติดทะเล   มันอยู่ห่างจากกรีนนิชวิลเลจที่ผมอาศัยอยู่ร่วม 2 ชั่วโมง แต่การขับรถคนเดียวไกลๆเป็นการผ่อนคลายแบบหนึ่งของผมอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ที่ผมต้องการการผ่อนคลายเป็นพิเศษ 

ระหว่างทาง ผมต้องชะลอและหยุดรถชั่วคราว เนื่องจากไปเจอเข้ากับสุขพันธ์ทางจรจัดตัวหนึ่งซึ่งถูกรถชนนอนหายใจรวยรินอยู่กลางถนน  ผมลงจากรถไปดูมัน เผื่อจะช่วยแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพามันไปโรงพยาบาลสัตว์ได้ทันเวลา  แต่พอผมเห็นมันใกล้ๆผมก็รู้ว่าหมดหวัง ท้องของมันฉีกขาดจนลำไส้หลุดออกมากองอยู่ข้างนอก  แต่มันก็ยังไม่ตาย ดวงตาสีน้ำตาลใสของมันมองมาที่ผมเหมือนจะร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา ในขณะที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“เจ้าช่วยมันได้นะแม็ตต์  แค่เวลาในชีวิตเจ้าเพียง 10 วันเท่านั้น  ก็ช่วยต่อเวลาให้สัตว์เล็กๆที่น่าสงสารนี่ได้แล้ว” เสียงของไคลน์ลอยมาตามลม

ผมยิ้มแล้วกระชับเสื้อโค้ทเข้ากับตัวเพื่อป้องกันความหนาวเย็นทั้งจากสภาพอากาศจริง และบริการความเย็นแบบพิเศษที่ติดตามตัวผมมาด้วย ก่อนจะเดินกลับไปที่รถและเปิดช่องเก็บของเพื่อหยิบปืนพกขนาด 9 ม.ม.ออกมา จากนั้นก็เดินกลับไปหาเจ้าสุนัขโชคร้ายตัวนั้น ผมเล็งที่หัวของมันแล้วเหนี่ยวไก 2 ทีซ้อน ปลิดสายใยสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวชีวิตของมันให้ขาดสะบั้นลง

“นี่เป็นคำตอบของฉันสำหรับข้อเสนอเมื่อกี้นี้ และข้อเสนออื่นๆที่นายเคยถามฉันก่อนหน้านี้ด้วย”

“เจ้าช่างโหดร้าย”  เสียงของไคลน์เย็นเยียบยิ่งกว่าอากาศซะอีก

“ไปตายซะ ไคลน์” ผมสวนกลับ โดยไม่แคร์ว่าเขาจะเคยตายมาแล้วกี่ครั้ง

แล้วผมก็เดินกลับไปที่รถ ปิดประตูดังปัง แล้วขับรถออกมาจากตรงนั้นมุ่งสู่แฮมป์ตันอย่างปลอดโปร่งใจ

พอไปถึงแฮมป์ตัน ผมก็เลี้ยวผ่านประตูบานใหญ่บานหนึ่งแล้วขับไปตามทางยาวเหยียดซึ่งทอดไปยังบ้านหลังใหญ่บนเนินหญ้าเขียวสด  ที่มีโรงม้าสีขาวตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง  และพอเดินขึ้นบันไดไปยังเทอเรซ ผมก็เห็นไบรซ์ คาร์เตอร์ ลูกชายของผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของสถาบันค้นคว้าที่ผมทำงานอยู่ กำลังยืนพิงประตูทางเข้าเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง เขาอยู่ในชุดกางเกงขี่ม้าสีขาวที่ยิ่งขับเน้นรูปร่างแบบนักกีฬาของเขาให้น่ามองยิ่งขึ้น

“ไม่นึกว่าคุณจะมาจริงๆ”  เขาทักขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปใกล้พอ

