[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 16 : วุ่นนัก 14 เอ็ดเวิร์ด ต้วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 434 ครั้ง
    12 ก.พ. 62















 

“แม่ยังไม่กลับมาอีก ไปหลายวันแล้วนะ” จินยองบ่น ยายของแจยองหนีเที่ยวหลายวันแล้ว

แจบอมนั่งไม่ไกลจากร่างบางมากนัก เขากำลังหวีผมให้แจยองที่นั่งบนตัก

“นานๆ ทีก็ปล่อยแม่ไปเที่ยวบ้างสิ ไหนจะทำงานแล้วยังต้องช่วยดูแลแจยองแทนเราอีก ไปจนกว่าจะหมดปิดเทอมฤดูร้อนเลยก็ได้ เนอะแจยอง”

“ใช่ค่ะ!

“เข้ากันดีจังเลยนะ” จินยองมองสองพ่อลูก หมั่นไส้ ตอนที่เขาไม่อยู่สงสัยจะเที่ยวกันเพลินเลยสิ

“แจยอง หนูตัวคล้ำขึ้นหรือเปล่าน่ะ” จู่ๆ แม่ก็ถามเรื่องสีผิว ทำเอาสองพ่อลูกสะดุ้ง

“หือ? แจยองดำขึ้นที่ไหน ก็ปกติเนาะ” แจบอมพูดพลางค่อยๆ รวบผมลูกขึ้นมัดเป็นก้อนกลมๆ กลางศีรษะ แจยองหยิบขนมกิน ไม่รู้ไม่ชี้

“จริงน่ะ นี่พาลูกไปเรียนดำน้ำมาหรือเปล่า?” จูเนียร์เค้นถาม มั่นใจว่าแจบอมขัดคำสั่งเขาพาลูกไปเรียนดำน้ำแน่ๆ

“มีเวลาแค่สามวันจะไปเรียนทันได้ยังไงเล่า แล้วพี่ก็ต้องทำงานนะ ยัยหนูก็อยู่กับแบมแบมตลอด แบมแบมจะพาแจยองไปเรียนดำน้ำไหวรึไง” แจบอมโกหก ก่อนจินยองจะกลับมาจากต่างจังหวัดหนึ่งวัน เขาพาแจยองไปลองเรียนดำน้ำมา ลูกสาวเขาหัวไวใช้ได้ แถมยังสนุกซะด้วย ต้องหาเวลาพาไปอีก แต่ปัญหาคือจะพาไปยังไงโดยที่จินยองจับไม่ได้นี่สิ

“อย่าให้รู้นะว่าคุณพาแกไปเรียนดำน้ำ อันตรายจะตาย เรื่องจะถ่ายรูปใต้น้ำก็เลิกคิดไปได้เลยนะ” จินยองไม่วางใจเลย ไม่อยากให้แจยองเป็นนางแบบด้วย

แจยองใช้ชีวิตแบบเด็กปกติทั่วไปก็พอแล้ว มีพ่อเป็นช่างภาพและมีแม่เป็นผู้จัดการดารา การเข้าวงการตั้งแต่เด็กนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เขาก็ไม่อยากให้แจยองเข้าวงการ แจยองเป็นที่สนใจมากกว่าที่คิด ช่วงนี้เขารับโทรศัพท์ถามไถ่เรื่องของแจยองไม่น้อยกว่ารับสายเรื่องของมาร์คเลยนะ มีคนมาติดต่อแจยองไปทำรายการสำหรับเด็กด้วย มีงานโฆษณาบ้าง แต่ก็ต้องปฏิเสธไป และยิ่งกว่านั้น พวกสินค้าเสื้อผ้าและของใช้เกี่ยวกับเด็กก็ติดต่อแจบอมอีกต่างหาก คนพวกนี้ฉลาด กะจะติดต่อผ่านแจบอมเพราะต้องการใช้แจยองเป็นนางแบบแถมฝีมือการถ่ายของช่างภาพเจบีด้วยเลย ไม่ธรรมดาจริงๆ

            “บู่ ขี้งกจัง ปิดเทอมทั้งทีก็ให้ลูกได้มีประสบการณ์อะไรใหม่ๆ บ้างสิ เผื่อแจยองจะเอาดีด้านนางแบบได้ ถึงไม่ชอบเป็นแบบเสียเองก็จะได้ชอบกล้องบ้าง โตไปจะได้เป็นช่างภาพเหมือนพ่อไง ดีจะตาย เนอะแจยองเนอะ” 

             แจบอมกอดลูกสาว แม่หนูก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นดีเห็นงามไปด้วยอีกคน

“ใช่ค่ะ หนูอยากลองถ่ายรูปบ้างจังเลย”

“อยากถ่ายเหรอ ได้เลย พ่อยกกล้องที่ไม่ค่อยได้ใช้ให้ตัวหนึ่งละกัน ว่างๆ พ่อจะสอนถ่ายรูปให้นะคะ” พอลูกสาวบอกว่าสนใจจะถ่ายรูปบ้าง คุณพ่อก็ดีใจมาก

“จริงเหรอคะ ว้าวดีจัง! ขอบคุณนะคะพ่อ พ่อน่ารักที่สุดเลยค่ะ” แจยองเอี้ยวตัวหอมแก้มคุณพ่อฟอดใหญ่ คุณพ่อเลยยิ้มหน้าบานจนคุณแม่หมั่นไส้

แจบอมกำลังจะล้างสมองลูกสินะ

“แม่ไปทำขนมมาให้กินนะแจยอง” จินยองเบื่อๆ รายการทีวีก็ไม่น่าสนใจ แจยองเอื้อมมือคว้าแขนแม่ไว้

“ไปด้วยค่ะ แม่จะทำอะไรเหรอคะ”

“เอแคลร์จ้ะ”

“หนูทำด้วยนะคะแม่”

“โอเค ไปห้องครัวกันเถอะ”

แจบอมมองคุณแม่คุณลูกที่จูงมือกันไปห้องครัว อดยิ้มไม่ได้ มองทีไรก็ชื่นใจทุกทีสิน่า บ้านมันดูเป็นบ้านขึ้นเยอะเลย แต่จะดีกว่านี้ถ้าจินยองลดช่องว่างระหว่างเราลงมาบ้างล่ะนะ







“ท้องพี่แบมแบมกล๊มกลมนะคะแม่ เหมือนลูกบอลเลย ในท้องมีน้องตั้งสองคนแน่ะ”

แจยองคุยเรื่องน้องของพี่แบมแบมกับแม่ ขณะบีบส่วนผสมที่ใส่ในถุงสำหรับบีบคุกกี้ลงบนถาดที่ทาไขมัน จินยองชี้ลงบนถาด

“บีบให้ห่างกันหน่อยจ้ะ แล้วหนูดื้อกับพี่แบมแบมหรือเปล่า เวลาไปสตูดิโอกับพ่อก็อย่าดื้อมากนะจ๊ะ พี่แบมแบมท้องแก่แล้วเดินตามหนูไม่ค่อยไหวแล้วนะลูก”

“ไม่ดื้อเลยค่ะ หนูนั่งเล่นกับพี่แบมแบมสองคน”

“ดีแล้วจ้ะ” คุณแม่อมยิ้ม ปัดผงแป้งเนื้อละเอียดที่ติดแก้มนิ่มของลูกสาวออกเบาๆ

“แม่คะ แม่มีน้องให้หนูบ้างสิคะ แบบที่พี่แบมแบมมีอ่ะ หนูอยากได้” แจยองเงยหน้ามองแม่ ตากลมเป็นประกายวิบวับ คุณแม่ชะงัก มุ่นคิ้ว แปลกใจกับคำถามของลูกสาว

แจยองคิดยังไงมาถามแม่เรื่องนี้เนี่ย?

“เสียใจด้วยนะจ๊ะ แม่มีให้ไม่ได้หรอก รอเล่นกับลูกพี่แบมแบมก็แล้วกันเนอะ”

“อะไรอ่า หนูอยากมีบ้างนี่ มันมียากเหรอคะ” แจยองหน้ามุ่ย นั่งคุกเข่าบนเก้าอี้ ยืดตัวไปถามแม่

“ยากมากเลยจ้ะ”

“พ่อบอกว่าไม่ยากนี่นา?” แจยองเผลอคิดออกมาดังไปหน่อย แม่ร้องเอ๊ะ

“ระหว่างแม่ไม่อยู่บ้านนี่ พ่อเขาพูดเกี่ยวกับแม่ว่าไงบ้างเนี่ย?”  แจบอมคุยเรื่องอะไรกับลูกบ้างเนี่ยห๊ะ! ทำไมแจยองมาถามเรื่องน้องกับเขาล่ะ

“หนูอยากมีน้องก็เลยขอพ่อ พ่อให้มาขอแม่อ่ะ บอกว่าแม่ทำได้” แจยองผิดหวัง ไม่รู้ว่าพ่อหรือแม่ที่โกหกกันแน่

“น้องมันมีไม่ได้ง่ายๆ นะแจยอง” จินยองพยายามใจเย็น คุยกับลูกสาวด้วยเหตุผล แจยองช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะกลับไปสนใจเอแคลร์ในมือ

“เฮ้! นี่งอนแม่เหรอ?” จินยองเห็นอาการลูกก็รู้ทันทีว่าลูกสาวที่รักเริ่มงอนแล้วที่ไม่ได้ดั่งใจ

“ก็พ่อบอกว่าแม่ทำได้นี่” แจยองเบะปาก เลื่อนถาดที่บีบเอแคลร์ไปได้ไม่กี่อันไปให้แม่

“นี่แจยอง

“อะไรคะ?”

“รู้หรือเปล่าว่ามีน้องน่ะเจ็บมากเลยนะ คุณหมอจะเอามีดผ่าตัดคมๆ จิ้มลงบนท้องแม่นะถึงจะเอาน้องออกมาจากท้องได้ แจยองไม่รักแม่แล้วเหรอ อยากให้แม่เจ็บตัวหรือไง?”  จินยองเท้ามือกับโต๊ะเตรียมอาหาร ก้มมองลูกสาว ขู่แกด้วยเรื่องจริงผสมหลอก

ผ่าคลอดมันไม่เจ็บแต่เขาแค่ขู่แจยอง แกจะได้เลิกคิดเรื่องน้องสักที เดี๋ยวจะไปคิดบัญชีกับคนที่ให้ลูกสาวมาถามหาน้องจากเขาด้วย ร้ายกาจนะอิมแจบอม!

