ตอนที่ 32 : {OS} มาร์ควิศวะ Vs ยุนกิบรรณารักษ์ศาสตร์ [100%] (*ฉลอง10000วิว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ต.ค. 59




มาร์ควิศวะ Vs ยุนกิบรรณารักษ์ศาสตร์

(**เนื่องจากฉลองครบหมื่นวิวของฟิคเรื่องนี้ค่ะ แล้วคอมเม้นล่าสุดดันรีเควสคู่นี้มา ฮ่าฮ่า

ใครไม่ชอบ ไม่ว่ากันเนอะ แต่อย่าว่าเราเลยนะนะๆ ^O^)










16.30 . หอสมุด

 

 

        “กูไม่หาแม่ง แล้วโว๊ยยยยยยยยยย!!”

 


        ปึก!!

 


        ผมรีบฟาดสันหนังสือเล่มใหญ่ลงที่หัวไอ้มาร์คโดยเร็ว เพราะมันเล่นร้องเสียงดังไม่ดูสถานที่

        “เชี่ยแจ็ค! กูเจ็บนะเว้ย

        “เบาเบาดิวะมึง นี่ห้องสมุดแจ็คสันว่าพลางหันซ้ายขวายกมือขอโทษขอโพย คนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ระแวกนั้น

        “กูไม่สน กูเบื่อ เข้าใจมั้ยกูเบื่อ! ทำไมกูจะต้องมาหาหนังสือเชี้ยไรนั่นด้วยวะ แล้วอาจาร์..”

        “มาร์ค กูบอกให้เงียบๆ

        “มึงจะหาก็หาไป กูไปละมาร์คบอกอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ

 



         ตุบ!



 

        แต่ทว่า..เขากลับเดินชนร่างเล็กที่เดินสวนมาเข้าอย่างจัง จนทำให้หนังสือกองโตที่แทบไม่เห็นหน้าคนถือมานั้นหล่นกระจายลงพื้น

 


        ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ ตุบ!


 

        “เห้ย!” มาร์คร้องออกมาอย่างตกใจทำอะไรไม่ถูกก่อนจะก้มนั่งลงตามอีกคน เพื่อหวังว่าจะเก็บหนังสือช่วยเขาคนนั้น แต่ทว่ามือเขายังไม่ได้ทันแตะแม้แต่เล่มเดียวน้ำเสียงดุๆก็ท้วงขึ้นซะก่อน

        “ไม่ต้อง!ไม่ดุแล้วมั้ง..นี่ตะคอกเลย เอาไงดีวะกู

        “ขะ ขอ..” มาร์คตะกุกตะกักและได้แต่มองใบหน้าเล็กที่ก้มเก็บหนังสือด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและไม่คิดแม้แต่จะเงยขึ้นมามองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ สงสัยจะโมโหจริงแหะ แต่กูก็ไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า..

        “ไปให้พ้นไป! แม่ง..” คนตัวเล็กบ่นออกมาและค่อยๆเก็บหนังสือทีละเล่มมาเรียงใหม่

        “เอาไงดีวะมาร์คหันไปขอความช่วยเหลือจากแจ็คสันที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ทว่า..แจ็คสันกลับส่งยิ้มอ่อนๆมาให้เขา และค่อยก้าวถอยหลังเดินหนีทิ้งเขาไปซะงั้น

        “…”

        “…”

        “…” มาร์คทำอะไรไม่ถูก เพราะคนตรงหน้าช้าเหลือเกิน จะให้เขาเดินหนีออกไปก็ไม่ใช่เพราะตอนนี้ คนอื่นต่างก็สนใจเขาอยู่ทั้งนั้น และตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนแบบนั้นซะด้วยสิ และความคิดก็ไม่ไวเท่ามือเขา เพราะตอนนี้มือเขาก็จับเข้าที่หนังสือเล่มเดียวกับคนตัวเล็กกำลังจับพอดี

