[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 15 : วุ่นนัก 13 ไม่เป็นไร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 421 ครั้ง
    11 ก.พ. 62



 

            “จินยอง ตกลงแกจะเอายังไงเรื่องของแจบอมน่ะ” ยูนาเอ่ยถามลูกชายเมื่อผ่านความเงียบมาได้สิบนาทีแล้วหลังจากที่เริ่มออกเดินทาง

“ไม่เอายังไงนี่ครับ”

“แม่ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“อยากถามเรื่องอะไรหรือครับ?”

“ทิฐิมันกินได้มั้ย? มีมันอยู่ในใจแล้วเกิดประโยชน์อะไรหรือเปล่า?”

คำถามของแม่ปักเข้ากลางใจของลูกชาย คุณผู้จัดการคนสวยนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก

“จะให้เขาเปลี่ยนนิสัยจนถูกใจแกมันเป็นไปไม่ได้ แม่รู้ว่าเขาทำไม่ถูก แต่ไม่มีใครในโลกนี้หรอกนะที่ทำทุกอย่างได้ถูกใจเรา หาให้ตายยังไงก็ไม่เจอ กระทั่งตัวเราเอง บางครั้งยังทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลยไม่ใช่เหรอ คิดย้อนไปสิว่าเคยรักกันเพราะอะไร ถึงตอนนี้ไม่รักเขาแล้วก็ทำเพราะลูกได้ไหม? ถ้ายังรักเขาอยู่ แม่ไม่เห็นด้วยที่แกจะมีทิฐิต่อไป อย่ารอให้ตายจากกันก่อนค่อยมาสำนึกว่ารักเขา มีเวลาอยู่ด้วยกันก็รีบๆ ซะ

แกจำไม่ได้เหรอว่าแม่กับพ่อเป็นยังไง แม่ทั้งงี่เง่า เอาแต่ใจ ไม่เคยฟังเหตุผล ทะเลาะกันกับพ่อแกทีไรก็ถือทิฐิมาก่อน แล้วเป็นไง คำสุดท้ายที่แม่พูดกับพ่อแกคือแม่เกลียดเขา ทั้งที่ใจแม่รักเขามาก ถึงจะให้เสียใจและอยากย้อนเวลากลับไปมันก็ทำไม่ได้  แม่คิดมาตลอดยี่สิบปีเลยนะจินยอง แม่คิดว่าถ้าเช้าวันนั้นแม่ยอมรับผิด และฟังคำขอโทษของพ่อแกก่อนเขาออกไปทำงานมันก็คงจะดี อย่างน้อยถึงเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไม่ได้ ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องถูกรถชน แต่ก่อนตายน่ะ ถ้าเขาได้รู้ว่าแม่รักเขา ให้อภัยเขา เขาก็ยังมีความสุขก่อนตาย”

น้ำเสียงของแม่นั้นไม่เปลี่ยน แม่เข้มแข็ง แต่จินยองรู้ว่าภายในใจแม่ก็คงยังเจ็บปวด

            “พ่อเขาไม่โกรธแม่หรอก

“พ่อแกน่ะเป็นคนดี แม่รู้ว่าเขาไม่เคยโกรธแม่ได้นานหรอก แต่เขาคงตายไปพร้อมกับความคิดที่ว่าแม่ไม่รัก เรื่องนี้ล่ะที่แม่เสียใจมาก แกเองก็เหมือนกันนะจินยอง ในเรื่องของความรักอย่าเรื่องมากนักเลย แกและเขายังรักกันอยู่นั่นมันก็ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะรู้สึกอะไร ถ้าสามารถลบล้างมันออกไปได้ก็ทำไปเหอะ แม่จะพูดกับแกเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย และแม่จะไม่พูดอีกต่อไปแล้ว เพราะถือว่านี่คือเรื่องของแก จะตัดสินใจยังไงก็ตามใจแกเถอะ”

“ผมขอโทษนะแม่ที่ทำให้แม่เป็นห่วงแล้วเรื่องของพ่อ..” จินยองไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมามาก กลัวจะสะเทือนใจมารดา ยูนายิ้มกว้าง

“ไม่เป็นไร ถึงจะรู้สึกผิด แต่สิ่งสำคัญที่มากกว่าความรู้สึกนั้นคือแม่รักพ่อแกมาก ไม่อย่างนั้นก็หาพ่อใหม่ให้แกไปตั้งแต่ยังสาวๆ แล้ว แม่ก็หวังแหละว่าพ่อแกจะรับรู้นะว่าแม่รักเขามาก ไม่รู้จะส่งไปถึงเขาบนสวรรค์รึเปล่า แกกับแจบอมตอนนี้ยังเห็นหน้าและพูดคุยกันได้ก็จงดีใจเอาไว้เถอะ”

ก่อเกิดความเงียบขึ้นมาหลังจากยูนาพูดจบ เธอปล่อยให้จินยองได้คิดเอาเอง

“ก็ได้

“อะไรก็ได้?

“ผมจะทำตามที่แม่บอกก็ได้ไง” จินยองหน้ามุ่ยเมื่อแม่ยังย้ำถามทั้งที่ก็รู้ คนเขาก็อายนะ

“ดีใจด้วยที่คิดได้แล้ว” ยูนาโล่งอกที่พูดแล้วจินยองยังฟัง

จินยองเก่งแต่จัดการปัญหาของคนอื่น แต่จัดการปัญหาของตัวเองไม่ได้ แปลกคนจริงๆ ลูกคนนี้

 

 

 

 

 

ลูกไปนานแล้วนะ อยากกลับบ้านหรือยัง ถ้าไม่สำเร็จก็กลับมาเถอะแจ็คสัน ม๊าคิดถึง ม๊าจะช่วยพูดกับป๊าให้

คุณชายต้วนคนเล็กอ่านข้อความของมารดาแล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างมากดทับอยู่ในอก

แม่คิดถึงเขา แต่ป๊าคงไม่คิดถึง ไม่ว่าแม่จะช่วยพูดอย่างไรป๊าก็ไม่มีทางเปลี่ยนการตัดสินใจ แม่บอกว่าป๊ารักเขามาก แต่ป๊าก็ยังรักเขาน้อยกว่ามาร์ค ถ้ารักเขาทำไมต้องส่งเขามาลำบาก ให้เขามาอยู่ไกลถึงเกาหลีใต้

ที่เขาต้องรับข้อเสนอของป๊าก็เพื่อให้แม่ได้มีความสำคัญในบ้านต่อไป ทำเพราะอยากให้ป๊ายังเห็นว่าเขาเป็นเด็กดีว่าง่าย  บางทีเขาก็อยากหนีไปไกลๆ เหมือนมาร์ค หมอนั่นมีอิสระ ทำอะไรก็ได้ตามใจ ขัดคำสั่งป๊าแต่ป๊าก็ยังรักมัน ความยุติธรรมนี่มันไม่เคยมีอยู่จริงๆ

“คุณแจ็คสันระวัง! / คุณชายระวัง!

สองเสียงที่ดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทำให้เจ้าของชื่อที่ยืนคว้างอยู่กลางลานจอดรถของคอนโดสะดุ้งเฮือกหลุดจากความคิด แจ็คสันหันไปมองตามแสงไฟจากหน้ารถที่สาดเข้าตา ยกแขนขึ้นบังแสงนั้น เสียงรถเร่งเครื่องเข้ามาในหู แต่เขาก็ยังยืนนิ่งด้วยความตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

มารู้ตัวอีกที แจ็คสันก็ล้มลงไปกับพื้นตามแรงกระชากของใครคนหนึ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ทั้งสองเสียงที่เตือนสติให้ระวังนั้นคุ้นมาก  หัวใจแจ็คสันเต้นระรัวด้วยความตกใจ ใจหายวาบ ชาไปทั้งตัว

“จะบ้ารึไงคุณ! อยากตายนักหรือไงถึงไปยืนขวางรถน่ะห๊ะ!!”เสียงสูงตวาดลั่นจนคนที่กำลังช็อกสะดุ้งเฮือกอีกครั้ง แจ็คสันหันไปมองเจ้าของมือนิ่มที่จับแขนตนไว้แน่น ใบหน้าน่ารักนั้นบึ้งตึง แต่ภายในดวงตาเรียวนั้นมีความเป็นห่วงปรากฏอยู่ แจ็คสันประหลาดใจจนหายตกใจไปเลย

“นาย

“ฉันเอง เฮ่อ! ตกใจแทบแย่นึกว่าจะวิ่งมาลากคุณไม่ทันซะแล้ว ไอ้รถคันนั้นก็ขับเร็วชะมัด นึกว่าลานจอดรถเป็นของมันคนเดียวรึไงกัน แย่หน่อยนะที่ฉันจำทะเบียนรถคันนั้นไม่ได้ ถ้าจำได้นะจะแจ้งความซะเลย มันเกือบจะชนคนเข้าให้แล้วนะเนี่ย ไม่เห็นคนได้ยังไง คุณใส่เสื้อสีแดงออกขนาดนี้”

คุณหนูยองแจบ่นพึมอีกยาว ก่อนจะค่อยๆ ประคองแจ็คสันให้ลุกขึ้นยืน

“เฮ้ลวนลามเหรอ เดี๋ยวจะฟ้องคุณป๋านะ” ยองแจเสียงเย็น มองค้อนอีกคนที่เลื้อยมือมาโอบเอวตนไว้แล้วทิ้งน้ำหนักมาหาอีก ตัวหนาขนาดนี้คิดว่าเขาไม่หนักใช่มั้ย?

“ขาสั่นน่ะ

“เอ่อเป็นยังไงบ้างครับ”  ชายคนหนึ่งวิ่งมาหาแจ็คสัน คุณดารามองลูกน้องของแม่แล้วส่ายหน้า

“ไม่เป็นไร”

“คนรู้จักคุณเหรอ? มีคนดูแลแล้วงั้นฉันไปนะ” ยองแจก็แค่มาหามินอุคเพื่อนรัก กำลังจะกลับก็เจอเหตุการณ์ระทึกขวัญพอดีเลย ชีวิตยองแจนี่มีแต่อะไรที่น่าตื่นเต้นเนาะ

“ไม่รู้จักหรอกครับ” บอดี้การ์ดที่เซเรน่าส่งมาเพื่อดูแลแจ็คสันปฏิเสธเมื่อเห็นสายตาของคุณชาย ยองแจมองแจ็คสันและชายหนุ่มลูกครึ่งอย่างงุนงงสงสัย มือเล็กยกขึ้นลูบคางตนเบาๆ

“แต่ยองแจได้ยินคุณเรียกคุณแจ็คสันว่าคุณชายนะ

แจ็คสันและบอดี้การ์ดสบตากัน ระแวงและสงสัยในนาทีคับขันยังจะหูดีอีกเหรอ?

“คุณคงจะได้ยินผิดล่ะมั้งครับ ผมเรียกผู้ชายคนนี้ว่าคุณผู้ชายต่างหาก” บอดี้การ์ดยิ้มแย้ม ยองแจเลิกคิ้ว

“เหรอครับ?” เฮ้ มาหลอกคนหูดีอย่างยองแจไม่ได้หรอกนะ ได้ยินชัดๆ ว่าคุณชาย รู้จักกันแน่ๆ อ่ะ

“ไม่รู้จักหรอก ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่อีกแล้วล่ะ?”

