[สนพ.คำต่อคำ] มู่กั๋วหวางโฮ่ว 木国王后 หนึ่งปรารถนาวาสนารัก

ตอนที่ 10 : มู่กั๋วหวางโฮ่ว : ตอนที่๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    20 พ.ค. 60

ตอนที่๙

ตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก

 




วังหลวง


                หลังจากหยางเฟิ่งกระทำเรื่องสะเทือนแผ่นดินจนกล่าวขานไปทั่วสี่ทิศแปดทาง หลายวันต่อมาหยวนไท่โฮ่วได้มีคำสั่งลับให้ผู้นำสกุลหยวนเข้าเฝ้า ผู้นำสกุลหยวนในยามนี้คือหยวนลู่ น้องชายร่วมสายเลือดของไท่โฮ่วโดยตรง สกุลหยวนนั้นอยู่ในกรอบที่เจ้าครองแคว้นตีไว้ให้อย่างดีเสมอมา



                ทว่าหยวนไท่โฮ่วก็ยังไม่วางใจ



                ภายในตำหนักอันโอ่อ่าน่าเกรงขาม หยวนไท่โฮ่วนั่งจับจ้องมองน้องชายด้วยสายตาพิจารณาจนถึงก้นบึ้ง



                “เรื่องเอินหวาง เจ้าคงได้ยินมาอยู่บ้างกระมัง”



                ผู้นำสกุลหยวนสะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกลำคอของตนจะเย็นวาบอยู่บ้าง เดิมทีพี่สาวเขาก็เข้าวังมาเป็นนางกำนัลตั้งแต่แตกเนื้อสาว ยามนี้รุ่งโรจน์เป็นถึงไท่โฮ่ว ทว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องค่อนข้างบางเบาดุจปุยเมฆ



                สตรีอื่นเห็นแก่ครอบครัว กตัญญูต่อบรรพบุรุษ เบื้องบนคือบิดาเป็นสำคัญ แต่พี่สาวผู้นี้ในสายตาเห็นสายเลือดในอกมาก่อน



                “ทูลเหนียงเนี่ยง[1] ผู้น้อยได้ยินมาบ้าง”



                หยวนไท่โฮ่วจับปิ่นระย้าสีแดงสดด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เรื่องนี้...เจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไร”



                “เอินหวางกระทำผิดต่อแผ่นดิน ย่อมสมควรถูกลงโทษ ตัดหัวยังน้อยไป หากเป็นผู้น้อย ผู้น้อยจะเอาก้อนน้ำตาลอุดปาก จากนั้นเอาผมของเขามาปิดหน้าเอาไว้ คนเลวทรามเช่นนี้ไม่สมควรมีปากมีหน้าไปพบผู้ใดในปรโลก!” หยวนลู่เอ่ยอย่างเดือดแค้น



                “กบฏสมควรตายนั้นเป็นความจริง แต่คนชั่วรังแกชาวบ้านก็สมควรตายเช่นกัน” แววตาของไท่โฮ่วเย็นเยียบ



                หยวนลู่สะดุ้งเฮือก พลันหวนนึกได้ว่าห้าวันก่อนบุตรชายคนที่สามของเขาไปก่อเรื่องไว้กับบุตรสาวขุนนางขั้นห้าท่านหนึ่ง “เรื่องลูกสาม เรื่องนี้ผู้น้อยมิได้นิ่งนอนใจ เดิมทีทั้งคู่ก็มีใจให้กันอยู่บ้าง แต่ติดขัดเล็กน้อยตรงที่ลูกสามอดทนรอไม่ไหวจึงพลั้งเผลอกินเต้าหู้[2]นางไปจนบิดานางโกรธเคือง แต่อย่างไรก็ต้องแต่งนางเข้ามาเป็นสะใภ้ ในวันนี้ผู้น้อยเองก็นำเรื่องนี้มาแจ้งต่อไท่โฮ่วเหนียงเนี่ยงเช่นกัน”



