[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 22 : วุ่นนัก 19 ปล่อยวาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7072
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 441 ครั้ง
    6 มี.ค. 62



 

มาร์คไหวมั้ย? อีกไม่กี่วันก็หาพี่เลี้ยงได้แล้วล่ะซองจุนถามไถ่ด้วยความห่วงใย เขากับนิชคุณพอเลิกงานแล้วก็จะมาช่วยมาร์คเลี้ยงฝาแฝด เพื่อให้มาร์คได้มีเวลาส่วนตัวอาบน้ำและกินข้าวได้เต็มอิ่มบ้าง

การเลี้ยงเด็กทารกคนเดียวก็ว่าเหนื่อยสาหัสมากแล้ว ต้องมาเลี้ยงพร้อมกันทีเดียวสองคนแบบนี้มาร์คเก่งมากเลยนะ

มาร์คเลี้ยงอาบิเกลและเบนจามินคนเดียวจริงๆ พี่เลี้ยงก็ไม่มี ลุงคินและป้าโมก็บินกลับไทยไปหลายวันแล้ว เพราะตอนมาหาแบมแบมมาแบบเร่งด่วนมากด้วยความเป็นห่วงแบมแบม ไม่ได้จัดการงานทางนั้นเลย พอเหตุการณ์ทางนี้ดีขึ้นท่านทั้งสองเลยกลับไปทำงานต่อ แต่ก็บอกว่าจะหาเวลามาเยี่ยมลูกและหลานใหม่

ส่วนแบมแบมก็มีพยาบาลพิเศษและยูคยอมดูแลอยู่ คุณเจ้าของร้านโดดงานฝากร้านไว้กับลูกน้อง ก็ช่วยกันได้เยอะทีเดียว

สบายมากครับ ถึงเลี้ยงแฝดจะเหนื่อย แต่มันยังลำบากไม่ได้ถึงครึ่งที่แบมอุ้มท้องมาเลยนะ

แด๊ดดี๊อ้าปากหาวหวอด อาบน้ำแต่งตัวใหม่จนหายเน่าแล้วเดินมาทิ้งตัวนอนเหยียดยาวบนโซฟา ปล่อยให้พี่ซองจุนและพี่คุณเลี้ยงเจ้าตัวแสบให้

“เอารางวัลสามีดีเด่นแห่งปีไปเลยมั้ย?” นิชคุณแซว มาร์คอมยิ้ม

“ใครให้ล่ะครับ ย้อนประวัติแค่สามเดือนพอนะ” ย้อนยาวกว่านั้นจะเห็นแต่ความเลวนะเอ้อ

“เผื่อไอ้แบมจะให้ไง ซื้อไก่ย่างมาฝาก ไปกินสิ”

“กินข้าวกันมาหรือยัง”

“ยัง”

“กินที่นี่เลยมั้ย?”

“ก็ดี ในตู้เย็นแกมีอะไรทำกินได้บ้างมั้ยล่ะ”

“พอมีอยู่มั้ง ไปดูก่อน” มาร์คลุกไปดูข้าวของในครัว ได้กลิ่นไก่ย่างหอมฉุยแล้วน้ำลายสอเลย พี่คุณซื้อมาตั้งสองตัวแน่ะ!

เลี้ยงแฝดทั้งวันทั้งคืน อย่าว่าแต่เวลาจะกินให้อิ่มเลย เวลาจะนอนเขายังแทบไม่มี

“ย่าห์! น้องเกลอึอึ๊แล้ว” มาร์คได้ยินเสียงนิชคุณโวยวายมาถึงในครัวเลย

“จะโวยวายทำไมวะ แกก็เปลี่ยนผ้าอ้อมเซ่” พี่ซองจุนก็โวยกลับ

“ไอ๊หยา อย่าดิ้นสิน้องเกลเดี๋ยวเสื้อลุงเปื้อนนะ ไปเปลี่ยนผ้าอ้อมกันดีกว่ายัยตัวเล็ก”

“ตอนเดินกลับมาแกหยิบขวดนมมาให้ด้วยนะ”

“ทำไมไม่ลุกไปเอาเองวะไอ้ซองจุน”

“ใช้แค่นี้ไม่ได้รึไง!

“เออ! เดี๋ยวหยิบมาให้ ขี้เกียจจังเลยนะแก เดี๋ยวปาผ้าอ้อมใส่หน้าซะนี่”

“ฝึกไว้สิ เดี๋ยวตอนมีลูกกับน้องมี่จะได้เคยชินไง”

“บร๊ะ! พูดจาดี อยากได้อะไร”

“ขอวันหยุดสักสองวันดิครับ”

“บอสพูดจาหยาบคายมากครับ..ไม่ให้โว้ย!

มาร์คทำมื้อเย็นไปก็ขำไป พี่ซองจุนกับพี่คุณนี่ชอบเถียงกันว่ะ ตลกดีชะมัดเลย

“ทำไรกินอ่ะ” นิชคุณเดินมาหามาร์คในครัว ชะโงกหน้ามองเจ้าของบ้านทอดเนื้อก้อนกลมในกระทะ

 “สปาเกตตีมีทบอลครับ”

“ช่วยมั้ย?”

“ก็ดีครับ พี่ต้มเส้นแล้วกัน เดี๋ยวทอดเนื้อเสร็จผมจะทำซอสต่อ”

“อือ..นี่มาร์ค พี่เลี้ยงน่ะตอนนี้หาได้คนนึงแล้วนะ แต่ฉันไม่ได้รับไว้น่ะ” นิชคุณใช้อีกเตาต้มเส้นสปาเกตตี มาร์คหันมองนิชคุณด้วยความสงสัย

“ทำไมล่ะครับ น่าจะรับเลยจะได้มาช่วยผมไง”

“เธอเป็นเจ้าของเนอร์สเซอรี่น่ะ ถึงจะถนัดบริหารงานมากกว่าช่วยเลี้ยงเด็กแต่ประสบการณ์ดูแลเด็กก็พอสมควรแหละ สองปี เนอร์สเซอรี่เธอมีชื่อเสียงนะ ได้มาตรฐานอยู่ ตัวเธอก็มีใบรับรองเรียบร้อย”

“ท่าทางจะรวย ถึงเราไม่รับเธอก็คงไม่รับงานนี้หรอกมั้งครับ พี่ไปเจอได้ยังไง แล้วทำไมไม่รับล่ะ”

“รวยก็รวยอยู่แหละ สวยด้วย เธอมาสมัครของเธอเอง” นิชคุณปิดฝาหม้อต้ม หันมากอดอกมองมาร์ค แด๊ดดี๊หัวเราะ

“ผมไม่คิดอะไรกับคนอื่นหรอกน่า ไม่ว่าจะสวยแค่ไหนก็เถอะ นางเอกที่ผมเล่นละครด้วยสวยๆ เยอะแยะผมยังไม่สนใจเลยนะ”

“เธอเป็นแฟนเก่าไอ้แบมน่ะ บอกมาว่าแบมแบมไม่สบายมากเธอเลยอยากมาช่วยเลี้ยงให้ ถ้าแบมแบมไม่รับเธอ เธอจะหาพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้มาให้เอง”

มาร์คชะงักค้าง มองหน้านิชคุณอึ้ง

“ถ้าอยากได้จะรับไว้ก็ได้นะ จะได้หาอีกแค่คนเดียว เอารึเปล่า?”

“ไม่เอา! ผมไม่รับ ห้ามพี่บอกเรื่องนี้กับแบมแบมเด็ดขาดเลยนะ!!” มาร์คหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมาทันที นิชคุณไหวไหล่

“บางทีเธออาจจะติดต่อกับแบมแบมโดยตรงเลยก็ได้ คนนี้รักไอ้แบมมากด้วยแหละ แต่สมัยที่คบกันไอ้แบมมันติดกล้อง ติสแตก ก็เลยเลิกกันไปน่ะ”

“ไม่ต้องเล่าก็ได้ ผมไม่อยากรู้!

มาร์คตักเนื้อทอดใส่จานกระเบื้องพักไว้ กระแทกกระทั้นใส่ส่วนผสมทำซอสลงในกะทะ อารมณ์ไม่ดี นอนน้อยก็หงุดหงิดง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ยิ่งมาได้ยินเรื่องแบบนี้ยิ่งโคตรหงุดหงิดเลย!

“แค่อยากบอก แฟนมันทุกคนอย่างเด็ด สวยๆ ทั้นนั้นเลยนะ”

“พี่คุณ! แม่ง ออกไปรอข้างนอกเลยไป๊!” มาร์คเตะหน้าแข้งนิชคุณเบาๆ นิชคุณหัวเราะร่า อารมณ์ดี เดินลั้นลาออกจากครัวไปช่วยซองจุนเลี้ยงหลานต่อ

แกล้งมาร์คแล้วสนุกนะ หน้าตาตอนหึงนี่ตลกพิลึก! โทรไปเล่าให้ไอ้แบมฟังดีกว่า

 

 

 

 

การเลี้ยงลูกแรกเกิดแทนเมียไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มาร์คต้วนยืนยันได้ด้วยขอบตาคล้ำๆ นี่ล่ะ

มาร์คหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดเพื่อมาเลี้ยงลูกเองเต็มตัวจนกว่าจะหาพี่เลี้ยงได้ หรือแบมแบมออกจากโรงพยาบาลมาช่วยกันเลี้ยง

มาร์คตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสองคนเลยต้องใช้เวลาในการหานานสักหน่อย เขายื่นคำขาดกับพี่คุณเลยว่าไม่เอาเจ้าของเนอร์สเซอรี่คนนั้น ดีที่คุณแม่และคุณน้าแบมแบมรับปากจะช่วยหาให้ มาร์คเลยตัดความกังวลใจส่วนนี้ทิ้งไปได้

ร่างสูงเพิ่งจะเคลิ้มหลับก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงของลูกสาวร้องโยเยอีกแล้ว เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง มองลูกสาวด้วยความง่วงงุนเต็มที่

“เป็นอะไรอีกครับลูก..” คุณพ่อมือใหม่หาวหวอด รีบอุ้มแกให้ห่างจากน้องชาย เดี๋ยวเบนจามินจะพลอยตื่นไปด้วย

ไม่อึไม่ฉี่นี่ หรือว่าหิว? เพิ่งกินไปเองนะอาบิเกล นมแม่หมดแล้วด้วยนะ แด๊ดดี๊ยังไม่ได้ไปเอาเลย

มาร์คอุ้มอาบิเกลเดินไปเดินมาให้แกหยุดร้องก่อนเดินไปที่โต๊ะที่ใช้วางบรรดาขวดน้ำและขวดนมของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง เอาน้ำให้แกกินก่อนเผื่อไม่ได้หิวจริง

“นั่น ดื้ออีก หิวจริงสินะอาบิเกล” แด๊ดดี๊ว่าให้เมื่อลูกสาวหันหน้าหนีคลายจุกขวดน้ำออกจากปากเล็กได้รูป คุณพ่อหยิบขวดนมยัดใส่ปากเล็กสีชมพู แม่ตัวน้อยก็ดูดเอาๆ

“โตมาอ้วนเหมือนแม่ไม่รู้ด้วยนะ” นี่ แอบนินทาซะเลย สวยได้แม่ก็ดี แต่อ้วนด้วยไม่เอานะลูก หึหึ   

มาร์คมือหนึ่งอุ้มอาบิเกล อีกมือก็จับขวดนมป้อนลูกสาว พาเดินเล่นไปห้องข้างๆ ของฝาแฝด

เด็กๆ มีห้องนอนของตัวเอง แด๊ดดี๊ตกแต่งให้ซะสวย มีทุกสิ่งพร้อมสรรพและมีประตูเชื่อมหากันได้ แต่ช่วงแรกอาบิเกลแผลงฤทธิ์จนพ่อต้องลุกจากเตียงมาดูที่ห้องนี้ไม่ได้หยุด เธอตื่นทุกชั่วโมงเลย มาร์คได้เห็นนาฬิกาทุกเลขจริงๆ สุดท้ายแด๊ดเลยต้องเอาลูกมานอนเตียงเดียวกันซะเลย จะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมา

พอเอาแฝดไปเลี้ยงที่ห้อง เตียงเด็กที่มีก็เลยไม่ได้ใช้ แด๊ดดี๊ให้คุณลุงทั้งสองมาย้ายโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมและโต๊ะสำหรับวางของจำเป็นไว้ในห้องนอนใหญ่ให้ อยู่ด้วยกันสามคนพ่อลูกสะดวกดี

มาร์คตั้งใจจะซื้อที่นอนเด็กเล็กมาวางบนเตียงด้วยจะได้ไม่ต้องกลัวนอนทับลูก แต่ก็ถูกคุณยายของแฝดห้ามไว้เสียก่อนว่าไม่ให้ซื้อของซ้ำซ้อน เดี๋ยวแกก็โต กลางคืนฝาแฝดได้นอนกับแด๊ดดี๊ที่เตียงใหญ่ กลางวันก็ปูผ้าปูนอนที่พื้นห้องนั่งเล่นกันสามคน

อาบิเกลเป็นเด็กนอนยากมาก บางทีมาร์คอุ้มๆ อยู่คิดว่าหลับสนิทแล้ว แต่พอวางบนเตียงปุ๊บตื่นเลย ต้องมากล่อมกันใหม่ พอเป็นแบบนี้มาร์คจะนอนให้นมจนอาบิเกลหลับก่อนค่อยถอนตัวออกมาสะดวกสุด  ส่วนเบนจามินก็เลี้ยงง่ายเกิน ให้นมแล้วก็หลับยาว จะตื่นแค่สองครั้งต่อคืนคือ ตอนตีสามและหกโมงเช้าเท่านั้นเอง สองพี่น้องนี่หาความพอดีไม่ได้เลยจริงๆ นะ ทั้งที่มาร์คก็กล่อมให้หลับพร้อมกันแล้วแท้ๆ บางทีมาร์คแอบคิดว่าอาบิเกลเอาใจยากติดตัวเขาเองมาหรือเปล่า น่ารักน่าตีในคราวเดียวกัน

ตอนที่มาร์คเอาลูกมานอนเตียงด้วยกันเขาก็กลัวว่าจะทับลูกสาวลูกชายอยู่หรอก ตัวเขาก็โตด้วย เผลอกลิ้งทับไปนี่แย่แน่ แต่พอเอาเข้าจริงเขาก็ไม่เคยนอนทับลูกหรอกนะ แต่เคยฝันร้ายแล้วมือพาดไปฟาดลูกเข้าเต็มๆ เลย โชคดีที่เป็นเบนจามิน แกก็สะดุ้งดื่นแล้วหลับต่อ ฮา ถ้าฟาดโดนอาบิเกลนี่ไม่อยากจะคิดสภาพเลยว่าแกจะงอแงมากแค่ไหน แต่เรื่องนี้ไม่ได้เล่าให้แบมแบมฟังหรอก เดี๋ยวโดนด่า

คุณแด๊ดดี๊เปลี่ยนหลอดไฟในห้องนอนใหม่ด้วยล่ะ เปลี่ยนไปใช้ไฟสีส้มแทนเพื่อให้ลูกๆ นอนหลับสบายขึ้น ซึ่งแสงสว่างแค่นั้นก็พอมองเห็นตอนกลางคืนได้นิดหน่อย เพียงพอสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือลุกมาชงนมลูกตอนดึกๆ ได้

บ้านน่ะตอนแรกก็เป็นของพ่อแม่หรอก แต่พอมีลูก เจ้าของบ้านที่แท้จริงคือเด็กๆ ล่ะนะ อะไรที่สะดวกสบายกับพวกแกที่สุด มาร์คเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนให้โดยไม่เสียเวลาคิดเลยล่ะ

แด๊ดดี๊อยู่กับแฝดสามคนพ่อลูกมาหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ อีกไม่กี่วันหม่ามี๊ก็จะได้กลับบ้านแล้วด้วย หม่ามี๊เป็นห่วงขยันโทรมาหาทุกคืน หม่ามี๊ยังได้อุ้มลูกน้อยกว่าแด๊ดดี๊ซะอีก หึหึ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 “มา พี่ถือเอง ค่อยๆ เดินนะเว้ย” นิชคุณช่วยน้องชายถือกระเป๋า ส่วนพี่ซองจุนก็ช่วยถือของใช้มากมายเดินตาม แบมแบมเลยได้เดินตัวปลิวไปที่ลิฟต์สบายๆ

“แบมโทรหาพี่มาร์คไม่ติดเลย”

“หลับมั้ง หมอนั่นติดลูกจะตายไปไหนไม่ได้หรอก พี่เลี้ยงก็ไม่มีแบบนี้เลี้ยงลูกจนโทรมไปแล้ว ไม่เหลือเค้าหนุ่มหล่อซุปตาร์แล้วล่ะ”

นิชคุณพูดซะจนแบมแบมนึกสภาพแด๊ดดี๊ไม่ออกเลย ในความทรงจำนี่มีแต่แด๊ดดี๊คนหล่อนะ นึกภาพตอนไม่หล่อไม่ออกเลยแฮะ

ไม่ได้กลับบ้านมาหลายอาทิตย์ แบมแบมคิดถึงลูกกับบ้านมากเลย ตื่นเต้นแปลกๆ ด้วย กลับมาคราวนี้เขาไม่ได้อยู่บ้านพี่คุณแล้วนี่ อยากเห็นนะว่ามาร์คอยู่กับแฝดยังไง

แบมแบมเปิดประตูให้พี่ทั้งสองที่หิ้วของพะรุงพะรังเข้าไปก่อน ส่วนตัวเขาเดินตามเข้าไปทีหลัง คอยปิดประตู

นิชคุณและซองจุนช่วยกันเก็บของอย่างเงียบๆ เพราะเห็นว่าสามพ่อลูกกำลังนอนหลับอยู่

แบมแบมยิ้มกว้างเมื่อเห็นสภาพของมาร์คและฝาแฝด นอนคว่ำหน้าแล้วหันไปทางเดียวกันเป๊ะเลย อย่างกับก็อปปี้แล้ววาง

“พี่กลับบ้านนะ จะให้ช่วยอะไรก็เดินไปบอกแล้วกัน” ซองจุนเดินมาแตะไหล่แบมแบม ร่างบางพยักหน้า ขอบคุณพี่ชาย

แบมแบมทิ้งสามพ่อลูกเอาไว้แล้วเดินสำรวจบ้าน บ้านไม่รกอย่างที่เขาคิดไว้ ถึงจะไม่สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบอย่างที่ควรเป็น แต่อย่างนี้ก็มีชีวิตชีวาดี

มองแล้วรู้สึกถึงคำว่าครอบครัวน่ะนะ

แบมแบมถลกแขนเสื้อไหมพรมแขนยาวขึ้นถึงข้อศอก เดินเก็บข้าวของบริเวณห้องนั่งเล่นที่วางระเกะระกะเข้าที่ เดินไปดูในครัว เห็นจานชามที่ค้างไว้ในอ่างก็ล้างเก็บจนเรียบร้อย เก็บผ้าพี่มาร์คในตะกร้าห้องนอนไปซัก จากนั้นล้างขวดน้ำและขวดนมของลูก

ถึงแม้แบมแบมจะใช้เวลานานพอสมควรในการทำงานหลายอย่างเสร็จจนเรียบร้อย แต่ฝาแฝดและแด๊ดดี๊ก็ยังไม่ตื่น หม่ามี๊เลยสำรวจบ้านอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

หน้าประตูห้องแฝดมีบางอย่างเปลี่ยนไป

รูปรอยเท้ามีเขียนชื่อและวันเกิดข้างใต้ ใส่อยู่ในกรอบรูปหัวใจสองอันแขวนอยู่บนบานประตูสีขาวของห้องนอนน้องแฝด

แบมแบมจำได้ว่าที่โรงพยาบาลเขาไม่ได้ทำให้นะ แล้วลายมือที่เขียนนี่ก็ลายมือพี่มาร์ค พี่มาร์คคงว่างจัดเลยปั๊มรอยเท้าลูกเก็บไว้สินะ..โคตรน่ารัก

ไม่ใช่แค่รอยเท้าสิ มีรอยมือจิ๋วๆ อีกสองอันแขวนอยู่อีกด้านของประตูด้วย ตอนเขาไม่อยู่บ้านนี่สนุกกันใหญ่

แบมแบมนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเดินไปหยิบกล้องถ่ายรูปตัวโปรดของตัวเองในห้องทำงานออกมาจากกระเป๋า หมุนปรับอยู่ครู่ ปิดแฟลชเรียบร้อย เดินไปที่ห้องนั่งเล่น

ท่าเดิมเลย พี่มาร์คและเจ้าแฝดยังนอนท่าเดิมกับตอนที่เขาเข้ามาในบ้าน ท่ากำลังสวยเชียว

คุณแม่นั่งลงคุกเข่าเก็บภาพคุณพ่อและคุณลูกที่แข่งกันนอนอย่างนึกสนุก ท่าเดียวแต่หลายมุมนะ น่ารักมากเลย โฮ้ย คุณแม่ปลื้มมาก

แบมแบมถ่ายจนพอใจแล้วก็ต่อกล้องดิจิตอลเข้ากับโทรศัพท์มือโดยผ่านสาย Mini USB กับ adaptor เพื่อโอนภาพเข้ามือถือ

แบมแบมโพสภาพลงโซเชียลมีเดียแล้วแท็กมาร์ค พี่ชายทั้งสอง บอสบีและพี่จินยอง จากนั้นรอติดตามผลว่าทุกคนจะคอมเม้นท์ว่ายังไง

คุณซุปตาร์ไม่แค่นอนท่าเดียวกับลูกทั้งสองคนนะ ยังแต่งตัวเหมือนๆ กันอีก เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว และเสื้อผ้าคุณดาราก็เก่าย้วยมาก แบมแบมเห็นยังขำเลย  

“ไวชะมัดเลยแฮะ” แบมแบมนั่งขัดสมาธิบนโซฟา เปิดอินสตาแกรมก่อน บอสบีคอมเม้นท์อย่างไวเหมือนพี่แกเล่นอยู่ตลอดเวลาเลย

ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไร? เดี๋ยวนี้อวดสามีกับลูกนะ เปิดตัวแล้วรึไง

“อิจฉาล่ะสิบอส” แบมแบมหัวเราะคิกคักเมื่อเจอคอมเม้นท์ชมบ้างแซวบ้างจากคนที่ติดตามเขาอยู่ ส่วนมากเป็นเพื่อนร่วมงาน เขาแค่คนธรรมดาจะมีใครมาติดตามนักล่ะ และเขาไม่ค่อยชอบโพสอะไรนอกจากภาพที่ถ่ายเองตามอารมณ์ มีคนที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานก็คนที่ชอบงานของเขานี่ล่ะซึ่งมันก็น้อย แบมแบมเองยังติดตามแค่ช่างภาพกับงานศิลปะสวยๆ สไตล์ที่ชอบเท่านั้น

น่ารัก! แฝดสามเหรอแบมแบมพี่จินยองน่ารักเสมอแหละ

โอ๊ะ คนติดตามเพิ่มไวมากอ่ะตามมาจากอินสตาแกรมพี่มาร์คหรือเปล่าเนี่ย?

แบมแบมตกใจ เมื่อกดออกไปเล่นเกมแล้วกลับเข้ามาอีกครั้งก็เจอจำนวนคนติดตามเยอะขึ้นผิดหูผิดตาในเวลาไม่กี่นาที

จริงด้วย แฟนคลับพี่มาร์คทั้งนั้นเลย ต้องตั้งเป็นไพรเวทไหมเนี่ย คงไม่มีคนมาคอมเม้นท์ด่านะ

เขาลืมไปเลยว่าพี่มาร์คมีคนติดตามหลายแสน และตอนนี้ของเขาเองเดิมทีแค่หลักพันก็พุ่งพรวดเป็นหมื่นแล้วด้วย!

เลื่อนอ่านก่อน ถ้าเจอคนด่าก็จะลบออกล่ะนะ ลืมคิดไปสนิทเลยนะเนี่ยว่าพี่มาร์คยังดังอยู่ แล้วที่ผ่านมาพี่มาร์คยังไม่ได้เปิดตัวน้องแฝดออกสื่อด้วยตายๆ เขาทำทุกอย่างพังหรือเปล่า

“อ่าวกลับมานานแล้วเหรอแบมแบม คิดถึงจัง” มาร์คงัวเงียตื่น ลุกขึ้นนั่ง เห็นภรรยาคนสวยนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนโซฟาก็ร้องทัก

“อื้อ กลับมาสักพักแล้ว”

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” มาร์คหาวจนน้ำตาเล็ด ขยี้ตาคลานไปหาคนที่นั่งหน้าเครียด ร่างสูงยืดกายขึ้นเพื่อชะโงกมองมือถือในมือแบมแบม

ร่างบางโน้มกายลงมาหาหอมแก้มคุณแด๊ดดี๊ไปหนึ่งที มาร์คละสายตาจากหน้าจอที่ยังไม่ทันอ่าน  จูบแบมแบม จูบแรกต้อนรับกลับบ้าน

“ว่าไง ดูอะไรอยู่” มาร์คถามอีกครั้ง ยันตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วย แบมแบมยื่นมือถือแล้วจิ้มที่จำนวนคนติดตามในอินสตาแกรมให้ดู

“อะไร?”

“แบมลงรูปพี่กับแฝดแล้วแท็กไปให้อ่ะ”

“โอ๊ะจริงดิ หูย ถ่ายสวยชะมัด ขนาดสภาพพี่ดูไม่ได้ยังถ่ายออกมาดูดีเลยนะเนี่ย” คุณแด๊ดดี๊ตื่นตาตื่นใจ ฝีมือช่างภาพก็ต้องดีกว่าคนธรรมดาอยู่แล้วเนอะ

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สวยหรือไม่สวย มันอยู่ที่นี่ต่างหาก คุ้นๆ บ้างไหม แฟนคลับพี่ทั้งนั้นที่มาเม้นเนี่ย”

แบมแบมเลื่อนคอมเม้นท์ให้มาร์คดู มาร์คอ่านคร่าวๆ ยังไม่เห็นข้อความชวนโมโหอะไร มีแต่คนชมน้องแฝดว่าน่ารักทั้งนั้น

“มันเป็นรูปแรกตั้งแต่มีข่าวเลยนี่นา คนต้องสนใจเป็นธรรมดา เดี๋ยวก็มีข่าวออกไปแน่ๆ”

“จริงเหรอ? ตอนลงแบมไม่ทันคิดเลย แค่อยากให้บอสกับพี่จินยองดูเท่านั้นเอง งั้นแบมลบนะ”

แบมแบมหยิบมือถือจากมือมาร์คมาลบภาพที่เพิ่งโพสไป

“ลบตอนนี้ก็สายไปแล้ว มีคนแคปทันอยู่แล้วล่ะ ลงไว้หลายนาทีรึยัง?”

“เกือบสิบนาที..ฮือ ทำไงดีล่ะ ทำไงดี แบมลืมนี่ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อ่ะ ทำไมพี่ต้องเป็นดาราด้วยเล่า ทำไมๆๆ แบมจะอวดสามีกับลูกให้ใครเห็นยังทำไม่ได้เลยอ่ะ ฮือออ”

คุณแม่ลูกสองเบะปาก ดีดดิ้นอย่างขัดใจ มาร์คหัวเราะ กอดไหล่บาง

“เอาน่า ถ้าอยากอวดก็อวดเลย ไม่ต้องคิดมากหรอก เอางี้เดี๋ยวพี่โพสเอง เราตั้งไพรเวทเลยสิจะได้ไม่ต้องรำคาญ” เรื่องแค่นี้เอง สำหรับมาร์คมันเรื่องธรรมดามาก

แบมแบมถอนหายใจเฮือก

เขาต้องทำใจรับให้ได้ใช่ไหมที่มีพี่มาร์คเป็นพ่อของลูกเนี่ย อานุภาพความดังของซุปเปอร์สตาร์นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ!

“พี่เป็นไงบ้าง อยู่กับลูกนี่วุ่นเลยสิ”

“โคตรวุ่น แทบไม่ได้นอน อาบิเกลนอนยากน่ะ”

“ต่อจากนี้เดี๋ยวแบมเปลี่ยนเวรให้ แล้วนี่จะกลับไปทำงานเลยไหม?”

“ไม่ล่ะ อีกสักพักเถอะ

“เดี๋ยวโดนถอดออกจากละครหรอก” แบมแบมเป็นห่วงนะ ตอนนี้มีข่าวเขากับน้องแฝดแล้วพี่มาร์คยังหายหน้าหายตาพักงานอีก ถึงจะเป็นเหตุผลที่ว่าลางานเลี้ยงลูกก็เหอะ แต่ลานานก็เกรงใจกองเขานะ

“พี่ไม่ได้แคร์อยู่แล้วนี่”

“ช่วยสนใจหน่อยเถอะ เดี๋ยวคนอื่นก็ลำบากไปด้วยหรอก”

“โอเค รอให้หาพี่เลี้ยงได้ก่อนแล้วกัน”

“ตามใจ อาบิเกลนอนยากแล้วพี่ทำไงเนี่ย” แบมแบมมองขอบตาดำคล้ำของแด๊ดดี๊แล้วสงสารตงิด

“ถึงหม่ามี๊ไม่อยู่ พี่ก็หาวิธีเลี้ยงลูกฉบับแด๊ดดี๊มาร์คได้อยู่แล้ว พอถึงเวลานอนก็อุ้มขึ้นเตียง เอามือตบก้นเบาๆ แกก็หลับเเล้ว พี่กำลังฝึกฝาแฝดให้เลี้ยงง่ายเข้าไว้เพราะต่อไปเราจะเหนื่อยกว่านี้ ปิดไฟ นอนตรงเวลา เปิดเพลงเบาๆ คลอสร้างบรรยากาศหรือไม่ก็ร้องเอาเองเลย เพราะหรือไม่เพราะไม่รู้ล่ะ แต่ลูกฟังแล้วไม่ร้องไห้ก็โอเคอ่ะ กล่อมกันไปกล่อมกันมาก็หลับ พี่จะเเกล้งหลับไปพร้อมกับฝาแฝดด้วย แฝดจะรู้ได้เองเลยว่านี่คือเวลานอนแล้วนะ ไม่มีใครคุยหรือเล่นกับพวกหนูเเล้ว นอนกอดกันจนหลับ บางทีพี่ก็เผลอหลับไปกับลูกด้วยจริงๆ เพราะเหนื่อยจัด”

“ลำบากแย่เลยสิ แต่เก่งนะเนี่ย กล่อมไปกล่อมมาหลับกันหมด” แบมแบมนวดบ่าให้ มาร์คอมยิ้ม 

“อืม บรรยากาศมันพาไปนี่” แด๊ดดี๊พิงซบไหล่หม่ามี๊ หาวอีกรอบ แบมแบมตบแก้มขาวที่หนวดเริ่มจะขึ้นแล้ว นี่ยุ่งจนไม่มีเวลาจะโกนหนวดเลยรึไง

“ดูแลตัวเองบ้างสิ”

“ขี้เกียจ”

“อาบน้ำให้เอาป้ะ?”

“แน่ะ! คิดอะไรหรือเปล่าเนี่ย” มาร์คทำเสียงล้อ กรุ้มกริ่ม แบมแบมตีหน้าผากคนคิดลึก

“เลิกคิดเรื่องพรรค์นั้นไปได้เลย โกนหนวดกับสระผมให้เอามั้ย?”

“ไม่เอา หนาว”

“พี่มาร์คอย่าซกมกสิ เดี๋ยวจะเอาไปแฉคอยดู” แบมแบมเริ่มจะเสียงเขียวแล้วนะ มาร์คยังอิดออด

“ไปก็ได้..

“ก็ลุกสิ เดี๋ยวลูกตื่นก็ไม่ได้ทำอะไรกันพอดี”

“ทำอะไรกันนี่อะไรล่ะ?”

“โอ๊ย! พี่เลิกคิดอะไรพิลึกๆ สักทีเถอะ”

“ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ แบมเหอะคิดเองรึเปล่า อย่ามาใส่ร้าย” มาร์คตีหน้าซื่อตาใส แบมแบมค้อน

“โอเค ไม่อาบใช่ไหม แบมไปหาอะไรกินแล้วนะ” แบมแบมทำท่าจะลุกหนี แต่มาร์คกอดเอวบางไว้ไม่ให้ไป

“โอ๋ๆ อย่างอนสิ อาบก็อาบ” มาร์คตามใจ แบมแบมอยากทำอะไรให้เขาก็ดีใจทั้งนั้นนั่นล่ะ เขาดีใจนะที่แบมแบมเป็นห่วงน่ะ

“ก็แค่เนี้ย” แบมแบมลุกก่อน พี่มาร์คลุกตาม

“ยังไม่ได้บอกเลย ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ” แด๊ดดี๊กอดคอคุณหม่ามี๊ หอมแก้มไปอีกฟอด

“กลับมาแล้วนะ” แบมแบมอมยิ้ม ตอบกลับไปด้วยความสุขเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

“เนียร์เป็นอะไรน่ะ” มาร์คถามผู้จัดการคนสวยเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

คุณแม่ของแจยองเดินมานั่งข้างมาร์ค ยกมือกุมศีรษะ ยิ่งได้ยินเสียงผู้คนจอแจภายในกองถ่ายยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดี

มาร์คหยุดงานไปดูแลลูกสองอาทิตย์ จินยองเลยพลอยได้หยุดไปด้วย

วันนี้คือการกลับคืนกองถ่ายวันแรกของซุปตาร์มาร์ค ต้องขอบคุณผู้จัดและผู้กำกับที่ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้ามาทำข่าวได้ เลยหายใจได้โล่งหน่อย แต่ออกจากกองแล้วมาร์คจะโดนรุมทึ้งหรือเปล่าควีนเมเนเจอร์ไม่แน่ใจ เพราะตั้งแต่แบมแบมคลอด มาร์คไม่เคยให้สัมภาษณ์อะไรอีกเลย ยกเว้นการแถลงข่าวครั้งสำคัญนั้น และวันก่อนแบมแบมปล่อยภาพสามพ่อลูกลงอินสตาแกรม ข่าวของมาร์คเลยกลับมาขายได้คึกคักอีกครั้ง คนแชร์กันว่อนเน็ต

“ปวดหัวน่ะ”

“ไปหาหมอสิ”

“ขี้เกียจ”

“สีหน้าไม่ค่อยดีนะ”

“จริงเหรอ?” จินยองยกมือขึ้นลูบจับใบหน้าตนเอง

“จริง ดูเพลียๆ อ่ะแหนะหรือว่า?” มาร์คชี้หน้าจินยองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม ควีนเมเนเจอร์ปัดมือมาร์คลง เลิกคิ้ว

“อะไรของแก หรือว่าอะไร แล้วทำหน้าตาแบบนี้ใส่ฉันทำไม?”

มาร์คอมยิ้ม จิ้มคิ้วที่ขมวดมุ่นของผู้จัดการ

“ไม่รู้สิ” ไหวไหล่เล็กน้อยพอกวนประสาท จูเนียร์ขี้เกียจจะใส่ใจเลยหยิบมือถือมาจิ้มข้อความหาลูก พิมพ์เป็นคำง่ายๆ ให้แจยองอ่านแล้วส่งสติกเกอร์น่ารักไปหลายๆ ตัวเพราะรู้ว่าลูกสาวชอบ

“ถามไรหน่อยดิเนียร์” มาร์คลดขวดน้ำที่เพิ่งดื่มลง หันมามองจูเนียร์ทั้งตัว

“อะไรเหรอ”

“ท้องป้ะ?”

“หา!! ว่าไงนะ แกนึกยังไงถึงได้ถามฉันแบบนี้ห๊ะ!” จินยองถลึงตาใส่มาร์ค ขยับกายหนี มาร์คไขว่ห้าง หัวเราะหึๆ

“นายอ้วนขึ้นนะ อวบๆ อ่า แล้วไอ้อาการเวียนหัวอะไรนี่อีก คุณช่างภาพคนนั้นเขาก็มีอาการแปลกๆ เหมือนคนไม่สบายแต่พอไปตรวจก็ไม่ได้เป็นอะไร พอลองนึกดูดีๆ มันเป็นอาการแพ้ท้องมั้ยวะ”

“อย่ามาบ้าพูดจาซี้ซั้ว นายรู้ได้ไง เป็นหมอรึไงล่ะ!” คิ้วเรียวยิ่งผูกกันเป็นปมเข้าไปอีกเมื่อถูกทักว่าอ้วนขึ้น มือนิ่มลูบคลำเอวของตนไปมา ก่อนหยุดที่ท้องที่เคยแบนราบ

เอ่อก็ป่องขึ้นมานิดๆ แฮะไม่น่าจะใช่น่า!

“นายอย่าลืมสิว่าฉันอ่านหนังสือเกี่ยวกับคนท้องไปกี่สิบเล่มแล้ว ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตนี่ถูกฉันหาอ่านจนพรุนแล้วมั้ง ใช่แน่ๆ อ่ะ นายนอนกับเจบีบ้างรึเปล่าล่ะ นายเจบีนั่นแพ้ท้องแทนนายแหง”

“ก็” แหม! ถึงจะอยู่กันมาหลายปีจนสนิทสนม แต่เรื่องแบบนี้มันน่าอายนะ แล้วมาร์คนี่มันเป็นคนยังไงกันแน่ นึกจะถามเรื่องส่วนตัวก็ถาม และถามกลางกองถ่ายนี่นะ?

“ชัวร์เลย รื้อฟื้นความหลังกันจนแนบแน่นแล้วใช่มั้ย อาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะเนี่ย ตอนทำได้ป้องกันมั้ยอ่ะ”

“แกไม่คิดบ้างรึไงว่าฉันแค่กินแล้วอ้วนน่ะ” ทำไมมาร์คมันหน้าด้านอย่างนี้เนี่ย พูดจาหยาบคาย!

“อ้วนแค่พุงเนี่ยนะ? แขนขาก็เท่าเดิมนี่ คล้ายๆ แบมแบมตอนท้องแรกๆ อ่ะ ตอนเด็กคนนั้นท้องสองสามเดือนก็ออกแค่ท้องนี่ กว่าจะกลมไปทั้งตัวปาไปหกเจ็ดเดือนเข้าไปแล้ว”

มาร์ควางท่าเป็นผู้รู้ทั้งที่ไม่รู้จริง เพิ่งจะเคยสังเกตคนท้องใกล้ชิดแค่แบมแบมคนแรกด้วยซ้ำ  

คำพูดของมาร์คทำให้ผู้จัดการคนสวยเริ่มเครียดเข้าจริงๆ แล้ว

มันเป็นไปได้เหรอ? และถ้าเขาท้องเขาจะไม่รู้ตัวเองได้ยังไงเล่า

“ไปหาหมอดิ ถ้าท้องก็เยี่ยมเลย ฉันจองลูกนายให้ลูกฉันเลยนะ”

“ปากหมา! อย่ามาแช่งฉันนะ” จินยองตีไหล่มาร์คดังป้าบ มาร์คฟาดบทละครในมือลงบนต้นขาของควีนเมเนเจอร์หลายที

“แช่งอะไร มีลูกดีจะตาย”

“แกไม่ใช่คนท้องแกก็พูดได้น่ะสิ ตอนนี้แกรักแกหลงแฝดจะตาย ถึงได้พูดว่ามันดี แกไม่คิดบ้างรึไงว่าถ้าฉันท้องตอนนี้มันจะมีปัญหาน่ะ”

“ปัญหาอะไรล่ะ นายไม่ใช่ดาราสักหน่อย”

“ฉันยังไม่อยากท้องตอนนี้”

“ของแบบนี้มันห้ามได้รึไงกันล่ะ นายไม่มีประจำเดือนไว้คอยเตือนนี่”

“ที่แกพูดมามันก็ถูก แต่ยังไงฉันก็ไม่อยากมีน้องให้แจยองตอนนี้ ไม่อยาก!

“แต่ถ้ามีขึ้นมาจริงๆ แล้วนายจะทำยังไง?”

ก็” นั่นสิ ถ้าพลาดมีขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ

“ยังไม่ได้คืนดีกันเหรอ?”

“ก็ดีแล้ว..” จินยองตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงสักเท่าไร

“ถ้าคืนดีกันแล้วไม่เห็นมีอะไรที่ต้องกังวลนี่ หรือว่าห่วงงาน? อยู่กับฉันนายก็ไม่ได้ทำงานหนักอะไรนี่ ตอนนี้ฉันทำตัวดีแล้วนะ ไปหาหมอสิ ถ้าไม่ได้ท้องอาจจะไม่สบายอย่างอื่นก็ได้ไง รักษาไว้ก่อนดีกว่า นายเป็นไมเกรนอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเป็นความดันขึ้นมาจะยุ่ง นายทำงานหนัก เครียดสะสมมาเป็นปีๆ มันอาจจะมาออกฤทธิ์เอาตอนนี้แล้วก็ได้นะ เลิกกองแล้วไปหาหมอกัน”

มาร์คยิ้มกว้าง ตบบ่าบางของเมเนเจอร์ตนปุบๆ จินยองได้ยินอย่างนี้ก็ชื่นใจอยู่หรอก อย่างน้อยมาร์คมันก็ยังห่วงล่ะนะ

“เออๆ ไปก็ได้ นายจ่ายค่ายานะ”

“ได้อยู่แล้ว มีผู้จัดการกับเขาแค่คนเดียว ต้องดูแลดีๆ หน่อยเนอะ” มาร์คกอดคอจินยอง โยกตัวไปมา กอดเหมือนหมั่นเขี้ยวนักหนา

มาร์คได้พักแป๊บเดียวก็ต้องไปซ้อมเข้าฉากและถ่ายจริงต่อ จินยองเห็นว่าคงอีกนานก็แวบออกมาจากกองถ่ายเพื่อทำธุระครู่หนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบางถอนหายใจหนักหน่วง รู้สึกเครียดขึ้นมาตงิด กำถุงใบเล็กจากร้านขายยาแน่น นิ้วเรียวดันแว่นกันแดดสีดำเล็กน้อย รู้สึกระแวง จากนั้นเดินหาห้องน้ำในห้างสรรพสินค้า

จินยองไม่เสี่ยงให้มาร์คพาไปหาหมอหรอก

แม่ของแจยองแกะกล่องที่ตรวจครรภ์แล้วทิ้งลงในถังขยะ ก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำเพื่อลองทดสอบดู ถ้าไม่ท้องนะจะไปตบไอ้มาร์คกลางกองเลย โทษฐานทำให้คนเขาวิตกกังวลจนเครียดไปหมด

 

 

 

 

 

 

 

            จินยองกลับเข้าบ้านตอนเกือบเที่ยงคืน ร่างบางเก็บกระเป๋า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินไปจูบราตรีสวัสดิ์ลูกสาวที่หลับไปแล้ว

            “อะไรเหรอ?” แจบอมเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อจินยองโยนถุงเล็กๆ ถุงหนึ่งมาบนตัก ร่างสูงละสายตาจากงานในโน้ตบุ๊คเพื่อเปิดถุงดู

            จินยองกอดอก ยืนพิงโต๊ะทำงานแจบอม คอยดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

            บอกตามตรงว่าจินยองกลัวไม่แน่ใจว่าแจบอมจะรู้สึกยังไง ถึงตอนนี้จะรู้ว่าแจบอมรักเขาและแจยองมากก็เถอะ แต่ความรู้สึกตอนที่เขาบอกเรื่องแจยองให้แจบอมรับรู้เมื่อหลายปีก่อนยังค้างคาในใจ มันทำให้เขากลัวและกังวลไม่น้อยเลย

            คุณช่างภาพหยิบของในถุงขึ้นมาดูสลับกันไปมาทั้งสองอัน นัยน์ตาเบิกกว้างเพราะรู้ว่าผลที่แสดงมันหมายความว่ายังไง

“นี่” แจบอมเงยหน้าขึ้นมองจินยอง พูดไม่ออก ร่างบางพยักหน้ารับช้าๆ ใบหน้าหวานไร้อารมณ์

แจบอมบอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกดีใจมากแค่ไหน ไม่อึ้ง ไม่สับสน มันดีใจจนพูดไม่ออกแล้วด้วยซ้ำ

            “พรุ่งนี้บ่ายมาร์คไม่มีงาน ผมจะไปหาหมอเช็คอีกทีให้แน่ใจ” จินยองบอกให้อีกฝ่ายรับรู้เอาไว้ ความจริงเขาก็ดีใจ แต่เขาแค่ไม่คิดว่าจะมีอีกคนตอนนี้เท่านั้น

            แจบอมวางมือลงบนท้องอีกฝ่าย ก่อนรั้งเอวบางเข้าหาตัว กอดเอวจินยองเอาไว้แล้วซุกหน้ากับตัวจินยอง ควีนเมเนเจอร์อึ้ง ก้มมองแจบอมโดยไม่พูดอะไร

“พรุ่งนี้พี่ไปด้วยสิ เดี๋ยวให้แบมแบมไปทำงานแทน”

“ตาน้องยังมองไม่ชัดเลยไม่ใช่เหรอ จะถ่ายรูปได้ยังไง”

“พี่จะให้แบมแบมไปคุมกองแป๊บเดียวจนกว่าพี่จะกลับ”

“ที่จริงผมไปคนเดียวก็ได้” จินยองไม่อยากให้แบมแบมลำบาก ยังไม่ครบเวลาหนึ่งเดือนที่ตาจะหายเป็นปกติเลย โดนแสงมากๆ จะเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่เอา! พี่จะไปด้วย พี่อยากไป นะๆ ให้พี่ไปด้วยสิ พี่อยากเห็นลูกนี่นา แจยองรู้แกต้องดีใจมากๆ แน่เลย” แจบอมอ้อน ขอไปด้วย ไม่ยอมให้จินยองไปเจอลูกในท้องคนเดียว

ร่างบางดันไหล่กว้างออก

“ดีใจมากเลยเหรอ?”

“ดีใจมากสิ! พี่อยากไปด้วย”

ดวงตาพี่แจบอมเป็นประกายเสียจนจินยองทนมองนานๆ ไม่ได้เลยเชียว ในหัวใจรู้สึกดีขึ้นมากที่เห็นความปิติยินดีของแจบอมแบบนี้มันรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

จินยองพยักหน้ารับช้าๆ เป็นเชิงอนุญาตให้ไปด้วยได้ พอจินยองให้ไป ร่างสูงก็เด้งขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวใหญ่ออกท่าทางดีใจจนแม่น้องแจยองสะดุ้ง

“พี่ดีใจมากเลยอ่ะจินยอง!” แจบอมกระโดดโลดเต้นจนพอใจแล้วก็หันมากอดจินยองอีกครั้ง อุ้มอีกฝ่ายขึ้นจนตัวลอยเลย จินยองหลุดร้องออกมาด้วยความหวาดเสียวก่อนจะทุบหลังกว้างให้ปล่อยตนลง

“พี่จะดีใจเกินไปแล้ว! แค่ท้องเองนะ”

“ไม่ใช่แค่ท้องสักหน่อย! ตอนแจยองพี่ไม่มีโอกาสได้ดูแลแกตั้งแต่อยู่ในท้อง พี่รู้สึกผิดมากเลยนะ พี่ถึงตามใจลูกทุกอย่างเพื่อชดเชยให้แกไง คนนี้น่ะพี่จะได้ดูแลแกตั้งแต่แกอยู่ในท้องเลยนะ ตื่นเต้นชะมัด!

ร่างสูงวางจินยองให้นั่งลงบนโต๊ะทำงานของตน ยิ้มกว้างเสียจนจินยองอ่อนใจ

เห่อชะมัด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอกนะ พี่แจบอมรักลูกก็ดีกว่าไม่รักอยู่แล้ว

“แต่ไม่คิดเลยนะว่าจะมาไวขนาดนี้ มาไวก็ดีเหมือนกัน ห่างจากพี่สาวห้าปี ไม่สิ กว่าจะคลอดก็ห่างกันหกปี ก็ไม่มากเกินไปเท่าไร ขอบคุณนะจินยอง พี่ดีใจมากเลย อยากรู้เร็วๆ แล้วสิว่าจะเป็นลูกสาวอีกคนหรือว่าเด็กผู้ชาย” แจบอมยังไม่คลายยิ้มเลย หอมแก้มนุ่มของคุณแม่ฟอดใหญ่อีกต่างหาก

“พี่โอเคจริงๆ น่ะเหรอที่จะมีลูกอีกคนตอนนี้”

“โอเคมากๆ เลย ดีซะอีกที่มีตอนนี้ แจยองก็อยากมีด้วย มีน้องอีกคนแกจะได้ไม่เหงาไง”

จินยองเห็นท่าทางดีใจของแจบอมก็รู้ว่ามันมาจากใจจริงๆ จึงเริ่มวางใจ และค่อยยิ้มออกมาได้ในที่สุด

เลิกกังวลดีกว่าสินะ กังวลไปก็ไม่มีอะไรดีสักหน่อย

“อย่างนี้ก็ได้เวลาแล้วสิ”

“เวลาอะไรเหรอ?”

“แต่งงานไง!” คนพูดยิ้มกว้าง แต่รอยยิ้มคนฟังเริ่มเลือนลง

“ไม่ต้องแต่งก็ได้นะ” เสียงหวานแผ่วเบา ก้มหน้าลงมองมือตน ท่าทางคิดหนัก

“ไม่แต่งได้ยังไงกันล่ะ! ต้องแต่งนะ อย่างน้อยก็ให้คนใกล้ชิดรู้ ญาติพี่เยอะแยะ”

ผมไม่แต่ง!จินยองปฏิเสธเสียงแข็งขึ้น

ไม่แต่งได้ยังไง จินยองท้องลูกพี่อีกคนแล้วนะ!” แจบอมไม่เข้าใจว่าทำไมจินยองถึงปฏิเสธ เมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลยแท้ๆ

ถึงจะท้องผมก็ไม่แต่ง

“พี่ขอเหตุผลได้ไหม?” แจบอมจริงจังขึ้นมาบ้าง เขาจะไม่ใช้อารมณ์ แต่เขาจะต้องรู้เหตุผลให้ได้

“ไม่จำเป็นต้องแต่งเลยนี่ครับ เราก็อยู่กันไปแบบนี้แหละดีแล้ว”

“ในชีวิตนี้จินยองไม่อยากจะแต่งงานสักครั้งเหรอ” จินยองส่ายหน้า

“เพราะอะไร”

“ผมแค่ไม่อยากแต่ง แต่งทำไมล่ะ จะมีใครสักกี่คนรับได้ พี่ไม่อายญาติพี่น้องพี่เลยรึไงที่มีเมียเป็นผู้ชายน่ะ”

จินยองอัดอั้นตันใจ เขารู้ว่าบ้านแจบอมมีฐานะ มีหน้าตาในสังคม คุณปู่ก็ร่ำรวย คุณแม่ก็มีคนรู้จักมากมาย ในจำนวนนั้นคนใหญ่คนโตในประเทศนี้ก็มีหลายคนมาก

ตอนที่มีเรื่องแจยองออกสื่อแรกๆ เขารู้ว่ามีคนมองพี่แจบอมในแง่ไม่ดีอยู่บ้าง แต่เพราะพี่เจบีคือช่างภาพฝีมือระดับโลกจึงไม่มีใครกล้ามีปัญหากับพี่แจบอม

แม้แจยองจะเป็นที่รักที่เอ็นดูของทุกคนก็เถอะ แต่แจยองยังเด็ก ใครจะใจร้ายรังเกียจเด็กได้ลงคอ ถึงเด็กคนนั้นจะเป็นเด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นผู้ชายก็ตาม..

“คิดมากน่า! อย่าแคร์คนอื่น! แคร์แค่พี่และครอบครัวเราก็พอ ลองญาติคนไหนมาว่าจินยองกับลูกต่อหน้าพี่สิ พี่จะตัดขาดไม่คบหาจริงๆ ด้วย พี่ไม่สนใจใครหรอกนะ พี่สนใจแค่คนที่พี่รักเท่านั้น”

แจบอมตกใจเมื่อรู้แล้วว่าจินยองคิดอะไรอยู่ คิดแบบนี้มานานแล้วสินะ?!

“ไม่คิดไม่ได้หรอกน่า! พี่ต้องมองคนรอบข้างบ้างนะ ตอนผมอุ้มท้องแจยองทำงานเลี้ยงตัวพี่ไม่รู้หรอกว่ามีคนเขาพูดถึงผมยังไงบ้าง สายตาของทุกคนที่มองมามันทำให้ผมรู้สึกแย่มากนะ”

“จินยอง..” สีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ของจินยองทำให้แจบอมรู้สึกสงสาร เขาไม่เข้าใจสายตาพวกนั้นที่จินยองบอก แต่เขารู้ว่าจินยองต้องรู้สึกแย่มากอย่างที่พูด ไม่อย่างนั้นคงไม่เก็บไว้ในใจมาหลายปี

“พี่รู้ว่าเรื่องนี้มันรับกันยาก แต่มันก็ดีขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อนนะ ไม่อย่างนั้นคนเขาจะหาวิธีทำให้ผู้ชายที่ท้องเองตามธรรมชาติไม่ได้ให้ท้องได้ขึ้นมาทำไมล่ะ ยิ่งพยายามกันมากเท่าไรนั่นหมายความว่าไม่ได้มีแค่เรา มีอีกมากมายหลายคน คนที่ยึดติดกับความคิดเก่าๆ น่ะช่างเขาเถอะ เราแคร์ทุกคนในโลกไม่ได้หรอกนะ”

“แต่บางทีเราก็ควรต้องสนใจบ้างไม่ใช่เหรอ เราไม่ได้อยู่กันแค่บ้านเรา” จินยองทำไม่ได้หรอก เขาทำใจเหมือนพี่แจบอมไม่ได้ พี่แจบอมไม่อยู่นี่ตอนที่เขาต้องอุ้มท้องและดูแลแจยองมาคนเดียวจนกระทั่งแกคลอด สิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุขและผ่านการเป็น ผู้ชายที่ท้องไม่มีพ่อได้ก็คือแจยองและแม่เท่านั้น

 “พื้นที่บนโลกนี้ ในประเทศนี้ มันก็เป็นของทุกคนนั่นล่ะจินยอง ไม่มีใครทำให้เราอยู่บนโลกนี้อย่างไม่มีความสุขได้หรอก เว้นเสียแต่เราจะทำตัวเราเอง คนจำนวนมากยึดติดว่าโลกเรามีความรักที่ไม่ผิดแปลกแค่รูปแบบเดียวคือผู้ชายกับผู้หญิง แต่ความรักของใครก็ขึ้นอยู่กับตัวคนคนนั้นสิใช่ไหม? ถ้าเราลองพลิกโลกใหม่ ลองให้สังคมขีดไว้แต่แรกว่าผู้หญิงกับผู้หญิง หรือ ผู้ชายกับผู้ชายรักกันไม่ผิด พวกที่ผิดคือผู้ชายที่รักผู้หญิง คนจำนวนมากในโลกนี้ก็จะตกอยู่ในสถานะเดียวกับพวกเราตอนนี้ทันที ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมุมมอง ถ้าคนมันจะใจแคบต่อให้เราทำตัวถูกใจยังไงมันก็ยอมรับเราไม่ได้อยู่ดี”

จินยองถอนหายใจเฮือกใหญ่ คล้อยตาม เพิ่งรู้ว่าพี่แจบอมก็มีสาระ คิดดีพูดดี

“ไอ้เรื่องนี้ผมก็รู้ แต่ว่า..

“ไม่มีแต่! แต่งคือแต่ง ยังไงก็ต้องแต่ง ถ้าจินยองแคร์สายตาคนนอกจริงก็อย่าให้คนเขามาว่าเอาได้สิ ท้องแล้วก็ต้องแต่งนะ ถึงจะช้าไปหน่อยเพราะมีแจยองแล้ว แต่พี่จะแต่ง”

เพิ่งชมว่ามีสาระได้ไม่ทันจะถึงสามสิบวินาที พี่ออกอาการเดิมอีกแล้ว คนบ้า เผด็จการชะมัดเลย!

“แต่งก็ได้!” จินยองยอมแพ้ เดี๋ยวเถียงกันไม่จบไม่สิ้น แจบอมยิ้ม อารมณ์ดีขึ้นเยอะเลย จากที่ดีอยู่แล้วนะ

“น่ารักที่สุดเลย! พี่ต้องโทรไปบอกแม่แล้วสิ” แจบอมก้มลงจูบที่เรียวปากนิ่มเบาๆ กอดแน่นอีกหนึ่งทีแล้วคว้าโทรศัพท์ไปโทรหาแม่ทันที

“ดะ..เดี๋ยวสิพี่แจบอม! นี่จะตีหนึ่งแล้วนะ เอาไว้โทรพรุ่งนี้เซ่!

“ไม่เป็นไร แม่ยังไม่นอนหรอก พี่ตื่นเต้นนี่ ถ้าแม่รู้ว่านยองท้องนะต้องลุกจากเตียงมากรี๊ดแน่ๆ”

แจบอมยกโทรศัพท์มือถือแนบหูแล้วเปิดประตูออกจากห้องนอนไป จินยองส่ายหน้าไปมา

พี่แจบอมนี่เห่อจริงๆ ถ้าแม่ด่ากลับมานะจะสมน้ำหน้าให้

 

 

 

 

 

 

 

 

แบมแบมนั่งชันเข่า กอดอาบิเกลไว้ในอ้อมแขนให้เจ้าตัวเล็กกินนม ริมฝีปากอิ่มอ้ากว้างหาวหวอด ความง่วงงุนครอบงำจนจะหลับไม่หลับอยู่รอมร่อ

ตีหนึ่งแล้ว แต่อาบิเกลยังตื่นอยู่เลย เลี้ยงยากเหมือนที่พ่อบอกเป๊ะ ลูกไม่ง่วงหรอกแต่แม่ง่วง

แบมแบมอาศัยเปิดเพลงร็อคหนักๆ ให้เสียงเพลงกระแทกกระทั้นเรียกสติ เปิดลำโพงไม่ได้อยู่แล้ว ต้องเสียบหูฟังเอา

ร่างบางมองไปที่คนข้างๆ มาร์คตัวโตนอนหงายหลับสนิทและมีมาร์คตัวเล็กนอนคว่ำบนอก แขนแด๊ดดี๊กอดลูกไว้กันตก

จ้า..สบายใจกันจังเลยเนาะ หลับกันสองพ่อลูก สบายใจมาก

ผู้ชายบ้านนี้นี่ยังไง หลับได้หลับดี อาบิเกลร้องงอแงยังไม่ตื่นกันเลย แต่เอ๊ะ เขาก็ผู้ชายนี่หว่า จะค่อนแคะสองพ่อลูกนั่นทำไมล่ะ

“ทูนหัวของแม่ หลับสักทีเถอะลูกเอ๊ย แม่ง่วงจะตายแล้ว” แบมแบมแทบจะกราบอ้อนวอนให้ลูกสาวคนโตหลับ

อะไรกันเนี่ยอาบิเกล หนูจะตื่นไปถึงเมื่อไรคะลูก กินแล้วกินอีก คิดว่าแม่เป็นโคพันธุ์ฟรีเชี่ยนที่ให้นมได้มากมายเหรอ? เล่นกินคนเดียวไม่แบ่งน้องเลยนะ

ถึงแม่จะบ่นในใจแค่ไหน อาบิเกลจอมเอาแต่ใจก็ไม่หลับอยู่ดี

โอเค เชิญเลย กินให้พอใจเลย นี่เอาคืนแม่หรือเปล่า? ตอนอยู่ในท้องโดนแม่ด่าไปเยอะนี่ เกิดมาเลยเอาคืนใช่มั้ยบอกมานะ!

แบมแบมเป็นคุณแม่ที่ทำได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ให้นมลูก ฟังเพลงร็อค และเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ เก่งกว่ากันต์พิมุกต์นี่ไม่มีแล้ว

“หือ? บอสส่งข้อความอะไรมาตอนนี้ ไม่หลับไม่นอนหรือไง” คุณแม่ออกจากเกมพอดีเลยได้เห็นข้อความจากเจ้านายที่รัก

พรุ่งนี้ตอนบ่ายไปดูสตูดิโอให้พี่ที พี่จะพานยองไปหาหมอ

รับทราบ พี่จินยองเป็นอะไรหรือว่าจะไม่สบายอย่างที่พี่มาร์คเล่าให้ฟัง

นยองใช้ที่ตรวจครรภ์ทดสอบดู มันขึ้นผลแสดงว่าท้องน่ะ พรุ่งนี้เลยจะไปตรวจให้แน่ใจ พี่จะไปเป็นเพื่อนเขา

แบมแบมอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะได้รู้เรื่องน่ายินดีเอาตอนตีหนึ่ง พี่แจบอมนี่สุดยอดเลยแฮะ เพิ่งคืนดีกับพี่จินยองได้แป๊บเดียวเอง พี่จินยองท้องซะแล้ว เจอหน้าต้องแซวสักหน่อย

ว้าว! ยินดีด้วยนะครับ ข่าวดีสุดๆ! พรุ่งนี้จะไปแทนให้ แต่คงจะช่วยถ่ายไม่ได้หรอกนะ ตายังไม่หายเลย

ขอบใจ ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็คิดว่าจะแคนเซิลงานตอนบ่าย แต่มันทำไม่ได้น่ะสิ พี่จะไปแป๊บเดียวเอง แค่ตรวจมันไม่นานไม่ใช่เหรอ?

