[สนพ.คำต่อคำ] มู่กั๋วหวางโฮ่ว 木国王后 หนึ่งปรารถนาวาสนารัก

ตอนที่ 13 : มู่กั๋วหวางโฮ่ว : ตอนที่๑๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    27 พ.ค. 60


ตอนที่๑๒

ร่องรอยของอดีต

 

                สายลมร้อนพัดพาความอบอ้าวมาทักทายแต่เช้าตรู่ ฮั่วอี้หรานนั่งมองสิ่งของตกทอดจากบรรพบุรุษด้วยแววตาหนักใจ ทางเจียวถูเองก็บอกไม่ได้ว่ามันเป็นสิ่งใดเพราะกระบอกโบราณนี้มีกลไกลับ เป็นกลไกที่อายุมากกว่าเจียวถูเสียอีก หนึ่งคนหนึ่งเทพเจ้าน้อยจึงนั่งมองหน้ากันแบบเจ้าทีข้าที



                สองสาวใช้ต่างสายหน้าไม่รู้วิธี



                เวินเสินชิงใกล้จะสอบ จับคลำชั่วครู่บอกว่าทำมิได้แล้วไปอ่านตำราต่อ



                หากเปิดมิได้ ของสิ่งนี้ก็ไร้ค่า ฮั่วอี้หรานจึงลองนำมันมาหาคุณชายหลิวผู้น่าจะมีความสามารถดูบ้าง ใจไม่คาดหวังว่าเขาจะเปิดได้ แต่อย่างน้อยก็ถือว่านางได้ให้ทุกคนลองจนครบแล้ว



                คุณชายหลิวเอนกายอยู่บนเตียง ในมือถือจอกชาจ้องมองออกไปคล้ายกำลังชมนกชมไม้ เขาเพียงพยักหน้าให้นางเข้ามา วูบหนึ่งฮั่วอี้หรานรู้สึกว่าตนเองสายตาพร่าเลือน ชายหนุ่มรูปงามราวกับพานอัน[1]ผู้นี้คือคุณชายหลิว? คุณชายหลิวที่นางคุ้นหน้าคือบุรุษที่ค่อนข้างรูปงามแต่ซูบผอม ผิวขาวซีดเส้นเลือดปูดโปนคล้ายคนป่วย แต่บุรุษตรงหน้ารูปงามจนยากจะเปรียบเปรย



                โครงหน้า คิ้ว ตา จมูก ริมฝีปาก นี่มันใบหน้าที่ล่อลวงสตรีทั้งใต้หล้าชัดๆ



                “นิ่งทำไมหรือ...อี้หราน”



                นางพอจะเข้าใจแม่ม่ายเจี่ยงแล้วว่าเหตุใดจึงอยากได้ม้าผอมตัวนี้นัก หากเขาเกิดในยุคที่นางจากมา นี่คือพระเอกแห่งชาติ สามีหญิงสาวทั้งแผ่นดินก็ว่าได้...



                “ดูเหมือนผลเดือนของเจ้าจะรักษาอาการซูบผอมของข้าได้”



                ฮั่วอี้หรานสะบัดหัว ถูกรูปโฉมของบุรุษโจมตีมาครู่หนึ่งจนสติหลุดลอยไปบ้าง นางเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าเปิดมิได้ จึงอยากนำมาให้ท่านช่วยดูสักหน่อยว่าเปิดได้หรือไม่”



                ของที่พยายามจะดูถูกนำมาส่งให้ถึงมือ มู่ไป๋หลิวยกยิ้มอ่อนโยน พิจารณาดูอยู่ครู่ใหญ่ “เป็นกลไกโบราณค่อนข้างซับซ้อน”

 


               “ท่านเปิดได้หรือไม่”



                “ขอเวลาสักพัก”



                “นานเท่าใด”



                “ราวๆหนึ่งเดือน” เขามิได้โกหก กระบอกโบราณนี้เต็มไปด้วยกลไกซับซ้อน ดูท่าว่าจะเป็นของเก่าแก่มีอายุยาวนาน ในด้านค่ายกล หากมู่ไป๋หลิวบอกว่าตนเองเป็นที่สองย่อมไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยว่าตนเองเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน

 


                เนื่องด้วยว่ารูปโฉมของคุณชายหลิวทำให้ฮั่วอี้หรานตัดสินว่าเป็นภัยแก่บ้านของนาง เมื่อถูกนางขอร้องแกมขู่บังคับว่าใบหน้านี้จะนำภัยมาให้ ทั้งยังยกตัวอย่างบุรุษรูปงามทั้งสี่ในประวัติศาสตร์ว่าล้วนไม่ตายดีแม้แต่ผู้เดียว ซึ่งตรงกับความต้องการปกปิดใบหน้าของมู่ไป๋หลิวพอดี จึงต่อรองกับนางว่าไม่ให้ออกจากบ้านนั้นทรมานเกินไป แต่เขาพอจำวิธีแปลงรูปโฉมได้อยู่ ดังนั้นในยามสายของวันนี้ มู่ไป๋หลิวจึงต้องสวมหมวกสานผ้าโปร่งสีดำปิดบังรูปโฉมมาที่ร้านขายสมุนไพรพร้อมฮั่วอี้หราน



                เขาเลือก นางจ่าย ฮั่วอี้หรานรู้สึกว่าตนเองขาดทุนอีกแล้ว...



                พอกลับถึงเรือน นั่งดูเขาเคี่ยวสมุนไพรพร้อมตกแต่งให้มันเป็นคล้ายแผ่นหนังมนุษย์ ยิ่งทำให้นางนึกสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าที่แท้แล้วก่อนจะความจำเสื่อม เขาเป็นใคร มาจากที่ใด เหตุใดจึงมีความสามารถรอบตัวปานนี้...



                หน้ากากมนุษย์ของเขาคล้ายใบหน้าเดิมเมื่อตอนยังไม่รูปงามดุจพานอัน ทว่ามีรอยแผลเป็นหลายรอยที่ใบหน้า ชวนให้พิศวงว่าใบหน้านี้คือมนุษย์รูปงามที่หนี่ว์วาเหนียงเนี่ยง[2]ยังปั้นไม่เสร็จและเผลอทำเล็บขูดขีดใบหน้าก็ไม่ปาน



                “ต้องให้เจ้าช่วยเก็บรายละเอียด”



                ฮั่วอี้หรานร้องอ้อหนึ่งคำ จากนั้นเข้ามาพิจารณาดูว่ายังมีส่วนใดที่ยังไม่แนบเนียนไปกับใบหน้า เพราะความสูงที่ต่างกันนางจึงต้องขอร้องให้เขานั่งลง ส่วนนางยืนสำรวจซ้ายขวาอย่างเป็นการเป็นงาน หน้าผากก็ไร้ที่ติ ใบหน้าด้านข้างก็แนบสนิท ใต้คางกับลำคอก็ผ่าน เอาละ น่าจะเพียงพอแล้วกระมัง



                เพราะมีหน้ากากมนุษย์หนึ่งชั้นที่ฉาบใบหน้าเอาไว้ ใครเลยจะรู้ว่าในที่สุดเจ้าครองแคว้นมู่ก็มีใบหน้าแดงฉานได้เช่นกัน



                “ใบหูท่านแดงก่ำอยู่บ้าง สวมหน้ากากเข้าไปใบหน้าคงจะร้อนไม่น้อยจนลามมาที่ใบหู”



                “อืม ข้างในร้อนอยู่บ้างจริงๆ”



                “อดทนให้มากหน่อย ใบหน้าท่านเป็นภัยยิ่งนัก”



                เรือนผมของคุณชายหลิวดำขลับเงางาม เห็นแล้วชวนให้คันไม้คันมืออยู่บ้าง มิใช่โอ้อวด แต่งานอดิเรกแก้เบื่อของฮั่วอี้หรานคือการทำผมให้พี่สะใภ้อย่างฉู่เฟิงหลิว ทดลองทรงนั้นทรงนี้กันไปเรื่อย นางเป็นถึงช่างทำผมในโครงการเปิดร้านรับจัดงานแต่งของฉู่เฟิงหลิวเชียวนะ! นางหยิบเชือกป่านมาแล้วให้เขานั่งนิ่งๆสักครู่ จากนั้นลงมือถักเปียให้พลางร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี



                อย่างน้อยไม่มีเฟิงหลิวให้ทำผมก็ยังมีผมคนอื่น...



