(GOT7)ลวง รัก เล่ห์ ร้าย Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 6 : Chapter 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 257 ครั้ง
    13 มี.ค. 62





            “ง่ายๆ ครับ คุณทำได้แน่นอน”

            “อะไรครับ” แบมแบมรีบถามกลับทันที อะไรก็ได้ ไม่ว่านายหัวจะเอาอะไรแลกเปลี่ยนขอแค่เขาทำได้เขาทำแน่นอน

            อธิปมองหน้าหวานครู่หนึ่งแล้วเอ่ยออกมา

“โปรโมทเกาะให้หน่อย”

“อะไรนะครับ?” ไม่เพียงแบมแบมที่ตกใจ วริและนาวีก็ตกใจเช่นกันที่นายเอ่ยเรื่องเกาะกับคนที่เรียกได้ว่าแปลกหน้า

“คุณได้ยินชัดแล้ว” อธิปอมยิ้ม หลุบตาลงมองที่มืออีกครั้งอย่างอดไม่ได้

แบมแบมรู้ถึงสายตาของนายหัวก็เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้มารยาทที่ไปจับมืออีกฝ่ายเข้า รีบชักมือกลับแล้วเอ่ยขอโทษ

“ไม่เป็นไร”

 อธิปรู้สึกเสียดายไม่น้อยที่มือนิ่มไม่แตะมือเขาแล้ว แต่ช่างเถอะ ถ้าเขาต้องการแล้วล่ะก็ จะแตะมากกว่ามือก็ย่อมได้

“ว่าแต่..ที่คุณพูดน่ะจริงเหรอครับ

กันต์พิมุกต์แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าตนจะโชคดีได้รับข้อเสนอที่แสนวิเศษ 

การได้โปรโมทเกาะของนายหัวอธิปวิเศษยังไงน่ะหรือ ก่อนหน้านี้เขาโฟกัสแค่การตามหาน้องก็จริง แต่ข้อมูลของนายหัวอธิปและตระกูลชื่อยาวนี่เขาก็หามาหมดแล้วเพื่อประกอบการตามหาน้อง

นั่นทำให้ค้นพบว่าเกาะส่วนตัวของนายหัวมีการพูดถึงเยอะมากแต่รูปที่ออกมากลับมีน้อยมาก ก่อนหน้านี้มีแต่ฟาร์มมุกก็ไม่ได้ถูกให้ความสนใจมากเท่าตัวคนในครอบครัว ตอนหลังมีคาสิโนก็ต้องรักษาความเป็นส่วนตัวอะไรก็ไม่รู้

เกาะส่วนตัวของเตชโรจนวัชร์น่าสนใจพอๆ กับสี่หนุ่มฝาแฝดของตระกูลนี้  เรื่องราวของตระกูลนี้นั้นมีแต่คนให้ความสนใจ ถ้าได้ทำสกู๊ปที่นี่จะดีแค่ไหนนะ คงได้โบนัสจากพี่เอมี่ไม่รู้เท่าไหร่ ชื่อเสียงเขาก็จะโด่งดังในฐานะเจ้าของคอลัมภ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคนหนึ่ง

ท่ามกลางสิ่งเย้ายวนใจที่หอมหวาน แบมแบมนึกไปนึกมาก็เอะใจได้อย่างหนึ่ง

“สิ่งที่คุณเสนอมามันไม่ใช่ข้อแลกเปลี่ยนนี่ครับ เหมือนผมจะได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวนะ”

ร่างบางคิดว่าเรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง อธิปมองหน้าหวานที่คิ้วขมวดแล้วยิ้มราย

“เราได้ประโยชน์ร่วมกัน การกระทำวันนี้ของคุณทำให้ผมยื่นข้อเสนอนี่”

“ยังไงครับ” ชายหนุ่มหน้าหวานงุนงง

“การที่คุณเดินเตร็ดเตร่ในถิ่นคู่แข่งของผมมันทำให้ผมใจหายใจคว่ำ คุณจะได้ทำเรื่องเกาะของผมก็ต่อเมื่อคุณมาอยู่ใกล้ตัวผมเท่านั้น จะได้ไม่ไปอยู่ผิดที่ผิดทางอีก”

มาร์คเอ่ยด้วยท่าทีจริงจังจนคนฟังกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

ออร่าที่คุ้นเคย ออร่าของพวกมีอิทธิพล น่ากลัว

“อ่อ” แบมแบมฉลาด เข้าใจได้ในทันที เขาเดินทางมามาก รู้ว่าแต่ละพื้นที่มี เจ้าถิ่นและวันนี้เขาก็เผลอสร้างเรื่องที่อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้นายหัวไปเสียแล้ว

มาตามเรื่องน้องกับนายหัวแต่ข้ามมาถิ่นของคู่แข่งนายหัว มันก็น่าวิตกอยู่หรอก

“เข้าใจก็ดี” อธิปพอใจที่ไม่ต้องอธิบายกันให้มากความ

“แล้วที่ว่าให้อยู่ใกล้ตัวนี่ยังไงครับ”

แบมแบมติดอยู่นิดหนึ่ง ตรงนี้ตรงเดียวเนี่ย

            “ข้างตัวผม ผมไปไหนคุณไปด้วย” แฝดคนโตของตระกูลต้วนไม่เห็นว่าจะเข้าใจยากตรงไหน

“แหม ขนาดนั้นเลย กระทั่งตอนนอนด้วยไหมล่ะครับ”

ด้วยความเป็นคนปากดีทำให้แบมแบมเผลอตัวประชดนายหัวไป ก่อนตัวเองจะรู้สึกตัวว่าพูดอะไรไปก็สายไปเสียแล้ว

ตากลมโตเบิกกว้าง ยกมือขึ้นปิดปาก วริและนาวีมองหน้ากันทันที ลูกค้าในร้านหรือแม้แต่เจ้าของร้านเองที่แอบเงี่ยหูฟังการสนทนายังอดตกใจไปด้วยไม่ได้

ปฏิกิริยาของทุกคนทำให้อธิปหัวเราะน้อยๆ

“คุณนี่เดาเก่งจัง ผมจะบอกให้คุณย้ายจากโรงแรมไปเป็นแขกักที่บ้านอยู่พอดี มีห้องนอนรับรองแขกแยกครับ แต่ถ้าคุณอยากนอนเตียงเดียวกับผมก็ได้นะ ตามใจคุณ”

“ผมไม่ได้” แบมแบมอับอายในสิ่งที่ทำลงไปจนพูดไม่ออก

“คุณบอกเองนี่ ถ้าอยากอยู่กระทั่งตอนนอนด้วยผมก็ไม่ขัดศรัทธาหรอกนะ”

มาร์คไม่ได้อยากจะหยอกเล่นเลย แต่พอเห็นใบหน้าหวานแดงเรื่อขึ้นมาเพราะคำพูดที่ไม่ทันคิดของเจ้าตัวเองเขาก็นึกชอบใจในสีหน้าท่าทางแบบนั้น..

โดยที่อธิปไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเขาเองไม่ใช่คนที่จะชมใครง่ายๆ โดยเฉาะกับผู้ชาย

“โฮ้ย! นี่คุณอย่ามาล้อได้ไหม ผมแค่พูดไปไม่ทันคิด” แบมแบมเอ่ยแก้เก้อ กระดากอายกับสายตาคนรอบข้าง

“แล้วไง ผู้ชายด้วยกันนอนเตียงเดียวกันไม่เห็นแปลก” นายหัวไหวไหล่ไม่แยแส แบมแบมเห็นแล้วอยากฟาดสักที หมั่นไส้

“ไม่แปลกหรอกถ้านอนกับคนอื่นไม่ใช่กับคนแบบคุณน่ะ”

“คนแบบผมมันยังไง?”

อธิปแสร้งถามเหมือนไม่รู้ โน้มตัวมาใกล้ แบมแบมผละถอย หลบสายตาคมปลาบตามสัญชาตญาณระวังภัย

คนหื่นกามที่ปล้นจูบคนอื่นไปสองครั้งในวันเดียวไงล่ะ

ร่างบางบ่นดุเดือดในใจแต่พูดออกไปไม่ได้ อายคน!

