[เปิดจอง]ลงใหม่(GOT7) วุ่นนักที่รักเป็นซุปตาร์ [mpreg] Markbam,Bnior,Jackjae,Khunyug

ตอนที่ 27 : วุ่นนัก ตอนพิเศษ ปีใหม่ (เมืองไทย) Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 346 ครั้ง
    9 เม.ย. 62




           

อากาศเย็นจนหนาว เช้าในวันสิ้นปีมีเพียงแสงแดดอ่อนๆ ที่ไม่ช่วยคลายหนาวเลย

“ตื่นได้แล้ว

คนที่ตื่นก่อนพลิกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มขยับกอดอีกคนที่ยังหลับอยู่แน่นๆ กอดฟัดอย่างหมั่นเขี้ยวจนคนใต้ร่างที่ถูกกอดทับต้องลืมตาตื่น งัวเงีย

“อือ..

“อือก็ตื่นสิครับ”

“กำลังสบายเลยอ่าขออีกห้านาทีได้ไหมครับ” เพื่อนรักของหม่ามี๊ฝาแฝดต่อรอง ยกมือขยี้ตา หาวหวอด คนปลุกส่ายหน้า  

“ไม่ได้ครับที่รัก ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ วันนี้ต้องไปเที่ยวหลายที่นะ”

“อยู่บ้านไม่ได้เหรอ ผมมาไทยตั้งหลายครั้งแล้วน้า” คนที่มาบ้านนี้เหมือนเป็นบ้านตัวเองยังอิดออด คว้าหมอนข้างมากอด

“อ๊ะ” ยูคยอมเอื้อมมือจะคว้าหมอนข้างที่นิชคุณหยิบไป ลูกชายเจ้าของบ้านปามันตกเตียง

“จะกอดทำไมล่ะหมอนข้างน่ะ มากอดพี่ดีกว่า”

ขอซื้อได้ไหมครับไอ้รอยยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนี้เนี่ย มองแล้วใจไม่ดี สั่นไปหมดละ

“ไม่กอดหรอก กอดก็เข้าทางคนแก่แถวนี้สิ” ยูคยอมยู่ปาก หงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อถูกกวนจนหลับไม่ลงเลย

อุตส่าห์ได้มีวันหยุดทั้งที ทำไมพี่คุณต้องปลุกเขาแต่เช้าด้วยนะ

“ว่าใครแก่นะ?”

“คนแถวนี้แหละ โอ๊ยย พี่คุณพอแล้วๆ” ยูคยอมดิ้นหนีเมื่อถูกหอมจนแก้มจะช้ำ

“ลุกเลยอย่ามาอิดออด”

“ฮือ ไม่อยากไปอ่า นอนอยู่บ้านได้มั้ย”

“จะอยู่กับใครล่ะ เขาก็ไปกันหมด”

“ผมไม่ได้นับถือพุทธสักหน่อย”

“เดี๋ยวก็ได้เปลี่ยน”

ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มแล้วก็ยิ้ม มีความสุขมากมั้ย?

“แหมใครบอกห๊ะ อย่ามาพูดเองเออเองเหอะ” 

 “เฮ้อ..นิ่มจัง อยากนอนกอดทั้งวันเลย อุ่นๆ” คนกอดหลับตาพริ้ม สีหน้านี่แสดงออกเลยว่ามีความสุขมาก  คนถูกกอดยิ้มอย่างอ่อนใจ

“จะว่าผมอ้วนก็บอกมาเหอะ”

“ไม่อ้วนสักหน่อย ใครว่ามี่ของพี่อ้วนบอกมาเลย เดี๋ยวไปจัดการให้”

“เก่งจังเลยนะ ไอ้แบมบอก มันชอบบอกว่าผมอ้วนอ่ะ” น้อยใจนะเว้ย แค่โตเร็วเฉยๆ เอง เขาก็ไม่ได้อยากโตไวสักหน่อย ชิ!

“ไอ้แบมมันปากหมา อย่าไปสนใจมัน”

“ผมตัวเท่าพี่เลยนะเว้ย”

“แล้วไง”

“ไม่น่ารักเลยอ่ะ” คนที่ถูกทับถอนหายใจเฮือก คิดแล้วเศร้า แบ่งส่วนสูงให้แบมแบมได้นี่แบ่งแล้วนะ

“เท่านี้ก็น่ารักมากแล้ว อย่าน่ารักไปมากกว่านี้เลยพี่หวง พี่รักของพี่ก็แล้วกันน่า ไปๆ ลุกเถอะ เดี๋ยวพี่ก็ขี้เกียจตามไปอีกคนหรอก”

นิชคุณก็ไม่อยากลุกจากเตียงเลยนะเนี่ย อากาศกำลังเย็นสบาย เตียงก็นุ่ม คนกอดก็อุ่น สวรรค์สุดๆ ละ

“ไม่ต้องไปสิ อยู่บ้านกันเถอะ” ยูคยอมพยายามโน้มน้าวใจคนพี่ นิชคุณเหล่มอง

“จะอยู่ทำอะไรเหรอ?”

