[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 25 : วุ่นนัก 22 Christmas’s Day & Korean wedding

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 382 ครั้ง
    23 มี.ค. 62







 

            แจ็คสันพักดื่มน้ำเมื่อผู้กำกับสั่งพักกองเพื่อทานอาหารกลางวันกันก่อน  ลูกชายคนเล็กของเอ็ดเวิร์ดมาถ่ายละครที่ต่างจังหวัด เลยยังไม่ได้เจอพ่อกับแม่ที่มาเกาหลีใต้ตั้งแต่เมื่อวาน

            “อาหารเที่ยงค่ะคุณแจ็คสัน”

“ขอบคุณมากครับ” แจ็คสันก้มหัวเล็กน้อยให้กับทีมงานที่เอาอาหารกลางวันมาให้

“ค่ะ ขนมอยู่ทางโน้นนะคะ” เธอชี้ไปทางซ้ายมือที่มีขนมแสนอร่อยวางซ้อนกล่องอยู่จำนวนมาก ขนมซัพพอร์ทจากแฟนคลับของนางเอกในเรื่อง แจ็คสันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจดังเคย

เรื่องนี้แจ็คสันได้รับบทเด่นเป็นร้ายเป็นครั้งแรก เป็นตัวร้ายที่น่าสงสารและมีเรื่องราวในตัวเอง คือตัวดำเนินเรื่องสำคัญที่ทำให้คนดูทั้งรักทั้งเกลียดได้เลยล่ะ แจ็คสันเบื่อบทพระเอกและพระรองแล้ว เขาต้องการอะไรที่ท้าทาย และละครฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์เขาได้ดีมาก และเขาต้องการคว้ารางวัลจากบทในเรื่องนี้ด้วย

“พี่ซอนมีทำไมยังไม่มาอีกนะ ไปธุระอะไรนานจัง” แจ็คสันตักข้าวหนึ่งคำก็ไถแท็บเลตหนึ่งที ผู้จัดการส่วนตัวคนสวยหายไปตั้งแต่เช้ามืด บอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องกลับบริษัทไปทำ ทิ้งน้องเฉยเลย

“น่าอิจฉาชะมัด” แจ็คสันพึมพำ มองรูปของหลานชายหญิงในอ้อมแขนพ่อ เขาตัดรูปเอามาร์คออกไปให้เหลือแต่หลาน เพราะหลานทำหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมาก

แจ็คสันเป็นอาที่หลงหลานมาก ตามเก็บรูปหลานไว้หมด แบมแบมก็ส่งรูปใหม่ๆ มาให้เสมอ แจ็คสันหลงแบบเงียบๆ ไม่ให้มาร์ครู้ เดี๋ยวโดนล้อ มาร์คปากเสีย

“แจ็คสัน ขอโทษที่ไปนานนะ อ่าว แล้วทำอะไร ทำไมไม่กินให้เสร็จก่อน อ๊าย! ดูรูปน้องแฝดเหรอ ดูบ้างๆ” แจ็คสันสะดุ้งเมื่อจู่ๆ พี่ซอนมีก็วี้ดว้าย

“กลับมาแล้วเหรอ ตกใจหมด! ไปไหนมา”

“ถ้าไม่กินแล้วออกไปกับพี่หน่อย มีคนเขาอยากเจอ” ซอนมีริบแท็บเลตมาถือไว้ ลากดาราในความดูแลออกไปด้านนอกกองถ่าย

            “ม๊า!” ดารายอดนิยมของยุคยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่ามีใครคนหนึ่งมาหาเขาถึงกองถ่ายละครแนวพีเรียดดราม่า

            “ไฮ ไงลูกชาย” เซเรน่าอ้าแขนออก แจ็คสันเร่งก้าวเข้าหาเธอแล้วสวมกอดไว้แน่น หอมแก้มแม่ซ้ายขวาด้วยความคิดถึง เซเรน่าประทับริมฝีปากลงบนแก้มลูก หัวเราะออกมาเมื่อลิปสติกสีแดงของตนติดบนผิวแก้มเขา

“ม๊ามาได้ยังไงน่ะ”

“ซอนมีไปรับมา ม๊าอยากมาหาแต่มาไม่ถูก” เซเรน่าเช็ดแก้มที่เปื้อนของลูกชาย ยิ้มกว้าง แจ็คสันหันไปมองพี่ซอนมีที่เดินกลับเข้าไปในบริเวณกองถ่ายก่อน

“ไม่บอกกันก่อนเลย”

“อยากมาเซอร์ไพรซ์นี่นา กินข้าวหรือยัง”

“กำลังกินครับ ม๊าล่ะ”

“ยังเลย”

“ไปทานข้าวกัน”

“ห๊ะ? จะไปสภาพนี้เหรอ?” เซเรน่ามองลูกชายที่ยังอยู่ในเครื่องแต่งกายของตัวละครที่สวมบทบาท

“เดี๋ยวผมให้พี่ซอนมีไปหาอะไรมาให้ม๊าทานที่นี่แล้วกัน”

“ไม่เอาล่ะ เกะกะคนทำงานเขา”

“ไม่เป็นไรครับ พักเที่ยงเสร็จก็ยังไม่ถึงฉากของผม เดี๋ยวผมหาที่นั่งให้ม๊าเอง”

แจ็คสันจูงมือสาวสวยเดินหาที่นั่ง ทุกคนทักทาย ประหลาดใจ หลายคนตกใจนึกว่าแจ็คสันมีคนรักแล้ว คนเป็นลูกชอบใจใหญ่ที่บอกว่าเป็นแม่แล้วไม่มีใครเชื่อ อย่างมากก็เดากันว่าพี่สาว

เซเรน่ารู้สึกดีที่เห็นลูกมีความสุข เขาเข้ากับทุกคนได้ เห็นลูกสบายดีแบบนี้เธอก็เบาใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 “ดีนะที่ถ่ายเสร็จทันวันคริสต์มาสพอดี”

เซเรน่าเอ่ยกับคนขับ แจ็คสันถ่ายละครฉากสำคัญในต่างจังหวัดเรียบร้อย เขาไม่ได้เดินทางด้วยรถของบริษัทแต่เอารถส่วนตัวมา ผู้จัดการของเขาก็เช่นกัน พอถ่ายเสร็จก็แยกย้าย พี่ซอนมีก็ต้องรีบไปทำธุระเหมือนกัน

“ดีที่ม๊ามาเกาหลี วันคริสต์มาสผมกลับอเมริกาไม่ได้เสียด้วย”

“ที่บ้านน่าจะเตรียมงานเลี้ยงกันเสร็จแล้วมั้ง”

“หือ? งานเลี้ยง?”

“ใช่จ้ะ จัดที่บ้านมาร์คน่ะ แบมแบมเตรียมทำอาหารไว้แล้ว”

“มาร์คยอมเหรอครับ?”

“จ้ะ”

“หือ?..มาร์คยอมคุยกับม๊า ม๊าเอ็มม่าและป๊าแล้วเหรอ?”

“จ้ะ เราคุยกันเรียบร้อยแล้วล่ะ ไม่เจอกันนานมาร์คเขาเปลี่ยนไปมากเลยนะ”

“ใช่ครับ เปลี่ยนไปมากจริงๆ”

“แจ็คสันของแม่ล่ะ เมื่อไรจะกลับอเมริกา หรือว่าไม่กลับแล้ว ชอบงานที่นี่แล้วสิ”

“ผมคิดว่าอยากจะทำงานที่นี่ไปอีกสักพักน่ะครับ ไม่มีกำหนดเหมือนกันว่าเมื่อไร ม๊าครับ”

“ครับลูก”

“ม๊าย้ายมาอยู่ที่เกาหลีกับผมไหม?”

เซเรน่าแปลกใจ มองหน้าลูกชาย แจ็คสันหันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนมองถนนเบื้องหน้าต่อ

“ผมพูดจริงนะ เรื่องบริษัทที่โน่นม๊าไม่ต้องลำบากดูแลแทนผมแล้วล่ะ ผมจะคุยกับป๊าให้หาญาติคนอื่นมาทำแทน ม๊าโกรธผมไหม”

เซเรน่าตกใจมากที่ได้ยินเช่นนี้ เธอไม่อยากเชื่อว่าแจ็คสันจะตัดสินใจอย่างนี้ ที่ผ่านมาเธอทำทุกอย่างเพื่อแจ็คสันนะ ทำไมเขาถึงจะทิ้งมัน

“แจ็คสันคิดดีแล้วหรือลูก”

“คิดดีแล้วครับ คิดมาสักพักแล้วด้วย ม๊าไม่เหนื่อยหรือครับ ผมเหนื่อย ผมไม่อยากได้อะไรนอกจากอิสระและการทำในสิ่งที่ต้องการ”

ต้องขอบคุณมาร์คนะที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาถูกป๊าส่งมาเกาหลี

“มาร์คล้างสมองลูกแล้วหรือแจ็คสัน”

“ไม่ครับ มาร์คไม่มีอิทธิพลกับผมขนาดนั้น นอกจากม๊าผมก็ไม่เคยเชื่อใครหรอก ม๊าก็รู้”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมลูกตัดสินใจแบบนี้ล่ะ บอกม๊าได้ไหม?”

“ผมเจอความสุขของผมแล้วครับม๊า” แจ็คสันระบายยิ้มเมื่อคิดถึงใครคนหนึ่ง เซเรน่าสงสัย

“ใครกันจ๊ะ”

“ม๊าจำคนที่ผมเคยเล่าให้ฟังได้ไหม ชเวยองแจ”

“อ๋อ นักร้องค่ายเดียวกัน ที่ว่าเป็นลูกเจ้าของบริษัทน่ะเหรอ นี่อย่าบอกม๊านะว่า!” เซเรน่าตกใจจริงๆ แจ็คสันพยักหน้ารับยืนยันความคิดของม๊า

“ใช่ครับ ผมกับยองแจแอบคบกันอยู่ เขาทำให้ผมรู้สึกว่าผมมีค่าขึ้นนะ ผมเองก็อยากจะทำอะไรที่ผมทำได้ดี มากกว่าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ งานบริหารไม่เหมาะกับผมเท่าไร ม๊าครับป๊าไม่มีทางรักลูกคนไหนมากหรือน้อยไปกว่ากันหรอก และป๊าเองก็รักม๊า มันไม่ใช่แค่ความผูกพัน ผมเชื่ออย่างนั้น ทำไมเราไม่วางทุกอย่างที่มันเกินกำลังของเราทิ้งไปแล้วมีความสุขกับตัวเองให้มากๆ ล่ะครับ”

แจ็คสันหันมายิ้มให้มารดาเมื่อรถติดสัญญาณไฟจราจร เซเรน่ามองเห็นความสุขในแววตาและรอยยิ้มของลูก แววตาที่เธอไม่เห็นมันมานานมากเหลือเกิน..

เพราะเด็กที่ชื่อยองแจหรือ?

“แจ็คสันที่ผ่านมาม๊าโยนภาระให้ลูกหนักเกินไปใช่ไหม?”

“ไม่หรอกครับ อะไรที่เป็นความสุขของม๊า ผมทำได้ทั้งนั้น แต่ตอนนี้ผมเองก็มีความสุขกับชีวิตที่ผมเลือก ผมเลยอยากให้ม๊ามีความสุขด้วย ม๊ามาอยู่ที่นี่กับผมเถอะ ผมจะดูแลม๊าเอง”

อะไรที่เป็นความสุขของม๊า ผมทำได้ทั้งนั้น ช่างเป็นคำพูดที่น่าชื่นใจแต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทิ่มแทงใจของเซเรน่าได้มากทีเดียว

แจ็คสันไม่ได้บอกว่าที่ผ่านมาเขามีความสุข แต่เขาบอกว่าเป็นความสุขของเธอ ลูกจึงทำ

แจ็คสันต้องเก่งกว่าเฮียทั้งสองให้ได้นะ

แจ็คสันต้องทำ เราสองคนแม่ลูกจะได้เป็นที่รักของป๊าไง

เป็นลูกชายบ้านต้วนจะเหลาะแหละไม่เอาไหนไม่ได้นะ อยากให้ป๊ามองข้ามลูกไปหรือไง

เธอ..คาดหวังให้แจ็คสันทำในสิ่งที่เธอทำไม่ได้ เพื่อความต้องการของเธอเอง เธอไม่อยากแพ้เอ็มม่าและไลลา จึงต้องโยนความความคาดหวังบ้าบอให้แจ็คสัน

“ม๊าขอโทษนะ” เซเรน่าจับมือลูกชายไว้ ขอโทษเขาจากใจจริง

“เรื่องอะไรหรือครับม๊า จู่ๆ มาขอโทษผมทำไมกัน” แจ็คสันแปลกใจ คนเป็นแม่ส่ายหน้า

“เปล่า..ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” แจ็คสันไม่ค่อยเชื่อ แต่เมื่อม๊าไม่บอกเขาก็ไม่เซ้าซี้

“ม๊าลองไปคิดดูนะครับ ผมอยากให้ม๊ามาอยู่ด้วยกันจริงๆ นะ”

“แจ็คสันม๊าคงมาไม่ได้หรอก ม๊าทิ้งป๊าไม่ได้ ไม่มีม๊าใครจะดูแลป๊าล่ะ” เอ็มม่าไม่ได้สนใจเอ็ดเวิร์ดอยู่แล้ว คนที่อยู่เป็นเพื่อนเอ็ดเวิร์ดได้มีแค่เธอ

แจ็ครู้สึกผิดหวังกับคำตอบของมารดา แต่เขาเข้าใจ ม๊าคงรู้สึกไม่ต่างจากเขา อยากอยู่ใกล้กับคนที่เรารักในทุกๆ วัน

“ได้ครับ แล้วแต่ม๊า”

“เรื่องทำงานที่นี่ ถ้าลูกมีความสุขม๊าก็ไม่ห้ามหรอกนะ ม๊าเข้าใจ” เซเรน่าอยากให้ลูกทำตามที่ใจเขาต้องการบ้าง เราก็ให้ลูกอยู่กับเราไปตลอดชีวิตไม่ได้ เขาเองก็มีชีวิตของเขาเช่นกัน

“จริงหรือครับ ม๊าไม่โกรธผมใช่ไหม?”