“มีกฎห้ามคนที่ไม่ได้พักที่นี่มาเที่ยวรึไง ยองแจก็มาหาเพื่อนน่ะสิ” ยองแจเบี่ยงตัวออกแต่ติดที่มือปลาหมึกของอีกคนนี่สิ

“มือน่ะปล่อยได้แล้วนะ คุณขวัญอ่อนขนาดนั้นเลยเหรอ?!” ยองแจแหวใส่

“นายเป็นผู้มีพระคุณของฉันนะ อยากจะตอบแทนน่ะ ต่อจากนี้จะไปไหนหรือเปล่า”

“ไม่ต้องหรอก เกรงใจ” ยองแจจะเดินหนี แต่แจ็คสันลากยองแจไปที่รถตน

“นี่! ปล่อยนะคุณแจ็คสัน ยองแจจะกลับบ้าน!!

“กินข้าวหรือยัง?”

“ถามทำไมเนี่ย?!

“กินหรือยัง”

“ยัง โอ๊ยปล่อย! นี่คุณพูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ”

“ไม่ค่อยเข้าใจภาษาเกาหลีน่ะ”

“อย่ามาโกหกนะ!

บอดี้การ์ดของเซเรน่ามองคุณชายและคุณคนตัวเล็กนั้นไปจนคุณชายลากเขาขึ้นรถไปแล้ว คุณเซเรน่าบอกว่าให้รายงานทุกเรื่องของคุณชาย รวมเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?

 

 

 

 

 

คนขับรถคันนั้นเป็นคนของคุณเอ็มม่าครับแจ็คสันเท้าคาง มองข้อความในโทรศัพท์ที่คนของคุณแม่ส่งมาให้

คนของแม่เอ็มม่าแจ็คสันกดข้อความส่งไปหาพี่ชายคนโตอย่างรวดเร็ว

บอกแม่ของเฮียด้วยนะว่าผมยังไม่ตาย ไม่บาดเจ็บด้วย สบายดี

“นี่คุณแจ็คสัน เป็นอะไร ชวนคนอื่นมากินข้าวเป็นเพื่อนก็น่าจะทำหน้าตาให้ดูดีกว่านี้นะ หน้าหงิกเชียว” แจ็คสันเงยหน้ามองยองแจที่มองเขาตาเขม็ง น่ารักเหมือนแมวเลย เอากลับบ้านไปเลี้ยงได้มั้ยวะ

“นายสนิทกับพี่น้องมั้ย?”

“ถามทำไมล่ะ ถามอะไรแปลกๆ นะ ยองแจก็ต้องสนิทสิ พี่ชายกับพี่สาวตามใจยองแจกันทั้งแหละ อยากได้อะไรก็หามาให้ ไม่ค่อยดุด้วย ทำไมล่ะคุณแจ็คสันมีปัญหากับพี่น้องเหรอ?”

ยองแจคีบอุนาจู ข้าวหน้าปลาไหลแบบพิเศษเข้าปาก กินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยจนแจ็คสันสงสัยว่ามันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือไง

“ก็นิดหน่อยน่ะ

“อยากเล่ามั้ยอ่ะ จะรับฟังให้ก็ได้นะ” ยองแจพูดไปตามปกติ แต่แจ็คสันฟังแล้วหัวเราะ

“บ้ารึไง ขืนเล่านายก็เอาความลับฉันไปขายน่ะสิ”

“ความลับคุณแจ็คสันมีราคาด้วยเหรอ? ยองแจเป็นคนดีพอ คุณป๋าสอนว่าอย่าเที่ยวเอาเรื่องของคนอื่นเขาไปเปิดเผยโดยที่คนคนนั้นเขาไม่อนุญาต เดี๋ยวเขาจะเดือดร้อน ถ้าเราโดนเราก็ไม่ชอบเหมือนกัน”

ยองแจพูดกระแทกจุดในใจของแจ็คสันเข้าโดยไม่ตั้งใจ เพราะแจ็คสันมาเกาหลีก็เพื่อขายความลับของพี่ชายต่างแม่

ยองแจอมยิ้ม วางตะเกียบแล้วประสานมือใต้คาง

“ว่าไง อยากจะเล่าก็ได้นะ สมมติว่าเป็นเรื่องของคนอื่นก็ได้” แจ็คสันลังเล ไม่รู้ว่าจะเชื่อใจยองแจได้มากแค่ไหน

“ไม่เล่าก็ไม่เป็นไร แต่มีอะไรแล้วเก็บไว้คนเดียวมันจะรู้สึกแย่นะ ยองแจชอบระบายกับคนอื่นบ่อยๆ ยองแจมีเพื่อน คุณแจ็คสันลองไปเล่าให้เพื่อนฟังสิเผื่อจะสบายใจขึ้น”

“ฉันไม่มีเพื่อน”

“คนเฟรนด์ลี่อย่างคุณแจ็คสันเนี่ยนะไม่มีเพื่อน? ตลก จะหลอกอะไรก็ให้มันเข้าท่าหน่อยซี่”

ยองแจบ่นพึมกับคนที่ชอบพูดเล่น แต่เมื่อแจ็คสันเงียบๆ ไป ร่างบางก็เงยหน้าขึ้นจากอาหารรสชาติดีมองแจ็คสัน

“จริงเหรอ? ที่ว่าไม่มีเพื่อนน่ะ”

“อืม” เพื่อนที่นี่ไม่มีหรอก ที่อเมริกาก็พอมีบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะเล่ายังไง

“ยองแจเป็นเพื่อนให้เอามั้ย?”

“นายเห็นฉันเป็นคนขาดแคลนเพื่อนขนาดนั้นเลยเหรอยองแจ?” แจ็คสันถอนหายใจ เลิกสนใจโอโคโนมิยากิหมูและไข่ของตนเพื่อสนใจไอ้เด็กแบ๊วตรงหน้า

“อื้อ

“นายอย่ามากวนประสาทฉันนะยองแจ” แจ็คสันชักจะไม่พอใจ ยองแจมองใบหน้าหล่อจัดนั้นตาแป๋ว

“พูดความจริงนะ ถ้าคุณไม่อยากให้มีคนรักทำไมต้องแกล้งทำตัวเป็นคนดี เป็นผู้ชายอบอุ่นเหมือนผู้ชายในฝันของสาวๆ ด้วยล่ะ คุณแจ็คสันไม่กล้าเปิดเผยด้วยซ้ำว่านิสัยที่แท้จริงของคุณเป็นยังไง ในฐานะที่ยองแจรู้แล้วว่าคุณแจ็คสันเป็นคนยังไง ยองแจจะเป็นเพื่อนด้วยก็ได้ ไม่ต้องเสแสร้งอะไรต่อหน้ายองแจหรอก ยองแจรู้หมดแหละ จะพูดอะไรก็พูดมา แต่ว่าพิซซ่าญี่ปุ่นนั่นมันอร่อยมั้ยอ่ะ ขอชิมหน่อยสิ”

ยองแจมองอาหารของอีกฝ่ายตาวาว อยากลองชิม แจ็คสันเลื่อนจานให้อีกฝ่ายชิม

“ขอบคุณน้า”

“พ่อแม่นายนี่เลี้ยงนายมายังไงนะ” ถึงได้มองโลกในแง่ดีนัก

“ก็เลี้ยงมาแบบปกติแหละ ที่บ้านคุณแจ็คสันเลี้ยงแบบไม่ปกติหรือไง”

“กวนประสาท!” แจ็คสันด่าเบาๆ ยองแจยู่ปาก

“ลากยองแจมาเพื่อเลี้ยงข้าวเท่านี้เองเหรอ?”

“ฉันเบื่อๆ ไม่อยากอยู่คนเดียว”

“มารั้งตัวยองแจไว้แบบนี้คุณป๋าจะเป็นห่วงนะ” ยองแจพลิกข้อมือดูนาฬิกา บอกกับพ่อเอาไว้ว่าวันนี้จะกลับเร็วสักหน่อย ผิดสัญญาอีกแล้ว

“ทำไมนายไปหาเพื่อนที่คอนโดฉันบ่อยจัง”

“ยองแจให้เพื่อนแต่งเพลงให้ ก็เลยต้องแวะไปบ่อยๆ”

“วันหลังมาห้องฉันบ้างสิ”

“ไม่ล่ะ”

“ทำไมล่ะ”

“ไม่รู้ แต่ยองแจไม่อยากไป กินหม้อไฟกันมั้ย ยองแจอยากลองชิมอ่ะ” ยองแจมองหาเมนูต่อไปที่จะกิน แจ็คสันประหลาดใจ

“ตัวแค่นี้นายจะกินอะไรเยอะแยะ”

“ก็คนมันหิวนี่ วันนี้คุณป๋าบอกว่าจะพายองแจออกไปกินอาหารอิตาเลี่ยนด้วย อดเลย คุณแจ็คสันต้องเลี้ยงให้เท่ากับที่คุณป๋าจะเลี้ยงสิ”

“อยากจะกินอะไรก็สั่งสิ”

“เย้! คุณแจ็คสันก็ใจดีเหมือนกันนี่” ยองแจอมยิ้ม ก่อนจะทำท่าคิดหนักว่าจะกินอะไรอีกดี แจ็คสันอมยิ้มตามยองแจไปด้วยเลย

“ฉันน่ะเป็นลูกชายคนเล็ก แต่ไม่ชอบหน้าพี่ชายทั้งสองคนสักเท่าไร จะพูดว่าเกลียดเลยก็ได้”

“อือ ทำไมถึงเกลียดพวกเขาล่ะ พี่น้องต้องรักกันไว้มากๆ สิ”

ยองแจไม่แปลกใจที่จู่ๆ แจ็คสันก็เอ่ยออกมา คงจะมีอารมณ์อยากเล่าแล้วมั้ง  บ้านคุณแจ็คสันนี่ต้องมีอะไรแน่เลย มีเรื่องราวที่ทำให้พี่น้องต้องผิดใจกัน และคงรุนแรงมากๆ ด้วย

“เรื่องราวมันซับซ้อนแต่ถ้าให้พูดตามตรง มันคงเป็นเพราะฉันอิจฉาพี่ชายตัวเองล่ะมั้ง”

แจ็คสันถอนหายใจยาว เหม่อมองจานอาหารนิ่ง เหมือนจมอยู่ในความคิดที่แสนสับสน ยองแจวางตะเกียบ เอื้อมมือมาจับมืออีกฝ่ายไว้

ยองแจแปลกใจเลยล่ะ ไม่คิดว่าคุณแจ็คสันจะบอกออกมาตามตรงว่าเขาอิจฉาพี่ตัวเอง ยองแจก็เคยเป็นบ้างบางครั้งเวลาที่เห็นพี่ชายพี่สาวทำอะไรได้ดีกว่ายองแจ แต่คุณป๋าบอกว่าทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตัวเองทำได้ ยองแจหาสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีกว่าใครๆ ได้แล้วก็เลยเลิกอิจฉาคนอื่น ยองแจกำลังพัฒนาตัวเองให้คนอื่นมาอิจฉายองแจมากกว่า

“มันก็เรื่องธรรมดานี่”

“ไม่หรอกมันคงมากกว่าความอิจฉาไปแล้วล่ะมั้ง พี่ชายคนโตของฉันน่ะ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด บริหารธุรกิจของพ่อได้ดีมาก มีแต่คนชื่นชมและนับถือเขา ส่วนพี่คนรอง..ฉันทั้งรักทั้งเกลียดเลยล่ะ”

แจ็คสันพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่นแล้วก็เงียบไป ยองแจนิ่งคิดไปถึงซุปเปอร์สตาร์คนดังคนนั้น

พี่คนรองนี่คือคุณมาร์คหรือเปล่า?