“จริงเหรอคะแม่?” ใบหน้าหวานของแจยองซีดลงทันที จินยองตีหน้าขรึม กลั้นยิ้ม เลิกชายเสื้อยืดที่สวมอยู่ขึ้น ดึงขอบกางเกงยีนที่สวมอยู่ลงเล็กน้อย

“นี่ไงรอยผ่าตัดตอนที่คุณหมอเอาแจยองออกมาจากท้องแม่น่ะ น่ากลัวมากเลยนะ แม่กลัวมากเลยล่ะ” จินยองจิ้มบนรอยเย็บที่ยังทิ้งรอยให้เห็นจางๆ บนหน้าท้องให้แจยองดู

แจยองเพ่งมองรอยนั้น อึ้งไปหลายวินาที ก่อนจะเบะปากแล้วร้องไห้ออกมาจนแม่ตกใจ

“แง๊! หนูไม่เอาน้องแล้ว! ฮือ ไม่เอาๆ” แม่หนูน้อยที่เชื่อทุกอย่างที่แม่พูดสนิทใจโผเข้ากอดเอวแม่แน่น จินยองอมยิ้ม ลูบหลังแกไปมา แจยองของแม่ก็ยังเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังแม่อยู่ล่ะนะ ถึงช่วงหลังจะถูกพ่อพยายามเอาไปเป็นพวกก็เถอะ

“ใจร้ายจังเลยนะคุณแม่” แจบอมยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว ส่งเสียงดึงความสนใจจากจินยอง เขามายืนฟังอยู่สักพักแล้วล่ะ จินยองนี่ร้ายจริงๆ ปฏิเสธลูกสาวได้โหดมาก

“ก็มันเรื่องจริงนี่นา”

“พ่ออย่าว่าแม่นะ คุณหมอต่างหากที่ใจร้าย” แจยองปกป้องแม่ แจบอมหัวเราะ

“โอเค ขอโทษนะลูกสาว คุณหมอต่างหากเนอะที่ใจร้ายมากๆ เลย”

“ใช่แล้วค่ะ”

“แจยองเป็นลูกคนเดียวน่ะดีแล้วนะ”  จินยองคิดว่ามีคนเดียวก็พอแล้ว การจะเลี้ยงลูกสักคนให้เติบโตมาเป็นคนดีมันยากมากนะ เขาอยากดูแลแจยองให้ดีที่สุด เพราะที่ผ่านมาเขาก็เอาใจใส่ดูแลแกน้อยมากอยู่แล้ว น้อยกว่าที่เพื่อนๆ ของแกได้รับจากพ่อแม่ 

“แต่มันเหงานะคะ” แจยองกลัวแม่เจ็บ แต่แจยองก็เหงานี่นา แจยองอยากมีเพื่อนเล่น

“รอเล่นกับน้องแฝดของพี่แบมแบมสิจ๊ะ”

“ก็ได้ค่ะ”

“ดีมากจ้ะคนเก่ง เอาล่ะ ออกไปเล่นกับพ่อข้างนอกไป เดี๋ยวแม่เอาเอแคลร์เข้าเตาอบแล้วจะตามไป”

“ทำเพิ่มสักหน่อยสิจินยอง จะได้เอาไปฝากแบมแบมด้วย” แจบอมอ้าแขนรอรับลูกสาวที่กระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งมาหา จินยองเลิกคิ้ว

“จะไปเยี่ยมแบมแบมน่ะ แบมแบมไปหาหมอมา อาการไม่ค่อยดี เลยว่าจะไปถามไถ่สักหน่อยว่าเป็นยังไง”

“อ่าว แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” จินยองเป็นห่วง

“แบมแบมบอกว่าอาจจะติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ มีแนวโน้มจะคลอดก่อนกำหนดน่ะ ไปแจยอง  เราออกไปรอแม่ที่ห้องนั่งเล่นกันดีกว่า”

“คลอดก่อนกำหนดคืออะไรคะพ่อ”

“คลอดก่อนกำหนดคือการที่น้องในท้องพี่แบมแบมจะออกจากท้องก่อนเวลาเก้าเดือนไงคะ พอไปถึงบ้านพี่แบมแบมแล้วอย่าซนนะ พี่แบมแบมไม่สบาย รู้ไหมคะ”

“ค่ะ! ได้เลย แจยองจะไม่ซน พี่แบมแบมจะเป็นอะไรมากมั้ยคะ”

“ไม่หรอกจ้ะ พี่แบมแบมมีทุกคนคอยดูแลอยู่นะ” คุณพ่อยิ้มเมื่อลูกสาวรู้จักห่วงใยคนอื่นด้วย

จินยองทำเอแคลร์เพิ่ม อดกังวลไม่ได้ เรื่องสำคัญอย่างนี้มาร์คก็น่าจะโทรมาบอกเขาบ้างนะ









          การมาเยี่ยมลูกน้องคนสนิทดูจะไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไรสำหรับอิมแจบอม

            ร่างสูงนั่งฟังการสนทนาของทุกคนเหมือนเขาถูกกันอยู่วงนอกอย่างไรอย่างนั้น แบมแบม  คุณซองจุน และแจยอง ทั้งสามคนนั่งเล่นวิดีโอเกมกัน ส่วนจินยองก็เอาแต่คุยกับนิชคุณอย่างสนุกสนานเสียจนน่าสงสัยว่าไปสนิทชิดเชื้อกันขนาดนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่!

            เขามานั่งอยู่ที่นี่ทำไมวะเนี่ย?

            “อ้าว น้ำส้มหมดแล้วนี่นา เดี๋ยวผมไปเอามาเติมให้นะ” ซีอีโอเมลิซีเพิ่งเห็นว่าเหยือกน้ำส้มบนโต๊ะพร่องจนแทบไม่เหลือติดก้นเหยือก เขาใช้นิ้วปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาเพราะหัวเราะมากไป

“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้เองดีกว่า” แจบอมขัดขึ้น มองจินยอง แต่จินยองไม่สนใจเขาเลย กลับหยิบเอแคลร์ฝีมือตัวเองเข้าปาก

“รบกวนหน่อยนะครับ” นิชคุณก็ตามใจแขก เพราะถือว่าสนิทกันก็เลยให้อิสระ อยากจะทำอะไรก็ตามสบาย แต่แจบอมไม่คิดแบบนั้นนี่สิเขากำลังคิดว่านิชคุณอยากอยู่คุยกับจินยองของเขามากจนไม่สนใจจะดูแลแขกเลย

“น่าจะเรียกมาร์คมาด้วยนะ” ซองจุนเปรยขึ้น บรรยากาศเฮฮาสุขสันต์แบบนี้ก็น่าจะมาให้ครบ พร้อมหน้าพร้อมตา

“ปล่อยเขานอนไปเถอะครับ โทรเรียกมาตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ พี่แจบอมคงอยู่ไม่นาน นี่ก็ค่ำแล้วนะ น้องแจยองต้องกลับไปนอน” คนที่ได้ชื่อว่าแม่ของลูกคนที่ไม่ปรากฏตัวแทรกขัด

มาร์คยังไม่ได้ย้ายออกจากคอนโดเก่า รอย้ายมาเมื่อไรจะมาสังสรรค์ทุกวันก็ยังได้ เสียเวลาขับรถไปมา เวลาพักผ่อนของมาร์คก็จะน้อยลงด้วย

            “ครั้งหน้าว่างพร้อมกัน เรานัดกันไปเที่ยวก็ดีนะ  แจยองก็ปิดเทอมแล้วด้วย ไปทะเลกันสักทีดีไหม? ยึดเวลาว่างตามมาร์คแล้วกัน หมอนั่นน่ะยุ่งที่สุดแล้ว” นิชคุณก็คิดถึงน้องเขยบ้างเหมือนกันนะ

“ก็ดีนะครับ เดือนนี้มาร์คพอจะมีเวลาว่างบ้างเหมือนกัน ประมาณกลางเดือน” คุณผู้จัดการเห็นดีเห็นงาม

“ไปค่ะ! หนูอยากไปทะเล” แจยองชูมือขึ้น ดีใจที่ได้ยินว่าจะไปเที่ยวกัน ทุกคนหัวเราะกับท่าทางกระตือรือร้นของแก

แจบอมวางเหยือกน้ำส้มเหยือกใหม่ลงแทนที่เหยือกเก่า มาทันได้ยินแผนไปเที่ยวพอดี

“เดือนนี้คุณว่างเมื่อไร ไปเที่ยวทะเลกัน” จินยองหันมาสนใจแจบอมได้สักที แจบอมโบ้ยไปให้แบมแบม

“ถามคนรับงานของพี่สิ” แบมแบมที่กำลังบิดกายคลายเมื่อยหันมามองเจ้านาย

“ถ้ากลางเดือนงานพี่แจบอมก็แน่นอยู่นะครับ หาวันเสาร์อาทิตย์ปลายเดือนดีมั้ย? มาร์คว่างไหมครับพี่เนียร์”

“น่าจะได้อยู่นะจ๊ะ พี่ไม่แน่ใจ เดี๋ยวขอไปเช็คก่อน ไปเที่ยวกันสักทีก็ดีเหมือนกัน มาร์คคงจะดีใจที่ได้พักผ่อน”

“อ่าขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” นิชคุณลุกจากโซฟาหนีไปรับสายโทรศัพท์มือถืออีกห้อง แบมแบมมองท่าทางของพี่ชายอย่างสงสัย

“พี่ซองจุน”

“อะไรจ๊ะที่รัก”

“พี่คุณแกมีแฟนแล้วเหรอ?”

“บ้า! เอาอะไรมาพูด พี่ทำงานกับมันทุกวันไม่เห็นควงหรือคุยกับสาวที่ไหนเลย สาวๆ ในออฟฟิศทอดสะพานจนไหม้กันไปหลายกะทะละ”  ซองจุนส่ายหน้า ขำแบมแบม เหมือนได้ยินแบมแบมเล่นมุขตลกให้ฟัง

“ไม่มีจริงอ่ะ? แล้วแค่รับโทรศัพท์ทำไมต้องไปห้องอื่นด้วย ถ้าเรื่องงานก็รับที่นี่ก็ได้นี่ พวกเราก็ไม่ได้เสียงดังอยู่แล้วนะ” แบมแบมสะกิดใจ ทำท่าจะลุกขึ้นจากโซฟาตามไปดู ซองจุนรั้งแขนไว้

“ไปไหน ท้องแก่แล้วยังจะเดินไปเดินมาอีกนะ”

“ก็อยากรู้ จะไปแอบฟัง”

“เสียมารยาทน่า”

“แหมนิดเดียวเอง”

“พี่ว่ามันก็ไม่ดีนะแบมแบม เขาก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง คุณนิคคุณอาจจะเพิ่งเริ่มๆ จีบหรือคุยล่ะมั้ง เลยอายไม่กล้าคุยต่อหน้าพวกเรา” คุณช่างภาพที่นั่งเงียบมานานเริ่มออกความเห็น มีรอยยิ้มให้เห็นบ้างแล้ว

“ก็ได้” แบมแบมเสียดายอ่ะ รอพี่แจบอมกลับไปก่อนเถอะ จะเค้นถามความจริงให้ได้เลย พี่คุณนี่แอบมีความลับกับน้องเหรอ ปกปิดนะ มีสาวแล้วไม่บอกน้องได้ไง

จินยองมองแจบอมที่เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วลอบถอนหายใจ เหมือนแจบอมจะกลับมาเป็นปกติแล้วนะ เห็นนั่งเงียบมาตั้งนานนึกว่าไม่พอใจอะไรซะอีก แจบอมยิ่งเดาใจยากๆ อยู่









            จินยองปลีกตัวจากวงสนทนามาช่วยล้างจานในห้องครัวตามประสาแขกขี้เกรงใจ ทั้งที่ซองจุนและแบมแบมก็ห้ามแล้ว บอกว่าพวกเขาจะทำเอง แต่จินยองไม่เห็นด้วย มากินข้าวบ้านคนอื่นแล้วก็ต้องช่วยเขาล้างจานด้วยสิ

“แบมช่วยนะครับ” แบมแบมหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ และสวมถุงมือยาง

“ไม่ต้องหรอก จานไม่ได้เยอะอะไรสักหน่อย ไปนั่งเถอะแบมแบม” จินยองเป็นห่วง

“ไม่ล่ะครับ นั่งนานๆ ก็เมื่อย ปวดก้น” แบมแบมเดินมายืนข้างจินยอง รับจานเปื้อนฟองน้ำยามาช่วยล้างน้ำเปล่าให้

“พี่กับพี่แจบอมเป็นไงบ้างครับช่วงนี้”

“เป็นไงบ้างนี่คืออะไรล่ะจ๊ะ”

“ยังไม่คืนดีกันอีกเหรอ?”

“ก็เรื่อยๆ นะ ไอ้คืนดีนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไง อยู่บ้านเดียวกัน ทำตัวปกติ มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอแบมแบม” จินยองถอนหายใจ เขาเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

            พอเรื่องทุกอย่างมันผ่านไป เขาเองก็รู้ว่าแจบอมรักเขา เขาเองก็รักแจบอม แต่ความสัมพันธ์ที่มันหยุดชะงักมาห้าปี มันไม่ใช่จู่ๆ ก็จะกลับมาต่อกันติดได้เลย มันต้องใช้เวลาทำใจกันบ้าง

            “ตอนนี้พี่รู้สึกยังไงกับพี่แจบอมบ้างล่ะครับยังโกรธ โมโห น้อยใจ หรือเสียใจอยู่หรือเปล่า”

“ไม่มีแล้วล่ะไอ้ความรู้สึกพวกนั้น แต่ถ้าจะให้ตอบตามตรงน่าจะอายมากกว่ามั้ง” จินยองหัวเราะเจื่อน สีหน้าไม่สู้ดีเท่าไรนัก แบมแบมงุนงง

“เขินอาย?”

“อือพี่กับเขา เราไม่ได้อยู่กันมานานมากแล้วนะแบมแบม เวลาห้าปีมันนานมากๆ เลย พี่ก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเจ้านายแบมแบม จะให้ทำตัวเหมือนสมัยที่คบกันใหม่ๆ มันก็กระดากอยู่นะ เฮ้อ” จินยองถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่

“มันยากขนาดนั้นเลยหรือครับพี่เนียร์” แบมแบมเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ร้างลากับคนรักแล้วมาคบกันใหม่เสียด้วย

“พี่บ้าไปเองล่ะ คิดมากอะไรไม่รู้ไม่เข้าเรื่อง พี่เองก็รับปากกับแม่พี่ไว้แล้วนะว่าจะพยายามทำดีกับแจบอมมากขึ้น แต่สุดท้ายพี่ก็ไม่กล้า ที่ทำตัวปกติได้ทุกวันนี้ก็เพราะแจยองล่ะนะ ถ้าให้พี่อยู่กับเขาแค่สองคนในบ้านกว้างๆ แบบนั้นพี่ก็คงไม่รู้จะพูดอะไรกับเขา”

“เกร็ง?”

“อื้อ เกร็ง จะให้มาทำทุกอย่างเอาใจเขา พูดเพราะ ห่วงใยให้เห็น มันก็รู้สึกแปลกๆ นะ”

“โธ่เอ๊ยพี่เนียร์น่ะ พอทีเรื่องตัวเองล่ะจัดการไม่ได้เลยนะครับ กับคนที่เรารักจะต้องไปเกร็งหรือกลัวอะไรอีก ถ้าพี่ยอมอ่อนลงอีกนิด เลิกทำตัวซึน แล้วปากตรงกับใจให้มากกว่านี้นะ รับรองว่าพี่แจบอมดีใจตายเลย ดีไม่ดีนี่อารมณ์ดีถึงขั้นเพิ่มเงินเดือนให้พวกแบมอีกนะ ถือว่าช่วยน้องเพื่อโบนัสปลายปี ลองอ้อนพี่แจบอมดูสักครั้งสิ พอผ่านครั้งแรกได้ครั้งต่อไปก็ไม่น่ายากนะครับ” แบมแบมเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเอียงหลบคนที่เงื้อฟองน้ำขึ้นเหมือนเตรียมจะฟาดลงมาที่ตน

เขินรุนแรงชะมัดเลยนะพี่จูเนียร์เนี่ย น่ารักมากๆ

“โธ่..ถ้ามันทำง่ายเหมือนที่แบมแบมพูดก็ดีน่ะสิ” จินยองขัดถูจานแรงๆ แก้เขินก่อนยื่นให้แบมแบม

“พี่แจบอมก็รออยู่นะครับ รอพี่ใจอ่อนน่ะ คนโหดๆ แบบพี่แจบอมนี่นะแบมแบมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะไม่บังคับจับพี่เข้าโบสถ์แต่งงานให้รู้แล้วรู้รอดไป”

“เขาก็วางแผนกับแม่พี่ไว้แล้วเหมือนกัน แต่พี่เคืองที่เขาไม่ยอมถามพี่ก่อนแผนเลยล่มน่ะ” คุณแม่คนสวยของแจยองเอ่ยเสียงเบา ทั้งขำทั้งฉุนคนที่กำลังนินทา แบมแบมหัวเราะก๊าก

“จริงอ่ะ? แบมว่าแล้วเชียวว่าพี่แจบอมไม่น่าจะพลาดเรื่องนี้”

“เผด็จการน่ะถนัด”

“ชอบคิดเองเออเองด้วยเนาะ”

“เออ ข้อนี้นี่ตรงที่สุด ไม่สนใจความคิดชาวบ้านนะครับ ฉันคิดถูกที่สุด ดีที่สุด”

“แต่พี่เนียร์เป็นคนเดียวเลยนะครับที่หลุดจากความเผด็จการของพี่เขามาได้น่ะ พี่เป็นต่ออยู่นะ”

“ฮะฮะฮะ พี่ควรดีใจใช่มั้ย?”

“ใช่ครับ ใช้สิทธ์นั้นแทนแบมแบมและทุกคนที่สตูดิโอด้วยนะ”

“พี่จะพยายามนะ”

            จินยองและแบมแบมหัวเราะกันเสียงดังจนลอดออกจากห้องครัว หนุ่มๆ ข้างนอกพากันแปลกใจว่าทั้งสองคุยอะไรกัน ทำไมถึงหัวเราะเสียงดังซะขนาดนั้น

            “ฮัดชิ่ว!

“พ่อเป็นหวัดเหรอคะ?” แจยองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพ่อจาม ซองจุนเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่มาส่งให้แจบอม

“เปล่าจ้ะ” แจบอมมุ่นคิ้ว รับทิชชู่มาจากซองจุนแล้วมองไปทางห้องครัว หัวข้อสนทนาของคุณแม่ทั้งสองในครัวน่ะ คงไม่ใช่เขาหรอกนะ?









            จินยองวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะหลังจากโทรไปบรีฟงานวันพรุ่งนี้กับมาร์คเสร็จแล้ว เขาหันไปมองประตูห้องนอนที่ถูกเปิดจากมือแจบอม

“แจยองนอนไปแล้วเหรอครับ”

“อื้อ นิทานยังไม่ทันจะจบเรื่องเลย หลับซะแล้ว แกคงเหนื่อยน่ะวันนี้ก็เล่นทั้งวัน”

พอแจบอมพูดจบ การสนทนาก็ขาดหายไปอีก เพราะจินยองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ

แจบอมนั้นนอนห้องเดียวกับจินยองตั้งแต่ย้ายบ้านมา บ้านหลังนี้ไม่ใช่มีห้องนอนเพียงสามห้อง มันกว้างและใหญ่โตเท่าบ้านหลังข้างๆ กันที่เป็นที่อยู่อาศัยของแม่และพ่อเลี้ยงแจบอม แต่แจบอมก็ดื้อด้านและดันทุรัง ขอจินยองมานอนด้วย ซึ่งจินยองก็ยอมให้แจบอมนอนด้วยได้ แต่ต้องนอนที่โซฟา เตียงกว้างกลางห้องคือของเขาคนเดียว

หลายวันที่จินยองทำงานกลับบ้านดึกดื่น แจบอมก็จะนอนบนเตียงได้และแอบหวังเล็กน้อยว่าจินยองคงจะมานอนด้วยกัน แต่จินยองก็ใช้โซฟาของแจบอมเป็นที่นอนเหมือนกันเวลาถูกแย่งเตียง

ห้องมีเยอะแยะ จะซื้อเตียงเพิ่มอีกสักกี่หลังก็ได้ แต่แจบอมก็พอใจที่ได้นอนห้องเดียวกับจินยอง

บางครั้งจินยองก็สงสาร เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายทำงานมาหนัก ต้องยืนถ่ายรูปเป็นวันๆ แต่เพราะทิฐิและปากหนัก ทำให้ไม่เคยอนุญาตให้แจบอมขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันได้สักที

จินยองเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดนอนเอาไปเปลี่ยนในห้องน้ำ กัดริมฝีปาก คิดไม่ตกจนเผลอมุ่นคิ้ว ชั่งใจว่าควรจะเอายังไงดีกับคืนนี้ จินยองกำลังคิดว่าจะอนุญาตให้แจบอมนอนบนเตียงก็ได้นะ..แต่ไม่กล้าพูด กลัวอีกฝ่ายจะล้อเอาน่ะสิ

การได้คุยกับแบมแบมเมื่อตอนค่ำ ทำให้จินยองคิดได้ว่า กระทั่งแบมแบมที่เคยเกลียดมาร์คเข้าไส้เข้ากระดูกยังยอมอภัยและให้โอกาสมาร์ค ทำดีกับมาร์คได้ เขาเองก็น่าจะลดทิฐิและทำดีกับแจบอมได้บ้างเหมือนกัน เขาไม่ได้เกลียดแจบอมอย่างที่แบมแบมเกลียดมาร์คด้วยซ้ำ

“เอ่อ” จินยองกอดชุดนอนเอาไว้ หันไปมองแจบอม

ร่างสูงเปิดโน้ตบุ๊ค ตั้งใจจะทำงานก่อนสักเล็กน้อยค่อยอาบน้ำต่อจากจินยอง เขาขานรับทั้งที่ไม่ได้หันไปมองจินยอง

“จ๋า”

“คือว่า” จินยองลังเลด้วยความอายว่าควรจะไม่พูดดีมั้ย หรือจะหลับหูหลับตาพูดให้มันจบๆ ไปเลยดี แจบอมคงไม่คิดมากอะไรหรอกมั้ง

“ว่าไงเอ่ย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

“คือคืนนี้คุณนอนบนเตียงก็ได้นะ” จินยองพูดจบแล้วก็ถึงกับกลั้นหายใจเลยทีเดียว รอดูปฏิกิริยาจากแจบอม ร่างสูงตกใจ หันมามองหน้าจินยอง

“เดี๋ยวนะคืนนี้มีงานที่ไหนเหรอ?”

“เปล่า! ไม่มีงาน ก็แค่ให้นอนบนเตียงด้วย ไม่นอนก็ได้นะ นอนโซฟาต่อไปละกัน” จินยองพูดเร็วๆ แล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้แจบอมนั่งอึ้ง ครุ่นคิดกับคำพูดเมื่อครู่ของจินยอง

นอนบนเตียงก็ได้นะเนี่ย หมายความว่าจินยองเลิกตั้งแง่รังเกียจเขาแล้วใช่ไหม? ถ้าใช่นี่ข่าวดีสุดๆ!









ร่างขาวเนียนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำสีขาว ตีฟองครีมอาบน้ำนุ่มมือโปะผิวกาย ก่อนจะดำลงไปในน้ำแล้วโผล่ขึ้นมา ริมฝีปากสีแดงกัดเม้ม

“ฮือแย่ชะมัด อะไรเข้าสิงให้พูดแบบนั้นออกไปวะเนี่ย” แม่แจยองบ่นพึม คิดแล้วก็อายที่พูดแบบนั้นกับแจบอมออกไป และไม่รู้ว่าแจบอมจะคิดยังไงด้วย ไม่กล้าดูปฏิกิริยาของแจบอมเลยจริงๆ

จะแช่น้ำสักชั่วโมงให้ตัวเปื่อยไปเลยคอยดู จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากัน

จินยองก็แค่ลองคิดแบบโง่ๆ ดูน่ะนะ

“ไม่ได้เอาเป็ดของแจยองมาเล่นแฮะ” จินยองเบื่อเมื่อแช่น้ำไปได้อีกห้านาที

“จินยองร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของแจบอม หันไปมองประตูห้องน้ำที่ค่อยๆ เปิดออกกว้าง ใจหล่นหายจมน้ำไปในทันที รีบโกยฟองครีมอาบน้ำมาโปะตัว

“เข้ามาทำไมน่ะ ออกไปนะ!” แต่คำห้ามของจินยองนั้นไม่ต่างจากสายลม เข้าหูขวาแจบอมแล้วก็ทะลุไปหูซ้าย ร่างสูงยืนพิงกรอบประตู ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนที่ถอยกรูดอยู่ภายในอ่างอาบน้ำ

“ขออาบน้ำด้วยคนสิ”

…!!” จินยองตาโต อ้าปากค้างกับคำขอของอีกฝ่ายที่เขาไม่คิดจะให้เลย แจบอมก็เตรียมพร้อมในการอาบน้ำมาเต็มที่ ทั้งตัวมีผ้าเช็ดตัวพันเอวอยู่ผืนเดียว

จะอวดรูปร่างว่างั้น? แต่ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นนี่!

“อะออกไปเลย ใครใช้ให้คุณเข้ามากันน่ะ”

“อาบพร้อมกันประหยัดเวลาออก” จินยองเกลียดรอยยิ้มแจบอมจริงๆ เลย

“ถ้าคุณรีบก็ออกไปก่อนสิ ฉันจะได้ขึ้น” จินยองทรุดตัวลงจนระดับน้ำในอ่างปริ่มที่ระดับคอ ตอนนี้ฟองครีมอาบน้ำก็เริ่มหายไปแล้วด้วย ไม่มีอะไรจะปิดแล้วนะ

แทนคำตอบ แจบอมเดินเข้ามาในห้องน้ำ ล็อคประตู เสียงล็อคประตูห้องน้ำของแจบอมทำให้คนฟังอย่างจินยองขนลุกซู่

จินยองมัวแต่อึ้ง ไม่ทันรู้สึกตัวอะไรเลย มารู้สึกอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายลงมาอยู่ในอ่างเดียวกันแล้ว

เดี๋ยวสิ เขายังไม่ได้เตรียมใจอะไรกับเรื่องพรรค์นี้เลยนะ!

“คุณออกไปนะ!

“พูดอะไรนะ ไม่ได้ยินเลย” จินยองนั่งตัวเกร็งเมื่ออีกฝ่ายมานั่งซ้อนหลัง

“คุณอย่ามาเนียนนะ ออกไปให้พ้นเลย อย่ามาโดนตัวด้วย!” จินยองกอดตัวเองไว้ แหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนความตื่นกลัว

“พูดจาไม่น่ารักเลย” จินยองขนลุกเมื่อริมฝีปากของอีกฝ่ายสัมผัสกับไหล่ตน ร่างบางเอียงตัวหลบ

“กลับไปพูดเหมือนเดิมไม่ได้เหรอคุณน่ะมันห่างเหินไปนะ” เสียงทุ้มนั้นทอดอ่อนออดอ้อน จินยองอยากจะหันไปค้อนนัก แต่กลัวจะเพลี่ยงพล้ำ อยู่ใกล้กันแล้วมันอันตรายเกินไป

“ถ้ายอมเรียกคุณว่าพี่ คุณจะออกไปไหม?” จินยองขอความมั่นใจ

“อาจจะนะ ลองเรียกดูสิ” แจบอมหัวเราะร่วน อารมณ์ดีจนจินยองหมั่นไส้ อายก็อาย

ร่างบางเม้มปากแน่น ข่มความอาย ทำใจ ก่อนจะพูดออกมาเสียงเบาเพราะไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้

“พี่แจบอมปล่อยผมเถอะ”

            “คิดว่าจะไม่ได้ยินอีกแล้วนะ” ริมฝีปากร้อนเริ่มพรมจูบไปทั่วไหล่ลาด พร้อมกับมือที่ลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดตั้งแต่แขนเรียวไล่มาถึงเอวคอดบางนุ่มมือ ก่อนลงมายังขาเรียวสวย

จินยองตกใจ มันไม่ใช่อย่างที่ตกลงกันนี่!

“พี่แจบอมอย่า..อื้อ” 


CUT


“พี่นี่บ้าจริงๆ เลย” จินยองซบลงบนตัวแจบอมด้วยความเหนื่อยอ่อน ร่างสูงประคองอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วประกบจูบแผ่วเบาก่อนค่อยๆ เพิ่มเป็นจูบที่ร้อนแรงดูดดื่มอีกครั้ง

“อ่างน้ำนี่แคบชะมัดสงสัยต้องทุบทิ้งแล้วทำใหม่” แจบอมขัดอกขัดใจกับสถานที่

“บ้าน่า..” จินยองถอนหายใจเฮือก หมดแรงจะด่า แจบอมหัวเราะเบาๆ กดจูบที่แก้มนวล

“ไปที่เตียงอีกรอบเถอะ..”สัมผัสแรกในรอบหลายปีมันอิ่มเอมแต่สำหรับแจบอม เท่านี้มันยังไม่พอ

“ย่าห์! พอเลย ไม่เอาแล้วนะ..ไม่เอา” มันเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย จินยองได้แต่ด่าตนเองที่เผลอไผลไปกับอีกฝ่าย ทั้งที่รู้ว่ามันก็ไม่แปลก ไม่ควรจะมาอายอะไรแล้วเพราะมีลูกด้วยกันไปแล้วตั้งคนหนึ่ง แต่อายก็คืออาย ใครจะห้ามได้กัน

แต่ถึงจะพยายามห้ามแล้วจินยองก็ต้องเปลี่ยนจากเสียงห้ามเป็นเสียงร้องครางทั้งคืนอยู่ดี









            “เฮียคริส กลับมาช้าจังเลยนะคะ”

            ลูกชายคนโตของเอ็ดเวิร์ดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูห้องส่วนตัวของตนเข้าไปแล้วได้ยินเสียงหวานของเด็กสาว

            “มาเล่นอะไรในห้องเฮีย” คริสถามหนึ่งในสองสาวฝาแฝดลูกสาวของอาหญิงที่โผล่พรวดมาดักหน้าเขา เด็กสาวผมสีชมพูยิ้มหวาน

“ไอรีนไม่ได้เข้าไปในห้องนอนหรอก แค่อยู่เล่นในห้องหนังสือกับห้องทำงานนี่เองค่ะ”

“หนูก็เหมือนกัน!” คริสสะดุ้งอีกรอบเมื่อถูกเกาะจากทางด้านหลัง สาวน้อยวัยสิบเก้าอีกคนเกาะบ่าเขา เอียงหน้ามอง

“เวนดี้อย่ามาเงียบๆ ได้ไหมเฮียตกใจ”

“ขวัญอ่อนจริงๆ เลยนะคะ ในเมื่อเฮียกลับมาแล้วพวกเราก็ออกไปก่อนดีกว่า”

“เอาเถอะ จะไปเล่นที่ไหนก็ไป แต่ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับข้าวของในห้องเฮียใช่ไหม?” คริสถามเสียงเข้ม สาวน้อยทั้งสองขยับไปยืนข้างกัน ยิ้มกว้าง แล้วเอ่ยออกมาพร้อมกัน

            “ไม่ได้แตะต้องอะไรเลยค่ะเฮีย!

            ร่างสูงถอนหายใจ มองยัยสองแสบที่จับมือพากันวิ่งออกไปจากห้องตน







            ฝาแฝดนรกของตระกูลต้วนเดินเคียงกันไปตามทางเดินกว้างขวางภายในคฤหาสน์ต้วนของคุณลุง ไอรีนจิ้มๆ หน้าจอโทรศัพท์แล้วเอ่ยกับแฝดตน

            “เวนดี้”

“อะไรเล่า มีอะไรก็พูดมาดิ”

“แกว่าเราควรจะส่งคลิปนี่ไปให้ใครก่อนดี ระหว่างเฮียแจ็คกับคุณลุง” ไอรีนอมยิ้ม ชูมือถือขึ้นโบกไปมา เวนดี้ที่กำลังเปิดคลิปในแท็บเลตดู ยกยิ้ม

            “แกส่งไปให้แค่เฮียแจ็คคนเดียวก็พอ ส่วนคุณลุงน่ะ….” เวนดี้เว้นวรรค หันหน้าจอแท็บเลตไปหาแฝดพี่ ไอรีนสบตาเวนดี้แล้วก็เข้าใจทันที

“เอาไปเปิดให้ดูตอนนี้เลยดีกว่า” ไอรีนและเวนดี้กำหมัดแล้วชนกันเบาๆ

            พวกเธอไปได้ของดีมาจากคอมพิวเตอร์ในห้องนอนของพี่ชาย แม้จะมีการตั้งล็อครหัสเอาไว้ แต่พวกเธอก็สามารถเดารหัสผ่านเข้าไปสำรวจข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ คลิปเด็ดๆ หนึ่งคลิปที่ได้มา พวกเธอมั่นใจเลยคุณลุงเอ็ดเวิร์ดต้องให้ทุกอย่างที่พวกเธอต้องการตอบแทนสำหรับข้อมูลที่น่าตกใจนี้แน่ๆ!

เฮียมาร์คมีเมียและลูกแล้ว ข่าวเด็ดที่สุดในรอบปีเลย!!

“ถ้าเฮียคริสโดนคุณลุงว่าล่ะไอรีน จะทำไงดี เฮียรู้แต่ไม่บอกคุณลุงนี่นา” เวนดี้ยังห่วงพี่ชายอยู่บ้าง ไอรีนเบ้ปาก หมั่นไส้แฝดน้องเล็กน้อย

“มาสงสารเฮียคริสตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วนะยัยเวนดี้ คุณลุงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง คุณลุงรักเฮียจะตาย รีบไปกันเถอะ ข่าวดีๆ แบบนี้ถ้ามีใครรู้แล้วรายงานคุณลุงก่อนหน้าพวกเราล่ะก็เสียดายแย่เลย”

“งั้นรีบไปหาคุณลุงกันเถอะ!





            “ถ้าไอรีนและเวนดี้ไม่มาบอกป๊า แกจะเก็บเรื่องนี้ไว้อีกนานแค่ไหนคริส!

            คริสยืนก้มหน้า รับฟังคำด่าทอจากพ่อด้วยความนิ่ง ถ้าป๊าโกรธก็อย่าพูดมาก ทนฟังไม่นานก็จบ

            ร่างสูงด่าตนเองในใจที่ไม่ยอมลบคลิปวิดีโอของมาร์คทิ้งไป เขาไม่โกรธน้องสาวฝาแฝดที่ทำให้เขาต้องเดือดร้อน เพราะเขาทำอะไรสะเพร่าเองจนสร้างเรื่องเดือดร้อนให้มาร์คจนได้ เขาไม่เพียงช่วยอะไรมาร์คไม่ได้ยังทำให้มาร์คลำบากมากขึ้นอีก ร่างสูงหายใจเข้าลึก เงยหน้าสบตาป๊า

            “ผมจงใจปิดบังเรื่องนี้ไว้ ผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของมาร์คโดยเฉพาะป๊า” คริสยอมรับออกมาตามตรง ในเมื่อมาร์คกล้าเปิดเผยความจริงให้เขารู้ เขาก็กล้าบอกป๊าเหมือนกันว่าเขาอยากจะช่วยมาร์ค เขารู้อยู่แก่ใจว่ามาร์คไม่สามารถปกปิดเรื่องแบมแบมและลูกไปได้ตลอดชีวิต แต่ถ้ายื้อเวลาที่ความจริงจะเปิดเผยออกไปได้มันก็ดีไม่ใช่รึไง

            “แกว่าไงนะ?!” เอ็ดเวิร์ดทั้งโมโหและประหลาดใจในสิ่งที่คริสทำ 

            “ปล่อยมาร์คไปสักทีเถอะครับ ป๊าเลิกยุ่งกับชีวิตเขาเสียที ป๊าควรยอมรับความจริงได้แล้วว่ามาร์คไม่อยากอยู่ที่นี่ เขาไม่อยากอยู่กับพวกเราเพราะที่นี่ไม่มีคนที่เขารักอีกต่อไปแล้ว ไม่มีใครสามารถอยู่ในสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำของคนที่เรารักได้หรอกนะครับ ป๊าเอาเขากลับมาก็ไม่ต่างจากการทรมานมาร์คเลยสักนิด!

            “คริส!” คำขานชื่อจากปากเอ็ดเวิร์ดยังไม่ทันจะสุดคำ ใบหน้าหล่อเหลาของคริสก็หันไปตามแรงมือที่ฟาดลงบนแก้มอย่างถนัดถนี่ คริสอึ้งเมื่อถูกพ่อตบ

            “เอ็ดเวิร์ด! คุณไม่มีสิทธ์ตบหน้าคริสนะ ลูกทำถูกแล้ว คุณต่างหากที่ไม่หยุดบ้าสักที!” เอ็มม่ารีบเข้ามาขวางระหว่างสองพ่อลูก เธอปกป้องลูกชายไว้ด้านหลัง มองสามีด้วยสายตาแข็งกร้าวไม่พอใจ

            เอ็ดเวิร์ดจะลำเอียงอย่างนี้ไปถึงเมื่อไรกัน! ไม่มีใครจะสำคัญแทนที่สองแม่ลูกนั่นได้เลยอย่างนั้นเหรอ!!

            “ถ้าคริสมีความทะเยอทะยานมากเท่าเธอก็ดีสินะเอ็มม่า เขาคงเชื่อฟังคำสั่งของฉันมากกว่านี้ และน่าจะจำได้ว่าฉันสั่งไว้ว่ายังไง!

            เอ็ดเวิร์ดรู้ว่าเอ็มม่าเกลียดไลลารวมไปถึงมาร์คด้วย เธอมีสิทธิ์กีดกันมาร์คไม่ให้กลับมาที่นี่ ถึงได้กล้าขัดคำสั่งเขาไปเสียหมด แต่คริสนั้นนิสัยต่างจากภรรยาคนแรกของเขามาก ไม่เหมือนใครเลยสักนิด ไม่เหมือนทั้งเขาและเอ็มม่า คริสเหมือนไลลา    และความเหมือนนี้นี่เองที่ทำให้เอ็ดเวิร์ดไม่เคยทำอะไรลูกคนนี้ รวมไปถึงไปยอมให้คริสเข้ามาช่วยเขาดูแลกิจการทุกอย่างของตระกูลต้วน ทั้งที่เขาคิดว่าคริสจะเชื่อฟังเขามากกว่าทุกคน แต่คริสกลับกล้าขัดคำสั่งเขาเพื่อน้อง คิดจะต่อต้านเขาตามมาร์คไปด้วยหรือไง

            “คริสก็แค่รักน้องถึงทำไปแบบนั้น คุณจะมาโกรธคริสก็ไม่ถูก ที่จริงคุณควรจะดีใจด้วยซ้ำว่าคริสเห็นความปลอดภัยของน้องมากกว่าความเดือดร้อนของตัวเอง จะลำเอียงก็ให้มันน้อยกว่านี้หน่อยเถอะ! ฉันเองก็ทนเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน คุณควรจะคิดถึงคริสบ้าง ไม่ใช่คิดถึงแต่มาร์คหรือแจ็คสัน คุณทำเหมือนคริสไม่ใช่ลูกคุณ ถามตัวเองบ้างนะเอ็ดเวิร์ดว่าคุณรักลูกแบบไหนกันแน่ คุณบอกว่ารักลูกชายคนรองนักหนาแต่กลับตามทำลายชีวิตเด็กคนนั้นไม่หยุดหย่อน นี่คือการแสดงความรักของคุณหรือไง รักอย่างนี้ต่อไปละกัน สักวันเสียเด็กคนนั้นตามไลลาไปด้วย คุณจะได้รู้ซึ้งถึงความทุกข์ทรมานอย่างที่คนอื่นเขาเป็นซะบ้างกลับห้องไปเถอะคริส เดี๋ยวม๊าจะคุยกับป๊าเอง” เอ็มม่าตอกกลับสามีอย่างไม่เกรงกลัว

ถ้าเธอช่วยให้มาร์คไม่กลับมาที่อเมริกาได้ เธอจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงจัดการมันที่นี่ มันจะไปตายที่ไหนก็ช่าง เธอไม่สนใจสักนิด

คุณนายต้วนดันหลังลูกชายให้เขากลับห้องไป คริสลังเล แต่เมื่อมารดามองด้วยสายตากดดันให้เขาออกไปจากห้องนั่งเล่น เขาจึงจำต้องขอตัวกลับออกไป

 เอ็มม่าหันไปมองสองสาวฝาแฝดที่มองดูเหตุการณ์อย่างเงียบเชียบมาตลอด ไอรีนและเวนดี้หลบสายตาของคุณป้าเอ็มม่า

“กลับบ้านพวกเธอไป พรุ่งนี้ฉันจะไปพบคุณแม่พวกเธอเพื่อแจ้งเรื่องราวที่เธอสองคนก่อวันนี้ เป็นถึงคุณหนูตระกูลต้วนควรจะมีมารยาทมากกว่านี้นะ พวกเธอไม่ควรเข้าไปค้นข้าวของในห้องส่วนตัวของคริสโดยพลการ!

“คุณลุงคะ..” เวนดี้จะร้องไห้ ถ้าเรื่องนี้ถึงคุณแม่ พวกเธอต้องโดนคุณแม่ต่อว่าและสั่งลงโทษแน่ๆ คุณแม่รักเฮียคริสจะตาย

“กลับบ้านไปก่อนเถอะ ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก เดี๋ยวลุงจะคุยกับอแมนด้าเอง” เอ็ดเวิร์ดเข้าข้างหลานสาวแท้ๆ ของตนจงใจหักหน้าเอ็มม่า  คุณนายใหญ่ถึงกับเดือดที่เขาไม่ดุด่าว่าหลานสาวที่นิสัยไม่ดียังไม่พอ ยังให้ท้ายกันอีก!

“ขอบคุณนะคะ!!” ไอรีนและเวนดี้ยิ้มออกอีกครั้ง ลาคุณลุงคุณป้าแล้วรีบกลับบ้านไปก่อน สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย รอคุณป้าไม่อยู่แล้วค่อยมาขอรางวัลจากคุณลุงทีหลัง

“คุณทำแบบนี้ไม่ถูกนะคะเอ็ดเวิร์ด!” เอ็มม่าไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าทำให้ลูกชายสุดที่รักของเธอเดือดร้อนหรือรำคาญใจ เธอก็เกลียดทั้งนั้น แล้วนี่ยังเป็นฝาแฝดที่แสนจะเอาแต่ใจตัวและนิสัยร้ายกาจเธอยิ่งไม่ชอบ! อแมนด้าน่าจะเอาเวลาที่ใช้ไล่ตามกำจัดเมียน้อยสามีมาใส่ใจดูแลยัยเด็กนรกทั้งสองคนนั้นเสียบ้าง!!

“หลานของฉัน! ฉันจัดการเองได้เอ็มม่า” ถ้อยคำที่เอ็ดเวิร์ดใช้ทำให้เอ็มม่าไม่พอใจ เขาแบ่งคนของเขาและเธอ มองเธอเป็นแค่ภรรยาที่แต่งเข้าโดยไม่มีสิทธิ์วุ่นวายในบ้านเขาสินะ น่าโมโหนัก!

“หึเชิญเลย ลูกหลานของคุณฉันไม่มีสิทธิ์แตะต้องอยู่แล้วนี่ ขืนปล่อยเด็กสองคนนั้นเป็นแบบนี้ต่อไปคงสร้างเรื่องเดือดร้อนฉิบหายให้ตระกูลเข้าสักวัน!” เอ็มม่าเดินหนีออกจากห้องนั่งเล่น

เซเรน่านั่งไขว่ห้างบนโซฟามองเหตุการณ์อยู่นาน เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นเดินมาหาสามี แขนเรียวคล้องเกี่ยวต้นแขน เอียงซบหน้าสวยคมกับไหล่ของเขา

“มีอะไรเซเรน่า”

“ไฟล์ทบินไปเกาหลีใต้ วันศุกร์ เวลาสองทุ่มสามสิบห้า เร็วที่สุดเท่าที่จองได้ พอใจไหมคะ?” เซเรน่ารู้ดีว่าควรทำอะไรในช่วงเวลาไหน เธอรู้วิธีเอาใจเอ็ดเวิร์ดเสมอ

อารมณ์ของเอ็ดเวิร์ดค่อยดีขึ้นเมื่อได้ยินคำรายงานของเซเรน่า ภรรยาคนนี้รู้ใจเขาเสมอเลย ลงมือทำอะไรรวดเร็วทันใจ

“ขอบใจ”

“ยินดีค่ะที่รักฉันจะโทรไปบอกแจ็คสันว่าคุณจะไปเกาหลีใต้”เอ็ดเวิร์ดต้องการคนที่อยู่ข้างเขาบ้าง ไม่ใช่คนที่ต่อต้านเขา และเซเรน่าก็ยินดีที่จะอยู่ฝ่ายเอ็ดเวิร์ดถ้าหากมันทำให้เอ็ดเวิร์ดพอใจได้

ถึงไม่ได้อยู่ในสถานะคนที่เขารัก แต่อยู่ในฐานะคนโปรดก็พอจะแทนกันได้









คุณดารากำลังอึ้งและตระหนกกับเรื่องที่พี่ชายเล่าให้ฟัง น้ำเสียงของพี่ชายร้อนรน เอาแต่กล่าวโทษตัวเอง  มาร์คเองก็อยากจะตะโกน โวยวาย ใส่อารมณ์กับเฮีย แต่เขารู้ว่าเรื่องนี้เฮียก็ไม่ผิด มันเป็นเรื่องสุดวิสัย เฮียไม่ได้ตั้งใจเอาคลิปของเขาไปให้คนอื่นดู เฮียแค่เก็บเอาไว้ แถมตั้งระบบรักษาความปลอดภัย คนที่ผิดคือคนที่รื้อค้นข้าวของข้อมูลของคนอื่นอย่างไอรีนและเวนดี้

ยัยแฝดนรก! อย่าให้เจอเชียว เขาเล่นงานยัยพวกนั้นแน่!!

มาร์คอาฆาตน้องสาวในใจ แต่ที่พูดออกไปคือคำปลอบใจให้พี่ชาย

“ไม่เป็นไร ผมรู้ว่าเฮียไม่ได้ตั้งใจ” มาร์ครู้สึกดีนะที่อย่างน้อยเฮียก็รักษาสัญญา เรื่องไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาโดยฝีมือเฮีย นั่นทำให้เขาอุ่นใจว่าเขาก็ยังเหลือคนที่รักและหวังดีต่อเขาบ้าง

<แต่แกต้องลำบากแน่ ป๊าจะไปเกาหลีวันศุกร์นี้แล้วด้วย> 

มาร์คเผลอกัดริมฝีปากด้วยความเครียด ผู้ชายคนนั้นมาเกาหลีไวกว่าที่คาดไว้ เขาคิดว่าคนใจร้ายนั่นจะจัดการสะสางงานให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน หรือครึ่งเดือน

“ไม่เป็นไร ผมจัดการได้” มาร์คก็ปวดหัว จนหนทาง ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไรดี มันกะทันหันเกินไป เขาตั้งรับอะไรไม่ทันหรอก

<แน่ใจนะว่าจัดการได้ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ>

“ขอบคุณมากเฮีย ไม่ต้องซีเรียสหรอก อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะ ตอนนี้ผมก็เริ่มเบื่อๆ วงการแล้วเหมือนกัน กลับไปเป็นคนธรรมดาก็สบายใจดีนะ ไม่ต้องระวังอะไร ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระด้วย หนักใจอยู่อย่างเดียวว่าถ้าออกจากวงการไปแล้วจะทำมาหากินอะไรดี” ร่างสูงใส่บูลทูธ เดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรกิน มีแก่ใจจะเล่นมุข แต่พี่ชายฟังแล้วไม่ตลกเลย

<มาร์คแกคิดจะทิ้งวงการจริงๆ เหรอ แกรักมันมากไม่ใช่หรือไง> มาร์คอมยิ้มกับน้ำเสียงห่วงใยของเฮีย

“ไม่หรอก ผมไม่ได้รักงานในวงการมาแต่แรกแล้ว ที่ผมรักคือแม่ต่างหาก และบังเอิญว่าแม่เคยอยู่ในวงการ ผมก็เลยมาอยู่ด้วย แค่นั้นเอง ยังไงป๊าของเฮียก็ต้องเล่นแรงถึงขั้นเอาผมออกจากวงการอยู่แล้ว เรื่องซุกลูกเมียนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะเฮีย ผมทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ หลักฐานอยู่ในมือผู้ชายคนนั้นแล้ว ตอนนี้ก็แค่รอเวลาว่านักข่าวจะรู้เมื่อไร และเมื่อนั้นอนาคตของผมก็จะดับวูบทันที ถึงค่ายจะเอาไว้ต่อไปแต่แฟนคลับไม่มีทางรับได้แน่นอน นักแสดงอยู่ได้ก็เพราะฝีมือและแฟนคลับ แต่มีแค่ฝีมือมันไม่มีทางไปรอดได้”

มาร์คพูดพลางทำมื้อดึกอย่างง่ายๆ กินปะทังชีวิตไปก่อน เขาหยิบแครกเกอร์ธัญพืชอบกรอบออกจากห่อสามแผ่นวางบนจาน หั่นอะโวคาโดสดเป็นชิ้นบางๆ วางลงไปบนแครกเกอร์ ตบท้ายด้วยตักทูน่าโปะ โรยเกลือป่นและพริกไทยป่นอีกนิดเพื่อเพิ่มรสชาติ ฝานเลมอนชิ้นบางเป็นเครื่องเคียงอีกสามชิ้น

ไม่อิ่มหรอก แต่ไม่อ้วน

<มาร์คนี่แกช็อคจนฟั่นเฟือนแล้วใช่ไหม ทำไมแกนิ่งและไม่โวยวายอะไรเลยล่ะ นี่เรื่องใหญ่กำลังจะตามไปทำลายชีวิตนายอยู่นะ!> มาร์คเกาหัวเล็กน้อย เฮียนี่กังวลกว่าเขาอีกนะ เครียดไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ตั้งแต่เขาเริ่มไปดูแลแบมแบมและลูก เขาก็ทำใจเอาไว้แล้วว่าสักวันความลับอาจจะแตกก็ได้

แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อเขาก็ไม่อยากจะแคร์อะไรไปมากกว่าแบมแบมและฝาแฝดแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักแฟนคลับ สำหรับเขาพวกเธอสำคัญมากๆ เสมอ พวกเธอทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า แต่ยังไงเขาก็รักแบมแบมกับลูกมากกว่า เวลาที่อยู่กับแบมแบม เขารู้สึกเหมือนว่าความสุขทั้งหมดบนโลกนี้เป็นของเขาคนเดียว

แบมแบมทำให้เขาได้สัมผัสกับความรู้สึกเดียวกับเวลาที่ได้อยู่กับแม่ เขาเคยคิดว่าเขาจะสัมผัสถึงตัวตนของแม่ได้ถ้าอยู่ในวงการบันเทิง แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย วงการบันเทิงทำให้เขาไม่โดดเดี่ยวแต่ไม่เคยเติมเต็มความว่างเปล่าในใจของเขาได้ สิ่งที่เขาต้องการคือแม่ แม่คือครอบครัว และแบมแบมทำให้เขารู้สึกถึงคำว่าครอบครัว

ถ้าความสุขของแม่คือวงการมายาและตัวเขา ความสุขของเขาก็คือแม่และแบมแบม อ้อ รวมเจ้าตัวเล็กในท้องแบมแบมด้วยอีกสองคน

“ถ้าเรื่องใหญ่ที่จะทำลายชีวิตผมอย่างที่เฮียว่าคือเรื่องแบมแบมกับลูก ผมขอแก้เลยว่านั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ทำลายชีวิตผม แต่คือเรื่องใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตผมให้ดีขึ้นต่างหาก อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะเฮีย ผมมีทุกอย่างที่ต้องการแล้วล่ะ เงินทองผมก็มีแล้ว ครอบครัวก็ด้วย ชื่อเสียงมันก็แค่สิ่งจอมปลอม วงการบันเทิงมันก็มีแต่ความสวยงามที่ฉาบฉวยเท่านั้นเอง”

<…มาร์คแกโตขึ้นมากเลยนะ> ปลายสายภูมิใจและดีใจที่มาร์คเริ่มคิดได้อย่างนี้

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

<ในเมื่อพร้อมจะทิ้งวงการได้แล้ว ประกาศลาวงการแล้วกลับมาอเมริกาไหมมาร์ค ถ้าเราชิงลาวงการก่อนน่าจะดีกว่าโดนแฉนะ> คริสพยายามหาทางออกก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่

“ชิงลาวงการก่อนก็เป็นความคิดที่ดี ผมจะไปปรึกษาคุณกงพรุ่งนี้เช้า แต่เรื่องกลับอเมริกาผมคงปฏิเสธเหมือนเดิม ผมเกลียดผู้ชายคนนั้น และผมก็ไม่อยากไปไหนอีกแล้วเฮีย ผมเหนื่อย ผมจะอยู่ที่เกาหลี เพราะครอบครัวผมอยู่ที่นี่”

ในเมื่อแบมแบมกับแฝดอยู่ที่เกาหลี เขาจะไปอยู่อเมริกาได้ยังไง ที่นั่นมีสิ่งสำคัญของเขาเพียงอย่างเดียวคือสุสานของแม่ สักวันเมื่อแฝดโตขึ้นเขาจะพาพวกแกไปหาคุณย่าบ้างเป็นครั้งคราว

<เฮียเข้าใจ แต่ระวังแบมแบมกับลูกไว้บ้างก็ดี ป๊าคงหาทางพรากแกกับแบมแบมแน่นอน>

“ขอให้เขาทำให้จริงเถอะ ผมดูแลแบมแบมได้ เฮียไม่ต้องห่วงหรอก”

<มั่นใจใช่ไหมมาร์ค>

“ถ้าแค่ปกป้องลูกกับเมียยังทำไม่ได้ ผมว่าผมควรไปกระโดดแม่น้ำตายนะ” มาร์คเอ่ยกลั้วหัวเราะไม่ให้พี่ชายเครียดไปด้วย เขารู้ว่าพี่คริสคงโดนอะไรบ้างแหละ แล้วนี่คุณคนนั้นเขาจะมาเกาหลี งานต่างๆ มากมายก็คงโยนไปหาพี่ชายเขา กว่าเอ็ดเวิร์ดต้วนจะกลับอเมริกาคริสคงเหนื่อยตาย

<โธ่ อย่ามัวแต่พูดเล่นสิ มีอะไรที่จัดการไม่ได้ก็โทรมาได้ตลอดเลยนะ>

“ครับ” มาร์คซึ้งใจที่พี่ชายคิดจะช่วย รับปากไปแต่เขาตั้งใจจะไม่โทรไปหาคริสหรอก นี่ปัญหาของเขา เขาควรจัดการด้วยตนเอง

“เฮียล่ะเป็นไงบ้าง..” มาร์คนั่งลงกินอาหารมื้อดึก ฟังพี่ชายเล่าเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายให้ฟังบ้าง และได้รู้เรื่องราวดีๆ มาว่าเฮียกำลังคบหากับผู้ชายเกาหลีอยู่คนหนึ่ง แต่พ่อแม่ยังไม่รู้เพราะผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนรวยอะไร เป็นแค่นักศึกษาปริญญาโทธรรมดาๆ ฐานะปานกลาง คริสเองก็ลำบากเหมือนกันนะ

มาร์ควางสายจากพี่ชายแล้วก็โทรไปหาแบมแบม ลังเลว่าจะเล่าเรื่องของพ่อให้แบมแบมฟังดีหรือเปล่า คิดจะเล่าแต่เขาก็เปลี่ยนใจ เรื่องเครียดๆ แบบนี้ไม่ควรให้แบมแบมได้รับรู้หรอก คนท้องไม่ควรเครียดหรือคิดมากนะ

<คุณอ่าง่วงนอนแล้ว จะนอนแล้วนะ โทรมาทำไม> คุณแม่น้องแฝดซุกหน้ากับหมอนนิ่ม ผมยุ่ง ตาปรือใกล้จะหลับ แต่ก็ยังฝืนวิดีโอคอลกับมาร์ค

“ไม่คิดว่าจะนอนเร็วนี่ หมู่นี้ลูกดิ้นจนนอนไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?”

<เหนื่อยน่ะ แฝดจะดิ้นแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่นแล้ว แม่จะนอน> แบมแบมคุยเสียงเบางุ้งงิ้งอยู่ในคอ ท่าทางง่วงมากจนไม่ไหวแล้ว มาร์คหัวเราะ ทั้งสงสารทั้งขำ

“งั้นนอนเถอะ ราตรีสวัสดิ์”

<ฝันดีน้าคุณแด๊ดดี๊ คุณแม่นอนแล้วนะ บ๊ายบาย…> แบมแบมโบกมือลาให้ด้วยท่าทางน่ารัก มาร์คอยากจะหายตัวไปโผล่ที่บ้านแบมแบมตอนนี้เลยจริงๆ

“บ๊ายบาย” แค่คำว่าคุณแด๊ดดี๊ก็ทำให้คุณดารายิ้มกว้างจนหุบไม่อยู่แล้ว

“เฮ้อควรจะย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ได้แล้วล่ะมาร์ค” ร่างสูงฟุบลงกับโต๊ะอาหาร พึมพำกับตัวเอง

อยู่ไกลกันแบบนี้แล้วไม่ดีเลย อยากไปหาก็ทำยาก น่าเบื่อชะมัด!









“คุณแจ็คสันตื่นเถอะ นี่! ตื่นได้แล้ว!!” คุณหนูชเวตบลงบนแก้มของคนที่นอนหนุนตักตนเพื่อปลุกให้ตื่น

“อืม” แจ็คสันงัวเงีย ปรือตาขึ้นมานิดหนึ่งแล้วก็หลับต่อ ขยับซุกหน้ากับพุงยองแจจนร่างบางแขม่วแทบไม่ทัน ไอ้ไอ้คนบ้านี่! เกินไปแล้ว จะได้ใจเกินไปแล้วนะ กล้าดียังไงเอาหน้ามาชนท้องยองแจ ลวนลามอ่ะ!

ยองแจอ่อนใจกับคนขี้เซาที่มาอาศัยตักเขาเป็นหมอนนอนหลับ ที่จริงยองแจก็ไม่อยากให้นอน แต่สงสาร คุณแจ็คสันมาหายองแจถึงบ้าน ทำหน้าเศร้ามาหา พูดซ้ำๆ อยู่แค่ว่ามีเรื่องใหญ่แล้วล่ะ แล้วก็แค่นั้นอ่ะ แค่นั้น! คือไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมเพื่อไขข้อสงสัยของยองแจเลยด้วย มาถึงก็บ่น ถอนหายใจ หน้าเศร้า แล้วก็เงียบ

ถ้าคุณแจ็คสันเงียบได้นี่แสดงว่าอาการหนัก ปกติคุณแจ็คสันเป็นคนอเลิร์ทจะตายไป อารมณ์ดีจนน่ารำคาญ

ยองแจสงสารก็เลยต้องต้อนรับ เอาขนมให้กิน ปล่อยให้ทำตัวตามสบายได้ เสียสละเวลาแต่งเพลงเพื่อมานั่งคุยเป็นเพื่อนด้วย คุณแจ็คสันไม่เพียงแค่ไม่สำนึกบุญคุณครั้งนี้ กลับมาขอนอนหนุนตักและสั่งให้ปลุกอีก บอกว่ามีธุระสำคัญมากๆ ที่ต้องไปทำ

“มีธุระสำคัญไม่ใช่เหรอ ไม่รีบไปหรือไง ลุกไปล้างหน้าล้างตาสิ” ยองแจกระตุ้นคนที่นอนหลับตา แต่ยองแจรู้ว่าคุณแจ็คสันตื่นแล้ว

“ตัวหอมดีนะ กลิ่นน้ำหอมนายนี่สบายใจดี”

“คนลามก โรคจิตเหรอมาดมตัวคนอื่น ยองแจไม่ได้ใช้น้ำหอมสักหน่อย” ยองแจทำจมูกฟุดฟิด ดมเสื้อตัวเอง อยากรู้ว่าหอมตรงไหน

“ชอบกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มเหรอ” ยองแจสงสัย

“ใช่ที่ไหนเล่า ช่างเถอะ” แจ็คสันจำใจต้องลุก ต้องไปรอรับป๊าที่สนามบินด้วย ไม่อยากเจอป๊าเลยแฮะ ช่วงหลังมานี้เขาไม่ได้ทำงานที่ป๊าสั่งเลย

“โอยลุกได้ซะทีนะ ยองแจเมื่อยขาจะแย่ เหน็บกินเลยอ่ะ” คุณหนูหน้าเบ้ กดมือลงบนต้นขาออกแรงนวดให้หายชา

“ขอโทษที อยู่ใกล้นายแล้วมันสบายใจดีน่ะ”

“เหตุผลบ้าๆ บอๆ เอ้ย! มาจับทำไม เอามือออกไปเลยนะ” ยองแจแหวใส่เมื่อแจ็คสันกดมือลงบนต้นขายองแจแรงๆ

“ก็จะช่วยนวดให้ไง”

“ไม่ต้อง ยองแจนวดเองได้ แค่ให้นอนตักนี่ก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าคุณแจ็คสันโดนตัวยองแจมากกว่านี้ยองแจจะฟ้องคุณป๋าจริงๆ ด้วย” ยองแจยู่ปาก ไม่พอใจ

“อ๊า นายนี่น่ารักจริงๆ ฮึ้ย” มือหนาบิดขยี้แก้มกลมจนยองแจร้องโอ๊ย ยองแจผลักเขาออกไปห่างๆ

“เจ็บนะ!

“ว่างไหม ไปธุระเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” แจ็คสันบิดขี้เกียจ เอ่ยชวน ไม่ใช่ชวนสิ น้ำเสียงแบบนี้ยองแจฟังว่าเป็นการบังคับชัดๆ

“ไปไหนอ่ะ?”

“ไปรับพ่อฉันที่สนามบิน”

“หือ?”

“ไปเถอะ ไปเป็นเพื่อนกันหน่อย”

“ไอ้เรื่องใหญ่ที่ว่าคือการไปรับคุณพ่อที่สนามบินเหรอ แค่นี้เองอ่ะนะ แล้วคุณแจ็คสันจะมาถอนหายใจในบ้านคนอื่นให้คนเขากังวลไปด้วยทำไมเนี่ยห๊ะ!” ยองแจฟาดมือที่แขนแจ็คสันไม่ยั้ง เคือง ทำเขาเสียเวลาไปด้วยเลย! แทนที่จะได้แต่งเพลงให้เสร็จสักเพลง กลับกลายเป็นว่าต้องเอาเวลามาดูหนังฟังเพลงเป็นเพื่อนคุณแจ็คสัน แย่มากอ่ะ!

“เรื่องใหญ่ที่แท้จริงคือจุดประสงค์ที่ป๊ามาเกาหลีครั้งนี้ต่างหาก” แจ็คสันรวบมือนิ่มทั้งสองของยองแจเอาไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง ยองแจเลิกคิ้ว

“จุดประสงค์อะไร?”

“เขี่ยมาร์คออกจากวงการ” ยองแจอ้าปากค้างนี่มันเรื่องใหญ่จริงๆ ด้วย!!

“ไม่ได้นะ! คุณแจ็คสันจะร่วมมือกับคุณป๊าใช่ไหม? ห้าม! ห้ามเด็ดขาดเลย”

“ไม่มีใครขัดใจป๊าฉันได้หรอกยองแจ” แจ็คสันยิ้มเฝื่อน ดูสีหน้าก็รู้ว่าอึดอัดและขมขื่นใจไม่น้อย ยองแจถอนหายใจ ชักจะกังวลตามไปด้วยแล้ว

“คุณแจ็คสันไม่รักพี่ชายเหรอ” คำถามของยองแจนั้นแสนง่าย แต่แจ็คสันตอบยากเหลือเกิน

“ฉันรักตัวเองมากกว่า”

ยองแจผิดหวังกับคำตอบของแจ็คสัน ร่างบางผุดลุกจากโซฟาเพื่อหนีเขา ไม่อยากไปสนามบินด้วยแล้ว แต่พอลุกขึ้น ยองแจก็เซล้มเพราะขาชา

“เฮ้! เป็นอะไรหรือเปล่ายองแจ” แจ็คสันลุกมาช่วยประคอง แต่ยองแจกลับปัดมือเขาทิ้ง ใบหน้าหวานบึ้งตึง

“ไม่ต้องมาโดนตัวยองแจเลย! คุณแจ็คสันก็สนใจแต่ตัวเองอยู่แล้วนี่ ขนาดพี่ชายตัวเองยังไม่สนใจเลย แล้วจะมาสนใจยองแจทำไม” 

แจ็คสันชะงักกับคำพูกกระแนะกระแหนของอีกฝ่าย ขุ่นเคืองเจือจางอยู่ในอกและรู้สึกแย่

“นายไม่เข้าใจหรอกยองแจ”

“คุณแจ็คสันเลือกได้แต่คุณไม่เลือกเอง”

“ถ้าเป็นนาย นายจะยอมขัดคำสั่งของพ่อเพื่อพี่ชายที่ไม่ได้รักนายได้เหรอยองแจ”

“ต่อให้พี่ชายไม่รักยองแจ ยองแจก็ไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายกับเขาหรอก!” 

ยองแจแค่หวังว่าคุณแจ็คสันคงจะไม่ร่วมมือกับคุณป๊าทำอะไรคุณมาร์ค พี่น้องทำร้ายกันเองมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะ ทำไมคุณป๊าของคุณแจ็คสันถึงต้องให้คุณแจ็คสันทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ด้วยล่ะ คุณป๊าใจร้ายที่สุด!

“หึชีวิตนายมันมีแต่ความสุข นายถึงคิดได้แต่ทางเลือกที่ดีไงแต่ฉันไม่ใช่นาย ขอบคุณสำหรับวันนี้ ต่อไปฉันคงไม่มากวนนายอีกแล้วล่ะ เรื่องที่ฉันต้องทำมันใกล้จบแล้ว”

แจ็คสันฝืนยิ้มให้ยองแจแล้วเดินจากมา ยองแจรีบลุกขึ้นจากพื้นพรมตามเขาไปแต่กลับทรุดลงบนพื้นอีกรอบเพราะยังปวดขาอยู่เลย

“คุณแจ็คสันอย่าเพิ่งไป! คุณแจ็คสันกลับมาก่อนสิ! คุณแจ็คสัน!!” ยองแจพยายามยันกายลุกขึ้น เดินกระโดดขาเดียวออกจากห้องนั่งเล่น แต่เขาก็ตามคุณแจ็คสันไม่ทันอยู่ดี

 ยองแจจะทำยังไงดีล่ะคุณป๋า  ยองแจต้องทำยังไงคุณแจ็คสันถึงจะคิดได้และทำในสิ่งที่สมควรทำสักที ยองแจรู้ว่าคุณแจ็คสันน่ะไม่อยากทำร้ายคุณมาร์คหรอก ในใจลึกๆ เขาต้องไม่ได้อยากทำแน่ๆ

คนเราในเมื่อได้มารู้จักกันแล้ว จะปล่อยให้คนที่รู้จักทำเรื่องไม่ดีต่อหน้าต่อตาก็ทำไม่ได้หรอกนะ









อาการเจ็ทแล็กของเอ็ดเวิร์ดนั้นดีขึ้นมาก หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่หลายวันเพื่อให้ร่างกายได้ทำความคุ้นชินกับเวลาที่ต่างกันได้แล้ว เอ็ดเวิร์ดก็ต้องการเริ่มทำอะไรสักที

“แจ็คสัน”

“ครับป๊า” แจ็คสันเพิ่งจะตื่นนอน กำลังชงเครื่องดื่มให้ตัวเองในครัว หันไปมองบิดาที่เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้สำหรับนั่งรับประทาน

“เรื่องพี่ชายเราน่ะ เราคิดว่าไง จะทำอะไรต่อ” เอ็ดเวิร์ดอยากรู้ว่าแจ็คสันมีความคิดอย่างไรบ้าง แจ็คสันเองก็รู้เรื่องที่มาร์คมีเมียและลูกแล้วเช่นกัน

แจ็คสันหันไปเติมครีมและน้ำตาลลงในถ้วยกาแฟของตน หลบซ่อนความสับสนในแววตา

“ป๊าคิดจะทำอย่างไรล่ะครับ คงไม่คิดจะทำอะไรรุนแรงหรอกใช่ไหม?”

“ถ้ามาร์คไม่ยอมกลับไปแต่โดยดีก็ไม่แน่” แจ็คสันลอบถอนหายใจ หันไปชงกาแฟดำให้ป๊าอีกแก้ว

“ผมว่า

….ต่อให้พี่ชายไม่รักยองแจ ยองแจก็ไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายกับเขาหรอก!....

แจ็คสันยันมือกับเคาน์เตอร์ ลังเลกับการตัดสินใจของตัวเอง คำพูดของยองแจเมื่อหลายวันก่อนเขายังจำได้ขึ้นใจ และมันก็ผุดขึ้นมาในหัวคอยหลอนเขาเป็นระยะด้วย ยองแจนี่แย่จริงๆ!

เขาควรต้องเสนอทางเลือกที่จะทำให้มาร์คเจ็บปวดอย่างที่สุดใช่ไหม แต่ถึงเขาจะเลือกทางไหน ป๊าก็ไม่มีทางรักเขามากไปกว่ามาร์คอยู่แล้ว พยายามไปแค่ไหนผลลัพธ์มันก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

“ว่าไงแจ็คสัน มีอะไรก็พูดมาสิ”

“ผมกำลังคิดว่า เรื่องที่มาร์คมีลูกเมียแล้วยังไม่ควรเปิดเผยตอนนี้นะครับ”

“เหตุผล?” เอ็ดเวิร์ดไม่คิดว่าแจ็คสันจะมีเหตุผลที่ดี แจ็คสันวางถ้วยกาแฟตรงหน้าป๊า ทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ตัวขวามือของพ่อ

“ผมก็แค่คิดว่ามีข่าวตอนเด็กคนนั้นคลอดเลยน่าจะสนุกกว่า”  อีกไม่ถึงสองเดือนแบมแบมก็คลอดแล้ว

“ต้องรออีกสองเดือนเพื่ออะไร”

“ถ้าผมบอกว่าไม่มีเหตุผลล่ะครับป๊าจะว่ายังไง” แจ็คสันก็แค่ยื้อเวลา ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่านี้

“อย่างนั้นเหรอ” เอ็ดเวิร์ดแค่คลี่ยิ้มบาง ไม่ได้ว่าอะไร แจ็คสันจึงไม่รู้ว่าตกลงพ่อจะยอมให้ปล่อยข่าวเรื่องแบมแบมในอีกสองเดือนข้างหน้าหรือเปล่า

“ท่านครับ ตารางงานของคุณชายรองครับ” คนสนิทชายวัยหนุ่มของเอ็ดเวิร์ดเข้ามาหาเจ้านายพร้อมยื่นแท็บเลตให้เขาดู เอ็ดเวิร์ดรับมาสไลด์เลื่อนหาสิ่งที่ต้องการ

“ของทั้งอาทิตย์เลยใช่ไหม?”

“ครับท่าน ผมมีส่วนของทั้งเดือนนี้ด้วย”

“ไม่เป็นไร เอาแค่อาทิตย์นี้ก่อน ขอบใจมาก” คนสนิทรับคำ ค้อมศีรษะให้นายและคุณชายเล็ก ก่อนจะล่าถอยออกไปพักผ่อนข้างนอกเพื่อรอทำตามคำสั่งต่อไป

“ป๊าจะเอาตารางงานทั้งหมดของมาร์คไปทำอะไรครับ?”

“ป๊าก็ต้องมีเอาไว้เพื่อหาเวลาว่างไปเจอมาร์คอยู่แล้วน่ะสิแจ็คสันถ้าได้เจอตอนที่อยู่กับเด็กคนไทยนั่นด้วยก็เยี่ยมไปเลย”

ทั้งที่ป๊าก็ยิ้มให้เขาแท้ๆ แต่แจ็คสันกลับรู้สึกขนลุกแทนคนที่ถูกพาดพิงถึง

 

TBC.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 434 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #713 Petchka (@Petchka) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 19:47
    สอบถามหน่อยจะอ่านNC ได้ตรงไหนหราคะหรือให่ไรท์ส่งทางเมลคะ

    Namtip_bkk@hotmail.com
    #713
    0
  2. #478 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 21:57
    ทำไมใจร้ายกับมาร์คจัง
    #478
    0
  3. #449 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 22:24

    อย่ามายุ่งกับลูกเมียของมาร์คนะ

    #449
    0
  4. #289 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:28
    ป๊าเรม่อน หึ้ยย รำคาญอ่ะ
    #289
    0
  5. #272 -PNPP- (@-PNPP-) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:30

    อ่านกี่รอบ กี่รอบ ก้อยังสนุกเหมือนเดิม
    #272
    0
  6. #269 Caff? Latte (@5410610147) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:29
    โอ๊ยยยยยบ

    เมื่อไหร่ป๊า นี่จะตายๆไปสักที๊&#8203; โอ้ยยยยยย&#8203; จะเอาอะไรกับมาร์คนักหนา&#8203; มาร์คไม่กลับ&#8203;ไม่มีคนแบ่งสมบัติ&#8203;ก็ดีแล้วนิ่&#8203; โท๊ะ&#8203; หวงก้างอยู่ได้&#8203; /ขึ้น&#8203;ตอนนี้ขึ้น&#8203; จะทำทำอะไรมาร์คก็ทำไป แต่อย่าทำแบมกับแฝดนะโว้ยยย&#8203; &#128514;
    #269
    0
  7. #267 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:41

    คุณป๊าใจเย็นนะคะ เดี๋ยวแฝดจะตกใจหมด

    ยังรอกันอยู่นะคะไรท์ อ่านกี่รอบความรู้สึกรักนิยายเรื่องนี้มันก็มากขึ้นทุกที

    #267
    0
  8. #266 nana-ly (@nana-ly) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:11
    รอนะคะไรท์ มาอัพต่อเร็วๆน้าาาาา
    #266
    0
  9. #264 Double_EE (@sukannika_k) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:44
    รออยู่น้าาาสนุกมากๆ
    #264
    0
  10. #263 pandooppa (@pandooppa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:07
    สนุกมากค่ะ รออยู่น้า
    #263
    0
  11. #259 Voranat2001 (@Voranat2001) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:59
    สนุกมากค่ะ มาอัพต่อไวๆนะค่ะ!!
    #259
    0
  12. #258 Crownn (@Thawornporm-tan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:47
    ดีใจจจแงงอัพแล้วววว รอนะคะ
    #258
    0