“ม๊าจะโกรธทำไมล่ะ ม๊าเองก็ไม่ได้แก่ขนาดทำงานไม่ไหว บริษัทของลูกม๊าจะดูแลเอง มีอะไรทำจะได้ไม่เหงาด้วย”

เซเรน่าพูดจากใจ ตอนนี้มาร์คเองก็ถอนตัวไปแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร เธอรักลูก เธอเองก็อยากให้เขามีความสุข 

“ขอบคุณมากนะครับม๊า” แจ็คสันดีใจมากที่แม่ยอมง่ายๆ ผิดปกติ อยากรู้เหตุผลแต่ไม่ถามดีกว่า เดี๋ยวม๊าเปลี่ยนใจ

“จ้ะ โทรชวนยองแจไปที่บ้านมาร์คด้วยสิ เขาว่างไหม”

“อ่า..ยองแจเขาค่อนข้างระวังเรื่องนักข่าวน่ะครับ ผมไม่รู้ว่ายองแจจะตกลงไปหรือเปล่า อาจจะมีอัดรายการเพลง” แจ็คสันก็จำตารางงานของยองแจไม่ค่อยได้ ต้องดูในโน้ตเตือนความจำ

“ถึงไม่ตกลงก็ต้องชวนจ้ะ ม๊าอยากเจอยองแจ”

“ได้ครับ ผมจะโทรหาเขา”

เซเรน่าชื่นใจ ไม่ว่าเมื่อไรแจ็คสันก็ยังเป็นเด็กดีของม๊าเสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 “มาร์ค คุยกับม๊าเรียบร้อยใช่ไหม เฮียถามม๊า ม๊าก็บอกแค่ว่าเป็นไปด้วยดี ไม่ยอมบอกอะไรเลย”

คริสซุกมือข้างหนึ่งในโค้ทสีดำที่สวมอยู่ เอ่ยถามน้องชายที่เดินเคียงกัน เขาและมาร์คตามมาช่วยถือของให้ป๊าและแบมแบมที่มาจ่ายตลาด เขาและมาร์คเดินรั้งท้ายปล่อยให้พ่อสามีและลูกสะใภ้เดินนำไปก่อน

“เรียบร้อยนะเฮีย ไม่มีปัญหาอะไรนี่” มาร์คตอบด้วยรอยยิ้มยิ้มให้บรรดาคนที่แอบถ่ายภาพเขานี่ล่ะ จะได้มีภาพสวยๆ ไปแชร์ไง

แค่เขากับแบมแบมก็เป็นจุดสนใจมากแล้ว นี่ยังพ่วงตาแก่กับเฮียคริสมาอีก ตลาดไม่แตกนี่แปลกใจเลยนะ เชื่อสิว่าเดี๋ยวมีคนกรี๊ดความหล่อของป๊ากับเฮียอีกแน่ๆ

“แกรับคำขอโทษจากม๊าทั้งสองแล้วใช่ไหม”

“เปล่า” คริสร้องอ้าว มาร์คหัวเราะ “ผมยังไม่ได้ให้อภัยม๊าทั้งสอง แต่ผมจะไม่คิดเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้ว เพราะเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้ แบมแบมบอกผมว่าปล่อยวางได้ก็ปล่อย ผมไม่ใช่คนดีอะไรจะให้ผมยกโทษให้คนที่เคยทำร้ายมัม ผมทำใจไม่ได้ แต่เห็นแก่เฮียกับแจ็คสัน ผมเลยคิดว่าทำตัวปกติ ต่างคนต่างอยู่คงดีกว่า”

 “ขอบคุณมากนะมาร์ค” คริสทั้งประหลาดใจและดีใจมากที่มาร์คคิดได้ขนาดนี้           

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณเฮีย ที่ช่วยพูดกับม๊าของเฮียจนเขายอมขอโทษผมก่อน ม๊าของเฮียรักศักดิ์ศรีจะตาย ท่านยังเคยเกลียดลูกเมียน้อยอย่างผมเข้าไส้ด้วย แค่ท่านยอมพูดคำขอโทษ มันก็แสดงให้เห็นแล้วล่ะว่าท่านต้องรู้สึกผิดอยู่บ้าง”

“เฮียดีใจว่ะที่ครอบครัวเรากำลังจะเปลี่ยนไป..ถ้าม๊าไลลายังอยู่คงดี”

ท้ายประโยคคริสพึมพำแผ่วเบาอย่างเศร้าใจและคิดถึง แต่มาร์คก็ยังได้ยิน เขาถอนหายใจ เขาเองก็คิดถึงมัมเสมอ อยากให้มัมยังอยู่กับเขาในวันที่เขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งความสำเร็จและครอบครัวที่อบอุ่น มัมต้องเป็นคุณย่าใจดีที่คอยช่วยดูแลหลานๆ ไม่ต่างจากพ่อแม่ของแบมแบมแน่นอน

“ผมก็คิดอย่างนั้นทุกวัน แต่มัมต้องดูเราอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่” มัมยังอยู่ในใจมาร์คเสมอ

“ม๊าต้องภูมิใจในตัวแกมาก และต้องดีใจที่เห็นแกมีความสุขมากอย่างนี้”

“เฮียคิดอย่างนั้นเหรอ..” เขาทำให้มัมภูมิใจได้ด้วยหรือ..

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน”  ถ้าเฮียคิดอย่างนั้น มาร์คก็จะเชื่อ เขาเองก็ปรารถนาจะให้มัมได้เห็นในสิ่งที่เขาทำอยู่ และหวังว่าท่านจะภูมิใจ..

 

 

 

 

 

 

 

 

วันคริสต์มาสเป็นวันของครอบครัว บ้านต้วนไม่ได้ฉลองคริสต์มาสด้วยรอยยิ้มกันมานานมากแล้ว

บ้านของมาร์คที่กว้างขวางดูอบอุ่นขึ้นเมื่อมีคนมาเที่ยวบ้านหลายคน เอ็ดเวิร์ดบอกให้นิชคุณและซองจุนโทรตามเมริสาและแทฮยองมาสังสรรค์ด้วยกัน ยูคยอมและฮันบินพลอยติดมากับเขาด้วยเมื่อแบมแบมโทรเรียกให้มากินของอร่อยด้วยกัน

“อ้ะทุกคน ระหว่างรอหนูยองแจมาถึง มาลองชิมเอ้กน็อกของม๊าก่อน” เอ็มม่าเติมเหล้าบรั่นดีลงไปในแก้วเครื่องดื่มสำหรับวันคริสต์มาส ฮันบินทำตัวเป็นเด็กดีช่วยเอ็มม่าแจกจ่ายเครื่องดื่มให้ทุกคนที่นั่งคุยกันเต็มห้องนั่งเล่น

“ม๊าครับ ของแบมไม่เติมเหล้านะ” แบมแบมยกมือขอแบบพิเศษ เอ็มม่ายั้งมือไว้ทัน แยกแก้วของแบมแบมไว้ต่างหาก

“ไม่เติมบรั่นดีก็อร่อยเหมือนกันจ้ะ”

“เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่จะได้ลองชิมเอ้กน็อก” แบมแบมมองเครื่องดื่มสีขาวนวลที่หน้าตาเหมือนคัสตาร์ด พึมพำกับตัวเอง

“พี่มาร์ค”

“จ๋า”

“มันจะคาวเปล่าอ่ะ” แบมแบมลองดมๆ ดูก่อนเพื่อความแน่ใจ มาร์คหัวเราะ เขาเพิ่งวางแก้วไวน์ลงเพื่อรับเอ้กน็อกมาจากพี่ชาย

“อร่อยดีนะ ลองชิมดูสิ”

เอ้กน็อกคือเครื่องดื่มที่ทำมาจาก ครีม น้ำตาล นมสด และไข่ไก่ ปั่นรวมกัน สำหรับแบมแบมมันดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ เหลวๆ แปลกๆ

“ถ้าจะเอาตามต้นตำรับจริงๆ มันดื่มยากไป เพราะว่ามีการใช้ไข่ดิบด้วย แต่สูตรของเอ็มม่าเขาจะทำให้ไข่สุกขึ้นน่ะ เราก็ดื่มได้ ลองดู”

ป๊ารับรองอีกคนว่าดื่มง่าย แบมแบมหน้าแหย ก่อนจะยกแก้วขึ้น ใช้ปลายลิ้นแตะๆ ก่อน

ลิ้นแตะโดนอบเชยหรือซินนามอนที่ใช้โรยหน้าเอ้กน็อกพอดีเลย แหวะ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ กลั้นใจดื่มลงไปเลย” มาร์คดันก้นแก้วของแบมแบมจนร่างบางต้องกลืนเอ้กน็อกลงไปอึกใหญ่

“แค่กอร่อยอ่ะ!” แบมแบมประหลาดใจ สัมผัสแรกที่กลืนลงคอคือความเข้มข้นและหวานมัน ความเข้มข้นนั้นเหมือนคัสตาร์ด เเต่เป็นคัสตาร์ดที่ดื่มลงคอได้เลย กลิ่นหอมคัสตาร์ดนั้นมาจากส่วนผสมนม ไข่ เเละน้ำตาลนั่นเอง

“ปากเปื้อนแน่ะ” พี่มาร์คเช็ดเครื่องดื่มสีขาวที่เปื้อนริมฝีปากอิ่มออกให้ด้วยนิ้วหัวแม่มือ

“ก็เพราะพี่ทิ่มพรวดใส่ปากแบมน่ะแหละ!” แบมแบมเบ้ปาก

“ทิ่มพรวด ฮะฮะฮะ โอย ทำไมพี่ไม่คิดถึงแก้วนะ ยิ่งมีสีขาวๆ ติดปากด้วยนี่ยิ่งเหมือน..

เพราะทุกคนมัวแต่คุยกันเสียงดัง แด๊ดและมี๊ของน้องแฝดเลยได้โอกาสคุยกันสองคนบ้าง แบมแบมลดแก้วลง ตาโตเชิงถามว่าเหมือนอะไร?

มาร์คหัวเราะ ก่อนเอียงหน้าไปกระซิบข้างหูแบมแบมให้ได้ยินกันสองคน พอพี่มาร์คพูดจบใบหน้าหวานก็ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

“พี่มาร์ค! คนบ้า คนลามก!” แบมแบมกรีดร้องออกมาเสียงดัง มาร์คหัวเราะลั่นที่เห็นแบมแบมเขินจนหน้าแดง ทุกคนชะงัก หันมามองแบมแบมเป็นตาเดียว ไม่วีนเปล่าแบมแบมยังยกมือขึ้นทุบมาร์คด้วย ร่างสูงลุกหลบไปหาแทฮยองที่นั่งไม่ไกลกัน

“อะไรของแกไอ้แบม เสียงดังไปได้” นิชคุณเบ้ปากใส่น้องที่ทำลายบรรยากาศไปชั่วครู่ แบมแบมหน้างอ ค้อนพี่มาร์คแล้วหันไปหาพวกอย่างแจ็คสัน

“มาร์คมันพูดอะไรเหรอ?”

“เปล่าครับ” คำพูดมันออกสื่อไม่ได้อ่ะ แง!