                “คิดถึงสถานะตนให้มาก อย่าลืมว่าใต้หล้าจดจารพวกเจ้าในฐานะพระญาติของฝ่าบาท”



                “ผู้น้อยมิกล้า กลับไปจะอบรมสั่งสอนลูกหลานทุกคน ไท่โฮ่วเหนียงเนี่ยงอย่าได้กังวลกับเรื่องเล็กน้อยนี้”



                “เห็นเจ้าเข้าใจดี ข้าเองก็วางใจ”



                หยวนลู่โขกศีรษะอย่างโล่งใจ คราแรกนึกว่าไท่โฮ่วจะพิโรธจนต้องกลับไปใช้กฎบ้านโบยลูกสาม ทว่ายังไม่ทันที่หยวนลู่จะได้โขกศีรษะเป็นครั้งที่สาม น้ำเสียงราบเรียบของไท่โฮ่วก็ดังขึ้น



                เนิบช้า...ทว่าน่าหวั่นเกรง



                "ตราบใดที่ข้ายังอยู่ สกุลหยวนอย่าได้มีใจเป็นอื่น"



                คำเตือน นี่เป็นคำเตือนอย่างแท้จริง! หยวนลู่หลั่งเหงื่อเต็มแผ่นหลัง "ไท่โฮ่วโปรดวางใจ ขอเพียงเกิดมาใช้แซ่หยวน ล้วนไม่มีทางทรยศเจ้าครองแคว้น"



                "ดี ข้าเองยังไม่อยากเห็นสกุลหยวนต้องสิ้น"



                "หมายความว่า..."



                ไท่โฮ่วลดมือจากการจับปิ่น พระนางเพียงจับจอกชา จากนั้นเป่าอย่างเนิบช้าคล้ายสนุกสนานกับการทำให้ผู้คนหวาดวิตกกับการคาดเดา "เจ้าคิดว่าไป๋หลิวบุตรชายข้ายังคงนอนนิ่งเป็นผักหรือ? บุตรชายข้าเป็นยอดคน เรื่องเท่านี้หรือจะทำให้เขาแตกสลายลงได้"



                "เป็นไท่โฮ่วที่ทรงเมตตา ผู้น้อยขอน้อมรับคำสั่งสอนและคำเตือนนี้ไว้"



                หยวนลู่ลอบกลืนน้ำลาย โชคดี โชคดีที่คนในสกุลพวกเขายังไม่นอกลู่นอกทางไปมาก หาไม่แล้ว...



                บรรดาใต้เท้าขุนนาง ชนชั้นสูงทั้งหลายที่ประพฤติตัวชั่วร้ายก็รอรับผลกรรมเถิด!



                ในใจหยวนลู่คิดเพียงว่าต้องกลับไปจัดการเรื่องของบุตรชายคนที่สามกับบุตรสาวขุนนางท่านนั้นให้เร็วที่สุด จากนั้นคอยจับตามองลูกหลานทั้งหลายให้ดี อย่าได้แตกขบวนออกมาร่วมวงกระทำเรื่องเลวร้าย



                หากฝ่าบาทพิโรธขึ้นมา จะไม่เหลือแม้กระทั่งร่างให้ทำศพ!

 

 







                รุ่งเช้าของวันนี้ฮั่วอี้หรานตัดสินใจไปที่ตลาดเพื่อดูลาดเลา ระยะนี้ผักที่ปลูกไว้ขายแม้จะได้เงินสม่ำเสมอแต่ยังไม่เพียงพอต่อการออกเดินทาง หาไม่แล้วจะต้องอยู่ที่แคว้นนี้นานกว่าจะได้ออกตามหาฉู่เฟิงหลิว แต่ไม่เข้าใจเท่าใดนักว่าเหตุใดจึงเป็นคุณชายหลิวที่อยากเดินตลาดด้วย ปกติเขาชอบอ่านตำราหรือนั่งจิบชามิใช่หรือ?