        “กูบอกว่าไปให้พ้นไง!!คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาระดับเดียวกับที่ผมนั่งอยู่ ก่อนจะมองผมด้วยสายตาที่โคตรจะรำคาญ และก้มลงกลับไปเก็บหนังสือต่อ

        “…” เชี่ยยยยยยยยย ย โหดสาส

        “นี่มึงฟัง ภาษาคนไม่รู้เรื่องใช่มะคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งเพราะเห็นว่าผมยังไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ไปจากตรงนี้

        “ยุนกิ! อาจารย์บอกให้เอาหนังสือไปไว้ชั้นสอง แล้วทำไมหนังสือพวกนี้พวกนี้ถึงได้กองอยู่ที่พื้นได้และจู่ๆบุคคลที่สามก็ปรากฏตัวขึ้น ถ้าให้เดาผมว่าคงเป็นอาจารย์ที่สั่งให้คนตัวเล็กนี่เอาหนังสือกองโตพวกนี้ไปเก็บ

        “ผม..// ผมเดินชนเขาครับอาจารย์ ขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบช่วยเขาแล้วเอาไปไว้ชั้นสองให้นะครับผมรีบชิงตอบบอกอาจารย์ท่านนั้นและดูเหมือนว่าคนตัวเล็กข้างๆผมจะหน้างอกว่าเดิมซะด้วยสิ

        “ให้เร็วหละ อีกครึ่งชั่วโมงห้องสมุดก็จะปิดแล้วอาจารย์บอกและเดินกลับไป ไม่นานคนตัวเล็กก็เรียงหนังสือเสร็จและอุ้มหนังสือลุกขึ้นยืน

        “เดี๋ยวเราช่วยถือนะผมบอกและแย่งหนังสือที่คนตัวเล็กอุ้มอยู่ แต่ทว่าคนตัวเล็กก็ไม่ยอมที่จะปล่อยง่ายๆ

        “นี่! จะให้กูพูดอีกกี่รอบห๊ะ!! กูบอกว่า ไอ้เหี้ยยยยยยย มึงเอาหนังสือมาเดี๋ยวนี้ มึงหยุด ไอ้ ไอ้…” และตอนนั้นเองผมก็แย่งหนังสือมาหน้าตาเฉยและวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง และคนตัวเล็กเองก็วิ่งตามผมมาติดๆ วิ่งไม่พอยังมาพยายามแย่งหนังสือจากมือผมอีก และไม่นานผมก็ขึ้นมาถึงชั้นบน

 


         แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก


 

         ผมพักหอบหายใจทันทีที่มาถึงชั้นสอง ส่วนคนตัวเล็กก็พยายามจะยื้อแย่งหนังสือจากมือผมไปเช่นเคย

        “บอกว่าจะช่วยไง

        “กูบอกว่าไปให้พ้นไง

        “เราเป็นคนทำให้นายเสียเวลา เดี๋ยวเราช่วยเอง

        “มึงนั่นแหละที่ทำให้กูเสียเวลา

        “จะให้เอาไปเก็บที่ไหน

        “ทำไมมึงหน้าด้านแบบนี้วะ กูบอกว่าไม่ต้อง!”

        “นายนั่นแหละดื้อ เราบอกว่าจะช่วย ก็จะช่วย

        “มึงช่วยกูไม่ได้หรอก มึงเรียงหนังสือตามหมวด ตามพยัญชนะ เป็นรึไง ห๊ะ?

