{fic exo} Lunchbox Boy - chanbaek - (end.)

ตอนที่ 20 : - 18 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    11 ธ.ค. 57

 

 

 

-18-

Chanyeol

หลังจากกลับมาจากบ้านไร่ของคุณปู่คุณย่า คุณหมอแบคฮยอนก็ลุยงานแทบไม่ได้หยุดพัก เวลานอนนี่นับชั่วโมงได้เลยล่ะครับ และผมเพิ่งรู้ว่าสามวันที่หยุดไปนั้นไม่ได้เอาเวลาพักร้อนมาใช้แต่คุณหมอแลกเวรกับคุณหมอคนอื่น ซึ่งเป็นเวรกลางคืน ผลจากที่ทำงานหนักบวกกับนอนน้อยทำให้คุณแฟนของผมไม่สบายน่ะสิฮะ น่าตีจริงๆ

 

“ กินยาตามที่จัดให้แล้วก็พักผ่อนเยอะๆล่ะ”

“ ขอบใจนะ แค่กๆ”

“ หยุดพูดได้แล้ว ชานยอลดูแลมันดีๆล่ะ ให้มันกินข้าวกินยาให้ตรงเวลาด้วย”

“ ครับพี่จงแด”

“ ถ้าสงสัยเรื่องยายังไงก็โทรมาหาพี่ได้นะชานยอล เผื่อจงแดไม่ว่าง”

“ ขอบคุณมากๆนะฮะพี่มินซอก”

“ ไปกันเถอะจงแด คนป่วยจะได้พักผ่อน”

“ อืม มีอะไรก็โทรหาได้ตลอดนะ”

“ ครับพี่”

“ หายป่วยไวๆนะครับคุณหมอบยอน”

“ ไปแล้วนะแบคฮยอน เอ้ยๆ ไม่ต้องไปส่งพี่หรอกชานยอล ไม่เป็นไร”

 

ผมมองตามนายแพทย์หนุ่มและคุณเภสัชกรใจดีที่เดินออกไปจากห้องนอน ก่อนจะหันกลับมาสนใจคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงและพบว่าเขากำลังมองผมอยู่เหมือนกัน

 

“ มองอะไรครับแบคฮยอน ทำไมไม่หลับล่ะ”

“ แค่ก...ชาน...”

“ ไม่เอา ห้ามพูด นอนพักนะครับ”

 

มือเล็กจับข้อมือผมไว้ก่อนจะส่งสายตาออดอ้อน ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าเขาต้องการอะไร

 

“ เดี๋ยวชานกลับมาอยู่ด้วย คุณหมอนอนไปก่อนนะ”

“  งื้อ”

“ แป๊บเดียวครับ”

 

ผมเอากะละมังใบเล็กที่เอาไปเช็ดตัวให้แบคฮยอนมาเก็บในห้องน้ำด้านนอก ซักผ้าขนหนูผืนเล็กก่อนจะตากไว้ที่ระเบียงแล้วเดินเข้ามาในครัวเพื่อผสมน้ำอุ่นใส่ขวดแก้วกับเตรียมแก้วน้ำอีกใบ หันไปเปิดตู้เย็นเอาแผ่นเจลลดไข้ก่อนจะหยิบทั้งหมดลงถาดไม้แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของคนป่วย

 

“ แหน่ะ ยังไม่หลับอีก”

“ ไม่ง่วง”

 

ผมวางถาดไม้ไว้บนโต๊ะข้างเตียง หย่อนตัวลงนั่งข้างๆแบคฮยอนแล้วแกะแผ่นเจลลดไข้ออกจากห่อมาแปะไว้บบนหน้าผากของเขา

 

“ เย็นอ่ะ”

“ ไข้จะได้ลดไงครับ”

“ ไม่ได้เป็นอะไรเยอะซะหน่อย ทำไมต้องให้หยุดงานด้วย แค่ก..”

“ นี่น่ะเหรอไม่ได้เป็น อย่าดื้อสิครับแบคฮยอน”

 

ผมพยุงคนป่วยให้ลุกขึ้นพิงอก ก่อนจะค่อยๆป้อนน้ำอุ่นให้เขา คนตัวเล็กจิบไปนิดเดียวก็ดันแก้วออก

 

“ ชานยอล”

“ หื้ม?”