“ทำไมล่ะ

“คงเพราะหมอนั่นน่ะ ไม่ว่าจะไปไหนก็มีแต่คนรักล่ะมั้ง แล้วยังมีความกล้ามากกว่าฉันด้วย”

“ยังไงล่ะ?”

“เขากล้าทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่แคร์ใคร สนแต่ความรู้สึกตัวเองชีวิตเขามีอิสระมากกว่าฉัน”

ยองแจแอบถอนหายใจ ท่าทางจะใช่คุณมาร์คจริงๆ คิดภาพออกเลยเรื่องพี่ชายคนรองที่ว่า คุณมาร์คที่หยิ่งและเอาแต่ใจคนนั้นน่ะ แต่เรื่องมีอิสระมากกว่านี่ไม่ค่อยเข้าใจ คนที่เป็นดารามันมีชีวิตส่วนตัวอิสระมากไม่ได้อยู่แล้ว ค่ายคุณป๋ายังให้นักแสดงมีเวลาส่วนตัวมากกว่าค่ายของคุณกงที่คุณมาร์คอยู่ด้วยซ้ำ

“แล้วสิ่งที่เขาทำน่ะ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหรือเปล่าล่ะ”

“เดือดร้อนสิ โดยเฉพาะฉัน ทั้งที่ฉันก็พยายามมากเท่าเขา แต่ฉันก็ยังต้องเดือดร้อนเพราะเขา”

“เรื่องนี้น่ะ พี่คุณเขาก็ไม่ผิดซะทีเดียวหรอก ถึงสิ่งที่เขาทำเพื่อตัวเองจะสร้างความเดือดร้อนให้คุณ แต่คุณไม่ใส่ใจแล้วทำทุกอย่างเพื่อตัวเองบ้างก็ได้นี่ คุณไม่กล้าทำเองไม่ใช่เหรอ อยากเหมือนเขาก็ลุกขึ้นมาทำเองบ้างสิ”

ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็ดีน่ะสิ” แจ็คสันเคือง

ทำไมเด็กนี่ชอบพูดอะไรเหมือนมันง่ายดายนักหนานะ เพราะชีวิตยองแจมันง่ายไปทุกอย่างสินะถึงได้พูดแบบนี้ออกมา คุณซึงฮยอนเป็นพ่อที่ดี รัก และตามใจยองแจทุกอย่าง ทะนุถนอมหมอนี่ยังกับไข่ในหิน ซึ่งคุณซึงฮยอนต่างกับพ่อเขามาก ถึงจะอธิบายยังไงคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่างยองแจก็ไม่มีวันเข้าใจ

“สิ่งที่ขวางทางคุณอยู่คงใหญ่มากสินะ”

“อืม ใหญ่มาก ถึงฉันอยากจะทำบ้างก็ทำไม่ได้ มันมีเหตุผลที่ทำให้ฉันทำแบบหมอนั่นไม่ได้”

“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างเขาหรอก คุณเองก็มีสิ่งที่ทำได้เหมือนกัน ดาราหน้าใหม่ไม่มีใครฮอตเท่าคุณอีกแล้วนะ”

“ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจสักนิด” ยองแจชมเรื่องนี้เขาก็ไม่ดีใจหรอกน่า เขาไม่ได้อยากเป็นนักแสดงเลย ที่ทำได้ดีเพราะไม่อยากแพ้มาร์คเท่านั้นเอง

“คุณน่ะทั้งหล่อ ทั้งรวย มีโอกาสดีๆ ในชีวิตตั้งเยอะแยะ คุณสมบัติพวกนี้น่ะเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนฝันอยากจะมีเลยนะ ทำในสิ่งที่ตอนนี้สามารถจะทำได้ก็พอแล้ว บางทีคุณก็ควรจะคิดถึงตัวเองบ้าง อ้อ แล้วเรื่องที่เกลียดพี่ชายเนี่ย ขอให้กลับมารักกันได้เร็วๆ ก็แล้วกัน คุณป๋าบอกยองแจเสมอเลยว่า ไม่ว่ายังไงพี่น้องก็ต้องรักกัน สายเลือดเดียวกันยังไงก็ทิ้งกันไม่ได้ ตัดกันไม่ขาด คนอื่นจะทำร้ายเรามากแค่ไหน มันยังไม่เจ็บปวดเท่าสายเลือดเดียวกันทำร้ายเราเลย เกลียดได้แต่อย่าถึงขั้นทำอะไรเขาก็แล้วกัน

คุณเป็นคนใจดีนะคุณแจ็คสัน ถ้าคุณใจร้ายคุณคงไม่บอกว่ารักเขาหรอก คุณคงแกล้งทำเป็นคนแสนดีจนจะกลายเป็นตัวคุณเองจริงๆ แล้วล่ะ”

ยองแจแค่อยากเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งที่เขาคิดจะทำ เพราะบังเอิญได้ยินเรื่องราวพวกนั้นมา

ยองแจยังจำได้นะเหตุการณ์วันนั้น คุณแจ็คสันโกรธพี่ชายมากเลย เพราะเหตุผลในใจพวกนี้หรือเปล่าที่ทำให้คุณแจ็คสันอยากทำลายพี่ชาย ไม่ดีเลย พี่น้องทะเลาะกันน่ะ ยองแจไม่ชอบเลยนะ ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับใครทั้งนั้น อย่างในกรณีนี้ของคุณแจ็คสัน ถ้าทะเลาะกันหรือทำอะไรลงไป คนที่เจ็บปวดที่สุดก็จะเป็นตัวคุณแจ็คสันเอง ก็เขารักพี่ชายนี่นา

แจ็คสันเม้มปากแน่น รู้ว่ามันไม่ควรทำ แต่เขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะต้องทำลายมาร์คให้ได้ แม้จะไม่รู้ว่ายองแจหมายถึงอะไร อาจจะแค่เตือนตามปกติอย่างที่ใครๆ ก็ต้องเตือน แต่เขาก็คงทำตามที่ยองแจบอกไม่ได้หรอก

“ขอบใจที่เตือน”

“ยองแจหวังดีนะ”

“ฉันรู้”

“อืม..” ยองแจไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเชื่อตน แต่หวังว่าที่สิ่งที่พูดไปจะสะกิดใจคุณแจ็คสันได้บ้าง

“คิดไม่ถึงนะว่าคุณหนูอย่างนายก็ให้กำลังใจคนอื่นเป็น”

“แค่เปิดใจอะไรๆ มันทำได้ทั้งนั้นแหละ คุณแจ็คสันเองก็หัดมองโลกให้มันกว้างขึ้นบ้างสิ อย่าสนใจแต่จะเกลียดคนอื่น หัดรักคนอื่นบ้างก็ดี ชีวิตจะได้มีความสุขซะบ้าง”

“ได้ทีละพูดใหญ่เลยนะ ให้ฉันหัดรักคนอื่นบ้างนี่ฉันเริ่มรักนายก่อนได้หรือเปล่า?”

ยองแจเบ้ปาก คิดว่าอีกฝ่ายแซวตนอีกแล้ว คุณแจ็คสันเคยบอกนี่นาว่ายองแจหน้าจืด ผิวซีด ตัวแบน เฮอะ!

“จะรักนี่ขออนุญาตหรือยัง?”

“ไม่ให้เหรอ?”

“ไม่! เลิกพูดเล่นสักทีเถอะ ยองแจอยากกินของหวานอ่า กินอีกดีมั้ย? มันน่าอร่อยจังเลย ถ้าสั่งมาแล้วกินไม่หมดคุณแจ็คสันช่วยกินหน่อยนะ”

ร่างบางกัดริมฝีปากเล็กน้อย ชั่งใจว่าจะกินต่อดีหรือเปล่า แจ็คสันถอนหายใจ

“อยากกินก็กินเถอะ” กินจุจริงๆ นะยองแจเนี่ย

 

 

 

 

แบมแบมใช้มือค้ำท้อง ค่อยๆ ขยับลุกจากพื้นอย่างเงียบเชียบหลังจากแกล้งคนหลับจนพอใจแล้ว มือนิ่มยกขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะกับคนที่หลับลึกจนไม่รู้ตัวว่าถูกเขียนหน้า แบมแบมขีดหนวดแมวลงบนแก้มมาร์ค เติมปลายจมูกจนดำ มาร์คหน้าใสจนเขียนได้สะดวกมากเลย

มาร์คหนีหลับ ร่างบางเบื่อเลยหาอะไรทำไม่ให้เบื่อ สิ่งที่คิดออกก็คือแกล้งมาร์คนี่ล่ะ

คุณแม่แฝดหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพตลกๆ ไปสองรูป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบกล้องถ่ายรูปตัวเก่งของตนออกมา ตอนนี้เย็นมากแล้ว แสงพระอาทิตย์สีส้มที่สาดเข้ามาในห้องกำลังสวยเลย ขอถ่ายคุณซุปตาร์หน้าแมวเก็บไว้ดูเล่นสักรูปเถอะ

“อุ้ย!” ลืมปิดแฟลช

“อืม” ร่างสูงขยับตัว มือปัดป่ายตกลงข้างโซฟา โดนขาเรียวของคนขี้แกล้ง

“นี่!” แบมแบมถอยหนีเมื่อโดนลูบขา มาร์คงัวเงียลืมตาขึ้นมา

“กล้อง…?” สิ่งแรกที่มาร์คเห็นในมือแบมแบมคือกล้องถ่ายรูปราคาแพง

“เล่นเป็นปาปาราซซี่หรือไง” มาร์คพูดทั้งที่ยังหลับตา ดึงชายเสื้อแบมแบม

“หวงเหรอ?”

“เปล่า..อยากจะถ่ายก็ถ่าย แต่อย่าให้ใครเห็นล่ะ”

“รู้หรอกน่า” มาร์คพลิกตัวนอนตะแคง เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์แบมแบมที่วางบนโต๊ะ

“ถ่ายวิดีโอเลยสิ” มาร์คดึงแบมแบมลงนั่งบนโซฟาตัวที่เขานอน ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แบมแบมอย่างคล่องแคล่วเพราะเล่นบ่อย แบมแบมรีบหยิบมือถือจากมือมาร์คมาซ่อนไว้ด้านหลัง

“ไม่เอา! อย่าถ่ายนะ” ถ้าถ่ายตอนนี้มาร์คก็รู้น่ะสิว่าเขาแกล้งน่ะ!

“ทำไมจะถ่ายไม่ได้ หน้านายก็โอเคดีนี่ ดูโง่ๆ ดี”

“นี่คุณหลอกด่าฉันเหรอ!” แบมแบมลืมตัวทุบอกมาร์คไปแรงๆ มาร์ครีบแย่งมือถือแบมแบมคืนไป

“ถ่ายหน่อยน่า สักสิบวินาทีก็ได้”

“ไม่เอา!” แบมแบมพยายามจะลุกหนีแต่มาร์ครวบตัวเอาไว้ไม่ให้ไป มาร์คหาวหวอดจนน้ำตาเล็ดจากหางตา ทำงานมาหนัก เหนื่อยจนเผลอหลับไปเลย 

“อืม กล้องชัดดีนะเอ๊ะ! นี่นายเขียนหน้าฉันเหรอแบมแบม!!” ร่างสูงตาโต หันไปมองแบมแบมตาขวาง แม่หมูของแฝดยิ้มเจื่อน

“แกล้งเล่นนิดเดียวเอง

“สนุกมากมั้ย?”