        “…” คือไรวะ ทำไมต้องเรียงตามอะไรแบบนั้นด้วย วางๆเลยไม่ได้รึไง

        คนตัวเล็กแย่งหนังสือไปจากมือผม ซึ่งตอนนี้ผมเองก็ยอมปล่อยง่ายๆ พอคนตัวเล็กได้หนังสือไปแล้วก็รีบเดินดุ่มด่ามไปยังหมวดต่างๆและเรียงหนังสือเข้าทีละเล่มสองเล่ม และเดินไปยังอีกหมวด และผมเองก็เดินตามเขาไปอยู่อย่างนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไม ผมจะต้องเดินตามคนขี้วีนคนนี้ด้วย พอมองจากด้านหลังคนตัวเล็กนี่ก็ไม่ได้ตัวเล็กมากนะ แต่ก็เล็กกว่าผมอะ ผมถือว่าตัวเล็กละกัน แต่ที่เด่นชัดสุดนี่น่าจะเป็นผิวขาวๆของเขา ผู้ชายไรวะแม่งโคตรวิ้งค์เลย แถมน่ารักวีนๆเวี่ยงๆน่าก็รักไปอีกแบบ

        “หลบ!”

        “…”

        “กูบอกว่าหลบ ยิ่งรีบอยู่แม่ง

        “รีบไปไหนอะ แฟนรออยู่เหรอทันทีที่ผมถามไปแบบนั้น คนตัวเล็กก็หน้าหงิกขึ้นไปอีก ก่อนจะถอนหายใจและหันมาตอบผม

        “มึงไม่ได้ยินที่อาจารย์พูดรึไง ห้องสมุดมันจะปิดห้าโมง ซึ่งมันก็เหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบนาที

        “อีกตั้งยี่สิบนาที

        “ช่วยแหกตาดูด้วย ว่ากูยังเก็บไม่เสร็จ และกูยังต้องไปเช็กบันทึกข้างล่างอีก

        แล้วทำไมต้องเช็กด้วยอะ

        “เลิกถามเถอะกูร้อง แล้วก็ช่วยลงไปด้วย เหม็นขี้หน้า!”

        “ลงไปก็ได้ แต่ฝากเก็บเล่มนี้ด้วยนะมาร์คบอกและสอดหนังสือเล่มนั้นไว้ใต้สุดที่คนตัวเล็กอุ้มอยู่

        “มึงเอามาจากไหน มึงก็เอาไปเก็บเองดิวะ อะ ไอ้..” ไม่ทันแล้ว.. คนตัวสูง เดินลงไปชั้นล่างแล้ว คนเหี้ยไรวะกวนตีนชะมัด อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย!

 

 

         ยุนกิเก็บหนังสือเข้าที่จนเกือบหมด และทันทีที่สายตาเขาเห็นหนังสือเล่มสุดท้าย เขาก็ได้ถอนหายใจพลางข่มอารมณ์ตัวเอง เพราะทันทีที่เขาเห็นหน้าปกหนังสือเล่มนั้นเขาก็แทบจะขยำหนังสือเล่มนั้นออกเป็นชิ้นๆ เพราะหน้าปกเล่มนั้นมันไม่ใช่หนังสือในห้องสมุดแต่อย่างใด แต่เป็น..

 

 

 



 

 

           ‘วัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมวัสดุพื้นฐาน (ต้วน อี้เอิน ปี3)







 50 %







 เที่ยงวันถัดมา..

 โรงอาหารกลาง

  

 

 

        “เชี่ยมาร์ค” 

        “ว่ามาร์คละจากจานข้าวขึ้นมาตอบแจ็คสัน

        “ดูเหมือนว่ามึงจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะวันนี้

        “^^”

        “มีอะไรรึเปล่าวะ

        “^______^”

        “ฮั่นแน่! ยิ้มแบบนี้แสดงว่า…?”

        “ต้วน อี้เอิน รึเปล่า? จู่ๆก็มีคนมาขัดบทสนทนาของพวกเขาทั้งคู่ มาร์คจึงหันไปยังเจ้าของคำถามเมื่อครู่นี้ ก่อนจะพิจารณาและตอบไป

        “อืม.ใช่ แล้วมีอะไรมาร์คมองไปยังเขาคนนั้นก่อนจะไล่ระดับสายตาลงไปยังมือของอีกคนที่อยู่ตรงหน้าเขา

 

         นี่มันหนังสือผมที่ให้คนตัวขาวเมื่อวาน แล้วทำไมมาอยู่กับไอ้หมอนี่ได้วะ หรือว่า..?