“ อย่าไปไหนนะ ห้ามทิ้งเค้า”

“ ถ้าดื้อ ไม่ยอมนอนพักจะทิ้งจริงๆด้วย”

“ งื้อ”

“ นอนครับ”

“ ก็ได้”

 

คนป่วยค่อยๆไหลลงไปซบกับหมอนใบโตแต่ก็ยังไม่วายเขยิบมาใกล้ๆผม พอป่วยแล้วขี้อ้อนจังเลยนะ

 

“ งื้อ ชาน”

“ อยู่นี่ครับ อยู่นี่”

 

มือหนาของผมลูบกลุ่มผมของแบคฮยอนเบาๆ ราวกับเป็นการกล่อมให้เขานอนฝันดี ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หลับแล้วสินะคนดีของชาน

 

ผมค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง จัดให้คนป่วยนอนดีๆแล้วห่มผ้าให้เขา ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น เก็บแฟ้มงานที่วางระเกะระกะให้เป็นระเบียบ จัดหมอนอิงที่หล่นลงมาบนพื้นไปวางบนโซฟาดีๆ...ไม่ได้เข้ามาหลายวัน ห้องรกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย คุณหมอนะคุณหมอ

 

“ ชานยอล ชานยอลอ่า”

“ คุณหมอ! ออกมาทำไมล่ะครับ”

 

ไม้ถูพื้นในมือหล่นลงบนพื้นเสียงดังก่อนผมจะปราดเข้าไปประคองคนป่วยไว้ เขาหันมายิ้มแหะๆแล้วก็ไออีก

 

“ ตื่นมาไม่เจอ..นึกว่าถูกทิ้ง”

“ โธ่ มาคิดมากอะไรตอนป่วยล่ะแบคฮยอน”

“ ก็กลัวอ่ะ”

“ มานั่งโซฟาตรงนี้ก่อนนะ ผมขอถูพื้นก่อน”

 

คนป่วยค่อยๆเดินมานั่งลงที่โซฟา หยิบหมอนอิงมากอดแล้วเอนตัวลงกับพนักพิง ส่วนผมก็หาน้ำอุ่นมาไว้ให้เขา พี่จงแดบอกให้คุณหมอจิบน้ำเรื่อยๆ น้ำอุ่นจะช่วยให้เจ็บคอน้อยลง

 

“ นั่น หยิบงานอีกแล้ว”

“ ก็มันว่างนี่”

“ ทำไมป่วยแล้วดื้อจังครับ ไหนบอกชานซิ”

“ เค้าไม่ดื้อซะหน่อย”

“ ดื้อ”

“ ชานอ่ะ”

 

คุณหมอส่งสายตาค้อนมาให้พร้อมคว่ำปากไม่พอใจเหมือนเด็กๆ นี่ถ้าไม่เห็นว่าป่วยจะจับฟัดให้หนำเลย

 

“ ร้องเพลงให้ฟังหน่อยดิ”

“ ครับ?”

 

 ผมนี่ถึงกับจับไม้ถูพื้นแทบไม่ทัน

 

“ ร้องเพลงให้ฟังหน่อย”

“ เปิดโทรทัศน์เอาก็ได้นี่นา”

“ อยากฟังชานร้องเพลง น้าๆ”

“ เพลงอะไรดีล่ะ หมีสามตัว?”

“ เห็นฉันสามขวบรึไง แค่กๆ!

 

คุณหมอรีบยกน้ำอุ่นขึ้นจิบทันทีที่ผมส่งสายตาดุ

 

“ จริงๆเลยน้าแบคฮยอน ถ้าพี่คริสรู้ว่าผมทำคุณหมอป่วย ต้องตามมาเชือดผมแน่ๆ”

“ ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า”

 

ออด ออด ..

 

“ เฮียฟานมาแน่เลย”

“ คุณหมอ”

“ คิกๆๆ ไปเปิดประตูสิ”

 

ผมพิงไม้ถูพื้นไว้กับเสาแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง ยังไม่ทันได้จับลูกบิด บานประตูก็ถูกผลักเข้ามาเสียก่อน....คุณหมอแบคฮยอนนี่นะ ไม่น่าพูดเลย

 

“ ไอ้หูกาง...แก...แก”

“ หนีห่าวชานยอล”

“ สวัสดีครับพี่คริส พี่อี้ชิง เข้ามาด้านในก่อนสิฮะ”

“ ไอ้ชานยอล! แกมาอยู่ห้องน้องฉันได้ยังไง หา!

“ ผมมาดูแลคุณหมอฮะ”

“ ใครสั่ง!

“ ใจสั่งมาครับเฮียฟาน”

 

ผมยิ้มให้พี่ชายสุดโหดของคุณหมอ พูดออกไปแบบนั้นจะโดนต่อยมั้ยแต่ผมแอบเห็นพี่อี้ชิงขำล่ะ

 

“ ไม่เอาน่าเฮีย คนเป็นแฟนกัน ดูแลกันก็ธรรมดา”

“ นี่เข้าข้างมันหรออี้”

“ อี้อยู่ข้างชานยอลนานแล้ว เฮียไม่รู้หรอ”

 

พี่คริสดูไม่ค่อยพอใจกับคำตอบที่ได้รับ โน่น...เดินงอนไปหาน้องชายแล้วครับ

 