“ฉันเคยโกหกเธอเหรอ?”  ผมส่งยิ้มบางๆให้เขา

ไบรซ์ทำหน้าเหมือนมีใครเอาอะไรร้อนๆมาไว้ใกล้ๆหน้า  ผิวแก้มของเขาขึ้นสีเล็กน้อย  เขาเดินเข้ามาใกล้ผมแล้วพูดขึ้นเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน “ก็ผมแข่งว่ายน้ำชนะก็จริง แต่ไม่ได้ทำลายสถิติตัวเองอย่างที่คุณตั้งไว้ ผมก็เลยไม่คิดว่าคุณอยากจะเจอผม”

“ฉันเจอเธอได้ โดยไม่ต้องมีข้อแม้เสมอไปหรอกไบรซ์” ผมบอก

ไบรซ์มองหน้าผม ดวงตาของเขาเป็นประกายสว่างสดใส “ไปโรงม้ากับผมมั้ย?  พ่อผมเพิ่งซื้อม้าตัวใหม่มา  สวย และสายพันธ์ดีเยี่ยม  คุณอยากลองขี่ดูมั้ยล่ะ?”

“แน่นอน” ผมตอบโดยที่ไม่ได้นึกถึงม้าเลยสักนิด

จากนั้นผมกับเขาก็เดินไปยังโรงม้าที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล  ไบรซ์พาผมไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์ขี่ม้า เพื่อไปหยิบหมวก ถุงมือ และรองเท้าให้ผม  และในขณะที่ผมกำลังรับถุงมือจากเขา  ไบรซ์ก็ยื่นมือออกมาลูบที่ใบหน้าผมเบาๆ

“คุณดูเหนื่อยๆนะแม็ตต์  งานยุ่งเหรอ?”

“อืม”  ผมพยักหน้าแล้วยิ้มให้เขา “ดูโทรมมากเลยรึไง?”

“ก็ไม่หรอก แค่มีรอยช้ำใต้ตานิดหน่อย” ไบรซ์มองหน้าผมอย่างพิจารณา “แต่รวมๆก็ยังหล่อขาดใจเหมือนเดิม”

“ฉันควรต้องให้รางวัลสำหรับคำพูดพวกนี้ใช่มั้ย?” ผมพูดพลางรั้งเอวเขาเขามาใกล้ 

ไบรซ์หัวเราะเบาๆ  รอยยิ้มและแววตาของเขาดูเจ้าเล่ห์ “แต่บางทีผมก็ชอบการลงโทษมากกว่านะ”

ต่อจากนั้นแทนที่เราจะไปขี่ม้ากัน ผมกับเขาก็ทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ทำให้หัวใจสูบฉีดได้ดีกว่าการขี่ม้าซะอีก

“แม็ตต์.. คุณ..  โกรธ..  ใคร..  มา..”  เสียงของไบรซ์กระท่อนกระแท่นตามแรงกระทำจากผม

“ทำไมถามแบบนั้น?” ผมถามกลับ ในขณะที่เหงื่อหยดติ๋งลงบนแผ่นหลังเนียนๆที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา

“ก็.. คุณดู.. รุนแรงกว่าเคย..”

“เหลวไหล” ผมทำเสียงตำหนิ “ในเวลาแบบนี้ฉันจะไม่นึกถึงใครหรืออะไร นอกจากคู่ของฉัน ซึ่งในตอนนี้ก็คือเธอ”

“อืมม..”  ไบรซ์ครางแผ่วออกมาอย่างพอใจ ผมขยับเร่งจังหวะให้ถี่กระชั้นขึ้น  ไบรซ์ครางออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม และมันคงทำให้เขาไม่รับรู้ถึงเสียงอื่นนอกจากเสียงตัวเอง  รวมทั้งไม่ได้สังเกตด้วยว่าทำไมในห้องเก็บอุปกรณ์ขี่ม้าถึงได้มีกลิ่นหอมคล้ายเครื่องหอมผสมรากไม้ลอยอวลอยู่ในอากาศ

“เชิญดูจนจบไปเลย เพราะฉันไม่แคร์” 