“ก็ดี๊” แบมแบมรับคำเสียงสูงกลั้วหัวเราะ ไร้ความสำนึกผิด มาร์ควางมือถือแบมแบมลงบนตักนิ่ม ก่อนจะลุกโซเซหายไปแป๊บหนึ่ง แบมแบมงุนงง

“อ๊า! อย่าเข้ามานะ ออกป๊าย!” แบมแบมถึงกับร้องลั่นเมื่อเห็นว่ามาร์คถืออะไรกลับมาด้วย

“อยู่นิ่งๆ ซะดีๆ!” มาร์คถือปากกาสีชมพูย่างเท้าเข้าหาแบมแบม ไม่สะทกสะท้านกับหมอนที่ถูกขว้างมาหา พอหมอนหมดเขาก็เข้าไปนั่งข้างแบมแบมทันที

“ไม่เล่นๆ โอเค ขอโทษก็ได้ อย่าเขียนนะไม่เอ๊า!” แบมแบมดีดดิ้นเมื่อถูกมาร์ครวบตัวเอาไว้เพื่อจะเขียนหน้าให้เหมือนๆ กัน

“หึ เขียนสักหน่อยไงจะได้ดูดีขึ้นมาบ้าง”

“ไม่ต้องเขียนฉันก็หน้าตาดีอยู่แล้วโว้ย!!

“อย่าพูดจาหยาบคายสิ ขืนหันหน้าหนีมากๆ เขียนพลาดไปโดนตาไม่รู้ด้วยนะ”

“อย่า!” มาร์ครั้งคนท้องมานั่งตรงหว่างขา ใช้ขาทับขาแบมแบมไว้ จับหน้าแบมแบมมือหนึ่งให้เอียงแก้มจะได้เขียนถนัด

“ฮือ ม่าย ไม่เล่นๆ ไอ้คนเจ้าคิดเจ้าแค้น ต้องเขียนหน้าคืนด้วยรึไง ปากกาอันนี้มันล้างออกยากนะเว้ย! 

ถึงจะพยายามห้ามแล้วแต่แก้มใสๆ ของแบมแบมก็โดนเขียนเป็นตัวอักษรเล็กๆ อ่านว่า แม่ ลงไปอยู่ดี

“น่ารักเชียว เอาอีกข้างนะ จะได้สวยๆ” มาร์คหัวเราะในลำคอ ชอบใจ

“ฮึ่ย! อย่าให้หลุดออกไปได้นะ!!

“หลุดออกมาได้แล้วจะทำอะไรงั้นเหรอ?”

“ฮึ่ย!” แบมแบมฮึดฮัดเมื่อถูกเขียนแก้มอีกข้างว่า หมู

“คุณเขียนว่าอะไรน่ะ” แบมแบมเปิดกล้องหน้าในมือถือขึ้นมาส่องตัวอักษรลงบนแก้ม

“อ๊า! ขี้โกง ทำไมคุณเขียนเป็นตัวเลยล่ะ! ฉันแค่เขียนหนวดให้เองนะ”

แบมแบมไม่ยอม ดิ้นออกจากขามาร์คแล้วหันมาหา คุกเข่าบนโซฟาแล้วคว้าปากกาจากมือมาร์คมาเติมตัวอักษรลงไปบนหน้ามาร์คบ้าง

แบมแบมตั้งอกตั้งใจเติมลวดลายลงบนใบหน้ามาร์คจนไม่ทันรู้ตัวเลยว่าก้มเข้าไปหามาร์คใกล้ขนาดไหน ร่างสูงอมยิ้มเมื่อแบมแบมเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นดอกไม้หอมๆ ที่มาจากโลชั่นทาผิวบนตัวแบมแบม วางมือข้างหนึ่งลงบนแผ่นหลังบาง มืออีกข้างวางลงบนเอวที่ไร้ส่วนโค้งเว้าเพราะเจ้าตัวเล็กในท้อง

“เสร็จแล้ว” แบมแบมอมยิ้ม พออกพอใจกับผลงาน

“อืม”

“อ๊ะ! ไอ้คนหื่นกามนี่ อย่ามาลวนลามนะ” แบมแบมทุบบ่ากว้างเมื่อถูกขโมยหอมแก้มไปหนึ่งฟอดใหญ่อย่างไม่ทันระวังตัว  

“ท่ากำลังเหมาะเลยนะ” มาร์คมือไวมาก แป๊บเดียวก็จับแบมแบมนั่งคร่อมตักตัวเอง  แบมแบมอึ้งกับท่านั่งที่มันไม่เหมาะสมเลยสักนิดเดียว!

“เดี๋ยวเถอะ!

“อะไรเล่า ท่าสวยนะ”

“อย่ามาคิดไม่ดีกับฉันเด็ดขาดเลยนะ!” มือนิ่มยันหน้าหล่อจนหน้าหงาย เสียงเขียวใส่  คนอย่างมาร์คต้วนนี่จะทำให้เขาหงุดหงิดได้ทุกครึ่งชั่วโมงเลยใช่มั้ย? เก่งจังเลยนะ!

“แม่หมูอารมณ์แปรปรวนอีกแล้ว น่าเบื่อนิดหน่อย แต่ตัวหอมเลยให้อภัย” มาร์คหันไปพูดกับกล้องมือถือในมือตัวเอง

“อัดวิดีโออะไรของคุณ ถามฉันรึยัง?” แบมแบมเอามือไปบังกล้องไม่ให้ถ่าย

“น่ารักออก ส่งไปให้คริสดูดีกว่า เฮ้แฝด!ทักทายอังเคิลคริสพี่ชายของแด๊ดดี๊หน่อยสิ” มาร์คก็ยังคงเป็นมาร์ค ยังไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูดอยู่ดี อยากจะถ่ายก็ถ่าย

“ใครคือคริส?”

“พี่ชายฉันเอง หล่อมาก ใจดีด้วย”

“ต่างกับคุณสินะ สวัสดีครับพี่คริส” แบมแบมยกมือโบกไปมาให้กล้องพร้อมยิ้มกว้างด้วย มาร์คเหล่มองอย่างหมั่นไส้

“ฉันต่างกับคริสตรงไหนกัน แล้วรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไรถึงไปเรียกหมอนั่นว่าพี่น่ะห๊ะ!?” มาร์คคิ้วขมวด จู่ๆ ก็ไม่พอใจขึ้นมาซะอย่างนั้น

“รู้จักตอนนี้แหละ ส่วนเขาต่างกับคุณตรงไหนคงไม่ต้องบอกมั้ง คุณบอกว่าพี่ชายคุณใจดีไม่ใช่เหรอ? ตรงนี้ไงที่แตกต่างกัน” แบมแบมยิ้มเยาะเย้ย

“ชื่นชมกันเข้าไป”

“อย่าทำตัวเป็นเด็กน่า! พอๆ เลิกถ่ายดีกว่า ฉันจะไปล้างหน้าแล้ว” แบมแบมคว้ามือถือจากมือมาร์คมาหยุดถ่ายวิดีโอ

“ส่งให้ฉันด้วยนะ”

“รู้แล้วน่า ปล่อยสักทีบอกว่าจะไปล้างหน้าแล้วไง”

“นายอ้วนขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย”

“ปากดีอีกแล้ว มีอะไรก็เก็บๆ ไว้ในใจบ้างเถอะ” แบมแบมยู่ปากไม่พอใจที่ถูกว่าอ้วน

“รับความจริงหน่อยสิ เฮ่อ นิ่มจัง” มาร์คซุกหน้ากับอกนิ่ม แบมแบมตีผลัวะที่หัวแรงๆ

“บอกว่าอย่าลวนลาม! คุณนี่พูดไม่รู้จักฟัง เออ..นี่คุณ ฉันมีอะไรจะบอก”แบมแบมดันหน้ามาร์คออกจากอกตัวเอง ร่างสูงเลิกคิ้วเชิงถาม

“ฉันว่าคุณควรจะย้ายคอนโดมาอยู่ห้องข้างๆ ฉันดีกว่านะ เจ้าของเดิมเขาเพิ่งย้ายออกไปเมื่อวาน  เขาย้ายไปอยู่อังกฤษก็เลยขายห้องน่ะ เมื่อวานคุณไม่ได้มาฉันก็ขี้เกียจโทรไปบอก ย้ายมาอยู่ซะใกล้ๆ คุณจะได้ไม่ต้องขับรถไปมาด้วยไง หมู่นี้คุณก็มาหาฉันบ่อยๆ อยู่แล้ว พี่จินยองเองก็ย้ายไปอยู่บ้านใหม่แล้วด้วยนี่ บ้านพี่แจบอมก็อยู่ใกล้คอนโดพี่คุณอีกต่างหาก”

“นายอยากให้ฉันมาอยู่ด้วยเหรอ?” มาร์คอมยิ้ม แบมแบมเบ้ปาก

“ไม่ใช่! แค่คิดว่าคุณจะแยกไปอยู่ห่างจากชาวบ้านเขาทำไม แค่นั้นเอง”

แบมแบมแค่สงสาร กลัวว่าผู้ชายคนนี้จะเหงาก็เท่านั้น พี่จินยองบอกเขาไว้ว่าให้ชวนมาร์คมาที่บ้านบ่อยๆ หน่อย เพราะพี่เขาเองต้องดูแลแจยอง คงจะไปไหนมาไหนกับมาร์คบ่อยๆ ไม่ได้อีกแล้ว เวลาที่มาร์คว่างจากงานพี่จินยองไม่อยากให้มาร์คอยู่คนเดียว

“ทำไมไม่ให้ฉันย้ายมาอยู่บ้านนายซะเลยล่ะ?”

“มันมีแค่สามห้อง ถึงมีอีกห้องพี่คุณของฉันก็ไม่ให้คุณมาอยู่หรอก”

“อยู่ห้องนายไง”

“เหรอครับตลก!” แบมแบมยิ้มหวานอย่างเสแสร้งก่อนจะถลึงตาใส่ให้รู้ว่าไม่ชอบนะ ร่างบางขยับลงจากตักมาร์คเดินไปเข้าห้องน้ำ

มาร์คมองไปรอบห้องกว้างขวางของนิชคุณแล้วครุ่นคิดในใจว่าจะเอาอย่างไรดี

ย้ายมาอยู่คอนโดนี้ก็น่าจะดีเหมือนกันนะ

 

 

 

 

หลังจากตื่นนอน สิ่งแรกที่คริสทำก่อนเป็นอันดับแรกคือดื่มน้ำเปล่าสองแก้วแล้วเช็คโทรศัพท์มือถือ

ร่างสูงรินน้ำเปล่าจากเหยือกใส่แก้ว ถือแก้วน้ำและหยิบโทรศัพท์ไปนั่งที่เก้าอี้สีครีมตรงระเบียงห้อง

เมื่อจิบน้ำหมดไปครึ่งแก้วแล้ว คริสก็เปิดโทรศัพท์มือถือสีทองขึ้นมาเช็คการติดต่อที่ทุกคนส่งมาหาเขา ไม่ว่าจะสายเข้าหรือข้อความ

คริสมืออ่อนไร้แรงชั่วขณะ แก้วน้ำเปล่าที่ถืออยู่ตกพื้นแตกกระจาย ดวงตาคมเบิกกว้าง มองวิดีโอที่ถูกส่งมาจากน้องชายคนรอง

ใคร? เขาคืออังเคิล? มาร์คคือแด๊ดดี๊? ถ้าอย่างนั้นคนที่สวยๆ ตัวเล็กๆ นั่นก็ภรรยาของมาร์คอย่างนั้นหรือ!