“ ป๋ายเซียนของเฮียเป็นยังไงบ้าง ปวดหัวมากมั้ย ไอเยอะรึเปล่า”

“ ดีขึ้นมากแล้วเฮีย จงแดมาตรวจให้น่ะ”

“ นี่ก็ต้องหยุดงานหลายวันเลยสิ”

“ ไม่หรอกครับซ้อ พออาการทุเลาลงพอเดินไหวก็ไปทำงานแล้วล่ะฮะ”

“ แต่ผมไม่ให้ไป”

“ ชานยอล ไม่เอาน่า”

“ ก็คุณหมอยังไม่หายดีเลย เกิดล้มพับไปจะทำไงล่ะครับ”

 

ผมเขยิบเข้าไปใกล้คนตัวเล็กพร้อมทั้งจับมืออุ่นๆนั้นไว้ ถ้าเขายังไม่หายสนิทผมก็ไม่ปล่อยเขาไปทำงานหรอก เป็นห่วง

 

“ นี่ มันจะออกนอกหน้ามากไปมั้ย ฉันก็นั่งอยู่นี่ด้วยนะ”

“ ไม่เอาน่าอี้ฟาน ทำไมเฮียชอบทำให้บรรยากาศแย่ลงอยู่เรื่อย”

“ ทำไมอี้ชอบดุเฮียต่อหน้าไอ้หมอนี่ เฮียเป็นสามีเรานะ ต้องเข้าข้างเฮียสิ!

“ สามีแล้วไง ก็เฮียทำไม่ถูก ชานยอลไม่ได้แย่ขนาดนั้น นี่แบคฮยอนป่วย ชานยอลก็เป็นคนมาดูแลไม่ใช่เหรอ อย่าทิฐินักเลยอู๋อี้ฟาน”

“ ชิ”

“ มีลูกสองแล้วยังทำเป็นเด็กๆไปได้”

“ มีคนที่สามกันมั้ยล่ะ เผลอๆอาจจะได้คนที่สี่มาด้วยนะ”

“ มะเหงกสิเฮีย เดี๋ยวก่อนๆ”

“ โหดอีกละ ยิ้มไรห้ะปาร์คชานยอล ตลกหรอ!?

“ เปล่าครับ เปล่า”

 

ผมรีบปฏิเสธทันทีที่พี่คริสดุ แต่มันตลกนี่ครับ พี่คริสที่ดูหน้าเกรงขามมากๆกับคนอื่น พออยู่กับพี่อี้ชิงแล้วเชื่องเหมือนลูกแมวเลย

 

กลางวันนั้นผมชวนพี่ๆทั้งสองทานมื้อเที่ยงด้วยกัน แต่ก็เหมือนเดิมแหละครับ พี่คริสปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่ร่วมโต๊ะกับผมอย่างเดียว

 

“ ฉันไม่กิน! นายจะทำอาหารรสชาติแย่รึเปล่าก็ไม่รู้ จะใส่ยาพิษให้ฉันกินรึเปล่าเหอะ”

“ แต่พี่กินนะ”

“ เอ๊ะ อี้ชิง”

“ ได้ยินว่าชานยอลทำอาหารอร่อยมาก ลู่หานยังชมเลย มื้อนี้ฝากท้องด้วยนะ”

“ ได้ครับผม”

“ แต่เฮียไม่อยากกิน”

“ เรื่องของเฮียสิ”

“ อี้...อี้ชิง...ป๋าย ดูพี่สะใภ้เราสิ ดูเขาทำกับเฮียสิ”

“ สมน้ำหน้า”

 

สุดท้ายมื้อกลางวันของพวกเราสี่คนก็ผ่านไปด้วยความทุลักทุเลพอควร ผมทำอาหารสำหรับคนปกติสามคนและคนป่วยอีกหนึ่ง ตอนแรกพี่คริสก็ไม่ทานหรอกครับ แต่พอพี้อี้ชิงป้อนไปคำนึงก็ทำตาโต รู้ตัวอีกทีก็เดินไปตักข้าวรอบที่สองให้ว่าที่พี่เขยแล้ว

 

 

 

 

Baekhyun

ผมกำลังอยู่ในสนามบินกับพี่ชาย เตี่ยกับแม่จะลงเครื่องวันนี้ ผมหายจากไข้หวัดมาสองวันแล้วฮะ แม้จะยังไม่หายสนิทแต่ก็แข็งแรงพอที่ชานยอลจะวางใจให้ออกมาทำงานได้แล้ว

 

“ หาววว”

“ ปิดปากมั่งเฮีย”

“ ก็คนมันง่วงนี่นา”

“ เมื่อคืนดึกหรอ?”

“ ยังไม่ได้นอนเลยเนี่ย”

 

ผมไม่ได้สนใจพี่ชายที่ยืนเซไปเซมาข้างๆตัวมากนัก ได้แต่ชะเง้อมองหาเตี่ยกับแม่ว่าจะออกจากเกท

 

“ นั่นใช่เตี่ยรึเปล่า”

 

เฮียฟานชี้ไปที่ผู้โดยสารขาเข้าจำนวนมากที่เดินออกมาจากเกท ผมเองก็มองไม่ค่อยเห็นเพราะคนเยอะมาก ยังไม่ทันได้มองตามก็ถูกพี่ชายฉุดเดินไปแล้ว

 

“ เตี่ย! แม่! ฟานอยู่นี่ฮะ”

 

เตี่ยกับแม่ที่กำลังมองหาอะไรบางอย่างสบตากับเราสองคนแล้วยิ้มให้ ผมเข้าไปหาท่านทั้งสอง เอ่ยทักทายท่านเจ้าสัวพร้อมกับสวมกอดผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง

 

“ คิดถึงแม่จังเลยฮะ”

“ ไม่คิดถึงเตี่ยหรอตี๋น้อย”

“ คิดถึงสิ คิดถึงเตี่ยมากๆเลยด้วย”

“ มาครับ ผมเข็นให้”

 

เฮียฟานรับหน้าที่เข็นกระเป๋าสัมภาระทั้งหลายไปที่รถ ส่วนผมก็เดินกอดแขนแม่กับเตี่ยคนละข้างเดินตาม

 

“ จริงๆให้คนขับรถมารับก็ได้นะตาฟาน”

“ พวกเราไม่ได้เจอเตี่ยตั้งหลายเดือนเลยมารับเองเลย”

 

ประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงบ้านใหญ่ ฟานซิงฟานอู๋ดีใจกันใหญ่ที่คุณปู่คุณย่ากลับมา เตี่ยของผมเป็นนักธุรกิจใหญ่ มีธุรกิจที่ต้องดูแลมากมายทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ท่านต้องเดินทางบ่อยๆ ส่วนแม่ก็คอยดูแลลูกๆ พวกเราจึงถูกเลี้ยงมาอย่างดี

 

 “ คุณปู่คุณย่ากลับมาแล้ววว!

 

ทันทีที่เตี่ยกับแม่เดินเข้าบ้าน เจ้าสองแฝดก็วิ่งออกมารับทันที ไม่วายโดนพี่อี้ชิงตำหนิที่วิ่งออกมาเพราะกลัวลูกจะล้ม

 

“ เด็กๆอย่ากวนคุณปู่คุณย่าสิ ท่านมาเหนื่อยๆนะครับ”

“ อย่าว่าหลานเลยอี้ชิง พวกแกคงคิดถึงเตี่ยน่ะ ใช่มั้ยฟานอู๋”

“ ครับคุณปู่ ฟานอู๋คิดถึงคุณปู่ที่สุดในโลกเลย”

“ ปากหวานจริงๆน้า หลานปู่”

 

ผมกับเฮียฟานอยู่คุยเล่นกับเตี่ยและแม่ไม่นานก็ต้องขอตัวกลับไปโรงพยาบาล โดยเฉพาะผมที่ต้องกลับไปเคลียร์งานช่วงที่หยุดไป แฟ้มทั้งหลายกองอยู่บนโต๊ะจนแทบจะล้มใส่ผมอยู่แล้ว

 

“ แฟ้มบังตัวคุณหมอหมดแล้วเนี่ย”

“ อ่ะ ชานมาแล้วหรอ”

“ ครับ เมื่อเช้าไปรับเตี่ยกับแม่เป็นอย่างไรบ้าง”

“ ก็ดีนะ หลานๆฉันดีใจกันใหญ่ที่ได้ของเล่น”

“ หรอฮะ”

“ วันนี้ทำอะไรมาหรอ คงไม่ใช่โจ๊กหรือข้าวต้มของคนป่วยหรอกใช่มั้ย”

“ วันนี้เป็นเกี๊ยวกุ้งฮะ”

 

เขาย้ายแฟ้มงานของผมไปไว้บนหลังตู้เก็บเอกสารใกล้ๆ ผมละมือจากงานไปปิ่นโตก่อนจะได้กลิ่นหอมๆของน้ำซุป เกี๊ยวกุ้งตัวใหญ่ในน้ำซุปส่งกลิ่นหอมไปทั่วจนผมอดไม่ได้ต้องค่อยๆตักขึ้นชิม

 

“ ฮื่อ อร่อยอ่ะ”

“ อร่อยก็ทานเยอะๆนะครับ จะได้ทานยา”

“ หายป่วยแล้วทำไมต้องกินยาอีก”

“ ให้อาการตัวรุ่มๆที่เป็นอยู่นี่หายไปไงครับ”

 

มือหนาลดลงจากหน้าผากของผมหลังจากเขาวัดไข้ให้ คนเราก็ตัวอุ่นมั้ยล่ะ ตัวเย็นก็ตายแล้วน่ะสิ

 

“ เย็นนี้จะกลับไปทานข้าวที่บ้านใหญ่หรือให้ผมมาส่งปิ่นโตดีครับ”

“ กลับบ้านน่ะ”

“ โอเคฮะ”

 

ชานยอลนั่งลงบนโซฟาในห้องทำงาน ผมเห็นเขาถือหนังสือเล่มหนึ่งมาด้วยแต่มองไม่ถนัดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

 

“ นายอ่านอะไรอยู่หรอ?”