                “ท่านทิ้งไว้สักคืน รุ่งเช้าค่อยแกะออก เรือนผมจะหยักเป็นทรงสวยงาม”



                “อี้หราน”



                “หืม?”



                “ข้ามิใช่สตรี”



                “อย่าคิดเล็กคิดน้อย บุรุษก็ผมหยักได้”



                “อีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าควรทราบเอาไว้ นอกจากบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลแล้ว มีเพียงมารดากับภรรยาเท่านั้นที่รวบผมให้บุรุษได้”



                ใบหน้าของฮั่วอี้หรานเก้อกระดาก นางปรับสีหน้าเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “เมื่อครู่ถือว่าข้าเป็นบ่าวท่านชั่วคราว ข้ามาจากชนบท ไหนเลยจะทราบว่าคนในเมืองหลวงจะเคร่งตึงถึงเพียงนี้”



                “บางจารีตไม่อาจละเลย”



                ไม่อาจให้ผู้ใดแทนที่หรือกระทำสิ่งที่ใกล้เคียงกับฐานะใครบางคนที่เป็นคู่บุพเพวาสนาของเขา



                ฮั่วอี้หรานผู้นี้คล้ายซิงเอ๋อร์เกินไป แต่นางมิใช่ซิงเอ๋อร์...



                แน่นอนว่ามิใช่ หากเป็นซิงเอ๋อร์ นางไม่มีทางสนิทสนมกับเขาปานนี้ เพราะใจนางมีเยี่ยหานตง สามชาติสามภพที่ผ่านมา ไม่ว่าอย่างไรก็เอาชนะคนผู้นั้นในใจนางมิได้



                ด้ายแดงที่ถูกตัดขาดไป ผ่านมาแล้วสามปีกว่ายังคงไร้วี่แววการกลับมาของนาง



                บางครา เขาเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่า...หรงไป๋ซิงไม่เคยเลือกเขาสักชาติภพ



                ความผิดบาปใดที่เขาทำไว้ต่อเยี่ยหานตงกัน กรรมนั้นหนักหนาเพียงใด อีกฝ่ายถึงได้คู่บุพเพวาสนาของเขาไปครองคู่ตลอด



                เห็นคุณชายหลิวนิ่งไปนาน จากนั้นมีเสียงไอกับโลหิตสีแดงสดไหลออกมาจากริมฝีปากอย่างยากจะควบคุม เขาทุบหน้าอกตนเองคล้ายอยากให้มันไหลกลับ “คุณชายหลิว ท่านกระอักเลือด”



                “เพียงอาการป่วยยังไม่หายดีเท่านั้น”



                “เช่นนั้นท่านก็พักผ่อนให้มาก ข้าไม่รบกวนแล้ว”

 





                “มู่ไป๋หลิว เจ้าอยากรู้จริงหรือว่าเป็นหนี้กรรมใดที่เจ้าติดค้างต่อเยี่ยหานตง เจ้าจึงถูกเขาแย่งชิงมาสามชาติสามภพ แค้นเขาหรือ? คนเช่นเจ้าอาศัยสิ่งใดไปแค้นเขา เคียดแค้นว่าเขาแย่งชิงคู่บุพเพวาสนา หากแต่กลับไม่รู้ว่าตนเองเคยสังหารดวงใจเขา ทำให้ผู้มีชีวิตนิรันดร์ไม่อยากหายใจต่อ หนี้แค้นนี้ยากนักจะชำระให้หมดจด”



                เสียงทุ้มทรงอำนาจหนึ่งเสียงดังในห้วงความคิด ครั้นจะสืบหาว่าเป็นเสียงผู้ใดกลับถูกบังคับให้เข้าสู่ห้วงนิทรา เมื่อยามหลับตาลง คืนนี้มู่ไป๋หลิวฝันร้าย เขาฝันว่าตนเองเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่ชอบสวมอาภรณ์สีดำ ตัวตนในฝันของเขาเพิ่งกลับมาจากสุดหล้าพร้อมหัวใจมังกร



            “เสี่ยวอวี่ ซือซือ”



                ไร้เสียงตอบรับใดทั้งสิ้น



            “ซือซือ!



