Incomplete life
ตอนก่อนหน้า

Incomplete life
เกริ่นเรื่อง: I'm suffer
18 มิ.ย. 62 , View: 23 , Post : 0


          ถ้าได้อ่านในบล็อกคราวที่แล้วของเรา ก็น่าจะเห็นแล้วใช่มั้ยเรื่องที่เราบ่นเรื่องเรียนคอร์สติวแอร์ แล้วเราค้นพบว่าไม่ใช่ตัวเราเลย เราควรทำไงต่อ..

          สรุปคือเราก็ตัดสินใจเลิกละนะ เลิกกลางคันเลยนั่นแหละ ก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียนต่อให้จบทำไมในเมื่อไม่ชอบ ไปเรียนก็ suffer เปล่าๆ เสียเวลาไปทั้งวันกับความ suffer ก็ไม่ไหว

          สรุปตอนนี้เราก็เหมือนเดิม ทำงานสอนพิเศษ เพิ่มเติมคือกำลังจะต่อป.โทและ

          แก ทำไมรู้สึกว่าอะไรๆมันก็ไม่ลงตัวซะทีวะ...

          ตอนแรกที่เราเรียนจบ แม่เราอยากให้เราเรียนโทต่อ แต่ตอนนั้นเรายังเหนื่อยกับทีสิสที่โหดร้ายอยู่ เลยคิดว่าคงไม่อยากเรียนต่อละ คิดว่าจะไปเทคคอร์สภาษาที่อังกฤษกับจีนสักครึ่งปีแล้วกลับมาทำงาน

          สรุปคือเสียตังค์ไปกับการไปเรียนที่อังกฤษเยอะมากเกินคาด5555 เลยเปลี่ยนแผน ไม่ไปเรียนภาษาจีนแล้ว กลับมาต้องทำงานก่อน ถ้าอยากไปเรียนภาษาจีนอยู่ค่อยไป

          ก็นั่นแหละ งานก็ไม่ได้หาง่ายขนาดนั้น หรือไม่ก็ผิดที่เราด้วยที่จบออกมาก็ไม่ได้มีดีเด่นอะไร เกรดก็กลางๆ ขี้อาย ความมั่นใจก็น้อย มีความมั่นใจอยู่อย่างเดียวคือเรื่องภาษาเนี่ยแหละ เพราะกลับมาจากอังกฤษแล้วพูดได้คล่องอยู่พอตัว แกรมม่าก็แม่นขึ้น

          ก็คือสอนพิเศษต่อไป แม่เราก็เหมือนเดิม ยังคงมั่นคงกับการอยากให้เรารับราชการ เหตุผลก็คือมีความมั่นคง ป่วยเข้าโรงพยาบาลก็เบิกได้ มีเงินบำนาญเลี้ยงตัวตอนแก่ บลาๆ เราก็ต้องตามนั้น ไปสมัครสอบก.พ. แล้วแม่ก็ส่งลิ้งกระทู้กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ กรมนั้นกรมนี้รับสมัครพนักงาน ซึ่งก็ต้องไปสอบ เราก็สมัครตามที่แม่บอกทุกอันที่วุฒิปริญญาเราสมัครได้

          แล้วเราก็ได้ลองยื่นป.โทดู เอกภาษาศาสตร์ เพราะสนใจมานานและ ช่วงที่ไปสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ป.โทก็ไล่ๆกับช่วงเวลาที่ต้องไปสอบของกระทรวงนึงที่เราได้สมัครไว้นานแล้วพอดี เอาจริงใจเราไปอยู่ที่เรียนป.โทแล้วแหละ แต่ก็ยังไปสอบกระทรวงนั้นเพราะอย่างน้อยก็ได้สมัครไว้แล้ว ก็คิดซะว่าไปลองสนาม

          สรุปเราผ่านสอบข้อเขียนของกระทรวง ได้เข้าสัมภาษณ์ เราก็ไปนะ คิดซะว่าไปหาประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์งาน พี่ๆที่สัมภาษณ์เราก็น่ารักนะ ไม่ดุไม่ถามจี้เลย เราก็ว่าบุคลิกเราดูโอเคมั่นใจขึ้นนะ (คิดว่านะ ถ้าเทียบกับที่ไปสัมภาษณ์งานบริษัทอื่นๆตอนเรียนจบแรกๆ อันนั้นคือขี้อายเกิ๊น5555) ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังไง ผลก็ยังไม่ออก