“อร่อยมากค่ะคุณเอ็มม่า ขอสูตรหน่อยได้ไหมคะ”

น้าเมริสาส่ายหน้าเบาๆ เมื่อบรรยากาศอุ่นอวลอลับมาอีกครั้งเธอก็หันมาหาเอ็มม่าที่นั่งด้วยกัน เมริสาสนอกสนใจสูตรเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับบรรยากาศหนาวเย็น

“ได้ค่ะ”

“ของหวานเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ” เซเรน่าออกจากครัวมาพร้อมยูคยอมที่ช่วยเป็นลูกมือ ยูคยอมทำเค้กขอนไม้มาให้ตามที่พี่มาร์คสั่ง ส่วนเซเรน่านั้นรับหน้าที่ทำคริสต์มาสพุดดิ้งแสนอร่อย

ส่วนอาหารเบาๆ เรียกน้ำย่อยนั้นเอ็ดเวิร์ดเป็นคนทำ อาหารจานหลักก็ตกเป็นหน้าที่ของแบมแบม

            “สงสัยยองแจจะมาแล้ว” เมียเจ้าของบ้านเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงออด ซองจุนที่อยู่ใกล้ประตูห้องนั่งเล่นมากที่สุดเป็นคนลุกไปเปิดประตูบ้านเอง

ยองแจทักทายซองจุน ประหลาดใจที่ได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาจากในบ้านดังมาก

“ยองแจมาแล้วเหรอ” แจ็คสันดีอกดีใจ กลัวว่ายองแจจะมาไม่ได้

“สวัสดีครับ ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีว่าติดงานนิดหน่อย” ยองแจโค้งให้ทุกคน ส่งถุงบรรจุกล่องของขวัญให้แจ็คสัน เพราะแจ็คสันบอกว่าหลังงานเลี้ยงทุกคนจะแลกของขวัญกันด้วย

เซเรน่ากวักมือเรียกยองแจให้เขามานั่งใกล้ตนทันที ยองแจเกร็งอยู่บ้าง แต่เพราะเป็นคนที่ปรับตัวไว และร่าเริงสดใส ก่อนมื้อค่ำเขาก็สนิทกับครอบครัวแจ็คสันเรียบร้อยแล้ว

มาร์คปฏิบัติตัวกับแม่ของคริสและแจ็คสันได้อย่างปกติ สมกับเป็นดาราที่แสดงได้อย่างสมบทบาท ขณะที่เอ็มม่าและเซเรน่าไม่ได้พูดกับมาร์คมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะทุกคนรู้ว่าสองคนนี้เฉยชากับมาร์คมาแต่ไหนแต่ไร มาร์คเป็นคนบอกไม่ให้เอ็มม่าและเซเรน่าทำดีกับเขามากนัก เพราะเขาไม่ต้องการ

มื้อค่ำคืนคริสต์มาสนั้นจัดเต็มมาก อาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ ที่คุณป๊ารังสรรค์ขึ้นมานั้นเริ่มจากซุปก่อนเลย ทานคู่กับขนมปัง ต่อด้วยหอยนางรมสดบีบมะนาว และปลาเนื้อขาวราดซอสกุ้ง

แบมแบมพาป๊าไปจ่ายตลาด เขายังถามย้ำนักหนาว่าเมนูที่ป๊าจะทำคือเมนูเรียกน้ำย่อยจริงๆ หรือเปล่า แบมแบมว่ามันไม่ค่อยเบานะ แต่ป๊ายืนยันว่าเรียกน้ำย่อย แบมแบมก็ต้องเชื่อ ซื้อของกับป๊า แบมแบมเหนื่อยมาก ป๊าเป็นคนพิถีพิถันสุด แถมเป็นการซื้อของที่ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร ต้องอยู่ท่ามกลางคนหล่อสามคน คนอื่นที่มาจ่ายตลาดก็มองไง พอแบมเผลอบ่นหน่อย ป๊าหัวเราะซะจนเขาอยากงอนเลยล่ะ  

“เอ้า” พอได้เริ่มทานจานหลักกันอย่างจริงจัง เอ็ดเวิร์ดก็ลงมือหั่นแบ่งไก่อบตัวใหญ่ใส่จานให้ทุกคน คนที่นั่งใกล้อย่างคริสและมาร์คก็ทำหน้าที่ส่งต่อให้จนครบทุกคนในโต๊ะ โต๊ะอาหารบ้านแบมแบมไม่พอกับจำนวนคน พี่ซองจุนและพี่คุณต้องไปเอาโต๊ะบ้านตัวเองมาเพิ่ม จานหลักแบมแบมทำแค่ไก่อบยัดไส้เกาลัด ไส้กรอก พายเนื้อ และเบคอนเท่านั้น

            “เดี๋ยวค่อยจัดการจานชามก็ได้จ้ะ มาทานของหวานกันก่อนเถอะ” เมริสาบอกฮันบิน เยอึน และยูคยอมที่ช่วยกันลำเลียงเอาจานอาหารคาวและจานของทุกคนไปไว้ในครัว

            “แฝดตื่นแล้วเหรอ” มาร์คมองลูกชายที่อยู่ในอ้อมแขนยองแจ คุณนักร้องอุ้มตาหนูออกมาจากห้องนอน แกยกมือขยี้ตาก่อนซบดวงหน้าเล็กกับอกอุ่นของยองแจ คนอุ้มยิ้มกว้าง ทั้งรักและเอ็นดูจนอยากเอาไปเลี้ยงที่บ้าน

“เพิ่งตื่นครับ แกทำพี่สาวตื่นมาด้วยเลย แบมแบมจัดการอยู่ในห้อง ยองแจเลยพาแกออกมาก่อนน่ะครับ” ยองแจก้มลงจูบแก้มกลมยุ้ยของเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยความเอ็นดู

ยองแจเป็นลูกคนเล็กแต่รักเด็กมาก อยากมีน้องสักคนมานานแล้ว

“ตาหนูหิวหรือยังจ๊ะ” พอแฝดตื่น ทุกคนก็ตื่นตัว ชูมือชูไม้ขอแกจากยองแจ อยากจะฟัดหอม ห้องนั่งเล่นครึกครื้นคึกคักขึ้นมาทันทีเมื่อเจ้าตัวน้อยมาร่วมวง

“จะทานพุดดิ้งหรือเค้กก่อนดีครับ” ยูคยอมถามทุกคน บางคนขอพุดดิ้ง บางคนขอเค้ก

ยูคยอมนับคนว่าใครต้องการอะไรแล้วกลับไปเอาของหวานมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมของพุดดิ้งลอยเข้าจมูกทุกคนเมื่อมันถูกราดบรั่นดีแล้วจุดไฟเพิ่มความหอม

“โอ่ย กลิ่นอะไร น่ากินจังเลย” แบมแบมกระเตงยัยหนูที่ตาแดงหน้าแดงออกมาจากในห้องนอนด้วย สองแม่ลูกสภาพเหมือนไปฟัดกันมา พอยัยหนูเห็นพ่อก็เบะปากชูมือหาทันที

“รู้มาก!” แบมแบมว่าลูกสาวคำหนึ่งเมื่อแกสิ้นเยื่อใยกับแม่ ใช่สิ! กินนมแม่จนอิ่มแล้วนี่ แม่หมดความหมายแล้วใช่ไหมล่ะ

“อย่าว่าลูกแบบนั้นสิครับพี่แบม” ฮันบินตีแบมแบม ร่างบางไม่สนใจ ร้องขอพุดดิ้งจากยูคยอมมากิน ทะเลาะกับคุณนาคินทร์ยังไม่เหนื่อยเท่ารบกับอาบิเกลเลย

“อยากกินเหรอเบนจามิน ยังกินไม่ได้นะ นู่นๆ ไปดูต้นคริสต์มาสกันดีกว่าเนอะ” แจ็คสันรับเบนจามินมาจากยองแจ ตาหนูพยายามเอนตัวเข้าหาเค้กขอนไม้สวยงาม มือเล็กจะจุ่มลงไปบนเค้กอยู่แล้ว

เค้กรูปขอนไม้จากร้านขนมหวานทำจากแผ่นสปันจ์เค้กที่ม้วนจนกลม ตกแต่งด้วยครีมสีน้ำตาลให้ดูคล้ายเปลือกไม้ ไอซิ่งแทนหิมะ เมอร์แรงเป็นเห็ด และปิดท้ายด้วยผลราสเบอร์รี่กับลูกสน สวยจนทุกคนไม่อยากจะให้คนทำตัดแบ่งเลย

แจ็คสันชี้ชวนตาหนูให้ดูของประดับต้นคริสต์มาสจนแกลืมเค้ก เด็กน้อยยิ้มหวาน อารมณ์ดีขึ้นมาก

“แบมแบม! ทำไมทำกับลูกแบบนั้น” แทฮยองตกใจเมื่อแบมแบมเอาตัวยัยหนูใส่ลงไปในถุงเท้าขนาดใหญ่สีแดงที่ใช้ประดับต้นคริสต์มาส แบมแบมหันมายิ้มให้แทฮยองก่อนจะค่อยๆ วางยัยหนูลงนอน ยัยหนูนอนหงายดิ้นไปมา จากนั้นขอตัวเบนจามินมาจากแจ็คสัน อุ้มมานอนเคียงกันกับพี่สาวบนพรมสีขาวที่ตัดกับถุงเท้าสีแดงจนเด่น

“ยูคยอมไปเอากล้องในห้องฉันมาหน่อยดิ” คุณแม่สั่งเพื่อนพลางขยับตัวจัดวางกล่องของขวัญและของประดับให้ไม่แย่งซีนลูกน้อยทั้งสอง

“ห้องทำงานอ่ะนะ”

“เออ วางอยู่บนโต๊ะเลย” พอแบมแบมพูดถึงกล้อง ทุกคนก็เข้าใจทันทีว่าแบมแบมอยากจะทำอะไร

“อย่าดิ้นสิน้องเกล แด๊ดดี๊มานี่หน่อย” แบมแบมร้องหาตัวช่วยที่จะทำให้ยัยหนูอยู่นิ่งๆ ในถุงเท้า เพราะแกดิ้นจนจะหลุดออกมาจากถุงเท้าได้อยู่แล้ว แรงเยอะจริงติดแด๊ดดี๊มารึไง?

“เอาหมวกมาด้วยๆ สองใบเลย” แบมแบมชี้ให้มาร์คหยิบหมวกคริสต์มาสสีแดงมาให้ แบมแบมสวมหมวกลงบนศีรษะลูกทั้งสอง จัดวางเอียงๆ ให้ดูน่ารัก

“อ้ะแบม”

แบมแบมหันไปขอบใจเพื่อนแล้วรับกล้องมา

“พี่มาร์คหรี่ไฟหน่อย” มีสามีต้องใช้นะ สามีคือคนที่ทำได้ทุกสิ่งเอเวอร์ธิง จะใช้คนอื่นแบมแบมก็เกรงใจ ฮะฮะ

“โอเค” คุณช่างภาพพอใจกับองค์ประกอบทุกอย่างแล้วก็ได้เวลากดชัทเตอร์สักที

พี่มาร์คเห่อลูกแบบเปิดเผย หลงลูกออกนอกหน้าทุกวัน ต่างกับแบมแบมที่นานๆ จะเห่อที แต่เห่อแล้วแบมแบมจัดเต็มมากนะ

“อ๊าน่ารัก” แบมแบมกดถ่ายจนเพลินไปเลย อาบิเกลและเบนจามินน่ารักสุดๆ

“เออ ลูกหมูสองตัวของแกนี่เอาไปเป็นนางแบบนายแบบได้เลยนะเนี่ย” นิชคุณเดินมากอดอกมองหลานตัวกลมทั้งสอง แบมแบมหันมาค้อน

“ลูกคนนะ เรียกเป็นตัวได้ไง”

“แกไม่ใช่หมูเหรอ? ตัวกลมพอกับลูกเชียว”

“เขาเรียกมีน้ำมีนวลเว้ย คลอดลูกมาได้แค่สามเดือนเองจะให้สลิมไปไหน”

“ข้ออ้างป้ะวะ”

“ไม่เถียงด้วยแล้ว” แบมแบมฉวยลูกหมูเพศผู้ขึ้นมาอุ้ม เอากลับไปนั่งโซฟาด้วยกัน

“ดูมันอุ้มลูก” ยูคยอมเพลียเหลือเกิน ทุกคนหัวเราะขำแบมแบม ทั้งขำและสงสารเบนจามินที่โดนแม่อุ้มเหมือนเป็นลูกหมูจริงๆ

“น่าจะให้น้องแจยองมาด้วย” ฮันบินมองบรรยากาศสุขสันต์แล้วคิดถึงยัยหนูของพี่จินยอง

“พรุ่งนี้ก็งานแต่งแล้ว ต้องให้เขาเตรียมตัวเตรียมงานบ้าง” มาร์คอุ้มลูกสาว ดึงถุงเท้าออกจากตัวแก วันนี้เขาก็ไปช่วยงานมาแต่ยัยหนูโยเยเลยเปลี่ยนกับแบมแบม พรุ่งนี้แบมแบมก็ต้องตื่นแต่เช้าไปเป็นช่างภาพในงานแต่งด้วย

เพื่อนเจ้าสาวที่จะช่วยเจ้าสาวแต่งตัวและคอยอยู่ด้วยกันตลอดงานน่ะน่าประหลาดใจมาก คนคนนั้นคือพี่ซอนมี