 

        “มีคนฝากนี่มาให้เขาคนนั้นยื่นของที่ว่าให้มาร์ค และกำลังหันหลังกลับไป แต่ทว่ามาร์คยังไม่จบเพียงแค่นั้น

        “เดี๋ยว!

        “?คนที่เอาหนังสือมาคืนมาร์คหันกลับมา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย ในใจเขาก็รู้อยู่แล้วหละว่ามาร์คจะต้องรั้งเขาไว้

        “ทำไมเขาไม่เอามาให้เองผมก็พอจะรู้อยู่หรอกนะว่าคนตัวขาวเมื่อวานเป็นยังไง ถ้าไม่เอามาให้ผม ผมก็จะไปเอาเองที่หอสมุดเพราะจากที่สังเกตเมื่อวานคนตัวขาวน่าจะเรียนบรรณารักษ์ ถึงได้ไปอยู่ในหอสมุดถึงเย็นแบบนั้น

        “เขาไม่โยนทิ้ง ก็บุญละพูดอีกก็ถูกอีก คนตัวขาวไม่เอาหนังสือโยนทิ้งนี่ก็ถือว่าบุญมากละ แต่ที่ผมอยากรู้ไม่ใช่เรื่องที่คนตัวขาวจะโยนหนังสือเขาทิ้งหรือไม่อย่างไร ผมอยากรู้แต่เพียงว่าไอ้หน้าหล่อที่มันเอาหนังสือมาคืนเขาเนี่ยเป็นอะไรกับคนตัวขาวของผม(?)

        “เชี่ยแท! หายหน้าหายตาเลยนะมึง คนอื่นเขานึกว่ามึงตายห่าไปละ แล้วนี่นึกไงมาโรงอาหารได้ หมอแบบมึงกินข้าวโรงอาหารได้ด้วยเหรอวะ

        “แล้วทำไมหมอจะกินข้าวโรงอาหารไม่ได้วะแทฮยองหันไปตอบเพื่อนร่วมห้องตอนมัธยมปลายที่เพิ่งเดินถือถาดข้าวมายังโต๊ะนี้ และกำลังนั่งลงข้างๆคนที่เค้ากำลังคุยด้วย

        “คยอม มึงรู้จักมัน?ผมรีบถามยูคยอมด้วยความแปลกใจ เพราะจู่ๆไอ้คนที่เอาหนังสือมาคืนผมนั้นดันรู้จักกับยูคยอมเพื่อนผมได้

        “ก็เพื่อนเก่า ทำไมวะ แล้วนี่มึงมายืนอยู่นี่ได้ไง มึงมาหาใครวะ?ยูคยอมหันกลับมาถามแทฮยองด้วยความอยากรู้เพราะคนอย่างแทฮยองมันก็ไม่น่าจะรู้จักใครระแวกนี้ หรือมันว่าหาสาววะ?

        “กูมาทำธุระให้กิ

        “อ่าว เห้ย! กูลืมไปเลยว่ายุนกิเรียนอยู่นี่ แล้วเขาเป็นไงบ้างวะ สบายดี?

        “กูไปละ รีบไปเรียน ไว้ค่อยคุยกันแทฮยองบอกเพียงแค่นั้น และก่อนไปมันเหลือบมามองผมด้วยสายตาที่ผมก็บอกไม่ถูกว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ที่แน่ๆ เหมือนมันไม่ค่อยพอใจผม

        “คยอม ไอ้นั่นมันเป็นใคร แล้วยุนกิที่ว่าใช่คนตัวขาวๆที่อยู่หอสมุดป่ะ? แล้วสองคนนั้นเป็นอะไรกัน เพื่อนกันใช่มั้ย??ทันทีที่แทฮยองเดินลับไป ผมก็รีบยิงคำถามรัวๆใส่ยูคยอมทันที

        “เชี่ยมาร์ค! อย่าบอกนะว่าเหตุผลที่มึงอารมณ์ดีวันนี้เป็นเพราะคนที่มึงชนเขาอยู่หอสมุดเมื่อวาน?”