                ดูไปดูมา คุณชายหลิวผู้นี้ก็รูปงามอยู่บ้าง เริ่มมีน้ำมีนวลต่างจากคราแรกที่ได้พบ



                บุรุษในยุคนี้กับยุคที่จากมาค่อนข้างให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่หลายส่วน เช่นว่าอาภรณ์ที่สวมก็ไม่เหมือนกันแล้ว ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีว่า เหมือนบุรุษยุคนี้ค่อนข้างจะมีเสน่ห์มากกว่า อย่างน้อยก็ผมยาวๆนั่นแหละที่น่าสนใจ



                ฮั่วอี้หรานเริ่มสงสัยรสนิยมตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย หรือที่หาคนรักไม่ได้ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดคือตนเองไม่ชอบแบบนั้นกันแน่



                เอาละ หยุดคิดเรื่องชอบไม่ชอบกับรสนิยมไปก่อน ฮั่วอี้หรานกำลังมองไปที่ร้านผ้า คิดจะซื้อผ้าอีกสักพับ ที่ผ่านมาเห็นทุกคนสวมอาภรณ์สีน้ำเงินแล้วรู้สึกคล้ายว่าอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์กันบ้างหรือยัง เช้า สาย บ่าย เย็นก็สีน้ำเงินกันตลอด...



                ว่าแล้วฮั่วอี้หรานก็หันมามองคนข้างกาย คุณชายหลิวเองก็ได้เปลี่ยนอาภรณ์บ้างหรือยัง



                เห็นสตรีตรงหน้ามองตนเองด้วยสายตาพิจารณาแล้วมู่ไป๋หลิวยังคงยกยิ้มอ่อนโยนเช่นเคย



                ฮั่วอี้หรานถอนหายใจเฮือกใหญ่ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “คุณชายหลิว ท่านยิ้มแต่ดวงตาไม่ยิ้ม ไม่รู้สึกหรือว่าใบหน้าตนเองช่างสวนทางกับความในใจ”



                เดิมทีในโลกใบที่จากมา ฮั่วอี้หรานมีพี่ชายที่ไม่ชอบพูดจา สงวนคำพูดยิ่งนัก ทั้งยังสีหน้าราบเรียบจนคล้ายว่าเป็นรูปปั้น ชวนให้เดาอารมณ์ไม่ถูก ดังนั้นจึงต้องปรับตัวด้วยการสังเกตแววตา ฮั่วอี้หรานฝึกมองแววตาพี่ชายมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เหตุใดจึงจะมองแววตาผู้อื่นไม่ออก และสิ่งที่นางเห็นจากคุณชายหลิวคือแววตาเขาไม่ยิ้ม



                ต่อให้เขายิ้มกว้างกว่านี้แปดส่วนจนปากฉีกถึงใบหู ฮั่วอี้หรานเองก็ดูออกว่าในใจเขามิได้ยิ้มแย้มเช่นใบหน้า



                นางจัดอันดับว่าคนเรามีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือแสดงออกถึงความกราดเกรี้ยวหรือดีใจออกมาทางสีหน้า ประเภทที่สองคือไม่แสดงสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย ซึ่งโบราณสอนไว้ว่าสุนัขที่เห่ามักจะไม่กัด ส่วนสุนัขที่ไม่เห่ามักจะกัดแรง ดังนั้นที่ควรระแวงคือสุนัขที่ไม่เห่า



                พี่ชายนางใช้ใบหน้าเรียบเฉยปกปิดความคิด แต่คุณชายหลิวใช้ใบหน้ายิ้มแย้มปกปิด สีหน้าแม้จะต่างกันแต่สุดท้ายก็คือเดาใจยากอยู่ดี



                สัญญาณบางอย่างเตือนว่า คุณชายหลิวผู้นี้อันตราย



                ไม่ว่าเขาจะอันตรายมากหรือน้อยอย่างไรก็สมควรรีบส่งเขาออกไป ขึ้นชื่อว่าอันตรายคือไม่ควรเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยว หรือหากเขาไม่ยอมไป สุดท้ายฮั่วอี้หรานก็ต้องออกเดินทางอยู่ดี ถึงยามนั้นค่อยทิ้งบุรุษผู้มีราคาสิบสองตำลึงไว้ที่แคว้นมู่