พี่ซอนมีและพี่จินยองเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเลยล่ะ แต่ผิดใจกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต่างคนต่างมีทิฐิทำให้จากเพื่อนกลายเป็นคู่แข่ง เรียนจบก็ดันมาทำงานเหมือนกันอีกแต่คนละค่าย พอเรื่องเปิดเผยออกมาว่ามาร์คและแจ็คสันเป็นพี่น้องกัน พี่ซอนมีนี่ช็อกไปเลย ซอนมีและจินยองกลับมาคุยกันได้อีกครั้งเพราะสองพี่น้องต้วนพามาเจอกัน

สาวโสดอย่างซอนมีนั้นเป็นโรคภูมิแพ้เด็กและคนท้อง พอพี่จินยองยอมพูดด้วยก่อนซอนมีเลยทิ้งฟอร์ม หันมาคุยดีๆ กับจินยอง ตอนนี้กลายเป็นภาพชินตาไปแล้วถ้าเกิดมาร์คและแจ็คสันได้ร่วมงานกัน ทุกคนจะต้องเห็นผู้จัดการของทั้งคู่สุมหัวเม้าท์กันจนไม่สนใจดาราเลย

 

 

 

 

 

 

 

 “พี่มาร์คตั้งนาฬิกาปลุกให้หน่อย” มีพี่เยอึนและพี่คริสช่วยดูแลน้องแฝด แบมแบมสบายขึ้นมาก มีเวลาได้เคลียร์งานด้วย ช่วงก่อนปีใหม่งานถ่ายแบบเยอะมาก และพี่แจบอมไม่ว่างมาช่วยแบ่งเบางานเพราะต้องไปเตรียมงานแต่งของตัวเอง

“พรุ่งนี้จะตื่นกี่โมง”

“พี่เจบีให้ไปหกโมงอ่ะ จะให้ไปช่วยงานด้วยมั้ง” ลูกน้องทั้งหลายที่มีอยู่น้อยนิดก็ช่วยกันสุดตัว เพื่อวันสำคัญของเจ้านายที่เคารพ แบมแบมเองในฐานะศิษย์เอกเลยต้องอยู่ติดตัวบอสหน่อย

“ต้องตั้งไว้ตั้งแต่ตีห้าครึ่งเลยมั้ง” มาร์ครู้ว่าแบมแบมขี้เซา บางวันเขาลากไปวางในห้องน้ำยังไม่ตื่นเลย ต้องให้ดูแลตลอด

“แหม ถ้าตื่นก่อนก็เรียกเซ่ ต้องไปด้วยกันไม่ใช่หรือไง” พี่มาร์คพูดเหมือนไม่ไป ถ้าไม่ไปงานควีนเมเนเจอร์นะ พี่จินยองตามฆ่าพี่มาร์คไม่เหลือซากแน่

“พี่ต้องอยู่รอลูกตื่นแล้วพาแกไปด้วย”

“พี่เยอึนดูแลได้ เดี๋ยวพี่เขาก็พาไปเองแหละ ไม่รู้ล่ะ ปลุกด้วยนะ นอนแล้ว”

แบมแบมคลานขึ้นเตียง สะบัดผ้าห่มหนาคลุมตัว แด๊ดดี๊คลานตามขึ้นมา ทิ้งตัวลงนอนทับกลางพุงคนที่นอนอยู่ก่อน แบมแบมตีไหล่กว้างแรงๆ

“มาทับทำไมมันเจ็บนะ” แบมแบมเอ็ดคนที่ตัวไม่ใช่เบาๆ เลย มาร์คไม่กระดุกกระดิก กอดทั้งคนผ้าห่มเอาไว้ในอ้อมแขน นอนหนุนตัวแบมแบม กลิ่นหอมของผ้าห่มซักใหม่และกลิ่นโลชั่นจากตัวแบมแบมทำให้สดชื่นและสบายใจ ไม่มีใครที่ไหนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจเท่าคนในบ้านหรอก

“เรามาแต่งงานกันบ้างเถอะ”

“อยากแต่งเหรอ”

“อื้ม”

“ก็ได้ แต่งก็แต่ง ที่จริงไม่ต้องถามแล้วมั้ง พี่ปรึกษากับพี่คริสและป๊าเรียบร้อยแล้วนี่” แบมแบมเสยผมคนที่นอนซบเขา ท่าทางเกียจคร้านเหมือนหมาฝรั่งตัวโต

“รู้แล้วเหรอ พี่ตื่นเต้นนี่นา เดี๋ยวฉุกละหุกแล้วเตรียมอะไรไม่ทัน หลังปีใหม่พี่ว่าจะหาคนช่วยแล้ว แบมล่ะคิดว่าจะให้ใครช่วยดี”

แบมแบมนิ่งไปนิด ครุ่นคิด

“พ่อกับแม่แบมต้องดูแลงานทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเพื่อน คนที่จะช่วยงานได้ดีที่สุดแบมมีอยู่สี่คน ยูคยอมคนหนึ่งล่ะ ไอ้มี่มันอยู่กับแบมมาตั้งแต่เกรด 7 มันรู้ใจแบมที่สุด และเพื่อนที่เมืองไทยที่สนิทกันมากจนช่วยงานได้ดีก็มีอยู่สามคน”

“สามคนเชียวเหรอ?”

“ใช่แล้ว เพื่อนรักมากๆ ด้วย เดี๋ยวไปไทยแบมจะแนะนำให้รู้จัก”

“ดีจังเลยนะ”

“แหม ทำเป็นพูด พี่ไม่มีเพื่อนหรือไง” แบมแบมยกมือตีหน้าผากมาร์ค แด๊ดดี๊จับมือหม่ามี๊มาจูบ

“มี แต่ไม่ได้เจอกันมานานมาก”

“เพื่อนที่นี่ล่ะ”

“ไม่มี”

“น่าสงสารชะมัด” แบมแบมเห็นใจนะ แต่คนที่บอกว่าตัวเองไร้เพื่อนจะไม่ได้สะทกสะท้านอะไร อยู่คนเดียวมาจนชิน

“ไม่หรอก ไม่มีเพื่อนพี่ก็อยู่ได้น่า เลิกคุยดีกว่า นอนๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ปลุกไม่ตื่นอีก”

“อืม” แบมแบมขยับตัวให้พี่มาร์ครู้ว่าควรนอนได้แล้ว มาร์คพลิกตัวนอนคว่ำ หอมแก้มราตรีสวัสดิ์

 

 

 

 

 

 

 

 

งานแต่งงานของเจ้านายที่รักของแบมแบมนั้น งานเริ่มห้าโมงเช้า แต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่หกโมงเช้า ช่างแต่งหน้าและช่างผมก็ลูกน้องฝีมือฉมังของบอสเอง บอสเรียกตัวลูกน้องทุกคนไม่เว้นแบมแบมไปที่บ้านอิมตั้งแต่เช้าเชียว

“แบมแบม นี่แกตื่นรึยัง?” บอสคนหล่อเท้าเอวถามลูกน้องคนโปรด

“อ่า ตื่นแล้วบอส” งานของบอสไม่อยากให้มันทางการมากเกิน ใครจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนมาก็ได้ แบมแบมเลยจัดเสื้อคอเต่าสีดำเข้ากับกางเกงยีนพอดีตัวสีเข้ม พ่วงด้วยเสื้อโค้ทสีแดงอีกตัว แต่งแบบไม่มีความคิดว่าจะแต่งอะไร

แบมแบมถอนหายใจ แค่ตื่นมารวมตัวที่บ้านบอสทันเวลาก็ดีแล้วนะ โดนพี่มาร์คด่ามาด้วยว่าขี้เซา

“ต้องถ่ายหน้าสดป้ะ?” แบมแบมเท้าคางมองบอสและพี่จินยองที่ถูกพี่ๆ ช่างหน้าช่างผมรุมล้อม

“อยากโดนต่อยเหรอแบมแบม” บอสเริ่มหงุดหงิดกับเสียงโหวกเหวกใกล้หู ลูกน้องชายหญิงต่างกรี๊ดกร๊าดที่ได้จับตัวบอสแปลงโฉมเป็นเจ้าบ่าวสุดหล่อ นานๆ ทีจะได้เอาคืน

 “โอ๊ย! บอสจะเรียกแบมมาทำไมแต่เช้าเนี่ย ไม่มีอะไรทำเลย แบมล่วงหน้าไปโรงแรมก่อนแล้วกันนะ จะไปช่วยดูแลความเรียบร้อยที่งานให้” แบมแบมนั่งรอจนหลับไปหลายตื่น อย่าว่าแต่แบมแบมคอยจนหลับ จินยองเองก็หลับไปแล้วเหมือนกัน

ใช้เวลาในการแต่งหน้าทำผมร่วม 3 ชั่วโมง จินยองเพลียมากจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

งานของแจบอมนั้นไม่ได้จัดอย่างอลังการงานสร้างมีนางแบบมาเดินตามที่เจ้าตัวหวัง เพราะจินยองขอเอาไว้ ยังอยู่ในช่วงแพ้ท้องอยู่เลย ปวดหัวบ้างล่ะ ยืนนานๆ ไม่ไหวบ้างล่ะ บอสบีเลยต้องจัดงานที่สะดวกกับเจ้าสาวเขามากที่สุด

ถึงจะไม่ใช่งานในฝันของแจบอม แต่คนมาร่วมงานเยอะกว่าที่เขาคาดไว้มาก เพราะเหล่านายแบบนางแบบ และเซเลบริตี้ที่เคยผ่านกล้องและนับถือแจบอมมากันเยอะ เพื่อนในวงการช่างภาพทั้งในและต่างประเทศ ถ้าไม่ติดงานกันก็มาร่วม รวมไปถึงเพื่อนคนสำคัญของคุณนายอิมเขาด้วย งานแต่งของอิมแจบอมเลยมีนักข่าวสนใจมาก ซึ่งจินยองบอกเลยว่าไม่ปลื้ม

งานแต่งงานในฝันของจินยองคือการแต่งแบบเรียบง่ายเท่านั้น ไม่อยากได้อะไรที่เป็นเหมือนงานรวมเหล่าคนดัง

ห้องที่ใช้จัดพิธีแต่งงานของบอสเป็นห้องในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง งานนี้เจ้าบ่าวทุ่มทุนเนรมิตงานไปกว่าสองร้อยล้านวอน เฉพาะแค่พิธีสาบานตนก็ใช้เงินไปกว่าร้อยล้านวอน มีแขกประมาณ 700-800 คน  แบมแบมอยู่เกาหลีมานานพอจะรู้ว่ามีแต่คนรวยมากๆ เท่านั้นที่จัดในโรงแรมได้ เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก ส่วนใหญ่งานแต่งงานที่แบมแบมเคยไปเป็นเพื่อนน้าเมย์และน้าแทฮยองมันเป็นงานที่จัดใน  wedding hall จะมีห้องทำพิธี ห้องอาหาร และห้องอื่นๆ ไว้พร้อมสรรพอยู่แล้ว ราคาจะถูกหรือแพงแล้วแต่เราเลือก

เรียกว่างานนี้พี่แจบอมจัดหนักจัดเต็มมากๆ

 ห้องสำหรับจัดพิธีแต่งนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีขาว ทอง และครีม มีเปียโนสีขาวหลังใหญ่อยู่ทางด้านขวาของเวที ตรงกลางข้างล่างคือทางเดินสำหรับคู่บ่าวสาว ซึ่งประดับตกแต่งด้วยเชิงเทียนสวยงาม ดอกไม้สีขาวซึ่งดอกไม้โปรดของเจ้าสาว สองข้างจะเป็นที่นั่งสำหรับแขกที่มาร่วมงาน ห้องในโรงแรมนั้นสามารถรองรับเหล่าคนดังได้อย่างไม่อึดอัดเกินไป

ความจริงงานแต่งของบอสนั้นคาดการณ์ไว้ว่าจะใช้เวลาร่วมๆ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ก่อนจะถึงเวลาทำพิธี เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องเตรียมตัวก่อนหน้านั้นหลายชั่วโมง

หน้าที่จัดงานคนเยอะมาก แบมแบมไปถึงก่อนเวลา จึงได้กดชัทเตอร์ให้ปู่และพ่อแม่ของบอสกับแม่และญาติของพี่จินยองพร้อมดอกไม้อวยพรจากสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ก่อน เพราะบอสรู้จักคนมากมายหลายวงการ

รูปถ่ายพรีเวดดิ้งฝีมือแบมแบมถูกวางหน้างาน สวยเด่นสะดุดตาที่สุด เจ้าสาวซ้วยสวย เจ้าบ่าวถ้าไม่ยิ้มให้เห็นฟันก็หล่อมาก ฮะฮะ

 

 

 

 

 

 “เฮ้อ ช่างคิดได้นะ มาแต่งตอนท้องสี่เดือนเนี่ย” ซอนมีบ่นคนท้องที่อยู่ในชุดขาว สวยด้วยกลมด้วย ตัวกลมไปหมดเลย จินยองเหล่มอง บิดแขนคนพูดเล็กน้อย ซอนมีโอดโอย

