{fic exo} Lunchbox Boy - chanbaek - (end.)

ตอนที่ 6 : - 5 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 มิ.ย. 58




-5-

 

Chanyeol

วันเวลาผ่านไปหลายวัน...ผมก็ยังมาวนเวียนที่โรงพยาบาลอยู่ทุกวัน จากตอนแรกที่แวะมาส่งปิ่นโตแล้วนั่งเล่นนั่งคุยในห้องทำงานของคุณหมอแบคฮยอน ตอนนี้กลายเป็นว่าผมเริ่มตามเขาออกมาตรวจคนไข้ด้วยแล้วครับ

 

“ ทำไมไม่เป็นดาวสักทีล่ะ”

“ ก็พี่ชานยอลทำผิดนี่”

 

ที่แผนกกุมารเวชมีผู้ป่วยตัวเล็กมากมายที่เข้ามารับการรักษา บางคนก็แอดมิดมาไม่นานแต่บางคนนอนโรงพยาบาลมาเกือบจะสามเดือนแล้ว

 

“ จียุนก็พับให้พี่สิคะ”

“ ไม่เอาหรอก พี่ชานยอลพับเองสิ แบบนี้ไง”

 

จียุนเป็นเป็นคนไข้อีกคนที่อยู่โรงพยาบาลมานาน ผมรู้แค่ว่าเธอไม่สบายหนักแต่ก็ไม่ได้ถามว่าป่วยด้วยโรคอะไร

 

“ พี่ชานยอลๆๆ!

“ แทฮยองอย่าวิ่งสิครับ เดี๋ยวโดนคุณหมอดุนะ”

“ ขอโทษฮะ ฮึ่บ!

 

เด็กน้อยกล่าวแล้วค่อยๆปีนขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วยของจียุนจนผมกลัวว่าจะตกลงไปจึงต้องอุ้มขึ้นมานั่งบนตักดีๆ

 

“ แทฮยองอย่าขึ้นมาบนเตียงเรานะ”

“ เราไม่ได้อยู่บนเตียงเธอ เรานั่งตักพี่ชานยอลต่างหาก”

“ นี่ อย่าทะเลาะกันสิ”

“ ฮยอง หุ่นยนต์ผมแขนหักอ่ะ ซ่อมให้หน่อยนะฮะ”

“ แต่พี่ชานยอลกำลังพับดาวกับเราอยู่นะ”

“ อย่าทะเลาะกันสิ ไม่งั้นพี่ไม่เล่นด้วยแล้วนะ”

 

พอผมดุสองคนนั้นถึงได้เงียบลง ผมจับแทฮยองลงจากตักแล้วรับหุ่นยนต์มาซ่อมให้ ...แทฮยองอ่า แขนมันไม่ได้หักนะแต่นายแค่ทำมันหลุดออกมาต่างหาก

 

“ อย่ามายุ่งกับดาวเรา!

“ ขี้หวง”

“ เอาอีกแล้ว จียุนก็แบ่งแทฮยองเล่นบ้างสิ”

“ ไม่เอา ไม่ให้”

“ จียุน เด็กดีต้องรู้จักแบ่งปันนะครับ ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”

“ ก็หนู....”

“ แบ่งให้แทฮยองเล่นบ้างสิ สอนเขาพับดาวสวยๆด้วย”

“ เดี๋ยวเราให้เธอเล่นหุ่นยนต์เราด้วย แบ่งกันๆ”

 

จียุนเม้มริมฝีปากเหมือนว่ากำลังใช้ความคิดก่อนมือเล็กๆที่มีสายน้ำเกลือเจาะอยู่จะยื่นกระดาษพับดาวให้แทฮยอง

 

“ ต้องแบ่งหุ่นยนต์ให้เราเล่นด้วยนะ”

“ ได้เลย”

 

สงบศึกได้แล้วก็หันมาสนใจหุ่นยนต์พิการตรงหน้า มันซ่อมไม่ยากหรอกครับ แค่สวมแขนเข้าไป หมุนๆให้มันลงล็อก

 

“ หุ่นยนต์ซ่อมเสร็จแล้วครับแทฮยอง”

“ เย่! พี่ชานยอลเก่งที่สุดเลย”

 

ผมยกมือลูบกลุ่มผมของเด็กชายหน้าตาน่ารักด้วยความเอ็นดู บางทีถ้าผมมีลูกน่ารักแบบแทฮยองก็คงดีแต่ซนแบบนี้ไม่ไหวมั้งครับ

 

“ เล่นกับคนไข้เพลินจนลืมหมอเลยนะ”

“ อ่า คุณหมอ”

“ พี่หมอแบค ดาวของจียุนสวยมั้ยคะ”

“ สวยค่ะ สวยเหมือนจียุนเลย”

 

คุณหมอยิ้มใจดีแล้วลูบศีรษะจียุนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนจนผมอดมองตามไม่ได้...คุณหมอแบคฮยอนเป็นคนน่ารักครับ พอได้มาอยู่ใกล้บ่อยๆก็ยิ่งรัก เขาใจดี อ่อนโยนแม้บางทีจะแอบโหดกับผมก็เถอะแต่กับคนไข้เด็กๆ คุณหมอจะใจดีมาก แทนตัวเองว่าพี่หมอแบคตลอด คงไม่อยากให้เด็กๆกลัวมั้งครับ

 

“ หิวรึยังครับ ปิ่นโตผมวางไว้ในห้องทำงานแล้ว”

“ นิดหน่อย เด็กๆอย่าลืมทานข้าวแล้วกินยานะครับ อย่าเล่นกันเพลินล่ะ”

“ ค่า!/คร้าบ!

 

ผมกับคุณหมอแบคฮยอนเดินกลับมาที่ห้องทำงานเพื่อทานมื้อกลางวันด้วยกัน เหมือนว่าวันนี้คุณหมอจะต้องอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวัน ระหว่างรอคนตัวเล็กไปล้างมือผมก็จัดการปิ่นโตร้านตัวเองเอาออกมาวางรอเขากลับมาทาน

 

“ วันนี้มีซี่โครงหมูผัดซีอิ๊วที่คุณหมอชอบด้วยนะ”

“ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองน้ำหนักขึ้นเลยอ่ะ”

“ ก็ดีแล้วนี่ครับ แบบนี้ผอมไปอ่ะ กอดไม่เต็มมือ”

“ ว่าไงนะ”

 

ผมชะงักค้างทันทีที่สายตานิ่งๆส่งมาจากคนตรงหน้า ทำไมต้องโหดกับชานตลอดเลย

 

“ เปล่าฮะ เปล่า”

“ แล้วจะไม่กินด้วยกันหรอ?”