                เอาเถิด ถึงจะขาดทุนอยู่บ้าง แต่คนเราไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยจนเกินไป



                มู่ไป๋หลิวหลุดหัวเราะเล็กน้อย กล่าวเสียงราบเรียบว่า “ดวงตาข้าค่อนข้างไร้ประกาย จึงต้องยิ้มเพื่อมิให้ดูคล้ายคนเลือดเย็น”



                เขาคิดว่านางอายุสามขวบหรือไร? ชาติที่จากมาดูคล้ายฮั่วอี้หรานจะอายุมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ



                แม้ในใจจะอยากแย้งคำพูดเขา แต่ฮั่วอี้หรานกลับยิ้มแย้มทำทีเป็นเข้าใจ ทั้งยังเอ่ยแนะนำว่าอย่างไรก็ควรยิ้มเผื่อแผ่ไปถึงดวงตาด้วย



                เฮอะ หลอกเด็กที่เพิ่งคลอดเถิด อย่าได้คิดหลอกเหล่าเหนียง![3]



                เมื่อซื้อผ้าเพิ่มอีกพับ ฮั่วอี้หรานก็เดินเตร็ดเตร่ว่ายามนี้สิ่งใดกำลังขาดแคลนในตลาด ซื้อไก่เป็นๆตัวผอมแห้งกลับไปหลายตัว ตั้งใจจะขุนให้อ้วนท้วนแล้วนำกลับมาขาย



                บ้านอื่นไม่มีน้ำไม่มีผักเพียงพอ ผู้อื่นขัดสนธัญพืชและอาหาร แต่บ้านนางล้วนมีทั้งสิ้น!



                แต่ดูมักน้อยเกินไปหรือไม่ แล้วยามใดจะมีเงินมากเพียงพอต่อการออกเดินทาง มีวิธีหาเงินทางลัดโดยไม่ขาดทุนบ้างหรือไม่หนอ...



                ความคิดนางยังไม่ทันล่องลอยไปไกล สายตาพลันเห็นสตรีร่างอ้วนท้วนสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนค่อนข้างอวดรูปร่างอยู่บ้าง ยามเดินคล้ายบางสิ่งกลมๆกำลังเคลื่อนที่ จำได้ว่าชาวบ้านเรียกสตรีผู้นี้ว่าแม่ม่ายเจี่ยง แม่ม่ายเจี่ยงผู้นี้แต่งงานมาสามครั้ง สามีตายทั้งสามคน ชาวบ้านลือกันให้ทั่วว่าดวงกินสามี



                แม่ม่ายเจี่ยงในคราแรกกำลังจะเดินผ่านไป แต่จู่ๆกลับชะงักครู่ใหญ่ จากนั้นยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ฮั่วอี้หราน เผื่อแผ่ไปยังคุณชายหลิวที่เดินตามด้วย



                “น้องฮั่ว ผู้ติดตามเจ้ารูปโฉมไม่เลวเลยทีเดียว”



                ฮั่วอี้หรานอ้าปากเหวอ คล้ายว่าวันนี้ใครบางคนจะมีโชคดอกท้อ[4]เสียแล้ว...



                แม่ม่ายเจี่ยงถือวิสาสะจับมือคุณชายหลิวขึ้น จากนั้นลูบคลำด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนน่าหวาดผวาว่า “น้องชาย เจ้าผอมแห้งปานนี้ พี่สาวเห็นแล้วปวดใจนัก”



                นางหันไปมองหน้าคุณชายหลิว พบว่าเขานิ่งอึ้งอยู่บ้าง แม่ม่ายเจี่ยงหยุดลูบคลำ จากนั้นหันมากระซิบนางว่า “ม้าผอม[5]ตัวนี้ของเจ้าดูไม่เลว ไม่สู้ขายให้พี่สาวไปดูแลต่อ อย่างไรเจ้าก็เป็นสตรีที่ยังมิได้แต่งงาน รักษาชื่อเสียงตนเองเอาไว้เผื่อวันหน้าได้แต่งเข้าบ้านขุนนาง”