Oh God! ชายหนุ่มรูปงามสติหลุดไปชั่วครู่ เขาหลับตาแน่น คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ให้พยายามหลอกตัวเองว่าตาฝาดเท่าไรก็ไร้ผล คลิปสั้นๆ นั้นต่อให้เล่นซ้ำกี่รอบก็เหมือนเดิม ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอ ทำใจแล้วต่อสายข้ามประเทศไปหาน้องชายที่ทำเขาช็อกรับเช้าวันใหม่ได้อย่างตลกร้ายสิ้นดี!

“มาร์ค วิดีโอที่แกส่งมานี่

<Hey bro! ได้ดูแล้วเหรอ? ลูกผมเอง ฝาแฝดด้วยนะ ผู้ชายคนนึง แต่อีกคนยังไม่รู้> เสียงร่าเริงของมาร์คทำให้พี่ชายถึงกับถอนใจ

“มาร์ค..ไม่ตลก เฮียตกใจมากรู้หรือเปล่า ตั้งแต่เมื่อไร นายมีคนรักใหม่ทำไมไม่เคยบอกเฮีย” คริสจริงจัง แต่อีกฝ่ายไม่คิดอย่างนั้นเลย

<ตอนนี้ก็รู้แล้วนี่ แบมแบมท้องหกเดือนแล้วล่ะ อีกสามเดือนก็คลอดแล้ว น่าตื่นเต้นมั้ย? แต่ว่าเฮียอย่าไปบอกใครนะ ผมบอกเฮียคนแรกและคนเดียวเลยด้วย>

“ยินดีด้วย แต่มาร์ค เฮียว่าระวังตัวหน่อยก็ดีนะ ถ้าแจ็คสันรู้เรื่องคงแย่ นี่นายรอดนักข่าวมาได้ยังไงจนป่านนี้เนี่ย” คริสเป็นห่วง นี่ไม่ใช่แค่คนรักธรรมดา แต่มีลูกด้วยกันเลยนะ! ถ้าข่าวรั่วออกไปมีหวังดังชั่วข้ามคืน

<ผมระวังตัวน่า ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่คลิปไม่มีทางหลุดไปไหนอยู่แล้วล่ะ คนที่มีมันมีแค่สามคนคือเฮีย ผม และก็แบมแบมเท่านั้น เฮียคงไม่ทำร้ายผมหรอกใช่มั้ยล่ะ?>

คริสกลอกตาไปมา มาร์คเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องของตนเองตั้งแต่เมื่อไรกันถึงกล้าอัดคลิปนี้ขึ้นมาได้ แถมส่งมาหาเขาอีก มาร์คมั่นใจมากเลยหรือว่าเขาจะช่วยมาร์คเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ

“น้องสะใภ้เฮียชื่อแบมแบมเหรอ คนเกาหลีสินะ”

<เปล่า คนไทย>

“สวยดี ทำไมถึงส่งมาให้เฮียดูล่ะ?”

“ที่ส่งให้ก็เพราะว่าเฮียเป็นคนที่น่ารักที่สุดในบ้านนั้นแล้วน่ะสิ ผมอยากจะอวดใครสักคนก็เลยนึกถึงเฮีย เฮียรักและดีต่อแม่กับผมมากที่สุดแล้วนี่นา เออเฮีย แค่นี้ก่อนนะมีธุระว่ะ บาย>

คริสอึ้งจนอีกฝ่ายวางสายไป อยากอวดเขาอย่างนั้นเหรอ? มาร์คนี่เด็กจริงๆ

คุณชายคนโตของตระกูลต้วนเปิดเล่นคลิปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาดูด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่งมากขึ้น แม้ลึกๆ จะหนักใจอยู่ก็ตาม

“ต่างกับคุณสินะ สวัสดีครับพี่คริส”

“สวัสดีแบมแบม..” เขาอยากรู้จักเด็กคนนี้จังเลยว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่ ถึงทำให้มาร์คกล้าเสี่ยงกับการตกเป็นข่าวได้ขนาดนี้ มีลูกเมียทั้งที่ยังอยู่ในวงการ และอยู่ในฐานะซุปเปอร์สตาร์ด้วยนะ!

ชายหนุ่มดูไปก็หัวเราะไปกับการถกเถียงของทั้งสองคนในจอ

พอดูจบคริสก็ถอนหายใจ ลูบหน้าจอโทรศัพท์ไปมา เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มมีความสุขของมาร์คมานานเท่าไรแล้วเขาก็จำไม่ได้ เพราะเด็กคนนี้กับลูกในท้องสินะถึงทำให้มาร์คกลับไปเป็นผู้ชายที่ยิ้มออกมาจากหัวใจได้อีกครั้ง

เกิดความรู้สึกตื้อและตื้นตันขึ้นในใจคริส เขากำโทรศัพท์ไว้ แนบริมฝีปากกับจอโทรศัพท์ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากร้องไห้ มาร์คหาความรักของตัวเองเจอแล้วใช่ไหม มาร์คมีที่พักพิงแห่งใหม่แล้วใช่หรือเปล่า เขาสามารถวางใจได้แล้วสินะว่ามาร์คจะมีคนที่คอยดูแลแล้ว

 “คุณแม่ไลลา..คุณแม่เห็นอย่างที่ผมเห็นหรือเปล่าครับ” ถึงมาร์คไม่ขอร้องผมก็จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับครับแม่ ถ้าเรื่องรู้ถึงหูคนอื่น คนคนนั้นไม่ได้รู้มาจากผมแน่นอน

คริสกำลังจะกดลบคลิปแต่ก็เปลี่ยนใจ

 

 

 

 

            “แจยองข้าวอยู่นี่นะ แม่ไปทำงานก่อนนะเดี๋ยวน้ามาร์ครอ”

            จูเนียร์วางอาหารเช้าที่ลูกสาวอยากทานตั้งแต่เมื่อวานและขอร้องไว้ว่าแม่ต้องทำให้กินลงบนโต๊ะอาหาร แจยองขยี้ตาไปมา เดินลากตุ๊กตาคิตตี้มายืนตรงหน้าแม่

“บ๊ายบาย ไปดีมาดีนะคะ” แจยองยกมือบ๊ายบายแม่ ปิดเทอมแล้วแจยองก็ต้องตื่นเช้า คุณยายไม่ยอมให้ตื่นสาย เดี๋ยวจะติดเป็นนิสัย พอเปิดเทอมจะตื่นไปโรงเรียนยาก

“ขอบใจจ้ะ มาหอมที” คุณผู้จัดการก้มลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาว ยืดตัวขึ้นดึงสายกระเป๋าเดินทางที่หลุดจากบ่าขึ้นคล้องไหล่ วางมือลงบนศีรษะแก หันหลังเตรียมออกจากบ้าน

“เฮ้รีบจนไม่มีเวลาจะกินข้าวเลยหรือไงนยอง” แจบอมที่ยังไม่ตื่นดีเดินงัวเงียตามลูกสาวออกมา

“อือ รถของกองถ่ายจะออกในครึ่งชั่วโมงนี้แล้ว สามวันนี้ก็อยู่กับลูกดีๆ ล่ะ อย่าลากลูกไปถ่ายรูปในที่แปลกๆ เด็ดขาดเลยนะ” จินยองสั่งแจบอมขณะก้มลงใส่รองเท้าผ้าใบอยู่หน้าชั้นวางรองเท้า

จูเนียร์ไม่ไว้วางใจแจบอม เพราะอีกฝ่ายเปรยไว้หลายวันแล้วว่าอยากจะถ่ายรูปใต้น้ำโดยใช้แจยองเป็นนางแบบ จะพาลูกไปเรียนดำน้ำอีกต่างหาก ถึงแจยองจะว่ายน้ำเป็นเขาก็ไม่อยากให้ลูกเก่งถึงขั้นดำน้ำได้ตั้งแต่สี่ขวบหรอกนะ!

แม่ก็ไม่น่าหนีไปเที่ยวกับคุณยุนฮีและคุณลูคัสเลย แจยองก็เลยต้องอยู่กับแจบอมแค่สองคนเอง

 แจบอมยิ้มกว้าง พยักหน้ายืนยัน ทั้งที่ในใจปฏิเสธว่าไม่ทำตามหรอกนะ กะว่าสามวันที่จินยองตามมาร์คไปต่างจังหวัดเขาจะพาแจยองไปเรียนดำน้ำสักหน่อย

“ได้เลย ไม่ไปสถานที่แปลกๆ แน่นอน” ทะเลก็ไม่ใช่ที่แปลกๆ หรอกเนอะ

“ดีแล้ว อย่าให้ฉันรู้นะว่าคุณพาแจยองไปเรียนดำน้ำ โดนดีแน่” จินยองชี้หน้าแจบอมคาดโทษไว้ล่วงหน้า ร่างสูงหัวเราะ ดึงแขนจินยองที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านไว้ จินยองมองหน้าเขา สงสัย

“เดินทางดีๆ นะ” ร่างสูงอวยพรแล้วฉกความหอมจากแก้มเนียนอย่างรวดเร็ว หอมเสร็จก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“คุณ! นี่ต่อหน้าลูกนะ” จินยองทุบแขนแจบอมไปหนึ่งที หงุดหงิดด้วยเขินด้วย มองหน้าลูกสาว แจยองปลอยมือจากตุ๊กตาคิตตี้ตัวโต ใช้มือเล็กๆ ปิดตา

“หนูไม่เห็น”  ทำแบบนี้ยิ่งแสดงว่าเห็นไม่ใช่เหรอ?!

จินยองอ้าปากจะด่าแจบอม แต่ไม่รู้จะด่าอะไรเลยรีบหนีออกไปทำงานดีกว่า

“แจยองงี่ของพ่อนี่น่ารักจริงๆ ไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ” แจบอมลูบผมแจยองไปมา จับมือแกพาไปกินข้าวเช้า

“พ่อจะพาหนูไปทำงานด้วยมั้ยคะ”

“ไปสิคะ ไปอยู่ที่กองถ่ายกับพ่อไง”

“สนุกมั้ยคะ?”

“สนุกสิจ๊ะ คนเยอะแยะเลยล่ะ มีแต่คนอยากเจอแจยองของพ่อนะ” แจบอมอุ้มลูกสาวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ เดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบเหยือกนมสดออกมารินให้ลูกสาว

“ทำไมคะ?”

“เพราะแจยองของพ่อน่ารักมากๆ เลยน่ะสิคะ” แจบอมหยิกแก้มแกอย่างหมั่นเขี้ยว นั่งลงบนเก้าอี้ตัวทางซ้ายมือของแก มองลูกกินอาหารเช้า

“พี่แบมแบมไปมั้ยคะ?”

“ไปสิคะ อยากเจอน้องในท้องพี่แบมแบมล่ะสิ” แจบอมเท้าคางมองลูกสาว อมยิ้มมีความสุข ได้อยู่กับแจยองสองคนก็ดีเหมือนกันนะ

“ใช่ค่ะ พี่แบมแบมมีน้องตัวเล็กในท้องด้วย หนูอยากมีบ้าง” หนูน้อยสนใจคุยมากกว่าจะกินอาหารเช้าเสียแล้ว แจบอมเลิกคิ้ว

“แจยองอยากมีน้องเหรอ?”

“ค่ะ แม่จินก็มีน้องอยู่ในท้อง พี่แบมแบมก็มีน้อง ทำไมแม่ถึงไม่มีล่ะคะ?” แจยองสงสัย เพื่อนที่โรงเรียนเก่าบอกแจยองว่ากำลังจะมีน้องชายแล้ว พี่แบมแบมก็มี แต่ทำไมแม่เธอไม่มี?