        “คยอม ไอ้หน้าหล่อนั้นมันเป็นไรกะยุนกิวะ? มึงรีบๆตอบกูมาดิมาร์คไม่ได้สนคำถามที่แจ็คสันถามเขาแต่อย่างใด เพราะตอนนี้เขาอยากรู้เหลือเกินว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกัน

        “อย่าบอกนะว่ามึงสนใจยุนกิยูคยอมไม่ตอบคำถามที่มาร์คถาม แต่กลับถามมาร์คออกไปด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

        “กูถามมึงขนาดนี้ ยังไม่รู้อีกเหรอวะ เออ! กูสนใจเขา สนมากๆด้วย แบบกูอยากได้ กูจะเอาๆๆๆๆๆๆๆ

        “กูว่า..มึงตัดใจเถอะคยอมบอกผมด้วยสีหน้าที่จริงจัง ยะ ยะ อย่าบอกนะว่า ไอหน้าหล่อเมื่อกี้..

        “เขามีแฟนแล้วเหรอวะผมเอ่ยเสียงเศร้าพลางเขี่ยข้าวในจานเล่นๆ นี่ผมไปปิ๊งคนมีแฟนเข้าเหรอวะ ถึงว่าเมื่อวานตอนที่ผมถามรีบไปไหนแฟนรออยู่เหรอ เขากลับหน้าหงิกใส่ผม ที่แท้ก็แบบนี้สินะ.. แฟนรออยู่จริงๆ

        “ยังไม่มี

        “อ่อออ ห๊ะ! เมื่อกี้มึงว่าไงนะ?

        “ยุนกินี่นะจะมีแฟน ชาติหน้าตอนบ่ายสามสี่สิบห้าก็ไม่รู้จะมีรึเปล่า วันๆสนใจแต่หนังสือ ไม่งั้น เขาจะไปเป็นหนอนหนังสือในหอสมุดทำไมวะ อะ อ้าว เชี่ยมาร์ค..?จู่ๆมาร์คก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าและหันมาบอกฝากแจ็คสันเก็บจานข้าวให้อย่างรนๆก่อนจะวิ่งออกไป

     

 

 




 

13.20 .

หอสมุด

 

 

 

         ทันทีมาร์คเข้ามาถึงภายในหอสมุดมหาลัย สายตาของเขาก็รีบมองหาเป้าหมายที่ทำให้เขาต้องวิ่งมายังที่นี่ทันที มาร์คเดินหาคนตัวขาวอยู่ที่ชั้นแรกไม่เจอเขาจึงตัดสินใจเดินไปที่ชั้น2 ตามที่คยอมมันบอก และก็ไม่ต้องงงว่าคยอมมันบอกผมตอนไหน เพราะระหว่างที่ผมขับรถมายังหอสมุดที่อยู่คนละฝากกับโรงอาหารนั้น ผมก็ได้โทรถามมันว่ายุนกิกับไอ้หน้าหล่อนั้นสรุปไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆใช่มั้ย และคำตอบก็เป็นที่น่าพอใจเพราะสองคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้คิดอะไรเกินเลยทั้งนั้น ถ้าไม่จริงมาตื๊บคนบอกเลยได้เลย

 

        และที่คยอมมันบอกให้ผม ตัดใจซะเถอะตั้งแต่ทีแรกนั่นก็เพราะว่ายุนกิหรือคนตัวขาวของผมนั้นไม่ค่อยชอบยุ่งวุ่นวายกับใครหรือจะพูดง่ายๆก็คือโลกส่วนตัวสูง และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่เขาเรียนบรรณารักษ์ เดินหาอยู่ชั้นสองได้ไม่นานผมก็เจอเป้าหมายเข้า ตอนนี้คนตัวขาวกำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเล่มใหญ่อยู่ที่โต๊ะตรงมุมอับ  

 

 

 

        “แบร่~~~~”

        “เหี้ย!!”

        ปึก!

        “โอ๊ย!” ผมร้องออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าวเพราะโดนขอบหนังสือที่คนตัวขาวฟาดเข้าที่เบ้าตาอย่างจัง

        “สมน้ำหน้า เล่นไม่รู้เวลา คนยิ่งอ่านเรื่องผีอยู่

        “แล้วจะไปรู้มั้ยหละว่าอ่านอะไรอยู่ มือนึงผมกุมเข้าที่เบ้าตาของตัวเอง ส่วนมืออีกข้างก็ดึงเก้าอี้ข้างๆคนตัวขาวออก นั่งลงข้างๆโดยที่เจ้าตัวเขาไม่ได้เชิญ แต่ถึงไม่ให้นั่งผมก็จะนั่งอยู่ดีอะแหละ :Pp

        “ใครให้นั่งแน่ะ ทำไมตอนซื้อหวยทายไม่ถูกแบบนี้มั่งวะ คนตัวขาวถามแค่นั้นก่อนจะกลับไปสนใจหนังสือต่อ ตอนนี้ผมไม่ค่อยได้โฟกัสคนข้างๆมากนักนั่นก็เพราะว่าผมยังรู้สึกเจ็บที่เบ้าตาตัวเอง ทำไมมันแสบจังเลยวะ และความที่มันแสบเอามากๆผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องดูเบ้าตาตัวเอง และทันใดนั้นผมก็พบว่า..

        อื้ออหืออออ เลือดซิบเลย ถึงจะแค่ถากๆก็เถอะ แต่แม่งก็แสบใช่เล่น มันคุ้มค่ามั้ยวะเนี้ยที่ผมแกล้งจะเอ๋คนตัวขาวจากด้านหลัง ถึงผมจะแอบแต๊ะอั๋งเขาโดยการจับเข้าที่ไหล่ก็เถอะ(แค่ไหล่ก็เอาค่ะ)

        “นี่! ยุนกิทำเค้าเจ็บอะ ดูดิผมเรียกคนข้างๆและเขาก็หันมาโดยง่าย ผมจึงชี้เข้าที่รอยแผลให้ยุนกิดูเป็นการย้ำว่าเขาทำผมเจ็บ

        “อย่ามาสำออย แผลแค่นี้ แล้วอย่ามาเรียกชื่อด้วย ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นคนตัวขาวบอกและหันไปสนใจหนังสือดังเดิม

        “มันแสบจริงๆนะ แสบมากๆเลย มาร์คจะตายไหมเนี่ย จะเป็นบาดทะยักหรือเปล่า

        “….”

        “โอ๊ยย มาร์ค แสบจังเลยอ่าาาาา า

        ตึง!

        เสียงสันหนังสือกระทบกับโต๊ะเสียงดัง ถ้าให้เดาไม่ผิดคนตัวขาวกำลังจะด่าที่ผมมายุ่งเวลาอ่านหนังสือเขาแน่ๆ

        “ลืมกินข้าวได้ไงวะจู่ๆคนตัวขาวก็บ่นพึมพำกับตัวเองและยกแขนขึ้นดูนาฬิกา ก่อนจะเก็บของและลุกไป

        “?”

