SCHOOL FOR BOY. [ EXO-BTS-GOT7-INFINITE Ft.SJ ]

ตอนที่ 10 : PARADISE #10 ให้มันเป็นสีชมพู ♥ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 พ.ย. 58










SCHOOL FOR BOY .

 PARADISE #10








 

Luhan Part

เวลา 08.50 . ห้องน้ำชายชั้นสาม

 

 


                  ซ่าาาาา า

 

                  เสียงน้ำไหลพุ่งออกมาจากก๊อก ที่ลู่หานนำมือเข้าไปใกล้เพราะเป็นระบบเซนเซอร์ เพื่อที่จะล้างมือ พอเขาก้มล้างมือเสร็จ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกสำรวจใบหน้าของตัวเองว่าเรียบร้อยดีไหม และพอมองไปที่กระจกเท่านั้นหละ เขาก็พบกับเจ้าของใบหน้าเรียวรูปร่างสูงโปร่ง สีผมดำขลิบ ยืนหัวเราะยกยิ้มอย่างมีเลสนัยมองดูเขาจากข้างหลัง


                 ใครกันช่างเสียมารยาทขนาดนี้ มายืนมองคนอื่นเขาทำธุระส่วนตัว ลู่หานพึมพำในใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจร่างสูงข้างหลังแต่อย่างใด พอเขาเดินออกจากประตูห้องน้ำ เดินผ่านหน้าห้องA จวนจะถึงห้องB ร่างสูงคนนั้นก็ยังคงเดินตามเขาอยู่ จนลู่หานรู้สึกได้ว่ามันใกล้เกินไปแล้ว 


                มันบ้ารึเปล่ามาเดินตามคนอื่นทำไม! โรงเรียนนี้ทำไมมีแต่คนไม่ปกติแล้วเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหนเนี้ย? แล้วไอ้เชี่ยนี่ก็ยังไม่เลิกตามกูมาอีก ยังอีก! มึงยังไม่เลิกใช่ไหม ได้เดี๋ยวมึงเจอกู!!

 

                “ จะเดินตามกูอีกนานไหม! ”

                “ พูดเพราะๆสิครับ 

                “ กูไม่รู้จักมึง 

                “  มองดูดีๆสิ  ” ร่างสูงยิ้มหวานให้ลู่หานก่อนจะก้าวขาเข้าไปประชิดตัวลู่หานและยื่นหน้าเข้าไปใกล้                  
                ลู่หานก็ไม่ได้ผงะหรือถอยห่างแต่อย่างใด จองมองใบหน้านั้นราวกับคุ้นเคยเหมือนเคยเจอที่ไหน แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เพื่อนห้องเขาแน่นอน

                เอ๊ะคุ้นๆแห่ะ หรือว่าจะเป็น

               “ ไอ้เชี้ยหัวสีรุ้ง.. ” ลู่หานขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ( ทำไมมันดูดีขึ้นวะ ) 
               “ ฮ่าๆ ถูกต้องนะคร้าบบบบบ บ เก่งจังเล๊ย  >< ” เซฮุนหยิกเข้าที่แก้มลู่หานสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยว
               “ ทำเหี้ยไรของมึง ” แต่จับได้ไม่นานลู่หานก็ปัดมือเซฮุนออก

               “ หล่อขึ้นใช่ไหมหล่ะ ^^ ”
               “  เหอะ! ” ลู่หานไม่ตอบคำถามเซฮุน ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องของตน
               “ นี่!! เราชื่อเซฮุนนะ ลู่หาน ”  เซฮุนตะโกนตามหลังลู่หานที่กำลังเดินไป
               “ กูไม่ได้ถาม!! ” ลู่หานตะโกนกลับมาขณะที่เดิน
               “ เราชอบนายนะ  

                “ ……… ”


                ได้ผลลู่หานหยุดเดิน

 

                 และเอี้ยวตัวอย่างเร็วกลับมามองหน้าเซฮุน ก่อนจะชูนิ้วกลางขึ้นใส่ olo หน้าเซฮุน ให้เห็นเต็มๆสองตา เมื่อเห็นว่าเซฮุนเห็นชัดๆ แล้วเขาจึงหันหลังกลับเดินไปทางห้องตัวเองด้วยท่าทางฟึดฟัด และไม่คิดที่จะหันกลับไปมองอีก


                 เซฮุนเห็นดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นในใจ เขาไม่ได้โกรธที่ลู่หานแสดงกริยามารยาทไม่ดีออกมาแบบนั้น เขาเห็นว่ามันน่ารักดีออก แบบนี้สิท้าทาย อะไรที่ได้มายากๆนั่นหละของชอบเขาเลย

 




Jungkook Part

13.00 หน้าห้องเรียน 5-A


  

                จองกุกเดินผ่านห้องเพราะจะเดินไปเข้าห้องน้ำหลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จขึ้นมาบนห้องเขายังไม่ได้ล้างมือเลย แต่ละห้องเวลานี้ไม่ค่อยมีใครอยู่หรอก เพราะส่วนใหญ่ก็อยู่ที่โรงอาหารไม่ก็สนามบาส สนามฟุตบอล ห้องสมุด พอเดินผ่านบานประตูที่มีกระจกใสสามารถมองผ่านเข้าไปในห้องได้ จองกุกก็พลางเหลือบมองเข้าไปในห้องเผื่อว่าจะเห็นคนคนนั้น คนที่เขาให้เซฮุนไปขอเบอร์มาให้แต่ก็โดนปฏิเสธมาทุกครั้ง เพราะเขาไม่ยอมให้บอกว่าใครเป็นคนให้ไปขอ คนคนนั้นจึงไม่ให้ ถึงจะบอกว่าเป็นใครคนคนนั้นก็ไม่ให้อยู่ดี....

               เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเขาซะเท่าไหร่ จองกุกก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมคนหล่อๆของโรงเรียนนี้ต้องไปอยู่ห้องA กันหมด แล้วแต่ละคนก็ดันโลกส่วนตัวสูงด้วยกันทั้งนั้น แต่งานนี้จองกุกไม่ยอมถอย ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก อิอิ^^

                เอ๊ะ! นั่นใครนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่างคนเดียว ?

                จองกุกค่อยๆเดินเข้าไปใกล้บานประตู พลางยืนหลบอยู่ผนังด้านนอกเพื่อที่จะไม่ให้คนคนนั้นเห็นเขาได้ และพอชะโงกหน้าเข้าไปส่องเท่านั้นแหละ ใช่เขาคนนั้นจริงๆ ด้วย 


                มาร์ค ต้วน


                 ทำไมเขาไม่ลงไปกินข้าวพร้อมเพื่อนนะ แต่นี่มันก็บ่ายแล้วหรือว่าเขาจะกินแล้ว แล้วทำไมเขาไม่ไปอ่านหนังสือในห้องสมุดหละ แต่ในห้องAนี้ก็เงียบใช่เล่น  สงสัยจะชอบอยู่ในห้องมากกว่า ดีเลยไม่มีใครอยู่แบบนี้จะได้แอบมองเขานานๆ > //////<



              “ มาทำอะไรเหรอ..จองกุก ”  

 

               O_o !!   เฮือก!!


               ชิพหายล่ะ..มีคนจับได้ว่าเราแอบมามองมาร์ค ทำไงดี แล้วนั่นใครกัน ถ้าเป็นคนของห้องA แล้วเราจะตอบยังไง ไอ้เราก็ดันทำตัวมีพิรุธมาแอบอยู่หลังประตูซะด้วยสิ หายใจเข้าลึกๆ จองกุก ค่อยๆหันไป อย่าทำตัวมีพิรุธ 123 ฮึบหันไปตอบเจ้าของคำถาม


              “  พอดีเราเดินมาเข้าห้องน้ำ แล้วเห็นว่าห้อง A ทาสีห้องใหม่สวยดีเลยมาดูหนะ^^ ” จองกุกที่เพิ่งหลุดจากภวังค์ ไม่รู้จะตอบอะไรดี เลยแถไปมั่วๆ

              “  ทุกห้องก็สีนี้ไม่ใช่เหรอ.. =.=   ” วีพูดออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไรมากเพราะทุกห้องก็สีนี้จริงๆ

              “ อ้าวว ว เหรอ..แต่สีห้องนายออกโทนสว่างๆนะว่าไหม ฮ่าฮ่า ไปนะ^^ ” จองกุกชิงตอบและไม่รอให้วีได้ถามอีก ก่อนจะรีบเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำทันที


               อะไรของเขากันนะ?  แค่สีห้องก็ต้องทำท่ามีพิรุธขนาดนี้เลยเหรอ วีคิดในใจ แต่ไม่ได้ใส่ใจมาก เพราะเขาตั้งใจมาเอาสมุดให้คยองซูเพราะเขาเป่ายิ้งฉุบแพ้ เลยต้องเป็นฝ่ายขึ้นมาเอาสมุดการบ้านที่คยองซูลืมไว้ใต้โต๊ะ พอหยิบสมุดเสร็จก็เหลือบไปเห็นมาร์คนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่างคนเดียว แต่วีก็ไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรกับมาร์คเพราะไม่อยากรบกวนสมาธิเพื่อน ก่อนจะเดินออกไปนอกห้องและไม่ลืมที่จะปิดประตูเบาๆ

 

 


กลับมาปัจจุบัน..

เวลา  16.45 ( ใกล้เลิกเรียน ) ห้องเรียน 5-A

คาบเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร อาจารย์ผู้สอน คิม ฮีชอล

 


              “  เอาหล่ะก่อนหมดคาบก็จะฝากการบ้านเล็กๆน้อยพวกนายทำ แต่งานนี้ขอเป็นคู่นะจ้ะเด็กๆ >,< ”  อาจารย์ฮีชอลที่ยืนอยู่หน้ากระดาน พูดด้วยน้ำเสียงสดใสและร่าเริงเพราะไม่ว่าจะกลุ่มจะเดี่ยวห้องก็ไม่เคยค้าน บอกให้ทำอะไรก็ทำ งานก็ส่งครบตามกำหนด ไม่มีข้อบกพร่อง เพอร์เฟ็คที่ซู้ดดดดดดดดด ด~


                แต่ถ้ามีเกี่ยงงานบ้าง….ก็จะมีอยู่คนคนนึง


              “ โห่ยยยยแค่วิชาอื่นก็เยอะแล้วเจ๊ ” 