          ผลป.โทออกก่อนจ้า เราผ่าน ได้เข้าเรียนป.โท เหลือแค่ต้องยื่นเรื่องยืนยัน จ่ายค่าเทอม มอบตัว

          ฟังเหมือนมันก็โอเคป่ะวะ ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ได้เรียนสิ่งที่อยากเรียนละไง

          ประเด็นคือ เราก็บอกแม่ไปตามตรงว่าที่เรายื่นป.โทไปอ่ะ เรายื่นแบบแผนเรียนวันธรรมดา ไม่ใช่แบบเรียนวันเสาร์อาทิตย์หรือภาคค่ำนะ ก็เลยได้รู้ว่าอันที่จริงแม่อ่ะอยากให้เราทำงานไปด้วย เรียนป.โทไปด้วย

          ซึ่งงานที่ว่านั้นก็คือกระทรวงที่เราไปสอบสัมภาษณ์มานั้นแหละ..

          แต่คือผลของกระทรวงยังไม่ออกเลยนะว่าเราผ่านสัมภาษณ์รึเปล่า

          และประเด็นต่อมา คือเนื่องจากว่า ม.ที่เราไปยื่นป.โท อยู่ไกลบ้านเรามากๆ และกระทรวงนั้นก็ไกลบ้านเรามากๆเช่นกัน แต่ม.กับกระทรวงอ่ะใกล้กัน (เพราะงี้เลยยิ่งทำให้แม่อยากให้เราเรียนไปทำงานไปด้วยแหละ คาดว่า555) แม่เราเลยบอกว่า จะออกรถให้เราขับไปทำงานไปเรียน แล้วให้เราผ่อนเอง

          สรุปก็คือ แม่คาดหวัง ให้เรา เรียนป.โทไปด้วย ทำงานราชการซึ่งเงินเดือนหมื่นแปดไปด้วย และผ่อนรถเองด้วย..

          วงเล็บแถมไปอีกอันว่า งานราชการนั้นน่ะ ก็ยังไม่ได้รู้ผลเลยนะว่าจะได้รึเปล่า 555555

          555555 ที่อ่านว่าฮือๆๆๆ นะ

          ช่วยด้วย..

          เอาจริงๆเราว่าเราเรียนป.โทวันธรรมดา แล้วรับงานสอนพิเศษช่วงเย็นหรือเสาร์อาทิตย์ไรงี้ก็ได้นะ ได้รายได้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องรบกวนค่ากินอยู่พ่อแม่มากเกินไปด้วย แถมยังได้ฝึกสอนด้วย (เรายื่นป.โทเอกภาษาศาสตร์ประยุกต์ และคิดว่าจะเลือกเรียนด้านประยุกต์สอนภาษา ถ้าได้สอนพิเศษ ก็เป็นการดีที่ได้เอาสิ่งที่เรียนมาปรับใช้เลย)

          แต่คือพ่อแม่ก็คาดหวังให้เราทำงานราชการไง5555555555555555

          แก เราพิมพ์555ไปนี่ก็อยากหัวเราะอยู่นะ แต่ความรู้สึกในใจมันคือ เหมือนเราทำอะไรแล้วไม่คอมพลีทสักทีอะ เราอยากให้พ่อแม่ดีใจกับเราแบบเต็มที่สักครั้ง นี่ที่ผ่านๆมา อย่างเช่นผ่านสัมภาษณ์เข้าเรียนป.โท พ่อแม่ก็แบบ อ่อๆหรอๆดีๆ แค่นั้นเองอ่ะ

          ถ้าเราได้รับราชการจริงๆ มันคงคอมพลีทอ่ะ

          แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำไง

          หรือเราไม่ควรไปตั้งจุดคอมพลีทตรงที่ทำให้พ่อแม่ดีใจแบบสุดๆไปเลยวะ..?

          แบบ ควรไปตั้งจุดคอมพลีทอื่น เช่น ได้ทำสิ่งที่อยากทำ=คอมพลีท ไรงี้

          เรารู้สึกเหมือนแบบ เราทำให้พ่อแม่ภูมิใจไม่ได้สักทีอะ

         

          แล้วคือ เราอยากกลับไปอังกฤษมากเลยอ่ะ เราไปเรียนภาษาอยู่ที่นั้นแค่สองเดือน แต่มันโคตรมีความสุข รู้นะว่าที่มันมีความสุขก็เพราะมันไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ไปเรียน ไปเที่ยว ไม่ต้องหาเงิน แต่คืออีกอย่างนึงก็คือ ตอนที่อยู่นั้นเรารู้สึกดีกับพ่อแม่และกับตัวเองมากกว่าตอนอยู่ไทยอีกอ่ะ