                ม้าผอม? ฮั่วอี้หรานหลุดขำพรืดใหญ่



                “สิบตำลึง เจ้าว่าอย่างไร” แม่ม่ายเจี่ยงเองก็เป็นผู้เจนจัดในการซื้อขายผู้หนึ่ง ฐานะทางบ้านคือครอบครัวคหบดีค้าขายม้า ฐานะไม่เลว ทั้งยังเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว จึงทำให้บิดามารดาตามใจจนเลยเถิด สามีสามคนที่เคยแต่งก็เป็นการแต่งบุรุษเข้าบ้านทั้งสิ้น



                ฮั่วอี้หรานส่ายหน้า



                “สิบห้าตำลึง” แม่ม่ายเจี่ยงยังคงอยากได้ม้าผอมแคว้นมู่อยู่ดี แม้จะผอมแห้งแต่บุรุษตรงหน้าคล้ายเป็นหยกชั้นดีที่ถูกบางอย่างกดทับความเปล่งประกาย หากเขาอ้วนท้วนดีจะรูปงามปานใด...



                หยกงาม...สมควรนำมารักถนอม!



                “พี่สาวเจี่ยง ข้าซื้อเขามาในราคาแพงไม่น้อย ท่านเสนอราคาน้อยเกินไป ข้าออกจะขาดทุนอยู่บ้าง”



                แม่ม่ายเจี่ยงหรี่ตา คิดในใจว่าน้องฮั่วผู้นี้มีเจตนาดึงราคาให้สูงขึ้น จึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ “ข้าให้เจ้าได้เพียงสิบห้าตำลึง หากแพงกว่านี้ไม่ซื้อ เจ้าลองเอากลับไปคิดดู ยามนี้บ่าวไพร่สัญญาขายตัวชั่วชีวิตยังราคาเพียงห้าตำลึง น้องฮั่ว พี่สาวให้เจ้ามากที่สุดแล้ว มองไปทั่วหล้า ผู้ใดบ้างจะซื้อบ่าวในราคาสิบห้าตำลึง”



                ฮั่วอี้หรานลอบยิ้มเยาะในใจ เจ้ามิได้ซื้อไปเป็นบ่าว จะซื้อไปทำสามีหรือชายบำเรอเสียมากกว่า



                อย่างไรก็ต้องไว้หน้าผู้อื่นบ้าง นางจึงแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ คล้ายเสียดายอยู่หน่อยๆ “หากข้าขัดสน ข้าจะนึกถึงพี่สาวเจี่ยงเป็นผู้แรก”



                แม่ม่ายเจี่ยงยิ้มพลางจับมือฮั่วอี้หรานอย่างเป็นกันเอง ชม้ายชายตามองคุณชายอาภรณ์ขาวแล้วเดินจากไป



                “เจ้าคิดจะขายข้า?” มู่ไป๋หลิวแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ในฐานะเจ้าครองแคว้นผู้สูงส่ง เทพโอสถผู้ที่ทั่วหล้าให้ความเคารพ แม้ยามออกไปท่องเที่ยวโดยการปกปิดฐานะก็ยังไม่เคยพบเจอสตรีใจกล้าถึงปานนี้ เขารู้สึกเส้นขนลุกชันไปทั่วร่าง สายตาหญิงสกุลเจี่ยงผู้นั้น ดูอย่างไรก็คล้ายอยากกลืนกินเขา!



                นับวันสตรีแคว้นเขายิ่งใจกล้า ฮั่วอี้หรานผู้นี้กล้าคิดสังหารคนเจ็บหน้าเรือน หญิงสกุลเจี่ยงกล้าคิดซื้อบ่าวไพร่ไปเป็น...ชายบำเรอ



                คุณธรรมสตรีของพวกเจ้าถูกฝังกลบไว้ที่ใดแล้ว!