               เห็นมั้ยพูดยังไม่ทันขาดคำ ฮีชอลหละกลุ้มจริงๆ ตัวดำไม่พอยังมาเป็นแกะดำในห้องAอีก จงอินนะจงอิน ( แซวน้า า^^ )

                “ แต่นี่เป็นงานคู่นะจงอิน ครูไม่ได้บอกให้นายทำคนเดียวนี่ ”   ฮีชอลยังคงอธิบายให้ไคฟังด้วยภาพลักษณ์นางฟ้ายิ้มแย้ม สดใส
                 “ แต่ห้องเราก็มีเศษอยู่ดีอ่ะครับ.. ” วีพูดออกความเห็นขึ้นมาบ้าง

                 “ ใคร..ที่เป็นเศษก็ถือว่าโชคดีไป ไม่ต้องมาทำงานร่วมกับคนอื่น แบบนี้พวกนายชอบหนิ ” ฮีชอลก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนเดิม พร้อมหันมาถามความเห็นจากนักเรียน

                “ แล้ว…..ใครที่ว่าจะเป็นเศษหละครับ ” วีถามขึ้นมาอีกครั้ง
                “ งานนี้ก็แล้วแต่ดวงพวกนายกันนะ ^^ ”
                “ หมายความว่าไงครับอาจารย์ ?? ” ไคถามขึ้นเพราะสงสัยว่าอาจารย์ฮีชอลหมายความว่ายังไง
                “ ครู..ได้ทำฉลากมาแล้ว 11 ใบ ภายในกระดาษสีขาวจะห่อกระดาษสีต่างๆอยู่ด้านใน โดยจะมีสีชมพูสีฟ้าสีเขียวสีแดงสีม่วงและสีดำ1  คงไม่ต้องบอกก็รู้นะจ๊ะว่าถ้าใครจับได้สีดำจะหมายความว่ายังไง  


                  พอฮีชอลอธิบายจบ ก็ยื่นกล่องเล็กๆที่เต็มไปด้วยสลากให้นักเรียนได้จับใครจับแล้วก็อย่าเพิ่งเปิด ให้ออกมาเปิดด้านหน้าห้องเพื่อจะได้ไม่เป็นการแอบไปสลับคู่กันเองภายหลัง อิอิ ฮีชอลฉลาดใช่ม้า >,<

                 “ เอาหล่ะ..ได้สลากครบกันหมดละทุกคนใช่ไหม อย่าเพิ่งเปิดนะให้ออกมาเปิดให้ครูดูหน้าห้อง ออกมาตามเลขที่นะ..ครูจะได้เขียนว่าใครคู่กับใครบ้าง  


               คนแรกที่ออกมาคือเฉิน จับได้สีเขียว คนถัดมาคือซูโฮจับได้สีเขียวเช่นกัน ถัดมาจะเป็นวีจับได้สีแดง และคยองซูก็ได้สีแดงเช่นกัน ทำให้คยองซูดีใจมากกกก อย่างน้อยก็ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนในกลุ่มของตัวเอง ส่วนแบคฮยอนนั้นจับได้สีชมพู ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่าจะต้องคู่กับใคร ได้แต่ภาวนาให้ได้คู่กับไค  เพราะตอนนี้เขายังไม่สนิทกับเพื่อนในห้องกลัวจะลำบากคนอื่นเปล่าๆ

 

               แต่แล้ว..ความหวังของแบคฮยอนก็ได้สลาย..เพราะไคจับได้สีดำ TOT

 

              คงไม่ต้องบอกว่าตอนนี้สีหน้าของไคจะเป็นยังไง ห่อเหี่ยวซะยิ่งกว่าตอนที่อาจารย์ฮีชอลบอกว่ามีงานให้ทำซะอีก ทำไมพระเจ้าถึงไม่เข้าข้างเขาเลยนะ และดูเหมือนว่าอาจารย์ฮีชอลจะดีใจมากที่เขาจับได้สีดำ =.= โหดร้ายที่สุดดดด ด

                คนถัดมาก็จะเป็นแจบอมและยองแจที่จับได้สีม่วง ส่วนซองยอลนั้นจับได้สีฟ้า… ตายหล่ะทำไมเหลือแค่แอล กับมาร์ค แบคฮยอนครุ่นคิดวิตกในใจ ขอให้เขาได้คู่กับแอลเถอะเพราะยังไงแล้ว แอลกับเขาก็พอรู้จักบ้าง แต่ถ้าจะให้คู่กับมาร์คคงไม่ไหว ถึงมาร์คจะดูเข้าหาง่ายกว่าแอลก็จริง แต่เขาก็อยากทำงานคู่กับแอลมากกว่า ไม่ได้อยากจะหวังพึ่งแอลเพราะแอลเก่งหรอกนะ แต่เขาอยากทำงานคู่กับแอลจริงๆ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร 


                ก็แค่หวังว่าจะได้คู่กับแอลก็แค่นั้น






             ทางด้านซองยอลที่กำลังนั่งพึมพำเหมือนพูดอะไรอยู่ในใจคนเดียว


             ขอหล่ะ! ขอให้แอลได้คู่กับเขาเถอะเพราะซองยอลไม่รู้ว่า ถ้าแอลกับมาร์คทำงานด้วยกันจะไปรอดไหม ต่างคนต่างความคิดกันขนาดนั้น และทั้งสองก็ไม่ค่อยพูดกันทั้งคู่ จะทำงานร่วมกันได้ยังไง เขาเองก็ยังคิดภาพไม่ออก ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาถ้ามีงานคู่เขาจะได้คู่กับแอลตลอด เพราะแอลไม่ชอบที่จะมาทำตามความคิดใครป็นหลัก ถ้าไม่สมเหตุสมผลพอ เขาก็พอรู้มาบ้างว่ามาร์คจะที่เป็นคนยอมฟังความเห็นจากคนรอบข้างหรือคนในกลุ่ม แต่สำหรับแอล..เขาต้องได้เป็นผู้นำ!

                แบบนี้จะไม่ทำให้อีซองยอลเพื่อนรักของคิมมยองซูไม่ห่วงได้ยังไง ขอเถอะพระเจ้า..ขอให้ลูกได้คู่กับแอลที..ได้โปรดเห็นใจลูกด้วย



               “ ออกมาสิจ๊ะ มยองซู คนเก่งของครู นายจะได้คู่กับใครเอ่ย >,< ” 


                แอลเดินลุกเดินออกไปหน้าห้องตามคำเชื้อเชิญของอาจารย์ฮีชอล ถึงเขาจะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเขาต้องคู่กับใคร..แหงหล่ะก็สลากของอาจารย์ดันโปร่งแสงซะขนาดนี้ ยกขึ้นส่องดูก็รู้แล้วว่าตัวเองได้สีอะไร ไม่รู้จะห่อสองชั้นมาเพื่ออะไร =.=




50%



                 “ ไหนดูสิมยองซูของครูได้สีอะไรเอ่ย ^^?  ” ทันทีที่แอลเดินถึงหน้าห้อง ก็ยื่นสลากให้อาจารย์ฮีชอลได้แกะดูเอาเองว่าเขาได้สีอะไร

 


                แทม ทะ ดะ แดม แทม แทม แท่ม แทม แท้มมมมมมมม ม


                ตึกตักๆ ตึกตักๆ


                 เสียงหัวใจที่เต้นแรงท่ามกลางความตื่นเต้นของแบคฮยอนและซองยอล...

 



               “  สีชมมมมมม พู >,< ” อาจารย์ฮีชอลพูดและยกชูขึ้นให้เพื่อนในห้องได้เห็นกันถ้วนหน้า

 


               ทันทีที่แบคฮยอนและซองยอลรู้ว่าแอลจับได้สีชมพู....

 


               (O_o ? สีหน้าแบคฮยอน)

               หา !  เขาได้คู่กับแอลจริงๆด้วย ให้ตายสิแบคฮยอนทำไมนายโชคดีขนาดนี้><

 

                (O_O ?  สีหน้าซองยอล)

                ให้ตายสิ!  แอลไม่ได้คู่กับมาร์คอย่างที่ซองยอลหวังไว้จริงๆ แต่กลับได้คู่กับแบคฮยอน..ทำไมซองยอลไม่ทันคิดนะว่ายังเหลือแบคฮยอนด้วยอีกคน แต่ก็ดูเหมือนช่วงนี้แบคฮยอนกับแอลดูจะสนิทกันเหลือเกิน มากกว่าซะยิ่งกว่าคนที่เป็นเพื่อนคนเดียวของแอลอย่างเขา แล้วทำไมเราต้องรู้สึกแปลกๆด้วยนะ เวลาที่เห็นแอลอยู่กับแบคฮยอน


               “ เอาหล่ะ..มยองซูกลับไปนั่งที่ได้ ส่วนนาย..มาร์ค ไม่ต้องออกมานะเพราะของนายคงจะเป็นสีฟ้าซึ่งจะคู่กับซองยอล ”  

                และอาจารย์ฮีชอลก็ได้อธิบายเรื่องงานให้นักเรียนฟัง ส่วนงานก็ไม่มีอะไรมาก แค่ให้ไปถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของโซลแล้วนำเสนอสถานที่นั้นๆ ส่งอาจารย์เป็นรายงานรูปเล่ม ภายในอาทิตย์หน้าแค่นั้น ก็ไม่เห็นจะยากตรงไหน^^ 

                “ เอาหล่ะ..สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ล่ะกัน ไว้เจอกันใหม่อาทิตย์หน้า พร้อมกับงานนะจ๊ะ เด็กๆ ^^  อ้อ..อีกอย่าง สำหรับจงอิน ครู..อนุญาตให้เพื่อนๆ ช่วยเขาได้นะ..”

                “  เยส !!!  ” ไคร้องออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปทำตาปิปๆอ้อนวอนคยองซูและวี

                “ แต่..ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องทำให้เขาทั้งหมด เข้าใจไหม..คยองซู แทฮยอง .. ^^  ”

                  ร้ายกาจอาจารย์ฮีชอลรู้ทันไคไปซะทุกเรื่อง


                “ ครับๆ ” คยองซูและวีพยักหน้าตอบรับอาจารย์ฮีชอล
                “ งั้นครูไปล่ะนะ..เชิญหัวหน้าจ๊ะ 

                 “ นักเรียนเคารพ.. ” เฉินพูดเสียงดังฟังชัด
                “ ขอบคุณครับอาจารย์ 

 


                 ทันทีที่อาจารย์ฮีชอลเดินออกจากห้องไป ไคก็หันไปพูดกับคยองซูและวีที่กำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน           

                “  ไม่รู้หล่ะพวกมึงต้องช่วยกู  ” 
                “  แล้วพวกกูเคยทิ้งมึงป้ะ ” วีหันมาตอบไคพลางเก็บหนังสือใส่กระเป๋าต่อ เพราะยังไงพวกเขาก็ช่วยอยู่แล้ว ใช่ว่าไคจะไม่เก่งภาษาอังกฤษแต่เขาไม่ชอบทำงานส่ง มาก็สาย มีดีอย่างเดียวแค่หัวดี แต่ติดขี้เกียจก็แค่นั้น… ถึงเขาจะได้ลำดับสุดท้ายของห้อง แต่คะแนนเขาก็ยังสูงกว่าสองห้องที่เหลือ
               “ แล้ว..แบคฮยอนหล่ะ มีไรให้พวกเราช่วยก็บอกนะ ^^ ” คยองซูที่อดแซวแบคฮยอนไม่ได้ก็เอ่ยขึ้น แหงหละก็เขาหนะชงมยองแบคอยู่นะสิ^^

               “  ไม่เป็นไรหรอก พวกนายช่วยไคไปเถอะ ” 

               “ แหงหล่ะก็แบคฮยอนได้คู่กับแอลอัจฉริยะห้องเราหนิ ” ไคที่อดแขวะไม่ได้พูดขึ้น 
               “  อีดำ!  ” คยองซูพูดขึ้นพลางกรอกสายตาไปทางไคเชิงให้หยุดพูด

               “ จ้า..ไม่พูดแล้วจ้า กลัวแล้วจ้า  ”  

               “ แบคฮยอนไม่เดินไปถามแอลหน่อยเหรอ..จะเริ่มทำงานวันไหน งานนี้มันต้องไปทำสถานที่จริงอะ คงต้องนัดกันทำเสาร์อาทิตย์ ” คยองซูพูดขึ้นมาอีก

               “  ค่อยถามพรุ่งนี้ก็ได้มั้ง ยังไม่ถึงวันเสาร์เลย.. ”

               “ แต่ที่รู้มาแอลไม่ชอบดองงาน ไม่แน่เขาอาจจะไปแอบทำเองคนเดียววันนี้เลยก็ได้ แบคฮยอนรีบๆไปถามเร็ว   ” คยองซูที่เพิ่งแต่งเรื่องขึ้นมาสดร้อนๆ บอกแบคฮยอน พูดพลางผลักแบคฮยอนให้เดินไปทางประตูหลังห้องก่อนที่แอลกำลังจะเดินออกไป


                แบคฮยอนที่หยุดยืนมองแอลกับซองยอลกำลังจะเดินออกจากห้องไปตอนนี้  ในใจก็เถียงกับตัวเองว่าถามเขาดีหรือไม่ แต่คยองซูพูดมาแบบนั้นเขาก็ไม่อยากกินแรงแอลให้ทำงานคนเดียวหรอกนะ  คิดได้ดังนั้นก็รีบตะโกนเรียกแอลทันที


                 “ แอล! นายจะเริ่มทำงานที่อาจารย์ฮีชอลสั่งเมื่อกี้วันไหนอ่ะ 

                   แอลที่ได้ยินเสียงแบคฮยอนเรียกก็หันกลับมา พลางขมวดคิ้วกับคำถามที่แบคฮยอนเพิ่งถามเขาออกไป คืออาจารย์เพิ่งสั่งเมื่อกี้ แล้วคนอย่างแบคฮยอนก็ไม่น่าจะดูซีเรียสกับงาน

                  “ นายรีบมากปะ ” แอลพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม

                  “ ก็…  ” แบคฮยอนอยากบอกเหลือเกินว่า ก็..คยองซูบอกมาว่านายไม่ชอบดองงาน พอหันไปทางคยองซูเท่านั้นแหละ 


                  หายกริบ..หายไปทั้งสามคนเลย แบคฮยอนก็ยืนเอ๋อ..สิคะ

 

                  “ …………….………. . ”


                 “ ค่อยปรึกษากันวันหลังก็ได้เนอะ ยังไงนายก็มาโรงเรียนทุกวัน^^  ” แบคฮยอนพูดจบก่อนจะยิ้มแห้งๆ  และหลังให้แอลเดินกลับไปออกทางประตูหน้าห้อง

                 “ เดี๋ยว!  ถ้ามาถามแล้วก็มาคุยกันให้จบ ๆ ” แอลบอกแบคฮยอนที่กำลังจะเดินไปถึงกลางห้องแล้ว แบคฮยอนหยุดเดินและเอี้ยวตัวกลับมาตามคำพูดของแอล แต่ก็ยังไม่ได้เดินเข้าไปหา

                  “  ซองยอลนายกลับไปก่อนเลย ฉันจะอยู่คุยเรื่องงานกับแบคฮยอนก่อน  ” แอลหันไปบอกซองยอลที่ยืนอยู่ข้างๆกัน ( นึกว่าลืมซองยอลไปแล้ว.. T^T )