         ผมได้แต่ยืนมองคนตัวขาวเดินห่างไปเรื่อยๆก็มีเริ่มได้สติ เพราะผมมาหาเขา แต่ตอนนี้เขากลับจะไปแล้วซะงั้น และดูเหมือนว่าจะไปกินข้าวซะด้วยสิ แล้วแผลผมเมื่อครู่นี้ไม่ได้มีความหมายเลยใช่มั้ย มันคงเป็นเรื่องจริงสินะที่ยูคยอมมันบอกยุนกิไม่สนอะไรทั้งนั้นถ้าไม่ใช่คนที่เขารู้จัก

 



 

        “จะไปไหนอะผมเดินตามยุนกิออกมาติดๆ ไม่แม้แต่จะทิ้งช่วงระยะห่าง เพราะผมตั้งใจทำให้เขารู้ว่าผมตามเขามา

        “…”

        เป็นอย่างที่คิดคนตัวขาวไม่ตอบผม ก้มหน้าเขี่ยโทรศัพท์ และเดินต่อเรื่อยๆจนผมต้องรีบเร่งฝีเท้า และไปอยู่ตรงหน้าคนตัวขาว เป็นเอาว่าตอนนี้ผมกำลังเดินถอยหลัง

        “ไปกินข้าวเหรอ

        “…”

         คนตัวขาวเริ่มจะหยิบหูฟังขึ้นมา และเสียบเข้าที่ใบหูของตัวเอง นี่เขารำคาญผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ

        “ไม่มีเรียนแล้วเหรอ

        “…”

        “เดี๋ยวไปกินข้าวเป็นเพื่อนนะ เอาป่าว?

 

 

         นี่ยุนกิจะเดินเร็วไปไหนเนี้ย ผมไม่ได้มีตาหลังนะเห้ย จะได้มองเห็นอะ ถ้าสะดุดก้อนหินแล้วล้มลงจุ๊บกับยุนกิพอดีนี่ก็โอนะ แต่ถ้ามันกลับล้มเข้าจริงๆแล้วยุนกิทิ้งผมให้หน้าจูบดินนี่ไม่เอานะ(เปอร์เซ็นต์จะเป็นอย่างหลังน่าจะมากกว่า^^)

 

        “ยะ หะ หะ เห้ย!”

 

         ฟุบ!

 

         จู่ๆยุนกิก็ดึงรั้งผมเข้ามาหาตัวเขาซะงั้น มันเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว และเพราะความไม่ทันตั้งตัวนั้นทำให้ผมทรงตัวไม่อยู่จึงชนเข้ากับร่างบางของยุนกิ

        “…”

        “….”

        เพราะความใกล้มันทำให้ผมเห็นใบหน้าหวานของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ใกล้มากจนทำให้ผมรู้ว่าเจ้าของใบหน้าขาวซีดตอนนี้กำลังกลายเป็นสีแดงระเรื่อ นี่ยุนกิแพ้แดดเหรอ ทำไมหน้าเขาถึงแดงง่ายนักหละ

        “อยากตายรึไง ไอ่บ้า!” ยุนกิบอกพร้อมกับผลักผมออก หื้ม? ผลักออกงั้นเหรอ?? และเพราะแรงผลักจากคนตัวขาวทำให้ผมเริ่มจะรู้ตัวละว่าผมกอดเขาอยู่ เหยดดดด เมื่อกี้ผมกอดยุนกิอยู่เหรอ(สาบานว่าไม่รู้=.=)

        “จะเดินก็เดินดีๆ เดินแบบนั้นรถเขาก็ได้ชนตายดิวะอ้าวเห้ย! ผมมาอยู่กลางถนนได้ไงอะ แล้ว มะ เมื่อกี้ที่ยุนกิดึงผมนั้นเขาช่วยผมไว้ใช่มั้ย

        “ยุนกิช่วยมาร์คไว้เหรอ

        “หมามั้งที่ดึงมึงไว้เมื่อกี้

        “น่ารักจัง

        “ยะ อย่ามาจับยุนกิปัดมือผมที่กำลังดึงแก้มเขาอย่างหมั่นเขี้ยว และผมก็ลดมือลงจากแก้มย้วยๆของเขาโดยง่าย

        “ไม่จับก็ได้พอดีว่าเป็นคนเชื่อฟังคนอะ ยุนกิบอกอะไรมาร์คก็จะทำ ไม่ให้มาร์คจับแก้มมาร์คก็จะไม่จับ

        “อ๊ะ ก็บอกว่าไม่ให้จับไง!”