“ ไม่เป็นไรครับ ผมรอคุณหมอทานเสร็จแล้วเก็บปิ่นโตเลย พอดีมีติวหนังสือต่อ”

“ จะถึงช่วงสอบมิดเทอมแล้วนี่เนอะ เร็วจัง”

 

เขาพูดพลางคีบซี่โครงหมูเข้าปาก ดูจะชอบมากจริงๆนั่นแหละ คราวก่อนที่ไปที่ร้านก็ทานจนหมดเลย ระหว่างรอผมก็นั่งเล่นอะไรอยู่ในห้องนั่นแหละครับ หยิบหนังสือนิตยสารมาอ่านบ้าง หนังสือพวกกายวิภาคที่อยู่ในชั้นหนังสือบ้าง มันดูสับสนวุ่นวายจนผมกลัวเลยล่ะ ร่างกายมนุษย์เรานี่ซับซ้อนจริงๆ

 

“ เย็นนี้กินสลัดนะชานยอล”

“ ได้ครับ สลัดทูน่านะครับ”

“ โอเคๆ ฉันน่าจะจ้างนายมาเป็นพ่อครัวเนอะ”

“ เป็นพ่อทูนหัวให้ด้วยนะครับ”

“ ตลกละ เก็บปิ่นโตไป”

 

ผมแหย่หน่อยก็ทำโหดกลบความเขิน โธ่...คิดว่าผมไม่รู้หรอ แต่เอาเถอะครับ เขาน่ารัก

 

“ ผมกลับก่อนนะครับ มีอะไรก็โทร.มานะ”

“ อื้อ ขอบใจนะ ขับรถดีๆ”

 

คุณหมอแบคฮยอนเป็นคนที่พอสนใจกับสิ่งไหนแล้วก็จะไม่สนใจอะไรอีกเลย เช่นตอนนี้เขาหยิบแฟ้มเอกสารมาเปิดพร้อมทั้งหยิบดินสอมาควงเล่น เขาก็จะไม่สนใจผมที่กำลังจะเดินออกไป ผมพยายามทำใจให้ชินแต่ก็ไม่ชินสักที

 

“ ถ้าผมเจ็บตัวจะกลับมาให้ทำแผลนะครับ”

“ เลิกเรียกร้องความสนใจแบบนี้ได้ละ ฉันรู้ว่านายไม่ประมาท”

“ เงยหน้ามาส่งยิ้มให้ก็ยังดีอ่ะแบคฮยอน”

 

เขาเงยหน้าแล้วก็ส่งยิ้มแฉ่งแบบที่รู้ว่าประชดให้ผมแล้วก็ตีหน้านิ่งเหมือนเดิม เห็นแล้วอยากเข้าไปหยิบแก้มกลมๆนั่นจริงๆ

 

สุดท้ายผมก็เดินออกมาพร้อมกับห่อปิ่นโตในมือที่เบาหวือ ลงมาถึงชั้นล่างก็สตาร์ทเวสป้าแล้วขับกลับร้าน วันนี้มีติวบัญชีกับคยองซูแล้วก็เพื่อนในคลาสซึ่งผมไงที่ไปติวให้แต่นัดกันเย็นๆตอนนี้ก็กลับไปช่วยงานม๊าก่อน

 

.

.

 

ผมจอดเวสป้าไว้หน้าร้าน คิ้วหนาอดจะขมวดเข้าหากันไม่ได้ที่เห็นโฟลคสวาเกนบีเทิลสีเหลืองที่คุ้นตาจอดอยู่ไม่ไกล

 

โดคยองซูมาทำไม ?

 

“ อ่าวมึง มาแล้วหรอ?”

“ ยัง กูอยู่หน้าร้าน”

“ กวนตีน”

“ แล้วมึงมาทำไม ติวกันตอนเย็นไม่ใช่?”

“ กูว่างเลยมาทำหน้าที่เพื่อนลูกที่ดี”

“ แหล”

“ ม๊า ชานว่าคยองซู”

 

ดูมัน  ไอ้ตัวเตี้ยวิ่งเข้าไปกอดเอวม๊าผมที่เดินออกมาจากครัวพอดี พร้อมทั้งฟ้องใหญ่ว่าผมว่ามันงั้นงี้  ขี้ฟ้องนี่หว่า

 

“ แกล้งอะไรกันอีกล่ะสองคนนี้”

“ ชานยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะม๊า ไอ้เตี้ยนี่ขี้ตู่อ่ะ”

“ ใครเตี้ยวะ!

“ ร้อนตัว”

“ พอเลยพอ ทั้งคู่นั่นแหละ ทะเลาะกันเป็นเด็กๆไปได้”

 

ม๊ายกมือห้ามทัพพร้อมทั้งส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยใจ อะไรเล่า ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มซะหน่อย

 

“ ชานยอลมาช่วยม๊าในครัวมา”

 

ผมเดินตามม๊าเข้ามาในครัวของร้าน หยิบใบออเดอร์ที่ปักอยู่มาดูว่าต้องทำอะไรแล้วจัดการซะ ผมโตมากับร้านอาหารเพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงฝีมือ...เชฟระดับโรงแรมห้าดาวเลยล่ะครับ ไม่อยากจะอวด

 

 

 

จับตะหลิวกระทะอยู่เกือบสามชั่วโมงกว่าจะได้ออกมาจากครัว เห็นคยองซูกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลต่อมอยากรู้ก็เริ่มทำงาน ... ผมค่อยๆย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้อีกคนรู้ตัว สายตาเพ่งมองโปรแกรมแชทฮอตฮิตอย่างไลน์ที่ปรากฎในจอ

 

Dyodyo : ว่างมากรึไง

K.Jongin : ก็ว่างพอที่จะคิดถึงพี่อ่ะ

 

อ้วกกกกกกกก! โคตรเลี่ยน

 

“ เสี่ยวชิบหาย”

“ ไร้มารยาท!

“ มึงโง่เองนะ กูก็เดินมาดีๆ”

“ งานเสร็จแล้วหรอมึง?”

“ อือ”

 

กรุ๊งกริ๊ง ..

 

“ ยินดีต้อน...”

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงกระดิ่งประตูร้านดังบอกว่ามีคนเข้ามาใน ผมก็ตะโกนกล่าวต้อนรับอย่างเคยชินแต่ยังไม่ทันจบประโยคเจ้าตัวก็พุ่งเข้ามาซะก่อน

 

“ พี่ชานยอลลลลล โอ๊ะ! พี่คยองซูของฮุนนี่”

“ ไอ้ฮุนนี่ ออกไป อ๊ากกก! ออกไปนะโว้ยยยย”

 

เซฮุนวิ่งเข้ามาในร้าน เขาเหมือนจะทักผมแต่พอเห็นคยองซูอยู่ด้วยก็ตรงเข้าไปกอดมันซะแน่น เพื่อนผมที่ตัวแค่ไหล่เซฮุนดิ้นพล่านแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากอ้อมแขนของเด็กบ้านี่

 

“ ฮุนนี่คิดถึงอ่ะ กอดๆๆ”

“ โอ๊ยย! นี่แกจะจบม.ปลายแล้วนะ ยังมาแทนตัวเองฮุนนี่อีก”

 

คยองซูเองก็รู้จักกับเซฮุนมาตั้งแต่เด็ก ผมกับเซฮุนอยู่บ้านตรงข้ามกันและคยองซูที่มาบ้านผมบ่อยๆเลยสนิทไปด้วย เด็กตัวโตผิวสีน้ำนมติดเพื่อนผมมากกว่าผมอีก มันบอกว่าอยากได้คยองซูเป็นเจ้าสาว เหลือบมองเพื่อนตัวเองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

 

“ น่ารักจะตาย ฮยองไม่ชอบหรอ?”

“ ปล่อยฉัน”

“ ไม่เอา อยากกอด พี่คยองซูตัวนิ่ม”

 

พูดจบก็กอดอีกคนจมอก -_____-;;

 

“ จะปล่อยไม่ปล่อย”

“ ม่ายยยยย”

“ ได้ ฮุนนี่”

 

อั่ก!

 

ศอกเล็กถองเข้าหน้าท้องเด็กตัวสูงทีหนึ่งจนเซฮุนต้องปล่อยคยองซูแล้วมากุมท้องตัวเองแทน

 

“ ฮยองเตือนฮุนนี่แล้วนะ”

 

ส่งยิ้มเลวไปให้อีกที -_____-;;;;;

 

“ มานี่มีอะไรรึเปล่าเซฮุน”

“ ทะเลาะกับเซมี”

“ อีกแล้ว?”

“ ก็ยัยนั่นเอาขนมผมไปกินอ่ะ จะเก็บไว้ให้สาวซะหน่อย โดนยัยอ้วนขโมยเฉยเลย”

“ นั่นฝาแฝดนายนะ”

“ แล้วไง ไม่มีสัจจะในหมู่ฝาแฝดหรอกฮยอง ผมเลยแย่งตุ๊กตาคุมะมาที่ห้องผมตัวนึง เก่งมะ”

“ เล่นเป็นเด็ก”

“ ก็ยังเด็กอ่ะครับ”

“ น่าหมั่นไส้จริงๆ” คยองซูเบะปากพลางมองไปยังเด็กน้อยฮุนนี่

“ แล้วหมอแบคฮยอนอ่ะพี่?”

“ เค้าก็อยู่โรงพยาบาลสิ”

“ ผมคิดถึงหมอแบคฮยอนเหมือนกันนะ โอ๊ยๆ! พี่ชานยอลอย่าบิดหูฮุนนี่ โอ๊ยยย!

“ จะลองดีกับฉันเหรอ ห้ะ!

“ กลับบ้านดีกว่า ที่นี่มีแต่คนนิสัยไม่ดี เฮ้ยพี่!

 

ผมยกขาเตะก้นเซฮุนไปทีฐานกวนตีนไม่เข้าเรื่องก่อนมันจะวิ่งข้ามฝั่งไปร้านชาไข่มุกของตัวเอง เหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังก็สำนึกได้ว่าใกล้ถึงเวลาติวแล้ว ผมบอกคยองซูให้นั่งรอแล้วรีบวิ่งไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านบน ประมาณสิบนาทีต่อมาผมก็ลงมาพร้อมกระเป๋าสะพายที่ไหล่ กอดคอเพื่อนรักพากันเดินออกจากร้าน

 

 

 

 

Baekhyun

หลังจากตรวจคนไข้เสร็จผมกลับมาที่แผนกตอนทุ่มกว่า ค่ำแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเด็กส่งปิ่นโตเลย

 

“ มีปิ่นโตของผมบ้างมั้ยครับ”

“ น้องชานยอลยังไม่เข้ามาเลยค่ะคุณหมอ”

“ ขอบคุณครับ”

 

ผมเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยความงุนงง บนโต๊ะก็ไม่มีห่อปิ่นโตสีเหลืองอย่างเคย...หรือว่าหมอนั่นจะลืม? เป็นไปไม่ได้หรอก เขาไม่มีทางลืมแน่ ... อ่า! วันนี้มีติวนี่เนอะ คงติวกันอยู่ละมั้ง

 

ตัดสินใจเงียบๆคนเดียวแล้วก็เก็บของลงกระเป๋า ถอดเสื้อกาวน์แขวนไว้อย่างเคยแล้วหยิบเสื้อโค้ชมาใส่ ปิดไฟในห้องให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกมา

 

“ ผมกลับก่อนนะครับ”

“ ไม่รอน้องชานยอลหรือคะ?”

“ ผมเพิ่งนึกได้ว่าเขาไปติวสอบกัน คงไม่มาแล้วมั้งครับ”

“ แต่ถ้าน้องชานยอลมา...”

“ เดี๋ยวผมลองโทรหาเขาก็ได้ครับ”

“ อ๋อค่ะ”

“ ขอตัวก่อนนะครับพยาบาลจาง”

 

ผมก้มศีรษะน้อยๆให้พยาบาลรุ่นพี่แล้วเดินออกจากแผนกพลางกดโทรศัพท์ส่งข้อความหาอีกคนว่าเย็นนี้จะหาอะไรกินเอง แอบไม่พอใจเหมือนกันนะ ปกติถ้าไม่ว่างก็ให้พี่กวางซูมาส่งแทนนี่นา

 

นี่ผมติดอาหารร้านเขาขนาดนี้เลยหรอ?

 

ครืด ครืด ..

 

ผมหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งเก็บลงไปมากดรับสายทันทีที่เห็นว่าคนโทรเป็นใคร

 

“ ว่ายังไง เด็กส่งปิ่นโต”

“ ( หันหลังมาเร็วครับ )”

“ หื้อ?”

 

ครางในลำคออย่างสงสัยก่อนจะหันหลังอย่างที่ชานยอลบอก ผมเห็นเขายืนโบกไม้โบกมืออยู่ตรงทางเข้าโรงพยาบาลแล้ววิ่งเข้ามาหาผมที่รถ ร่างสูงสะพายกระเป๋าพร้อมกับในมือที่ถือชีทปึกหนาอยู่

 

“ บอกหรอว่าจะไม่มาส่งปิ่นโตมื้อเย็น”

“ ก็เปล่า เห็นว่าไปติวกันเลยคิดว่าลืม”

“ อย่าคิดเองเออเองสิครับ”

“ อะไรเล่า”

“ ไปทานข้าวกันครับ ชานหิ๊วหิว”

“ หิวก็ไปกินสิ”

“ อยากกินแบคฮยอนนี่นา”

 

ผมตาโตทันที บางทีผมอาจจะฟังผิดไป อาจจะฟังผิดไป

 

“ ห้ะ!

“ อยากกินกับแบคฮยอนนี่ครับ ไปเถอะนะๆ”

 

เมื่อกี้เหมือนจะได้ยินอีกประโยคนะ

 

“ เอารถมารึเปล่า”

“ เปล่าฮะ คยองซูมาปล่อยไว้เมื่อกี้”

“ งั้นขึ้นรถ”

“ ผมขับให้”

“ ไม่เอา”

“ ชานอยากขับให้นั่ง นะๆ ให้ชานขับ”

 

ฮึก...อ้อนทำไม เดี๋ยวใจอ่อน

 

สุดท้ายผมก็ส่งกุญแจรถให้เด็กส่งปิ่นโตตัวสูงแล้วเดินอ้อมมาอีกด้านแทน รอจนรถปลดล็อคก็เข้ามานั่งคาดเข็มขัดเรียบร้อย

 

“ ถือชีทให้มา”

“ เดี๋ยววางไว้ด้านหลังก็ได้ครับ”

“ มันมีมั้ยล่ะ ที่น่ะ เอามาเถอะน่า”

 

ผมดึงปึกชีทกับกระเป๋าสะพายอีกคนที่กำลังจะโยนไปด้านหลังรถมาวางไว้บนตัก ด้านหลังรถผมตอนนี้เหมือนกองขยะก็ไม่ปาน ทั้งหมอน ผ้าห่ม ไหนจะเอกสารคนไข้ แฟ้มงาน ถ้าเอาของเขาไปปนคงหากันนาน

 

 

หลังจากหาจอดรถเรียบร้อยเราก็เดินมาที่ร้านยูชานที่ตอนนี้กำลังแน่นไปด้วยผู้คนที่มาทานมื้อเย็น ภายในแทบจะไม่มีโต๊ะเหลือให้เรานั่งเลย โชคดีนะที่ผมไม่ค่อยหิวมาก

 

“ คุณน้า สวัสดีครับ”

“ บอกว่าให้เรียกม๊าแบบชานยอลไงจ๊ะหมอแบคฮยอน”

“ อ่า ครับ...ม๊า”

“ รอก่อนนะลูก ไม่มีโต๊ะเลย มานั่งรอด้านบนก่อนก็ได้เดี๋ยวโต๊ะว่างแล้วม๊าเรียก”

“ ไม่เป็นไรครับๆ ผมช่วยดีกว่า”

“ ไม่เอานะคุณหมอ ทำงานมาเหนื่อยๆยังต้องมาช่วยงานที่ร้านผมอีก ขึ้นไปรอด้านบนเถอะครับ หรือว่าเราจะไปทานที่อื่นกันดี”

 

ชานยอลถามแต่ผมเลือกที่จะส่ายหน้าปฏิเสธกลับไป ผมอยากกินร้านนี้นิ จะไปร้านอื่นทำไมเล่า แล้วให้ไปนั่งรอด้านบนเฉยๆมันไม่ใช่ผมอ่ะ

 

“ งั้นรอด้านบน โอเคนะครับ?”

“ ไม่เอา!

“ อย่าดื้อสิครับ”

“ พวกนายทำงานกันแต่ให้ฉันนั่งเฉยๆหรอ ไม่เอา”

“ ทำไมวันนี้งอแงจัง”

“ เสร็จงานแล้วค่อยกินก็ได้ ฉันไม่ได้รีบอะไร”

“ งั้นถ้าโต๊ะว่างต้องเลิกทำทันทีนะ”

 

ผมเม้มปากแน่น อยากปฏิเสธเขาแต่ก็ไม่กล้าพอเพราะสายตาดุๆนั่นแหละ ผมไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้เลยพอได้เห็นมันก็...

 

“ อื้อ”

“ ดีครับ”

 

เขาหยิบผ้ากันเปื้อนของร้านมาให้ ผมรับไว้แล้วจัดการผูกเข้ากับเอวตัวเอง พับแขนเสื้อเชิ้ตที่ยาวถึงข้อมือขึ้นมาเหนือข้อศอกแล้วเดินตามลูกเจ้าของร้านที่เดินนำไป

 

“ ข้าวสวยสองที่โต๊ะหนึ่ง ผัดผักโต๊ะสี่ครับ”

 

ผมถือถาดอาหารแล้วเดินมาเสิร์ฟตามที่ชานยอลบอก งานที่ร้านยูชานสนุกกว่าเดินตรวจคนไข้ในวอร์ดอีกครับแถมง่ายกว่าด้วย ที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะอาหารที่อร่อยมากแต่การบริการลูกค้าก็ยังดีมากๆ ตั้งแต่เจ้าของร้านอย่างม๊าของชานยอลไปจนถึงพนักงานไม่กี่คนในร้านมีใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลาที่ให้บริการลูกค้า ไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจใส่หรือทำอะไรที่ขุ่นเคืองใจลูกค้าเลย

 

“ ร้อนหรือครับ?”

 

ร่างสูงเดินเข้ามาหาพร้อมกับกระดาษทิชชูในมือ ผมกำลังจะยกมือปาดเหงื่อแต่เขาก็จับมันไว้แล้วใช้ค่อยๆเช็ดให้

 

“ ผมบอกให้นั่งรอเฉยๆก็ไม่เชื่อ”

 

 

 

น้ำเสียงห่วงใยกับการกระทำที่อ่อนโยนของเขา...

 

ตึกตัก ตึกตัก ..

 

 

 

“ เช็ดเองได้น่า งานเสร็จแล้วหรอ?”

 

ผมปัดมือเขาออกเพราะได้ยินเสียงแปลกๆในอกทั้งยังรู้สึกร้อนกว่าเก่าด้วย

 

“ ครับ โต๊ะตรงนั้นว่างแล้ว อยากทานอะไรครับ บอกชานเร็ว”

“ ทำไมชอบแทนตัวเองว่าชาน”

“ ไม่น่ารักหรอ? ไม้เด็ดผมเลยนะ”

 

ผมเบ้ปากหมั่นไส้แล้วหยิบเมนูข้างๆมาดู ตอนกลางวันผมบอกว่าอยากกินสลัดแต่ตอนนี้ท้องหิวมาก สลัดไม่พอแน่ๆ ความอ้วนน่ะ...เดี๋ยวค่อยลดแล้วกัน

 

“ อยากกินยูแกจัง ไข่ม้วน สลัดทูน่า”

“ งั้นนั่งรอเลยครับ”

“ เอาข้าวสวยด้วย”

“ ครับๆ”

 

ผมถอดผ้ากันเปื้อนวางคืนที่แล้วเดินไปรินชาเขียวใส่แก้วก่อนจะเดินมานั่งโต๊ะที่ว่าง ได้เป็นลูกค้าสักทีสิน่า

 

ครืด ครืด ..

 

“ บยอนแบคฮยอนครับ”

“ ( แม่เองนะลูก พรุ่งนี้เย็นว่างมั้ยแบคฮยอน )”

“ ว่างครับ แม่มีอะไรหรอ?”

“ ( จะชวนมากินข้าวด้วยกันที่บ้านน่ะ พี่เขากลับมาจากจีนแล้วนะ บ่นว่าคิดถึงเราใหญ่เลย )”

“ เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ รักเมียมากกว่าน้อง”

“ ( ไปว่าพี่เขาอีก )”

“ ก็จริงนี่แม่ พอแต่งงานก็ไปจีน ไม่ติดต่อกลับมาบ้างเลย มันน่ามั้ยล่ะ”

“ ( เอาล่ะๆ เอาเป็นว่าเจอกันพรุ่งนี้นะแบคฮยอน )”

“ ครับ ผมเสร็จงานแล้วจะรีบไป รักแม่นะครับ”

 

ผมวางสายจากแม่พอดีกับที่ชานยอลวางจานสลัดทูน่าและไข้ม้วนลงบนโต๊ะ ก่อนจะขอตัวเข้าไปดูยูแกจังในครัวต่อ ผมใช้ตะเกียบคีบสลัดทูน่าเข้าปาก แล้วผมก็รู้สึกเหมือนลอยได้อีกครั้ง อ่า...

 

“ ยูแกจังกับข้าวสวยครับ”

“ กินด้วยกันสิ”

“ ผมขอเข้าไปจัดการอะไรอีกนิดหน่อยก่อนนะ เดี๋ยวออกมานั่งด้วย”

“ อื้อ”

 

ร่างสูงส่งยิ้มให้ผมแล้วเดินหายไปด้านใน ผมที่หิวโซเลยต้องจัดการอาหารตรงหน้าเพียงลำพัง สงสารผมมั้ยครับ ไปเรียกหมอนั่นกลับมาสิ -3-

 

“ วันนี้ไปถนนดนตรีกันมั้ยครับ ผมมีเล่นดนตรีเปิดหมวกกับจื่อเทา คยองซูจะไปช่วยร้องเพลงด้วย”

“ ไปได้หรอ?”

“ ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ คุณหมออยากกลับไปพักรึเปล่า ผม...”

“ ไม่ๆ ฉันโอเค นี่ก็ยังไม่ดึกมาก”

“ เหนื่อยไปรึเปล่าครับเนี่ย ทำงานแล้วมาช่วยงานที่ร้าน ผมยังชวนไปถนนดนตรีอีก”

“ ไม่หรอก ฉันเติมพลังอยู่นี่ไง”

 

ว่าแล้วก็ตักข้าวคำใหญ่เข้าปาก เคี้ยวหมุบหมับเรียกรอยยิ้มจากคนตรงหน้า

 

“ นายก็เติมพลังบ้างสิ”

“ ขอมือหน่อยครับ”

“ ไม่ใช่หมานะ”

“ ไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย”

 

เขาดึงมือผมไปกุมไว้แนบแก้มของเขา หลับตาพริ้มจนผมหมั่นไส้ เติมพลังแบบไหนกัน

 

“ อะไรของนายเนี่ย”

“ กำลังเติมพลังอยู่ไงครับ”

“ บ..บ้าแล้ว เติมพลังต้องกินข้าวสิ”

“ แค่เห็นคุณหมอมีความสุข พลังผมก็เต็มเปี่ยมเลยล่ะฮะ”

 

ใครก็ได้เอาผมออกไปจากร้านนี้ทีก่อนที่จะระเบิดตัวเองเพราะคำพูดของเด็กส่งปิ่นโตคนนี้ -//-

 

 

 

 

Chanyeol

เกือบสามทุ่มผมออกจากร้านมาที่ถนนดนตรีพร้อมกับคุณหมอแบคฮยอน เขาหาที่จอดรถไม่ไกลจากทางเข้าถนนดนตรีมากนักก่อนจะเดินลงไป ผมแบกกีตาร์ขึ้นหลังแล้วก็ต้องรีบคว้ามือคนตรงหน้ามาจับไว้ เดินเร็วแบบนี้เดี๋ยวได้หลงกันพอดี

 

“ เดินช้าๆก็ได้ครับ”

 

ผมพาคนตัวเล็กมาตรงมุมหนึ่งของถนนดนตรีที่จื่อเทากำลังนั่งปรับสายกีตาร์อยู่ ผมเห็นคยองซูกำลังดูเนื้อเพลงที่จะร้องกันในวันนี้ ข้างๆเพื่อนผมนั้น...เด็กวิศวะจงอินนี่หว่า

 

“ ย๊า! คิมจงอิน”

 

คุณหมอหันมามองผมเล็กน้อยหลังจากผมเรียกเด็กคนนั้นเสียงดัง ไม่รอช้าผมตรงเข้าไปหาทันที

 

“ มึงชวนมันมาหรอคยองซู”

“ ไม่ใช่ละ กูมาของกูแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเจอมัน”

“ มาทำไมเนี่ยจงอิน”

“ อ้าวพี่ ผมก็มาหาพี่คยองซูดิ”

“ เอาจริงใช่มั้ย จะจีบไอ้เตี้ยนี่จริงๆใช่มั้ย”

 

อยู่ๆผมก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาซะงั้น ไม่พอใจจงอินที่กำลังจะแย่งเพื่อนผม ไม่พอใจคยองซูที่ยอมให้เด็กดำนี่จีบ

 

“ ผมจริงจังนะพี่ชานยอล ผมชอบพี่คยองซูจริงๆ”

“ ได้ๆ กูอนุญาตก็ได้”

“ เชี่ยชาน ไมมึงทำงี้อ่ะ”

“ แต่ถ้าคยองซูร้องไห้มาหากู มึงตายแน่จงอิน”

 

ผมชี้หน้าอย่างคาดโทษก่อนจะเดินกลับไปจื่อเทาที่ดีดกีตาร์เล่น ผมค่อยๆหายใจเข้าออกยาวๆเพื่อสงบจิตใจตัวเอง อารมณ์ร้อนเพลงจะร้อนไปด้วยชานยอล ใจเย็นๆ

 

“ มีเรื่องอะไรรึเปล่าชานยอล”

 

ผมส่ายหน้าให้คุณหมอที่ดูกังวลไม่น้อยแล้วเปิดกระเป๋ากีตาร์หยิบมันมาปรับสายโน่นนั่นนี่ไปเรื่อย ผมเห็นคุณหมอเดินไปหาคยองซูแล้วก็นั่งคุยกัน คุยกับไอ้เด็กดำนั่นด้วย

 

เต๊ง!

 

ชิบลอส สายกีตาร์ขาด

 

“ จื่อเทา เอาสายกีตาร์มาป้ะ”

“ มีๆ เส้นไหนอ่ะ”

“ เส้นสอง”

 

จื่อเทารื้อกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วยื่นห่อกระดาษที่ใส่สายกีตาร์ให้ผม เออดิ ผมโมโหจนปรับสายกีตาร์ขาด --!

 

“ จิตใจพี่ดูไม่โอเคนะ”

“ นิดหน่อย”

“ ใจเย็นพี่ เล่นดนตรีต้องใจเย็น”

“ อือ”

 

พวกผมห้าคน(รวมเด็กดำไปด้วยอย่างจำใจ)เตรียมตัวพร้อมสำหรับการแสดงดนตรีเปิดหมวก ผมกับจื่อเทามีกีตาร์โปร่งคนละตัว คยองซูกับคุณหมอแบคฮยอนร้องเพลง ส่วนจงอิน...คยองซูบอกว่าเด็กนั่นจะช่วยแร๊พให้

 

“ สวัสดีคร้าบบบ! สวัสดีทุกท่านที่เดินเล่นอยู่ที่ถนนดนตรีแห่งนี้ จื่อเทาเจ้าเก่ากลับมาแล้วครับ!

 

เสียงปรบมือมากมายดังรอบๆตัวของพวกเรา คนที่เดินไปมาต่างก็สนใจเสียงดังของจื่อเทากันทั้งนั้น บางคนก็เริ่มยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป

 

“ วันนี้ผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับ ผมจะแนะนำแต่ละคนให้ได้รู้จักนะฮะ ผู้ชายตัวสูงคนนี้ที่ยืนอยู่ข้างผมคือชานยอลฮยอง เล่นกีตาร์กับร้องนำ คนน่ารักใกล้ๆพี่ชานยอลคือคุณหมอแบคฮยอนครับ ถัดไปเป็นพี่คยองซู ส่วนคนสุดท้าย..เอ่อ..โทษที..นายชื่ออะไรนะ”

 

“ คิมจงอินครับ”

 

กรี๊ดดดดดด!!

 

เดี๋ยวๆ ตอนจื่อเทาแนะนำผมยังไม่มีเสียงกรี๊ดแบบนี้เลยนะ -*-

 

“ เอาล่ะครับ รู้จักแต่ละคนไปแล้วก็มาฟังเพลงกันบ้างดีกว่า หากผู้ชมท่านใดชื่นชอบการแสดงของพวกเราก็สามารถบริจาคเงินลงในกล่องได้เลยนะครับ ครั้งนี้เงินทั้งหมดจะนำไปบริจาคเป็นค่าอาหารน้องแมวจรจัดครับผม มาครับ เริ่มกันเลย!