                มู่ไป๋หลิวในร่างคุณชายอาภรณ์ดำสาวเท้าเข้าไปในกระท่อมอันเงียบงัน เดินตามหาจนทั่วหุบเขากลับไม่พบผู้ใด เมื่อมาถึงทางขึ้นเขากลับพบเพียงกลิ่นคาวเลือดและเศษขนสีแดงเพลิง



                กับร่องรอยการต่อสู้ที่ผ่านมาแล้วหลายวัน...



                “ข้ามาตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ นี่อย่างไรเล่าบาปที่เจ้าติดค้างเขา เจ้าสังหารผู้ที่เขารัก เขาเอานางกลับคืนก็นับว่าสมควรแล้ว” ชายชราเคราขาวหนวดยาวสวมอาภรณ์สีทอง ใบหน้าเป็นมนุษย์แต่กลับมีเขามังกรงอกออกมา ชายชราเอ่ยเสียงเนิบช้า “ความรู้สึกเขาเจ้ารับรู้แล้วหรือไม่”



                ความรู้สึกของบุรุษอาภรณ์ดำ เจ็บราวโลกหล้าพังทลาย สิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายสูญสลาย...



                “นี่จึงเป็นสาเหตุที่จูเชว่เกลียดชังเจ้า จนอยากให้เจ้าถูกสังหารวิญญาณ เพราะชายผู้นี้เคยถูกข้าสังหารวิญญาณเช่นกัน”



                ความรู้สึกในยามนี้นิ่งงันและเงียบไร้ ถูกต้อง มู่ไป๋หลิวเคยมีอาจารย์ นางไม่เคยบอกนามของตน แต่เขารู้ว่านางคือเทพอสูรจูเชว่ เจ้าแห่งธาตุอัคคี



                “ผู้ที่เจ้าอยู่ในร่างนี้เขาคือเฮยหลง ส่วนเจ้าคือชนวนสงครามบรรพกาล หวางจื่อผู้บุกรุกหุบเขาจันทราสังหารจิ้งจอกไฟของเฮยหลง”



                “............................”



                “หรงไป๋ซิงผู้นั้นก็คือซือซือ”



                “............................”



                “หากเจ้ายังยึดติดกับบุพเพวาสนา ไม่ยอมสานต่อด้ายแดงของตนกับผู้อื่น ชาตินี้เจ้า เขา นาง ล้วนจะไม่มีผู้ใดพบความสุข”



                “.............................”



                “เขาไม่เคยแย่งเจ้า นางเป็นของเขาตั้งแต่แรก มีเพียงโชคชะตาและตัวแปรเช่นเจ้าที่ทำให้พวกเขาพลัดพรากจากกันแต่แรก หัวใจมังกรถึงหุบเขาจันทรา แต่ผู้จะกินเพื่ออยู่กับเขาไปชั่วนิรันดร์กลับสิ้นลมไปแล้ว”



                “............................”



                “หากเจ้ากังขา ลองถามเจ้าเก้าดูเรื่องสงครามบรรพกาล แล้วเจ้าจะได้ทราบว่าเนื้อหามันต่างจากที่แดนมนุษย์เล่าขานอย่างไร”

 

 

                เรือนของฮั่วอี้หรานมีเสียงเคาะดังขึ้น เปิดออกมาพบคุณชายหลิวกำลังยืนอยู่ด้านนอก ความมืดมิดทำให้มองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดเจนเท่าใดนัก



                “คุณชายหลิว ฟ้ายังไม่สว่างดี ท่านมีธุระใดหรือ”



                “ข้ามาพบเจียวถู”



                “เขานอนหลับลึกอยู่บ้าง รอสักครู่ ข้าจะปลุกเขาให้ โชคดีที่วันนี้เขาหดร่างเท่ากำปั้น น่าจะปลุกง่ายอยู่”