“เอ้า ว่าไง” นายหัวรูปงามเร่งเร้า กันต์พิมุกต์กัดริมฝีปากอิ่ม ทำตัวไม่ถูก ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตอบกลับไปอย่างไร

เขาแน่ใจว่าเกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยหวั่นไหวกับสายตาผู้ชายคนไหน แต่กับคนนี้เหมือนมีแรงดึงดูดแปลกประหลาดทำให้ใจสั่นพิกล ซึ่งมันไม่ควรมาเกิดกับผู้ชายด้วยกันเลย

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะน่า แต่ทำไมคุณต้องให้ผมย้ายที่อยู่ด้วย ถ้าจะให้ไปอยู่บ้านคุณฟรีๆ ก็ให้ผมอยู่ที่โรงแรมแบบไม่คิดค่าห้องซะสิครับ”

แบมแบมหาทางออก เขารับปากพี่เอมี่ว่าจะหาที่แถวๆ นี้เขียนบทความใหม่ ซึ่งเกาะของนายหัวอธิปน่าสนใจพอแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องขนาดต้องไปอยู่บ้านในหัวก็ได้มั้ง

อธิปอมยิ้มกับคนที่หาทางดิ้นรน ไม่อยากอยู่บ้านเขาขนาดนั้นเชียว

“ผมบอกแล้วว่าต้องอยู่ใกล้ผม”

“เวลาผมออกตามหาน้องก็ต้องห่างจากคุณอยู่ดี”

“ผมจะให้คนช่วยตามหาเอง เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล คุณจะได้ไม่ต้องหาเองแบบไร้จุดหมาย คุณคอยเกาะติดผมไว้ก็อ”

“ขอบคุณ แต่ผมไม่ใช่เหาฉลามนะ” แบมแบมสบายใจขึ้นเมื่อได้ยินนายหัวยอมช่วยจนมีอารมณ์ล้อเล่น

“ขอบคุณที่ไม่บอกว่าตัวเองเป็นเห็บหมัด” นายหัวเองก็เล่นด้วย

แบมแบมตามทันว่านายหัวจะหยอกอะไรก็หลุดหัวเราะออกมา

เสียงหัวเราะและใบหน้าที่ยิ้มตาหยีน่ารักสดใสจนอธิปใจเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง

ถ้าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักอารมณ์อ่อนไหวลึกซึ้งคงต้องให้คนสนิทาไปโรงพยาบาลแล้วพราะคิดว่าตัวเองไม่สบาย หัวใจผิดปกติ

ช่วงเวลาที่ต่างคนต่างเงียบไปชั่วขณะ เจ้าของร้านก็ใช้จังหวะนั้นยกอาหารและแก้วน้ำมาเสิร์ฟนายหัวและแบมแบม

แบมแบมขอบคุณแล้วดึงจานข้าวมาใกล้ตัว เปิดน้ำขวดรินใส่แก้วให้คนร่วมโต๊ะ แล้วค่อยรินให้ตัวเอง

“กินเสร็จ กลับไปเก็บของแล้วเช็คเอาท์นะ”

“ต้องย้ายวันนี้เลยเหรอครับ” แบมแบมชะงักมือที่กำลังจะปิดฝาขวดน้ำ เงยหน้ามองมาร์ค

“วันนี้เลย รอช้าทำไม อไปบ้านผมแล้วเดี๋ยวผมจะให้คุณคุยรายละเอียดกับวริ จะได้ให้เขาหาคนมาจัดการเรื่องของกันต์ฤทัย”

“ขอบคุณมากนะครับ” จะให้แบมแบมขอบคุณนายหัวสักร้อยครั้งันครั้งก็ได้ ไม่มีปัญหา

“ไม่เป็นไร ผมจะได้เคลียร์ตัวเองด้วย”

“คุณไม่เรียกแกว่าบี่บี๋เหรอ”

“ทำไมต้องเรียก” อธิปเงยหน้าจากจานข้าวมามองแบมแบม ร่างบางมองหน้านายหัวเหมือนจะค้นหาบางอย่าง เมื่อไม่พบอะไรก็แค่ไหวไหล่ ร่างสูงเลยเอ่ยต่อ

“ถ้าผมเรียกคุณด้วยชื่อเล่นได้ก็จะเรียกเธอว่าบี่บี๋”

“คุณเรียกผมว่าแบมแบมก็ได้ครับ”

“งั้นคุณก็ควรเปลี่ยนไปเรียกผมว่าคุณมาร์คหรือคุณใหญ่แทนอธิป”

“จะดีเหรอครับ”

“ผมอนุญาต”

“ครับ” ไม่ควรปฏิเสธสินะ

อ่าโคตรเกร็ง จู่ๆ ไอ้แบมคนนี้ก็ได้เข้าใกล้นายหัวเตชโรจนวัชร์อีกก้าวซะงั้น

 

 

 

 

 

ยองแจติดต่อคุณพ่อไม่ได้

ร่างบางเดินไปมาในห้องทำงานของแจ็คสัน ตอนนี้เจ้าของห้องไม่อยู่ ยองแจไม่รู้จะทำอะไรก็เลยจะโทรหาคุณพ่อสักหน่อย แต่กลับโทรไม่ติด รอจนสายตัดไปหลายรอบก็โทรไม่ติดอยู่ดีจนยองแจใจคอไม่ดี เริ่มเป็นห่วง

ยองแจโทรหาคนสนิทของคุณพ่อก็ได้ผลไม่ต่างกัน

เมื่อความเป็นห่วงผนวกความไม่ได้ดั่งใจ ยองแจก็น้ำตาคลอ หันไปเอาแต่ใจกับคนสนิท

“ยองแจจะกลับบ้านไปหาคุณพ่อ พี่ภัทรไปหาตั๋วเครื่องบินให้ยองแจเดี๋ยวนี้เลย”

“คุณหนูใจเย็นก่อนนะครับ ผมว่าเรื่องนี้ราควรปรึกษาคุณใหญ่ก่อน”

ภัทรรู้ว่าเจ้านายคงกำลังยุ่งกับการจัดการคนที่มายุ่งกับคุณหนูอยู่จึงต้องปิดเครื่อง  แต่เขาก็บอกคุณหนูไม่ได้

“ยองแจจะกลับบ้านตัวเองแล้วทำไมต้องขออนุญาตพี่ใหญ่ด้วย ไปก่อนแล้วค่อยโทรมาบอกไม่ได้เหรอ ยองแจเป็นห่วงคุณพ่อนี่นา”

ยองแจไม่ยอม ภัทรหาทางออกด่วนจี๋

“ไม่บอกก่อนจะน่าเกลียดครับ นายฝากฝังคุณหนูไว้กับเขา แล้วจะกลับไปนี่ ถ้านายไปต่างประเทศเราก็ไม่ได้เจอท่านอยู่ดีนะครับ”

“แต่อย่างน้อยเวลาคุณพ่อกลับบ้านยองแจก็จะได้เจอทันที ยองแจไม่เที่ยวก็ได้ แค่ได้กลับบ้านไปอยู่กับคุณพ่อก็พอ”

ยองแจไม่อยากอยู่เที่ยวอีกแล้ว คุณพ่อบอกว่าให้ยองแจโทรหาได้ตลอดเวลา แล้วนี่อะไร ยองแจติดต่อใครไม่ได้เลย ยองแจรู้ว่าไม่ควรเอาแต่ใจ แต่คุณพ่อไม่เคยไม่รับสายยองแจเลย

“แต่คุณหนูครับ”

“ไม่รู้ล่ะ พี่ภัทรไม่หาตั๋วให้ก็ไม่เป็นไร ยองแจหาเองก็ได้”

ยองแจเปิดแอพฯเพื่อจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ภัทรจะห้ามแต่ก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร จังหวะนั้นเองแจ็คสันก็ปิดประตูห้องทำงานเข้ามาพร้อมเลขาหนุ่มพอดี

“นี่ไงน้องยองแจ ที่เพื่อนป๊าฝากมาให้ผมคอยดูแล”

ยองแจยังไม่ทันจะหาตั๋วที่ต้องการเจอก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังแนะนำตนเองกับใครคนหนึ่ง

ร่างสูงโปร่งสวมแว่นสายตาท่าทางเอาจริงเอาจังค้อมหัวให้ยองแจเล็กน้อย ยองแจยกมือไหว้แบบงงๆ คือไม่รู้หรอกว่าใครแต่ก็ไหว้ไปก่อนตามแบบเด็กมีสัมมาคารวะ

“สวัสดีครับ ผมวีรพล เลขาของคุณสามครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ชายหนุ่มยิ้มให้ยองแจด้วยความเอ็นดู ยองแจฝืนยิ้มให้ทั้งที่คิ้วยังไม่คลายปม

“สวัสดีครับ ผมยองแจครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ครับยังไงผมจะไปจัดการเรื่องที่ดินที่คุณสั่งก่อนเลยแล้วกัน แล้วนี่คุณสามจะเข้ามาอีกไหมครับวันนี้”

คุณวีรพลรับคำยองแจแล้วหันมาถามเจ้านาย

“ไม่ครับ ในเมื่อไม่มีงานเอกสารอะไรแล้วผมไม่ขออยู่รอเจอใครมาทวงดินเนอร์ดีกว่า มีเรื่องด่วนก็โทรหาผมแล้วกัน”

“ได้ครับ” คุณวีรลรับคำแล้วออกจากห้องไป 

“เป็นอะไรไปครับน้องยองแจ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” แจ็คสันเห็นความผิดปกติของยองแจก็ถามออกไปทันที

ยองแจยังไม่ทันจะทำรายการเสร็จสิ้นก็เงยหน้ามองแจ็คสันอีกครั้ง

ทำไมขัดจังหวะยองแจหลายครั้งจังเลยพี่แจ็คสัน! ถึงหล่อแต่ยองแจก็ไม่โอเคหรอกนะยิ่งในเวลาแบบนี้ด้วยแล้ว

“เป็นอะไรไปครับ มีอะไรให้พี่ช่วยไหม หรือทะเลาะกับใครหรือไง หน้ามุ่ยเชียว”

แจ็คสันถามเสียงอ่อนลง เสียงนุ่มๆ ทำให้คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจค่อยสงบใจลงได้อย่างประหลาด

“ยองแจจะกลับบ้านครับ”

“กลับบ้าน?! กลับทำไม หรือว่ามีใครทำอะไรให้ไม่พอใจ บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่จัดการให้ครับ”

แจ็คสันตกใจทีเดียวที่น้องจะกลับบ้าน ทำไมน้องรีบล่ะ อย่าเิ่งกลับเลยที่รัก

ยองแจกัดปากอิ่มเบาๆ ตัดสินใจลังเลว่าจะเล่าดีไหม แจ็คสันเห็นท่าทางของน้องก็รอฟัง

ในที่สุดยองแจก็ยอมเล่าหลังผ่านไปเป็นนาที ไม่อยากให้ี่แจ็คสันเข้าใจผิด

“ยองแจติดต่อคุณพ่อไม่ได้ครับ โทรไปกี่สายก็ไม่รับ คนสนิทคุณพ่อก็ด้วย คุณพ่อบอกยองแจเองว่าติดงานแต่ก็ให้ยองแจโทรหาได้ตลอดเวลา แต่นี่ติดต่อไม่ได้เลย ยองแจเป็นห่วง ยองแจจะกลับบ้าน”

“อ๋อ..คุณลุงไม่รับสาย”

แจ็คสันไม่คิดว่านี่คือเรื่องเล็กน้อยสำหรับยองแจ คุณลุงอยู่กับน้องมาสองคนตลอดหลายปี น้องติดคุณลุงมาก รักคุณลุงมาก การที่ติดต่อพ่อไม่ได้แบบนี้คงเป็นเรื่องใหญ่มาก กระวนกระวายแย่แล้วสิ

แต่ให้ห่วงยังไงน้องก็กลับบ้านไม่ได้ จากข้อมูลที่พี่ใหญ่เล่าให้ฟัง คุณลุงคงกำลังจัดการเก็บกวาดกลุ่มคนที่กล้ามากระตุกหนวดเสือแตะต้องแก้วตาดวงใจคุณลุงอยู่ ถ้าน้องกลับบ้านตอนนี้ไม่ความลับแตกก็ต้องเกิดเรื่องแน่

ี่ใหญ่ให้เขาคอยดูแลยองแจ ดังนั้นเขาต้องจัดการอะไรสักอย่าง

“อ่า..อ๊ะ! ใช่แล้ว ี่ลืมไปเลย”

แจ็คสันทำหน้าเหมือนว่าเพิ่งนึกอะไรออก ทุบกำปั้นลงกับฝ่ามืออีกข้าง ยองแจตกใจที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็เสียงดัง

“ลืม? ลืมอะไรครับ”

“เรื่องคุณลุงไงครับ พี่นี่แย่จริง ลืมบอกน้องยองแจไปว่าคุณลุงโทรหาพี่เมื่อเช้าว่าคุณลุงมีงานสำคัญต้องไปทำเลยจะไม่ติดต่อใครทั้งวัน ให้พี่ดูแลยองแจดีๆ

แจ็คสันด้นสด ทำเสียงจิ๊จ๊ะ หน้านิ่วคิ้วขมวด ตำหนิตัวเอง เล่นใหญ่มากแต่ก็น่าเชื่อมากเช่นกัน

“คุณพ่อโทรหาพี่เหรอ แต่เมื่อคืนคุยกันคุณ่อไม่เห็นบอกยองแจเรื่องนี้เลย แทนที่จะโทรหาี่โทรหายองแจไม่ดีกว่าเหรอครับ”

คำถามของน้องทำให้แจ็คสันสะอึก แต่ความลื่นไหลในการสับรางของเขานั้นชั้นยอด กะแค่ทำให้ยองแจเชื่อในสิ่งที่เขาูดนั้นไม่ยากเกินความสามารถหรอก!

“คุณลุงไม่อยากให้ยองแจเป็นห่วงไงครับ มีงานสำคัญมากจริงๆ ขนาดที่ว่าข่าวห้ามรั่วไหล ท่านเลยไม่ติดต่อใครทั้งนั้น และฝากให้พี่พายองแจไปเที่ยวให้สนุกจนลืมโทรหาคุณลุงด้วย แต่พี่ก็ทำไม่สำเร็จแล้วยังทำให้ยองแจกังวลอีก พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”

แจ็คสันตีสีหน้าสำนึกผิด จับมือน้อง ยองแจอ้ำอึ้งไม่รู้จะเอ่ยอะไร ก็พี่เขาขอโทษมาแล้วยองแจจะตำหนิอะไรได้อีก

“ถ้ายองแจไม่สบายใจและอยากกลับบ้านจริงๆ ล่ะก็เดี๋ยวี่ไปส่ง ถ้าหาตั๋วเครื่องบินเร็วที่สุดไม่ทันใจก็เอาฮ.บ้านี่ไปเลย พี่ขับให้น้องยองแจเองก็ยังได้ พี่ขับได้นะ พี่ให้คนเตรียมฮ.เลยดีกว่า รอแป๊บนะครับ”

แจ็คสันหยับโทรศัพท์เครื่องหรูจากกระเป๋าเสื้อมาจะกดโทรหาใครสักคน ยองแจรีบจับมือเขาไว้เป็นเชิงห้าม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยองแจไม่กลับแล้ว ยองแจแค่เป็นห่วงคุณพ่อ แค่รู้ว่ามีคนติดต่อท่านได้ว่าท่านหายไปไหนยองแจก็สบายใจแล้ว”

“แต่ว่า

 “ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ”

“ยองแจไม่โกรธพี่นะ พี่ลืมเลย” แจ็คสันยิ้มเจื่อน ยองแจอมยิ้ม

“อื้อ! ไม่โกรธหรอกครับ คนเรามันลืมกันได้นี่นา”

“ขอบคุณนะ เดี๋ยวพี่พาไปทานของหวานอร่อยๆ แทนคำขอโทษแล้วกัน เนอะ”

“ครับ”

ยองแจพยักหน้าว่าตามกัน จะไปทานอะไรก็ได้ ตอนนี้ยองแจสบายใจแล้ว

แจ็คสันลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

ภัทรมองเจ้านายที่เดินคู่ไปกับคุณจันทิมันตุ์แล้วกังวลไม่น้อย

ตกลงคุณคนนี้เขานิสัยยังไงกันแน่ แม้จะเป็นการโกหกให้คุณหนูสบายใจก็ตาม แต่จะไม่เหมือนความจริงไปหน่อยเหรอ ถ้าเขาไม่รู้เรื่องอยู่แล้วคงเชื่อหมดใจเหมือนคุณหนูแน่ๆ

แจ็คสันลอบถอนหายใจ โล่งอกที่น้องเชื่อด้วย คงต้องคอยติดต่อคุณลุงตลอดจะได้คุยกับท่านได้ก่อนน้อง ให้ท่านพูดกับน้องให้ตรงกับที่เขาบอกน้องไป เผื่อน้องถาม ซึ่งเขามั่นใจว่ายองแจต้องถามเรื่องนี้กับพ่อตัวเองแน่ๆ เรื่องที่โทรฝากน้องไว้กับเขาเพราะติดงานเนี่ย

เห็นหน้าน้องเหมือนจะร้องไห้แล้วปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้จริงๆ

 

 

 

 

 

นิชคุณช่วยงานลุงเด่นเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างรอลูกและหลานลุงกลับบ้าน ลุงเด่นเห็นว่านิชคุณว่างอยู่ก็ให้ช่วย และเล่าเรื่องในเกาะให้ฟังฆ่าเวลา

พอเลยเวลาโรงเรียนเลิกมาสักพัก นิชคุณก็ได้ยินเสียงใสๆ ของเด็กดังขึ้น

“ปู่หวัดดีจ้า กลับมาแล้วจ้ะ”

“เออ” ลุงเด่นตอบหลานแค่นั้น ก่อนจะมีเงาบังแสงเมื่อลินาสะพายเป้นักเรียนมายืนใกล้ๆ

“ใครอ่ะจ๊ะ” เด็กหญิงวัย 11 ปี เธอหน้าคมและมีผิวสีน้ำผึ้งสวย กำลังยืนจ้องหน้านิชคุณอย่างสงสัย นิชคุณยิ้มให้แก ลุงเด่นแนะนำง่ายๆ

“มันชื่ออาทิตย์ ชื่อเล่นซัน นายหัวให้มาทำงานที่นี่และพักกับเรา คุณเล็กเธอฝากมาอีกที มันเป็นคนไข้คุณเล็ก”

“หวัดดีค่ะ หนูชื่อลินานะ อยู่ป.5แล้ว หนูชอบหมอเล็กมากเลยค่ะ หมอใจดีมากๆ เลยเนอะ”

ลินายิ้มแฉ่งเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายรู้จักคุณหมอคนสวยใจดี

“ใช่จ้ะ ใจดีมากเลย”

“เดี๋ยวหนูมาคุยด้วยนะ ไปเปลี่ยนชุดก่อน”

ลินาวิ่งเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเอากระเป๋าไปเก็บ แป๊บเดียวก็วิ่งออกมาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น

“พี่ซันหล่อมากเลยอ่ะ ไม่บอกว่าเป็นคนไข้จะคิดว่าเป็นแฟนหมอ”

ลินามานั่งคุยด้วยแล้วสักพักก็เอ่ยออกมาอย่างนี้ เด่นและนิชคุณชะงักถ้วนหน้า ก่อนเธอจะโดนปู่เขกหัวให้หนึ่งที

“พูดอะไรของเอ็งลินา ใครได้ยินเข้าจะว่าเอา”

“อะไรเล่า ก็หนูคิดแบบนั้นจริงๆ นี่ ไม่พูดแล้วก็ได้” ลินาบุ้ยปากอย่างแง่งอน แต่เด่นหรือจะสน

“เออ ดี ไปเล่นกับเพื่อนไป”

“ขี้เกียจอ่ะ หนูไปหุงข้าวก่อนละกัน” มีคนใหม่มาอยู่ด้วยลินาก็อยากคุยด้วย ไม่อยากไปเล่น แต่เมื่อปู่ไล่เธอไปทำงานบ้านก็ได้

“ทำกับข้าวด้วยนะ ปู่หมักเนื้อไว้แล้ว”

“จ้า แล้วพี่ซันล่ะ อยากกินอะไรเปล่า” ลินารับคำปู่แล้วหันไปหานิชคุณ ร่างสูงส่ายหน้า

“ไม่ล่ะ พี่กินอะไรก็ได้” เธออยากเรียกเขาว่าพี่ นิชคุณก็ไม่ค้านอะไร

มื้อเย็นนั้นกว่าจะได้เริ่มก็ค่ำเพราะเริ่มเมื่อแดนกลับมาบ้าน

ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่ารูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดีในชุดพนักงานคาสิโนกลับมาพร้อมกล่องเค้กที่มาจากโรงแรม

“ลินาเอ๊ย อยู่ไหนลูก วันนี้มีเค้กสตรอเบอร์รี่ด้วยนะ อาโอบฝากมาให้”

แดนนั้นสนิทสนมกับคนทำงานในโรงแรมไปทั่วเพราะเป็นคนอัธยาศัยดี และสนิทกับเชฟทำขนมหวานมากพอควร เพราะลินาไปเล่นด้วยบ่อยๆ ไม่รู้โอบอ้อมถูกชะตาอะไรกับลินานัก ฝากขนมมาให้ลินาประจำ

“เย้! สตรอเบอร์รี่!

ลินาวิ่งออกมาจากห้องส่วนตัวที่กั้นเป็นห้องเล็กๆ ไว้ รับกล่องเค้กไปจากมือพ่อ ร่างสูงยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วหันไปมองคนแปลกหน้าที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่หน้าทีวีกับบิดา

“นายน่ะซันใช่มั้ย ป้าจันทร์บอกว่านายฝากคนใหม่มาอยู่ด้วย”

“ครับ ผมซัน ยินดีที่ได้รู้จัก”

“อื้อ ยินดีที่ได้รู้จัก บ้านนี้มันเล็ก เตียงที่ฉันนอนกับพ่อก็นอนได้แค่สองคน นายนอนพื้นได้ไหม หรือไม่ก็นอนโซฟาข้างนอก”

“ผมนอนพื้นได้ครับ” นิชคุณทำตัวไม่เรื่องมาก แค่มีที่ซุกหัวนอนก็ดีแล้ว

“ไปเอาที่นอนที่สำนักงานมาหรือยัง”

“ไปเอามาแล้วครับ”

“กินเสร็จแล้วเอาที่นอนไปปูได้เลยนะ” 

“ครับ” นิชคุณแปลกใจมากว่าทำไมคนบ้านนี้ยอมรับคนแปลกหน้าง่ายจัง หรือวางใจเพราะเจ้านายฝากเขามาด้วยตัวเองกันนะ

 

 

 

นิชคุณทำตัวเป็นผู้อาศัยที่ดีช่วยเจ้าของบ้านล้างจานหลังมื้อเย็นจบลง ลุงเด่นและแดนนั่งดูข่าวกัน ลินานั้นเข้าห้องส่วนตัวไปแล้ว

ขณะที่กำลังเช็ดจานเพื่อเก็บเข้าที่โทรศัพท์ที่คุณหมอให้มาก็ดังขึ้น นิชคุณรีบวางมือจากงานล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือมารับสาย

<พี่ซันเป็นไงบ้างครับ จะนอนหรือยัง แปลกที่ไหม> เสียงคุณหมอดังมาก่อนนิชคุณจะส่งเสียงทักเสียอีก ใบหน้าหล่อเหลาปรากฎรอยยิ้มทันที

“ยังครับ พี่กำลังเช็ดจานอยู่”

<เล็กโทรหาพี่ทศมา พี่ทศบอกว่าให้พี่ไปอยู่บ้านลุงเด่นเล็กงี้ฟังแล้วโล่งใจเลย ก็ถือว่าพี่เขาไม่ใจร้ายเกินไป ลุงเด่นอาจดูเป็นคนดุแต่แกปากร้ายใจดี แดนก็เป็นคนนิสัยใจคอใช้ได้คนหนึ่งเลย ขยันมากด้วยครับ ส่วนยัยหนูลินาน่ารักมาก เป็นเด็กฉลาด ช่างพูดช่างคุย ถ้าแกวอแวชวนคุยโน่นนี่พี่ก็อย่ารำคาญนะ>

“ครับ พี่ก็พอมองออกว่าเป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน”

<แต่การให้พี่อยู่บ้านนั้นก็ใช่ว่าพี่ใหญ่กับพี่ทศจะไม่สนใจไยดีจับตามอง ลุงเด่นน่ะไม่ค่อยอะไรกับใครแต่คนในเกาะก็เคารพนับถือแกมากอยู่ เรื่องแกมีเยอะแยะไว้ว่างๆ เล็กจะเล่าให้ฟัง ดังนั้นการอยู่กับลุงเด่นมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ยังไงพี่ก็เซฟตัวเองทำตัวดีๆ ละกันนะ>

ยวิษฐาเป็นห่วงผ่านมาทางน้ำเสียง ความรู้สึกของเขาทำให้คนฟังเต็มตื้นในใจ

“ขอบคุณครับ พี่จะไม่ทำให้น้องเล็กผิดหวังที่ช่วยพี่ไว้ แล้วน้องเล็กล่ะออกเวรหรือยัง ได้พักบ้างไหม”

นิชคุณเองก็เป็นห่วงคุณหมอใจดีอยู่มาก เล่นทำงานหนักแบบนั้นใครจะไม่ห่วง

<ออกเวรแล้วครับ ง่วงมาก หิวด้วย แต่ว่าจะนอนก่อนค่อยตื่นมากิน>

“ทำไมไม่กินก่อนค่อยนอนล่ะ”

<ไม่ได้หรอกครับ ผมกินแล้วคงนอนเลย เดี๋ยวเป็นกรดไหลย้อน นอนแล้วค่อยตื่นมากินดีกว่า>

            “ตื่นมาอีกทีคือได้เวลาไปทำงาน นอนไปทั้งๆ ที่ท้องว่าง”

            นิชคุณลืมตัวเอ่ยติดจะดุแต่แฝงความเป็นห่วง ยวิษฐาโอดมาตามสายทันที

<แงงงง ผมมีพี่ชายสามคนไว้ดุพอแล้ว อย่าเพิ่มอีกคนเลย>

ร่างสูงอมยิ้ม เอ็นดูคุณหมอ

“ไม่ดุๆ แค่เป็นห่วงครับ”

<ขอบคุณน้า เดี๋ยวกินก่อนค่อยนอนก็ได้>

“ดีมากครับ จะดูแลคนอื่นอย่างเดียวไม่ดูแลตัวเองไม่ได้นะ”

<ครับผม รับทราบ จะดูแลตัวเองด้วยครับ>

“เลิกคุยได้แล้วครับ ไปพักผ่อนเถอะ เวลาพักยิ่งมีน้อยๆ อยู่

<ครับๆ จะวางแล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทักไปใหม่นะ>

“ตามใจเลยครับ” นิชคุณน่ะอยากคุยกับคุณหมอตลอดนั่นล่ะ จะคุยตอนไหนก็แล้วแต่คุณหมอเลย

<ดีมาก ฝันดีล่วงหน้า ผมวางละนะ>

คุณหมอเลียนแบบคนไข้ บอกฝันดีก่อนเวลาด้วย นิชคุณจากที่แค่อมยิ้มก็หลุดยิ้มออกมา

เฮ้อ เด็กคนนี้นี่น่ารักจริงๆ

 


50%



 คอลัมนิสต์หนุ่มมองไปรอบๆ บ้านของนายหัวแล้วอึ้งมาก

คนรวยนี่มันรวยจริงๆ นะ รวยเกิ้น

กันต์พิมุกต์ได้แต่ทอดถอนใจกับความสวยงามและความโอ่อ่าของบ้าน เขาจะได้พักที่นี่จริงๆ เหรอเนี่ย ชักจะทำตัวไม่ถูกแฮะ

ร่างบางเดินตามนายหัวไปยังห้องพัก ก่อนกลับได้ยินนายหัวโทรสั่งให้คนที่บ้านจัดการห้องรอแล้ว

“โอ๊ะ..” แบมแบมเผลอหลุดเสียงออกมาเมื่อเห็นห้องพักของตน

นี่หรูหราเหมือนห้องในโรงแรมเลยนะ! กว้างเชียว แขกที่มาพักบ้านของนายหัวก็คงไม่ธรรมดาอ่ะเนอะ ถึงตกแต่งห้องไว้ซะสวย

“ไม่ชอบหรือไม่พอใจอะไรก็ไปบอกป้าภาแล้วกัน เธอเป็นแม่บ้านของเรา”

ชื่อที่ได้ยินตั้งแต่ในรถทำให้แบมแบมยิ้มเจื่อน จะไปไม่พอใจอะไรได้เล่า

“โอเคครับ”

“อยู่ที่นี่ก็ทำตัวตามสบายนะ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่คุณหรอกที่มาพักชั่วคราว มีลูกชายของเพื่อนพ่อผมอีกคน ไว้ตอนทานมื้อค่ำจะแนะนำให้รู้จัก เดินเล่นได้ตามสบาย ผมจะไปห้องทำงาน”

นายหัวว่าแล้วจะผละไป แต่กันต์พิมุกต์ดันหลุดปากเหมือนจะรั้งให้สนทนาต่อ

“เย็นมากแล้วคุณก็ยังจะทำงานอีกเหรอครับ” 

“งานเยอะแยะไปหมด ไม่ให้ทำงานจะให้ทำอะไร” อธิปหันกลับมาคุยด้วย

“คุณไม่มีแฟนให้คอยเทคแคร์บ้างหรือไง” ไม่ได้อยากรู้ส่วนตัวเลย แค่อยากเก็บข้อมูล

“นี่หลอกถามผมเหรอ อยากรู้ก็บอกตรงๆ สิ”

อิ๊! คนหลงตัวเอง

“ผมก็แค่สงสัย”

“แฟนน่ะไม่มีหรอก น่ารำคาญจะตาย ที่เคยมีก็ไม่มีใครเข้าใจสักคนว่าผมงานยุ่ง แค่ไม่เทคแคร์สม่ำเสมอก็ร่ำร้อง นอกใจ น่าเบื่อ”

“นอกใจ? มีคนกล้านอกใจคุณด้วยเหรอ” แบมแบมอยากหยิบอะไรมาจดมากแต่กลัวโดนด่า

“มีสิ มีแต่คนคาดหวังว่าถ้าคบไฮโซรวยๆ จะสบาย วันๆ ต้องไปเที่ยวนั่นนี่ จะรวยได้มันก็ต้องทำงานไหมล่ะคุณ ไม่ใช่เที่ยวเล่นแล้วเงินจะผุดออกมาจากอากาศ”

แบมแบมฟังแล้วอดหัวเราะไม่ได้ เออ ก็จริงของเขาอ่ะ

“ชีวิตคุณดูเครียดนะ แบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวบ้างก็ได้นี่ แค่มีเวลาพักบ้างไม่น่าทำให้คุณจนลงสักเท่าไหร่มั้ง”

“มีคนบอกผมแบบนี้เหมือนกัน ผมก็เคยแบ่งเวลาอยู่หรอก ไปทานข้าว ดูหนัง เที่ยวต่างจังหวัด แต่มันคงไม่อมั้ง ได้ไปต่างจังหวัดก็อยากไปต่างประเทศ แต่ผมไม่มีเวลาก็พาไปได้ใกล้ๆ ก็ไม่ชอบอีก”

“ใกล้นี่แค่ไหนล่ะครับ”

“ก็เพื่อนบ้านเราไง”

เออะ..จริงดิ?

“เกาหลีญี่ปุ่นมีไหมล่ะครับ”

“ก็มีนะ บางทีก็พาไปบ้านญาติที่ฮ่องกง ไต้หวัน บางทีก็ไปสิงคโปร์ ขับฮ.ไปง่ายๆ ใกล้ๆ”

โอ๊ย คุณพระคุณเจ้า ขับเฮลิคอปเตอร์ไปอีกจ้า..

“โห แค่นั้นก็ดีแล้วนี่ครับ”

“ใช่ไง แต่ที่อยากไปคือจะไปปารีส มิลาน อะไรแบบนั้น ผมเลยให้ไปคนเดียว ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก”

“ค่าใช้จ่ายล่ะ คุณออกเหรอครับ”

“ก็ใช่ไง”

เออ เป็นแฟนคุณคนนี้ก็ดีอ่ะ ไปไหนก็ได้ ไม่ต้องออกเงินเอง ถ้าเป็นเขานะจะไม่บ่นเลย ไปคนเดียวก็ได้

เอ๊ะ..นี่เขาเผลอคิดอะไรไปเนี่ย จะไปให้นายหัวออกให้ทำไมวะ

“เหมือนมีแต่คุณที่เข้าใจเค้านะ ไม่มีใครคิดจะปรับตัวมาเข้าใจคุณบ้างเหรอครับ สักคน”

“ถ้ามีคงไม่โสดหรอกครับ”

ก็จริงนะ..

“เรื่องอื่นไว้สัมภาษณ์วันหลังนะ ผมจะไปทำงาน”

นายหัวบอกแล้วหันหลังกลับ เดินไปเลย คราวนี้แบมแบมไม่กล้ารั้งไว้อีกแล้ว

 

 

 

 

โคตร น่ารัก เลย!

แบมแบมได้ร่วมโต๊ะอาหารกับนายหัวและเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง เด็กคนนั้นน่ารักมาก ขาวมาก ยิ้มทีน่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู

“วันนี้พี่รองไปไหนเหรอครับ”

ยองแจแปลกใจที่มีคนร่วมโต๊ะอีกแค่สองคน พี่รองมาทานด้วยกันตลอดเลยนะ ส่วนพี่สามนั่นรู้กันอยู่ว่าชอบทานข้าวนอกบ้าน

“มันมีธุระต้องทำครับ บอกว่าจะทานบ้านเื่อน”

“อ๋อ แล้วพี่คนนี้ล่ะครับเป็นใคร เพื่อนพี่ใหญ่เหรอ”

ยองแจไหว้ทักทายไปแล้ว เห็นว่าท่าทางจะแก่กว่า แต่ก็อยากรู้ว่าใคร

“ใช่ครับ เพื่อนพี่เอง มาจากกรุงเทพ ขอมาเขียนคอลัมน์ที่เกาะน่ะ เขาเป็นคอลัมนิสต์”

ว้าว..ผมชื่อยองแจครับ ชเวยองแจ เรียกยองแจเฉยๆ ก็ได้” เพื่อนพี่ใหญ่เป็นคอลัมนิสต์ด้วย เท่จัง

ยินดีที่ได้รู้จักครับ เรียกพี่ว่าแบมแบมก็ได้ เป็นลูกครึ่งหรือเรา”

“เปล่าครับ คนเกาหลีแท้ๆ เลย”

โอ๊ะ คนเกาหลีล่ะ มิน่า น่ารักเชียว ขาวใสมาก

ทั้งยองแจและกันต์พิมุกต์ต่างก็เข้ากับคนง่าย คุยกันไปมาแป๊บเดียวก็เข้ากันได้แล้ว

 

 

 

 

จิณณพัตกลับมาบ้านเอาตอนเที่ยงคืน ตอนแรกว่าจะเข้าบ้านเลยหลังออกมาจากบ้านจินยองแต่เปลี่ยนใจแวะไปดูร้านสักหน่อย อยู่แป๊บเดียวก็เข้าบ้าน ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรนัก

ยังมีคนรับใช้รออยู่ เขาให้เธอเอาขนมไปเก็บแล้วจะกลับขึ้นห้องตัวเอง แต่ก่อนจะแยกจากคนรับใช้ เธอก็รายงานว่าพี่ชายเขารอพบ

จิณณพัตเดินไปที่ห้องทำงานของพี่ก่อน เป็นอย่างที่คิด ยังเปิดไฟอยู่เลย เขาเคาะครั้งเดียวแล้วเปิดเข้าไปเลย

พี่เรียกผมมาทำไม

“จะบอกแกว่าตอนนี้มีแขกมาอยู่บ้านเราอีกคนนะ”

“ใคร เรื่องแค่นี้โทรบอกก็ได้ไหม”

“อยากเจอหน้าแกด้วยไม่ได้รึไง อีกอย่างก็มีเรื่องจะเล่าให้แกฟัง”

เมื่อมีเรื่องจะเล่าจิณณพัตก็เดินไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานของพี่ใหญ่

อธิปอาจจะบอกยองแจแค่ว่าแบมแบมเป็นเพื่อนเขา แต่กับน้องของตัวเองอธิปต้องเล่าความจริงให้ฟัง น้อยเรื่องที่จะมีความลับต่อกัน

อธิปเล่าเรื่องของกันต์พิมุกต์ให้น้องฟัง จิณณพัตฟังจบถึงกับพูดไม่ออก

“แกกลับห้องไปได้แล้ว มีแค่เรื่องนี้แหละ”

“เดี๋ยวสิ คนนี้ป้ะที่ี่ทำเป็นมีลับลมคมในกับผมและไอ้สามน่ะ”

“ลับลมคมใน?”

“ที่หลุดปากว่าไม่สวยสักเท่าไหร่” จิณณพัตความจำดีนะเว้ย

“ใช่” ขั้นนี้แล้วมีอะไรต้องปิดบังอีก

“ถูกใจเขาเหรอ” จิณณพัตยิ้มกริ่ม

“อือ” ไม่ปฏิเสธซะด้วย

“ได้เขายัง”

“จะบ้ารึไง ฉันไม่ใช่ไอ้สามนะ เลิกพูดจาซี้ซั้วแล้วกลับไปนอนไป

อธิปไล่น้องไปแต่จิณณพัตไม่อยากไปเลย แต่แหย่แค่นี้ก่อนก็ได้ไม่อยากโดนเตะตอนนี้

“ครับๆ กลับครับ แล้วเรื่องนี้ต้องบอกไอ้สามไหม”

“แกบอกก็ได้ ยังไงก็ต้องรู้เรื่องที่แบมแบมมาอยู่ที่นี่”

“ก็ควรบอก มันจะได้รู้ว่านี่ของพี่ ไม่ทะเล่อทะล่าไปจีบเขาซะก่อน”

“ไอ้สามไม่จีบคนไม่สวยหรอก”

“ให้แน่น้า ไม่สวยแน่น้า”

“แกก็รอเจอหน้าเขาเองพรุ่งนี้เถอะ” 

“ครับๆ อดใจรอแทบไม่ไหวแล้วเนี่ย”

จิณณพัตหัวเราะเบาๆ แล้วออกจากห้องไป อธิปได้แต่ส่ายหัวเบาๆ

 

 

 

เช้านี้มีคนนั่งร่วมโต๊ะอาหารพร้อมหน้า แม้แต่หมอเองก็ยังมาทานข้าวเช้าด้วยก่อนไปเข้าเวร ยอมขับรถมาทานที่นี่ทั้งที่ไม่ได้ค้างที่บ้าน

จะอะไรซะอีก จิณณพัตส่งข่าวจนจันทิมันตุ์และยวิษฐาต่างก็อยากเห็นหน้าคนที่พี่ใหญ่ถูกใจในรอบปีเหมือนกัน พี่ใหญ่บ้างานไม่มีแฟนมานานแล้ว มีแต่ชั่วครั้งชั่วคราวตามประสาผู้ชาย

ต่อให้เป็นคนที่ความรู้สึกช้าที่สุดก็ต้องรู้แล้วล่ะว่ามีบางอย่างผิดปกติ..

แฝดอีกสามคนของนายหัวเอาแต่เหลือบมามองแบมแบมบ่อยมาก บางครั้งก็จ้องจนรู้ตัวแต่แบมแบมก็ต้องทำเป็นนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย

แบมแบมได้แต่สงสัยแต่ไม่กล้าพูดอะไร สงสัยเรื่องฝาแฝดที่ไม่เหมือนฝาแฝดด้วย แฝดบ้าอะไรไม่เหมือนกันเลย แต่หน้าตาโคตรดี ดีแบบดีมาก หล่องานดีทุกคน

แต่น้องของนายหัวดูเป็นมิตรกว่านายหัวนะ โดยเฉพาะคุณหมอยวิษฐา ทั้งน่ารักและท่าทางใจดี

หลังจบมื้อเช้าที่ทำให้แบมแบมมีแต่ความสงสัยในใจ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน แบมแบมเองก็ต้องไปกับอธิปด้วย ส่วนยองแจขอไปร้านขนมของจินยอง ไปหาเพื่อนคุย

เมื่อทุกคนขึ้นนั่งในรถใครรถมัน แชทกรุ๊ปของสี่พี่น้อง(กรุ๊ปที่มีพ่อแม่มีอีกกรุ๊ป)ก็เด้งข้อความใหม่ทันที คนที่เปิดการสนทนาคือแจ็คสัน

333JS

:ไหนว่าธรรมดาไม่สวยอะไร

เอวบางร่างน้อย

หน้าตาจัดว่าสวยน่ารัก

พี่ใหญ่ก็คือหวง

JB_DEF

:เออ นี่นะไม่สวย

จ้องซะไอ้สามไม่กล้าแทะโลม

YUMee

:เล็กก็ชอบคนนี้ ยิ้มสวยสดใสชะมัด

333JS

:น้องยองแจก็ยิ้มสดใส

JB_DEF

:L

333JS

:ทำมะ? ก็ความจริง

YUMee

:น่ารักทั้งสองคน

ถ้าเป็นว่าที่พี่สะใภ้ ก็โอเค

JB_DEF

:จินยองก็น่ารักเหมือนกันแหละ

YUMee

:อันนี้ก็ไม่เถียงจ้ะ

ช่วงนี้เจอแต่คนน่ารักกันทั้งนั้น

333JS

:พี่ใหญ่ก็ขึ้นอ่านครบแต่ไม่ตอบ

ยังไง @M_Tuan

ไหนเล่าซิ

M_Tuan

:ชอบ ชอบมาก

JB_DEF

:หูย

333JS

:หูยยยยย

YUMee

:หูยย

M_Tuan

:J

YUMee

:เอาเข้าบ้านแบบนี้ก็พอรู้ว่าชอบมากครับ

333JS

:พ่อคนใจร้อน ฮุฮุ

JB_DEF

:ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคร้ายของแบมแบม

หรือโชคดีของพี่ใหญ่

M_Tuan

:อะไรนะ

ใครโชคร้ายนะ

ให้โอกาสพิมพ์ใหม่

JB_DEF

:ขอโทษครับพี่ครับ

อย่าดุผมเลยครับ

ไม่งั้นแช่งให้แบมแบมไม่สมยอมนะครับ

M_Tuan

:คำแช่งไม่เป็นผลหรอก

ฉันจัดการได้

ไม่ได้รีบร้อน

YUMee

:จะ18+มั้ย?

งั้นน้องไปละนะ

M_Tuan

:ไม่ 18+จ้ะเล็ก

เอาเป็นว่าพี่ชอบนะคะ

ถ้าทุกคนโอเคก็คือตามนั้น

ขอบใจที่ไม่ค้านเรื่องที่เขามาอาศัย

333JS

:นะคะเลยค่ะ

สองมาตรฐานเลยค่ะ

แค่พิมพ์ก็รู้สึกได้เลยค่ะ

พี่ใหญ่ลำเอียงจังนะคะ

M_Tuan

:ความรักน้องของฉันมีหลายระดับ

            JB_DEF

            ://มองบน

            333JS

            ://เบ้ปาก

            YUMee

://มินิฮาร์ท

M_Tuan

:กวนประสาท!

ไม่ได้ว่าเล็กนะ

YUMee

:พี่ใหญ่น่ารักกกก

333JS

:รักกันมากเชิญแชทแยกจ้ะ

JB_DEF

:มีน้องคนเดียวมั้ง

M_Tuan

:ก็เล็กน่ารักแต่พวกแกไม่ใช่

333JS

:โอ้ย หมั่นไส้โว้ย

JB_DEF

:ไปเถอะสาม

เรามันไม่มีความหมาย

M_Tuan

:เชิญ ไม่รั้ง

YUMee

:55555555555

กันต์พิมุกต์เหลือบมองนายหัวที่แชทไปอมยิ้มไปแล้วแปลกใจ ก็มีมุมแบบนี้เหมือนชาวบ้านเขาเหมือนกันนี่

“อย่าถ่ายรูปซี้ซั้วนะ อะไรที่ถ่ายได้ผมจะบอกคุณเอง”

“เข้าใจแล้วครับ ว่าแต่คุณจะให้ผมคุยเรื่องน้องกับคุณวริเมื่อไหร่” แบมแบมรับได้ทุกข้อเสนอแหละ เรื่องหาน้องเรื่องหลัก เรื่องเขียนบทความเรื่องรอง

“คุยตอนนี้เลยก็ได้นี่”

อธิปพยักหน้าไปทางคนที่นั่งข้างคนขับ วริเอี้ยวหน้ามามองด้านหลัง

“เล่ามาได้เลยครับคุณกันต์พิมุกต์”

 

 

 

 

จิณณพัตมาหาคุณป้าที่บ้านแต่เช้า เขาไม่อยากรอเวลา อยากให้คุณป้าและคุณรุจิราได้ทานขนมของจินยองเร็วๆ

“พี่รองมาเร็วจังเลยค่ะ”

หญิงสาวร่างบอบบางเดินเร็วๆ มาหาจิณณพัต ร่างสูงแปลกใจที่ตอนนี้เธอยังอยู่ที่บ้าน

“ไม่ทำงานเหรอสิ”

“คุณแม่บอกว่าพี่จะมาสิเลยรอเจอค่ะ ว่าแต่เอาขนมมาให้ลองชิมเหรอ ร้านไหนในตลาดคะ”

สิตางศุ์อดีตคู่กรณีของจินยองมองตะกร้าขนมในมือของจิณณพัต เขาส่งมันให้คนรับใช้เอาไปจัดใส่จาน

“รอคุณรุจิราชิมแล้วชอบก่อนพี่จะบอก”

“มีความลับเหรอคะเดี๋ยวนี้”

“เปล่าหรอก แค่อยากให้ลุ้นน่ะ”

“แต่พี่รองไม่เห็นต้องลำบากไปหาซื้อขนมจากตลาดมาเลยค่ะ จ้างเชฟทำเอาก็ได้ ร้านดังๆ ในกรุงเทพมีเยอะแยะ หรือให้ยัยสาจัดการก็ได้”

สิตางศุ์เอ่ยถึงสาริศาน้องสาวที่ตอนนี้ไปดูงานที่ต่างประเทศ

“สายุ่งจะตาย พี่จัดการให้ก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย”

จิณณพัตอ่อนใจ สิตางศุ์และสาริศาต่างกันเหลือเกิน สาริศานั้นเอาการเอางาน เรื่องงานสังคมไม่ค่อยยุ่ง ส่วนสิตางศุ์ก็คือต่างกันแบบคนละด้านเลย

“ถ้ารู้ว่าจะลำบากถึงพี่รองสิน่าจะจัดการเอง พี่สามวันๆ มัวแต่ยุ่งเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ตัวเองรับปากแท้ๆ แต่ดันลืม”

“มันงานยุ่งน่ะ อย่าไปอะไรกับมันเลย”

สิตางศุ์และจิณณพัตเดินไปคุยไปจนมาถึงห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มไหว้ทักทายคุณป้าของตนและแม่สามีคุณป้า

“ขอบใจที่เป็นธุระจัดการเรื่องขนมให้นะรอง” คุณรุจิราขอบใจชายหนุ่ม ในบรรดาฝาแฝดเธอเอ็นดูตารองและตาเล็กที่สุด ตาใหญ่ติดจะเงียบๆ เกินไป ตาสามก็นะรื่นเริงลัลลาเกินไป

“ไม่เป็นไรครับ ผมดีใจที่ได้ช่วยครับ”

“ขนมมาแล้ว เรามาชิมกันเถอะค่ะ จะได้ไม่รบกวนเวลาตารอง”

คุณสวรสเอ่ยขึ้นเมื่อคนรับใช้นำขนมมาเสิร์ฟ

“คุณย่าจะชิมอะไรก่อนดีคะ” สิตางศุ์ถามพลางหยิบจานใบเล็กและช้อนคันเล็กสำหรับตักแบ่งขนมให้คุณย่า

หญิงสูงวัยมองขนมหน้าตาดีน่าทานบนโต๊ะแล้วเอ่ย

“บุหลันดั้นเมฆแล้วกันจ้ะ”

สิตางศุ์นิ่งไปนิด ไม่รู้จักว่าบุหลันดั้นเมฆคืออันไหน สวรสจึงต้องชี้ให้ลูกสาวดู

“ตักมาอย่างละชิ้นก็ได้ยัยสิ” คุณรุจิราเอ่ยกับหลานสาว

สิตางศุ์ตักขนมทั้ง 5 อย่างใส่จานให้คุณย่า แล้วตักให้คุณแม่กับพี่รองด้วยคนละจาน ส่วนเธอยังไม่ลองชิม ไม่ชอบขนมไทยสักเท่าไหร่ ถ้าเบเกอรี่ก็ว่าไปอย่าง

รุจิราใช้ช้อนคันเล็กตัดแบ่งบุหลันดั้นเมฆเข้าปาก รสชาติหวานอร่อยทำให้เธอเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สวรสเองก็ตักหม้อตาลชิม ก่อนจะยกมือปิดปาก เคี้ยวแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ

“อร่อยใช้ได้เลยนะเนี่ย คุณแม่ว่าไงคะ”

“อื้ม ใช้ได้” รุจิราชิมอย่างละนิดละหน่อยจนครบ แล้ววางจานลงบนโต๊ะ จิณณพัตมองแล้วใจไม่ดี

“ไม่ถูกใจหรือครับคุณย่า” ต่อหน้าเธอ คุณรุจิราชอบให้หลานทางสะใภ้เรียกเธอว่าย่าเช่นกัน แทนที่จะเป็นคุณยายหรือแค่คุณรุจิรา

“ถูกใจจ้ะ ร้านไหนหรือ เห็นแม่รสบอกว่าร้านในตลาดสด จริงหรือเปล่า”

“จริงครับ เป็นร้านของคนรู้จักผมเอง เขาทำร้านต่อจากยายเขาน่ะครับ”

“เขา? นี่ฝีมือผู้ชายหรือ”

รุจิราแปลกใจ ไม่ค่อยได้กินขนมไทยฝีมือผู้ชายเท่าไหร่แล้วยังเป็นขนมหน้าตาสวยงามประณีตแบบนี้อีก หายากมากนะ

“ใช่ครับ อายุยังน้อยอยู่เลย”

คุณสมบัติจากปากพี่รองทำให้สิตางศุ์นึกแวบถึงใครคนหนึ่ง มือที่กำลังจะตักอาลัวกุหลาบเข้าปากชะงัก

“อย่าบอกนะคะพี่ว่าเป็นร้านสองพี่น้องเมื่อตอนนั้น”

“ใช่ ร้านนั้นแหละ”

สิตางศุ์ฟังแล้ววางจานลงทันที ไม่มีอารมณ์จะทาน แม่และย่าเห็นดังนั้นก็สงสัย

“มีเรื่องอะไรกันจ๊ะ สิก็รู้จักร้านของเพื่อนพี่เขาเหรอ”

“ก็..” สิตางศุ์จะตอบแม่แล้วแต่ยั้งปากไว้ทัน เธอไม่อยากบอกความจริงที่เธอไปทำนิสัยไม่ดีใส่คนแปลกหน้าหรอกนะ คุณแม่อาจเข้าข้างเธอแต่คุณย่าต้องดุเธอแน่นอน ท่านชอบยัยสามากกว่าเธอก็เพราะแม่นั่นเป็นเด็กดีเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ ไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวเหมือนเธอ

“เปล่าค่ะ เคยเห็นผ่านๆ หนูไม่ชอบกินขนมหวานคุณแม่ก็รู้”

“หล่อนไม่ชอบขนมไทยต่างหากไม่ใช่ไม่ชอบขนมหวาน ทีขนมฝรั่งล่ะรับหน้าที่หาให้เสร็จสรรพนะยะ”

คุณย่าเหน็บแนม สิตางศุ์ไม่ว่าอะไร เสหยิบแก้วน้ำหวานมาดื่ม

“อร่อยนะสิ ลองกินสักชิ้นสิ” จิณณพัตเชิญชวน สิตางศุ์มองหน้าหล่อเหลาเขม็งแล้วส่ายหน้า

“ไม่ล่ะค่ะ” รู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ชอบเจ้าของร้านยังจะยัดเยียดให้เธอกินฝีมือหมอนั่นอีก!