ผมพึมพำออกมาเบาๆเหมือนพูดกับตัวเอง  แต่ผมรู้ดีว่าผมพูดอยู่กับใคร  และใครที่ว่าก็เป็นคนที่มีอิทธิพลครอบงำจนทำให้ผมเสียศูนย์ไปพักใหญ่  แต่คนที่มีอิทธิพลต่อเราอาจไม่ใช่เพื่อนของเราเสมอไป  โดยเฉพาะเขา ที่ผมคงต้องคอยเตือนตัวเองเอาไว้บ่อยๆว่าเรายืนอยู่ตรงกันข้ามกับคำว่าเพื่อนอย่างสิ้นเชิง  เราไม่ได้ห่วงใย ไม่ต้องหวังดีต่อกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องแคร์กัน...

.................................................................................................................................


จบตอนที่ 7 แล้วค่า~ 
ขอบคุณทุกยอดวิว  คอมเม้นต์ และโหวตนะคะ  จุ๊บๆ  ^3

เจอกันตอนหน้าค่ะ




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ลิขิตรัก จากนรก (yaoi) ตอนที่ 7 : สติ เป็นสิ่งจำเป็น , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4199 , โพส : 56 , Rating : 65% / 30 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 56 : ความคิดเห็นที่ 1248
กัดกันซะแล้ววว
Name : กระต่ายสีเงิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กระต่ายสีเงิน [ IP : 125.25.229.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 เมษายน 2557 / 00:31
# 55 : ความคิดเห็นที่ 1235
ทางนี้ก็แรงไป ทางนั้นก็แรงมา นี้มันคู่กัดกันมาแต่ชาติก่อนรึไงฮ่ะ

PS.  ★ I'll m e l t you down like ice cream .
Name : RINKUWAc .™ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RINKUWAc .™ [ IP : 61.90.16.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:17
# 54 : ความคิดเห็นที่ 1223
แรงจริงๆ แต่ก็ยังอ่านต่อ 555
Name : Penguin[G] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Penguin[G] [ IP : 118.173.233.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 ตุลาคม 2556 / 00:11
# 53 : ความคิดเห็นที่ 1215
แรงจริง แต่ก็ชอบนะ อิอิ
PS.  อัจฉริยะกับปัญญาอ่อน มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นกันอยู่
Name : little-red-cap < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ little-red-cap [ IP : 125.24.171.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2556 / 01:01
# 52 : ความคิดเห็นที่ 1180
...ไม่รู้จะพูดอะไรดี แมตต์...คิดไปคิดมานายก็น่าสงสารเหมือนกันนะเนี้ย
แต่ไอ่ที่ทำเรื่องแบบนั่นโดยที่ไม่แคร์นี่ก็ อืม... จะว่าไงดีละเนี้ย
นายไม่อายบ้างรึไง!!!??? //คำตอบมันก็บอกชัดๆ แล้วนี่หว่าว่าไม่แคร์..