                สำหรับมู่ไป๋หลิวแล้ว สงครามบรรพกาลในแดนมนุษย์ถูกเล่าขานกันมายาวนาน เรื่องราวของเฮยหลง เทพอสูรผู้คลุ้มคลั่งหลงใหลในอำนาจจนเข้าสู่หนทางมารอสูร เข่นฆ่ามนุษย์เพราะความเกลียดชังส่วนตัว จนสุดท้ายถูกราชันเทพอสูรสังหารวิญญาณ ดับสูญไปชั่วนิรันดร์



                “เจ้ามาพบข้าเรื่องใด”



                “สงครามบรรพกาล ท่านเก้าทราบเรื่องหรือไม่”



                เจียวถูครุ่นคิดเล็กน้อย “ทราบอยู่บ้าง แม้นี่จะเป็นเรื่องต้องห้ามของแดนเทพอสูรเรา แต่พี่สามเคยเล่าให้ข้าฟัง เรื่องราวต่างจากแดนมนุษย์ทุกส่วน ได้ยินว่าอดีตเทพอสูรผู้นั้นคลุ้มคลั่งเพราะถูกมนุษย์สังหารสัตว์เลี้ยง แต่ข้ากับพี่สามนั่งคิดกันอยู่หลายปี สรุปความได้ว่าไม่น่าเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง เขาคลุ้มคลั่งเพราะความรักจนเข้าสู่หนทางมารอสูร แต่ผู้ที่สังหารจิ้งจอกไฟคือบุตรชายของจักรพรรดิ เพราะจักรพรรดิเป็นผู้นำของมนุษย์ เรื่องราวจึงลุกลามใหญ่โตเมื่อเขาแก้แค้น เขาชิงชังมนุษย์เพราะจิ้งจอกไฟของเขาถูกนำไปทำเป็นเสื้อคลุม เคยได้ยินว่าทุกชีวิตต่างมีค่าเท่ากัน ไยมนุษย์จึงได้สิทธิ์สังหารผู้อื่นเพื่อนำมาเป็นเครื่องนุ่งห่ม หลังจากแยกดินแดนแบ่งมนุษย์แบ่งสัตว์อสูร ด้วยไม่อาจให้ซ้ำรอยเดิมท่านพ่อข้าจึงมิให้มนุษย์รวมจักรวรรดิและตั้งตัวเป็นจักรพรรดิ”



                นี่หรือหนี้ที่เขาติดค้างเยี่ยหานตง บาปกรรมนี้หรือที่เขาเป็นผู้ก่อ...



                “คุณชายหลิว”



                “ข้าสบายดีอยู่ เพียงนึกถึงนิทานเล่าขานเท่านั้น เกรงว่าจะลืมเลยมาถาม เจ้านอนต่อเถิด ขออภัยที่มารบกวนกลางดึก”

 





                แดนเทพอสูร


                “เหล่าต้า ได้ผลหรือไม่”



                “ข้าใส่ยาแรงปานนั้น อย่างไรก็ควรได้ผล” ราชันเทพอสูรที่แวะเวียนมาเยี่ยมเทพอสูรเสวียนอู่กล่าว ใบหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกความคิด



                ครั้งนั้นเจ้าและข้าต่างผิดกันคนละครึ่ง แต่ข้าจำต้องใส่ยาแรงเพื่อให้เจ้าได้ตัดใจ เริ่มต้นบุพเพวาสนาของตนเองใหม่ ละทิ้งบุพเพวาสนาชะตาลิขิตเดิมเสีย...มู่ไป๋หลิว



                อย่าให้นางข้ามภพมาอย่างสูญเปล่า

 




......................................................................................... 