“อะไรก็ได้ นอนต่อก็ได้นะ มานอนกอดกันเถอะ” คนน้องอ้อนเพราะขี้เกียจแท้ๆ เชียว

“เจ้าเด็กจอมขี้เกียจ อ่อยอีกแล้วเดี๋ยวเถอะ” คนพี่งับจมูกอีกคนเบาๆ อย่างเอ็นดู “ถึงอยากนอนต่อแค่ไหนก็นอนไม่ได้นะ”

“บู่ว”

“ไม่ต้องมางอน” นิชคุณขยับลุกขึ้นนั่งก่อน ดึงคนที่ยังหาวไม่หยุดให้ลุกขึ้นตาม ยูคยอมส่งเสียงอืออาไปตามเรื่อง ใช้นิ้วปาดน้ำตาที่เล็ดทางหางตาเพราะหาวมากจัด

“ง่วงอะไรนักหนาฮึ”

“แน่ใจดิว่าต้องการคำตอบ”

“โอ๋ๆ อย่างอนสิน่า ไปอาบน้ำกัน”

นิชคุณกอดคนตัวอุ่นจากข้างหลัง ยูคยอมอดคิดไม่ได้ว่าพี่คุณแกเป็นสัตว์เลือดเย็นรึไง ทำไมตัวเย็นแบบนี้

“ขอทำใจแปบดิขี้เกียจอ่า”

“ถ้าได้ตื่นมาเจอมี่ทุกเช้าแบบนี้ก็ดีน่ะสิ” นิชคุณคลอเคลียเหมือนหมาน้อยไม่มีผิด ยูคยอมจั๊กจี้

“นี่ขอแต่งงานป้ะเนี่ย”

“ฟังเหมือนแบบนั้นเหรอ”

“อือ”

“เข้าใจถูกนะ”

“ล้อเล่นอยู่เรื่อยอ่ะ โรแมนติกมากเลยเนาะมาขอบนเตียงเนี่ย” ยูคยอมหัวเราะคนที่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย

“ไม่เหมือนใครดีนะ..

คุณเชฟขนลุกซู่เมื่อริมฝีปากอุ่นของคนข้างหลังประทับลงบนต้นคอด้านหลัง มือนี่จากกอดธรรมดาเริ่มเลื้อยเข้ามาในเสื้อนอนของเขาแล้วนะ

“พี่คุณ!

“จ๋า”

“ออกไปห่างๆ เลย จะไปอาบน้ำแล้ว มันเช้าแล้วนะเลิกกามสักทีเถอะ!

ยูคยอมศอกใส่ไม่หนักไม่เบาจนนิชคุณล้มตัวลงไปนอนบนเตียง คุณเชฟขยับถอยออกมาเกือบปลายเตียงหัวเราะเยาะ

“จะไปต่อในห้องน้ำใช่ไหม?” นิชคุณยังไม่สลด ยูคยอมเอื้อมหยิบหมอนข้างบนพื้นข้างเตียงมาฟาดใส่นิชคุณ

“ไม่ต่อที่ไหนแล้ว ไม่!” ยิ่งแก่ยิ่งกามนะพี่คุณเนี่ย คิดผิดหรือเปล่าวะที่หลงมาคบด้วยเนี่ย เขาโดนรอยยิ้มใสซื่ออบอุ่นเหมือนเทวดาหลอกเอาสินะ

“พี่ว่ามันก็ยังพอมีเวลานะ อีกสักรอบมั้ย?” คนที่ไม่ได้เจ็บจริงจังอะไรคว้าฉุดยูคยอมให้นอนราบลงกับเตียงอีกครั้งแล้วขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว

“พี่คุณ! ไม่เล่นเว้ยลุกเลย!” ยูคยอมดิ้นนะ แต่พี่คุณแม่งแรงเยอะกว่าอีกทั้งที่ไม่น่ามีได้ ดูภายนอกผอมบางกว่าเขาอีกเหอะ

“น่านะ”

ไม่ต้องมาขยิบตา ไม่ต้องมาอ้อนด้วย!

“ไม่เอา”

“มีเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่งแน่ะ สบายมากน่า”

“ไม่เอ๊า!!

 

 

 

 

“พี่แจบอม แจยอง ตื่นเร็ว ทั้งสองคนเลย ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเร็วๆ”

คุณแม่เลิกผ้าห่มออกจากตัวของสองพ่อลูกที่นอนหลับอุตุ ไม่หือไม่อือกับเสียงนาฬิกาปลุกเลย

จินยองวางมือข้างหนึ่งลงบนท้องกลมที่โตขึ้นทุกวัน อีกมือตบก้นลูกสาวให้แกตื่นสักที

“แจยองคนเก่ง ลุกได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคุณตากับคุณยายรอนะคะ”

จินยองเอานาคินทร์และรัดเกล้ามาอ้าง คุณน้าทั้งสองรักยัยหนูของเขามาก ก็แม่คนนี้ช่างฉอเลาะเอาใจคนแก่เหลือเกินนี่นา

“อื้มม” แจยองขยี้ตา พลิกตัวหันมามองแม่ จินยองดึงแกขึ้นมานั่ง ปัดผมที่ปิดหน้าปิดตาของแกออก แจยองโน้มตัวจุ๊บอรุณสวัสดิ์น้องในท้องเบาๆ