“จะบ่นไปบ่นพี่แจบอมเซ่”

“โอ้ย! เจ็บนะ” แบมแบมหัวเราะขำสองเพื่อนที่มัวแต่ทะเลาะกันไปมา

จินยองตื่นเต้นและกังวลมาก ถ้าไม่มีแบมแบมและซอนมีคุยเป็นเพื่อนต้องเครียดมากกว่านี้แน่

ก่อนพิธีนั้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะไม่ได้ออกไปยืนต้อนรับแขกด้วยกันกับพ่อแม่หรอก จินยองต้องมานั่งเก็บตัวในห้องเทกีชีลรอให้คนมาถ่ายรูป ระหว่างที่อยู่ในห้องรอก็จะมีเพื่อนและญาติๆ เข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพด้วยมากมาย คุณยูนาก็บอกเอาไว้ว่าอย่ายิ้มเยอะ ตอนจินยองเผลอยิ้มกว้างเวลาเพื่อนๆ มาถ่ายรูปด้วยก็โดนแม่เอ็ดเข้าให้ว่ายิ้มน้อยๆ หน่อย ต้องสำรวมให้มาก  

 “งานแต่งเกาหลีนี่เข้มงวดจังเลยเนอะ ดีใจก็ไม่ได้” พอคุณยูนาออกจากห้องไป แบมแบมอดเปรยออกมาไม่ได้ สงสารพี่จินยองที่โดนแม่ดุ เจ้าสาวออกจะสวย ให้นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นไปได้

“ทำไงได้ล่ะจ๊ะ มันเป็นพิธีสำคัญนี่นา” ซอนมีเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเกร็งกันไปหมด แค่จะแต่งงานเนี่ย เห็นแล้วเธอไม่อยากจะแต่งเลย

“ต่างจากงานแต่งไทยเลยครับพี่ซอนมี ที่ไทยงานจะคึกคักร่าเริงกันสุดๆ” เมื่อพูดกันมาถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวเลยมีเรื่องคุยกับแบมแบมให้หายเบื่อไปได้บ้าง

 

 

 

 

 

เมื่อถึงเวลาเริ่มพิธี แขกทุกคนนั่งประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว โดยฝั่งซ้ายของเวทีจะเป็นแขกฝั่งเจ้าบ่าว ฝั่งขวาจะเป็นแขกของเจ้าสาว พิธีที่ทำนั้นเหมือนในโบสถ์ทุกประการ ตามปกติแล้วเจ้าบ่าวต้องยืนรอที่หน้าแท่นพิธี และคุณพ่อจะต้องพาเจ้าสาวเข้างาน แต่ว่างานนี้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย คือแจบอมและจินยองจะเดินเข้าไปด้วยกัน

            มาร์คนั้นนั่งอยู่ในที่เก้าอี้แถวแรกของฝั่งเจ้าสาว ไม่เกินความคาดหมายของแขกเหรื่อและนักข่าวที่ได้เจอคุณซุปเปอร์สตาร์ของเอเชียในงานนี้ ส่วนแบมแบมนั้นตั้งแต่มาที่ห้องจัดงานยังไม่ได้นั่งเลยเพราะต้องเก็บภาพความทรงจำไว้ทุกช็อต

ยูนาและยุนฮีเดินเข้ามาในงานพร้อมกันเพื่อไปจุดเทียนเริ่มพิธี ทั้งคู่คำนับให้แก่กัน คำนับแขก แล้วถึงจะแยกย้ายไปเข้านั่งประจำที่คนละฝั่งของเวที

เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงก็ต้องคำนับให้ผู้ใหญ่ฝ่ายพี่แจบอมก่อนถึงจะเริ่มทำพิธีสาบานตนได้  

เมื่อถึงช่วงกล่าวคำอวยพร ตัวแทนกล่าวที่เป็นเพื่อนของเจ้าบ่าวคือช่างภาพชื่อดังคนหนึ่งในวงการโฆษณา ส่วนของเจ้าสาวนั้นคือมาร์ค

“อ่า..คุณดูจุนทำให้ผมประหม่านะครับ พูดไว้ซะดีเชียวแล้วผมจะอวยพรอะไรบ่าวสาวดีล่ะเนี่ย”

 คำพูดของมาร์คเรียกเสียงหัวเราะจากแขกทุกคนได้เป็นอย่างดี ดูจุนในชุดสูทสุภาพหล่อเหลายกหลังมือขึ้นปิดริมฝีปาก หัวเราะอย่างมีมารยาท

มาร์คตื่นเต้น เขาดึงแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวตรงข้อศอกที่พับเอาไว้แล้วเล็กน้อย ขายาวใต้กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มขยับมาด้านหน้าเล็กน้อย จับไมค์มองไปที่เจ้าสาวคนสวย จินยองพยักหน้าให้เล็กน้อย ยิ้มให้กำลังใจ ประมาณว่าแกอยากจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ

“ก็อ่า..ตื่นเต้นชะมัด” คุณซุปตาร์ยกมือขึ้นลูบอกของตนเบาๆ “ถ้าให้พูดคงนานแฮะ ฉันบอกนายแล้วนะเนียร์ว่าอย่าเลือกฉันขึ้นมา”

ควีนเมเนเจอร์คนเก่งส่ายหน้าเล็กน้อย ยิ้ม ขยับปากไม่มีเสียงว่าไม่เป็นไร

“เริ่มจากเจ้าบ่าวก่อนแล้วกัน พูดกันตามตรงผมไม่ค่อยรู้จักคุณแจบอมดีเท่าไรนัก นอกจากเคยร่วมงานกันและเขาเป็นเจ้านายของภรรยาผม แต่ผมเชื่อมั่นในตัวภรรยาว่าคนที่เขานับถือสุดหัวใจต้องเป็นคนดีมาก”

แจบอมยกนิ้วหัวแม่มือให้ว่าพูดดีมาก มาร์คพยักหน้ารับ อมยิ้ม

“ผมจดโน้ตมาด้วยนะ กันลืม กลัวว่าจะพูดอะไรตกหล่น” มาร์คหยิบกระดาษที่ใช้ร่างคำอวยพรออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ภรรยาผมเขาร่างให้น่ะ ทางการชะมัด เขาคงกลัวผมจะนินทาเจ้าบ่าวเจ้าสาว”

ทุกคนหัวเราะออกมาอีกครั้ง หลายสายตามองหาช่างภาพคนสวยที่เดินทั่วงานทันที แบมแบมยืนตัวลีบ ทำปากขมุบขมิบว่าพี่มาร์คที่นอกเรื่องอยู่ได้

“แต่..ผมไม่ค่อยชอบอ่าน เอาเป็นว่าจะพูดจากใจเลยแล้วกัน” มาร์คพับโน้ตใบนั้นเก็บลงกระเป๋ากางเกงด้านหลัง

“เนียร์..อ่า จินยองน่ะ ผมอยู่กับเขามาหลายปี เขาเป็นยิ่งกว่าพี่ เขาเป็นเหมือนแม่ผมอีกคนเลยนะ จินยองขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ลำบาก นายต้องทำงานหนักทุกวันเพื่อคอยดูแลฉันมาตลอด เหนื่อยมากใช่ไหมจินยองงี่ ขอบคุณมาก ต่อจากนี้นายเองก็จะมีคนดูแลแล้วเช่นกัน ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างนายตอนนี้ เขาจะยืนอยู่ตรงนั้นไปตลอดชีวิต”

ซุปเปอร์สตาร์สุดหล่อเม้มปากเล็กน้อย กระพริบตาเพื่อไม่ให้น้ำตาเอ่อคลอ แต่คนฟังอย่างจินยองนั้นร้องไห้ไปแล้ว แจบอมหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อสูทซับน้ำตาให้เจ้าสาว โอบบ่าเล็กไว้ เอ่ยปลอบโยนด้วยรอยยิ้ม

“ขอให้มีความสุขนะ ตลอดไป..ในทุกๆ วัน คงไม่ต้องอวยพรให้รักกันไปนานๆ หรอกใช่ไหม เพราะคุณแจบอมเขารักนายมากอยู่แล้ว และคงไม่มีวันรักนายน้อยลง ฉันดีใจจริงๆ ที่เห็นนายในวันสำคัญอย่างนี้ ได้เห็นนายอยู่กับคนที่นายรัก เขาก็รักและพร้อมจะปกป้องดูแลนายเช่นกัน”

จินยองกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น มองหน้ามาร์ค พยายามกลั้นน้ำตา แต่มันซาบซึ้งจนอดร้องไห้ไม่ได้

 “เนียร์ยินดีด้วยนะพี่ชาย” เจ้าสาวปล่อยโฮ เดินไปสวมกอดมาร์คไว้แน่น มาร์คก็เปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆ ของเขาเช่นกัน

“ขอบใจ..ฮึก..นะมาร์ค”

“ไม่เป็นไร อย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวหน้าลบแล้วไม่สวยหรอก” มาร์คโอบจินยองเอาไว้ในอ้อมกอด ยินดีกับผู้จัดการจากใจจริง

 

 

 

 

 

 

หลังจากฟังดนตรีหวานๆ จากเพื่อนของเจ้าบ่าวจบ บ่าวสาวก็ต้องคำนับพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเริ่มที่ฝ่ายเจ้าสาวต่อด้วยฝ่ายเจ้าบ่าว และโค้งคำนับให้คนมาร่วมงาน ตามธรรมเนียมนั้นพี่แจบอมนั้นต้องคำนับแบบถึงพื้น แต่เจ้าสาวทำตามไม่ได้เนื่องจากติดท้อง จินยองจึงทำได้เพียงแค่ยืนโค้งเท่านั้น

ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น แบมแบมแปลกใจเมื่องานเสร็จไวมาก ใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็จบพิธีแล้ว

“พี่มาร์ค ไวไปป้ะ?” แบมแบมหลบแวบมายืนคุยกับพี่มาร์ค

“ดูสภาพเจ้าสาวสิ จะอ้วกอยู่ทุกสามนาที” มาร์คกระซิบแบมแบม ร่างบางพยักหน้าเข้าใจคนแพ้ท้อง “แต่เนียร์บอกพี่ว่าเดี๋ยวจะจัดงานแบบกันเองอีกทีน่ะ งานพิธีการก็จัดเพื่อให้ทุกคนรับรู้เฉยๆ”

“บอสก็อยากจะจัดตามใจพี่จินยองเหมือนกัน แบมไปถ่ายรูปให้บอสแป๊บ” แบมแบมสะพายสายกล้องเดินไปทางเจ้าบ่าวเจ้าสาว อาการเจ้าสาวไม่ดีจริงๆ ด้วย แบมแบมเห็นหน้าพี่จินยองซีดมาก

พิธียังไม่จบดี มันมีพิธีถ่ายภาพด้วย! แบมแบมก็งงๆ ว่าต้องจริงจังกันขนาดนี้เลยเหรอ แค่ถ่ายรูปนะ แต่บอสสั่งให้ถ่ายก็ต้องถ่ายเนอะ ใครจะขัดบัญชานายท่านได้เล่า

การถ่ายก็จะเริ่มจากพ่อแม่ทั้งสองฝั่งมาถ่ายร่วมกัน จากนั้นถ่ายเฉพาะบ้านพี่แจบอม เฉพาะบ้านพี่จินยอง ซึ่งพี่มาร์คก็ถือเป็นคนในครอบครัวของพี่จินยองได้มารวมอยู่ในเฟลมนี้พร้อมน้องแจยองด้วย ต่อมาเป็นการถ่ายรวมญาติ รวมเพื่อน และสุดท้ายคือการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

เวลาโยนช่อดอกไม้นี้จะไม่เหมือนที่อื่นๆ เพราะจะมีการเลือกคนที่รับไว้อยู่แล้ว และเรียกให้คนนั้น ออกมารับคนเดียว ไม่มีการแย่งอะไรกันเลย แบมแบมคิดว่ามันน่าเบื่อมาก และคนที่เจ้าสาวเลือกมารับช่อดอกไม้ก็คือพี่ซอนมี แบมแบมน่ะตลกตอนที่พี่ซอนมีเปลี่ยนใจเอาตอนสุดท้ายจะไม่ออกมารับ ต้องถูกผลักและดันออกมา พี่แกไม่อยากกลายเป็นเจ้าสาวคนต่อไป บอกว่าจะเป็นสาวโสดให้ผู้ชายเสียดายเล่น

หลังจากโยนดอกไม้ก็มาจบด้วยการถ่ายรูปอีกครั้งซึ่งแหวกแนวมาก ไม่มีการยืนนิ่งเหมือนถ่ายรูปติดบัตรอย่างงานอื่น ช่างภาพจำเป็นขอร้องให้ทุกคนทำท่าอะไรก็ได้ให้สดใสร่าเริง เอาท่าทางบ้าๆ ก็ได้ และเพราะคนถ่ายเป็นคนกันเอง งานเลยดี ไว สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อเหมือนงานอื่นๆ