                  “ ไม่เป็นไรเรารอได้.. ” 

                  “ กลับไปก่อนไป.. ” แอลบอกซองยอลอีกครั้งด้วยน้ำเสียงปกติที่เคยพูดกัน

 


                   แต่ทำไมนะซองยอลกลับคิดว่ามันรู้สึกห่างเหินแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้   



                “ ได้…..งั้นเรากลับบ้านก่อนนะ ไปนะแบคฮยอน ^^ ” ซองยอลพูดจบก็พลางหันไปส่งยิ้มให้แบคฮยอนที่ยืนอยู่กลางห้อง

                  “ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ..ซองยอล ^^  ” แบคฮยอนเองก็ตอบกลับซองยอล พลางโบกมือให้พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ


                 ทันทีที่ซองยอลเดินออกไปจากห้อง ทั้งห้องตอนนี้ก็เหลือเพียงเขากับแบคฮยอน แอลจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเดินเข้าไปแบคฮยอนที่ยืนเอ๋ออยู่กลางห้อง

                 “ มีอะไรก็รีบพูดมา ” แอลพูดพลางจับเก้าอี้มานั่งตรงที่แบคฮยอนยืนอยู่

                 “ นายคิดไว้ยังว่าจะไปทำรายงานที่ไหน ”  แบคฮยอนพูดจบ ก่อนจะหมุนเก้าอี้ด้านหลังมานั่งตรงข้ามกับแอล ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน มีเพียงโต๊ะนักเรียนเล็กๆตัวนึงที่กั้น

                 “ ที่ไหนก็ได้ที่ คนน้อยๆ 

                 “ แบบนั้นมันก็ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจดิ 

                 “  แล้วอาจารย์บอกเหรอว่า ต้องทำที่ที่คนไปเยอะๆเหรอ ”
                  “ นาย..อยากไปพวกธรรมชาติ มีภูเขา มีแม่น้ำงี้เหรอ  

 

               ตึ่ง ตึ่ง ตึ้ง ตึ่ง ตึ่ง ตึ๊งงงงงงงงง ง ~~

               ตึ่ง ตึ่ง ตึ้ง ตึ่ง ตึ่ง ตึ๊งงงงงงงงง ง ~~

 

               เสียงโทรเข้าจากคยองซู ทำให้แบคฮยอนต้องหันหลับมาสนใจโทรศัพท์ก่อนจะกดรับ


               ‘ แบคฮยอน..ขอโทษนะที่ต้องออกมาก่อนพอดีว่าหมาบ้านฉันตายหน่ะ ตกใจมากทำอะไรไม่ถูก ขอโทษจริงๆนะ ’

                 ‘ ไม่เป็นไรคยองซู ..แล้วไคกับวีหล่ะ

                 ‘ วีอยู่ๆๆก็ปวดท้องหนักมากไคเลยพาไปโรงพยาบาลหนะ แต่แบคฮยอนไม่ต้องเป็นห่วงนะ 

                 ‘ อ่อ..ก็น่าจะบอกกันก่อนไป 

                 ‘ แล้วนี่กลับบ้านยังอ่ะ อยู่ไหนเหรอ ? ’

                 ‘ คุยเรื่องงานกับแอลอยู่บนห้องหน่ะ 

                  ‘ จริงเหรอ!! ’

                  ‘ หือ

                  ‘  งั้นไม่กวนแล้ว ..พรุ่งนี้เจอกันนะ ’ ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ดด ดด


ลานจอดรถหลังโรงเรียน....


                “ เป็นไงมึง ” ไคถามขึ้นถึงจะรู้อยู่ว่าเป็นยังไงแต่ก็อกที่จะถามไม่ได้เพราะเห็นสีหน้าคยองซูยิ้มแย้มเปล่งประกายความคิดคิดชั่วร้ายซะขนาดนั้น
                “ ก็..สำเร็จ! สองคนนั้นอยู่ด้วยกันบนห้อง*O* ” คยองซูพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี

 



กลับมาปัจจุบัน

 

                แบคฮยอนวางสายจากคยองซูเสร็จก็หันมาเห็นแอลมองมาทางเขาอย่างไม่วางตา ไม่สิเรียกว่าจ้องเลยแหละ แล้วทำไมต้องจ้องกันขนาดนี้ด้วยนะรู้สึกประหม่ายังไงก็ไม่รู้ แบคฮยอนทำอะไรไม่ถูกจึงมองไปที่โทรศัพท์ ทันใดนั้นก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้น


                 “ เราก็ค้นหาในเน็ตไงว่ามีที่ไหนเงียบๆ ผู้คนไม่พลุ้งพล่านน่าสนใจในโซล.. ”


                  และแอล..ก็ยังไม่เลิกมองเขาอยู่ดี หน้าเรามีอะไรติดรึยังไงกันนะ


                  "...................................... . "

                 “ ทำไม….หน้านายไม่เห็นเหมือนชานยอลไหนว่าเป็นพี่น้องกัน 

                “ ไหนว่าไม่อยากรู้ไง ”  อ๋ออออ อ ที่แท้ก็กำลังสงสัยอยู่นี่เอง..ไอ้เราก็คิดไปไกล

                  “ …………………………. ”

               แอลก็ยังไม่เลิกมองเขา สงสัยจะรอฟังคำตอบ ก็ได้อยากรู้จริงๆก็จะบอก แบคฮยอนมองหน้าแอลจังๆ บ้างถ้าไม่มองหน้าเวลาพูดก็จะเสียมารยาทใช่ป่ะ แล้วแบคฮยอนก็พูดขึ้น

 

               “ ก็คนละพ่ออ่ะ พ่อฉันเพิ่งแต่งงานกับแม่ชานยอลได้ไม่นาน ชานยอลเลยย้ายมาอยู่บ้านฉัน...... 