                แม้จะอยากสงบจิตใจให้เยือกเย็นเช่นเคย แต่เรื่องเช่นนี้ยากจะทำใจอยู่บ้าง มู่ไป๋หลิวคิดทบทวนดูแล้วว่าฮั่วอี้หรานมีสัญญาขายตัวเป็นบ่าวของตนเองอยู่ และเขายังกลับวังหลวงมิได้เพราะต้องการสืบข่าว หากนางขายสัญญาขายตัวเป็นบ่าวของเขาให้หญิงสกุลเจี่ยง...



                หายนะ หายนะชัดๆ



                “ยามนี้ไม่ขาย แต่ในยามหน้า...ไม่แน่ใจนัก ข้าเองก็ขาดแคลนทุนทรัพย์อยู่ไม่น้อย”



                ฮั่วอี้หรานเบนหน้าหนีพลางอมยิ้ม หาได้ยากที่จะเห็นคุณชายหลิวหวาดวิตก ดังนั้นนางจะช่วยสงเคราะห์เขาสักครั้ง สงเคราะห์ให้เขาวิตกจริตมากยิ่งขึ้น ฮ่า..ฮ่า



                การเดินเล่นในตลาดวันนี้ จิตใจนางผ่อนคลายมากโดยแท้



....................................................................

 

[1] พระนาง

 [2] ลวนลาม

[3] แม่  ยกตัวเป็นมารดาคู่สนทนา

[4] โชคดอกท้อหรือชะตาดอกท้อ มีคนมาชอบมาจีบ มีคนมารัก

[5] ม้าผอม พวกพ่อค้าม้าจะชอบซื้อม้าผอมที่ราคาแสนถูกไปขุนให้อ้วน จากนั้นนำกลับมาขายในราคาแพงหรือนำไปทำกำไรอย่างอื่น

...................................................................





ที่หายไปหลายวัน ติดงานค่ะ เพิ่งเคลียร์เสร็จก็รีบปั่นมาลง แหะๆ

จากนี้ถ้าไม่มีงานด่วนก็กำหนดอัพเหมือนเดิม อังคาร พฤหัสบดี เสาร์

สามารถกดไลค์เพจไว้เพื่อติดตามข่าวสารได้นะคะ ไม่อยากให้รอเก้อ T_T


ขออนุญาตโปรโมทค่ะ เสี่ยวหวางเฟย เปิดพรีออร์เดอร์อยู่นะคะ

สั่งซื้อภายในวันที่ 25/05/2560 นี้ จากราคาเต็ม 620 เหลือเพียง496 บาทเท่านั้นค่ะ

ทางสำนักพิมพ์จัดส่งฟรีด้วยนะคะ

สามารถสั่งได้ที่

https://web.facebook.com/wordforwordbooks/



ไรซ์รักการอ่าน...อ่านคอมเม้นท์เหมือนกันน้าาาาา

ติดต่อสอบถาม  พูดคุยกันได้ที่


ทวิตเตอร์

https://twitter.com/SweetyLiqueur

เฟสบุ๊ก

https://web.facebook.com/sweetyliqueur/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