แบมแบมมายิ้มแก้มปริก็ตอนที่บอสบีบอกว่าบอสจะเพิ่มโบนัสปลายปีให้นี่แหละ

“ไหวไหมจินยอง” แจบอมประคองเจ้าสาวไว้ จินยองยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไหว

หลังจากถ่ายรูปกับครอบครัวและทุกคนเสร็จแล้ว เจ้าสาวก็ต้องขอพักก่อนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับพิธีต่อไป

“ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงอยากจะแต่งงานนัก” จินยองเลือกเอาช่างภาพส่วนตัวเป็นที่ระบาย เมื่อสามีหมาดๆ เดินคล้อยหลังไปหาแม่ แบมแบมคอยยื่นยาดมให้เจ้าสาวแก้วิงเวียน

“ทำไมเหรอครับพี่เนียร์”

“มันเหนื่อยน่ะสิ ชุดแต่งงานนับรวมๆ แล้วทั้งหมด 5 ชุดเชียวนะ”

พรีเวดดิ้งสองชุด ในงานอีกสามชุด ถ้าไม่ท้องนี่จินยองพร้อมสู้มาก  ไปทำงานกับมาร์คยังไม่เหนื่อยเท่านี้ เขาไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ในงานแต่งมีแต่สายตาคนจับจ้อง จินยองไม่ไหวจริงๆ เขาจะรู้สึกเครียด พอเครียดก็ยิ่งวิงเวียน พอเวียนหัวก็จะอ้วก มันโยงเป็นลูกโซ่กันไปหมด  

“ใจเย็นนะครับ อีกนิดก็เสร็จแล้วเนอะ เดี๋ยวเจ้าตัวเล็กในท้องก็จะได้พักแล้วล่ะ” แบมแบมประคองคนท้องไว้ พยุงไปเปลี่ยนชุด

 

 

 

 

 

 

มาร์คกลายเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นให้หลานสาวคนสวยน้องแจยอง และต้องช่วยพี่เยอึนดูน้องแฝดด้วยเสร็จจากพิธีคริสต์เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดฮันบกธรรมดาก่อนเพื่อร่วมงานเลี้ยงกับแขก มีตัดเค้ก ดื่มฉลอง ธรรมดาทั่วไป แบมแบมเดินไปนู่นมานี่คอยถ่ายถาพ แอบอิจฉาคนที่ได้ทานอาหารกัน น่าอร่อยมาก ตั้งแต่เช้าแบมแบมยังไม่ได้กินอะไรเลย

“แบมแบม มากินข้าวก่อนเถอะจ้ะ” ยุนฮีร้องเรียก ยูนากวักมือเรียกร่างบางให้มาร่วมโต๊ะ แบมแบมรีบเดินมานั่งลงตรงกลางระหว่างคุณลูคัสพ่อเลี้ยงของบอสและพี่มาร์ค เจ้าแฝดแยกกันแล้ว เบนจามินอยู่กับคุณยุนฮี ส่วนอาบิเกลอยู่บนตักคุณยูนา ท่านทั้งสองหลงน้องแฝดมาก น้องแฝดก็ไม่งอแงเลย น่ารักมากๆ พ่อแม่หน้าบานที่มีแต่คนชมลูกว่าเลี้ยงง่ายมาก

แจยองวันนี้น่ารักมาก แกถักเปียเดี่ยวและสวมชุดฮันบกเสื้อสีครีมทองกระโปรงสีชมพู ห่างแม่ก็ไม่เป็นไรเพราะแจยองมีน้องแฝดไว้เล่นด้วยกัน แฝดมีพี่สาวคนสวยคอยหยอกล้อก็หัวเราะอารมณ์ดีตลอด

เสร็จจากงานเลี้ยงห้องนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต้องเปลี่ยนชุดอีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนเป็นชุดแต่งงานแบบเกาหลีที่สวยมาก ชุดเข้ากับบอสมากเลย หล่อสุดๆ

“บอส! อย่างกับพระเอกละครย้อนยุคแน่ะ เหมือนขุนนางสมัยก่อนชะมัด” แบมแบมเอาไหล่กระแซะเจ้านาย เอ่ยแซว บอสหัวเราะร่วน อารมณ์ดี ถูกใจที่โดนชม

“ขอบใจมาก”

ถ้าพี่แจบอมไม่เป็นช่างภาพก็ไปเป็นพระเอกละครได้เลยนะ พี่มาร์คมีหนาวแน่ๆ

พิธีต่อไปจะมีแต่แขกคนสำคัญและคนในครอบครัว เพราะห้องพิธีนี้รองรับแขกเป็นร้อยไม่ไหว มาร์คก็ได้อยู่ในห้องทำพีธีนี้ด้วย  

พิธีเริ่มจากคุณยุนฮีและคุณลูคัสมานั่งเคียงกันหน้าโต๊ะตัวเตี้ยที่วางของสำหรับประกอบพิธี แจบอมรินเหล้าใส่ถ้วยที่จินยองถือไว้ จากนั้นส่งให้คุณพ่อคุณแม่ดื่ม จากนั้นท่านทั้งสองก็อวยพรให้ และหยิบลูกกลมๆ รีๆ ที่ช่างภาพอย่างแบมแบมไม่รู้จักว่าคืออะไรโยนใส่ผ้าสีขาวลวดลายสวยงามที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวถือไว้คนละด้านเพื่อรองรับเจ้าลูกนั้นไว้

แบมแบมแอบกระซิบถามญาติพี่แจบอมได้ความว่ามันใช้เสี่ยงทายเรื่องลูก พ่อแม่สามีโยนมาลูกชายและสะใภ้ก็ต้องรับให้ได้ ถ้าได้ลูกใหญ่สีน้ำตาลเยอะกว่าคือลูกชาย ได้ลูกเล็กสีแดงคือลูกสาว เท่าที่แบมแบมสังเกตก็เห็นว่าท่าทางบอสบีจะได้ลูกสาวอีกคนซะล่ะมั้ง

ต่อจากพ่อแม่เจ้าบ่าวก็เป็นแม่เจ้าสาวและญาติๆ ที่ขึ้นไปนั่งแล้วอวยพร

พิธีของเกาหลีนั้นมีบางส่วนคล้ายกับของไทยอยู่บ้าง พิธีของไทยจะมีรับไหว้และผู้ใหญ่ให้เงินทอง ของเกาหลีทุกคนที่มาอวยพรก็ให้เงินใส่ซองมาเหมือนกัน แบมแบมกวาดดูด้วยสายตาก็เยอะมาก

พิธีจบก็จะเป็นการถ่ายรูปกับญาติๆ เหมือนเดิม จากนั้นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องมานั่งหันหน้าเข้าหากัน รินเหล้าให้อีกฝ่ายและดื่มร่วมกัน พี่จินยองแตะไปไม่กี่หยดเพราะท้องอยู่ พี่แจบอมเลยกินเองหมดซะเลย (แบมแบมคิดว่าพี่แจบอมอยากกินเองซะมากกว่า)

ผลไม้ลูกเล็กสีแดง(ที่แบมแบมไม่รู้จักอีกแล้ว)ที่แจบอมและจินยองต้องแย่งกันกัดก็มีความหมายว่า คนที่กัดได้มากกว่าคือคนที่มีอำนาจในบ้าน และเป็นไปตามคาดว่าพี่จินยองกัดได้มากกว่า แบมแบมได้ยินเสียงพี่มาร์คหัวเราะสะใจหรือชอบใจด้วยแหละ แต่ท่าทางจะสะใจมากกว่า

ถ้าจบงานแล้วพี่มาร์คโดนเจ้าบ่าวกระทืบนี่ แบมแบมออกตัวไว้ก่อนเลยว่าไม่ช่วยนะ สมน้ำหน้า

“พี่แจบอม อุ้มไหวเหรอ” จินยองหวั่น การจะจบพิธีได้ก็ต้องถูกเจ้าบ่าวแบกขึ้นหลังก่อน

จินยองอ้วนมากอ่ะ ฮือ แค่จินยองคนเดียวกับชุดแต่งงานพองๆ ก็หนักมากแล้วไง ยังมีตาหนูหรือยัยหนูในท้องอีก ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

“ไหวน่า ขึ้นมาเร็ว” แจบอมหัวเราะเมื่อจินยองทำหน้าไม่เชื่อสักเท่าไร แต่ร่างอวบอิ่มก็จำใจต้องขึ้นไปบนหลังเจ้าบ่าวที่ย่อกายรอ

“เฮ้อ..อิจฉาอ่ะ” มาร์คมองบ่าวสาวที่ดูมีความสุขหัวเราะร่าเริงท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคนแล้วเบ้ปากใส่แจบอม แบมแบมลดกล้องในมือลง หันมามองพี่มาร์ค

“ทำไมล่ะ”

“อยากแต่งบ้างอ่ะ!

“พี่เป็นเด็กอนุบาลเหรอ เอาแต่ใจชะมัด” มาร์คค้อนเมียที่ไม่สนใจไยดีเขาเลย

มาร์คหนีเมียไปหาจินยอง บอสบีเองก็แยกจากจินยองมาทางลูกน้องคนโปรด 

“ขอบใจมากนะแบมแบมที่ช่วยถ่ายรูปให้ตั้งแต่เช้าเลย” แจบอมตบบ่าบาง แบมแบมร้องอู้ย

“เจ็บนะบอส”

“โอ๋ๆ เจ็บจริงดิ” คุณเจ้าบ่าวในชุดแต่งงานโอบไหล่เล็กของลูกน้อง หัวเราะอารมณ์ดี ได้แต่งงานสมใจแล้วก็แบบนี้ล่ะ แบมแบมเจ็บแต่ก็อดหัวเราะออกมาด้วยไม่ได้

“จริงสิ ยังไม่ได้บอกเลย ยินดีด้วยนะครับพี่แจบอม” แบมแบมยินดีด้วยจริงๆ เขาดีใจที่พี่ชายที่เป็นทั้งเจ้านายและไอดอลของตนได้แต่งงานสมใจเขาเสียที

“ขอบใจมาก ถ้าแบมจะแต่งงานเดี๋ยวพี่ไปถ่ายรูปให้เอง ไม่ต้องจ้างใครเขาล่ะ”

แจบอมจองงานไว้ก่อนเลย จินยองบอกว่ามาร์คคุยเรื่องแต่งงานด้วยหลายครั้งแล้ว แต่แบมแบมกลับไม่ยอมพูดเรื่องนี้ให้เขาฟังเลย

“ขอบคุณมากนะครับ” แบมแบมตื่นเต้นนะ ไม่คิดว่าถ้าตัวเองได้มีโอกาสแต่งงานจะได้ไอดอลของตน ช่างภาพฝีมือระดับโลกมาถ่ายภาพงานแต่งให้ด้วย พี่แจบอมใจดีกับเขาเสมอเลย

จินยองนั่งขัดสมาธิกับพื้น ชุดพองบานจนไม่สามารถเห็นขาได้หรอกว่านั่งเรียบร้อยหรือเปล่า มาร์คทรุดลงนั่งข้างกัน ทั้งสองมองญาติๆ ของบ่าวสาวที่คุยกันเสียงดังไปหมด

“รู้สึกยังไงบ้างที่ได้แต่งงาน”

“ดี รู้สึกดี มีความสุขมากเลยถึงจะเวียนหัวไปหน่อยก็เถอะ” วันนี้เจ้าสาวสวยกว่าทุกวัน ใบหน้าอิ่มเอิบมีความสุข ยิ้มทั้งปากยิ้มทั้งดวงตา

“ยินดีด้วยนะ”

“บอกไปแล้วนี่”

“อยากบอกอีก”

“ขอบใจมาก” จินยองหลุบตามองคนที่นั่งเอนมาซบหัวกับไหล่เขา คุณแม่ลูกสองอมยิ้ม

“เป็นอะไร”

“เปล่า ดีใจด้วยเฉยๆ เนียร์ของฉันแต่งงานซะแล้ว คลอดเจ้าตัวเล็กแล้วนายจะยังทำงานกับฉันอยู่ไหมเนี่ย” มาร์คคงเหงาแย่ถ้าจินยองจะไม่ทำงานแล้ว แบมแบมบอกบ่อยๆ ว่าเจบีอยากให้จินยองเลิกทำงานสักที

“ทำสิ จนกว่านายจะเลิกเป็นดารานั่นแหละ” จินยองไม่เคยคิดที่จะลาออกจากงานไปไหน เขายังอยากทำงานในวงการ ได้ดูแลมาร์คต่อไป มันผูกพันจนไม่อยากเลิก แต่ถ้าตอนคลอดก็คงต้องลางานไปเลี้ยงลูกสักพักนั่นล่ะค่อยกลับมาทำใหม่

มาร์คยกนิ้วก้อยขึ้นมา จินยองส่ายหน้าน้อยๆ ยิ้มกว้าง ยกนิ้วไปเกี่ยวด้วย

 

 

 

 

 

 