“ วรรณกรรมแปลครับ ผมว่างเลยหามาอ่านดู”

“ แล้วนี่อีกนานมั้ยกว่าจะเปิดเทอม”

“ ไม่กี่อาทิตย์นี่แหละฮะ ผมต้องฝึกมือเตรียมลงทะเบียนอีกแล้ว”

“ สู้นะ ไม่งั้นวิ่งแอดมือกันหัวฟูแน่”

“ เคยอยู่ครั้งนึงตอนปีสอง วุ่นวายมากเลย”

“ ใช่มั้ยล่ะ ชีวิตมหาลัยนี่เหนื่อยจริง”

 

ผมตักเกี๊ยวกุ้งเข้าปากอีกคำ เคี้ยวตุ้ยๆแล้วมองเด็กส่งปิ่นโตไปด้วย เขาส่งยิ้มละมุนให้แล้วก็ก้มลงไปอ่านหนังสืออย่างเดิม จนผมจัดการเกี๊ยวกุ้งจนหมด

 

“ ทานยากับวิตามินด้วยนะครับ”

“ นี่ตกลงใครเป็นหมอกันแน่เนี่ย”

“ แบคฮยอนไงครับ”

 

เขาพูดพลางหยิกแก้มผมเบาๆเหมือนจะหยอก นี่ไม่หยอกด้วยนะ

 

“ เดี๊ยะๆ มือสกปรกป้ะเนี่ย”

“ หู่ย ไม่นะ มือชานสะอาดนะครับ หอมด้วย”

 

เหล่ตามองเด็กตัวโตตรงหน้า ก่อนจะกินยาและวิตามินเข้าไป ชานยอลคุยเล่นเป็นเพื่อนอยู่อีกครู่ใหญ่ก็ขอตัวกลับไปช่วยงานที่ร้านยูชาน ผมออกมาจากห้องทำงานแล้วก็ลงไปตรวจคนไข้ที่วอร์ดด้านล่าง ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยน เด็กๆไม่สบายกันเยอะเลย

 

“ ป๋ายเซียน!

“ อ้าวเฮีย มีอะไรหรอ”

“ ทักน้องชายบ้างไม่ได้หรอ”

“ แปลก”

“ เอ้า”

“ แล้วมาทำอะไรแถวนี้ ของเฮียอยู่ข้างบนไม่ใช่หรอ”

“ เฮียจะลงมาเดินเล่นบ้างไม่ได้รึไงล่ะ เราเป็นเจ้าของโรงพยาบาลรึไง”

“ เบื่อจะเถียงด้วยแล้ว ไปตรวจคนไข้ดีกว่า”

“ ป๋ายเซียน...”

“ ว่า?”

“ รู้ใช่มั้ยว่าควรทำยังไง”

“ เรื่องอะไร”

“ เรากับเจ้าชานยอลไงล่ะ”

“ รู้น่า ไปทำงานแล้วนะ”

 

ผมไม่ได้ลืมคิดเรื่องนี้หรอกนะ คิดไว้ว่าจะหาโอกาสบอกเตี่ยกับแม่ให้เร็วที่สุด ไม่อยากปิดบังแล้วให้ท่านทั้งสองรู้ทีหลังแบบตอนเฮียฟาน แต่ก็อดกลัวเล็กๆไม่ได้ว่าเตี่ยจะไม่เห็นด้วย

 

 

 

Chanyeol

หลายวันถัดมา ผมไปรับคุณหมอจากคอนโดออกมาห้างสรรพสินค้าในเมืองด้วยกันเพราะของใช้แทบจะไม่มีเหลือสักอย่าง

 

“ ชานบอกแล้วนี่นาว่าให้ซื้อเตรียมไว้ก็ไม่เชื่อ”

“ อย่าบ่นดิ”

“ ก็คุณหมออ่ะ”

“ นี่ไง ก็ออกมาซื้อด้วยกันแล้วไง”

 

เขาดึงแก้มผมเบาๆ ผมเลยคว้ามือนั้นมาจูบซะเลย แต่สัมผัสเย็นๆจากแหวนกลับทำให้ผมไม่ปล่อยมือนั้นเป็นอิสระ

 

“ ปล่อยดิ ขับรถถนัดหรอ”