เข้าใจแล้ว พรุ่งนี้พี่มาร์คก็ว่างพอดี ตรวจไม่นานหรอกครับ

เพราะมาร์คว่างนั่นล่ะนยองถึงยอมไป ถ้าติดงานก็ไม่มีทางไปโรงพยาบาลหรอก ทำไร ทำไมไม่นอน

ลูกตื่น ให้นมอยู่

เออ พี่ไม่กวนละ ฝากราตรีสวัสดิ์หลานรักของพี่ด้วย

รับทราบครับผม

“อ้าว อิ่มแล้วเหรอตัวดื้อของแม่” แบมแบมก็ช่างสรรหาคำมาเรียกลูก แซวลูกสาวตัวดีที่อ้าปากเล็กๆ หาวหวอดจังหวะเดียวกับแม่เป๊ะ แบมแบมฟัดแก้มตัวดื้ออย่างหมั่นเขี้ยว

“อิ่มแล้วก็นอนกันดีกว่าเนอะ” คุณแม่ปิดเพลงในไอพอด วางมันไว้บนโต๊ะ อุ้มลูกสาวลงวางกับเตียงก่อนจะขยับลงนอนตาม

แม่ลูกนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน แบมแบมตบก้นลูกสาวเบาๆ จนแกผล็อยหลับไป แบมแบมหอมแก้มที่เริ่มยุ้ยน่าฟัดของอาบิเกลอีกทีแล้วหลับตามไปอีกคน

รักแสนรักแต่ขอให้ได้บ่นสักนิดเถอะ แบมแบมก็เป็นแม่แบบนี้แหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            การไปทำงานวันแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาล มีแต่สายตามองตามจนแบมแบมอึดอัด

            ไม่แปลกที่มีคนรู้จักแบมแบม แบมแบมเป็นคนปล่อยภาพมาร์คและฝาแฝดออกไปจนมีข่าวออกสื่อบันเทิง และอินสตาแกรมของแบมแบมก็มีรูปเจ้าตัวถ่ายลงตั้งหลายภาพ

            มาร์คบอกให้แบมแบมไม่ต้องสนใจความคิดเห็นคนอื่นที่มีต่อข่าว แต่แบมแบมก็แอบตามอ่านจนได้ ในเว็บดังหลายแห่ง กระทู้ข่าวของซุปเปอร์สตาร์มาร์คต้วนขึ้นอันดับหนึ่ง มีคนพูดถึงกันตลอดเวลา ความคิดเห็นมากมายไหลเร็วยิ่งกว่าน้ำไหลลงจากที่สูงเสียอีก

            มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดา มีหลายคนที่รักมาร์ค เอ็นดูฝาแฝด แต่ออกตัวชัดเจนเลยว่าไม่ชอบแบมแบมมาก นั่นก็ส่วนน้อย ส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้ ออกไปในทางเห็นอกเห็นใจเสียมากกว่า

            ข้อความก็เป็นเพียงตัวหนังสือ แบมแบมอ่านแล้วมันก็รู้สึกแสบๆ บ้าง แต่เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเลยไม่ใส่ใจ มาร์คเป็นคนสาธารณะก็ต้องเข้าใจล่ะนะว่ามีคนรักคนหวงของเขา แฟนคลับเขารักและสนับสนุนกันมาตั้งนาน จู่ๆ แบมแบมก็ได้ตัวคุณซุปตาร์มาครองคนเดียว มันไม่ค่อยยุติธรรมอ่ะเนอะ แถมได้มาไม่พอ มีลูกกันด้วยน่ะนะ 

พอเข้าสตูดิโอ ทุกคนในกองต่างเข้ามากอดบ้างทักทายอย่างห่วงใย ต้อนรับการกลับมาอย่างอบอุ่นเลยทีเดียว แบมแบมมีความสุขที่ได้กลับมาเจอทุกคนอีกครั้ง

เพื่อนร่วมงานของแบมแบมมีน้อยคน บอสบีไม่ค่อยรับใคร จะรับแต่คนที่นิสัยเข้ากันกับบอสได้และทนแรงกดดันกับงานหนักได้เท่านั้น และเพราะมีกันน้อยทุกคนเลยสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง ใครมีเรื่องอะไรทุกคนก็ห่วงใย เป็นเดือดเป็นร้อนกันไปหมด การที่แบมแบมเข้าโรงพยาบาลเพราะคลอดก่อนกำหนดนี้ก็ผลัดกันไปเยี่ยมไม่ขาด ตั้งแต่ตอนแบมแบมท้องไม่มีใครมองว่าแปลก เพราะพี่ๆ เพื่อนๆ ในกองมองที่ตัวแบมแบม ไม่ได้แบ่งแยกหรือมีอคติอะไร รออุ้มหลานที่จะเกิดกันทั้งนั้น

“คุณเจบีไม่อยู่หรือคะ ได้ยังไงกัน” เสียงของสาวน้อยหน้าสวยโอดครวญ กระเง้ากระงอดกับพี่ชายที่ควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัว

“ไม่เอาน่าอึนบี อย่าโวยวายสิ ไม่น่ารักนะ” ร่างสูงพยายามปลอบให้เธอเลิกงอแง

“คุณเจบีมีธุระด่วนต้องไปทำน่ะครับ สักสองชั่วโมงก็กลับมาแล้ว” แบมแบมเดินเข้าไปคุยกับนางแบบวัยรุ่นคนนั้น เขาเคยเห็นเธอมาบ้างตามโฆษณาผลิตภัณฑ์ความงามที่เน้นกลุ่มวัยรุ่น และนิตยสารระดับกลางอีกหลายฉบับ เข้าวงการนางแบบมาได้สักพักแล้ว

“สองชั่วโมง! แต่ว่า..แต่ฉันมีงานต่อนะคะ คงรอขนาดนั้นไม่ได้”

ฮวังอึนบี หรือ ชื่อในวงการคือซินบีทำหน้าจะร้องไห้ เธอคาดหวังกับการถ่ายแบบครั้งนี้มาก ถ้าคุณเจบีถ่ายภาพของเธอ เธอต้องแจ้งเกิดจากงานชิ้นนี้แน่ๆ เธออยากดังกว่านี้ อยากมีชื่อเสียงมากกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าเอาดีด้านนางแบบไม่ได้เธอต้องลดงานและกลับไปตั้งใจเรียนตามที่พ่อขอเอาไว้

ถ้าเธอรอคุณเจบี เธอจะไปงานเดินแบบอีกที่สาย และประวัติเธอก็จะไม่ดี

 “พี่คะ” สาวน้อยซินบีหันไปมองพี่ชาย ชายหนุ่มหนักใจ แบมแบมมองทั้งสองแล้วบ่นบอสในใจ

ถ้านัดแล้วก็น่าจะมาเซ่ พี่เจบีนี่แค่เป็นเรื่องพี่จินยองก็ทิ้งทุกอย่างได้เลยสินะ ไม่กลัวลูกค้าฟ้องเอารึไง รับงานแล้วไม่อยู่ถ่ายเนี่ย! มันเป็นมารยาทนะ ไม่ควรทำเลยสักนิด การจะเลทก็ต้องแจ้งล่วงหน้าสักครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่หายไปแบบนี้

“ยังไงก็ต้องรอล่ะครับ หรือว่าจะเลื่อนวันออกไปก่อน”

“คิวงานคุณเจบีแทบไม่ว่างเลยไม่ใช่เหรอครับ ซินบีแกตั้งตารองานนี้มากๆ แกคาดหวังมากเลยนะครับว่าจะได้เป็นนางแบบของคุณเจบี” พี่ชายถอนหายใจ สงสารน้องสาว

“ผมจะลองติดต่อบอสให้นะครับ สักครู่” แบมแบมปลีกตัวออกมาโทรหาเจ้านาย ใบหน้าหวานสวยของอึนบีหม่นลง นัยน์ตาคมสวยเริ่มเศร้า เธอจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ

 “บอส! กลับมาด่วนเลยนะครับ ถึงนางแบบจะโนเนมก็เถอะ แต่บอสทิ้งเธอไว้แบบนี้ไม่ได้นะ” พอปลายสายรับแบมแบมก็รีบชิงจังหวะใส่ก่อนเลย

<อ่า แม่หนูซินบีสินะ>

“ใช่ บอสเป็นคนเลือกเธอด้วยตัวเองหรือเปล่า?”

<แน่นอนสิ เด็กคนนี้ต้องดังแน่ๆ สายตาฉันไม่เคยพลาดหรอก>

“แล้วทำไมไม่กลับมาถ่ายล่ะครับ ถึงโรงพยาบาลหรือยัง รีบมาที่สตูดิโอเดี๋ยวนี้เลยนะ!

ไม่ติดว่าเป็นเจ้านายที่รักแบมแบมจะด่าแล้วนะ รู้ว่ามีเงิน บ้านเป็นมหาเศรษฐี แต่ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายกับงานที่ทิ้งไปแบบนี้มันไม่ดีกว่ารึไง

<นายมองเห็นชัดขึ้นบ้างไหม?>

“ห๊ะ? ตาผมเหรอ ก็เห็นสิ แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไรหรอก”

<ดีขึ้นมากหรือยัง>

“ก็ดีมากแล้วแหละ เฮ้! อย่าบอกนะว่า” แบมแบมคิดว่าเขาเริ่มจะเดาสิ่งที่บอสบีต้องการได้แล้วล่ะ คุณพ่อแจยองหัวเราะหึหึ

<คุณลูกน้องผู้แสนฉลาดของฉัน รับงานนี้แทนไปเลย มีปัญหาอะไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง ตั้งใจทำให้ดีล่ะ ถ้างานออกมาแย่เธอคนนั้นต้องร้องไห้แน่ๆ แค่นี้นะ!>

“ดะ..เดี๋ยวสิบอส! พี่เจบี เฮ้! อิมแจบอม!!” แบมแบมเขย่ามือถือเหมือนมันเป็นคอของเจ้านาย พอลองโทรกลับไปอีกทีพี่แจบอมที่เคารพก็ปิดเครื่องหนีไปแล้ว

ไร้ความรับผิดชอบ เอาแต่ใจ เผด็จการที่สุด! ถ้าเขาถ่ายออกมาแย่ซินบีก็น่าสงสารน่ะสิ!!

แบมแบมสูดลมหายใจ ตั้งสติ ก่อนจะหันไปยิ้มให้สองพี่น้องฮวัง อึนบีมองเขาอย่างมีความหวัง

“คุณเจบีจะมาไหมคะ..

“เอ่อบอสติดธุระสำคัญมากจริงๆ ครับ ไม่สามารถมาได้ บอสให้ผม..เป็นคนถ่ายรูปให้คุณแทน”

พอแบมแบมพูดจบ สาวน้อยซินบีก็อ้าปากค้างทันที

“เอ๋..คุณหรือคะ? คุณเป็นช่างภาพเหรอ แต่ว่า..ฉันจำได้ว่าคุณคือภรรยาของคุณมาร์ค.. 

ซินบีก็เป็นแฟนละครของมาร์ค แต่ไม่รู้เลยว่าแฟนคุณมาร์คเป็นช่างภาพ เพราะไม่ดังหรือเปล่า ถ้าไม่ดังจะแสดงว่าฝีมือไม่ดีด้วยหรือเปล่านะ?

แบมแบมมองสีหน้าไม่สู้ดีของเธอตอนเขาบอกจะถ่ายรูปให้ก็พอเข้าใจ เขาเองก็ไม่เคยถ่ายรูปแฟชั่นแบบจริงจังมาก่อน งานถนัดของเขานั้นคือการถ่ายสตรีทแฟชั่น ไม่เคยจับงานในสตูดิโอ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เมื่อมีเวลาว่างเขาจะแบกกล้องไปถ่ายภาพรอบๆ เมือง เขามักจะถ่ายภาพผู้คนที่แต่งตัวโดดเด่นที่เดินตามท้องถนนเพื่อโพสลงบล็อกของตัวเอง

“ครับ ตอนนี้ก็ฝึกงานกับคุณเจบี”

“ฝึกงาน! คุณยังเรียนไม่จบหรือครับ?” คุณพี่ชายตกใจ แบมแบมดันแว่นกันแดดสีดำขึ้นคาดผม เดินไปเช็คสภาพกล้อง

“เรียนจบแล้วครับ ผมเป็นผู้ช่วยของบอส สารภาพตามตรงว่ายังไม่เคยถ่ายรูปแฟชั่นอย่างจริงจังมาก่อน เคยถ่ายแต่แนวสตรีท เป็นพวกอินดี้น่ะครับ” แบมแบมเอ่ยกลั้วหัวเราะ สองพี่น้องฟังแล้วยิ่งตกใจ ซินบีหน้าเสีย

“แต่ว่าคุณคะฉันให้คุณมาล้อเล่นกับงานของฉันไม่ได้นะคะ งานนี้มันคือตัวตัดสินอนาคตของฉันเลยนะ” 

งานนี้คือการถ่ายภาพแคมเปนจ์ให้แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังแบรนด์หนึ่ง ถ้ามันไปได้สวยซินบีจะเดินอยู่ในเส้นทางนางแบบได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยรับแต่งานเล็กๆ อีกต่อไป

“แต่เราไม่มีทางเลือกแล้วนี่ครับ บอสกลับไม่ทัน คุณเองก็มีงาน ตอนนี้มีแค่คุณกับผม ลองดูกันหน่อยมั้ย? ถ้ามันไม่สวยผมรับผิดชอบเอง”

แบมแบมคิดว่าตนสามารถดึงเสน่ห์ของเด็กคนนี้ออกมาได้มากกว่านี้ เธอโชคดีที่ไม่ใช่คนสะสวยจนน่าตื่นตาอะไรประเภทนั้น แต่เป็นคนสวยที่มีเสน่ห์ มองหน้าครั้งแรกก็ติดตา ถ้าจับเธอไปรวมกับเพื่อนสาวๆ หลายคน เขาก็สามารถแยกเธอออกจากกลุ่มได้เป็นคนแรก

“แน่ใจหรือคะ?”

“แน่ใจสิครับ” แบมแบมยืนยันพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ ซินบีเริ่มคล้อยตาม เอนเอียง แต่ยังไม่วายหันไปมองพี่ชาย ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอลองดู

คนที่ได้ฝึกงานกับช่างภาพเจบีคงมีฝีมือ เขารู้มาบ้างว่าคุณเจบีไม่เคยสอนวิชาความรู้ให้ใคร

“พี่ไบรอันครับ งานน้องซินบีมีสีหรือไม่มีสี”  แบมแบมเดินไปคุยกับช่างแต่งหน้า ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าหล่อยิ้มกว้าง

“มีสีน่ะ จะถ่ายแล้วใช่ไหม”

“ครับ”

“ว้าว! ช่างภาพคนใหม่ เริ่มงานกันเลยเนอะ”

ซินบียืนมองคุณภรรยาของซุปตาร์สั่งทีมงาน ไม่นานทุกอย่างก็พร้อม เหลือแต่เธอที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือแต่งหน้าเลย

“เอาจริงแน่นะคะ” ซินบีมองหน้าหวานของชายหนุ่มอย่างไม่แน่ใจในฝีมือเขา แบมแบมก้มมองสบตาเธอ อมยิ้ม

“จริงสิครับสาวน้อย ไปแต่งตัวเถอะ ผมไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่ๆ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 “พี่ทำแบบนี้จะไม่เป็นอะไรเหรอ เจ้าของแบรนด์ไม่โกรธหรือไง เขาเจาะจงว่าเป็นพี่นะ หาเรื่องเดือดร้อนให้น้องนะเนี่ย” จินยองหน้านิ่ว บ่นคนที่นั่งยิ้มรอหมอเป็นเพื่อน แจบอมไหวไหล่น้อยๆ

“นยองไม่รู้อะไร แบมแบมฝีมือดีมากนะ รูปที่เขาถ่ายก็สวยและมีเอกลักษณ์มากด้วย ถ้าให้พูดตามตรงก็ห่างจากพี่ไม่มาก เขาไม่ได้แสดงฝีมือสักทีมันน่าเสียดายนะ”

“พี่ควรผลักดันน้องทางอื่น ไม่ใช่ให้น้องเสี่ยงทำอะไรแบบนี้ อย่างน้อยก็ควรบอกเจ้าของแบรนด์ก่อนสิ”

“ไม่เสี่ยงหรอก พอเมื่อคืนพี่ตัดสินใจว่าจะหยุดช่วงบ่าย พี่ก็คิดถึงแบมแบมขึ้นมาว่าไม่ควรให้แบมแบมไปคุมกองอย่างเดียวหรอก ควรให้แบมแบมเป็นช่างภาพเต็มตัวสักที เมื่อเช้าพี่โทรไปกล่อมเจ้าของแบรนด์แล้ว ส่งงานแบมแบมไปให้เขาดู เจ้าของแบรนด์ชอบงานของแบมแบม สิ่งที่เขาอยากได้ในงานชิ้นนี้น่ะแบมแบมทำให้เขาได้แน่ พี่คิดจะให้แบมแบมประกวดTour de France Photography ด้วย”

“มันคืออะไรล่ะครับ” จินยองแปลกใจ ไม่คิดว่าพี่เจบีจะทำอะไรรวดเร็วแบบนี้ เขาพูดกล่อมลูกค้าได้ยังไงนะอีกฝ่ายถึงยอมง่ายๆ

“มันคือการประกวดสุดยอดช่างภาพแห่งยุโรปน่ะสิ และพี่กำลังคิดอยู่ว่า ถ้าหลานโตกว่านี้อีกสักนิด พี่จะหาที่เรียนต่อให้แบมแบม หรือไม่ก็ฝากแบมแบมไปทำงานกับเพื่อนพี่ที่ต่างประเทศ เขาต้องไปได้ไกลแน่ๆ”

“พี่มองเห็นบางอย่างในตัวน้องสินะ”

“เด็กคนนั้นน่ะมีพรสวรรค์เหมือนกันนะ เขามีมุมมองที่น่าสนใจ ไม่อย่างนั้นพี่ไม่รับเขาเข้ามาทำงานหรอก”

จินยองฟังแล้วชื่นใจ เขาก็อยากให้แบมแบมได้ทำในสิ่งที่รักเหมือนกัน ถ้าพี่แจบอมบอกว่าแบมแบมมีความสามารถ แบมแบมก็ต้องไปได้ไกลตามที่เขาพูดแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 “อร่อยเนอะ!” มาร์คเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวมองคนที่มาร่วมกินมื้อเที่ยงด้วยกัน

“ให้มันน้อยๆ หน่อย”

“ก็มันอร่อยจริงๆ นี่นา พี่แบมทำอาหารอร่อยเนอะ วันหลังผมมาฝากท้องที่นี่อีกได้ป้ะ?”

“มาช่วยเลี้ยงแฝดด้วยก็จะให้กิน ไม่ช่วยก็ไม่ให้กิน”

“หูยได้เลย เลี้ยงเด็กนี่ผมถนัด” ว่าจบฮันบินก็ตักกุ้งผัดพริกแกงเข้าปากอีกคำใหญ่ ถึงจะเผ็ดแต่สีหน้านี่บอกเลยว่าชอบมาก

“ตะกละ” มาร์คค่อนให้ ฮันบินยิ้มหน้าแป้นไม่ต่อปากต่อคำอะไร

วันนี้แบมแบมลุกมาทำอาหารแต่เช้า และเป็นอาหารไทยด้วย ทำไว้สามอย่าง เผ็ด เผ็ดมาก กับไม่เผ็ดเลย อย่างกับจะรู้ว่ามีแขกมาบ้าน

พอตกบ่ายแบมแบมออกไปช่วยงานพี่เจบีที่สตูดิโอ ฮันบินที่ไม่มีเรียนบ่ายก็แวะมาหาที่บ้าน มาร์คเลยได้คนช่วยเลี้ยงแฝดพอดี ถามไถ่นิดหน่อยว่าฮันบินหายหน้าหายตาไปไหนมา เด็กจอมกวนก็บอกแค่ว่าไปต่างจังหวัดมา มีธุระนิดหน่อย คิดถึงพี่แบมแบมจะตายแล้ว

ไอ้คำว่าคิดถึงแบมแบมนี่ล่ะที่ทำให้มาร์คเกือบจะปิดประตูใส่หน้าไล่แขกกลับบ้าน

“กินเสร็จแกล้างจานด้วยนะ” มาร์คสั่ง อิ่มก่อนเลยถือโอกาสลุกก่อน ฮันบินที่มีความสุขกับของอร่อยพยักหน้าหงึก ทำตัวเป็นเด็กดี

 มาร์คหนีฮันบินไปเลี้ยงฝาแฝดในห้องนั่งเล่นได้แป๊บเดียวก็ได้รับสายโทรทางไกลจากอเมริกา ตอนแรกที่เห็นเบอร์มาร์คก็จะไม่รับแล้วเชียว

มาร์คปล่อยให้มันตัดสายไปเอง แต่คนโทรก็มีความพยายามมากเหมือนกัน

“พี่ไม่รับสายหน่อยหรือครับ ไม่รำคาญรึไง” ฮันบินที่จัดการในครัวเสร็จแล้วเดินมาหามาร์คพร้อมมันฝรั่งทอดห่อใหญ่ ทรุดนั่งบนพรมใกล้ที่นอนน้องแฝด มาร์คถอนหายใจ

“แกรับแทนทีซิ”

“อ่าว ได้ไง แล้วผมจะรู้ไหมว่าควรตอบไปว่าไงอ่ะ”

“บอกว่าฉันไม่ว่าง มีอะไรให้สั่งไว้”

“อ่อ ได้ๆ”

<Mark, When are you coming back?> เออะฝรั่งอ่อ ฮือ น้องบีไอไม่ค่อยสันทัดนะฮะ

“พี่มาร์ค ภาษาอังกฤษอ่ะ” ฮันบินมองเจ้าของบ้านตาละห้อย มาร์คท้องอิ่มแล้วก็เริ่มง่วงนอน หอบหมอนลงไปนอนบนพื้นกับลูก

“ฝึกไว้สิ โตจนเรียนมหาลัยแล้วยังพูดอังกฤษไม่ได้เหรอ?”

“ไอ้ได้ก็ได้แหละ แต่มันตื่นเต้นอ่ะ” ฮือ พี่แบมแบม สามีพี่แกล้งผมอ่ะ

“เออ คุยไป ตัดสายไปเลยก็ได้” ฮันบินค้อนมาร์คก่อนจะฟังปลายสายต่อ

<How long are you going to stay there?>

Sorry, what did you say? I can't hear you.

<Ah…Can you hear me now?>

No, not very clearly. I don't think I have very good reception. Bye!” ฮันบินขยำซองมันฝรั่งให้ดังๆ ใกล้โทรศัพท์แล้วตัดสายเลย มาร์คหัวเราะเด็กหัวไว

“ใครโทรมาอ่ะ ทำไมพี่ไม่รับสายเขาล่ะ”

“แม่เลี้ยง”

“แม่เลี้ยง? น่าจะรับหน่อยนะ เขาจะให้พี่กลับไปไหนอ่ะ”

“อเมริกา”

“ห๊ะ! พี่จะไปอเมริกาเหรอ แล้วพี่แบมกับแฝดไปด้วยไหมอ่ะ ไปนานแค่ไหน แล้ว

“โอ๊ย! แกถามทีละคำถามได้ไหมเนี่ย ฉันไม่ได้จะไปตอนนี้ ถ้าจะไปก็คงพาแบมแบมไปด้วย แต่คิดว่าไม่ไปมากกว่า”

“ไม่อยากกลับบ้านเหรอ?”