            “แม่ขา! กลับมาแล้ว” สาวน้อยวัยห้าขวบกว่าสวมชุดนักเรียนวิ่งเข้ามาหาแม่คนสวยในห้องนั่งเล่น จินยองครึ่งนั่งครึ่งนอนบนเก้าอี้เอนยิ้มกว้าง แจยองปลดกระเป๋านักเรียนออกวางกับพื้นพรมแล้วทรุดลงนั่งกับพื้น เอาหูแนบท้องแม่เหมือนทุกวัน

            “กลับมาแล้วเหรอ หิวรึยังคะ ทำไมวันนี้กลับช้าจังเลย” สองพ่อลูกเพิ่งกลับมาถึงบ้านกันตอนเกือบสองทุ่ม มันช้าไปมากจากที่เคย

“แบมแบมไม่ไปทำงานน่ะ พี่เลี้ยงแฝดเขาไม่สบาย วันนี้พี่เลยต้องทำงานคนเดียว วานให้จูฮยอนไปรับยัยหนูไปอยู่สตูดิโอด้วยกันนี่ล่ะ”

ที่ทำงานของพ่อกับโรงเรียนของลูกใกล้กว่าบ้านกับโรงเรียน

ตั้งแต่แบมแบมเป็นช่างภาพมีชื่อ แบมแบมก็ช่วยแจบอมได้เยอะ แต่เขากับแบมแบมก็ต้องสลับกัน ต่างคนต่างมีธุระ  

“กินข้าวกันมาหรือยังครับ”

“ยัยหนูกินมาบ้างแล้วล่ะ ทุกคนกินกันหมดแล้วสินะ” แจบอมเดินมานั่งข้างจินยอง หอมแก้มนุ่มของคนที่กำลังมีน้ำมีนวลเพราะครรภ์แก่

“ครับ เรียบร้อยแล้ว พี่จะกินเลยไหม?” จินยองขยับลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากเล็กน้อย พรูลมหายใจออกมายาวๆ

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่ให้เด็กไปหาให้กินเอง จินยองกินอีกไหม วันนี้กินอะไรได้บ้างหรือเปล่า” แจบอมเป็นห่วง ใกล้คลอดแล้ว จินยองเครียดและกังวลจนกินอะไรไม่ค่อยได้

จินยองเม้มปากนิดๆ มองแจบอมอย่างชั่งใจอยู่ครู่

“พี่แจบอม”

“จ๋า”

“ถ้ายังไม่หิว..พาเนียร์ไปโรงพยาบาลหน่อย” จินยองพยายามพูดอย่างธรรมดา ไม่มีทีท่าตื่นเต้น เหมือนพูดถึงลมฟ้าอากาศทั่วไป ตาตี่ๆ ของสามีสุดหล่อเบิกกว้าง มือวางลงบนท้องกลมทันที

“ปวดท้องเหรอ?!

“อืมเนียร์ว่าครั้งนี้ไม่น่าจะเจ็บหลอกนะ มันไม่ค่อยปวดเท่าไร แต่มันก็ปวดคลอดแล้วน่ะ พี่เข้าใจเนียร์ไหม?”

คุณพ่อสติหลุดไปชั่วครู่เมื่อได้ยินว่า ปวดคลอด ต่างจากคุณแม่ที่มีสติ ไม่ค่อยแน่ใจตัวเอง เพราะมันยังไม่ถึงกำหนดคลอด เหลืออีกตั้งอาทิตย์หนึ่ง คราวนี้ปวดต่างกับคราวของแจยอง ไม่ได้ปวดมากมาย แต่สัญชาติญาณบอกเขาว่านี่ล่ะ เจ้าตัวน้อยกำลังจะออกมาดูโลกแล้วแหละ

จินยองรอให้พี่แจบอมกลับมาบ้านก่อนค่อยบอก เพราะรู้ว่าพี่แจบอมต้องตื่นเต้นจนลนแน่ๆ ถ้าโทรไปหาตอนยังไม่ถึงบ้าน คงอันตราย แจยองก็อยู่กับพ่อด้วย

“แจยองจ๊ะ โทรบอกคุณยายนะลูกว่าแม่ปวดท้อง” จินยองกดโทรศัพท์มือถือหาแม่ตัวเองที่ไปขลุกบ้านแม่ยุนฮี ยื่นให้ลูกสาว แจยองรับคำแข็งขัน

 “พี่แจบอม!! เฮ้! ดึงตัวเองกลับมาเดี๋ยวนี้นะ” จินยองเรียกสติสามีด้วยเสียงดัง แจบอมสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลนลานในชั่ววินาทีจนจินยองยังตกใจกับปฏิกิริยาของสามี

“ละ..แล้วพี่ต้องทำไงน่ะนยอง ต้องเตรียมรถก่อนเหรอ หรือว่าต้องเตรียมของ ไม่สิ! ต้องพานยองไปที่รถก่อนใช่ไหม?!

จินยองตาปริบๆ มองสามีที่สติแตกไปแล้ว ร่างอวบอิ่มค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน เกาะสามีพยุงตัว เขาตีแขนสามีอย่างแรง ชี้ไปที่กระเป๋าที่เขาให้เด็กรับใช้เตรียมไว้ให้เรียบร้อย

“ใจเย็นๆ นะ ตั้งสติ พี่ไปเตรียมรถเลย แล้วค่อยกลับมารับเนียร์”

“เดี๋ยว แล้วไม่ปวดท้องแบบปวดมากๆ เลยเหรอ ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า?” แจบอมยังไม่กล้าทิ้งไป มันไม่เหมือนในละครเหรอที่ต้องร้องโอดโอยแบบทรมานจะตายแล้ว อะไรแบบนั้นน่ะ!

“พี่ดูทีวีมากไปแล้ว มันก็ปวด แต่เนียร์ทนได้ มันอาจจะปวดมากกว่านี้ก็ได้ถ้าพี่ยังชักช้า” จินยองเอามือยันเอว เริ่มจะปวดมากขึ้นอีกนิดละ

แม่แต่ละคนอาการไม่เหมือนกัน จินยองคิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ต้องทรมานมาก

“โอเค พี่จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!” แจบอมวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างรวดเร็ว แจยองมองแม่ตาแป๋ว ยื่นโทรศัพท์คืนแม่

“คลอดคืออะไรคะ”

“คลอดก็คือน้องในท้องของแม่จะออกมาแล้วไงคะ น้องของแจยองที่อยู่ในนี้ไง อยากเจอหรือเปล่า?” จินยองยิ้มให้ลูกสาว จับมือแกไว้มือหนึ่งและฉวยกระเป๋าไว้ในมืออีกข้าง ค่อยๆ เดินไปหน้าบ้าน

แจยองกรี๊ดออกมาอย่างตื่นเต้น กระตุกมือแม่ใหญ่เลยว่าน้องจะออกมาเมื่อไร อยากเห็นน้องแล้ว

“อีกไม่นานหรอกจ้ะ คืนนี้แหละ อ่า เราโทรหาอามาร์คด้วยดีไหม”

“ดีค่ะๆ หนูพูดเอง” แจยองยื่นมือขอโทรศัพท์ของแม่ จินยองกดหามาร์คแล้วยื่นให้แจยอง

“นยอง! ไปโรงพยาบาลกัน!!

สองแม่ลูกสะดุ้งเฮือกเมื่อพ่อวิ่งพรวดเข้ามา

“นยองเดินช้า พี่อุ้มเอง!

จินยองถอนหายใจแขนหนึ่งโอบบ่าสามี อีกมือวางบนท้อง

พี่แจบอมนี่ตื่นเต้นตั้งแต่รู้ว่าท้องยันคลอดเลยแฮะ แต่ก็..น่ารักดี

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อถึงโรงพยาบาลจินยองก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัดเลย เพราะปวดท้องแล้ว พยาบาลก็เตรียมร่างกายคุณแม่ให้พร้อม มีเปิดเพลงในห้องเพื่อผ่อนคลายด้วย การคลอดน้องของแจยองนั้น คุณแม่ยังชิลกว่าคุณพ่อเสียอีก แจบอมตื่นเต้นมากเพราะไม่คิดว่าจะได้เข้ามาในห้องคลอดด้วย (แจยองรออยู่ข้างนอกกับคุณยาย คุณย่า และคุณปู่ที่ตามมาสมทบแล้ว) คุณแม่ที่มีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่งกลายเป็นฝ่ายปลอบใจสามีแทนว่าอย่ากลัวเลย แป๊บเดียวเดี๋ยวลูกก็ออกมาแล้วนะ

คำปลอบของจินยองทำให้หมอและพยาบาลหัวเราะ บรรยากาศในห้องคลอดผ่อนคลายและเป็นไปด้วยดีมาก การบล็อกหลังเพื่อผ่าคลอดนั้นจินยองยังรู้สึกตัวอยู่ เพียงแต่จะชาช่วงล่างเท่านั้น

แจบอมกุมมือจินยองไว้แน่นตลอดเวลา ขณะมองคุณหมอกดท้องเมียเหมือนพยายามควานหาลูกในท้องจินยอง ผ่านไปประมาณสองนาทีคุณหมอก็เริ่มเอาหัวเจ้าตัวเล็กโผล่ขึ้นมาก่อน

วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและคราบต่างๆ นั้นแจบอมดีใจมากนะ แต่ก็เกิดอาการวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมด้วย เกิดมาสามสิบปีเพิ่งรู้ว่าตัวเองกลัวเลือด

“พี่แจบอม ไหวนะ” คุณแม่เป็นห่วงคุณพ่อที่หน้าซีดไปแล้ว มือที่จับกันไว้ก็เย็นเฉียบเชียว แจบอมไม่ละสายตาจากลูกน้อยคนใหม่ เขาพยักหน้ารับช้าๆ

“พะพี่โอเคที่รัก” เสียงสั่นและสูงมาก จินยองหัวเราะน้อยๆ คุณหมอแซวคุณพ่อมาด้วยว่าคุณแม่ใจแข็งกว่าซะอีก

คุณหมอใช้อุปกรณ์ช้อนเจ้าตัวเล็กออกมา เด็กน้อยตัวจิ๋วส่งเสียงร้องออกมานิดเดียวเท่านั้น คุณหมอแจ้งเพศและเวลาเกิดให้ทั้งคู่ทราบ จากนั้นพยาบาลก็พาเจ้าตัวน้อยไปทำความสะอาดตัวต่อไป ก่อนจะพาลูกมาให้แจบอมและจินยองดู

ระหว่างที่แจบอมมองแกนั้น จู่ๆ น้ำตามันก็ทะลักออกมาเอง เหมือนกับสมองมันสั่งว่านี่แหละ ลูกเราออกมาแล้วนะ

“จะหอมแก้มลูกหน่อยไหมคะ” พยาบาลที่พายัยหนูมาหาคุณแม่ เอ่ยถาม แต่จินยองส่ายหน้า

“ไม่เอาครับ ไม่มีแรง เดี๋ยวทำลูกหล่นแล้วแกจะเจ็บ” คุณแม่ขอปฏิเสธ คุณพยาบาลเลยหันมาหาคุณพ่อแทน คุณช่างภาพไม่ขออุ้มเอง แต่ขอบันทึกภาพเอาไว้ดีกว่า

ภาพแรกที่แจบอมถ่ายให้กับอิมยองจี เขาถ่ายด้วยความตื้นตันใจมากๆ

จินยองถูกแยกจากทุกคน พี่แจบอมออกไปจากห้องผ่าตัดเพื่อให้นางพยาบาลให้ยาสลบจินยองและได้เย็บแผล ส่วนลูกสาวคนเล็กก็ไปอยู่ในตู้ปรับอุณหภูมิ  จินยองต้องนอนพักฟื้นอีก 45 นาทีกว่าจะรู้สึกตัวดี ถึงจะย้ายไปห้องพักได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 “ได้ลูกสาวอีกคนล่ะ!” พอแบมแบมและมาร์คมาถึงที่โรงพยาบาล สองสามีภรรยาต้วนเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยปุ๊บก็เจอบอสชูสองนิ้วท่าทางดีใจสุดๆ มาให้ปั๊บ

มาร์คผงะไปนิด เดินอ้อมแจบอมไปโค้งให้คุณลูคัส ยุนฮี และยูนา มาร์คยึดเก้าอี้ข้างเตียงของคุณแม่ แจยองวิ่งมากอดอามาร์ค ทักทายเสียงใส คุยจ้อว่าน้องน่ารักมากแค่ไหน ร่างสูงอุ้มหลานสาวขึ้นนั่งตัก

แบมแบมโค้งให้ผู้ใหญ่ทั้งสาม ทักทายพี่จินยองก่อนลากแขนบอสไปนั่งคุยกัน

“ตั้งชื่อหรือยัง ชื่ออะไรเหรอ” แบมแบมตื่นเต้น

“ยองจีน่ะ” คุณพ่อฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจมาก แบมแบมตาโต หันไปมองมาร์คที่หัวเราะคิก

“พี่ไม่คิดจะตั้งชื่ออะไรที่พ้นจากคำว่ายองแล้วเหรอบอส?”