               “ ช่างเถอะ นายลองเสริทดูดิว่ามีที่ไหนบ้าง ” แอลบอกพลางหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาหาข้อมูลบ้าง


              “ นี่ไง เขานัมซาน สามารถมองเห็นโซลได้หลายๆมุม ไม่เหมือนที่อื่น” แบคฮยอนเสนอพลางยื่นให้แอลดู

 

               แอลก้มหน้าลงมาดูรูปในหน้าจอโทรศัพท์แบคฮยอนก็ส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ

 

               “ ฉันว่านี่ดีกว่า ไกลไปหน่อยแต่ก็พอใช้ได้  ” แอลพูดจบแล้วยื่นโทรศัพท์ไปให้แบคฮยอนดูใกล้ๆ พอแบคฮยอนก้มลงมาดูใกล้ๆก็ ก็เงยหน้าขึ้นมามองแอลทำแววตาเปล่งประกายเหมือนเจอของเล่นชิ้นถูกใจ ก่อนจะก้มหน้าลงกลับมาสนใจภาพในโทรศัพท์ต่อ


                 สถานที่ที่แอลเปิดให้เขาดูก็คืออุทยานโซลแกรนด์พาร์ค ( Seoul Grand Park Faorest Park ) เป็นอุทยานที่เหมาะสำหรับคนชอบเดินป่า นักอนุรักษ์ธรรมชาติเหมาะสมแล้วที่คนอย่างเขาจะเลือกสถานที่แห่งนี้ แบคฮยอนก็ยังคงไม่เลิกดูรูปอุทยานเลื่อนดูไปเรื่อยๆอย่างสนอกสนใจ จนไม่รู้ตัวว่าเขานั้นได้เผลอกุมมือแอลเข้า  ซึ่งแอลก็ไม่ได้ว่าหรือท้วงอะไรแต่อย่างใด เพราะเห็นว่าแบคฮยอนกำลังสนใจงานอยู่ 


                แต่ทำไม…..หัวใจเขาต้องเต้นเป็นจังหวะแปลกๆด้วยนะ

 

               และแบคฮยอนก็ยังคงไม่รู้ตัวว่าได้ทำให้อีกคนนั้นใจสั่น..แถมยังยื่นใบหน้าเล็กๆอมชมพูนั่น เข้าไปใกล้เขาอีก ใกล้จนทำให้คนตรงหน้าได้ยินเสียงลมหายใจและกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของอีกฝ่าย

                             

              “  แอล..นายดูนี่ดิ.. ” แบคฮยอนพูดขึ้นและเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมา

 

                ทันทีที่แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นเขาก็พบว่าใบหน้าของเขาและแอลนั้นห่างกันเพียงแค่คืบ และสายตาของแอลก็ยังคงจ้องมองมาที่เขา เกิดความเงียบ..ระหว่างเขาทั้งคู่  แบคฮยอนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสายตาคู่นี้มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน มันดูลึกลับน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก น่ามองจนไม่อาจละสายตาออกไปได้

 

                ส่วนแอลเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้เหมือนกันว่าแววตาซุกซนของคนตรงหน้าก็น่ามองไม่แพ้กัน…..

 

85%


             พลั่ก!

             เสียงเปิดประตูหน้าห้องทำให้ทั้งคู่นั้นได้สติก่อนจะรีบผละออกจากกัน

 

             มาร์คเป็นคนเปิดประตูหน้าห้องและเดินเข้ามาโดยไม่ได้พูดอะไร เขาหยุดยืนอยู่หน้าห้องและมองไปที่แบคฮยอนก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่มือของแบคฮยอน และจ้องมองด้วยท่าทีสงสัย


             ทำไมมาร์คถึงมองเราด้วยแววตาน่าสงสัยเหมือนมีคำถามแบบนั้น แบคฮยอนครุ่นคิด ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมามองที่มือตัวเองบ้าง 

             ชิพหาย! 