 

พอจื่อเทาให้สัญญาณพวกผมก็เริ่มการแสดงง่ายๆอย่างโซโล่กีตาร์ของพวกผมสองคนในเพลง Flaming ของ Sungha Jung จากนั้นจึงเป็นเพลงเกาหลีและเพลงสากลจากนักร้องเสียงดีทั้งสองคน รวมถึงแร๊พเปอร์ที่ผมยอมรับฝีมือในระดับหนึ่ง คยองซูน่ะร้องเพลงเพราะอยู่แล้ว อันนี้ผมรู้เพราะอยู่ด้วยกันมานาน บางเดือนเงินค่าขนมไม่พอก็เปิดหมวกกันแต่คุณหมอแบคฮยอนเนี่ยสิ ผมเพิ่งเคยฟังเขาร้องเพลงจริงจังเป็นครั้งแรก เสียงเขาใสมากแถมยังกังวานด้วย พอร้องรับกับคยองซูก็ยิ่งทำให้เพลงเพราะมากขึ้นไปอีก เราทำการแสดงไปประมาณ 5-6 เพลง แล้วหยุดพักดื่มน้ำกัน

 

“ น้ำครับคุณหมอ”

“ นายเล่นกีตาร์เก่งจัง”

“ คุณหมอก็ร้องเพลงเพราะนะ”

 

ผมหยิบโน้ตเพลงพัดให้คนตรงหน้าที่กำลังยกมือพัดใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อ เขายิ้มให้ผมด้วยล่ะ

 

“ ฉันไม่ค่อยได้ร้องเพลงหรอก เรียนหมอมันหนักนายก็รู้”

“ ไว้มาร้องเพลงด้วยกันแบบนี้อีกดีมั้ยครับ”

“ อื้อ”

“ เพื่อนครับ โทษนะ คือเพื่อนกับน้องก็ร้อนครับ พัดให้คุณหมอคนเดียวนี่โคตรลำเอียง”

“ คยองซูก็มีจงอินนี่ไม่ใช่หรอครับ ให้มันพัดให้เส่ะ!

 

ผมตอกกลับไปอย่างไม่ยอม คุณหมอหัวเราะใหญ่แล้วก็บอกว่าผมกับคยองซูเล่นกันเหมือนเด็ก ก็ดูคยองซูสิ แซวผมอ่ะ

 

“ มาๆ เล่นต่อเถอะ เดี๋ยวจะดึกไปมากกว่านี้นะ”

 

ผมยืนขึ้นบิดตัวที่ค่อนข้างเมื่อยล้าแล้วหยิบกีตาร์มาสะพายไหล่อีกครั้ง นักร้องทั้งสองก็พร้อมแล้วด้วยเหมือนกัน เราร้องเพลงกันต่ออีกหลายเพลงจนห้าทุ่มจื่อเทาก็บอกว่านี่คือเพลงสุดท้ายแล้ว

 

“ ก่อนจะปิดการแสดง เรามีสเปเชี่ยลสเตจให้ทุกท่านได้รับชมกันนะครับ”

“ จื่อเทา เพลงสุดท้ายเราเพิ่งร้องจบไปนี่” ผมท้วงแต่เด็กแพนด้าส่ายหน้า

“ บอกแล้วไงพี่ว่าสเปเชี่ยล ...ใครอยากฟังพี่ชานยอลกับคุณหมอแบคฮยอนร้องเพลงคู่กันบ้างครับ ถ้าอยากฟัง..ปรบมือดังๆนะ”

 

ผมกับคุณหมอมองหน้ากันทันที เราต่างก็งงกับสเปเชี่ยลแบบกะทันหันของจื่อเทา อยากจะเอ่ยปฏิเสธแต่เสียงปรบมือที่ดังกึกก้องก็ทำให้ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้

 

“ คุณหมอโอเคมั้ยครับ?”

“ ฉันโอเคๆ เพลงอะไรอ่ะ”

“ เพลง Anyway ของ Akdong Musician ร้องได้รึเปล่า”

“ ขอเนื้อด่วน”

 

ผมหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเซิร์ทหาเนื้อเพลงที่จะร้องแล้วส่งให้คุณหมอแบคฮยอนทันที

 

“ โอเค เริ่มเลยก็ได้”

“ งั้นเริ่มเลยนะครับ”

 

ผมเคาะกีตาร์เป็นจังหวะก่อนจะดีดท่อนอินโทร คุณหมอโยกตัวตามจังหวะเพลงพร้อมรอยยิ้ม เขามองหน้าผมแว๊บหนึ่งแล้วร้องเพลง

 

 

동성이 길에 마주치면 기 싸움

이성이 길에 마주치면 도도한 척

그러다가도 내 맘을 사로 잡는 사람이 있다 하면

그래도 도도한 척

ยามที่ฉันเดินสวนกับเพศเดียวกัน ฉันก็ประหม่า
ยามที่ฉันเดินสวนกับเพศตรงข้าม ฉันก็ทำตัวให้คูลเข้าไว้
แม้ยามที่มีใครบางคนดูดีจับใจฉัน ฉันก็ยังทำตัววางท่าเลย

 

첫눈에 반해도 그래도 도도한 척

집에 오고 나면 그러면 후회하죠

다시 만날 일이 없을 것 같은데

왜 그냥 넘어갔을까 길이라도 물어볼걸

너네 집이 어디에요 안내 좀 해주세요

ยามที่มีรักแรกพบ ฉันก็ทำตัวเลิศเชิด
แล้วก็มานั่งเสียใจเมื่อก้าวเข้าบ้าน
มันคงไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะได้พบกันอีกครั้ง
ทำไมฉันถึงเดินผ่านกันเล่า? ฉันควรจะเข้าไปถามทางซิ
ไม่ก็ถามที่อยู่เธอเลย นำฉันไปหน่อยได้ไหมนะ

 

자갈길이나

껌딱지가 바닥에 눌어붙은 길이나

바닷길이나

꽃들이 안녕안녕하고 있는 길이나

사람들이 서로 눈길을 주고받는 데는

모두 다 똑같은 길인걸

ไม่ว่าจะเป็นถนนลูกรัง 
หรือถนนที่มีแต่หมากฝรั่งติดแหมะอยู่
ไม่ว่าจะเป็นถนนในมหาสมุทร
หรือถนนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ชูช่ออยู่
ที่ที่ผู้คนสามารถประสบสานสายตากัน
มันก็คือถนนเส้นเดียวกันนั่นแหละ

 

 

เสียงของเราทั้งสองประสานเข้ากันอย่างน่าประหลาด ผมที่มีเสียงทุ้มต่ำกับเขาที่มีเสียงสูงกว่า...นี่ใช่มั้ยที่เรียกว่าแตกต่างอย่างลงตัว

 

 

 

 

Baekhyun

เช้าวันทำงานเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากมีคอนเสิร์ตไปเมื่อคืน ผมยอมรับว่าตอนร้องเพลงอยู่ก็สนุกดีหรอกแต่พอกลับมาถึงคอนโดแล้วก็ทิ้งตัวด้วยความเพลียทันที หลังจากสเปเชี่ยลสเตจของผมกับชานยอลจบลงเราก็ปิดการแสดงดนตรีเปิดหมวกนั้น เพลงที่เราร้องด้วยกันเป็นเพลงที่ผมเองก็เคยได้ยินแต่ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก กลับมาเลยลองโหลดฟังดู เพราะนะครับ

 

“ หมอบยอน! หมอบยอน!! แบคฮยอน!!!!