 “อยากมีน้องบ้างเหรอ?” แจบอมยิ้มกริ่ม เขี่ยแก้มยุ้ยของลูกสาว

“ค่ะ! ได้มั้ยคะพ่อ? นะคะๆ” แจยองคุกเข่าบนเก้าอี้เอื้อมมือมาเขย่ามือพ่อ ขอร้องอย่างมีความหวัง

“ลองไปขอแม่ดูสิคะ พ่อก็อยากรู้นะว่าแม่จะตอบหนูว่ายังไง” แค่คิดก็ตลกแล้ว จูเนียร์ต้องช็อกมากแน่ๆ เลย

“ได้ค่ะ หนูจะถามเอง!

“ฝากด้วยนะแจยอง อ้อนจนแม่ใจอ่อนยอมมีเลยก็ได้นะคะ”  แจบอมไม่ได้ยืมมือลูกสาวเลยนะจริงๆ ไม่เคยคิดสักแวบเดียวเลย

            “ตกลง!

“สัญญา?” แจบอมยื่นมือออกไปข้างหน้า แจยองยื่มมือมาจับมือพ่อ ทั้งคู่เขย่ามือกันไปมา

“สัญญาค่ะ!” แจบอมยิ้มกว้าง แจยองคนเก่งของพ่อนี่น่ารักจริงๆ พ่อรักหนูจังเลย

 

 

 

 

 

“แบมวันนี้ทำงานกี่โมงถึงกี่โมงน่ะ” นิชคุณถามน้องชายขณะลงนั่งประจำที่ ซองจุนเสิร์ฟอาหารเช้าให้เพื่อนรักและแบมแบม

“บ่ายโมงครับ เวลาเสร็จงานนี่กำหนดไม่ได้แฮะ น่าจะค่ำๆ เลย” แบมแบมยังคงทำงานอยู่ แต่จะขอลาตอนใกล้คลอด ตั้งใจจะลาตอนแปดเดือนเกือบเก้าเดือนนั่นล่ะ

แบมแบมชอบทำงาน เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากตำแหน่งผู้ช่วยตากล้องมาได้เยอะแล้วด้วยเลยไม่อยากเลิกทำงานตอนนี้ แต่คนรอบข้างก็บอกว่าให้เบางานลงได้แล้ว ซึ่งแบมแบมก็ฟังแต่ยังไม่ทำตาม เพราะเขาคิดว่าตัวเองยังอายุน้อย ร่างกายก็แข็งแรงดี แถมมีคนคอยดูแลตั้งเยอะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถ้าจะทำงานต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำไม่ไหว

“วันนี้ให้ไอ้ซองจุนไปส่งนะ พี่ต้องรีบเข้าบริษัท นัดคุยงานกับน้าเมย์”

“ครับพี่คุณ”

เวลาจะออกไปไหนแบมแบมจะติดรถพี่ซองจุนและพี่คุณไป เพราะเขาท้องโตจนไม่สามารถขับรถเองได้แล้ว มันอันตราย ซึ่งไอ้เรื่องพวกนี้พี่คุณและพี่ซองจุนน่ะที่หามาใส่หัวเขา ให้เขาจำและทำตาม อ้อ ต้องเพิ่มมาร์คอีกคน ตอนนี้แบมแบมรู้สึกเหมือนมีพ่อเพิ่มมาอีกสามคนพร้อมกันเลย จู้จี้จุกจิก ขี้บ่นมากๆ

มื้ออาหารเช้าผ่านไปอย่างเร่งรีบ นิชคุณไม่บอกลาน้อง แต่ก้มลงพูดกับท้องน้องชายเพื่อลาหลานแล้วรีบออกไปทำงาน พอนิชคุณออกไปได้ 20 นาที ซองจุณก็บอกลาไปทำงานบ้าง

“เดี๋ยวตอนเที่ยงพี่มารับไปทำงานนะแบมแบม”

“ครับผม บ๊ายบาย” ซองจุนก้มลงกอดแบมแบมหนึ่งทีแล้วออกจากบ้านไปทำงานอีกคน

พอพี่ชายทั้งสองออกจากบ้านไป ว่าที่คุณแม่ก็ลงมือเก็บโต๊ะอาหาร ตั้งใจจะทำความสะอาดบ้านตามปกติ พี่ๆ งานยุ่งกันหมด หนุ่มออฟฟิศก็อย่างนี้แหละ เวลาไม่ค่อยจะมี

แบมแบมล้างจานและแยกขยะสำหรับแยกถังทิ้งแล้วกลับไปที่ห้องนอน ตั้งใจจะนอนอีกสักตื่นเพราะเมื่อคืนฝาแฝดดิ้นจนแม่นอนไม่หลับเลย

 

 

 

 

แบมแบมครึ่งหลับครึ่งตื่น นอนหลับไม่สนิทเพราะรู้สึกปวดท้องด้านซ้ายมาก

 ใบหน้าหวานน่ารักนั้นเหยเกด้วยความเจ็บปวด ยันตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ว่าที่คุณแม่ลุกขึ้นเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เดินตัวงอโดยไม่รู้ตัวเพราะความเจ็บ

“คงเป็นเพราะลุกเร็วเกินไปสินะ นอนต่ออีกสักหน่อยก็น่าจะหายมั้ง...” แบมแบมพยายามคิดในแง่ดีกับอาการที่เป็น คิดว่าคนท้องคนอื่นๆ ใครเขาก็คงเป็นกัน

เวลาผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง ร่างบางพยายามลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่อาการเดิมก็กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกแบมแบมคิดว่าอาการเจ็บหน้าท้องดีขึ้นแล้ว แต่เวลานี้กลับปวดเกร็งจนลุกจากเตียงเองไม่ได้เลย

“โธ่เอ๊ย..ไม่มีใครอยู่ด้วยเลยนี่ลำบากจังแฮะ” แบมแบมพยายามลุก ช่วยเหลือตัวเอง ถ้ามีใครอยู่สักคนก็ยังสามารถเรียกมาช่วยพยุงได้บ้าง แย่จริงๆ

 

 

 

 

“พี่แบมแบม!” เสียงเล็กๆ ดังมาพร้อมเจ้าตัวที่วิ่งถลามาหาแบมแบม ว่าที่คุณแม่ยิ้มกว้างลืมความเจ็บปวดไปชั่วครู่เมื่อเห็นว่าใครที่มากองถ่ายพร้อมพี่แจบอม

“ว้าว! วันนี้น้องแจยองมาด้วยเหรอจ๊ะ แต่งตัวน่ารักจังเลย”

แจยองสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพูลายมินนี่เม้าส์ กางเกงขาสั้นสีฟ้าลายจุดสีขาว  สวมหมวกสแนปแบคสีขาว คุณพ่อแบ่งผมมัดเป็นสองข้างให้แก เวลาวิ่งปลายผมเลยสะบัดไปมา  แจยองโค้งให้แบมแบมแล้วกอดหมับเข้าที่ท้องกลม

“แจยองอยากคุยกับน้องค่ะ!” พูดไม่พอ มือเล็กก็ลูบท้องแบมแบมไปด้วย ทั้งคู่ไม่มีท่าทีห่างเหินเพราะสนิทสนมกันผ่านเฟสทามมาระยะหนึ่งแล้ว

“ได้สิจ๊ะ แจยองนี่สวยเหมือนคุณแม่เลยนะ โตมาต้องเป็นสาวสวยมากแน่ๆ พี่เจบีต้องไว้หนวดเตรียมหวงลูกสาวหรือเปล่า?” แบมแบมแซวเจ้านาย แจยองพอถูกชมว่าสวยเหมือนแม่ก็ยิ้มหน้าบาน บอสบีชกแขนแบมแบมเบาๆ  

“เตรียมหวงตั้งแต่วันนี้เลยล่ะ ไม่มีใครอยู่บ้านสักคนเลยพายัยหนูมาทำงานด้วย พี่ฝากแบมแบมดูแจยองด้วยนะ เราเองก็ไม่ต้องลุกไปไหนมากล่ะ” แจบอมเป็นห่วงคนท้องที่อุ้ยอ้ายขึ้นทุกวัน

“ได้ครับ แต่แจยองคงไม่ซนใช่มั้ย ผมวิ่งตามจับไม่ไหวหรอกนะ”

“ใครจะให้นายวิ่งเล่า แจยองแค่อยากเล่นกับน้องน่ะ”

แจบอมทิ้งยัยหนูไว้กับแบมแบมแล้วเดินไปเตรียมงานอีกทาง แบมแบมจับมือแจยองพาไปหาที่นั่ง หลายคนเข้ามาทักทายแจยองด้วยความเอ็นดู

“ในนี้มีน้องสองคนเลยเหรอคะ?”

“ใช่แล้วจ้ะ” แบมแบมยิ้มเอ็นดูเมื่อแจยองแนบหน้ากับท้องเขา

“อึดอัดมั้ยคะ?”

“นิดหน่อยจ้ะ” 

“น้องชื่ออะไรคะ ผู้หญิงหรือผู้ชาย” แจยองยังสงสัยไม่หยุด แบมแบมหัวเราะชอบใจ เขี่ยแก้มนิ่มของแจยองไปมา มีลูกสาวนี่ก็น่าจะดีเหมือนกันนะ น่ารักดีจังเลย ขอแฝดอีกคนเป็นผู้หญิงได้มั้ยเนี่ย

“ยังไม่มีชื่อเลยจ้ะ ต้องรอแด๊ดดี๊ของน้องๆ ตั้งให้ น้องคนนึงเป็นผู้ชาย แต่อีกคนยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เอาไว้รอลุ้นตอนคลอดน่ะ”

“ว้าว! ใครคือคุณแด๊ดดี๊คะ?”

“น้ามาร์คของหนูไง”

“เอ๋!” แจยองตกใจจนตาโต แบมแบมกอดฟัดแกด้วยความหมั่นเขี้ยว

“น่ารักจริงๆ เลยนะแจยอง”

“น้ามาร์คไปทำงานกับแม่ล่ะค่ะ”

“รู้แล้วล่ะจ้ะ ไปตั้งสามวันแน่ะ คิดถึงเนอะ”

“อื้อ! กลับมาเร็วๆ ก็ดีเนอะ”

“ช่าย”

วันนี้คุณผู้ช่วยตากล้องกลายเป็นพี่เลี้ยงแจยองหนึ่งวัน ทั้งคู่คุยเล่นหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน คนอื่นๆ หันมามองทีไรก็พากันยิ้มตาม

แจบอมแอบถ่ายรูปทั้งสองคนตอนเผลอเอาไว้หลายรูป น่ารักจนอดไม่ไหวเลย มาร์คกับจินยองคงจะชอบใจน่าดูถ้าได้เห็นรูปพวกนี้  

รอยยิ้มของแบมแบมและแจยองสวยมากเลยนะ

 

 

 

 

            <แบมแบมนายเป็นไงบ้างน่ะ>

            “เป็นยังไงของคุณน่ะหมายความว่ายังไงล่ะ” แบมแบมผ่อนลมหายใจช้าๆ ยาวๆ ขณะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่

            <ทุกอย่าง ทั้งแฝดและนายเลย>

“ไม่เป็นไร ฉันกับลูกสบายดี คุณทำงานไปเถอะไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

<พี่ๆ นายกลับบ้านหรือยัง>

“ยังเลยล่ะ คุณล่ะจะกลับมาเมื่อไร?”