“ ใส่แหวนด้วยอ่ะ”

“ เอ้า ก็แฟนให้อ่ะ”

“ แฟนคุณหมอนี่นอกจากจะหล่อแล้วยังเก่งอีกด้วยนะครับ”

“ ขี้โม้”

“ ไม่โม้ เห็นเกรดเทอมนี้ชานรึยัง เพิ่งออกเลยนะ”

“ ได้กิมหมารึเปล่า”

“ ระดับชานยอลไม่มีหรอกครับ มีแต่มด”

“ นี่ก็หลงตัวเองจังเลย”

 

เราสองคนเข้ามาในห้างสรรพสินค้าหลังจากวนหาที่จอดรถอยู่หลายนาที ทำไมวันนี้คนเยอะจังเลย

 

“ คนเยอะเนอะ”

“ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดล่ะมั้ง ไปซื้ออะไรก่อนดี”

“ ของใช้ก่อนแล้วกัน คุณหมอเลือกของกินนาน”

“ ย๊า!

 

ผมคว้ามือที่ง้างเตรียมฟาดมากุมไว้แล้วเข็นรถเข็นเข้ามาด้านใน บางทีผมก็สงสัยนะว่าตกลงผมเป็นแฟนหรือพ่อบ้านกันแน่ ตั้งแต่ทำความสะอาดยันเลือกของ แต่เอาเถอะ..ผมเป็นได้ทุกอย่างที่แบคฮยอนอยากให้เป็นนั่นแหละ

 

“ ไม่เอาน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นนี้แล้ว เปลี่ยน”

“ แต่ผมว่ากลิ่นนี้ก็หอมดีนะครับ”

“ ก็หอมแต่อยากเปลี่ยนบ้างอ่ะ”

 

แบคฮยอนหยิบถุงน้ำตาปรับผ้านุ่มกลิ่นเดิมออกจากรถเข็นแล้วใส่อีกถุงลงมาแทน แล้วก็เดินหนีให้ผมเข็นรถตาม ดูเขาสิ...เราเลือกของใช้อยู่พักใหญ่กว่าจะได้ครบ ก่อนจะย้ายมาโซนของกิน ดูท่าจะเป็นที่โปรดปรานของเขามากทีเดียว

 

“ เอาโยเกิร์ตด้วย กลางคืนชอบหิวอ่ะ ไว้กินกับคอนเฟลต”

“ ครับ”

“ เอานมช็อกโกแลตเยอะๆหน่อยซี เบื่อนมจืดแล้ว”

“ ครับ”

“ ไส้กรอกรมควัน เบค่อนด้วย”

“ ครับคุณหมอ”

 

และสารพัดของกินที่หยิบออกจากชั้นวางสินค้า กว่าจะได้กลับมาที่คอนโดก็ปาเข้าไปบ่ายกว่าแล้ว และก็เป็นผมอีกนั่นแหละที่เป็นคนจัดของทุกอย่าง

 

“ อาอีชอรอม ชากูซอลเรนึน นุนบูชิน คือ แด กา โพ ยอ โย”

“ อารมณ์ดีจังเลยน้า”

 

ผมเงยหน้ามองคุณหมอที่นั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าวแกว่งขาไปมาเหมือนเด็กๆ ปากเล็กก็ฮัมเพลงจากละครเรื่องโปรด

 

“ จัดของไปน่า”

 

มือบางเอื้อมลงมาลูบศีรษะของผมที่นั่งอยู่บนพื้นจัดของเขาตู้เย็นแล้วก็ร้องเพลงต่อ

 

I feel I love you I think , I need you

me too.”

“ พูดด้วยที่ไหนเล่า ร้องเพลงอยู่ต่างหาก”

“ แต่ผมพูดจริงๆน้า ผมต้องการคุณหมอจริงๆ”

“ รีบจัดของเถอะ จะไปดูละครแล้ว”

 

เขาโดดลงจากโต๊ะกินข้าวแล้วเดินไปห้องนั่งเล่น ผมจัดของสดใส่ตู้เย็นจนครบ ของกินเล่นก็ใส่ไว้ในตู้เก็บของชั้นบนแล้วเดินตามออกมา แบคฮยอนนั่งพิงโซฟาดูละครสบายใจเลยล่ะครับ ผมทิ้งตัวลงข้างๆเขาก่อนจะเอนนอนตักของคนรัก

 

“ คุณหมอ”

“ หื้ม?”

“ เบื่อชานบ้างรึเปล่า?”

“ เบื่อทำไมแล้วทำไมต้องเบื่อ”

“ เราเจอกันทุกวันเลยนี่นา”

“ แล้วนายเบื่อฉันรึเปล่า”

“ ไม่เบื่อครับ ไม่เคยเบื่อเลย”

 

ผมจับมือขวาที่มีแหวนสายกีตาร์ของผมสวมอยู่มาแนบแก้ม

 

“ นี่ ว่าจะถามนายหลายครั้งแล้วว่าทำไมนายถึงชอบฉัน”

“ ตอนนี้มันมากกว่าชอบแล้วนะ”

“ นั่นแหละน่า ทำไมหรอ เพราะฉันเป็นลูกค้าร้านยูชานหรือเปล่า”

“ เปล่าครับ เราเจอกันก่อนหน้านั้นแต่คุณหมอคงจำไม่ได้”

“ เห? วันที่นายมาส่งปิ่นโตตอนนั้นไม่ใช่วันแรกหรอ?”

“ เปล่าครับ ครั้งแรกตอนผมอยู่ปีหนึ่งแล้วคุณหมอเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ปีห้า”

“ ไหนมาดูหน้าชัดๆซิ เคยเจอกันจริงรึเปล่า”

 

ใบหน้าน่ารักโน้มลงมาใกล้จนจมูกเราชนกัน ผมแอบจุ๊บเขาไปทีนึง เห็นแล้วอดใจไม่ไหวนี่นา

 

“ ย๊า ไวนักนะเดี๋ยวนี้”

“ คิก..จำเด็กบัญชีหลงทางที่คุณหมอเข้ามาช่วยได้มั้ยครับ”

“ จำไม่ได้อ่ะ”

“ โห่ ดูหน้าดีๆสิครับ วันนั้นคุณหมอจงแดก็อยู่ด้วยนะ”

“ เด็กบัญชีที่หลงมาตึกแพทย์น่ะเหรอ ใช่นายจริงๆหรอ”

“ ใช่สิครับ คุณหมอพาผมมาส่งที่ตึกคณะแล้วก็บอกให้ผมตั้งใจเรียนด้วยนะ แต่ที่เราไม่เจอกันอีกเพราะคุณหมอไปเป็นแพทย์ฝึกหัดที่อื่น”

“ อ๋อ แต่ตอนนั้นนายก็น่าจะมีคนอื่นด้วยสิ ใช่มั้ยล่ะ”

“ ไม่เลยฮะ ผมตั้งใจเรียนอย่างเดียว งื่อ...”

 

แก้มผมจะย้วยเพราะคุณหมอเนี่ย ขยันดึงจัง

 

“ เชื่อได้ที่ไหนล่ะ”

“ เชื่อหน่อยนะครับ น้าๆ”

“ ไม่ต้องมาอ้อนเลย”

“ คุณหมออ่ะ”

“ วันไหนว่างๆไปบ้านใหญ่ด้วยกันมั้ย ไปหาเตี่ยกับแม่”

“ หื้ม?”

“ ฉันยังไม่ได้บอกพวกเขาหรอกว่าคบกับนาย แต่ฉันไม่อยากให้เตี่ยกับแม่มาเจอเราแบบเฮียฟาน ท่านคงรู้สึกไม่ดี”

“ เอาสิฮะ แต่ต้องบอกผมล่วงหน้านะ จะได้แต่งตัวหล่อๆ เตรียมอาหารดีๆไปให้ท่านด้วย”

“ อืม”

 

เรายิ้มให้กันก่อนจะเงียบลงทั้งคู่ ราวกับจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ผมค่อนข้างหนักใจเพราะหลายเสียงบอกว่าคุณพ่อของแบคฮยอนโหดมากแล้วก็หวงลูกชายคนเล็กคนนี้มากๆด้วย จะฝ่าด่านว่าที่พ่อตาไปได้รึเปล่านะชานยอล

 

“ คิดอะไรอยู่”

“ คิดว่าคุณพ่อของคุณหมอจะชอบผมรึเปล่า”

“ ต้องชอบสิ ฉันยังชอบเลย”

“ แค่ชอบหรอครับแบคฮยอน”

“ อืม แค่ชอบ”

“ เสียใจนะเนี่ย”

 

จุ๊บ!

 

“ ขนาดนี้ยังต้องให้บอกอีกว่ารักมากแค่ไหน รู้เองบ้างสิปาร์คชานยอล”

 

ผมยิ้ม ความกังวลทั้งหมดที่ก่อตัวเป็นเมฆก้อนใหญ่อยู่ในใจคลายลงแต่ก็ไม่ได้จางหายไป ไม่เป็นไรหรอก...ถ้ามีแบคฮยอนของผมอยู่ตรงนี้ เมฆความกังวลอีกกี่ก้อนก็ทำอะไรปาร์คชานยอลไม่ได้










เพลงที่หมอแบคร้องชื่อว่า I feel You จากเรื่อง It's Okay,That's Love ที่คยองซูเล่นนะ เพราะมาก ลองหาฟังกัน

มาอัพแล้วนะ คิดถึงกันป่าว
ขอโทษที่มาอัพแต่ละตอนช้ามากนะคะ น้อมรับความผิดแต่โดยดี
ใครตามทวิตจะเห็นว่าเราบ่นเรื่องเรียนตลอด โดยเฉพาะตอนนี้ที่ใกล้ไฟนอล
สอบเสร็จปิดเทอมจะพยายามมาอัพบ่อยๆนะคะ 
ติได้นะถ้ามีตรงไหนผิดพลาด เมนชั่นมาคุยกันในทวิตก็ได้ค่ะ มาทวงฟิคก็ได้ ฮ่าๆ
เจอกันตอนหน้าเนอะทุกคน อย่าลืมเม้นท์ให้เราด้วยนะ กดเฟบ โหวต แชร์กันเต็มที่เลย สกรีมในทวิตก็ได้นะ
รู้สึกมะว่าเราทอล์คเยอะตลอด เบื่อกันมั้ยอ่ะ .__.


#ชานส่งปิ่นโต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

778 ความคิดเห็น

  1. #669 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 18:34
    คุณพ่อแบคต้องชอบชานนะ~
    #669
    0
  2. #637 ฺByunB_PCY (@4869-1412) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 18:08
    พ่อตารับเหอะะะะ ชานน่ารักนะ เรายืนยัน นั่งยัน นอนยันให้ได้ งิ้ออออ >_<~
    #637
    0
  3. #614 กิกิ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 22:15
    งื้อ มดไต่เต็มไปหมดเลย
    #614
    0
  4. #603 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 15:39
    หวานจนอิจฉาาาาา
    #603
    0
  5. #525 PshadeOfNattanicha (@saisaigetae) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 11:57
    ขอให้ชานผ่านด่านพ่อตาเถอะ สาธุ !!!
    #525
    0
  6. #465 Ploy Thanaporn (@baekhyun_ploy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 22:35
    สู้ๆน่ะชานยอลลลล เอาใจช่วยฝ่าด่านเตี่ยไปให้ได้!
    #465
    0
  7. #432 Pe' earn (@sawasdeebutter) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 16:51
    งื้ออออออออออออ ยิ่งป่วยก็ยิ่งขี้อ้อนนะบี๋ จากหมอกลายเป็นคนไข้ซะล่ะ งอแงน่ารักสุดๆๆๆ
    อี้อยู่ข้างชานยอลนานแล้วเฮียไม่รู้เหรอ โอ้ยยยยยย ขำอิเฮีย 55555555555555555555
     
    #432
    0
  8. #391 What`What (@fernja001) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:03
    โอ่ยยยย ชานยอลสู้นะ
    #391
    0
  9. #255 jaemi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 12:27
    แบคฮยอนจะพาคุณแฟนไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววววว ♡♡
    #255
    0
  10. #254 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 20:28
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งน่ารักนะเรื่องนี้
    #254
    0
  11. #252 Suesue Sue (@suesue123) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 19:21
    กรี๊ดดดดด คุนหมอน่ารักมากกกกก อยากได้ชานเปนแฟนนนนนรรรรจังง
    #252
    0
  12. #248 kwan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 23:58
    ไม่มีทางที่จะเบื่อเลยยค่ะ..ชั้นมารออ่านฟิคที่หน้าเพจนี้ทุกวันเลย5555555555555สู้ๆค่ะ
    #248
    0
  13. #246 พีแอลซารัง (@hormok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 20:28
    วู้ยยยยยยยยย เขินเลยเขินเลย ><* สู้ๆนะตัวเอง เรารู้ว่าไฟนอลมันเหนื่อยยยย
    #246
    0
  14. #244 Cocoa Rabbit (@tirran) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 16:44
    โหยยยย นี่คิอถึงเด็กส่งปิ่นโตมากเลยนะ

    ขอให่ผ่านด่านพ่อตาไปได้ด้วยดี
    #244
    0
  15. #243 jaemi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 15:47
    ชานยอลสู้ๆๆๆๆเอาชนะใจเตี่ยให้ได้นะ ;)
    #243
    0
  16. #241 นักสืบบยอน (@kbbabk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 11:08
    พี่หมอแบคน่ารักจุงงงงงงง ไรท์มาอัพบ่อยๆนะ
    #241
    0
  17. #240 bjmtns (@nimajneb) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 01:51
    หวานไปละ นี่พวกนางออกนอกหน้านอกตามากกก ละทำไมคุณหมอน่ารักงี้อะ พี่ชานก็ดี๊ดี อยากได้ค่ะอยากได้ แต่ประเด็นต่อจากนี้คือพ่อของคุณหมอสินะ ชานยอลเอ๋ยไปไปสู้!!! ปล.เป็นกำลังใจให้ไรท์น้า ตั้งใจสอบด้วยนะคะ รัก <3
    #240
    0