 

ผมถอดหูฟังออกแล้วหันไปตามเสียงที่ได้ยินแว่วๆเมื่อกี้ อ่า...คิมจงแดอีกแล้ว

 

“ มอร์นิ่งจงแด”

“ ตะโกนเรียกคอจะแตกไม่ได้ยินรึไง”

“ ไม่อ่ะ”

 

ผมพูดพลางชูไอพอดที่เสียบหูฟังให้เพื่อนดู จงแดทำหน้าหน่ายๆแล้วเดินตามผมเข้ามาในลิฟต์

 

“ มินซอกอ่ะ ไม่ได้มาพร้อมแกหรอ?”

“ ไปส่งมาแล้ว แกล่ะ เด็กส่งปิ่นโตหายไปไหน”

“ ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันซะหน่อย”

 

ติ๊ง!

 

“ ไปละนะแบคฮยอน ตั้งใจทำงาน”

 

ผมพยักหน้าให้เพื่อนก่อนจะกดปิดลิฟต์ ไม่แปลกที่จะไม่เห็นชานยอลตอนที่มาทำงาน..เพราะอะไรน่ะหรอ เขามาก่อนผมซะอีก หมอนั่นขยันตื่นเช้าจริงๆ ... ผมทักทายพยาบาลตรงเคาน์เตอร์แผนกอย่างเช่นทุกวัน ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องทำงาน

 

“ อรุณสวัสดิ์ครับ”

 

เห็นมั้ย เขามาก่อนผมอีก

 

“ เมื่อคืนหลับสบายมั้ยครับ?”

“ อื้อ สนิทเลยล่ะ”

“ วันนี้มีแซนวิชแฮมชีสกับนมจืดนะครับ”

“ ฉันจะอ้วนตายอยู่แล้วเพราะปิ่นโตของนาย”

“ มื้อเช้าไม่อ้วนหรอกครับ ผมจะลดมือเย็นให้แล้วกันเนอะ”

“ ก็ได้ๆ เอ้อ เย็นนี้ไม่ต้องส่งปิ่นโตให้นะ มีธุระ”

“ ครับ แต่ตอนกลางวันคงต้องให้พี่กวางซูมาส่งอีกแล้ว”

“ สอบหรอ?”

“ มีควิซบ่ายน่ะครับ ...ไม่เอาครับ ผมทานมาแล้ว”

 

เขายกมือดันแซนวิชคืนกลับมาให้ผมหลังจากที่ผมตั้งใจจะแบ่งให้เขากินด้วยกัน

 

“ นี่ เดี๋ยวว่างๆจะอบคุกกี้มาตอบแทนนะ”

“ หื้ม? ทำเป็นด้วยหรอครับ?”

“ ถึงเรื่องอาหารจะไม่ได้เรื่องแต่ขนมนี่อร่อยขั้นเทพ ไม่อยากจะอวด”

“ ผมจะรอวันนั้นนะครับ ได้เวลาแล้ว ผมไปเรียนก่อนนะ”

“ อื้อ ตั้งใจเรียนนะเด็กส่งปิ่นโต”

 

เขายิ้มให้แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป ผมหยิบเอกสารบนโต๊ะมาอ่านพร้อมกับกินแซนวิชในมือไปด้วย มีอาหารที่ทั้งอร่อยทั้งมีประโยชน์แล้วจะไม่ให้ผมน้ำหนักขึ้นได้ยังไง

 

.

.

 

ผมออกจากโรงพยาบาลตอนห้าโมงเย็นและตรงดิ่งกลับบ้านทันที บ้านใหญ่ที่ผมเคยบอกไปแล้วไงครับ ใช้เวลาฝ่ารถติดเกือบสองชั่วโมงจนมาถึงบ้านหลังโตที่เปิดไฟสว่างโร่ราวกับผลิตไฟฟ้าใช้เอง ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดดีๆ ทันทีที่ผมลงจากรถก็มีคุณนมที่เลี้ยงผมตั้งแต่เล็กออกมาต้อนรับ

 

“ สวัสดีครับนม”

“ ไม่ได้กลับมาบ้านตั้งนาน นมคิดถึงคุณหนูจังเลย”

“ ผมก็คิดถึงนมครับ เตี่ยกับแม่ล่ะฮะ?”

“ ทานข้าวกันอยู่ในห้องอาหารค่ะ เดี๋ยวนมเอาของไปเก็บให้นะ”

 

ผมส่งกระเป๋ากับเสื้อสูทให้คุณนมแล้วเดินมาที่ห้องอาหารของบ้าน เสียงพูดคุยหัวเราะดังไปทั่วห้องจนรู้สึกหมั่นไส้

 

ใช่สิ๊ ลูกชายคนโตกลับมาแล้วนิ

 

“ อาแบคฮยอนของเตี่ยมาแล้วหรอ”

“ เตี่ย สวัสดีครับ , แม่ สวัสดีครับ”

 

ผมทักทายเตี่ยกับแม่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนจะตรงเข้าไปนั่งข้างๆแม่ของตัวเอง จ้องมองร่างสูงตรงหน้าด้วยแววตาไม่พอใจนัก

 

“ แล้วเฮียล่ะ สวัสดีเฮียด้วยสิ”

“ อ้าว ยังคิดว่านี่เป็นน้องอยู่หรออู๋อี้ฟาน”

“ ป๋ายเซียน”

“ ฟานซิงใช่มั้ย โตแล้วสวยจังเลย”

 

ผมไม่สนใจพี่ชายแล้วหันไปทักทายหลานคนสวยที่นั่งอยู่ข้างๆเขาแทน พี่คริสควรโดนน้องอย่างผมเมินซะบ้าง ทำตัวเองทั้งนั้น

 

“ สวัสดีค่ะอาแบคฮยอน”

“ สวัสดีค่ะ น่ารักจังเลย”

“ น่ารักเหมือนพ่อไงป๋าย”

“ พูดด้วยหรอ”

“ ไม่เอาน่ะแบคฮยอน พี่เขาอุตส่าห์กลับมาหาเรานะ” แม่ปรามผมไว้ก่อนจะเปิดศึกกันกลางโต๊ะ

“ แล้วพี่สะใภ้ล่ะ ไม่ได้มาด้วย?”