          เรารู้สึกดีกับตัวเองตรงที่ว่า เรารู้สึกว่าเราได้โตขึ้น ได้จัดการอะไรทุกอย่างด้วยตัวเองหมดเพราะต้องไปอยู่ตัวคนเดียว ตั้งแต่จัดการติดต่อเอเจนซี่ จัดการเอกสารยื่นขอวีซ่า เอกสารจากโรงเรียนภาษา อีเมลติดต่อกับโฮสต์แฟมิลี่ ตอนใช้ชีวิตก็กำหนดเองว่าตื่นกี่โมง เรียนเสร็จแล้วจะไปไหนต่อ ไปยังไง นั่งรถบัส รถไฟใต้ดิน ไปทางไหน ไปเที่ยวไหนบ้าง ไปเที่ยวกับเพื่อน กลับกี่โมง ก็กำหนดได้หมด (อันนี้ส่วนนึงเพราะ public transportation ที่นั้นเขาดีมากด้วยแหละ เดินทางไม่นาน กำหนดเวลาได้)

          เรารู้สึกดีกับพ่อแม่ตรงที่ พ่อแม่ดูเป็นห่วงเราถึงแม้ว่าจะไกลกัน และพ่อแม่เคารพการตัดสินใจของเราทุกอย่าง อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ไกลเกินกว่าที่พ่อแม่จะมาบังคับอะไรได้ด้วยแหละมั้ง5555

          แต่พอกลับมาไทย ความมั่นใจของเรา ที่เรารู้สึกว่าเราโตขึ้น มันค่อยๆหายไป เพราะพ่อแม่เรานี่แหละ เรารู้สึกว่าเรากลับมาเป็นเด็กคนเดิม เด็กที่ไม่มีความมั่นใจ เด็กที่ต้องคอยพึ่งพ่อแม่ตลอดเวลาคนเดิม

          ขนาดตอนนั้น เรากับพ่อแม่น้องออกมาเดินห้างกันตอนบ่าย แล้วเราก็ต้องไปเรียนต่อตอนเย็น เราดันลืมเอากระเป๋าตังค์มา เราก็โวยวายว่าทำไงดีๆ ถ้ากลับไปเอาก็ไม่ทันแน่ พ่อก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อกลับไปเอาให้ เราก็ไม่ค่อยชอบวิธีนี้ เพราะมันเหมือนเราก่อเรื่องเอง แต่ดันมีคนต้องมาลำบากแทนเรา เราก็ตั้งสติสักพักนึง แล้วบอกว่า เอางี้ ขอยืมเงินพ่อแม่ก่อน ให้พอไปที่เรียนได้ แล้วพอกลับบ้านค่อยคืน พ่อก็บอกว่าไม่ต้อง เอาตามที่พ่อบอกนั่นแหละ เดี๋ยวพ่อกลับไปเอาให้เอง จะได้ไม่ต้องมางุ่นง่านอยู่ เราก็ปฏิเสธ บอกว่าไม่เอา เราลืมเองแล้วจะให้คนอื่นมาลำบากให้ได้ไง พ่อก็บอกว่าไม่ลำบากๆๆๆ

          คือบางทีพ่อก็คงไม่ลำบากจริงๆ แต่เราอะลำบากใจ ไม่สบายใจไง

          แล้วมันยังทำให้เรารู้สึกเหมือนการตัดสินใจของเราไม่ได้รับการยอมรับ เพียงเพราะว่าพ่ออยากจะจบปัญหาด้วยการจัดการทุกอย่างให้ลูกเอง

          เนี่ย.. มันจะเป็นในลักษณะนี้เสมอเวลาเราอยู่กับพ่อแม่ ความมั่นใจในการอยู่ด้วยตัวเองของเราจะลดลงไปเรื่อยๆ

          เราบอกพ่อไปตรงๆแล้วนะว่าถ้าเรามีปัญหาอะไร ขอเราตัดสินใจแก้ไขปัญหาเองก่อน ถ้ารู้สึกว่าแก้ไม่ได้จริงๆ จะขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่

          ไม่รู้ว่าพ่อจะเข้าใจและทำตามได้มั้ย

 

          อยากกลับไปอังกฤษอ่ะ อยู่ไทยแล้วทรมานมากเลยตอนนี้


แฟนคลับ [2]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    45
    Comments
    18
    Fanclub
    2


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog