[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 11 : วุ่นนัก 9 ต้องทำยังไงนายถึงจะรักฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 347 ครั้ง
    31 ม.ค. 62






 “หนูไปด้วยนะคะแม่”

แม่สาวน้อยยอดดวงใจของจินยองจับยึดขากางเกงของแม่ไว้แน่น ดวงหน้าเล็กที่ส่อเค้าสวยหวานตั้งแต่ยังเด็กบูดบึ้ง ริมฝีปากเล็กสีชมพูบิดเบ้ น้ำใสบางๆ กลิ้งคลอในดวงตาเป็นสัญญาณว่าใกล้จะร้องไห้

ควีนเมเนเจอร์คนเก่งใจสั่นอ่อนยวบ แทบอยากจะทิ้งงานอยู่ต่อ แต่เพื่อแจยองยังไงเขาก็ต้องกลับไปทำงานที่โซลอยู่ดี มือเรียวแกะมือเล็กนุ่มนิ่มของลูกสาวจากขาตน นั่งลงจับมือแกมากุมไว้

“ยังไม่ใช่ตอนนี้จ้ะ ถ้าหนูไปอยู่กับแม่ยายจะอยู่กับใครล่ะจ๊ะ ยายก็เหงาแย่เลยสิ อยู่ที่นี่กับยายก่อนนะ เป็นเด็กดีด้วยล่ะแล้วแม่จะมารับ”

มันคือคำพูดหลอกลวงชวนฝันที่จินยองพูดมาเป็นสิบครั้งแล้วเวลาที่กลับมาบ้าน ตั้งแต่จำความได้แจยองก็มักเรียกร้องที่จะได้อยู่กับแม่เสมอ การได้เจอกันนานๆ ครั้งมันไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มความต้องการภายในใจของเด็กน้อยได้

แจยองรู้ว่าแม่ต้องทำงานเพื่อหาเงินมาให้เธอ แต่ทุกครั้งเวลาที่แม่กลับมาหาแล้วแม่จะต้องกลับไปทำงาน เธอก็ยังเอาแต่ใจไม่อยากให้แม่ทิ้งเธอไว้

“พ่อยังไปด้วยได้เลย….” แจยองเงยหน้าไปทางพ่อ สายตานั้นเว้าวอนชวนให้ใจอ่อน ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องยอมทำตามใจเธอทุกอย่าง ไม่เว้นกระทั่งพ่อด้วย

“แจยอง

“พ่อเขาไม่ได้ไปอยู่กับแม่นี่จ๊ะแจยอง พ่อเค้าก็ต้องกลับไปทำงานของเขาเหมือนกัน รอยายทำเรื่องขอย้ายโรงเรียนได้ก่อนเราจะได้อยู่กับแม่ด้วยกันเนอะ” ยูนาปลอบประโลมหลานสาวคนสวย

จินยองมองแม่ด้วยสายตาคำถาม นี่แม่เขายังไม่จบเรื่องที่คิดจะย้ายไปสอนที่โซลอีกเหรอ?

“จริงเหรอคะยาย” แจยองร้องขอความมั่นใจ

“จริงจ้ะ แต่ตอนนี้หนูต้องปล่อยแม่เขาแล้วนะ เดี๋ยวแม่ไปทำงานไม่ทัน มานี่มาที่รัก”

ยายดึงแจยองออกห่างจากแม่ จินยองมองลูกสาวด้วยความสงสาร แต่เขาก็มัวโอ้เอ้ล่ำลาลูกนานไม่ได้ คุณกงเรียกให้เขาไปรายงานตัวก่อนสามโมงเย็นวันนี้ คิดว่าจะได้พ้นจากมาร์คถาวรแล้วเสียอีก ในที่สุดก็ต้องกลับไปดูแลเด็กคนนั้นอีกจนได้ ภาวนาให้มาร์คทำดีคิดดีให้มันนานๆ เถอะ

“พ่อไปก่อนนะแจยอง รักหนูนะคะ พอยายจัดการทุกอย่างเรียบร้อยพ่อจะมารับนะลูก”

แจบอมกอดยัยหนูแน่น หอมแก้มนุ่มกลมเป็นสีชมพูนั้นซ้ายขวาให้ชื่นใจก่อนจากลา แจยองหอมแก้มพ่อคืนไปหนึ่งฟอด

“มาเร็วๆ นะคะ”

“แน่นอนจ้ะ”  ท่าทางที่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ร้องไห้ของลูก กระทั่งผู้ชายใจแข็งอย่างแจบอมก็ยังอยากจะอุ้มแจยองกลับไปโซลด้วยเสียเลย แต่เขารู้ว่าถึงเอาลูกไปด้วยตอนนี้เขาก็ไม่สามารถจะดูแลแกได้อย่างเต็มที่อยู่ดี

“ลาก่อนนะครับคุณแม่”  แจบอมโค้งลายูนาอีกครั้ง ยูนาลูบต้นแขนเขาเบาๆ

“โชคดีนะแจบอม”

“บ๊ายบายนะแจยอง” จินยองโบกมือลาลูกสาว แจยองโบกตอบแม่แล้วหันไปซุกหน้ากับขาเรียวยาวของคุณยายยังสาว ยูนาอุ้มแจยองขึ้นแนบอก จับมือน้อยขึ้นโบก

“บ๊ายบายแม่ก่อนสิแจยอง เร็วเข้า แม่จะขึ้นรถไฟแล้วนะ”

แจยองหันมายกมือให้แม่เพียงแค่แป๊บเดียวแล้วหันไปซบหน้ากับบ่ายาย ร่างเล็กจิ๋วในอ้อมกอดยูนาสั่นเทา บอกให้พ่อกับแม่รู้ว่าแกกำลังร้องไห้

จินยองถอนหายใจ หักใจเดินหนีไปขึ้นรถไฟ ไม่หันกลับมามองแจยองอีก ยูนาเข้าใจว่าจินยองก็พยายามทำใจ มาหาแจยองทีไร เวลากลับไปก็เป็นแบบนี้ทุกที

จินยองรักลูกสาวมาก ถึงจะมีค่อยมีเวลาได้เลี้ยงดูก็เถอะ จินยองพยายามใจแข็งแบบนี้มานานแล้ว ตอนที่คลอดแจยองใหม่ๆ จินยองอยู่ดูแลลูกแค่สองเดือนก็กลับไปทำงานต่อ ถึงจะอาลัยอาวรณ์ แต่เมื่อมีความจำเป็นก็ต้องไปทั้งที่ใจก็อยากอยู่กับแจยองใจจะขาด

 

 

 

 

แจบอมนั่งข้างจินยองที่จับจองที่นั่งข้างหน้าต่าง ตั้งแต่รถไฟเริ่มออกเดินทางมาได้สิบนาที เขาก็เห็นจินยองซับน้ำตาอยู่เรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด

“แจยองน่าสงสารนะ” จินยองมองคนที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยหางตา แต่ไม่ได้พูดอะไร

“จะแยกกันอยู่แบบนี้ไปอีกนานเท่าไร จนแกโตเป็นสาวเลยหรือไง”

“คุณยุ่งอะไรด้วย นี่มันครอบครัวฉันนะ” จินยองหันมาแหวใส่เมื่ออีกฝ่ายพูดจาขัดหู

คิดว่าเขาอยากจะอยู่ห่างจากลูกหรือไง ถึงแม่เขาจะดูแลแจยองได้ แต่จะให้แม่ส่งเสียเลี้ยงดูแจยองคนเดียวได้ยังไง เขาทำงานหนักก็เพื่อให้แม่และแจยองอยู่สุขสบายขึ้น

เขาคิดเอาไว้ว่าทำงานอีกสักสองสามปีจนได้เงินเก็บมากกว่านี้อีกสักหน่อยก็จะลาออกจากงานกลับไปอยู่กับแจยองและแม่ แจบอมไม่รู้อะไรแล้วชอบพูดมากชะมัด

“ครอบครัวนาย แต่ยังไงแจยองก็คือลูกพี่ พี่มีสิทธิ์ยุ่ง ถึงแม่จะช่วยดูแลแกให้อย่างดี แต่ยายก็ไม่เหมือนพ่อแม่ ทำไมนายไม่ให้โอกาสพี่อีกสักครั้งล่ะ เรากลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าให้แจยองแกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ไง”

“ครอบครัวสำหรับแจยองไม่จำเป็นต้องมีคุณ” เจบีเริ่มคิ้วขมวด

เฮ้ๆ นี่มันลิดรอนสิทธิ์กันชัดๆ นะปาร์คจินยอง

“อย่าให้ทิฐิของนายทำให้ลูกได้รับผลกระทบไปด้วยสิ”

จินยองเม้มปากแน่น คำว่าทิฐิมันแทงใจดำจนเถียงไม่ออก

เขามีทิฐิแล้วยังไง? เขามีอคติกับแจบอมแล้วมันแปลกหรือไงล่ะ หรือเขาไม่มีสิทธิ์จะโกรธเคือง เสียใจ หรือน้อยใจอะไรในตัวผู้ชายคนนี้เลย

จะไปจะมาเคยคิดถึงความรู้สึกคนอื่นบ้างหรือเปล่า เอาแต่ใจไม่มีที่สิ้นสุด

“ฉันไม่ได้ห้ามให้คุณอยู่ใกล้แจยองสักหน่อย”

“แล้วตัวนายล่ะ” ได้แจยองแล้วยังจะไม่พอใจอะไรอีกเดี๋ยวก็ไม่ให้เจอแจยองอีกซะเลย

“ช่วยทำเป็นคนที่ไม่รู้จักกันเหมือนเดิมเถอะ รู้จักกันเพียงผิวเผินอย่างที่คุณเคยแสดงออกให้ใครต่อใครเห็นเหมือนที่ผ่านมาก็พอ”

เจบีอ่อนใจกับความรั้นของจูเนียร์จริงๆ โกรธอะไรเขานักนะ ตัวจินยองเองไม่ใช่เหรอที่โกหกว่าไม่ได้ท้องจนต้องเลิกรากันไปครั้งก่อน เขามีส่วนผิดก็จริงอยู่ เขามองแต่เรื่องของตัวเอง แต่จะบอกว่าจินยองก็ไม่มองแต่เรื่องงานของตัวเองเลยเหรอ?

ตั้งแต่กลับมาเกาหลีก็เจอกันแทบนับครั้งได้ เจอกันทีจินยองก็เอาแต่หลบเลี่ยง ทำเป็นไม่รู้จักเขา ทุกครั้งที่ต้องร่วมงานกับมาร์ค จินยองไม่เคยมาให้เขาเห็นหน้า แล้วอย่างนี้จะให้เขาหน้าด้านเซ้าซี้หรือไง จินยองเองก็ยืนกรานความต้องการหนักแน่นมาตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้วด้วย

 “พี่ทำไม่ได้หรอก จินยองคือแม่ของลูกพี่นะ”

จินยองมองออกไปนอกรถไฟแม่ของลูก ก็ดี สถานะนี้ก็ชัดเจนดี

“อยากให้พี่ทำเหมือนไม่รู้จักกันใช่ไหม? อยากให้ทำออกสื่อด้วยหรือเปล่าว่าเราเลิกรากันไปนานแล้วจนหวนคืนมาได้เพียงพี่น้องถ้าต้องการอย่างนั้นพี่ทำให้ก็ได้นะ”

คนฟังเผลอกัดริมฝีปากนี่เขากำลังไม่พอใจเรื่องอะไรอยู่ พี่น้องก็ถูกแล้วนี่ น้องชายที่เป็นแม่ของลูกก็เป็นฐานะที่ตลกดีเหมือนกัน

“ฉันต้องการอย่างนั้น คุณทำให้ได้จริงๆ ก็แล้วกัน” เจบีฟังน้ำเสียงเย็นชาของอีกฝ่ายแล้วใจเสีย จินยองไม่คิดอะไรก่อนจะตกลงเลยเหรอ

“พี่จะพยายามทำทุกอย่างที่จินยองต้องการ เมื่อจินยองอยากให้เราเป็นแค่คนรู้จัก พี่จะทำตามนั้น แต่จินยองต้องเตรียมใจไว้บ้างนะถ้ามันจะมีอะไรที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้นนับจากนี้”

“คุณกำลังข่มขู่ฉันอีกแล้วหรือไง คิดจะทำอะไรอีกล่ะ!” จินยองหันมามองหน้าแจบอม โวยวายด้วยความไม่พอใจ

แจบอมจับมือจินยองไว้ ร่างบางจะดึงกลับแต่ร่างสูงไม่ยอมปล่อย กุมมือนิ่มไว้แน่น

“เราจะมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ จินยองยังโกรธพี่อยู่ก็ไม่เป็นไร จะให้พี่เป็นแค่คนรู้จักหรือพี่ชายก็ตามใจ แต่พี่จะทำทุกอย่างให้จินยองเปิดใจกลับมารักพี่อีกครั้งให้ได้ เรื่องแต่งงานถ้าจินยองไม่พอใจ พี่จะไม่พูดถึงมันอีก พี่จะทำให้จินยองอยากแต่งงานและอยู่กับพี่ไปตลอดจากใจของเราจริงๆ พี่น่ะ

ร่างสูงประคองใบหน้าของคนที่กำลังอึ้งไว้ด้วยสองมือ ดวงตาสองคู่สบกัน หนึ่งคู่นั้นตกใจแต่อีกหนึ่งคู่นั้นจริงจัง นอกจากความจริงจัง จินยองยังเห็นความรู้สึกบางอย่างอยู่ในนั้นด้วย

“ยังรักจินยองอยู่นะ”

 จินยองอ้าปากค้าง ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากอิมแจบอม

ไม่เชื่อหรอก! นี่ไม่ใช่ความจริงแน่นอน บางทีแจบอมอาจต้องการที่จะทำให้เขาหวั่นไหว เผื่อจะยอมตกลงปลงใจรับปากไปอยู่ด้วยกันตามที่ต้องการ มันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆ!!

จินยองดึงมือแจบอมออกไปจากหน้าตน ผลักเขาออกห่าง

“คุณโกหกนี่คือแผนของคุณล่ะสิ!” จินยองไม่เชื่อลมปากของอิมแจบอมอีกต่อไปแล้ว

“มันคือความจริง ถึงเวลาห้าปีมันทำให้จินยองหมดรักพี่ได้ แต่สำหรับพี่มันต้องใช้เวลาที่ยาวนานมากกว่าห้าปีนะพี่ถึงจะเลิกรักจินยองได้

ตลอดเวลาหลายปี ถึงเขาจะเคยคบหาใครหลายคน แต่ใจมันก็คอยเอาแต่ผลักไสแล้วมีใครคนหนึ่งมาแทนที่คนเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์กับคนพวกนั้นจบลงในเวลาอันรวดเร็ว ถึงเขาจะงี่เง่าและเอาแต่ใจแค่ไหน เขาก็เป็นพวกยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

ห้าปีก่อนเขาผิดจริง ความคิดของเขายังมีแต่งาน มีแต่ความทะเยอทะยานพลุกพล่านอยู่ในใจ กระหายความสำเร็จที่มากขึ้น เขาอยากไขว่คว้าโอกาสงามนั้นไว้จนเผลอสั่งใจให้คิดเพียงว่าเขานั้นหลงจินยอง นั่นไม่ใช่ความรัก เขาเป็นเพียงคนเห็นแก่ตัวที่อยากได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อเขาเดินหน้าแล้วเขาก็ถอยหลังกลับไม่ได้ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมและเขาก็อยากคว้ามันไว้

เมื่อจบกันไป คนอื่นก็ไม่มีใครเหมือนปาร์คจินยอง คนที่ทำให้เขาหลงรักได้มีแค่คนคนนี้คนเดียว จะไปหาตัวแทนที่ไหนก็ไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว

คนเรา เมื่อห่างหายจากสิ่งไหนไปนานๆ ก็ย่อมต้องลืมเลือนไปตามกาลเวลา แต่เขากลับลืมจินยองไม่ได้ ชีวิตที่อิตาลีเป็นประสบการณ์ที่ดีแต่ถึงอย่างนั้นก็ยากลำบาก เขาคิดอยู่ตลอดเวลาว่าถ้ามีจินยองอยู่เคียงข้าง ทุกอย่างต้องดีกว่านี้แน่

ร่างสูงรั้งอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่น แม้จะไม่เพียงพอกับความคิดถึงที่สะสมมาหลายปี

“ถ้าจะให้ลืมเรื่องราวระหว่างเรา สำหรับจินยองอาจจะใช้เวลาแค่ห้าปีแต่สำหรับพี่อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเลยก็ได้นะ”

 

 

 

 

เมื่อถึงโซล จินยองก็แยกกับแจบอมตรงไปที่บริษัททันที ไปพบประธานก่อนกลับบ้านไปพักผ่อน แม้จะเหลือเวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดก็ตาม

กว่าจินยองจะได้ออกจากบริษัทก็เกือบห้าโมงเย็น วันนี้มาร์คไม่มีงานช่วงเย็นและค่ำ จินยองจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มงานในวันนี้ ที่ประธานกงให้จินยองกลับมาดูแลมาร์คอีกครั้ง เพราะเธอต้องการคนที่รู้ความลับของมาร์คและไว้ใจได้มากที่สุด

คุณผู้จัดการซุปเปอร์สตาร์หอบหิ้วข้าวของที่แวะซื้อจากตลาดเข้ามาในบ้าน คอนโดขนาดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของมาร์ค

อย่าว่าแต่มาร์คย้ายที่อยู่บ่อย จินยองเองก็ย้ายบ่อยไม่ต่างกัน ต้องย้ายมาอยู่ใกล้ๆ ไปหาสะดวก ถ้าอยู่คอนโดเดียวกันจะยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ แต่จินยองไม่มีทางยอมจ่ายเงินเพื่อเช่าคอนโดแสนแพงที่เดียวกับมาร์คแน่ รายได้ที่รับมามันจำนวนต่างกันนะ

จินยองสะดุ้งเมื่อเข้ามาในห้องแล้วเจอดาราในความดูแลที่ว่างงานนั่งอยู่ที่โซฟาสีน้ำตาลกลางห้อง ร่างบางมุ่นคิ้ว มองขวดบรรจุแอลกอฮอล์ราคาแพงพร่องไปครึ่งขวดวางบนโต๊ะตัวเตี้ยที่ทำจากกระจกหนา

“ดื่มตั้งแต่กลางวันเลยหรือมาร์ค ไม่ไปฟิตเนสหรือไง” จินยองเอาของไปเก็บใส่ตู้เย็นในครัวแล้วเดินกลับมาหามาร์ค ทักทายอย่างแปลกใจที่เห็นมาร์คมาอยู่ที่ห้องเขา ทุกครั้งที่ว่างช่วงกลางวันนี่มาร์คจะไปออกกำลังกายนี่นา

มาร์คเป็นพวกทำทุกอย่างหนักหมด ทำงานหนัก เที่ยวหนัก ดื่มหนัก แต่ออกกำลังกายหนักไม่แพ้กัน เพราะเที่ยวเตร่อย่างเดียวมันทำให้ร่างกายทรุดโทรม และคนที่ใช้รูปร่างหน้าตาหากินอย่างมาร์คเคยบอกจินยองไว้ว่า ต้องทำทุกอย่างให้สมดุลเพื่อขายสิ่งที่มีอยู่ให้ได้นานที่สุด

มันคือเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คนหน้าตาดีและมีพรแสวงพร้อมที่จะก้าวเข้าวงการมาแย่งงานกันทุกวัน ใครดี ใครเด่น ก็ต้องพยายามรักษาจุดยืนของตัวเองให้ได้นานที่สุดเท่าที่ทำได้

มาร์คคว้าข้อมือของคนที่กำลังจะเก็บเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพของเขาไป

“พอได้แล้วน่า” จินยองดุ จะเก็บขวดแก้วนั้นออกไป มาร์คยื้อขวดคืนจากมือวางที่เดิม ดึงรั้งร่างบางให้นั่งลง

“กลับบ้านไปเป็นยังไงบ้าง” จินยองประหลาดใจกับคำถามธรรมดาทั่วไปจากมาร์ค นึกว่าจะโวยวายที่เขาทิ้งไป หรือไม่ก็ต้องถามเรื่องข่าวเสียอีก

ตอนไปคุยกับคุณกง คนในบริษัทที่เดินสวนกันไม่มีใครไม่ทักเขาเรื่องลูกและแจบอม

“ดีมากเลย แต่ยังไม่หายคิดถึงหรอก” มาร์คถอนหายใจ อยากถาม แต่ก็ไม่อยากทำให้จินยองลำบากใจ

“เป็นอะไรหรือเปล่ามาร์ค มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือไงถึงดื่มตั้งแต่ยังไม่ค่ำแบบนี้” จินยองแสดงความห่วงใย เขารู้สึกว่ามาร์คแปลกไปจากทุกที

มาร์คหันไปมองหน้าจินยองอยู่ครู่ มองจนจินยองสงสัย

“มีอะไร มองหน้าแบบนี้นี่มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ฉันจะไปทำข้าวเย็นแล้วนะ หิวจะตายแล้ว”

“ฉันอยากรู้เรื่องของนายกับเจบี”

ในที่สุดมาร์คก็เอ่ยออกมา จินยองไม่แปลกใจเท่าไร เดาได้ว่าต้องมีเรื่องนี้รวมอยู่ในใจมาร์คด้วย เด็กคนนี้คงสงสัยว่าทำไมเขาไม่บอกเรื่องส่วนตัว แต่เพราะมันส่วนตัวนี่ล่ะถึงไม่ได้เล่าให้ฟัง

“ทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้วน่ะ ฉันกับเขาเคยคบกัน แต่เลิกกันไปเพราะเขาต้องไปอยู่ต่างประเทศ ฉันท้องแต่ไม่ได้บอกเขา เจบีเองก็เพิ่งรู้ว่ามีลูก นายคงรู้จากข่าวแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ข่าวลง”

มาร์คพยักหน้าช้าๆ รับรู้ จินยองเงียบ มาร์คเวลาไม่โวยวายนี่ไม่ชินเลย ตอนที่รู้เรื่องแจยองยังโวยซะหูเขาแทบแตก แต่ตอนนี้กลับเงียบ

“นายยังรักหมอนั่นอยู่หรือเปล่า?” คำถามของมาร์คทำให้คนที่ถูกถามชะงัก จินยองไม่เข้าใจว่ามาร์คจะถามขึ้นมาเพื่ออะไร

“นายจะอยากรู้ไปทำไม ถ้าเมาก็ไปนอน ฉันให้ยืมเตียง ฉันจะไปหาอะไรกินล่ะ” จินยองขยับจะลุกหนีคำถามน่าอึดอัด แต่มาร์คยึดแขนเขาไว้ไม่ให้ไปไหน ใบหน้าหล่อจัดเริ่มบึ้งตึง

“ทำไมไม่ตอบ!

“นายจะเสียงดังทำไมมาร์ค เรื่องที่นายถามมันเรื่องส่วนตัวของฉันนะ นายจะอยากรู้ไปทำไม”

จินยองไม่อยากโกหกมาร์ค ไม่อยากหลอกตัวเอง แต่เขาก็ไม่ต้องการพูดความจริงตอกย้ำ เขาไม่อยากกลับไปหาแจบอมอีกแล้วแม้ในใจจะยังรักอยู่ก็ตาม เขายังไม่มั่นใจในตัวแจบอมมากพอให้กลับไป

“ยังรักเจบีนั่นอยู่สินะ”

“นายชักจะพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะมาร์ค ปล่อยเถอะ” จินยองบิดข้อมือตนออกจากมือมาร์ค แต่น่าแปลกที่คราวนี้กลับทำไม่ได้ มาร์คเริ่มออกแรงมากขึ้นจนเขาเจ็บ

“มาร์ค”

มาร์คไม่ตอบรับคำเรียกของจินยอง กลับผลักร่างบางลงนอนกับโซฟา จินยองที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจเมื่อถูกมาร์คคร่อมอยู่เหนือร่าง กักตัวเขาไว้ แต่ถึงจะตกใจมากที่จู่ๆ ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าวางใจ แต่จินยองยังมีสติดันอกกว้างของอีกฝ่ายไว้

“มาร์ค! จะทำบ้าอะไร ลุกออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!

“ฉันเกลียดแจบอมหมอนั่นจะเอานายไปจากฉันใช่มั้ย!

ร่างบางใจหายยามเห็นสายตาของมาร์ค มันทั้งเศร้า เจ็บปวด และสับสน

“มาร์คนายเป็นอะไรไป นายไม่เคยทำอย่างนี้กับฉันนี่ ถอยออกไปเถอะแล้วเรามานั่งคุยกันดีๆ จะดีกว่านะ” จินยองพยายามใจเย็น โน้มน้าวใจให้มาร์คไม่ทำอะไรบ้าๆ

“ทำไมทุกคนที่ฉันรักถึงไม่เคยอยู่กับฉันสักคน กระทั่งนายเองก็ไม่ใช่ของฉัน ฉันน่าจะทำอย่างนี้ตั้งนานแล้วนายว่าไหม ฉันจะได้ไม่เสียนายไป”

มาร์คกดแขนทั้งสองของจินยองไว้กับโซฟา เขารู้ว่าแจบอมต้องการสื่ออะไรถึงแท็กรูปในอินสตาแกรมมาให้  อิมแจบอมต้องการให้เขารู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวจินยอง

ผู้ชายคนนั้นต้องรู้ รู้แน่นอนเรื่องข่าวคราวที่แฟนคลับของเขาพูดถึงกันอยู่เรื่อยๆ เรื่องความสัมพันธ์ของเขาและจินยอง มีแต่เขาที่สนใจจินยอง แต่จินยองไม่เคยสนใจเขามากไปกว่าคนที่ต้องดูแลตามหน้าที่

ตอนที่เห็นรูปของลูกสาวจินยองที่แจบอมโพส เขาเหมือนถูกต่อยหน้า มันไม่ใช่ความเจ็บ มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่านั้น โกรธ เสียใจ ไม่เข้าใจ

“มาร์คถ้านายคิดจะทำอะไรบ้าๆ กับฉันก็หยุดซะ นายถามใจตัวเองให้ได้เถอะว่าตอนนี้นายรู้สึกกับฉันยังไงกันแน่ นายจะทำแบบนี้เพราะอะไร เหตุผลล่ะคืออะไรกันแน่”

จินยองกลับมาเยือกเย็นอีกครั้งหลังจากหายตกใจ เขามั่นใจในตัวมาร์คว่ามาร์คคงไม่ทำอะไรไม่ดีหรือทำเรื่องหักหาญน้ำใจเขาแน่นอน ถ้ามาร์คคิดจะทำก็ต้องทำนานแล้ว

“ฉันรักนาย”

จินยองตกใจแต่ยังรับฟังถ้อยคำที่ไม่น่าเชื่อนั้นด้วยอาการที่สงบ เลิกพยายามดิ้นรนให้หลุดไปจากมาร์ค เดี๋ยวมาร์คก็ปล่อยเขาเอง จินยองพยักหน้าช้าๆ เหมือนจะเข้าใจ ริมฝีปากบางเม้มแน่นแล้วคลายออก สบตามาร์ค พยายามค้นหาคำว่ารักจากในนั้น

ไม่เจอเท่านี้จินยองก็เข้าใจ มาร์คไม่ได้รักเขามากมาย อาจจะรัก แต่ไม่มากพอที่จะเป็นความรักเชิงชู้สาว มาร์คต้องสับสน คงต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่อีกฝ่ายต้องการในเวลานี้

“มาร์คปล่อยแขนฉันก่อน ฉันเจ็บ” จินยองไม่ได้โวยวาย ตะคอก หรือตวาด เขาเอ่ยอย่างปกติ มาร์คปล่อยแขนจินยองให้เป็นอิสระ แต่ยังวางมือลงบนโซฟา กักตัวจินยองเอาไว้

จินยองดูแขนของตน เพราะเป็นคนผิวขาวมากโดนจับแรงๆ ก็เห็นรอยมือชัดเจน แต่เด็กคนนี้นี่แรงเยอะจริงๆ เลย

คุณผู้จัดการสบตามาร์ค กลั้นใจแล้วเงื้อมือตบหน้ามาร์คไปหนึ่งที มาร์คอึ้ง ไม่คิดว่าจะถูกตบ

“นายมีแบมแบมกับลูกแล้วนะมาร์ค นายไม่ควรพูดแบบนี้กับฉัน คนที่นายควรจะรักคือผู้ชายคนนั้นและเด็กที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เลิกบ้าซะ” จินยองต้องการตบเพื่อเรียกสติ แต่เหมือนจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายขาดสติซะมากกว่า มาร์คหัวเสียกับสิ่งที่จินยองพูด

“ฉันบอกว่ารักนาย แต่นายดันไล่ฉันไปหาคนที่ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลยเนี่ยนะ ใจร้ายเป็นบ้า!

จินยองเอือมกับคนที่เอ่ยวาจาตัดพ้อ มาร์คนี่อารมณ์แปรปรวนจริง อยู่ๆ ก็นึกบ้าขึ้นมา ใครไปทำอะไรมาอีก

“ฉันไม่ได้ใจร้ายนะมาร์ค นายรักฉันจริงเหรอ? นายไม่เคยรักใครระหว่างนายกับฉันมันเป็นเพียงความผูกพันและความใกล้ชิดเท่านั้น ฉันเป็นคนที่เข้าใจนายที่สุด นายเลยหลงคิดไปว่านายรักฉัน ทั้งที่ความจริงแล้วระหว่างเรามันคือพี่น้อง ฉันว่านายเองก็รู้ดีว่าเราไม่เหมาะกันเลย เรารักกันในแบบอื่นไม่ได้หรอก ฟังนะมาร์คนายไม่ควรสนใจฉันนะ ฉันมีลูกแล้ว นายเองก็เช่นกัน นายควรเอาเวลาไปดูแลแบมแบมและลูก พวกเขาสองคนจะเป็นคนที่ทำให้นายรู้จักว่ารักที่แท้จริงเป็นยังไง เมื่อแบมแบมคลอด ลูกจะเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุดในชีวิตนายเลย ตอนนี้นายกลับไปก่อนเถอะ สงบสติอารมณ์ได้เมื่อไรค่อยมาคุยกัน”

“ถึงจะพูดมากมายแค่ไหน สรุปแล้วนายก็แค่อยากผลักไสฉันไปไกลๆ” ร่างสูงซบหน้าลงกับไหล่บาง จินยองสะดุ้งคิดว่ามาร์คจะทำอะไรเกินเลย แต่ไม่ใช่เลยมาร์คแค่ซบเท่านั้น

จินยองค่อยๆ เอื้อมมือแตะลงบนแผ่นหลังของคนที่กึ่งๆ ว่าจะนอนทับตนอยู่ ดีที่ไม่โถมทับมาทั้งตัว มาร์คตัวหนักจะตาย

“มีอะไรในใจหรือเปล่ามาร์ค”

“ฉันอยากให้นายอยู่กับฉัน” มาร์คไม่บอกว่าตัวเขาไม่เหลือใครแล้ว บอกไปจินยองก็ไม่เข้าใจ อยาว่าแต่เขาไม่เคยรู้เรื่องของจินยอง จินยองเองก็ไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเขาเช่นกัน

จินยองมุ่นคิ้ว สงสัยกับวาจาที่แปลกไปของมาร์ค

“ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง”

“ไม่ใช่แบบนั้น” มาร์คคิดว่าจินยองคือคนที่ใช่ที่สุดในตอนนี้ ใกล้ชิดมากที่สุดในเวลานี้ แต่จินยองไม่สามารถอยู่กับเขาตลอดไปได้ จินยองมีลูกสาวแล้ว

จินยองจะอยู่ดูแลเขาได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้

“แล้วต้องเป็นแบบไหนล่ะ มีอะไรก็ระบายได้นะ ไม่สบายใจเรื่องอะไรหรือมาร์ค หรือว่าเรื่องที่บ้าน”

ร่างบางใช้น้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ได้ปลอบประโลมหรือเห็นใจ เพราะรู้ดีว่ามาร์คไม่ชอบ

“ไม่มีอะไรหรอกขอโทษนะ” มาร์คไม่อยากเสียจินยองไปตอนนี้ อย่างไรเขาก็ยังมีจินยองอยู่ แม้จะไม่รู้ว่าจะมีไปได้อีกนานแค่ไหนก็เถอะ

“นายเป็นน้องชายที่ฉันรักมากนะมาร์ค” เรื่องนี้จินยองไม่ได้โกหก เขาพูดจากใจ แต่กลับได้รับสายตาขุ่นเคืองจากมาร์ค

“หยุดตอกย้ำเรื่องอายุสักทีเถอะน่า! ฉันอายุน้อยกว่านายแค่สองปีเอง”

“เออๆ แต่ตอนนี้ลุกออกไปก่อนได้ไหมมันหนักนะ” จินยองขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด คราวนี้มาร์คยอมถอยออกไป

“เจอกันพรุ่งนี้นะ ฝากเหล้าไว้ก่อนเดี๋ยวแวะมากิน ไปล่ะ”

มาร์คล่ำลาแล้วออกจากห้องไป ทิ้งจินยองให้นอนงงอยู่ที่เดิม

“มาร์คเป็นอะไรไปนะเนี่ย

 

 

 

 

 

มาร์คเคาะพวงมาลัยรถ ครุ่นคิดว่าจะไปไหนดี ไหนๆ ก็ว่างแล้ว

ไปฟิตเนสเหรอไม่มีอารมณ์จะเสียเหงื่อตอนนี้ซะด้วย เขาไม่อยากอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่มีอารมณ์จะเที่ยวนี่สิ

ไม่มีที่จะไปนี่ลำบากว่ะ!

มาร์คถอนหายใจ ในเมื่อคิดไม่ออกก็ขับรถเล่นไปเรื่อยๆ แล้วกัน

คุณดาราถอยรถออกจากลานจอดรถคอนโดของจินยอง ตั้งใจจะขับรถไปเรื่อยเปื่อยจริงๆ

ระหว่างจอดรถตามสัญญาณไฟจราจร มาร์คที่มองออกไปนอกรถแก้เบื่อก็เหลือบไปเห็นรถคันข้างๆ คนขับเป็นชายหนุ่ม ข้างกายเขาคือหญิงสาววัยยี่สิบกว่าๆ เธอกำลังหยอกล้อเล่นกับเด็กทารกหน้าตาน่ารักตัวอ้วนคนหนึ่ง ซึ่งมาร์คคาดคะเนอายุของเด็กคนนั้นไม่ถูก

ดวงตากลมโตใสแจ๋วของเด็กชายคนนั้นมองมาทางมาร์ค ผู้เป็นแม่ที่ชี้ชวนให้ลูกดูนั่นดูนี่ชะงักค้างเมื่อมองตามสายตาของลูกชายแล้วเห็นดาราดัง เธอรีบหยิบแท็บเลตมาเขียนแล้วยื่นติดกระจกให้มาร์คดู

<ฉันเป็นแฟนคลับคุณค่ะ!>

มาร์คเพ่งมองข้อความ ไม่ได้ลดกระจกรถลงจึงไม่ได้ยินว่าเธอพูดอะไร แต่ตื่นเต้นที่เห็นเขาล่ะมั้ง

มาร์คเอื้อมมือไปหยิบบทละครที่วางบนเบาะข้างคนขับ หยิบปากกาที่เหน็บตรงกระเป๋าเสื้อเชิ้ตออกมา กัดปลอกปากกาด้วยปาก รีบเร่งขีดเขียนบนพื้นที่ว่างบนกระดาษขาวด้วยตัวหนังสือตัวโตๆ

มาร์ควางทาบบทละครที่มีตัวหนังสือจากลายมือเขาตรงกระจกให้แม่เด็กมองชัดๆ หญิงสาวคนนั้นหันไปตีไหล่สามี ก่อนจะชี้ชวนให้มองมาที่รถของมาร์คด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ

<ยินดีที่ได้พบครับ แฟนไซน์อาทิตย์หน้าไปหาผมนะ อยากรู้จักหนูน้อยคนนั้น>

สำหรับแฟนคลับ มาร์คไม่เคยเหวี่ยงหรือวีน ถึงเขาจะทำตัวแย่มากแค่ไหน จะชื่อเสียงฉาวกระฉ่อนคับวงการเพียงใด แต่สิ่งที่แฟนคลับรับรู้คือ มาร์คต้วนไม่เคยทอดทิ้งบรรดาแฟนๆ เขาดูแลเทคแคร์พวกเธอราวกับเจ้าหญิง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ไม่ว่าตัวเขาจะมีเรื่องราวเลวร้ายมากแค่ไหน ชื่อของมาร์คต้วนก็ยังเป็นที่หนึ่งในวงการ

แม่เคยบอกเขาเสมอว่า นักแสดง นักร้อง ศิลปินต่างๆ นั้นอยู่ได้ด้วยฝีมือและแฟนคลับ ถ้าขาดผู้ที่ให้การสนับสนุนก็ไม่มีวันได้ยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุด  ไม่ว่าจะโด่งดังมากแค่ไหนก็ต้องมองเห็นแฟนคลับอยู่ในสายตาเสมอ และแฟนคลับต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด

มาร์คส่งยิ้มให้หญิงสาวคนนั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่สัญญาณไฟเปลี่ยนพอดี เขาออกรถนำหน้ารถของสามีเธอ รู้แล้วว่าจะไปที่ไหนแก้เบื่อดี

น้าอยากให้มาร์คแบ่งเวลามาหาน้องบ้าง ไม่ต้องบ่อย เดือนละครั้งก็ยังได้ พาน้องไปหาหมอหรือไม่ก็มาคุยกับลูกบ้าง

“ฉันมีลูกแล้ว นายเองก็เช่นกัน นายควรเอาเวลาไปดูแลแบมแบมและลูก”

ไปหาเด็กนั่นก็แล้วกัน

 

 

 

 

มาร์คขับรถไปที่คอนโดของแบมแบม แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อรู้ว่าแบมแบมไม่อยู่ที่นี่สักพักแล้ว

เด็กคนนั้นไปทำงานหรือเปล่า?

มาร์คโทรไปหาอิมแจบอมเพื่อถามว่าทำงานที่ไหนกัน ก็ได้รับคำตอบว่าแจบอมเองเพิ่งกลับมาถึงโซล ไม่ได้ทำงาน และให้ลูกน้องหยุดงานตามไปด้วย

สถานที่สุดท้ายที่คุณดาราคิดออกก็คือ บ้านของน้าสาวแบมแบม แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ไหมนี่สิ

เขาควรจะโทรไปถามก่อนหรือเปล่า?

มาร์คไม่อยากเสียเวลาไปมาจึงตัดสินใจจะโทรศัพท์ไปหาเจ้าของเมลิซี เบอร์ของคุณเมริสานั้นมาร์คก็โทรไปถามมาจากคุณแม่ของแบมแบมอีกทีหนึ่ง

โหย กว่าจะติดต่อแบมแบมได้นี่ยากนะ!!!

นับว่ามาร์คก็มีความพยายามไม่น้อย

<น้าดีใจมากเลยจ้ะที่มาร์คอยากไปหาน้อง แต่เอาเบอร์น้าเมย์ไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะจ๊ะที่รัก เพราะน้องไม่ได้อยู่บ้านน้าเมย์จ้ะ น้องอยู่บ้านพี่คุณ เดี๋ยวน้าบอกที่อยู่ให้นะ เตรียมจดนะจ๊ะ>

คุณแม่แบมแบมนับว่ากรุณามาร์คอยู่มากที่ยอมบอกที่อยู่นิชคุณให้เขารู้โดยไม่ปิดบัง เธอแปลกใจมากที่มาร์คโทรข้ามประเทศหาเธอเพื่อถามหนทางติดต่อแบมแบม

การที่มาร์คจะขอเบอร์เมริสาก็ต้องบอกตามตรงว่าอยากไปหาแบมแบม รัดเกล้าชอบใจที่มาร์คคิดจะไปหาลูกชายเธอสักที นี่พนันกับสามีไว้ นาคินทร์บอกเธอว่าผ่านไปเป็นเดือนมาร์คก็ไม่มีทางโผล่หน้าไปหาแบมแบมหรอก

โฮะๆ เธอชนะนะคราวนี้!

“ขอบคุณมากนะครับคุณน้าสำหรับที่อยู่”

<ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้าโดนตาแบมแบมด่าว่าอะไรก็เฉยๆ ไว้นะ อารมณ์แปรปรวนน่ะ ตามประสาคนท้อง อดทนหน่อยนะจ๊ะ> มาร์คล่ะอึ้งกับคำขู่ของแม่แบมแบม ลองกล้าด่าเขาสิ จะตีให้

“ผมจะพยายามครับคุณน้า”

<ดีจ้ะ ฝากน้องด้วยนะมาร์ค>

“ครับ”

มาร์คถอนหายใจ เก็บโทรศัพท์แล้วขับรถไปหาแบมแบมตามที่อยู่ที่ได้มาใหม่

คอนโดของนิชคุณนั้นความจริงแล้วอยู่ไม่ไกลจากคอนโดของเขาเลย เดินทางไม่ถึงสิบนาทีก็ถึง โซลนี่แคบจริงๆ

มาร์คผ่านด่านรีเซปชั่นโดยง่ายดายเพราะคุณแม่แบมแบมนั้นติดต่อไว้ให้แล้วว่าเขาจะมา ที่นี่มีแต่นักธุรกิจและคนมีฐานะในสังคมอาศัยอยู่กันมาก ดาราบางคนก็อาศัยที่คอนโดแห่งนี้ ความปลอดภัยจึงเข้มงวดไม่น้อย

 

 

 

แบมแบมเพิ่งอบมัฟฟินเสร็จ มุ่นคิ้วเมื่อได้ยินเสียงออดที่หน้าบ้าน ร่างบางวางมัฟฟินลงบนโต๊ะทำอาหารในครัว รีบถอดถุงมือกันร้อนเดินออกไปดูที่หน้าประตู

“พี่ซองจุนลืมเอาคีย์การ์ดไปหรือไง” ร่างบางบ่นพึม นึกว่าพี่ชายที่ออกไปซื้อน้ำผึ้งลืมคีย์การ์ด ลำบากเขาเดินออกมาเปิดอีก

ทันทีที่ร่างบางเปิดประตูออกไปก็ชะงักค้างเมื่อเห็นว่าใครมา เร็วเท่าความคิดแบมแบมรีบปิดประตูทันที แต่มาร์คไวกว่า เขาดันประตูเอาไว้ได้ก่อนมันจะปิด แบมแบมออกแรงขืนจะปิดมัน

“ออกไปนะ คุณมาที่นี่ได้ยังไงน่ะ!

“แม่นายบอกที่อยู่ให้ฉันมา ขอเข้าไปหน่อยสิ”

“ไม่เอา! ออกไปนะฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ!!” แบมแบมโวยวายเมื่อสู้แรงไม่ไหวถูกอีกฝ่ายดันประตูสวนเปิดเข้ามาจนได้

มาร์คก้าวเข้าไปในห้อง ปิดประตูตามหลังเสียงดัง แบมแบมสะดุ้ง เหมือนเห็นภาพเดิมฉายซ้ำอย่างไรก็ไม่รู้

คงไม่ได้คิดจะมาทำเรื่องไม่ดีหรอกใช่ไหม ถ้าทำล่ะก็คราวนี้เขาจะแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย!

มาร์คก้าวเข้าไปใกล้ แบมแบมก็ก้าวถอยหนี ร่างสูงชักจะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายทำท่าทางรังเกียจเขานักหนา

“นายจะหนีทำไม?”

“ไม่รู้” เออ นี่ความจริง แบมแบมก็ไม่รู้ไงว่าทำไมต้องหนี แต่อยู่ใกล้มาร์คแล้วเขาไม่ไว้วางใจ พี่ซองจุนรีบกลับมาเร็วๆ หน่อยสิ!

มาร์คได้ยินดังนั้นก็หยุดเดิน แบมแบมจึงหยุดหนีแต่ยังไม่วางใจ ส่งสายตาระแวงมาให้

ทั้งสองคนมองหน้ากันท่ามกลางความเงียบอยู่หลายนาทีจนแบมแบมหมดความอดทนก่อน เขาหันหลังจะเดินหนีไปดูขนมในครัว

มาร์ครั้งแขนเรียวไว้ไม่ให้ไป ดึงรั้งเข้าหาตัวแล้วสวมกอดร่างบางไว้แน่น แบมแบมตกใจจนร้องโวยวายไม่ออก ไม่คิดว่าจะถูกกอด นึกว่าหมอนี่มาเพื่อทำอะไรบ้าๆ ซะอีก

            แต่อ้อมกอดที่ไร้อันตรายอย่างที่กลัวก็ยังไม่ทำให้แบมแบมตกตะลึงได้เท่าคำพูดที่ออกมาจากปากของมาร์ค ลมหายใจอุ่นเป่ารดข้างแก้ม และเสียงนั้นดังอยู่ข้างหูจนแบมแบมไม่อาจคิดไปได้ว่าตนเองหูฝาด

“ต้องทำยังไงนายถึงจะรักฉันแบมแบม

ต้วนอี้เอินกินยาแล้วลืมเขย่าขวดรึไง!!!

แบมแบมยืนอึ้งกับคำถามของอีกฝ่าย มาร์คต้องการล้อเล่นอะไรกับเขาอีก! มาเพื่อถามอะไรไร้สาระอย่างนี้เหรอ ว่างมาก?

“ปล่อยฉันนะ คุณทำบ้าอะไรอยู่มาร์ค พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ฉันไม่ตลกด้วยนะ!

แบมแบมไม่มีความรู้สึกอะไรเลยกับกอดของมาร์ค ในสมองมีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด จู่ๆ มาร์คก็มาหา มากอด แถมยังพูดจาอะไรไม่รู้เรื่องอีก และที่สำคัญที่ทำให้เขาไม่อยากถูกกอดก็เพราะเขากำลังรู้สึกคลื่นไส้อีกแล้วนี่สิ

“ฉันไม่ได้ตลกนะแบมแบม ฉันจริงจังนะ!” ยิ่งแบมแบมดิ้นรนจะให้ปล่อย มาร์คยิ่งกอดรัดแน่นจนคุณแม่ยังหนุ่มแทบจะหายใจไม่ออก

“เออ คุณไม่ตลกสินะจู่ๆ ก็มาบ้านคนอื่นเขาแล้วมาพูดประโยคชวนคลื่นไส้แบบนี้ใส่หน้าฉัน คุณคิดว่าฉันจะตอบคุณว่ายังไงเล่า! จะให้บอกว่า คุณไม่ต้องทำอะไรหรอก เพราะฉันรักคุณอยู่แล้วแบบนี้เหรอ?! ฝันเหอะ โอ๊ย จะกอดรัดอีกนานไหมฉันอึดอัด!

แบมแบมเริ่มจะหัวเสียเพราะอาการเวียนหัวและผะอืดผะอมที่ไม่เคยเป็นกำลังเล่นงานเขาอยู่ เขาไม่เคยแพ้ท้องเลยนะ ทำไมถึงอยากอาเจียนขึ้นมาได้เล่า

“เลิกดิ้นแล้วพูดจาให้มันดีๆ สิ ฉันถึงจะปล่อย!” มาร์คหน้านิ่วด้วยความเจ็บเมื่อถูกแบมแบมทุบหลังแรงๆ เป็นการขัดขืนและต่อต้าน เห็นตัวบางๆ แบบนี้มือหนักใช่เล่นเลยนะ

“ฉันจะอ้วก” เสียงหวานอ่อนลง

“หือ?”

“ฉันคลื่นไส้มากๆ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะอ้วกรดเสื้อคุณเดี๋ยวนี้แหละ” แบมแบมหยุดทุบ กลั้นใจพูดแล้วยกมือปิดปาก มาร์ครีบปล่อยแทบจะทันทีที่แบมแบมพูดจบ

ดวงตากลมมองมาร์คด้วยสายตาไม่เป็นมิตร รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ มาร์คยืนเคว้งอยู่กลางห้อง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อนาทีต่อมาได้ยินเสียงอาเจียนโอ้กอ้ากดังมาจากในห้องน้ำ

เหมือนในละครที่เคยเล่นเลย ไอ้อาการแพ้ท้องแล้วต้องอาเจียนแบบนี้เนี่ย

มาร์คเดินตามไปดูแบมแบมถึงหน้าห้องน้ำ ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็น แต่พอเห็นท่าทางน่าสงสารของจริงยิ่งกว่าในละครก็ก้าวเข้าไปช่วยลูบหลังให้คนที่ก้มหน้าอาเจียนใส่ชักโครกไปสองทีจากนั้นชักมือกลับเหมือนกล้าๆ กลัวๆ ลูบเสร็จก็กลับไปยืนเกาะขอบประตู

“เป็นอะไรน่ะ” แต่คำตอบที่มาร์คได้รับจากแบมแบมกลับเป็นเสียงอาเจียนแทนซะนี่

พออาเจียนจนไม่มีอะไรจะออกมาอีกแล้ว แบมแบมก็รีบล้างหน้าล้างปาก หันหลับมามองมาร์คเขม็ง มือหนึ่งบีบจมูกตน อีกมือชี้หน้าพ่อของแฝด

“เพราะคุณคนเดียวเลยมาร์ค! ออกไปให้ห่างๆ จากฉันเลย ถอยออกไปเลยหนึ่งเมตร!

มาร์คยืนอึ้งที่โดนไล่

“เฮ้..ทำไมล่ะ?!

“ฉันท้องจนจะสามเดือนอยู่แล้วฉันไม่เคยอาเจียนเลยสักแอะ แต่พอเจอคุณทีไรฉันก็ต้องคลื่นไส้ทุกที ถึงคุณจะน่ารังเกียจฉันก็ไม่คิดว่าจะอ้วกเพราะเห็นหน้าคุณหรอกนะ ฉันว่าฉันกำลังแพ้คุณนี่แหละ คุณใส่น้ำหอมบ้าอะไรทำไมมันเวียนหัวชวนอ้วกแบบนี้!!” คุณแม่แฝดโวยลั่นใส่หน้ามาร์คอย่างไม่เกรงใจ

มาร์คฟังแล้วถึงกับจุก เป็นความรู้สึกที่ยิ่งกว่าโดนถีบในฉากแอ็คชั่นเสียอีก

มาหาว่า Armani Attitude Extreme ของเขาเหม็นเนี่ยนะ

ถึงสำหรับคนอื่นน้ำหอมที่คุณดาราใช้จะเป็นน้ำหอมกลิ่นชวนน่าหลงใหล เร่าร้อน ตรึงใจ และทำให้คนใช้เซ็กซี่ขึ้นทันตาขนาดไหน แต่สำหรับแบมแบม มันเป็นกลิ่นที่ทนดมไม่ได้เลยจริงๆ

“แพ้ฉัน?” มาร์คชี้หน้าตัวเองเพื่อขอคำยืนยัน

“ใช่!” แบมแบมแน่ใจแล้วว่าใช่ อาการแพ้ท้องของเขานี่แปลกประหลาดจริงๆ แพ้มาร์คเนี่ย เดี๋ยวต้องโทรไปถามแม่ให้แน่ใจ

“บ้าแล้ว! นายอย่ามาไล่กันทางอ้อมด้วยวิธีบ้าๆ แบบนี้นะ” แพ้ท้องจำพวกแพ้กลิ่นอะไรนี่เขาก็พอรู้มาบ้างหรอก แต่มาแพ้กลิ่นเขานี่มันไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจได้เลยนะแบมแบม!

“ฉันไม่ได้ไล่ นี่ฉันจริงจังนะ” แบมแบมถอยกรูดไปจนชนอ่างอาบน้ำเมื่อมาร์คเดินเข้ามาในห้องน้ำ เท้าเอวตีหน้ายักษ์ใส่เขา

“ฉันไม่เชื่อ!

“ฉันพูดจริงนะ ขอร้องล่ะออกไปห่างๆ ที” แบมแบมลงทุนพูดเพราะๆ กับมาร์คต้วนแล้วนะ อย่าเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากนักสิโว้ย

“ทำไมฉันต้องออกไปด้วย ฉันมาคุยด้วยดีๆ นะแบมแบม นี่นายอย่ามาเจ้าคิดเจ้าแค้นกับเรื่องที่ผ่านมาได้ไหม?” มาร์คคิดว่าแบมแบมพยายามไล่ตนออกไปเพราะเรื่องเก่าๆ พูดง่ายๆ เหมือนตัวเองไม่ได้คิดจะฆ่าลูกเลยสักนิด

แบมแบมที่ถอยจนหลังชนผนังกระเบื้องเย็นๆ ตั้งใจไว้เลยว่าถ้ามาร์คเข้ามาใกล้กว่านี้อีกนิดจะยอมเป็นคนไร้มารยาทยกเท้าถีบแล้วนะ จริงอยู่ที่เขายังไม่ลืมว่ามาร์คพยายามจะทำให้ลูกเขาแท้ง เกลียดเข้าไส้เลยนะ แต่ตอนนี้นี่ไม่คิดถึงเรื่องเก่าเลย เขาคิดแต่เรื่องปัจจุบันนี่มากกว่า

“คุณจะฆ่าฉันรึไง ฉันบอกว่าฉันไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมบนตัวคุณไง!

“นี่แพ้น้ำหอมฉันจริงเหรอ?” มาร์คยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แบมแบมผลักเขาออกไป พยักหน้ารับ

“ประสาท!

“คุณสิประสาท! มาทำความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาแล้วยังพูดมากอีก ต่อไปเลิกใช้ไปเลยนะไอ้น้ำหอมกลิ่นนี้เนี่ย จะอ้วก”

มาร์คคิดจะมาหาแบมแบมแก้เบื่อ มันก็หายเบื่อจริงๆ แต่ชักจะหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ ท่าทางน่ารำคาญของแบมแบมนี่มันทำให้รู้สึกโมโหได้จริงๆ นะ

มาร์คค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดแรกออก แบมแบมเห็นเข้าก็ร้องลั่นทันที

“คุณจะทำอะไร! จะถอดเสื้อทำไมน่ะ”

“อาบน้ำ”

“อะ..อาบน้ำ? เพื่ออะไร? อาบทำไม?”

“นายไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมของฉันไม่ใช่รึไง ฉันไม่คิดจะกลับบ้านตอนนี้หรอกนะ กลับไปก็อยู่คนเดียว เซ็งเป็นบ้า” มาร์คยังปลดกระดุมต่อไปเรื่อยๆ ตลอดแนว แบมแบมรีบวิ่งไปที่หน้าประตู

ในใจร่างบางกำลังแช่งชักหักกระดูกอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ มาร์คต้วนเป็นคนที่ไม่มีสมองหรือมีสมองแต่ส่วนที่เป็นความจำมันบกพร่อง ถึงได้ทำตัวเป็นปกติเหมือนว่าตัวเขาไม่เคยคิดจะทำร้ายลูกเลยน่ะ ยังจะกล้ามาที่นี่อีก ผู้ชายคนนี้นี่น่าเกลียดมาก!

“คุณนี่มันไร้มารยาทจริงๆ จู่ๆ มาอาบน้ำบ้านคนอื่นนี่เคยคิดเกรงใจกันบ้างไหม จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนเปลี่ยน ยังไงเสื้อคุณก็มีกลิ่นน้ำหอมอยู่ดี” แบมแบมกำลังคิดว่ามาร์คกำลังทำอะไรโง่ๆ อยู่ มาร์คเท้าเอว

“จะเอายังไงกันแน่ ก็บอกว่าไม่ชอบไม่ใช่รึไง”

“คุณก็แค่กลับบ้านคุณไป มันจะยากอะไรนักหนาล่ะ! ฉันไม่ได้อยากให้คุณอยู่ที่นี่สักหน่อย”

แบมแบมไม่อยากเห็นหน้ามาร์ค ไม่อยากพูดคุยด้วย ไม่อยากข้องแวะอะไรกันทั้งสิ้น ตั้งแต่มาร์คมาเจอพ่อแม่เขา เขาคิดมาตลอดว่ามาร์คต้องไม่มาหาเขาตามที่แม่ขอร้อง หมอนี่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องลูกก็ไม่ควรมายุ่งกับเขาอีกสิ

“แม่นายบอกเองนี่นาว่าให้ฉันมาหานายบ้าง”

“แม่ไม่อยู่ที่นี่แม่ไม่รู้หรอกว่าคุณมาหรือเปล่า หัวไปกระแทกอะไรมาหรือไงถึงคิดจะมาดูแลลูกได้น่ะ บอกเลยนะว่าฉันไม่ไว้ใจคนอย่างคุณเลยจริงๆ!

แบมแบมปากดีแต่ก็ถอยหลังออกจากห้องน้ำ มองมาร์คไม่วางตาเหมือนกลัวอีกฝ่ายจะกระโจนมาขย้ำ เรื่องวันนั้นน่ะ วันที่มาร์คจะทำร้ายเขา เขานึกถึงทีไรยังผวาอยู่เลยนะ

“ปากดีนักนะนายน่ะ” มาร์คเริ่มหัวเสีย โยนเสื้อที่เพิ่งถอดออกจากกายไปหาแบมแบม แม่นอย่างกับจับวาง เสื้อตกใส่หน้าแบมแบมพอดี

“อี๊! น่าเกลียด มารยาทคุณนี่มีติดตัวบ้างไหมมาร์ค” แบมแบมขยำเสื้อเชิ้ตเป็นก้อนกลมแล้วปามันลงไปที่พื้นห้องน้ำอย่างรังเกียจ ได้กลิ่นน้ำหอมจากเสื้อแล้วเวียนหัวขึ้นมาทันที

“นี่! ทำกับเสื้อฉันให้มันดีๆ หน่อยนะ”

“ทำไมต้องทำดีๆ กับเสื้อคุณด้วย ขนาดตัวคุณฉันยังไม่อยากจะทำดีด้วยเลย เสียเวลา” แบมแบมยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เดินมาเหยียบย่ำขยี้เสื้อเชิ้ตของมาร์คเต็มสองเท้า มุมปากคลี่ยิ้มสะใจเมื่อเห็นสีหน้าแทบฆ่าคนได้ของมาร์ค

“นายเหยียบมันแบบนั้นแล้วฉันจะใส่อีกได้ยังไงกันห๊ะแบมแบม!

ไอ้ เด็ก นี่ มัน น่า โมโห จริงๆ!

“ไม่ใส่แล้วเหรอ? งั้นขอเอาไปทำผ้าขี้ริ้วก็แล้วกันนะ ผ้านุ่มดีนะเนี่ย” แบมแบมกระโดดกระทืบเสื้อแพงๆ ต่อหน้าต่อตาเจ้าของให้หนำใจ มาร์คอ้าปากจะสบถถ้อยคำแรงๆ ออกมาแต่แบมแบมชี้หน้า

“อย่ามาโวยวายในบ้านคนอื่นนะ รู้ตัวด้วยสิว่าคนเขาไม่อยากต้อนรับ” แบมแบมเบ้ปากใส่แล้วเชิดหน้าออกจากห้องน้ำไป ปิดประตูตามหลังด้วยเสียงดังลั่นให้คนที่อยู่ในห้องน้ำแสบแก้วหูเล่น

จะมาทำไมวะเนี่ย โอ๊ย แม่นะแม่ ไม่น่าไปขอให้มาร์คมาดูแลลูกในท้องเขาเลย ฮึ่ย!

 

 

 

 

ร่างบางนั่งขัดสมาธิบนโซฟา มองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ในใจก็เร่งเวลาให้พี่ซองจุนกลับมาสักที

เขาอยากให้พี่กลับมาก่อนมาร์คจะออกมาจากห้องน้ำนะ เขาไม่อยากอยู่กับมาร์คตามลำพังนานๆ

แบมแบมส่งข้อความทางโปรแกรมแชทยอดฮิตให้พี่คุณ บอกว่ามาร์คมาหา อย่างน้อยถ้ามันเกิดเรื่องที่เกินความคาดหมายไปในทางร้าย พี่จะได้รู้ว่ามันเพราะใครล่ะ นี่เขาระแวงมาร์คต้วนไม่ต่างจากระแวงผู้ร้ายเลยนะ เป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นระทึกขวัญเหมือนดูหนังผีเลย เฮ้อ!

แบมแบมสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่น ก่อนเสียงเพลงเรียกเข้าจะดังตามมา

“ครับพี่ซองจุน”

<พี่กลับช้าหน่อยนะแบมแบม พี่ซื้อน้ำผึ้งได้แล้วล่ะ แต่พี่บังเอิญเจอเพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรีน่ะเลยจะไปกินกาแฟกับมันสักหน่อย ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว พี่จะรีบกลับนะ ไม่เกินมื้อเย็นหรอกครับ>

แบมแบมอึ้ง ทำไมพี่ซองจุนทำแบบนี้ล่ะ ทำไมต้องมาเจอเพื่อนวันนี้ด้วยเล่า!

“เพื่อนสนิทมากไหมครับพี่ซองจุน”

<พอสมควร ทำไมครับ มีอะไรหรือเปล่า หรืออยากกินขนมเร็วๆ งั้นพี่จะรีบกลับเลย เดี๋ยวค่อยนัดเจอมันวันอื่นก็ได้> พี่ซองจุนยอมตามใจแบมแบมทุกอย่าง แบมแบมอยากกินมัฟฟินราดด้วยน้ำผึ้ง แต่น้ำผึ้งในบ้านหมดก็ออกไปตามหาน้ำผึ้งให้

แบมแบมลังเล มองไปทางห้องน้ำอยู่หลายครั้ง อยากจะบอกให้พี่รีบกลับมา แต่ก็เกรงใจ เพราะเข้าใจว่าพี่ซองจุนก็น่าจะอยากคุยกับเพื่อนบ้าง พี่ซองจุนเป็นคนเพื่อนเยอะจะตาย

“เปล่าครับ ไม่เป็นไร ก็แค่เอ่อ ถามดู พี่ไปกินกาแฟกับเพื่อนเถอะ แบมรอได้ เดี๋ยวแบมแบมจะเตรียมมื้อเย็นไว้ด้วยระหว่างรอ พี่ก็รีบกลับมากินข้าวเย็นเป็นเพื่อนแบมแล้วกัน เนอะ”

            <ครับ รอก่อนนะ ขอโทษที่กลับไปช้านะแบมแบม>

“ครับ ไม่เป็นไรหรอก ฝากสวัสดีเพื่อนด้วยนะครับ”

<จ้ะ>

            แบมแบมเบะปาก ขัดใจ อยากบอกไปใจจะขาดว่าแบมแบมไม่อยากให้พี่ไปกับเพื่อน แต่ก็รู้ว่าไม่ควรเอาแต่ใจ ลองนึกว่าเป็นเขาเองที่อยากไปกับเพื่อนล่ะ ก็คงไม่อยากให้มีใครมาขัดหรอก

“พี่ซองจุนนะพี่ซองจุน ทำไมต้องมาติดธุระเอาตอนนี้ด้วย!

            “ใครคือพี่ซองจุนเหรอ?”

เสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นด้านหลัง ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอ และหยดน้ำที่หยดใส่เสื้อบริเวณบ่าทำให้แบมแบมสะดุ้งเฮือก มือเรียวยกขึ้นจับต้นคอ เอี้ยวตัวไปมองมาร์คด้วยความตกใจ

“คุณจะบ้าเหรอ! อย่าทำให้ตกใจสิ หัวใจวายไปจะทำยังไงเล่า!

“นายขวัญอ่อนขนาดนั้นเชียว? เลิกโวยวายสักทีสิ เดี๋ยวไอ้เด็กในท้องนายก็ติดนิสัยแย่ๆ จากแม่ไปด้วยหรอก” มาร์คบ่น เดินอ้อมโซฟามาทิ้งกายนั่งข้างแบมแบม ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูสีดำสองผืน ผืนหนึ่งพันเอวปกปิดร่างกายส่วนล่าง อีกผืนวางบนเส้นผมชื้นน้ำ ผ้านี่ก็ถือวิสาสะค้นเอาจากตู้ในห้องน้ำมาใช้ เห็นว่าเป็นของใหม่ก็ใช้ซะเลย

 “เฮอะ! เวลาคุณจะพูดอะไรออกมาเนี่ย ได้ใช้สมองไตร่ตรองก่อนหรือเปล่า ถ้าฉันเรียกว่านิสัยแย่ อย่างคุณคงเรียกว่าเลว” แบมแบมกล้าพูดเพราะขยับไปนั่งที่โซฟาอีกตัวเรียบร้อยแล้ว ในมือถือโทรศัพท์เตรียมพร้อม เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

โอ๊ย! ทำไมเขาต้องมานั่งหวาดกลัวในบ้านตัวเองด้วยเนี่ย ความปลอดภัยในชีวิตเขาและลูกอยู่ตรงไหนกัน

คนที่ถูกด่าว่าเลวตวัดสายตาคมๆ มามองให้แบมแบมใจสั่นเล่น ไม่ใช่ใจสั่นเพราะหวั่นไหวแต่เป็นหวาดหวั่นต่างหาก

“อยู่กันแค่สองคนยังจะพูดจาชวนหาเรื่องอีกนะ” ดวงตากลมเบิกกว้าง ยกมือชี้หน้ามาร์ค

“นี่คุณจะมาหาเรื่องฉันจริงๆ ด้วย ออกไปเลยนะ”

“ไม่!

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย”

“บ้านนายแล้วไง ฉันมีสิทธิ์มา ได้รับอนุญาตจากแม่นายแล้ว ไม่อยากให้อยู่ก็โทรไปบอกแม่นายสิ”

“คุณนี่มันหน้าด้านจริงๆ คนเขาไล่แล้วยังจะอยู่ต่ออีก” แบมแบมหงุดหงิด ยิ่งอีกฝ่ายพูดถึงมารดาสุดที่รักแบมแบมก็ยิ่งหงุดหงิดหัวใจ ทำไมแม่ต้องใจดีกับหมอนี่ แม่ไม่รู้หรือไงว่าเขาเกลียดต้วนอี้เอิน!

“ด่าไปเหอะ ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะด่ากลับ” มาร์คไม่ได้จู่ๆ ก็เกิดอาการใจดี ตอนนี้โคตรรำคาญแบมแบม แต่ไม่มีที่ไหนจะให้ไปเลยต้องอยู่ อีกอย่างเขาก็เครียดๆ ด้วย กลับบ้านไปก็ไม่รู้จะทำอะไร

“หน้าด้าน ถ้าจะอยู่ก็ไปใส่เสื้อผ้าซะให้เรียบร้อยสิ มันอุจาดตา” แบมแบมไล่ให้อีกฝ่ายไปหาเสื้อผ้าใส่ มานั่งอวดรูปร่างอยู่ได้ นึกว่าหล่อนักหรือไง รูปร่างหน้าตาแบบนี้หาที่ไหนก็ได้เหอะ!

“ไม่มีเสื้อผ้าใส่ เสื้อกลายเป็นผ้าขี้ริ้ว กางเกงก็เอาใส่เครื่องปั่นไปแล้ว” มาร์คจงใจกวนประสาทชัดๆ แบมแบมสุดจะทน ปาหมอนในมือใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มแรง

“อย่าให้มันมากนักนะต้วนอี้เอิน คุณต้องการมาทำอะไรที่นี่ก็รีบพูดมาดีกว่า”  แบมแบมอารมณ์เสีย คิดอยู่ว่าจะไปคุ้ยเสื้อเก่าของพี่คุณมาให้อีกฝายใส่ ยอมให้พี่ด่าดีกว่าให้มาร์คมานั่งเปลือยอยู่ในสายตาแบบนี้

“มาเฉยๆ” มาร์คทำตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้าน หยิบรีโมทมาเปิดโทรทัศน์ดูแก้เบื่อ

“นึกว่าฉันเชื่อ?”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ”

“นี่ถึงคุณจะมาดูแลแฝดแต่ฉันไม่คิดว่าคุณเป็นคนดีขึ้นมาหรอกนะ คุณไม่มีทางเปลี่ยนนิ

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ!

แบมแบมสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายตะโกนขัดจังหวะการพูดของตน ร่างบางขยับตัวเตรียมพร้อมจะลุกหนีเลยนะถ้าเกิดว่ามาร์คลุกพรวดพราดมาหา

“อะไรของคุณ! อย่ามาเสียงดังนะ คนเขาตกใจนะไอ้คนบ้านี่”

“แฝด? เมื่อกี้เหมือนฉันจะหูฝาดได้ยินนายพูดคำว่าแฝดนะ” มาร์คปิดทีวี หันขวับมาจ้องหน้าแบมแบม สายตาเลื่อนจากหน้าหวานลงไปที่ท้องของอีกฝ่าย แบมแบมยกมือกุมท้อง มองมาร์คระแวดระวัง

“มองทำไม ไม่ได้หูฝาดหรอก ฉันพูดคำว่าแฝด ฝาแฝดน่ะ”

มาร์คจำไม่ได้แล้วนะว่าวันนี้เขาอึ้งไปกี่รอบแล้ว รู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องน่าเหลือเชื่อ

ร่างสูงหลับตาลง ใช้นิ้วคลึงขมับ

“บ้าไปแล้วจริงๆ ฉันหูฝาดซ้ำซ้อนสินะ

“มันจะอะไรขนาดนั้นมาร์ค คุณอย่าทำโอเวอร์ไปหน่อยเลย! แฝดแล้วทำไม? รับไม่ได้อีกรึไง” แบมแบมมองตาขวาง ไม่ชอบใจในปฏิกิริยาของมาร์คเลย ขวางหูขวางตาชอบกล

“เป็นไปไม่ได้!” มาร์คไม่เชื่อ บ้าไปแล้วเหอะ เขาคงไม่มีความสามารถขนาดทำลูกได้ถึงสองคนพร้อมกันหรอกมั้ง?

แบมแบมลุกจากโซฟาเดินเข้าไปในห้องนอน ไม่นานก็กลับมาพร้อมภาพอัลตราซาวด์ ร่างบางยัดมันใส่มือร่างสูง

“เห็นไอ้เม็ดถั่วสองเม็ดนั่นไหม แฝดมั้ยล่ะน่ะ” แบมแบมเปรียบลูกที่ยังตัวเล็กมากเป็นเมล็ดถั่ว มาร์คเพ่งมองภาพ แต่เขามองยังไงก็มองไม่ออกว่าตรงไหนคือลูก

“ไหนล่ะ? ไอ้เด็กสองคนนั้นมันอยู่ตรงไหน?”

“โอ๊ย! โง่จริงๆ เลย เนี่ยๆ ตรงนี้ไงเล่า” แบมแบมที่เพิ่งจะหย่อนก้นนั่งต้องลุกไปชี้ให้มาร์คดูอีกว่าลูกอยู่ตรงไหน  มาร์คมองลูกในภาพด้วยสายตาที่แบมแบมอ่านไม่ออก คิ้วเข้มเริ่มกลับมาผูกกันใหม่

นี่เขากำลังจะมีตัวปัญหาเพิ่มอีกแล้วเหรอจากหนึ่งเป็นสองสินะ เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ฝาแฝด? พระเจ้า ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยนะว่าจะมาทีเดียวพร้อมกันสองคนแบบนี้น่ะ!

ร่างสูงมองเด็กๆ จนพอใจแล้วหันมามองแบมแบมอีกครั้ง ถึงจะตกใจก็เถอะ แต่มันเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างหนึ่ง แบมแบมยกขาทั้งสองขึ้นวางบนโซฟา กอดเข่า มองสบตามาร์ค

“มีปัญหาอะไรอีกล่ะ อย่ามามองหน้ากันมากนัก ไม่ชอบ”

“ฉันกำลังสงสัย

“สงสัยอะไร? เรื่องลูก?”

“ไม่ได้สงสัยเรื่องแฝด ฉันสงสัยเรื่องนายนี่ล่ะ” มาร์ควางภาพถ่ายลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย จ้องหน้าแบมแบม

“สงสัยอะไรฉันอีก เรื่องพี่ซองจุน?”

“เออ เรื่องผู้ชายคนนั้นก็ด้วย แต่กำลังสงสัยว่าตัวนายเล็กแค่นี้จะมีเด็กโตอยู่ในท้องได้ยังไงตั้งสองคน แล้วก็ต้องโตอยู่ในนั้นอีกตั้งหลายเดือน” มาร์คชี้มาที่แบมแบม ร่างบางได้ฟังข้อสงสัยจากมาร์คก็เริ่มจะสงสัยตามเหมือนกัน แต่ขี้เกียจจะหาคำตอบ

“ผู้หญิงคนอื่นตัวเล็กกว่าฉันยังมีได้เลย คุณเหอะทำยังไงให้มันมีมาทีเดียวสองคนเลยล่ะ ฉันนี่จะช็อคคาห้องตรวจ โคตรตกใจ บ้านฉันไม่มีประวัติลูกฝาแฝดสักคู่” แบมแบมได้ทีก็ขอบ่นหน่อยเหอะ เรื่องลูกเขาก็กลุ้มใจมากพอแล้ว มาร์คยังจะมาถามอะไรก็ไม่รู้

มาร์คน่ะสบายอยู่คนเดียว ไม่เคยมารับรู้ความกลุ้มอกกลุ้มใจของเขาหรอก เขากังวลเสมอว่าเขาจะดูแลเด็กสองคนนี้จนคลอดได้ไหม แล้วถ้าจะคลอดมันจะเป็นยังไง จะเจ็บมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกสารพัดสารพันปัญหาที่จะต้องเจอต่อไปอีกหลายเดือนนับจากนี้  เขาน่ะเครียดอยู่คนเดียว ส่วนไอ้คนต้นเหตุก็ใช้ชีวิตปกติสบายใจเฉิบ นี่ไม่ใช่แค่แค้นธรรมดา เขาแค้นมาร์คมากเลยนะ….

“ตระกูลฉันมีแฝด ฉันมีน้องสาวฝาแฝดอยู่คู่หนึ่ง”

มาร์คพูดถึงลูกผู้น้อง อาหญิงคนเล็กของเขามีลูกสาวฝาแฝด ตอนนี้อายุ 19 โตเป็นสาวสวยแล้ว ถึงจะสวยแค่ไหนก็ได้ชื่อว่าแฝดนรกเลยล่ะ

 “เพราะคุณนี่เอง เหอะ” แบมแบมไม่รู้จะพูดยังไงเลยจริงๆ ทุกปัญหามันก็มาจากมาร์คนี่ล่ะ

ต่างคนต่างเงียบต่อไปอีกเกือบสิบนาที ก่อนมาร์คจะเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน

 “ถ้าท้องโตกว่านี้นายจะทำยังไง?”

“หมายถึงอะไร?” แบมแบมเงยหน้าจากเกมในมือถือมามองมาร์คด้วยความสงสัย จู่ๆ ก็ถามไม่มีที่มาที่ไป ต้องการรู้อะไรก็ถามมาให้ชัดเจนสิวะ

            “จะทำงานในกองเจบีอีกนานแค่ไหน”

“ก็จนกว่าจะทำไม่ไหว” แบมแบมคิดว่าจะทำงานไปจนกว่าจะใกล้คลอดนั่นล่ะ ตั้งใจว่ากลับไปทำงานอีกทีคราวนี้จะบอกพี่แจบอมเรื่องที่ท้องด้วย

“ถ้ามีคนถามเรื่องพ่อของลูกในท้องล่ะ?” มาร์คยังกังวลเรื่องนี้ที่สุด เขาอยากให้เรื่องลูกเป็นความลับที่สุด ไม่อยากให้รู้ถึงหูหรือเล็ดลอดไปสู่สายตาคนของผู้ชายคนนั้น

คนของผู้ชายบ้าอำนาจนั่นถูกส่งมาอยู่ที่เกาหลีคอยสร้างปัญหาให้เขาไม่หยุดหย่อน  เมื่อก่อนก็พอจะรับมือได้ แต่พอมีแจ็คสันมาด้วย เขาไม่รู้ว่าแจ็คสันจะทำอะไรบ้างเพื่อให้รู้ความลับของเขา

ถ้าแจ็คสันรู้ว่าแบมแบมท้องลูกของเขา เรื่องหายนะคงเกิดขึ้นจริงๆ

แบมแบมเห็นความกังวลผ่านทางสีหน้าของมาร์ค ความไม่พอใจคุกรุ่นอยู่ในอก ไม่อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือไงลูกเนี่ย ไม่เคยเปลี่ยนความคิดเลยสินะไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่วัน กี่เดือน

“จะไม่บอกใครหรอกว่าเป็นลูกคุณ เราตกลงกันแล้วนี่ นอกจากครอบครัวฉัน คนที่จะรู้ว่าลูกของฉันมีใครเป็นพ่อก็มีแค่เจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งเกิดเท่านั้นล่ะ คุณมีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่ไหม ฉันจะไปเอาเสื้อผ้าพี่คุณมาให้ใส่ก่อน อย่างน้อยก็ใส่กลับบ้านคุณไปแก้ขัด แล้วค่อยเอามาคืนวันหลังละกัน”  

แบมแบมเลิกหวาดระแวงเพราะมาร์คไม่มีท่าทีจะทำอันตรายอะไรเขา ระแวงแล้วเหนื่อย รู้สึกแย่

ร่างบางเดินไปที่ห้องพี่ชาย รื้อหาเสื้อผ้าตัวที่พี่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมา เผื่อพี่จะไม่รู้ว่ามีเสื้อผ้าหายไป เพราะถ้าพี่ไม่ถามแบมแบมก็คิดว่าจะไม่บอกว่าเอาเสื้อผ้าพี่คุณไปให้มาร์คใส่ เดี๋ยวพี่คุณเฉ่งเอา

“อ้ะ พี่คุณไม่ค่อยซื้อเสื้อผ้าสีสดใสหรอก มีแต่สีเข้มๆ แบบนี้ล่ะ” แบมแบมไม่อยากจะดูแลดีอะไรหรอก แค่อยากไล่ให้มาร์ครีบกลับไปสักที รำคาญตา

 มาร์ครับเสื้อและกางเกงจากมือแบมแบมโดยไม่พูดอะไร ลุกไปเปลี่ยนในห้องน้ำ แบมแบมถอนหายใจเหนื่อยหน่าย หยิบรูปลูกมาเก็บใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินที่ครัว บอกพี่ซองจุนเอาไว้ว่าจะทำอาหารเย็นรอ ก็ต้องเตรียมเอาไว้

“เฮ้ย!” แบมแบมสะดุ้งเฮือก มือกำลังหั่นพริกหยวกอยู่พอดีมีดเลยเกือบบาดมือเข้าให้ เขาหันไปมองคนที่จู่ๆ ก็เดินมาอยู่ข้างหลังด้วยสายตาไม่พอใจ

“ทำบ้าอะไรของคุณ ตกใจหมด!” มาร์คกักตัวแบมแบมไว้ด้วยสองแขน ยันมือกับโต๊ะเตรียมอาหาร เกยคางกับไหล่บาง

“หิว” เขาถ่ายละครมาตั้งแต่เมื่อคืน จนตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากแอลกอฮอล์ครึ่งขวดในบ้านจินยอง น้ำก็เพิ่งจะได้อาบเมื่อกี้

“ฝันเหอะ ฉันทำรอพี่ซองจุนต่างหาก ถอยออกไปเลย ฉันรังเกียจคุณ” แบมแบมพูดตรงได้เจ็บเป็นบ้า คนฟังถึงจะเป็นมาร์คก็ยังสะอึก

“หึ

“ฉันบอกให้ออกไปไง!” แบมแบมจับมีดไว้มั่น นี่อยากจะเอามันไปฝากที่ท้องมาร์คมากนะ จู่ๆ ก็มาเป่าลมใส่หูคนอื่นนี่คิดว่าตลก?

“ซองจุนคือใคร”

“พ่อใหม่ของแฝด” แบมแบมโกหก เขาโกหกเพื่อให้มาร์ครู้ว่าถึงมาร์คไม่ต้องการแฝด แต่มีคนที่เขาต้องการเด็กสองคนนี้อยู่ เขาและแฝดไม่ต้องการพึ่งพามาร์คเลยสักนิด เมื่อมาร์คไม่เต็มใจ เขากับลูกก็จะไม่ยุ่งด้วย

“ว่าไงนะ?” คนฟังคิ้วกระตุก อะไรคือพ่อใหม่?

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง พ่อใหม่ก็คือพ่อใหม่ ในเมื่อพ่อจริงๆ ไม่อยากได้ ฉันก็ต้องหาคนมาช่วยเลี้ยงสิ ลูกตั้งสองคนใครจะเลี้ยงคนเดียวไหว พ่อใหม่แฝดน่ะต่างจากคุณลิบลับ คุณก็เป็นแค่คนดัง แต่เขาเป็นคนดี พี่ซองจุนน่ะนะ ทั้งหล่อ นิสัยดี อ่อนโยน อบอุ่โอ๊ย!

แบมแบมร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อถูกบีบข้อมือแน่นจนต้องปลอยมีดหั่นผักที่ถืออยู่

“ฉันเจ็บนะ!

“ถ้าจะหาพ่อให้ลูกได้ไวขนาดนี้จะให้ฉันเซ็นรับเป็นพ่อเพื่ออะไรทำไมไม่ให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันรับเป็นพ่อทั้งทางกฎหมายและพฤตินัยไปซะด้วยเลยล่ะ!

“คุณทำร้ายฉันอีกแล้วนะ ปล่อยแขนฉันเดี๋ยวนี้นะมาร์ค!” ร่างบางโมโห

มาร์คจับร่างบางให้หันมาหาตน ใช้มือกวาดข้าวของบนโต๊ะออกไป อุ้มแบมแบมขึ้นนั่งบนโต๊ะ แทรกกายกลางหว่างขาของอีกคน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแบมแบมไม่ทันตั้งตัว

“มาร์คคุณจะทำอะไร!” แบมแบมเริ่มกลัว รู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มไม่ปลอดภัย

คุยเหมือนจะดีกันมาตั้งนาน มันไม่ควรมาจบที่ตรงนี้สิ!

ในเมื่อหมอนั่นมันดีนัก ก็เปรียบเทียบให้ฟังหน่อยสิว่าฉันกับมัน ใคร ดี กว่ากันนัยน์ตาคมฉายความโกรธเกรี้ยว แบมแบมใจหล่นลงไปอยู่ที่พื้น พยายามผลักไสดันไหล่อีกฝ่ายให้ถอยออกไป

“คุณอย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆ นะมาร์ค! ฉันท้องอยู่นะ!!” แบมแบมพยายามเอาลูกมาอ้างเผื่อมาร์คจะคิดได้ ขืนอีกฝ่ายไม่ยอมเลิกการกระทำหยาบคายนี้เขาต้องแย่แน่

จะท้องไม่ท้องก็ทำได้ทั้งนั้นล่ะ ไม่อย่างนั้นเขาก็แท้งกันไปหมดแล้วสิเสียงเย็นกระซิบชิดใบหูนิ่ม เอ่ยคำพูดที่ทำให้คนฟังชาไปทั้งร่าง

พูดจบริมฝีปากสวยก็ทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มทันที แบมแบมพยายามจะขัดขืนหันหน้าหนีแต่ก็ถูกอีกฝ่ายจับใบหน้าของตนไว้ ริมฝีปากเล็กขบเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้มาร์ครุกล้ำไปมากกว่านี้ 

มืออีกข้างที่ว่างโอบรอบเอวบาง บดเบียดตัวเองเข้าหากายเล็ก ก่อนจะบีบปลายคางจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แบมแบมเผยอปากร้องออกมา เปิดทางให้ลิ้นร้อนแทรกเข้าหาความหวานภายใน แบมแบมดิ้นรนสุดแรงเพื่อให้หลุดพ้นจากการกระทำที่น่ารังเกียจและจาบจ้วงหยาบคายนี้

มาร์คต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ทำกับเขาแบบนี้!  ไอ้คนเลวเอ๊ย!!

เมื่อตักตวงรสจูบแสนหวานนั่นจนพอใจ เรียวปากสวยของคุณพ่อแฝดก็ไล่ลงไปหาลำคอขาว แม้จะถูกช่วงชิงอากาศหายใจไปไม่น้อย แบมแบมก็ยังรวบรวมแรงผลักมาร์คออกไปสุดแรง แต่การกระทำของแบมแบมไม่ทำให้มาร์คสะเทือนเลย เขาไม่ยอมผละไปไหน ไม่เปิดโอกาสให้แบมแบมหนีด้วย

“หยุดนะมาร์ค! คุณอย่าทำแบบนี้ ฉันกลัวนะ”  แบมแบมใจคอไม่ดีเพราะรู้ว่ามาร์คเอาจริง มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก เขาจะถูกมาร์คบังคับจิตใจเพราะเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สองอย่างนั้นเหรอ คราวก่อนเขาไม่มีสติก็จริง แต่ตอนนี้เขารู้ตัวเองดี

เขากลัวจริงๆ นะ

ใบหน้าหวานเปื้อนคราบน้ำตา แบมแบมกลัวมาก กลัวจนร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว

เขาไม่อยากเจอฝันร้ายซ้ำสองหรอกนะมันทรมานเกินไป แค่นี้เขาก็ฝันร้ายมากพอแล้ว

มือเล็กจิกลงบนบ่ากว้าง พอนึกไปถึงเรื่องครั้งก่อนแบมแบมก็กลัวจนตัวสั่น ห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

มาร์ครู้สึกถึงหยดน้ำตาที่หยดโดนแก้มตน ชายหนุ่มหยุดการกระทำ แต่ยังคงโอบเอวแบมแบมไว้

“ถ้ากลัวก็จำไว้สิว่าอย่าพูดถึงผู้ชายคนไหนให้ฉันได้ยินอีก

“คุณมันเลวฮึก” แบมแบมโกรธมาก ทั้งโกรธ ไม่พอใจ และเสียใจ

ผู้ชายคนนี้เห็นเขาเป็นอะไร นึกจะทำอะไรกับเขาก็ทำ จะมาที่นี่เพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แล้วมาร์คมีสิทธิ์อะไรไม่พอใจเขาจนต้องทำกันขนาดนี้ด้วย เขาจะชื่นชมผู้ชายคนไหนก็เป็นสิทธิ์ของเขา ในเมื่อมาร์คดีได้ไม่ถึงเสี้ยวของพี่ซองจุน มาร์คมีสิทธิ์อะไรมาโมโหล่ะ

“คุณมันใจร้าย คุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่! คุณไม่สนใจไยดีฉันเลยไม่ใช่หรือไง ฉันท้องลูกของคุณ..แต่คุณก็ไม่อยากได้แก ฮึกแล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาโกรธฉันคุณจะมาสั่งฉันให้ทำตามใจคุณเพื่ออะไรในเมื่อคุณเองเป็นคนผลักไสฉันให้ออกมาจากชีวิตคุณเอง ฉันยังไม่เคยขอร้องอะไรคุณเลยนะ คุณเองก็ไม่ควรมาเรียกร้องอะไรจากฉันด้วยคุณเป็นคนยังไงกันแน่ คุณคิดอะไรอยู่ คุณนึกจะมาก็มาคุณทำตามใจตัวเองโดยไม่คิดถึงความรู้สึกคนอื่นเลย ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนาคุณถึงทำกับฉันแบบนี้ตลอดเลย..ฮึกคุณนึกถึงแต่ความรู้สึกตัวเองเป็นอย่างเดียวหรืออี้เอิน คุณเคยนึกถึงความรู้สึกของฉันบ้างหรือเปล่ามีสักวินาทีไหมที่คุณจะสำนึกผิดในสิ่งที่ทำกับฉันบ้างน่ะ!

 แบมแบมไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ในด้านดีเลย มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วตัวจริงของผู้ชายคนนี้เคยมีความดีอยู่บ้างหรือเปล่า เขาไม่เคยเกลียดใครโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะแต่ตอนนี้เขาเกลียดมาร์ค และเขาก็มีเหตุผลที่จะเกลียดมากด้วย

“ได้โปรด เลิกยุ่งกับฉันสักทีอย่าทำให้ฉันเกลียดคุณไปมากกว่านี้”

ไม่รักไม่ดูแลกันก็ได้ แต่อย่ามาทำกันขนาดนี้

“อย่าร้องสิ” มือเรียวยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนแก้มนวล เป็นการกระทำที่อ่อนโยนที่สุดแล้วที่แบมแบมได้รับจากมาร์ค

มาร์คเกลียดการถูกเปรียบเทียบที่สุด เขาเจอมันมามากพอแล้วในชีวิตนี้

ยิ่งถูกเช็ดน้ำตาก็ยิ่งอาบแก้ม แบมแบมปัดมือมาร์คออกจากหน้าตน เขาไม่อยากให้มาร์คมาโดนตัวอีก

คุณดาราจูบซับน้ำตาบนแก้มใสนั่น ก่อนจะสวมกอดแบมแบมเอาไว้

แบมแบมในเวลานี้ถูกซ้อนทับด้วยภาพของแม่

ร้องไห้และขอร้องทั้งสองคนเหมือนกันจนเกินไป เหมือนจนมาร์คทำอะไรต่อไปไม่ถูก

เวลาชั่ววินาทีที่วูบขึ้นมาในอก มาร์คกำลังเกลียดตัวเองมันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้ชายคนนั้น คนที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิต

“ขอโทษ

มันเป็นคำขอโทษครั้งแรกที่แบมแบมได้จากมาร์ค อ้อมกอดนี้ก็อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา แบมแบมไม่รู้ว่ามันมาจากความจริงใจไหม แต่ตอนนี้เขาไม่อยากได้มันแล้ว

“ฮึกฉันไม่ต้องการคำขอโทษ ปล่อยฉันแล้วกลับไปซะไปแล้วไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

แบมแบมไม่ใช่คนที่ไม่ให้โอกาสคน แต่สำหรับบางคนก็ไม่ควรได้รับโอกาส

มาร์คอารมณ์แปรปรวนจนรับมือไม่ได้เลย ไม่รู้จักกันต่อไปคงจะดีกว่า

“จะให้กลับไปไหนฉันไม่มีที่ไป”

ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนบ่าบาง น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวดนั้นแผ่วเบาแต่ก็ดังพอให้แบมแบมได้ยิน

มาร์คคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกมา

ร่างบางชะงัก มือที่คอยผลักไสอีกฝ่ายหยุดลง

เล่นตลกอะไรอีก คนอย่างมาร์คน่ะหรือจะไม่มีที่ไป เขาเป็นคนดัง เป็นดารา ทุกที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับ ผู้คนมากมายยอมแลกหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเขาเพียงแค่ไม่กี่นาที

มาร์คแค่เล่นบทเศร้าเพื่อให้เขายกโทษ เขาไม่หลงเชื่อหรอก มาร์คเป็นนักแสดง ไม่มีบทบาทไหนที่มาร์คแสดงไม่ได้

“คุณแสดงเก่งดีนะมาถึงก็ถามว่าทำยังไงฉันถึงจะรักคุณ พอมาตอนนี้ก็บอกว่าไม่มีที่ไป ปั่นหัวคนอื่นเล่นนี่สนุกเหรอมาร์ค สิ่งที่คุณต้องการคือให้ฉันรักคุณแล้วคุณก็หันมาหัวเราะเยาะฉันทีหลังหรือไง”

รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าหล่อจัด มาร์คแค่นหัวเราะ

เขาไม่เคยทำดีกับแบมแบม ไม่แปลกที่เด็กคนนี้จะเกลียดเขามากและมองเขาไม่ต่างจากคนอื่น คนที่เข้าใจเขามีแค่แฟนคลับเท่านั้น เขายังเหลือแฟนคลับ ถ้าอยากรักษาพวกเธอไว้ไม่ให้ไปไหนก็ต้องระวังผู้ชายคนนั้นเอาไว้ แค่นี้เอง

“นั่นสินะก็สนุกดี นายเก่งนะที่รู้ทัน” มาร์คเงยหน้าขึ้นมาสบตาแบมแบม เอ่ยออกไปอย่างที่ใจไม่ได้คิดไว้ ในเมื่อแบมแบมเข้าใจอย่างนั้นก็ให้เข้าใจต่อไปเถอะ

ร่างบางตกตะลึงกับคำสารภาพนั้น โกรธ….ตอนนี้แบมแบมโกรธมากจริงๆ

ใบหน้าหล่อของคุณดาราหันตามแรงมือ แบมแบมตบหน้ามาร์คเต็มแรง ตบแล้วทุบบ่ากว้างนั้นไปอีกหลายครั้งด้วยความขุ่นเคือง ยิ่งตีก็ยิ่งร้องไห้ โมโหแต่ทำได้เท่านี้ทำให้แบมแบมอึดอัดจนร้องไห้หนักขึ้น

“คุณถามฉันใช่มั้ยว่าทำยังไงฉันถึงจะรักคุณแล้วถ้าฉันถามคำถามนั้นกับคุณบ้างล่ะ! ต้องทำยังไงคุณถึงจะรักฉันกับลูกบ้าง แต่คนเลวๆ แบบคุณคงรักใครไม่เป็นสินะ..ต้องทำยังไงคุณถึงจะทำดีกับฉันบ้างคุณตอบได้ไหม ตอบมาสิ!

แม้จะเป็นคำถามที่คล้ายกัน มาร์คก็ตอบไม่ได้

ทำดีอย่างนั้นเหรอ? ทำแล้วจะได้อะไรตอบแทนล่ะ เขาไม่เคยเห็นใครที่ทำดีแล้วได้รับสิ่งตอบแทนที่ดีและคุ้มค่าเลย  ทุ่มเทจนหมดตัว รักจนหมดหัวใจสุดท้ายก็ได้คืนมาแค่น้ำตาและความเจ็บปวด

มาร์คนั้นอยากได้ความรัก แต่เขาไม่อยากรักใคร

ไลลาต้วนคือผู้หญิงที่ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความรัก ถึงเธอจะรักวงการมายามากแต่ยังรักเอ็ดเวิร์ดมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

มาร์คโตมากับรอยยิ้มและน้ำตาของเธอ ซึบซับไว้ทุกความรู้สึกที่เธอมี เธอรักผู้ชายคนนั้นมาก รักจนไม่เหลือความรักให้ตัวเอง รักแม้ต้องเจ็บปวด ทุ่มเททำดีทั้งที่รู้ว่าทรมาน สุดท้ายสิ่งที่ได้รับมาคืออะไรล่ะ

ความรักก็ให้เขาไป หัวใจก็ให้เขาไป กระทั่งชีวิตก็ให้ แต่สุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็

มีแต่คนโง่เท่านั้นที่รักคนอื่นมากกว่าตัวเอง ถ้าไม่อยากเจ็บปวดก็ต้องรักตัวเองมากกว่าคนอื่น

มาร์คคิดแบบนี้มาเสมอ เขาไม่เคยนึกถึงการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม ให้รักไปแล้วจะได้รักมา มันใช้ไม่ได้สำหรับมาร์ค 

มาร์คผละออกจากตัวแบมแบม ก้าวถอยออกมา

ถึงจะเป็นแบมแบมก็ไม่ใช่คนที่เขาจะพักพิงได้ ในเมื่อไม่สามารถพึ่งอะไรจินยองได้ เมื่อไม่สามารถคาดหวังในตัวแบมแบมได้ด้วย ก็ช่างมันเถอะ

ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็อยู่คนเดียวอยู่แล้วเขาไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปหาใคร เอ็ดเวิร์ดต้วนไม่ทำอะไรตอนนี้หรอก ถ้าเขาไม่สร้างเรื่องให้คนพวกนั้นหาช่องทางเล่นงานได้ก็ไม่มีปัญหา เรื่องลูกที่น่าจะเป็นปัญหาที่สุดแบมแบมเองก็สัญญาว่าจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ด้วย

“แบมแบมรอนานไหม พี่ขอโทษนะที่กลับมาช้า” เสียงของพี่ชายดังมาก่อนแบมแบมจะเห็นตัวเขาเสียอีก มาร์คเดินออกจากห้องครัวไปดูหน้าเจ้าของเสียง

ไม่ใช่นิชคุณหรือจะเป็นคนที่ชื่อซองจุนอะไรนั่น คนที่แบมแบมชื่นชมนักหนา

ซองจุนประหลาดใจเมื่อเห็นผู้ชายหน้าตาดีมากเดินออกมาจากในครัว  เขามองมาร์คอย่างสงสัย ด้วยความที่ไม่ชอบดูหนังดูละคร และไม่ได้กลับเกาหลีมาหลายปีทำให้เขาไม่รู้จักต้วนอี้เอิน

“คุณเป็นใครหรือครับ?” มาร์คเป็นฝ่ายประหลาดใจบ้างที่อีกฝ่ายไม่รู้จักตน

“ต้วนอี้เอิน” สั้น ง่าย ได้ใจความ ซองจุนร้องอ๋อในใจ คิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว

ผู้ชายคนนี้คือพ่อของแฝดสินะ  ความรู้สึกแรกพบเปลี่ยนไป จากมิตรเป็นศัตรู อคติเข้าครอบครองใจ ซองจุนรู้สึกไม่ชอบมาร์คขึ้นมาทันที

“ปาร์คซองจุน” ซองจุนแนะนำตัวสั้นๆ เดินสวนมาร์คเข้าไปในครัวเอาของไปเก็บ

“ขอโทษนะแบมแบมที่มาช้า แต่พี่ซื้อเค้กมาฝากเป็นการขอโทษล่ะ ร้านกาแฟที่พี่ไปนั่งกับเพื่อนเค้กเขาอร่อยมากเลย นึกถึงแบมเลยซื้อมาให้ อ้ะนี่น้ำผึ้ง นี่ทำข้าวเย็นค้างไว้สินะ เดี๋ยวพี่ช่วย”

“ขอบคุณนะครับ หิวจะตายอยู่แล้ว พี่กลับมาช้ามากเลยนะ”

“เอาน่า อย่าบ่นสิ เดี๋ยวหลานพี่ก็ติดนิสัยขี้บ่นไปด้วยหรอก”

“ชิ ขี้บ่นแล้วไง น่ารักจะตาย”

“อ้าว! นี่ร้องไห้เหรอ เป็นอะไรไปแบมแบม หรือว่าผู้ชายคนนั้น       

“อ๋อ แบมแบมปอกหัวหอมน่ะ มันแสบตา”

“โธ่เอ๊ย เรานี่ไม่ระวังเลย เดี๋ยวพี่จัดการต่อเอง”

เมื่อเดินห่างจากห้องครัวออกมาไกลเสียงสนทนาที่ได้ยินก็ขาดหายไป มาร์คถอนหายใจ

เซ็งจะไปที่ไหนดีนะ กลับไปหาจินยองอีกก็คงไม่ได้ หมอนั่นต้องบ่นแน่

เบอร์โทรศัพท์ในเครื่องมีเป็นร้อยแต่ไม่รู้จะโทรหาใคร

 

TBC.

 

**

สงสารรรรรรรรรร ;________;)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 347 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #678 R_Jummar (@0810640880) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 17:50

    จะรักกันได้อย่างไร มาร์คแบมแบม ยังหาทางไม่ได้ เจอกันก็ร้อนใส่กัน แฝดเกิดมาคงอารมณ์ร้อนได้พ่อกับแม่และคุณตาบวกคุณลุงนิดๆ อยากให้ฉลาดเหมือนคุณยาย ไม่อยากให้อารมณ์ร้อน T^T
    #678
    0
  2. #657 XCII (@XCII) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 01:45
    เหอะ รักแต่ตัวเองก็รักไปเถอะมาร์ค แล้วนายก็จะมีชีวิตอยู่แค่ตัวคนเดียวแบบที่นายรักแต่ตัวเอฃนั้นแหระ ฮึ้ยยย
    #657
    0
  3. #604 ycisyc33 (@ycisyc33) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 01:39
    ไม่สงสารเลย มาร์คเลวเกินไป!!!
    #604
    0
  4. #571 water_nnnn (@water_nnnn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 16:53
    ไม่สงสารมาร์คเลยสักนิด! คิดอยู่แล้วว่าต้องคิดอะไรกับจินยอง ถึงจะไม่ขนาดนั้นก็เถอะ โหยหาความรักต่อไปเถอะ!! พ่อดารา
    #571
    0
  5. #528 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 17:19
    อิเ-้ยเอ้ย! เพิ่งบอกรักคนอื่นแล้ว-มาขอความรักจากลูกกูอีก-!!!!!!!!!!
    #528
    0
  6. #472 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 16:15
    ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแบมจะได้รักไง
    #472
    0
  7. #441 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 14:36

    น่าสงสารจริงเลยคุณมาร์ค

    #441
    0
  8. #275 WifeMT (@WifeMT) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:47
    แงงงงงงง สงสารพี่มาร์คคค แต่คือพี่ก็ควรนึกถึงใจน้องมากกว่านี้นิดนึง เกือบจะดีเเล้วเชียว
    #275
    0
  9. #211 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:49
    สงสารพี่มาร์คนะ แต่... เฮ้อ ถ้าพี่ทำดีกว่านี้แบมก็คงจะรักพี่ไปนานแล้ว แต่ดูสิ่งที่พี่ทำสิ แต่ก็คงจะทำอะไรไม่ได้แหละ เพราะเรื่องแม่ของพี่มาร์คคงเป็นเรื่องฝังใจจนทำให้การที่จะรักใครจากใจจริงได้คงยากและต้องใช้เวลา
    #211
    0
  10. #187 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 11:29

    สงสารรรรรร ก็รู้จักทำดีกับน้องมันบ้างสิอีพี่มาร์ค

    #187
    1
    • #187-1 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 11)
      11 มีนาคม 2562 / 16:51
      พี่ก็มีเหตุผลของพี่นะ สงสารอ่ะ เดียวดายมาก
      #187-1
  11. #180 kotla544 (@kotla544) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 06:13

    กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ
    #180
    0
  12. #174 ChoL_JaE_612 (@fairlady) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 01:58
    โธ่ มาร์คเอ้ยยย เป็นดีเอ็นดูแต้ๆ
    #174
    0