“ไปอาบน้ำกันดีกว่านะ” คุณแม่อุ้มลูกสาวคนโตขึ้นจากเตียง ระวังไม่ให้โดนท้อง พาแกไปอาบน้ำอุ่นให้สบายตัว จะได้ตื่นเต็มตาสักที

เสียงพูดคุยและหัวเราะของสองแม่ลูกปลุกคุณพ่อให้ตื่นตาม แจบอมนั่งมึนอยู่บนเตียง หัวหูยุ่งกระเซิง สอดส่ายสายตามองหาเมียกับลูกสาว

แจยองยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งให้แม่แต่งตัวสวยๆ ให้ จินยองนั่งคุกเข่ากับพื้นติดกระดุมชุดวันพีชสีขาวให้ลูกสาว

น่ารักมากมายมหาศาล ความน่ารักของสองแม่ลูกกระจายฟุ้งเต็มห้องนอนแล้ว

เฮ้อจะมีใครโชคดีกว่าอิมแจบอมอีกมั้ยวะเนี่ย

“พี่รีบไปอาบน้ำสิครับ ข้างนอกเขาเตรียมของกันวุ่นวายไปหมดแล้ว จะได้ออกไปช่วยเขาหน่อย”

ทุกคนในบ้านภูวกุลตื่นมาเตรียมของไปทำบุญส่งท้ายปีเก่าที่วัดกันตั้งแต่เช้ามืดแน่ะ จินยองตื่นนานแล้ว นอนไม่หลับเพราะลูกดิ้น แต่พอออกไปจะช่วยก็โดนป้าเอื้องและน้าโมไล่ให้กลับมาในห้อง

เขาท้องนะไม่ใช่ป่วยทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ทุกคนก็ห่วงกันเกินไป คงเข็ดมาจากคราวของแบมแบมล่ะมั้ง

“อือ” แจบอมลงจากเตียง เก็บที่นอน เดินไปหอมแก้มลูกสาวหนึ่งฟอดก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำ

แปรงสีฟันบีบยาสีฟันเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผ้าเช็ดหน้าก็เตรียมเอาไว้แล้วด้วย จินยองน่ารักเสมอล่ะ

“อื้ออ อย่าสิครับ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะสิ”

คนท้องที่น่ารักขึ้นทุกวันตีมือคนที่เดินมากอด แจบอมหอมแก้มนุ่มไปหนึ่งที แต่ยังไม่หนำใจเลยดึงตัวคุณแม่ของแจยองให้หันมาหา หอมไปอีกสองฟอดตามด้วยจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากอีกหนึ่งที

“มอร์นิ่งคิส”

จินยองตีแขนแจบอมให้ปล่อยได้แล้ว

“อ๊ะ” แจบอมก้าวถอยไปด้านหลังเล็กน้อยเมื่อถูกดันจากข้างล่างจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่าลูกสาว แจยองผลักขาพ่อแรงๆ ให้เขาผละออกจากตัวแม่

“พ่ออย่าเข้าใกล้แม่นะ แม่ของแจยอง!” แจยองอ้าแขนกางออกปกป้องแม่ เงยหน้ามองพ่อเขม็ง แจบอมยิ้มเจื่อนกับอาการหวงแม่ของลูกสาวที่ยังไม่หายสักที

“พ่อขอกอดนิดเดียวเอง ไม่ได้เหรอคะ”

“ไม่ได้ค่ะ ห้ามกอดนะ! ห้ามกอดน้องด้วย น้องก็ของแจยองนะ!”แจยองแปะมือกับท้องกลมเพื่อบอกว่าในนี้ก็ของแจยองนะเอ้อ

“แต่พ่อเป็นคนทำน้องให้หนูนะ ใจร้ายจัง”

“ไม่สน! ห้ามยุ่ง พ่อไปไกลๆ เลย ห้ามๆ ห้ามเข้าใกล้แม่” แจยองทั้งผลักทั้งดันให้พ่อเดินไปแต่งตัว

แจบอมแกล้งเดินไปสองก้าวจากนั้นก็วิ่งมาหอมแก้มจินยองอีกหนึ่งฟอด แจยองร้องกรี๊ด วิ่งมาตีท้องพ่อแล้วฉุดมือพ่อให้เดินออกมาห่างๆ แม่ แจบอมหัวเราะลั่นห้องขืนตัวไว้ไม่ยอมไป ชอบใจที่แกล้งลูกสาวได้ จินยองทั้งขำทั้งฉุนที่แจบอมกับแจยองทะเลาะกันแต่เช้าอีกแล้ว

“พ่ออย่าดื้อสิ!” แจยองออกแรงฉุดพ่อที่นั่งกับพื้นให้ลุกขึ้นจนเหนื่อย

“โอเคๆ ลุกก็ได้” แจบอมขยับทำท่าจะลุกขึ้น แจยองเลยผ่อนแรงดึง แต่หลงกลโดนพ่อรั้งมากอดแล้วหอมแก้มกลมนุ่มทั้งสองข้าง

“ชื่นใจจังเลย ไปช่วยพ่อเลือกเสื้อหน่อยสิ” แจยองเบ้ปาก งอนที่โดนพ่อหลอก

“ไม่เอาไม่เลือก ปล่อยเลย หนูจะไปหาแม่”

“อ้ะตามใจ” แจบอมวางลูกสาวลงยืนกับพื้น แจยองแลบลิ้นให้คุณพ่อแล้ววิ่งไปเปิดประตูออกจากห้องไป  

“ไปไหนอีกล่ะนั่น”

“ไปหาฮันบินมั้งครับ”

“อีกแล้วเหรอ! ตัวจะติดกันเกินไปแล้วนะ” เวลาได้อยู่กับฮันบินนี่แจยองไม่สนใจเขาเลย ไปสนิทกันตอนไหนเนี่ยห๊ะ?!

“อย่ามัวแต่หวงยัยหนูเลย แต่งตัวสักทีเถอะครับ” จินยองอ่อนใจเหลือเกิน พี่แจบอมนี่ลีลาไม่มีใครเกินเลย

“มาช่วยพี่แต่งสิ” แจบอมยิ้มตาพราว จินยองอยากจะทุบให้สักตุบสองตุบ

 

 

 

 

 

 

 

 “ว๊าก! พี่ทำอะไรผมน่ะ ทำไมผมอยู่ในสภาพนี้!!

เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่โวยวายลั่นห้องนอนแขก ฟาดหมอนลงกับเตียง ซองจุนอ้าปากหาว ยืนทำหน้ามึน งัวเงียไม่ตื่นดีอยู่ข้างเตียง

“ทำไมนายต้องเสียงดังด้วย พี่หนวกหูนะ”

“พี่ก็ตอบผมมาเซ่! พี่ทำอะไรผม หรือผมทำอะไรพี่ลงไป เมื่อคืนก็เมาด้วยอ่ะ!” ฮันบินเบะปากจะร้องไห้ เมื่อคืนเขาแต่งตัวอย่างหล่อเลยนะ ทำไมตื่นมาเขาล่อนจ้อนแบบนี้!

“อ่าไม่มีอะไรอย่างที่นายคิดหรอกน่า เมื่อคืนนายเมามาก อ้วกด้วย พี่เองก็เมา พี่เลยลอกคราบนายแล้วทิ้งไว้บนเตียง สภาพพี่ก็ช่วยอะไรใครไม่ได้เหมือนกันเลยเปลี่ยนแค่เสื้อของตัวเอง อยากเปลี่ยนให้นายด้วยนะ แต่นายเมาแล้วเลื้อย ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ นี่นา”

“อ่อ” ฮันบินฟังคำอธิบายแล้วค่อยโล่งใจ แต่ยังไม่หายสงสัย เขาก้มมองสำรวจตัวเองทั้งบนและร่าง ก่อนจะส่งสายตาไปมองสำรวจตัวพี่ซองจุนด้วย

“อ๊ะ!! นั่นรอยอะไร ใครทำ!

ฮันบินตาดีอีก มองพี่ซองจุนแล้วเห็นรอยแดงๆ ตรงคอพี่ซองจุนขณะที่พี่เขากำลังถอดเสื้อยืดออกจากตัว ซองจุนก้มมองตัวเอง

“ตรงไหน?”

“คอน่ะ ทางขวา!” ฮันบินชี้ไปที่คอซองจุน

“อ่อ คนทำก็นายไง” พี่ซองจุนลูบๆ บนผิวเนื้อได้ตรงจุดโดยที่ฮันบินไม่ต้องบอกรายละเอียดมากมาย ฮันบินอ้าปากค้าง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตนแน่น ส่ายหน้าไปมา

“คิดอะไรมาก นายเมานะ” ซองจุนถอนหายใจกับท่าทางตื่นตระหนกของฮันบิน ไอ้เด็กคนนี้นี่วิตกจนเกินเหตุไปแล้ว

“แล้วผมทำอะไรมากกว่านั้นป้ะ?” ฮันบินมองหน้าซองจุน คาดหวังรอคอยคำตอบว่าไม่มีอะไร

“ไม่มีอะไรมากกว่านี้หรอก พี่ถีบนายออกไปทันน่ะนะ จากนั้นถึงค่อยถอดเสื้อผ้าให้ไง คือกลิ่นนายมันตลบอบอวลมากทั้งอาเจียนทั้งเหล้า ถึงพี่เมาก็ไม่มีอารมณ์เคลิ้มตามหรอก แล้วเมื่อไรนายจะลงจากเตียงไปอาบน้ำสักที อย่างน้อยก็หาอะไรใส่หน่อยเถอะ”

ซองจุนเท้าเอว ชี้นิ้วไปที่เสื้อคลุมที่พาดไว้กับเก้าอี้ใกล้เตียง ฮันบินเลยค่อยขยับไปทางเก้าอี้ แต่ถึงจะแขนยาวก็ยังเอื้อมไม่ถึง พยายามเอื้อมเพราะขี้เกียจลงจากเตียงจนเกือบจะตกจากเตียงอยู่แล้ว ซองจุนเวทนาเลยเดินไปหยิบมาส่งให้

“ขอบคุณครับ”

“ไม่เป็นไร” ซองจุนเดินไปหาเสื้อตัวใหม่ในตู้เสื้อผ้า

“พี่ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ?”

“จะออกไปช่วยเขาก่อนน่ะ เดี๋ยวค่อยกลับเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกที”

“อ่อ” ฮันบินมองพี่ซองจุนที่นิ่งได้ทุกสถานการณ์แล้วอยากรู้จริงๆ ว่าเคยทำหน้าอื่นบ้างไหมนอกจากหน้านิ่งๆ เนี่ย

“มองอะไร มีอะไรหรือเปล่า?”

“เปล๊า!

ซองจุนเสยผมสองสามที อ้าปากหาว ง่วงมาก อยากนอนต่อ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ ฮันบินเป็นเด็กที่นอนดิ้นมาก!

“เดี๋ยวๆ พี่จะไปช่วยเขาทำงานใช่ไหม รอผมก่อนผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแปบนึง”

“เออ ให้มันเร็วๆ ล่ะ” ฮันบินรีบร้อนก้าวลงจากเตียงแล้วเตะโดนขาเก้าอี้เข้าอีก

“โอ๊ย!!” ร่างสูงยกเท้าขึ้นจับ เซถลาไปชนซองจุนที่เดินมาดูเมื่อได้ยินเสียงร้อง

“พี่ฮันบินคะ ลุงซองจุนคะ! ตื่นรึย..ยาง..” แจยองเปิดประตูเข้ามาในห้องพี่ฮันบินด้วยอารมณ์ร่าเริงแจ่มใสก่อนชะงัก สะดุ้ง

“เอ่อ..” ตากลมโตเบิกกว้างกว่าเดิมเมื่อแจยองเห็นภาพตรงหน้า ลุงซองจุนไม่ใส่เสื้อ นอนบนพื้น แล้วพี่ฮันบินก็นอนทับด้วย

“ทำอะไรกันคะ?” แจยองสงสัย ฮันบินได้สติรีบลุกจากตัวอีกคน ซองจุนยันตัวขึ้นนั่ง ร้องโอ๊ยเบาๆ

“พอดีล้มน่ะค่ะ”

“อ่อ” แจยองพยักหน้ารับ แต่เหมือนเธอเคยเห็นนะ น้ามาร์คก็ชอบกอดพี่แบมแบบนี้แหละ พ่อกับแม่ก็ด้วยอ่ะ

“เฮ้อ..นายไปกับแจยองละกัน พี่ออกไปก่อนนะ” ซองจุนจับข้อศอกที่กระแทกพื้นเพราะฮันบินล้มทับเมื่อกี้ หน้าบึ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เอื้อมคว้าเสื้อตัวใหม่ที่ตกพื้น

“ขอโทษนะครับ” ฮันบินหน้าเจื่อน รู้สึกผิด เพราะเขารีบเกินไปแท้ๆ เลย

“ไม่เป็นไร แจยองไปพร้อมพี่ฮันบินเขานะคะ”

“ได้ค่ะ”

“อ้อ..เรื่องเมื่อกี้อย่าไปบอกใครนะ เข้าใจมั้ย” ซองจุนนั่งยองคุยกับแจยอง

“ทำไมล่ะคะ?”

“เพราะมันเป็นเรื่องซุ่มซ่ามที่น่าอายของพี่ฮันบินไงคะ แจยองคงไม่อยากให้พี่เขาโดนคนอื่นล้อใช่ไหมล่ะ”

“ได้เลยค่ะ แจยองจะไม่บอกใครเลย สัญญา” แจยองว่าง่าย ยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวก้อยลุงซองจุน ชายหนุ่มยิ้มกว้าง หอมแก้มนุ่มเบาๆ

“เป็นเด็กดีมากเลย ขอบคุณครับ” แจยองยิ้มกว้างเพราะคำชม เมื่อลุงออกจากห้องไปแล้ว เธอก็หันไปมองพี่ฮันบินที่ยังนั่งนิ่งอยู่

“พี่ฮันบินซุ่มซ่าม”

“หะ? อ่อ จ้ะ นิดหน่อยเอง พี่รีบนี่นา พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ” ฮันบินสะดุ้งเล็กน้อย รีบลุกไปเข้าห้องน้ำ

โอยเมื่อกี้ใจหายแวบเลยอ่ะ แค่เรื่องเมื่อคืนก็มองหน้าพี่เขาไม่สนิทใจอยู่แล้ว ยังจะซุ่มซ่ามล้มทับเขาอีก ฮือ ต่อไปจะมองหน้ายังไงล่ะ อายตายเลย คิมฮันบิน แกนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 “แจ็คสันมาช่วยตรงนี้ก็ได้จ้ะ”

รัดเกล้าร้องเรียกแจ็คสันที่เป็นลูกมือแบมแบมและป้าเอื้องตรงอาหารคาว ให้มาหาเธอที่นั่งทำขนมหวานกับยองแจและลูกมือสาวๆ อีกหลายคน

รัดเกล้าทำขนมและอาหารคาวอย่างละสามอย่างเท่านั้น เพื่อเอาไปถวายเพลที่วัดใกล้บ้าน ญาติพี่น้องก็ไปกันหมด พรุ่งนี้ทำบุญที่บ้านเธอตั้งใจจะทำขนมมากกว่าวันนี้หน่อย

“น่ากินจังเลยครับ” แจ็คสันทรุดลงนั่งขัดสมาธิใกล้ๆ รัดเกล้า

“น้าแยกของสำหรับพวกเราเอาไว้แล้วจ้ะ ตรงนี้กินไม่ได้นะจ๊ะ”

รัดเกล้าบอกคนที่มองขนมไทยสีเหลืองทองตาเป็นประกาย ท่าทางอยากลองชิมมาก เธอชี้ไปยังถาดที่แบ่งเอาไว้สำหรับคนในบ้านแล้ว

“ลองชิมได้ไหมครับ”

“เอาเลยจ้ะ” พอได้รับคำอนุญาตแจ็คสันก็หยิบขนมเข้าปากทันที

“อร่อย!

รัดเกล้าอมยิ้ม ดีใจที่เห็นเขาชอบ เธอเลิกสนใจคนที่ชอบกินมาสนใจคนที่ช่วยเธอทำ หยิบจับโน่นนี่ตั้งแต่เช้ามืด ยองแจทำได้ดีทีเดียว ท่าทางจะชอบงานละเอียดแบบนี้

ยองแจตั้งใจจัดขนมที่ทำเสร็จแล้วให้สวยงาม ปรายตาไปมองคนที่บอกว่าจะช่วยแต่หยิบกินไม่หยุด

“คุณแจ็คสัน! นั่นเรียกชิมเหรอ ยองแจว่ามันเหมือนการตั้งใจกินมากกว่านะ รู้ว่าไม่เคยกินแต่กินให้น้อยๆ หน่อย มาช่วยกันก่อนสิ!

ยองแจเอื้อมมือไปฟาดคนที่ตั้งใจกินจริงจังมาก มือไม่ขยับช่วยแต่ปากนี่ขยับเคี้ยวนะ

“โอ๊ย..ก็มันอร่อยนี่”แจ็คสันหน้ายู่

“ถ้าหิวก็ไปหาอะไรกินให้มันอิ่มก่อนไป โอ๊ย ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ”

“เขาทำครัวกันให้วุ่นวายจะไปหาอะไรกินตรงไหนได้เล่า”

“ขนมปังได้หรือเปล่าล่ะ”

“อะไรก็ได้..

“ฮึ่ย รอตรงนี้แหละ ช่วยคุณน้าโมทำงานนะไม่ใช่นั่งกินอย่างเดียว” ยองแจขยับลุกจากท่าพับเพียบคลานออกไปจากบริเวณทำขนม ลุกไปหาแบมแบม

ยองแจและแบมแบมคุยกันเล็กน้อย จากนั้นคุณหนูชเวก็เดินไปหยิบขนมปังธัญพืชจากในตู้ หยิบออกมาจากถุงสองแผ่น ใส่มันลงไปในเครื่องปิ้งขนมปัง เสร็จแล้วทานูเทลลา ใส่จาน เดินมายื่นให้แจ็คสัน

“ขอบคุณครับ” ขอบคุณด้วยปากไม่พอ มือหนาเลื้อยโอบเอวคนที่เดินมายืนข้างๆ ยองแจบิดเนื้อที่ไหล่จนแจ็คสันร้องโอดโอย

“คนเยอะแยะ ทำอะไรดูด้วยสิ”

“ไม่มีคนก็ทำได้ใช่ไหม?”

“ขอร้องล่ะ อย่าติดนิสัยคุณพี่มาร์คมานักจะได้ไหม?” ยองแจอ่อนอกอ่อนใจ

“เปล่าสักหน่อย พี่เป็นของพี่อย่างนี้อยู่แล้วนะ” อย่าเอาเขาไปเทียบกับมาร์คสิ!

“อ้อเหรอ ถ่ายทอดกันผ่านสายเลือดรึไง” ยองแจเหนื่อยใจเหลือเกิน แบมแบมมีวิธีจัดการคุณมาร์คยังไงบ้าง ยองแจอยากขอคำแนะนำจังเลย

“คงเป็นอย่างนั้นมั้ง”

“กินๆ เข้าไปสักทีเถอะคุณแจ็คสัน แล้วปล่อยมือด้วยยองแจต้องทำงานนะ”

“นั่งบนตักพี่ก็ได้นะ”

“อายคุณน้าโมบ้างไหมห๊ะ! หน้าเนี่ยต้องถูกข่วนก่อนใช่ไหมมันถึงจะบางลงบ้างน่ะ”

ใบหน้าขาวใสแดงเรื่อ อายคุณน้าโมที่นั่งอมยิ้มฟังทุกคำพูดของคุณแจ็คสัน คิดว่ายองแจจะอายมากไหมเนี่ย! ฮือ

“ไม่อายหรอก อายทำไม คุณน้าเขารู้ว่าเรารักกัน เนอะคุณน้า”

“ใช่จ้ะ ตามสบายนะ น้าไม่ถือ”

แง! ทำไมทุกคนทำแบบนี้กับยองแจอ่า

“ยองแจงอน! ไปช่วยแบมแบมก็ได้ ไม่อยู่ตรงนี้ด้วยแล้ว”

ยองแจดึงมือคุณแจ็คสันออกแล้วเดินไปฟ้องแบมแบม หม่ามี๊น้องแฝดหันกลับมามองคุณแจ็คสันกับแม่ตนแล้วหัวเราะ ดึงแขนยองแจให้ช่วยเขาดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากทำบุญเสร็จ คนบ้านต้วนและบ้านภูวกุลก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่เที่ยวทัวร์กรุงกับกลุ่มอยู่บ้านเพราะขี้เกียจ

คนที่ไปเที่ยวก็มีเอ็ดเวิร์ด เซเรน่า คริส แจ็คสัน ยองแจ และฮันบิน มีรัดเกล้า นาคินทร์ เมริสา แทฮยอง และซองจุนเป็นไกด์ตามประสาเจ้าบ้านที่ดี (นาคินทร์ปฏิเสธแล้วแต่โดนภรรยาบังคับ)

“ลูกหมูของแด๊ดดี๊นี่น่ารักจังเลย น่ารักๆ” มาร์คจับลูกสาวนั่งพิงตัวเขาไว้ ยัยหนูเกลไม่ชอบนอน ชอบให้จับนั่ง จะให้แด๊ดดี๊อุ้มตลอดเวลาก็ไม่ไหวจริงๆ นะ นั่งเล่นดีกว่า

“ขี้เห่อ” นิชคุณว่าให้อย่างหมั่นไส้ แต่ตัวเองก็จับตาหนูเบนคว่ำหน้าแล้ว หลานชายร้องอื้อๆ ดิ้นแด่วๆ เงยหน้ามองคุณลุงที่แกล้งตนด้วยดวงตากลมโตเหมือนแม่

“ยังคว่ำไม่ได้สินะ พลิกตัวได้แล้วอีกหน่อยก็ชันอกได้เองล่ะเนอะ”

 คุณลุงจับหลานชายขึ้นมาอุ้ม ฟัดแก้มยุ้ยทั้งรักทั้งหมั่นเขี้ยว

“อุ้ย! น้ำจิ้มไหลแล้ว ยิ้มหวานเชียว อารมณ์ดีจังเลยหลานลุงเนี่ย ทำไมอารมณ์ดีนักนะ ตอนที่แม่เราท้องนี่ก็เครียดจะตาย”

นิชคุณหยิบผ้าอ้อมที่พาดบ่าเช็ดน้ำลายให้เจ้าตัวเล็กที่ยิ้มกว้างอารมณ์ดีสุดๆ

“นั่นสิครับ ทั้งคู่เลยนะ” แด๊ดดี๊เห็นด้วยนะเรื่องที่ทั้งสองคนเป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่ายมากๆ

“อ่า แหวะแล้ว อิ่มมากเลยสินะคะลูกสาว” มาร์คเช็ดคราบน้ำนมที่ลูกสาวแหวะออกมา

“แหวะออกมาน่ะดีแล้วจะได้สบายท้อง ดูสิเนี่ยกินอิ่มจัดจนท้องป่องแล้ว มิน่าล่ะอ้วนจังเลย นมแม่แบมอร่อยขนาดนั้นเลยเหรออาบิเกล”

นิชคุณเอื้อมมือมาเขี่ยพุงกลมๆ ของหลานรัก 

“ถ่ายวิดีโอกันดีกว่าครับ อยากถ่ายจังเลย” คุณแด๊ดดี๊จะถ่ายลงอินสตาแกรมแล้วก็ยูทูบล่ะ ลูกสาวลูกชายของแด๊ดดี๊น่ารักมากๆ แด๊ดดี๊จะอวดทุกคนเลย

“เอาสิ” คุณลุงก็ไม่ห้ามกันเลยล่ะ

วันนี้อาบิเกลใส่ชุดบอดี้สูทแขนยาว ขายาว ลายหมีกับกระต่ายสีชมพู สวมหมวกเด็กอ่อนแบบหูตุ๊กตาหมีลายทางขาวชมพู สวมถุงเท้าสีชมพูด้วย ส่วนเบนจามินใส่ชุดบอดี้สูทแขนยาว ขายาว ลายยีราฟสีเหลือง สวมหมวกเด็กอ่อนแบบหูผูกลายเส้นฟ้าเหลือง สวมถุงเท้าสีเหลืองเข้ากับชุด สองพี่น้องเหมือนตุ๊กตาเลย น่ารักน่าฟัดที่สุด!

แบมแบมนอนหนุนแขนยูคยอมบนพื้นไม่ห่างไกลจากลุงและแด๊ดดี๊นัก สองเพื่อนซี้นอนดูโทรทัศน์รายการพิเศษวันหยุดทางสถานีปกติ ยูคยอมฟังไม่รู้เรื่องแต่สนุกดี

“แบมย้ายดูช่องอื่นดิ้”

“จะดูอะไรอ่ะ”

“ดูการ์ตูน”

“ไม่รู้จะมีรึเปล่านะ” แบมแบมหยิบรีโมทบนท้องยูคยอมมากดย้ายไปที่ช่องดิจิตอลเพื่อหาการ์ตูนให้เพื่อนดู แต่เปิดผ่านรายการอาหารยูคยอมก็บอกว่าดูนี่แหละ

ดีเนาะ ชอบอยู่คนเดียวนี่หว่า แต่ดูแล้วหิวเลยนะเนี่ย

“พี่มาร์ค” แบมแบมร้องเรียกสามีเสียงดัง มาร์คขานรับ

“ว่าไงที่รัก”

“ไปหาอะไรในครัวมาให้กินหน่อยสิครับ”

“อยากกินอะไรล่ะจ๊ะ”

“อะไรก็ได้อ่ะ”

“ขนม?”