        “ก็ไม่ได้จับแก้มแล้วไง^^”

        “แต่มึงจับมือกูอยู่เนี่ย เชี่ยมาร์ค!” ยุนกิรู้จักชื่อผมด้วย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ด

        “ยุนกิรู้จักมาร์คด้วย

        “ก็มึงเล่นบอกชื่อตัวเองทุกห้านาที กูไม่รู้จักก็บ้าละ

        “ถึงยุนกิจะบ้า แต่มาร์คก็รักนะ

        “เหอะ! ปล่อยมือกูได้ละ

        “ไม่ปล่อย^O^”

        “งั้นมึงจะจับมือกูไปจนเมื่อไหร่

        “จนกว่ายุนกิจะยอมเป็นแฟนมาร์ค

        “งั้นถ้ากูยอมเป็นแฟนมึง มึงก็จะยอมปล่อยมือกูงั้นเหรอ?

        “ไม่ปล่อย

        “เพราะถ้ายุนกิยอมเป็นแฟนมาร์คจริงๆ มาร์คก็จะจับมือยุนกิแน่นกว่านี้..แบบนี้ไง

 

 

 

 

 

                      …ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของยุนกิละค่ะ ว่าจะยอมจับมือกับอิพี่ต้วนเรามั้ย อิอิ #หลบทรีนแม่ยกมาร์คแบม





 

THE END.

-STORY BY Talkiiii2208-

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - -

ขอบคุณทุกคนที่ยังรอ School4boy นะคะ ไรท์จะพยายามรีบกลับมานะคะ

(ก็เห็นบอกแต่แบบนี้ U.U) ไรท์ยอมรับว่าหายไปนาน (หายทุกเรื่อง) 

ไรท์ขอสารภาพเลยว่า..ความจริงคือไรท์ด้นสดทุกตอนค่ะ555 กว่าจะกลับมาแต่งได้นั้นต้องกลับมาอ่านตอนเดิมก่อน

แบบหาฟีล บางครั้งก็จำไม่ได้นะว่าเป็นอะไรยังไง มีเป็นจริงๆนะ แบบกลับมาอ่าน 

อ้าว! โฮย่าก็รู้ว่าชานแบคเป็นพี่น้องกัน อ้าว! มาร์ครู้ว่าจองกุกร้าย (สาบานว่ามืงแต่งเอง5555)

สุดท้ายนี้..(ไม่อยากพูดเยอะมันจะยาว) ขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ถอนเฟบออกค่ะ จุ๊บ<3







 



Free Lines - Help Select
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #252 Ice2317 (@Ice2317) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:25
    เย้ๆๆน่ารักกมาร์คก้า
    #252
    0
  2. #212 montira6709 (@montira6709) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 23:45
    ไม่คิดว่าที่เสนอไปว่าชูก้ามาร์คมันจะได้
    #212
    0
  3. #195 229668942 (@229668942) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 20:20
    รออยู่น้าาาา ไรท์ค่าาาา มาต่อเรื่อง school for boy เร็วๆน้าาาา อยากอ่านมากๆๆ พอดีเพิ่งได้อ่านเมื่อ เดือนก่อน ค้างมากกกกก ต่อเร็วๆน้าาาาา จุ้บๆ
    #195
    0
  4. #194 Redviolet (@Redviolet) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 10:04
    ต่อคร้าาาา
    #194
    0
  5. #193 My Little G. (@199012001) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 08:25
    ไม่คิดว่าไรท์จะเห็น
    รอน้าาาายุนกิโครตเหวี่ยงเลย
    #193
    0
  6. #192 4XnFn6X1tvJVaPo (@4XnFn6X1tvJVaPo) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 07:35
    รอคร้าา
    #192
    0