<พรุ่งนี้บ่ายๆ น่ะ อยู่ที่นี่โคตรน่าเบื่อเลย>

“ทะเลสวยออก มีอะไรน่าเบื่อเล่า” แบมแบมอิจฉามาร์คด้วยซ้ำที่ได้ไปต่างจังหวัดบ่อยๆ แต่เจ้าตัวที่ได้ไปกลับเบื่อ เอ้อแปลก

<ไม่ได้แกล้งนายแล้วเหมือนอะไรมันขาดไปสักอย่างน่ะ> พูดแล้วคนที่โทรมาหาก็หัวเราะ แบมแบมอมยิ้ม ค่อยๆ ยกขาขึ้นวางพาดกับเก้าอี้ตัวเตี้ยอีกตัว

“ห้องคุณตกแต่งเสร็จแล้วนะ” แบมแบมรายงานความคืบหน้าของบ้านใหม่ที่มาร์คเพิ่งซื้อเมื่ออาทิตย์ก่อน ห้องข้างกันนี้ที่เขาเป็นคนแนะนำให้มาร์คย้ายมา

<ไวดีจังเลย(คุณมาร์คคะ เข้าฉากได้แล้วค่ะ)>

“มีคนเรียกคุณแล้วนี่ กลับไปทำงานได้แล้วไป”

<แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวโทรไปใหม่(คุณมาร์ค) อะไรกันนักหนานะ น่าเบื่อจังเลย! รู้แล้วน่า!!>

แบมแบมสงสารคนทางนั้นเลยทีเดียว มาร์คนี่นิดหน่อยก็เหวี่ยง ไม่หัดใจเย็นซะบ้าง เอาเวลางานมาคุยโทรศัพท์แล้วยังจะอารมณ์เสียใส่คนอื่นอีก นิสัยไม่ดีเลย

คุณแม่แฝดเปิดไอพอด สวมหูฟัง ฟังเพลงเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวหนานุ่มที่ตนนั่งอยู่ คิ้วมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย

ผ่านไปสามวันแล้ว อาการเจ็บแปลบที่หน้าท้องก็ยังมารบกวนคุณแม่ยังหนุ่มตลอดเวลา กว่าจะนอนได้แต่ละคืนเวลาก็ผ่านไปเกือบเช้า เดินก็ยืดตัวตรงไม่ได้ จะนอนก็นอนไม่ได้ต้องกึ่งนั่งกึ่งนอน แต่ที่ทำให้แบมแบมเริ่มกังวลก็คือเวลาที่ท้องแข็งจะเจ็บมาก และเจ็บทุกชั่วโมงด้วย

มือนิ่มวางบนท้องกลม ลูบไปมาเบาๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่

            คงถึงเวลาต้องไปหาหมอแล้วล่ะมั้ง….

 

 

 

 

แบมแบมตัดสินใจไปหาหมอเองคนเดียวเพราะไม่อยากทำให้ทุกคนเป็นห่วง โทรไปลางานกับพี่แจบอมแต่เช้า พอพี่ชายทั้งสองออกไปทำงานเขาก็นั่งรถแท็กซี่ออกมาหาหมอ

วันจันทร์คนเยอะเป็นปกติ และแบมแบมก็มาก่อนหมอนัดเลยต้องรอคิวอยู่นาน ตอนรอตรวจคิดว่ากังวลมากแล้ว แต่พอได้ฟังผลตรวจ คุณแม่น้องแฝดกลับเครียดมากกว่าตอนก่อนมาหาหมอเสียอีก

“เราต้องรอผลแล็บออกมาก่อนนะคะเพื่อยืนยันว่าจะเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือเปล่า มันเป็นโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเป็นกันเยอะค่ะ เมื่อตั้งครรภ์มันจะเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ถ้าเกิดเป็นขึ้นมาเราต้องดูว่าติดเชื้ออะไร แล้วก็ต้องได้รับยาฆ่าเชื้อ ยาที่หมอให้รับรองว่าไม่มีผลต่อลูกในท้องคุณแม่แน่นอน  แต่ถึงรักษาได้เราก็จำเป็นต้องรักษาให้หายโดยเร็วไม่อย่างนั้นเด็กอาจจะคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ควรทราบก่อนนะคะว่าถ้าเกิดการคลอดก่อนกำหนด ด้วยอายุของน้องแค่ 27 สัปดาห์ เปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตจึงอยู่ที่ 80% และน้องจะต้องอยู่ในวอร์ดพิเศษจนกว่าจะครบอายุครรภ์ ปัญหาที่จะตามมาของน้องคือ น้องอาจจะมีปัญหาเรื่องพัฒนาการช้า หรือเรื่องปอดพัฒนาไม่เต็มที่ไปจนถึงเกิดความพิการในด้านต่างๆ

แพทย์หญิงรายงานผลตรวจตามอาการที่แบมแบมแจ้ง แบมแบมรับฟังผลตรวจด้วยท่าทางที่สงบแต่ใจหายไปหมดแล้ว ยิ่งฟังยิ่งจะเป็นลม

“แต่คุณแม่ยังไม่ต้องกังวลนะคะ อาจจะไม่เป็นก็ได้ หมอจะเลื่อนวันนัดให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ช่วงนี้คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่าที่ผ่านมา อย่ากลั้นปัสสาวะนานๆ ต้องพยายามดื่มน้ำให้มากๆ ต่อจากนี้ไปถ้าดูแลตัวเองดีเราอาจคลอดน้องได้ตามอายุครรภ์ปกติ อย่ากังวลมากนะคะถ้าอยากให้เจ้าตัวเล็กของคุณแม่ออกมาสุขภาพแข็งแรง การตั้งครรภ์ลูกฝาแฝดทำให้ร่างกายเหนื่อยกว่าปกติอยู่แล้ว และยังเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกอีก ความเสี่ยงในเรื่องโรคแทรกซ้อนจึงมากกว่าปกติ คุณแม่จึงต้องดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นมากๆ และพักผ่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ

คุณหมอให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอีกมากมาย แบมแบมก็ตั้งใจฟังทั้งที่ใจกลัวมาก

เมื่อตรวจเสร็จแล้ว ร่างบางก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเอี๊ยมสีน้ำตาล ตั้งใจจะโทรหาพี่ชายเพื่อบอกเรื่องอาการป่วย แต่ไม่ทันจะโทรก็มีคนโทรเข้ามาหาก่อน

<แบมแบมทำงานหรือเปล่า ฉันจะเข้าไปหาที่บ้านนะ>

“มาร์คมารับหน่อยสิ ตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาล”

 

 

 

 

 “ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ต้องร้อง หมอแค่บอกว่าอาจจะ ไม่ใช่เราเป็นแล้วเสียหน่อย” คุณดารานั่งคุกเข่าบนพื้น จับมือคุณแม่ที่เอาแต่ร้องไห้ ร้องมาจะครบห้านาทีแล้วไม่ยอมหยุดสักที

“แต่หมอพูดน่ากลัวมากเลยนะ” แบมแบมหยิบกระดาษทิชชู่มาซับน้ำตาอีก มาร์คฟังเรื่องที่แบมแบมเล่าก็ตกใจ แต่ความเป็นไปได้ที่จะเป็นก็ครึ่งต่อครึ่งนี่นา

“เราต้องคิดในแง่ดีสิ นายจะมามัวร้องไห้กลัวไปก่อนทำไม จากที่ไม่เป็นอะไรจะเป็นเข้าจริงๆ หรอก”

“ฉันคงดูแลลูกไม่ดีสินะ” แบมแบมเสียใจจริงๆ ที่ตัวเองอ่อนแอมากขนาดนี้ เขาจะยอมดื่มน้ำวันละลิตรเลยก็ได้ จะเข้าห้องน้ำทุกสิบนาทีเลยก็ได้ จะนอนให้มากกว่านี้ ขอแค่แฝดไม่เป็นอะไรก็พอ

“ไม่เป็นไรหรอกแบมแบม ต่อจากนี้แค่ดูแลตัวเองให้มากขึ้นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ” มาร์คยืดตัวขึ้น กอดแบมแบมไว้ ใบหน้าหวานซบกับบ่ากว้าง กอดตอบ

“จะไม่เป็นอะไรจริงๆ น่ะเหรอคุณ..

“จริงสิ ต้องไม่เป็นไรแน่นอนอยู่แล้ว โอเคนะ ไม่ต้องร้อง ต่อไปเป็นอะไรก็ต้องรีบบอกคนอื่นบ้าง รู้หรือเปล่า ไม่บอกพี่ๆ ของนายก็ต้องบอกฉันรู้ไหม ทุกเรื่องเลย มีอะไรจะได้แก้ไขดูแลกันทันเวลา” มาร์คลูบผมนุ่มของอีกฝ่ายไปมา เขาก็ปลอบใครไม่เป็น เพราะไม่เคยสนใจความรู้สึกของใครมากกว่าตัวเอง

แต่ตอนนี้เขาอยากให้แบมแบมสบายใจขึ้นและหยุดร้องไห้สักที น้ำตาของแบมแบมทำให้เขากังวลไปด้วย เขาทำได้แค่รับฟังแต่ช่วยอะไรแบมแบมกับลูกไม่ได้ ถึงทำอะไรไม่ได้ แค่ช่วยอยู่ใกล้ๆ ก็น่าจะพอ คนอย่างเขาก็คิดออกแค่นี้ล่ะ

“ขอบคุณนะ..” ในช่วงเวลาที่เขาต้องการใครสักคนก็ยังมีมาร์ค มันอุ่นใจดีนะ

มีพ่ออยู่ด้วยแบบนี้ฝาแฝดคงไม่เป็นไร

 

 

 

 

 

แบมแบมนอนไม่ค่อยหลับ หลับๆ ตื่นๆ อยู่ตลอดจนนึกรำคาญตัวเอง เมื่อหลับไม่ได้ก็ไม่นอนแล้ว

“ตื่นไวจัง จะกลับบ้านนายเลยหรือเปล่า?” ร่างสูงทักคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องนอนของเขาเอง

“คุณไม่นอนเหรอ” แบมแบมมองมาร์คในชุดอยู่กับบ้านสบายๆ เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมแซนวิชทำเองจานโต

“นอนไม่หลับน่ะ แต่วันนี้ก็ไม่มีงานที่ไหน เอาไว้นอนตอนกลางคืนก็ได้” มาร์คไม่มีอารมณ์จะนอนจริงๆ เห็นแบมแบมนอนหลับไม่ค่อยได้ใครจะหลับลงวะ

“เหรอ” แบมแบมเดินไปเข้าห้องน้ำ กลับออกมาอีกครั้งก็พบมาร์คไปนั่งดูโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นแล้ว แบมแบมเดินไปนั่งด้วย หยิบแซนวิชจากจานกลมขึ้นมากินบ้าง

“จืดจัง บ้านคุณมีเนยถั่วมั้ยอ่ะ” แบมแบมเคี้ยวแซนวิชแก้มป่อง ถามเจ้าของแซนวิช มาร์คส่ายหน้า

“ฉันแพ้ถั่ว”

“เอ๋? ไม่เคยรู้เลย”

“ไม่ค่อยได้บอกใครน่ะ”  

“คุณแพ้เองหรือกรรมพันธุ์น่ะ?”