PS.  Aamm..ช่วงนีมักเกิดความรู้สึกอยากฆ่าให้ตาย และตายมากเป็นพิเศษ
Name : Yoku Akanso < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yoku Akanso [ IP : 223.207.120.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ธันวาคม 2555 / 16:46
# 51 : ความคิดเห็นที่ 1160
..... ชอบมากค่ะ
PS.  รักนักเขียนทุกคน
Name : Vine < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Vine [ IP : 124.122.25.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กันยายน 2555 / 23:06
# 50 : ความคิดเห็นที่ 1144
 โฮ..แอบหวังว่าฉากนี้จะทำให้ยมทูตฟิวหลุดค่ะ
...น้ำลายสอ
PS.  ไม่มีอะไรที่ผิด มันก็แค่ค่านิยมที่คนตั้งขึ้น เพื่อติดเกราะป้องกันให้แก่ตัวเอง
Name : Toffy_[B] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Toffy_[B] [ IP : 113.53.0.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 / 22:33
# 49 : ความคิดเห็นที่ 1090
กลับมาเป็นแมตต์คนเดิมแล้วสินะ
คิดว่าจะหัวอ่อนคล้อยตามไคลน์ไปซะแล้ว
คูเปอร์เป็นเพื่อนที่ดีมากจริง ๆ อร๊างง
ยังไงก็ยังเป็นเนื้อคู่ของน้องหลุยส์นี่นา
เอ้อ แล้วยมทูตไคลน์ที่มีความรู้สึกแล้ว
จะรู้สึกยังไงกับบทเพลงรักตรงหน้าบ้างน้า กรั่กกๆ
Name : สา-ระ-เลว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สา-ระ-เลว [ IP : 101.108.205.224 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:39
# 48 : ความคิดเห็นที่ 1071
โอ้วววววววววววว
ป่านนี้ไคลน์ไม่ช้ำใจตายไปแล้วหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แมตต์ตัวจริงกลับมาแล้ว
PS.  หากเราไม่เคยล้ม ก็คงไม่รู้จักกับความเจ็บปวด และไม่รู้ว่าจะจัดการกับความเจ็บปวดนั้นได้อย่างไร ...
Name : แมวสีส้ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แมวสีส้ม [ IP : 223.206.168.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2555 / 21:41
# 47 : ความคิดเห็นที่ 1039
หลังจากที่เสียสูญไปซักพัก

แมตต์ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง
Name : dolly [ IP : 180.183.41.213 ]

วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 06:06
# 46 : ความคิดเห็นที่ 1019
 ไคลน์ๆๆๆๆ ๆ  ๆ ..

รู้สึกกดดันและอัดอึดแทนแมตต์จริงๆเลยนะ  เฮ้ออ
เอาใจช่วย

PS.  You know,it's really drivin' ME insane! Como me halces falta tu
Name : TiwticAmp_90 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TiwticAmp_90 [ IP : 113.53.16.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ธันวาคม 2554 / 01:14
# 45 : ความคิดเห็นที่ 983
 ตอนนี้แรงได้อีก 555
PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 171.4.246.185 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤศจิกายน 2554 / 23:23
# 44 : ความคิดเห็นที่ 967
แม็ตต์ไม่แคร์ไคลน์แน่หรอ~

น่ารักอ่ะ><

PS.  คิดถึงเพื่อนนน
Name : หมึก5สี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หมึก5สี [ IP : 183.89.75.226 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 / 21:27
# 43 : ความคิดเห็นที่ 928

เอาอีกแล้วแม็ตต์นายช่างกล้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


PS.  คิมจุนชูที่สุดของหัวใจ..ร้องเพลงเพราะ เล่นฟุตบอลเก่งแฟนใครน้า
Name : *-*SooNO*-* < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ *-*SooNO*-* [ IP : 115.87.25.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 / 21:38
# 42 : ความคิดเห็นที่ 827
คูเปอร์เนี่ยเป็นเพื่อนที่ดีจัง แต่น่าเสียดายที่ชอบหลุยมากกว่าไม่งั้นก็น่าเชียร์
กระตุงหนวดยมทูตนะเนี่ย ไคลน์จะทำยังงัยต่อเหรอ มีแบบหึงโหดหรือเปล่าหว่า
Name : เงารัตติกาล < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เงารัตติกาล [ IP : 119.46.176.222 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2554 / 09:17
# 41 : ความคิดเห็นที่ 324
ไคน์จะหึงมั้ยนะ
Name : ฝนธารา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 183.88.248.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2554 / 12:31
# 40 : ความคิดเห็นที่ 309
สนุกมาก เมิ่อเขียนจบอย่าลืมรวมเล่มทำหนังสือ แล้วเราจะตามไปซื้อ เนื่อเรื่องสุดยอด
Name : dear [ IP : 110.169.89.145 ]

วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 / 15:10
# 39 : ความคิดเห็นที่ 279