[1] พานอัน หนึ่งในสี่ชายหนุ่มรูปงามของจีน จนมีวลีว่า “รูปงามดั่งพานอัน”

[2] พระนางหนี่ว์วา  ท่อนบนเป็นคน  ท่อนล่างเป็นงู เจ้าของตำนานซ่อมแผ่นฟ้า สร้างมนุษย์  เมื่อเทพแห่งน้ำและไฟต่อสู้กันจนสวรรค์เกิดรอยรั่ว  หนี่ว์วาจึงซ่อมฟ้า แต่โลกยังคงเอียงอยู่ดี  อวี้หวงต้าตี้จึงบัญชาให้สี่วัชระเทพมาคอยค้ำยันเสาทั้งสี่ และตำนานสร้างคนเกิดจากหนี่ว์วาถือกำเนิดเมื่อครั้งโลกเพิ่งเกิดขึ้น  จึงรู้สึกเหงา  จากนั้นได้ปั้นดินเป็นมนุษย์ทั้งหลายขึ้น  รูปลักษณ์นั้นต่างกัน (บางตำนานว่าหนี่ว์วาสร้างสรรพสัตว์ด้วย)


.......................................................................................


กล่าวถึงอดีต มันก็จะหน่วงๆหน่อย

อย่างที่บอกค่ะ อย่ายึดติด ชีวิตต้องก้าวเดินต่อ ^^


หนึ่งคอมเม้นท์เหมือนหนึ่งกำลังใจ อ่านแล้วดีกับใจมากๆเลยค่ะ ><





ติดต่อสอบถาม  พูดคุยกันได้ที่


ทวิตเตอร์

https://twitter.com/SweetyLiqueur

เฟสบุ๊ก

https://web.facebook.com/sweetyliqueur/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