“ อาอี้ติดพันคนไข้แล้วตาฟานอู๋ก็ติดแม่เลยจะมาพร้อมกันทีหลัง ไม่ได้ถูกทิ้งซะหน่อย”

“ นึกว่าโดนเค้าทิ้ง”

“ แบคฮยอน”

 

เป็นอีกครั้งที่ผมโดนแม่ปรามไว้ เตี่ยเริ่มส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ผมเลยต้องนั่งกินข้าวเงียบๆไปตามระเบียบ หลังจากจบมื้อเย็นแม่กับหลานสาวก็พากันขึ้นไปด้านบน เตี่ยเองก็ขอตัวเข้าห้องพักผ่อน เลยเหลือผมกับไอ้พี่ชายหน้ามาเฟียนี่ไง

 

อู๋อี้ฟานหรือคริสเป็นพี่ชายแท้ๆของผมเองครับ ส่วนที่สกุลเราสองคนไม่เหมือนกันเพราะผมใช้สกุลแม่ที่ไม่มีหลานชาย พี่คริสไปเรียนต่อที่จีนหลายปีและกลับมาเกาหลีอีกครั้งพร้อมกับพี่อี้ชิง...พี่สะใภ้ของผมเอง กลับมาแต่งงานแล้วก็กลับไปทำงานที่จีนต่อ ไม่มีการติดต่อใดๆทั้งสิ้นจนพวกเขามีหลานให้บ้านของเรา ผมที่เป็นคนติดพี่มาตั้งแต่เด็กอดไม่ได้ที่จะน้อยใจเขา ไม่ได้โกรธเกลียดพี่สะใภ้หรอกนะแต่ไม่พอใจพี่ชายตัวเองมากกว่า

 

“ ป๋ายเซียน ยังไม่หายงอนเฮียอีกหรอ”

“ ไม่ได้งอนแต่น้อยใจอ่ะ เป็นพี่ประสาอะไรทำกับน้องแบบนี้ ติดต่อมานับครั้งได้ กลับมาก็ไม่บอก มันน่ามั้ยล่ะ!

“ โอ๋ๆ คนดีของเฮียไม่งอแงนะ”

 

ร่างสูงของพี่ชายดึงผมเข้าไปกอดพลางโยกไปมาเหมือนเด็กแต่นั่นแหละ..มันทำให้เขื่อนน้ำตาพังทลาย

 

“ ฮึก...”

“ เฮ้ ร้องไห้เหรอเรา?”

“ ทำไมเฮียไม่ติดต่อหาป๋ายเลย ทำไมเงียบหายไป ไม่คิดหรอว่าป๋ายก็ห่วงก็คิดถึง เฮียฟานใจร้าย”

 

ชื่อเรียกตอนเด็กออกจากปากผมพร้อมกับกำปั้นเล็กที่ถูกส่งไปทุบอีกคนอย่างไม่จริงจังนัก

 

“ ร้องไห้เป็นเด็กเลยน้องเฮีย สาวที่ไหนจะชอบผู้ชายขี้แย หื้ม?”

“ ใครมันทำร้องไห้เล่า”

“ โอ๋ๆ เฮียขอโทษ แต่ตั้งแต่นี้เฮียจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้วนะ”

“ แล้วงานที่จีนอ่ะ”

“ ย้ายมาแล้วแต่ยังไม่เริ่มงาน เฮียมีเรื่องสนุกที่จีนเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย นี่นะ..”

 

ผมถูกพี่ชายกอดคอเดินขึ้นไปบนบ้านพร้อมกับเสียงเข้มๆที่จ้อไม่หยุด งานที่จีนเป็นยังไง ตอนพี่อี้ชิงคลอดสองแฝดลำบากแค่ไหน บลาๆๆ วันนี้คงไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเฮียฟานแน่ๆ พรุ่งนี้ผมมีตรวจคนไข้นะเว้ยเฮีย !










ปล.ขอบคุณเนื้อเพลง Anyway - AKMU จาก http://jumpersjumps.blogspot.com

ขอบคุณคำแปลจาก @gdsayham ; http://twishort.com/nWffc
Anyway - AKMU ; https://www.youtube.com/watch?v=8RcqQVwC7-E
Flaming - Sungha Jung ; https://www.youtube.com/watch?v=i459z2NAAXc




 


#ชานส่งปิ่นโต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

778 ความคิดเห็น

  1. #751 rainbow....* (@BluefreezZy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 12:00
    ^[]^ ฟิคน่ารักมากอ่ะ
    #751
    0
  2. #729 Linseyyy13 (@Linseyyy13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 23:46
    ที่แท้ก็เฮียอี้ฟาน พี่ชายแท้ๆของป๋ายนี่เอง
    #729
    0
  3. #711 Clothia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 10:30
    พี่น้องกันนี่เอง
    #711
    0
  4. #682 babydutchmill (@dutchmill14) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 00:05
    หรือเราคิดมากเรื่องคยองซูกับชานยอลไปเอง...
    #682
    0
  5. #681 babydutchmill (@dutchmill14) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 00:05
    หรือเราคิดมากเรื่องคยองซูกับชานยอลไปเอง...
    #681
    0
  6. #656 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 16:07
    เฮียคริสเป็นพี่นี่เอง~
    #656
    0
  7. วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 19:29
    อ้าวเฮียเป็นพี่เหรอ นึกว่าแฟน 55
    #626
    0
  8. #587 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 11:30
    นี่นึกว่าพี่คริสจะมาเป็นแฟนเก่า5555555555555
    #587
    0
  9. #578 joylnr (@joylnr) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 21:03
    ที่แท้พี่คริสก็เป็นพี่ชายนี่เอง ไอเราก็คิดไปไกล 5555
    #578
    0
  10. #512 PshadeOfNattanicha (@saisaigetae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 15:38
    กรี๊ดดดดดด ร้องเข้ากันนนน กรี๊ดดด อย่างอื่นคงเข้ากันด้วยยย งื้อออ
    #512
    0
  11. #454 Ploy Thanaporn (@baekhyun_ploy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 23:34
    ร้องเพลงเข้ากัน ขนาดนี้ก็เนื้อคํ่กันแล้วค่าาาาไม่ต้องสงสัยเยย><
    #454
    0
  12. #382 What`What (@fernja001) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:32
    55555555555555 เฮียฟานจริงๆด้วยยย
    #382
    0
  13. #112 Masiwoneun (@devilkyu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 02:23
    โอ้ยยยยย ยยพี่ฟานเป็นอะไรที่น่ารัก ;-;
    #112
    0
  14. #90 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 21:57
    พี่คริสเป็นพี่ชายนี่เอง
    #90
    0
  15. #49 Σแม่ไอ่จอร์จΔ (@secretauy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 22:17
    โอเค พี่ชายนี่เอง
    55555555
    #49
    0
  16. #41 BAX10_ (@antsqueeze) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:13
    รู้สึกโล่งที่เป็นพี่ชาย 55555555555555 ชานน่ารักมากค่ะหมอแบคก็น่ารักพฮือเนื่องนี้อิมเมจน่ารักทุกคนเลย - // -
    #41
    0
  17. #28 namilee (@namilee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 00:23
    น้องชานน่ารักจังงงงง สนใจมาส่งปิ่นโตเจ้มั้ยยยย > <
    #28
    0
  18. #17 ยูสเซอร์?แลม. (@benzxd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 12:26
    พี่คริสสสสสสสสสสส -..-
    #17
    0
  19. #16 ` annasui ♡ (@Dizx-anna) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 09:14
    อยากได้ชานยอลค่ะ อยากกินทั้งปิ่นโตและเด็กส่งปิ่นโต ฮิฮิ
    #16
    0
  20. #15 เมนคริสกิ๊กโด้ (@krisdo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 22:42
    แบค ชานน่ารก อิคริสมีเมียเเล้ว
    #15
    0