“ทำไมอ่ะ ลูกสาวไง จะได้สวยเหมือนแม่” แจบอมตอบอย่างมั่นใจ

“เหตุผลนี้เข้าท่า” คุณพ่อที่มีทั้งลูกสาวและลูกชายเห็นด้วย จินยองตีไหล่มาร์คให้สงบปากสงบคำหน่อย กลัวว่าจะทะเลาะกันอีก แจบอมมองมาร์คตาขวาง

“จะว่าฉันอีกแล้วสิ?”

“เปล๊า! อยากเห็นหลานจังเลย” มาร์คตื่นเต้น อยากเห็นเจ้าตัวน้อยคนที่สองของจินยอง

“ไปดูที่ห้องเด็กอ่อนสิจ๊ะมาร์ค” ยุนฮีบอกพลางลุกนำ จะพาไปดูหลาน เธออยากเห็นหลานอีกรอบเหมือนกัน หลานน่ารักมาก ให้มองสักกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ แบมแบมรีบตามไปด้วยอีกคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 “นั่นไง...ยองจีอยู่เตียงนั้น”

แจบอมชี้ไปที่เตียงเล็กเตียงสุดท้ายของแถว ยังดีใจจนยิ้มไม่หุบเลย จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง ท้องนี้เขาได้ดูแลจินยองอย่างเต็มที่จนกระทั่งคลอด เขารอลุ้นเพศของยัยหนูมาตั้งหลายเดือน

“สมใจเลยสิครับ บอสอยากได้ลูกสาวนี่นา” แบมแบมได้ยินว่าบอสอยากมีลูกสาวอีกคนมาตลอด ตั้งแต่พี่เนียร์รู้ว่าท้อง เวลาว่างงานก็ชอบชวนเขาคุยเรื่องลูกตลอด 

“ใช่ แกน่ารักมากใช่ไหม?” แจบอมมองลูกไม่วางตา ทั้งปีติ ยินดี และตื้นตัน

“น่ารักมากเลยครับ น่าเอ็นดูจังเลย เสียดายไม่ได้พาน้องแฝดมาด้วย” แบมแบมเกาะกระจกมองหลาน รู้สึกเอ็นดูจนอยากอุ้มขึ้นมาเลย อยากพาลูกชายหญิงของตนมาดูน้องตัวเล็กด้วย

“ไม่พามาน่ะดีแล้ว เดี๋ยวแฝดอาละวาด” แด๊ดดี๊ไม่กล้าพามา แฝดแปดเดือนแล้ว กำลังซนเลย ไม่ซนธรรมดา ซนมาก! เขาต้องเอาลูกฝากไว้ที่บ้านพี่คุณ ถ้าเอามา อาบิเกลตัวแสบคงป่วนน่าดู

“หนูอยากเล่นกับน้องค่ะ” แจยองในอ้อมแขนอามาร์คมองน้องตาไม่กระพริบเลย

“ตอนนี้ยังเล่นไม่ได้จ้ะ ต้องรอน้องโตกว่านี้ก่อนเนอะ” แจบอมหันมาลูบผมลูกสาวด้วยความเอ็นดู แจยองร้องว้า ผิดหวัง

“เอาไว้ไปเล่นกับน้องแฝดที่บ้านอานะคะ อยากจะไปตอนไหนก็บอกอา เดี๋ยวอามารับ”

“ได้เหรอคะ!

“ได้สิคะ” อามาร์คหอมแก้มเด็กน้อยไปหนึ่งฟอด เอ็นดู อยากให้ลูกสาวโตไวๆ แล้วน่ารักอ่อนหวานอย่างแจยองบ้าง แต่ดูท่าทางแล้วอาบิเกลน่าจะโตมาแสบได้เขานี่ล่ะ

 

 

 

 

 

 

 “ตื่นแล้วเหรอนยอง” แจบอมเพิ่งก้าวออกจากห้องน้ำ ทักภรรยา จินยองนอนมองลูกสาวคนโตที่นอนหลับสนิทบนโซฟาตัวนุ่ม

“พี่น่าจะพาแกไปนอนที่บ้านนะ” จินยองเป็นห่วงลูก กลัวแกนอนไม่สบาย เช้าแล้วด้วย ยัยหนูก็ทนนอนโซฟามาได้ทั้งคืนเลย

“ปล่อยแกเถอะ คืนเดียวเอง แจยองแกตื่นเต้นน่ะ อยากนอนเป็นเพื่อนนยอง” แจบอมตามใจลูกสาว อยู่ด้วยกันครบพร้อมหน้าพร้อมตาอบอุ่นจะตาย

จินยองชื่นใจที่แจยองเป็นห่วงเขาด้วย แจยองของแม่เป็นเด็กดีจริงๆ

“พี่ไปดูยองจีมาหรือยัง”

“ไปมาแล้วล่ะ อยากอุ้มลูกล่ะสิ พอได้เวลากินนมเดี๋ยวพยาบาลก็พามา รอก่อนนะ นยองเป็นไง ยังเจ็บแผลอยู่ไหม?” ร่างสูงเดินมายันมือกับเตียง เป็นห่วง ร่างบางพยักหน้าเล็กน้อย

แจบอมโน้มตัวลงไปจูบที่ริมฝีปากนุ่มและหน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆ จินยองอมยิ้ม

“ลูกสาวจนได้สินะ”

“ดีแล้วนี่ พี่อยากได้น้องสาวให้แจยอง พี่สาวน้องสาวโตมาพร้อมๆ กัน มีอะไรเขาจะได้คุยกันได้ไง”

การเป็นลูกคนเดียวมันเหงานะ แจบอมเป็นลูกคนเดียว เขาอยากมีพี่น้องไว้คอยช่วยเหลือหรือปรึกษาเรื่องต่างๆ มาตลอด อิจฉาเพื่อนที่มีพี่น้องหลายคนด้วย

เขาอยากให้แจยองมีน้องสาวไว้เล่นด้วย เพศเดียวกันจะได้คุยกันเข้าใจ น่ารักดี

“แต่เนียร์อยากได้ลูกชายบ้างน้า มีลูกสาวไปคนหนึ่งแล้วนี่นา” มีลูกชายหรือลูกสาว จินยองก็รักทั้งนั้น แต่เขาอยากได้ชายคนหญิงคน กำลังพอดี เพราะคิดว่าจะมีแค่สองคนพอ

“อยากมีลูกผู้ชายเหรอ ท้องใหม่ไง” แจบอมแซว ยิ้มกรุ้มกริ่มชวนเขินมาก จินยองยกมือทุบอกกว้างด้วยความหมั่นไส้ เสียดายที่แรงหดหายเพราะเพิ่งคลอด ไม่งั้นพี่แจบอมมีจุกอ่ะบอกเลย

“เว้นอีกสักห้าปีเถอะครับ มีติดๆ กันไม่ไหวนะ ผ่าคลอดมีสามคนก็มากสุดละ”

“แจยองโตเป็นสาวพอดี เว้นสักปีน่ะกำลังดี”

“เห็นใจคนท้องบ้างสิครับ” จินยองถอนหายใจเฮือก แจบอมยิ้มกว้าง หอมแก้มนุ่มอีกที

“ล้อเล่น จะมีอีกหรือไม่มีก็ตามใจนยองเถอะ  พี่ได้ลูกสาวสองคนสมใจแล้วล่ะ”

“คุณแม่จะผิดหวังหรือเปล่าครับ” จินยองเป็นห่วงคุณยุนฮี ท่านคงอยากได้หลานชาย

“ไม่รู้นะ แม่ไม่พูดอะไร แต่เห่อกว่าแม่ยูนาอีกเหอะ นี่เตรียมไปซื้อของสำหรับเด็กผู้หญิงเพิ่มอีกแล้ว แต่พี่ไม่ให้ซื้อ เดี๋ยวคนที่สตูดิโอก็ซื้อมาให้หลานอยู่ดี ซื้อซ้ำซ้อนกันเสียดาย”

จินยองหัวเราะในความเห่อหลานของแม่

“พี่เข้าใจแม่นะ คราวนี้เป็นโอกาสให้ท่านได้เลี้ยงหลานตั้งแต่เกิด เพื่อทดแทนที่ไม่ได้ดูแลแจยอง พี่เองก็คิดเหมือนกัน ขอบคุณนะนยองสำหรับยัยหนูยองจีที่น่ารักและแข็งแรง”

“ครับ..” จินยองดีใจมากเช่นกัน ต่อจากนี้บ้านเราก็จะอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ..มีเจ้าตัวน้อยคนใหม่เพิ่มเข้ามาแล้วนี่นะ

“งือ” ยัยตัวเล็กที่นอนบนโซฟาขยับพลิกตัว จะหล่นโซฟา แจบอมรีบก้าวไปหาลูก จับตัวแกไว้ ผ้าห่มที่คลุมอกเลื่อนต่ำลง

แจยองงัวเงีย ลืมตามองพ่อด้วยสายตางุนงง ยังไม่ตื่นดี ริมฝีปากเล็กหาวหวอด แจบอมย่อกายลงนั่ง ลูกสาวพลิกตะแคงมองเขา

“ว่ายังไง จะนอนต่อไหมคะคนดี” แจบอมปัดผมที่ปิดแก้มกลมแกออกไป ก้มหอมให้ชื่นใจหนึ่งฟอด

“ปวดชิ้งฉ่อง..” แจยองยันตัวลุกขึ้น นั่งสะลึมสะลือ พ่อหัวเราะเบาๆ ช่วยตวัดผ้าห่มออกไปกองที่ปลายโซฟา เพื่อให้แกลงมายืน

“แม่ตื่นแล้ว” แจยองหันไปมองแม่ก่อนเลยได้เห็นว่าแม่มองตนอยู่ แกจะเดินไปหาแม่ แต่พ่ออุ้มแกไปเข้าห้องน้ำก่อน

แจยองงอแงขอไปนั่งบนเตียงด้วย พ่อเลยต้องปรับเตียงให้แม่ครึ่งนั่งครึ่งนอนได้ แจยองจะได้นั่งคุยกับแม่ จินยองลูบผมยุ่งๆ ของลูกสาวด้วยความเอ็นดู

นั่งเล่นกันไปได้สักพัก พยาบาลก็พายองจีมาหาคุณแม่เพื่อจะได้ให้นม

แจยองนั่งคุกเข่า วางมือบนตัก มองน้องในอ้อมแขนของคุณแม่ไม่วางตา จินยองเงยหน้ามองแจยอง ส่งยิ้มให้แก

“จับน้องไหมแจยอง”

“ได้เหรอคะแม่”

“ได้สิจ๊ะ..อ่า น้องอิ่มพอดีเลย เล่นกับน้องไหม” จินยองจับมือลูกสาวมาแตะผิวหยุ่นนุ่มของน้อง แจยองยิ้มกว้าง

แจบอมอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบรรยากาศอุ่นอวลนั้นหรอกนะ แต่เขาขอบันทึกภาพคนสามคนที่เขารักมากเอาไว้ดีกว่า..

นาทีนี้แจบอมคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยล่ะ

 

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 382 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #576 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:01

    รออ่านอยู่นะจ้ะ
    #576
    0
  2. #569 ออมม่า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 10:37

    อิ่มเอม บอไม่ถูก

    #569
    0
  3. #551 JBMie (@KhemKhemm) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 14:45
    น่ารักกกกกกมากกค่ะ

    นยองรอลูกชาย อีกแป๊บเนอะ ^^ พี่แจบอมพร้อมอยู่แล้ว
    #551
    0
  4. #510 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:35

    รอคะขอ2ตอนพร้อมกันได้ไหมคะ
    #510
    0
  5. #509 schoollunchiscoldsausages (@markksung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 17:25
    อบอุ่นใจมากๆๆๆ
    #509
    0
  6. #506 TungBam?2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:33

    รอนะคะ มาลงต่อไวๆน๊าาาาา รอๆๆๆๆ

    #506
    0
  7. #505 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:46
    รอนะคะไรท์
    #505
    0
  8. #503 Wandee Dee Sarpramoo (@wandeedie) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 09:08

    ครอบครัวอบอุ่น
    #503
    0
  9. #502 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 08:05

    รอน้าไรท์
    #502
    0
  10. #501 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 07:15

    ครอบครัวสุขสันต์มากเลย

    #501
    0
  11. #500 miminmi07 (@miminmi07) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 07:10
    มาอัพต่อนะจะรอ
    #500
    0
  12. #499 Kantima4288 (@Kantima4288) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 01:10

    ไรท์มาอัพแล้ววว
    #499
    0
  13. #498 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 01:04
    จะอ่านกี่ครั้งก็ สนุกอยู่ดี
    #498
    0
  14. #497 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 01:03

    ไรท์มาอัพแล้ว
    #497
    0
  15. #496 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 00:18
    น่ารักที่สุด
    #496
    0
  16. #495 74400010001 (@74400010001) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 00:01

    รอๆๆน่าาา
    #495
    0