             ตายล่ะ เขาไปจับมือแอลตอนไหนเนี้ย เมื่อแบคฮยอนรู้เหตุผลที่มาร์คมองเขาและแอลด้วยท่าทีสงสัยแบบนั้น เขาก็รีบดึงมือตัวเองออกจากมือแอลทันที


             “  ลืมของเหรอมาร์ค ” แบคฮยอนตัดสินใจถามออกไปเพราะเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้มันอึดอัดน่าจะมีใครสักคนที่พูดออกมาบ้าง และแน่นอนว่าต้องเป็นเขา

             “  อืม..แวะมาเอาของแปปเดียว พวกนายตามสบายเถอะ ” มาร์คพูดและเดินไปทางหลังห้องก่อนจะหยิบเอาหนังสือที่อยู่ใต้โต๊ะตัวเอง

             “ พวกเราก็กำลังจะลงไปเหมือนกัน ” แบคฮยอนลุกขึ้นจากเก้าอี้และหันไปหาแอลที่นั่งอยู่ตรงข้ามเป็นเชิงบอกให้ลุก


               แอลมองหน้าแบคฮยอนด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ทำไมต้องลุกลี้ลุกลนทำเหมือนคนมีความผิด 

 

               “ แต่เรายังคุยกันไม่จบเลยหนิแบคฮยอน ” แอลท้วงขึ้นขณะที่นั่งอยู่กับเก้าอี้

               “  ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ก็ได้  

               “ จะเอายังไงกันแน่.. ”  แอล กอดอกมองแบคฮยอนอย่างรอคำตอบ

                “ ……  ” แบคฮยอนมองหน้าแอลอย่างไม่เข้าใจ แล้วทำไมแอลต้องอารมณ์เสียใส่เราด้วยนะ

              “ ถ้ารีบมาก แล้วจะมาถามตั้งแต่แรกทำไมเสียเวลา ” แอลลุกขึ้นและสะพายเป้ ทำทีว่าจะเดินออกไป


              มาร์คไม่ได้สนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา เขาเลยเลือกที่จะเดินไปผลักประตูหลังห้องออกไปอย่างเงียบๆ

 

              “ เห้ย..อย่าเพิ่งดิ ” แบคฮยอนคว้าข้อมือแอลไว้ทันก่อนที่แอลจะเดินออกไปจริงๆ

              “ ……..  ” แอลหันมามองหน้าแบคฮยอนและก้มลงมองที่แขนตัวเอง และเงยหน้าขึ้นมามองแบคฮยอน ด้วยสีหน้าที่เป็นเชิงบอกว่า ‘  ปล่อย 

             “ งั้นวันเสาร์สิบโมง เจอกันที่อุทยานนะ ” แบคฮยอนพูดแต่ก็คงยังไม่ปล่อยมือออกจากแขนแอล

              “........ ”

              “ …หรือถ้านายไม่ว่างเปลี่ยนเป็นวันอาทิตย์ก็ได้ 

              “ บอกไว้ก่อนเลยว่า..ฉันไม่ชอบคนที่ไม่ตรงต่อเวลา ” แอลพูดพร้อมสะบัดแขนเบาๆไม่ถึงกับแรงมาก ออกจากข้อมือเล็กๆของแบคฮยอน
             “  งั้นก็เอาเบอร์นายมา พอไปถึงที่นั่นจะได้ไม่พลัดหลงกัน ” แบคฮยอนพูดขึ้นและหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา                    

              ยังไม่ทันที่แบคฮยอนจะกดเบอร์โทรศัพท์ แอลก็เป็นคนดึงโทรศัพท์เขาไปจิ้มๆๆ และก็ยื่นคืนให้เจ้าของ ก่อนจะก็ชิ่งเดินหนีแบคฮยอนออกไปทางประตูหน้าห้อง ทิ้งให้แบคฮยอนยืนอยู่คนเดียวในห้อง

                   

               แบคฮยอนที่รู้ว่าแอลเดินออกไปจากห้องแล้วก็ไม่ได้สนใจเพราะขืนเดินตามเขาไป เขาก็คงไม่พอใจอีกอยู่ดี และตอนนี้แบคฮยอนก็ยังคงยุ่งกับโทรศัพท์ นี่คงจะเป็นเบอร์แอลสิน้ะ เบอร์โทรออกล่าสุด 


               แล้วจะเมมชื่อเขาไว้ว่าไรดีอ่ะ…^^?

 


100%

เมมชื่อว่าไรดีอ่ะ ^____________^



  






Free Lines - Help Select

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #111 คริสมาส (@natthawantoey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:55
    แรดกว่าแบมแบม ก็แบคฮยอนนี้และ
    #นางแรดเงียบจะบอกให้
    #สลับคู่สลับวง
    #ชานแบค
    #แอลแบค
    #111
    0
  2. #17 BACON&CHEESE (@exofankris) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 17:38
    4p เลยคะอิอิอิอิอิ ชานแบค มยองแบค มาร์คแบค เราช๊อบบชอบ
    สู้ๆค้าาา แต่งบ่อยๆน้าาา อย่าหายไปนาน
    ปล. (กลัวเป็นเหมือนไรต์บางคน  ที่มายั่วให้อยากแล้วจากข้าไป.....)
    #17
    1
    • #17-1 talkiiii2208 (@talkiiii2208) (จากตอนที่ 10)
      16 มิถุนายน 2558 / 00:56
      ยังไม่เปิดเทอมเลย ไม่หานไปไหนหรอก ถึงจะเปิดเทอมก็ไม่หาย ^^ จีๆนะ
      #17-1
  3. #16 Pear Sutamma (@galaxy1551) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 11:45
    ต่อค่ะต่ออออ
    #16
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #16-2 talkiiii2208 (@talkiiii2208) (จากตอนที่ 10)
      16 มิถุนายน 2558 / 00:57
      - ขอบคุณที่ติดตามน้า -
      #16-2