“พี่ไปช่วยเขาทำมาเลยนา ทั้งนวดแป้งปั้นแป้งทั้งคั้นน้ำดอกไม้”

จิณณพัตคุยโอ่ สายตาสามสาวมองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ

“คงสนิทมากล่ะสิถึงไปช่วยเขาทำได้” สวรสถามต่ออย่างสนใจ

“เปล่าครับคุณป้า เพิ่งรู้จักกันไม่นานแต่เขาไม่มีลูกมือ แล้วยังต้องทำขนมยากๆ มาให้คุณป้ากับคุณย่าชิมตั้งหลายอย่างผมเลยอาสาไปช่วยนิดหน่อยครับ ปกติเขาไม่ทำหรอกครับขนมพวกนี้ ทำแต่ขนมที่ทำง่ายขายง่ายทั่วๆ ไป นี่เขาทำเองหมดครับ ผมแค่ช่วยในขั้นตอนที่ไม่กระทบรสชาติ”

“มิน่าล่ะถึงอร่อย” สวรสถอนหายใจ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากแม่สามีได้ทีเดียว

ใครจะไปเชื่อล่ะว่าแฝดตระกูลเตชโรจวัชร์จะทำขนมกับเขาด้วย

“แหม คุณป้าล่ะก็” จิณณพัตกึ่งบึ้งกึ่งยิ้ม แต่ไม่ได้เคืองแต่อย่างใด

“โอ๋ ป้าล้อเล่น” สวรสลูบหลังลูบไหล่หลานชายพลางหัวเราะ สิตางศุ์เป่าลมจากปาก ไม่สบอารมณ์

ไม่ชอบที่พี่รองไปยุ่งวุ่นวายกับหมอนั่นก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือกลิ่นหอมของขนมเหมือนตะกร้าที่รบกวนเธออยู่ตอนนี้เนี่ย

“อยากกินก็กินสิยัยสิ” รุจิราบอกหลานสาวที่คงไม่รู้ตัวว่าเอาแต่จ้องขนม สิตางศุ์หันไปมองคุณย่าแล้วกอดอก

“ไม่ได้อยากกินค่ะ”

“มีน้อยนา กินเถอะ สักอัน” จิณณพัตตักหม้อตาลใส่จานของสิตางศุ์ที่มีอาลัวกุหลาบอยู่ก่อนแล้ว

“ถ้าพี่รองคะยั้นคะยอแบบนี้ สิกินก็ได้”

สิตางศุ์กินขนมอย่างไว้ท่า ทุกคนได้แต่อ่อนใจ

สิตางศุ์ก็ไม่อยากยอมรับหรอกนะว่าอร่อย

ทั้งหมดกินขนมไปพลางคุยไปพลาง รู้ตัวกันอีกทีขนมหมดแล้ว

“ผมคงต้องกลับไปทำงานก่อน ถ้าคุณย่าตัดสินใจเรื่องร้านขนมได้ยังไงโทรหาผมนะครับ หรือให้คุณป้าโทรมาก็ได้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องคิดถึงผมนะครับ ปฏิเสธได้เลย ผมจะได้ไปบอกเขาต่อ”

ร่างสูงจะขอตัวกลับ รุจิรารั้งเขาไว้

“เดี๋ยวสิรอง”

“ครับ?”

“ร้านนี้รสชาติก็ใช้ได้อยู่ แต่คงเป็นร้านเล็กๆ ใช่ไหม”

“ใช่ครับ”

“คงไม่มีปัญหายกเลิกไปรับงานที่อื่นอีก”

“ไม่น่ามีครับ เขาขายแค่ในตลาด”

“งั้นย่าเอาร้านนี้ ติดต่อให้ทีก็แล้วกัน”

“แน่ใจเหรอครับ คุณย่าไม่ต้องเกรงใจผมนะ”

ทั้งที่ไม่ใช่ร้านตัวเองแต่จิณณพัตทั้งลุ้นและดีใจแทนจินยองมากเลย

“ไม่ได้เกรงใจเราหรอก แล้วชื่อร้านอะไรล่ะ จะได้ให้คนไปซื้อมาทานบ้าง”

“ร้านยายพิกุลน่ะครับคุณย่า อยู่ในตลาดวนาลี”

“ขอบใจนะที่ช่วยจัดการให้ ไปทำงานเถอะไป เดี๋ยวย่าจะให้ยัยสิคุยรายละเอียดในงานกับเราอีกที”

“ได้ครับ ผมลานะครับ” ร่างสูงไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสอง สิตางศุ์ลุกขึ้นเพื่อเดินไปส่ง

ก่อนจะไปทำงาน แวะไปตลาดวนาลีสักหน่อยดีกว่า

 

TBC.

**

นานมากกว่าจะมาต่อ //หลบรองเท้า

งงทามไลน์ไหมคะ ;-; ไม่ได้ต่อจากตอนที่4น้า แต่ละคู่เป็นตอนต่อจากตอนที่ 3 ค่ะ

ส่วนเรื่องขนมของปมนยองต่อพาร์ทหลังจ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 257 ครั้ง

661 ความคิดเห็น

  1. #656 patt03 (@patt03) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 21:45
    ชอบ&#8203; ชอบความตรงขอลพี่ใหญ่มากค่ะ
    #656
    0
  2. #627 moomiwkj (@moomiwkj) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 03:09

    คิดถึงอยากให้ไรท์มาต่อนะคะ
    #627
    0
  3. #625 pickmy_OGS (@pickmy_OGS) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:26
    หายนานมากกกกกกก กลัวจะไม่มาต่อเสียแล้ว สงสัยต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่...
    #625
    0
  4. #624 theuxnnamntinxy (@theuxnnamntinxy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:31
    เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันดีน่ารักมากค่ะ
    #624
    0
  5. #623 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:38
    รอนะคะไรท์
    #623
    0
  6. #622 ออมม่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 07:30

    ชอบแชทกลุ่ม แฝด น่ารัก

    #622
    0
  7. #621 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 10:34
    ครอบครัวนี้เขาน่ารักกันจังเลยน้าาาา^^ พี่ใหญ่ออกตัวเเรงจังเลยนะคะ^_^ดีค่ะชอบพี่ใหญ่ไม่ซึนเนาะเรื่องนี้น่ารักกอยากเห็นนายหัวรุกน้องหนักๆ!55555555
    #621
    0
  8. #620 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 18:36
    แหมชอบมากสินะคะพี่ใหญ่555
    #620
    0
  9. #619 A REENA (@ary-lee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:50
    พี่ใหญ่ออกตัวเบอร์แรงเลยนะคะ
    #619
    0
  10. #618 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:15
    เย้ๆๆๆๆ คุณย่าชอบ
    #618
    0
  11. #617 19972311 (@19972311) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 09:19

    โอ้ยชอบเนื้อเรื่องดีหมดน่ารักทั้งหมดเลยมาต่อเร็วๆนะคะจะรอติดตามเสมอค่ะ
    #617
    0
  12. #616 Aritnup (@Aritnup) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 08:33
    สนุกสุดๆไปเล้ยยยย
    #616
    0
  13. #615 BB_9397 (@BB_9397) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 07:37
    มีแต่คนชอบแบมแบบนี้พี่ใหญ่คงเดินหน้าจีบเต็มที่
    #615
    0
  14. #614 Pitta-Blue (@Pitta-Blue) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 07:22

    ขอบคุณค่ะ
    #614
    0
  15. #613 fanciful_fluffy (@nana_kbb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 07:00
    เขินพี่ใหญ่ -///-
    #613
    0
  16. #612 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 06:41
    สามผ่านขนาดนี้ พี่ใหญ่คงเดินหน้าเต็มที่แน่ๆเลย
    #612
    0
  17. #611 oni (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 05:23

    หายคิดถึงได้สนุกกับความรักของแฝด 4และว่าที่คนรักของเค้า ไรท์ฯขอบ่อยๆได้ป่าวคะ555

    โอ้ยคุณสองลุ้นยิ่งกว่าเจ้าของร้านเชียวววววว

    #611
    0
  18. #610 XCIII (@pharunya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:47
    มาแล้ววววว ชอบแฝด4บ้านนี้มากๆ ทั้งน่ารักทั้งตลก55555555 แหม คุณใหญ่ออกตัวแรงมากเลยนะคะ แล้วก็ดีใจกับจินด้วยยยย จะได้เก็บเงินได้เยอะๆ
    #610
    0
  19. #609 Sukanya1A (@Ssm1997) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:20
    แน่ๆๆๆๆคุณอธิปคะชอบเขาแล้วล่ะสิแหมๆๆ
    #609
    0
  20. #608 schoollunchiscoldsausages (@markksung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 23:49
    มาแล้วๆๆๆ แฝด4ในอ้อมอก ดีใจแทนจินมากที่ได้ออเดอร์ใหญ่อย่างนี้
    #608
    0
  21. #601 ออมม่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 15:02

    คิดแฝด 4 บ้านนี้จะแย่

    #601
    0
  22. #599 popansa (@popansa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 08:19
    กลับมาแล้วววว ขอบคุณนะคะ
    #599
    0
  23. #598 babebam (@arthidtaya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 11:24
    ชอบมากเลยค่ะ
    #598
    0
  24. #597 luxaky (@luxaky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 07:05
    ไรท์อิทส์คัมแบคค่าาาา
    #597
    0
  25. #596 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 00:31

    กรี๊ดดดดดดดด!!!!!!!!ไรท์มาแล้วฮือออออออออขอบคุณที่มาต่อเรื่องนี้นะคะขอบคุณค่ะ&#128591;
    #596
    0