ไคล์ จะรู้สึกอย่างไงบ้างนะ สนุกขึ้นเลื่อนๆแล้ว


PS.  ช่วงนี้ ต้อง เก็บ เงิน เก็บ เงิน เก็บ เงิน!!!
Name : อายะตัน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อายะตัน [ IP : 124.121.127.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2554 / 23:05
# 38 : ความคิดเห็นที่ 264
ไรเตอร์มาแล้ว แล้วไคล์จะทำยังไงดีล่ะ
Name : 8813 [ IP : 61.90.101.112 ]

วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 / 14:40
# 37 : ความคิดเห็นที่ 253
จะรู้สึกหึงบ้างไม๊น๊าคุณไคลน์
Name : Blue~Blossom < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Blue~Blossom [ IP : 223.207.141.128 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กรกฎาคม 2554 / 21:34
# 36 : ความคิดเห็นที่ 246


PS.  il mio nome e' varin อยากเป็นเพื่อนด้วยจัง
Name : lord sevane < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lord sevane [ IP : 182.53.99.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 / 19:52
# 35 : ความคิดเห็นที่ 245
เขียนเก่งจังเลย ><

ในที่สุดแม็ตก็ตามเกมส์ทัน
จากที่เสียสูญอยู่นาน
Name : Alo-HA ~ [ IP : 202.12.74.1 ]

วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 / 19:06
# 34 : ความคิดเห็นที่ 244
สวดยอด (เสียงอู้อี้เพราะกำลังปาดเลือด)

ไม่รู้สิ ในความรู้สึกของสาววายคนนึง เราคิดว่านิยายเรื่องนิโคตรจะมีเสน่ห์อ่ะ

ให้อารมณ์เหมือนนิยายแปลแต่ภาษาที่ใช้ อ่านแล้วรู้ว่าไม่ได้แปล

โอยยย! สุดยอด

เชียร์ไคลน์(เมะ) แมตต์(เคะ)กันต่อไปหุๆๆๆๆๆๆๆ
PS.  WAR , PEACE , LOVE เริ่มต้นด้วยสงคราม สิ้นสุดที่สันติภาพ และจบลงที่การมอบความรักให้แก่กัน รักเถอะนะ... รักกันเถอะนะ
Name : I'm the Vagabond < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I'm the Vagabond [ IP : 49.48.53.213 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 / 11:18
# 33 : ความคิดเห็นที่ 243
แหม ถ้าคูเปอร์ไม่ชอบหลุยส์อยู่ล่ะก็นะ จะแอบเชียร์คูเปอร์ให้คู่แม็ตซ์ซะเลย

หลังจากแม็ตซ์เสียศูนย์อยู่พักใหญ่ ก็กลับมามีสติได้ซะที

เห็นด้วยค่ะ อาจจะดูโหดร้าย แต่เรื่องทุกอย่างมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา

หมาแมวหรือใครจะตาย มันก็ไม่ใช่ความผิดเราที่ไม่ช่วย ทุกคนมีชีวิตของตัวเอง

เพราะฉนั้น เราเห็นด้วยเลยที่แม็ตซ์จะไม่ยอมแลกเวลาในชีวิตตัวเองกับใครอีก

แต่ปัญหาคือ ทำแบบนั้นเท่ากับว่า ไคลน์จะต้องอยู่กับแม็ตซ์ไปอีกหลายสิบปีจนตลอดชีวิต

ระหว่างนั้นก็ระวังพ่อยมทูตให้มากๆนะ เด๋วจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นผู้โดนกดแทน
Name : munichblack < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ munichblack [ IP : 124.122.170.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2554 / 20:44
# 32 : ความคิดเห็นที่ 242
กริ๊ดดดด สู้ๆต่อไป
PS.  ~อย่าได้แคร์สื่อ~ อะน่า~ช้าบัดเดี๋ยวนี้โปรดคลิ๊กๆๆ http://writer.dek-d.com/dearmeepooh/writer/view.php?id=590118 น่าตะเองคล๊กหน่อยอะ
Name : Sacho < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sacho [ IP : 110.164.220.139 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2554 / 17:29
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android