10,718 ความคิดเห็น

  1. #9933 Yellow doll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 19:22

    ค่าตัวพระเอกถูกเกิ๊นนนนน น่าสงสารค่ะ ค่าตัวตก

    #9933
    0
  2. #3355 sutad3352 (@sutad3352) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 16:02
    excellent
    #3355
    0
  3. #3319 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 20:42
    วงวารเขานะคะ 555555
    #3319
    0
  4. #2871 maneerat1083 (@maneerat1083) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 18:43
    #2871
    0
  5. #2784 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 16:28
    5555 ชอบตอนนี้อะ ฮาดี
    #2784
    0
  6. #2653 Qzaxgun (@gzb1-realster) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 02:52
    ขำอะ ขำมาก55555555555555
    ท่านได้เปิดประสบการณ์ใหม่แล้วท่านหลิว5555555
    #2653
    0
  7. #2521 nutfloksong (@nutfloksong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 23:37
    -หน้าน้ำแข็งนั่นต้องเป็นพี่ชายนาง ส่วน ผญ ที่หนีไปแดนเทพอสูรคงจะเป็นเพื่อนนาง มโนนี้ 55555
    #2521
    0
  8. #2383 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:58
    ถถถ ท่านหลิวควรยินดี อี้หรานหาใช้สตรีแคว้นมู่โดยเนื้อแท้ 
    หากแต่นางคือน้องสาวผู้เชี่ยวชาญการมองอารมณ์ของพี่ชายหน้าน้ำแข็งจากแววตา หน้ายิ้มของท่านจึงยากจะปกปิดนาง
    #2383
    0
  9. #2192 May_talala (@May_talala) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 15:04
    อ้ะ....นึกออกแล้วนางเอกเรืีองนี้เป็นน้องสาวของพระเอกในชาติที่สามของเรื่องเสี่ยวหวางเฟยใช่ไหม 555555นานเกินจำไม่ได้ละ
    #2192
    0
  10. #1992 saliltips (@saliltips) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 21:05
    สนุกมากคร้า โดยเฉพาะเจ้าครองแว้นมู่จะถูกขายเป็นชายบำเรอ...คงเครียดไม่น้อย
    #1992
    0
  11. #1414 dekDjaa (@dekDjaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 03:41
    สนุกค่ะ แต่ไม่ทราบผู้อื่นเป็นเหมือนอิฉันไหม๊ คืออ่านภาษาจีนแล้วไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร พออ่านไปๆก็ลืมว่าคำนั้นตอนนั้นตอนไหน ถ้าจะกดลงไปดูก่อนว่าคำนั้นแปลว่าอะไร ก็หาที่กลับมาที่อ่านค้างไว้ลำบากอีก

    เป็นไปได้ไหม๊ค่ะถ้าไร้ท์จะกรุณาเขียนไว้ในวงเล็บด้านหลังที่ใช้คำทัยศัพท์ไปเลยนะค่ะ
    #1414
    0
  12. #1159 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:04
    พี่มู่ัครียด5555555 ถูถู่หายยยย อี่หรานยังเล่นฮาเวสมูนต่อไป
    #1159
    0
  13. #635 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 22:02
    ทำตัวดีๆนะพี่มู่ระวังจะโดนขาย 
    ตลก 5555555
    #635
    0
  14. #471 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 21:55
    5555พี่หลัวระวังโดนขาย
    #471
    0
  15. #456 Ching Ching (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 08:11
    ท่านเก้าขี้ฟ้อง 555
    #456
    0
  16. #455 Ching Ching (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 08:11
    ท่านเก้าขี้ฟ้อง 555
    #455
    0
  17. #402 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 02:04
    นางช่างโหดร้ายยยย
    #402
    0
  18. #401 Serene02 (@Serene02) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 17:56
    5555 ขำนางจริงๆค่ะ
    ขอบคุณค่ไรท์
    #401
    0
  19. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 12:14
    55555 พี่มู่โดนซะแล้ว อี้หรานแสบใช่ย่อย
    #400
    0
  20. #399 Honeylady (@honeylady00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:24
    ขำพี่หลิว รอค่ะ
    #399
    0
  21. #398 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:23
    ขอบคุณค่ะ
    #398
    0
  22. #397 Msiriwimol (@Msiriwimol) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 16:41
    รอนะคะ
    #397
    0
  23. #396 Wanglianhua (@bowinging) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 12:01
    คือแอบงงนิดนึงค่ะ พี่หลิวเสียพลังยุทธ์รึเปล่าคะ งงตรงนี้อ่ะค่ะ
    #396
    1
  24. #395 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 10:16
    ราคาที่ว่ามานี่กี่เล่มคะ??
    #395
    1
  25. #394 mybookworm (@onlymybookworm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 22:48
    หนุกดีคะชอบๆมาต่ออีกน้าาา ป็นกำลังใจให้นะจุ๊บๆ😙😙
    #394
    0