“ไม่”

“พิลึกคน” ฮันบินมองว่ามาร์คแปลกมากเลย ทำไมถึงไม่ยอมกลับบ้านนะ ไม่คิดถึงคนที่บ้านเลยหรือไง

ฮันบินนั่งเล่นหยอกล้อกับน้องแฝด มาร์คนอนมองโทรศัพท์ สงสัยว่าแม่ของคริสนั้นโทรมาหาเขาทำไมกัน เขาควรโทรไปหาพี่ชายหรือเปล่า เผื่อคริสจะรู้อะไรบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 เฮียรู้แค่ว่าแม่ต้องการให้แกมาจัดการเรื่องต่างๆ ที่นี่ให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจกัน กลับมาสักครั้งสิมาร์ค มาคุยกันให้เรียบร้อยสักที และถ้านายต้องการคำขอโทษ แม่เฮียก็ทำให้นายได้นะ

คำขอโทษอย่างนั้นเหรอคุณเอ็มม่าต้องการอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้เปลี่ยนท่าทีจนน่าตกใจอย่างนี้ เวลาหลายปีที่ผ่านมาคงไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นสำนึกอะไรได้หรอก ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ แต่ถ้าเขาอยากรู้ก็คงต้องไปถามด้วยตนเองสินะ

“พี่มาร์ค..พี่มาร์ค แด๊ดดี๊! เหม่ออะไรน่ะ เรียกแล้วทำไมไม่ตอบ” ร่างบางเดินมาสะกิดมาร์ค ใช้ให้มาเอานมให้ลูกแค่นี้ต้องยืนเหม่อด้วยรึไง

“หือ?” มาร์คเซไปด้านข้างเมื่อถูกแบมแบมใช้ไหล่ชนให้หลีกทาง แบมแบมเปิดตู้เย็นเอานมที่ปั๊มเก็บใส่ไว้ในถุงเก็บน้ำนมออกมา

มีลูกสองคนจะให้นมจากอกแม่พร้อมๆ กันก็ไม่ไหวนะ ตอนลูกหิวพร้อมกันก็เอานมแม่ใส่ขวดให้พี่มาร์คช่วยป้อนสักคนมันสะดวกกว่า

“ถามว่าเหม่ออะไร มายืนมองตู้เย็นทำไมล่ะ พี่จะซื้อตู้เย็นใหม่รึไง” แบมแบมสงสัย มาร์คมองหน้าแบมแบมแล้วถอนหายใจ

“คุณเอ็มม่าโทรมา”

“คุณแม่ของเฮียคริสน่ะเหรอ?”

“ใช่”

“เขาโทรมาว่าไงบ้างล่ะ” แบมแบมแกว่งขวดนมเป็นวงกลมเบาๆ ให้ไขมันที่แยกชั้นละลายเข้ากัน  ขวดนี้สำหรับอาบิเกล เพราะยัยตัวดื้อชอบกินแบบเย็นๆ พอนมละลายแล้วก็ป้อนได้เลย  ต่างกับเบนจามินที่ไม่ชอบกินแบบเย็นๆ ก็ต้องเอานมแช่ในน้ำอุ่นก่อนค่อยป้อน

เบนจามินและอาบิเกลเหมือนไม่ใช่ฝาแฝดกัน ต้องเลี้ยงแยกแบบใส่ใจคนละอย่างนี่ล่ะ เหมือนลูกคนเดียวที่เป็นผู้หญิงและผู้ชายอย่างละคนมากกว่า สองพี่น้องไม่เคยชอบอะไรเหมือนกันสักอย่าง

“ไม่รู้สิ ไม่ได้รับ พี่ให้ฮันบินช่วยตัดสายแทน แต่พี่ก็โทรไปหาเฮียคริสนะว่าแม่ของเฮียต้องการอะไร เฮียบอกว่าคุณเอ็มม่าอยากให้พี่กลับอเมริกา”

“อาจจะมีเรื่องสำคัญ แบมนึกว่าป๊าจะโทรมาตื๊อเองซะอีก”

“ไม่หรอก ป๊าเงียบๆ ไป คงไม่อยากตื๊ออะไรตอนนี้มั้ง”

“แล้วใจพี่อยากกลับบ้านไหมล่ะ”

“ที่นั่นไม่ใช่บ้านพี่แล้ว”

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะครับ พี่ยังปล่อยวางไม่ได้อีกเหรอ ที่นั่นเป็นที่อยู่ของคุณแม่นะ ยังไงที่นั่นก็ยังเป็นบ้านพี่เหมือนเดิมนั่นล่ะ” แบมแบมไม่เห็นด้วยที่มาร์คปฏิเสธครอบครัวที่อเมริกา ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกัน สักวันก็ต้องเคลียร์ให้จบ จะได้ไม่มีอะไรค้างคา

“พี่น่ะยังรู้สึกอยู่นะว่าสิ่งที่แม่ได้รับมันไม่ยุติธรรม ถึงจะรู้แบบนั้นพี่ก็ไม่อยากกลับไป ไม่อยากพบเจอคนที่นั่นอีก”

มาร์คนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะรับประทานอาหาร เท้าคาง ถอนหายใจซะจนแบมแบมจะเครียดไปด้วยแล้ว

แบมแบมยกขวดนมเย็นๆ แปะแก้มแด๊ดดี๊ ใช้มือเสยผมอีกฝ่ายผลักหน้าผากเบาๆ

“งอแง ความรู้สึกที่ว่านั่นคืออะไร เจ็บปวดเหรอ หรือว่าอะไรล่ะ”

ไม่รู้สิ..มันก็นานจนไม่เจ็บปวดแล้ว แบมคิดว่าพี่ควรไปแอลเอไหมไม่ว่าแบมจะตัดสินใจยังไงพี่จะเลือกตามนั้น

มาร์คหันมากอดเอวแบมแบมไว้ คราวนี้แบมแบมถอนหายใจบ้าง

พี่มาร์คจะมายึดถือความรู้สึกเขาไปทำไม ตัวเองอยากทำอะไรก็ทำสิ หรือว่าพี่มาร์คไม่มีความกล้าพอที่จะทำตามสิ่งที่เห็นว่าสมควร เคยแต่หลบหนี ไม่เคยกล้าเผชิญหน้า พอต้องตัดสินใจก็เลยทำมันไม่ได้

ถ้าแบมบอกให้ไป พี่จะทำใจได้ไหมครับ จะกล้าเผชิญหน้ากับความจริงได้หรือเปล่า

“…พี่ไม่รู้ว่าจะทำใจได้ไหม แต่พี่อยากรู้ความจริงเรื่องการตายของแม่

“ถ้ารู้แล้วพี่จะทำยังไง รู้ไปจะได้อะไรขึ้นมา รื้อฟื้นเรื่องที่ผ่านไปแล้วคนที่เจ็บปวดมันก็คือพี่เองนะ”แบมแบมเป็นห่วง

“นั่นสินะ..” มาร์ครู้ว่าแบมแบมก็เป็นห่วง และเขาก็ดีใจที่แบมแบมห่วงด้วย

“ถ้าจะลืมก็ลืมไปเถอะ ไม่ต้องสนใจเรื่องคุณแม่แล้วจะดีกว่านะ”

“แต่ถ้าไม่ไป คนบ้านนั้นก็จะมาวุ่นวายกับพี่ไม่จบไม่สิ้นสักที”

“ไปสิ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนก็ได้”

“เราให้เขามาหาเราที่นี่ดีไหม พี่ไม่อยากห่างแฝดนะ”

“นั่นสิ พี่ลองติดต่อคุณเอ็มม่าดูแล้วกัน ถ้าเธอมีธุระที่ต้องการคุยกับพี่ให้ได้จริงๆ เธอก็ต้องยอมมา อยากคุยกับเรายังต้องให้เราบินไปอีกเหรอ ไม่เข้าท่าเท่าไรนะ”

“พี่จะลองคุยกับเธอดู”

“อื้ม! อย่าคิดมากเลย คิดไปก็ไม่สบายใจเปล่าๆ” แบมแบมดึงมาร์คให้ลุกขึ้น ถือขวดนมเอาไปให้แฝดที่ห้องนั่งเล่น พี่คุณกับพี่ซองจุนคงบ่นแย่แล้วที่พ่อแม่น้องเบนน้องเกลมาอยู่ในครัวกันซะนาน

เชื่อสิว่าไอ้พี่คุณที่รักต้องแซวไร้สาระแน่ๆ

“ไงเข้าไปปั๊มนมกันใหม่รึไง จะทำอะไรก็รอลูกหลับหรือให้พี่ๆ กลับบ้านก่อนสิวะ รอนานละ”

นิชคุณตาพราว เอ่ยแซว แต่มีหรือที่น้องชายจะขัดเขินกับคำพูดเล็กน้อยพวกนี้ แบมแบมเท้าเอว ยกยิ้ม ไม่สะทกสะท้านกับสายตาและรอยยิ้มล้อเลียนของพี่ชาย

“ก็เพราะมีลุงๆ มาช่วยเลี้ยงน่ะสิเลยมีเวลาทำอะไรๆ กันน่ะ มาช่วยเลี้ยงก็อย่าพูดมากดิ เอ้านม”

“ยิ่งโตยิ่งหน้าด้านเนอะ”

“พี่ยังไงน้องก็อย่างนั้นน่ะ”

“ไอ้แบมแบม!

“อะไรล่ะห๊ะ!

ซองจุนส่ายหัว สบตามาร์ค มาร์คเองก็อ่อนใจพอกัน ปล่อยให้สองพี่น้องภูวกุลตบตีกันไป ส่วนตัวเขาก็ช่วยซองจุนป้อนนมลูกฝาแฝด

เวลาพี่คุณกับแบมแบมเถียงกันก็ไม่ได้หนวกหูอะไรหรอกนะ มันสนุกและตลกดี เขาเห็นทีไรก็อิจฉา

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 441 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #485 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:14
    แบมกับแฝดจะอยู่ข้างๆเอง นะไม่ต้องกลัว
    #485
    0
  2. #476 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:42

    พี่มาร์คไม่ต้องห่วงนะ น้องแบมกับแฝดจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหนแน่นอน

    #476
    0
  3. #455 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:04
    อบอุ่นนน
    #455
    0
  4. #400 wichi22 (@wichi22) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 09:51
    น่ารักกกกก
    #400
    0
  5. #397 bmg070537 (@bmg070537) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 12:46
    ไม่อยากให้แบมกับมาร์คต้องห่างกันเลย ฟังจากที่แจบอมจะสนับสนุนแบมแบมเรื่องการถ่ายรูปแล้วจะส่งแบมไปศึกษาต่อ
    #397
    0
  6. #395 Cher_Cher (@Cher_Cher) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 22:05
    กลิ่นไอความครอบครัวมากกกกก
    #395
    0
  7. #394 -PNPP- (@-PNPP-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 21:54

    >_< มาแร้ววววว ดีใจอ่ะ รอตั้งนาน
    #394
    0
  8. #393 Voranat2001 (@Voranat2001) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 18:36
    งื้อออ ครอบครัวนี้น่ารักกก
    #393
    0
  9. #392 moomiwkj (@moomiwkj) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 18:36
    ฮรือออคิดถึงงง ครอบครัวนี้สุดๆ
    #392
    0
  10. #390 ฐาดา (@14102530) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 13:33
    ชอบมากค่ะ ติดตาม
    #390
    0
  11. #389 schoollunchiscoldsausages (@markksung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 12:04
    แงง เห็นฟิคอัพแล้วดีใจมาก ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดวันนี้ไปเลย ฮือ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #389
    0
  12. #388 Kantima4288 (@Kantima4288) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 10:52
    สนุกมากคร้า รีบมาจ่อเร็วๆน้ะคร้า
    #388
    0
  13. #386 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 08:41
    มาต่อเร็วๆน้าา
    #386
    0
  14. #385 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 08:09
    รอนะคะไรท์
    #385
    0
  15. #384 benz997 (@benz997) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 07:57

    ต่อเร็วๆนะ
    #384
    0
  16. #383 Wandee Dee Sarpramoo (@wandeedie) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 07:37
    คิดถึงแฝด
    #383
    0
  17. #379 Manatthawara (@Manatthawara) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 04:47
    คิดถึงเรื่องนี้มากกอ่านวนสิบรอบ55555
    #379
    0