10,718 ความคิดเห็น

  1. #10709 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 01:57
    พี่มู่นี่บทผู้ร้ายจริงๆ
    #10709
    0
  2. #7831 Freedom-G-Club (@smtomly) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 01:17
    อาจจะงงๆตัวละครบ้างเพราะเคยอ่านเสี่ยวหวางเฟยนางแล้วแต่อ่านไม่จบ ฮือออ แต่สนุกมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสจะไปอุดหนุนอ่านเสี่ยวหวางเฟย แต่ชอบท่อนสุดท้ายอย่ายึดติด เพราะกำลังอินกับอดีตเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #7831
    0
  3. #5996 MNOKK (@MNOKK) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 21:35
    ถ้าไม่อ่านเรื่องเก่ามาก่อน อ่านไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งเราไม่ได้อ่าน พยายามแล้วนะคะ แต่แทบไม่เข้าใจบทนี้เลย
    #5996
    2
    • #5996-1 Kanjanatan (@Kanjanatan) (จากตอนที่ 13)
      8 เมษายน 2561 / 14:57
      แนะนำให้ไปอ่านเสี่ยวหวางเฟยค่ะ เพราะเรื่องนี้คือภาค2แล้ว
      ถ้าอ่านเสี่ยวหวางเฟยมาก่อนจะเข้าใจเนื้อเรื่องได้ทั้งหมดเลยค่ะ
      #5996-1
  4. #5527 khajeepan06 (@khajeepan06) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 23:38
    ว่าแล้วตัวละครคุ้นๆที่แท้เคยอ่น
    #5527
    0
  5. #5297 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 13:48
    อ้อ พี่มู่คือคนที่สังหารซือซือนี่เอง
    #5297
    0
  6. #4241 PipadaKuankaew (@PipadaKuankaew) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 19:25
    สนุกมากๆ
    #4241
    0
  7. #3848 Loading... (@mono-spoon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 19:09
    นางเอกเรื่องนี้คือตัวสำรองสุด วงวาร..
    #3848
    0
  8. #3322 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:19
    ท่านเก้าก็ได้รับบทบาทสำคัญโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวกะเขาเหมือนกันนะนี่
    #3322
    0
  9. #2524 nutfloksong (@nutfloksong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 00:14
    มาเป็นนิยายขนาดนี้ถ้าตัดใจไม่ได้รีดคงเขวี้ยงโทรสับทิ้ง 5555555
    #2524
    0
  10. #2386 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 00:47
    ไม่ตามพยัคฆ์ขาวกับหงส์แดงมาช่วยเติมยาล่ะ พวกนั้นคงเต็มใจ
    #2386
    0
  11. #1994 saliltips (@saliltips) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 21:33
    หลิวหลิวตัดใจเสีย
    #1994
    0
  12. #1162 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:33
    กรี้ดดดด แต่อ่านจากเสี่ยวหวางเฟย นึกไม่ออกว่าพี่มู่ตัดใจยังไงให้ไม่เหลือแล้วรักอี่หรานจากใจ
    #1162
    0
  13. #687 Tak Tak (@takpop) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 10:34
    ขออย่าให้ชายหลิวเป็นพระเอกเลยนางมีคนที่ชอบแล้วก็ให้ชอบต่อไป
    ไม่อยากให้นางเอกไปเป็นตัวสำลองค่ะเรืองนี้นางเป็นนางเอกนะ
    #687
    0
  14. #572 ฟ้าฤดูหนาว (@winter-sky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:25
    ผมพี่มู่ถักไว้หลายวันป่านนี้หงิกหมดแล้วจ้าไรซ์จ๋า เดี๋ยวอี้หรานเสียตังค์ไปยืดอีก มาต่อเร็วๆ 55555 #อ่า.. แต่เข้าใจนะอาจจะยุ่งอยู่ ไม่กวนๆ แค่อยากให้รู้ว่ารอ.. กิกิกิกิ >_<
    #572
    0
  15. #571 fahun0912 (@thitirat-fah) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 13:13
    เมื่อวันอังคารเพิ่งได้รับเสี่ยวหวางเฟยที่สั่งจองกับสำนักพิมไป อ่านถึงตอนพานพบแล้วค่ะ อีกครึ่งเล่มสองก็จะจบ จะรีบกลับมาอ่านภาคของพี่มู่ด่วนๆเลย
    #571
    0
  16. #570 Dpiiz (@gugsgus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:02
    รอค้าา ไรซ์หายไปไหนน
    #570
    0
  17. #569 Love Fantasy.. (@fantasysocream) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 13:26
    ค้างฮืออออออ ค้างงงงงงงงงงงง พึ่งอ่านหวางเฟยจบก็มาต่อเลยทำไมค้างฮืออออออ
    #569
    0
  18. #568 Pandanus2323 (@Pandanus2323) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 01:40
    เราพยามยามอย่างยิ่งที่จะเข้าใจเนื้อเรื่อง
    แต่โอเคล่ะ เริ่มเข้าใจล่ะ
    ฮือออ ไม่ได้อ่าน เรื่องของหรงไป่ซิง
    #568
    0
  19. วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 23:05
    พี่ชายหลิว กลับมาหล่อแล้ว ^^
    #567
    0
  20. #566 !•คิวปิด•! (@kukcruel) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 08:08
    มาต่อเถอะค่า รอนานแร้ววว
    #566
    0
  21. #565 ฟูจินางะ (@popsecret) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:00
    รอดูพี่หลิวกับทรงผมอันงดงาม55555
    #565
    0
  22. #564 XinSin_SERA (@nixsera_0291) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:52
    ฮือออออ พี่มู่วววว ตัดใจหนูหรงแล้วมาซบอกน้องมาาา//อี้หรานเถอะแก..
    #564
    0
  23. #563 ซื่อจื่อ (@Mair6688) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 16:16
    มู่ไป๋หลิวตอนเป็นลูกชายจักรพรรดิโครตแล้วอ่ะ555+ เอาล่ะตัดใจซะพี่หลิว มามะมาหาเราาว์
    #563
    0
  24. #562 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:40
    ปมเริ่มเปิดล่ะ
    แล้วนั่น หน้าแดงเลยเหรอออ
    กรี๊ดดดดดด

    แล้วนั่นนนที่ต้องข้ามภพมาก็เพราะเรื่องนี้สินะ
    แต่ก็นั่นแหละ ยังไง ๆ ก็รู้สึก คู่นี้เหมาะกันที่สุดแล้ว
    ในแง่ที่ว่า ถ้าเป็นคนอื่นก็แรงล้ำ และหัวสมัยใหม่ 
    ซึ่งพูดง่าย ๆ ว่า "แปลก" ไม่พอ

    ดูอย่างตอนทำผมสิ 555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:54
    #562
    0
  25. #561 Msiriwimol (@Msiriwimol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 17:24
    รอออ .. คะ
    #561
    0