“กรรมพันธุ์ แพ้อย่างอื่นโตมาก็หายได้ แต่แพ้ถั่วกับอาหารทะเลนี่เป็นไปตลอดชีวิตนั่นล่ะ บางทีแฝดอาจจะแพ้ไปด้วยก็ได้นะ” เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่มาร์คกังวล

“เฮ้ย..” คุณแม่ที่เพิ่งรู้ว่าอาจมีอันตรายเพิ่มขึ้นอีกอย่างสำหรับฝาแฝดอดตกใจไม่ได้

“คุณนี่ดูภายนอกก็แข็งแรงดีนะ”

“ถ้าไม่กินมันเข้าไปฉันก็ปกตินั่นแหละ”

“อ๋อลำบากแย่เลยนะแบบนี้ จะกินอะไรก็ต้องระวัง”

“นายนี่เหมือนแม่นะ”

“หืม? ใคร ฉันเหรอ? ทำไมล่ะ”

“ก็พูดเหมือนกันเลยน่ะสิ” มาร์คหัวเราะ จำได้นะว่าคุณรัดเกล้าเคยพูดกับเขาไว้ว่าอย่างไรบ้างวันที่เจอกันครั้งแรก

“แม่ลูกกันแปลกตรงไหน หาหนังดูซิเล่า ดูอยู่ได้ไอ้สารคดีเนี่ย ไม่เห็นสนุกตรงไหนเลย” แบมแบมคว้ารีโมทจากมือมาร์คมาย้ายช่องเอง

“หนังสิน่าเบื่อ เอียนจะแย่” มาร์คส่ายหน้า เบื่อหน่าย

“ก็เรื่องของคุณ” แบมแบมไม่สนใจ ย้ายช่องหาหนังฝรั่งดีๆ ดู  แบมแบมเจอช่องหนึ่งฉายหนังถูกใจก็หยุดดู มาร์คหาว เบื่อ ไม่อยากดูก็ต้องดู

            “คุณ โทรศัพท์คุณหรือเปล่า?” แบมแบมสะกิดคนที่เท้าคางกับหมอน ตาปรือใกล้จะหลับ

“รับให้หน่อยสิ” มาร์คไม่สนใจ หาวปากกว้าง แบมแบมระอาคนที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมามากขึ้นทุกวัน

“เบอร์จากต่างประเทศแน่ะ”

“เฮียคริสมั้ง” คนที่โทรหาเขาก็มีแค่เฮียคนเดียวนั่นล่ะ

“รับเลยนะ”

“เออ” แบมแบมสไลด์หน้าจอทัชสกรีนของมือถือราคา(โคตร)แพงของมาร์ครับสาย

<มาร์ค นี่ป๊าเองนะ ทำไมคราวนี้ยอมรับสายง่ายนักล่ะ> แบมแบมงงเมื่อได้ยินภาษาจีน แต่มีคำว่ามาร์คกับป๊าที่พอจะรู้เรื่อง พ่อสินะ? แบมแบมหันไปมองมาร์ค ร่างสูงเริ่มเอนตัวนอนแล้ว

“มาร์คหลับไปแล้วครับ” แบมแบมพูดเป็นภาษาอังกฤษ น้ำเสียงสุภาพ เพราะฟังจากเสียงแล้วคิดว่าตนเองไม่น่าจะเข้าใจผิด พี่ชายมาร์คต้องเสียงหนุ่มกว่านี้สิ

<เพื่อนของมาร์คหรือ? ฉันคือพ่อของมาร์คนะ>

“เอ่อครับ ผมเป็นเพื่อนของมาร์คครับ” แบมแบมรับสมอ้าง ตกใจ ไม่รู้จะบอกความจริงยังไง ถ้านี่คือพ่อของมาร์คจริงเขาก็ห้ามหลุดเรื่องของตัวเองออกไปเด็ดขาด!

มาร์คปรายหางตามองแบมแบม ไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับออกไปตามตรงกับพี่ชายว่าเป็นอะไรกันแน่ ไม่ใช่เพื่อนสักหน่อย!

“บอกตามตรงไปเลยสิ นายจะอายอะไรอีก เฮียก็รู้เรื่อโอ๊ย!” แบมแบมตกใจ รีบตีมาร์คให้หยุดพูด เพราะปลายสายนี่น่ะไม่ใช่คนที่ชื่อคริสสักหน่อย!

<เสียงมาร์คนี่?>

“เขาละเมอน่ะครับคุณพ่อ” แบมแบมเอ่ยถึงปลายสายออกมาเพื่อให้มาร์ครู้ตัวว่านี่ไม่ใช่พี่ชายนะ

ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว คว้าโทรศัพท์ไปพูดเอง แบมแบมสะดุ้ง

“คุณโทรมาทำไม!” เสียงของมาร์คที่กรอกไปทั้งห้วนและไม่พอใจ

<พูดจาให้ดีหน่อยมาร์ค  ป๊าก็แค่อยากจะโทรมาบอกเรื่องสำคัญกับมาร์ค>

“ไม่ต้องบอก ผมไม่อยากฟัง! คุณจะพูดจาอะไรไร้สาระอีกแล้วใช่ไหมล่ะ”

<อย่าวางสายหนีนะอี้เอิน ไม่อย่างนั้นลูกต้องเสียใจแน่นอน>

“คุณขู่ผมเหรอ? มีอะไรก็รีบพูดมาแล้วไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก!” แค่ได้ยินเสียงมาร์คก็หงุดหงิด โกรธ ไม่พอใจ ไม่อยากแม้แต่จะได้ยินเสียงอีกฝ่ายด้วยซ้ำ!

แบมแบมตกใจที่จู่ๆ อารมณ์ของมาร์คก็เปลี่ยนเร็วมากทันทีที่คุยโทรศัพท์กับพ่อ ร่างบางวางมือลงบนต้นแขนมาร์ค ลูบเบาๆ ให้เขาใจเย็น มาร์คมองแบมแบมก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มใจ

<ป๊าจะไปเกาหลี>  เหมือนทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ ร่างสูงตกใจ มือที่ถือโทรศัพท์ไว้กำแน่นไปโดยไม่รู้ตัว

“คุณว่ายังไงนะ”

<ป๊าจะไปเกาหลีใต้ แต่ไม่บอกหรอกนะว่าจะไปเมื่อไหร่ เราจะได้เจอกันสักทีไง>  

มาร์คค่อยๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงบนตัก แบมแบมยังได้ยินเสียงแว่วๆ ออกมาจากมือถือ จึงหยิบมันมาเพื่อกล่าวลาพ่อของมาร์คแล้ววางสาย

“มาร์ค” แบมแบมใจเสียที่มาร์คเงียบไป มาร์คข่มความกลัว ฝืนยิ้มให้แบมแบม

ผู้ชายคนนั้นจะมาที่นี่”

“มาร์ค” แบมแบมมองเห็นความสับสนและหวาดระแวงบนใบหน้าและแววตาของมาร์คได้ชัดเจน

เรื่องจริงด้วยสินะ อย่างที่พี่จินยองบอกเลยว่ามาร์คมีปัญหากับพ่อ เขาไม่ใช่แค่เกลียดพ่อตัวเอง แต่เขากลัวด้วยไม่ใช่เหรอ?

“ถ้าผู้ชายคนนั้นมาฉันควรจะต้องทำยังไง” มือที่จับมือแบมแบมไว้สั่นเล็กน้อย ร่างบางมองสบตาคม มือนิ่มยกลูบแก้มเขาเบาๆ ก่อนจะดึงมาร์คเข้ามากอด รั้งเขาซบไหล่ตน

“ไม่เป็นไรหรอกมาร์ค”

“ถ้าเขามา ทุกอย่างต้องแย่แน่ๆ” มาร์คสวมกอดแบมแบมแน่นอย่างหาที่พึ่ง ร่างบางลูบแผ่นหลังเขาไปมาอย่างอ่อนโยนและปลอบประโลม

นอกเหนือจากคำว่าสงสารและเห็นใจ นาทีนี้ในหัวใจแบมแบมมันมีมากกว่าความรู้สึกธรรมดาเหล่านั้น เขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถปล่อยมาร์คทิ้งไว้ตามลำพังได้ ผู้ชายคนก่อนหน้านี้ที่เย่อหยิ่ง ยโส และเอาแต่ใจ แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดา มาร์คหวาดกลัวเป็น และเขาเองก็ไม่ได้เลวร้าย คนที่ทำให้มาร์คเป็นคนร้ายกาจ คือ ผู้ชายคนที่มาร์คกลัวอยู่ตอนนี้สินะ?

แบมแบมไม่ชอบผู้ชายคนนั้นเลย 

“ไม่เป็นไรหรอกมาร์ค ฉันอยู่ตรงนี้ไง”

“นายจะอยู่กับฉันใช่ไหม”

“อื้อ แน่นอน ไม่ใช่แค่ฉันหรอกแฝดก็ด้วยนะ ใครจะทิ้งแด๊ดดี๊ได้ล่ะเนอะ”

“ถ้าโกหกต้องกลืนเข็มพันเล่มนะ”

“ฮะฮะ โหดร้ายจัง คุณเป็นเด็กหรือไง” มาร์คหลับตาลง ได้ยินเสียงหัวเราะของแบมแบมแล้วก็สบายใจขึ้นบ้าง  แบมแบมกอดมาร์คโยกตัวไปมา

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร” มาร์คต้วนก็แค่คนธรรมดาที่ต้องการใครสักคนเท่านั้นเอง จะยอมอยู่ด้วยก็ได้ ก็ไม่ได้จะหนีไปไหนอยู่แล้วนี่

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 421 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #734 Miso97 (@Miso97) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:44
    ยังมีแบมและแฝดยุ่เหมือนที่จินยองบอกจริงๆด้วยย
    #734
    0
  2. #682 R_Jummar (@0810640880) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 19:47

    แบมแบม น่ารักมากให้กำลังใจแด๊ดดี้ ด้วย
    #682
    0
  3. #573 water_nnnn (@water_nnnn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:33
    ถึงจะเคยเกลียดนายไปตอนก่อนๆ แต่ตอนนี้ก็สงสารแล้วอะนะ เห็นมั้ยเหมือนที่จินยองบอกว่าแบมกับลูกจะอยู่ข้างๆมาร์ค
    #573
    0
  4. #566 ออมม่า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 14:34

    สงสาร คุณแด๊ดดี้

    #566
    0
  5. #539 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 19:48
    ตอนที่มาร์คจะทำให้น้องแบมแท้งน่ะ อีนี่เกลียดมากมากแบบไม่ให้อภัย..แต่พอมาร์คขอโทษแฝดและทำดีดูแลน้องแบมแล้วก็หายเกลียดแล้ว และมารู้ว่ามาร์คสูญเสียแม่ไปเพราะอะไรชีวิตต้องเจอกับอะไรมาบ้างก็สงสารอะTT ยิ่งมาอ่านถึงตอนนี้นี่ยิ่งสงสารหนักเข้าไปอีกอะน้องแบมช่างดีเหลือเกินค่ะลูก~ที่ไม่ทิ้งพ่อของลูกถึงแม้พี่เค้าเคยทำร้ายซึ่งอะและตอนนี้สงสารมาร์คมาก
    #539
    0
  6. #477 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 21:40
    บ้าทีพ่อมาร์คก็เกินไปนะ เอาแต่ใจ
    #477
    0
  7. #448 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 21:50

    มาร์คไม่ต้องกลัวน๊า แบมกับแฝดจะอยู่ข้าง ๆ นะ

    #448
    0
  8. #426 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 22:47
    อบอุ่นอ่ะ
    #426
    0
  9. #276 BaMark_ (@BaMark_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:37

    เป็นที่พึ่งของกันและกัน
    #276
    0
  10. #256 bmg070537 (@bmg070537) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:41

    น่ารักกันจัง มาร์คแบม
    #256
    0
  11. #254 piggydow (@piggydow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:09
    ขอบคุณที่ลงให้อ่านอีกรอบนะคะ คืออ่านมาแล้วรอบนี้รอบที่3เลยยย
    #254
    0
  12. #253 A Little Fa (@tuafa4627) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:02

    รักเรื่องนี้มากๆๆ &#10084;&#65039;
    #253
    0