“อื้อ”

“โอเค” คุณแด๊ดดี๊ส่งยัยหนูอาบิเกลให้ลุงนิชคุณอุ้มอีกคนแล้วลุกไปไม่มีอิดออด นิชคุณขยับจะลุกตามมาร์คไปอีกคน แต่ต้องหยุดความตั้งใจเมื่อยูคยอมส่งเสียงมารั้ง

“จะไปทำไม พี่ก็อยู่ดูหลานสิครับจะทิ้งฝาแฝดให้แบมแบมกับผมดูกันเหรอ?”

ไม่ได้เอาเปรียบ แต่เขากับแบมแบมโดนพี่คุณกับพี่มาร์คเอาเปรียบก่อนนะเว้ย ดังนั้นหน้าที่ดูแลเจ้าตัวเล็กก็ต้องเป็นหน้าที่ของลุงและพ่อสิ เขากับแบมแบมต้องการนอนพักผ่อน

“ง่วงว่ะยูค”

“กินก่อนค่อยนอน” คนที่ง่วงเหมือนกันตอบกลับ แบมแบมหัวเราะ

“กินแล้วนอนน่ะอ้วนนะ ไม่กลัวอ้วนแล้วเหรอ”

“ช่างมันเหอะ ไม่เคยลดได้อยู่แล้วนี่ รอพรุ่งนี้ก่อน เริ่มต้นปีใหม่จะลดน้ำหนักใหม่”

“พูดแบบนี้มากี่ปีแล้ววะ”

“ห้าปี” ยูคยอมและแบมแบมหัวเราะประสานเสียงกันเลยทีเดียว

นิชคุณหันมอง อิจฉา

เขาเองก็อยากนอนหนุนแขนหนุนตัวยูคยอมมั่งนะ ไอ้น้องนิสัยเสีย แกตัดหน้าฉัน ชึ!

 

 

 

 

 

 

 

อีกสิบนาทีจะเข้าสู่วันใหม่และปีใหม่แล้ว

วันนี้ไม่มีงานเลี้ยงอะไร เพราะกลุ่มที่ไปเที่ยวกันนั้นกว่าจะกลับมาก็เกือบห้าทุ่มแล้ว ถ้าไม่ติดว่าอยากเคาท์ดาวน์พร้อมหน้ากันก็คงตะเวนเที่ยวกันเกือบเช้านั่นล่ะ

  ทุกคนมานั่งคุยและนั่งดื่มกันที่ริมสระว่ายน้ำของบ้านภูวกุล สามารถมองเห็นพลุที่จุดจากบริเวณใกล้ๆ ได้ชัดเจนเลยทีเดียว

อีกไม่กี่นาทีจะเข้าสู่ช่วงปีใหม่แต่น้องแฝดดันมาง่วงนอนเข้า แด๊ดดี๊กับหม่ามี๊เลยต้องกล่อมนอน พาเดินเล่นให้แกหลับไปก่อน ตั้งใจจะพาขึ้นห้องไปนอนพร้อมกับทุกคนหลังจากเข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว

“ไวนะแปบเดียวก็ผ่านไปอีกปีแล้ว” มาร์คชวนคนที่เดินข้างกันคุย อุ้มลูกชายหลับคาบ่า

“อืม เวลามักผ่านไปไวเสมอนั่นล่ะครับ เราคิดว่ามีเวลาทำทุกอย่างอีกเยอะ แต่พอมารู้สึกตัวอีกที เวลามันก็ผ่านไปเยอะแล้วเหมือนกัน”

“เรารู้จักกันมาเกือบปีแล้วนะ”

“นั่นสิ ไวมากนะครับ”

“ยังจำวันแรกที่เจอกันได้หรือเปล่า” แบมแบมมองหน้ามาร์ค ไม่เข้าใจว่ามาร์คนั้นถามเรื่องนั้นขึ้นมาทำไม

แบมแบมหวนคิดไปถึงวันแรกที่ได้รู้จักและเกี่ยวข้องกับมาร์คอย่างจริงจัง ความทรงจำที่ไม่ดีคราวนั้น ตอนนี้เขาสามารถนึกถึงมันได้โดยไม่เจ็บปวดอีกแล้ว

หม่ามี๊ของฝาแฝดประหลาดใจกับความรู้สึกของตัวเองมากเหมือนกันนะเนี่ย

“จำได้สิครับ”

“พี่ลืมไปแล้วว่าพี่ได้ขอโทษแบมแบมไปหรือยัง พี่จำได้แต่ว่าพี่ขอโทษลูกไปแล้วเรื่องที่..” มาร์คละคำพูดเอาไว้ แบมแบมเข้าใจดีว่าทำไมเขาถึงพูดไม่ออก

คุณดารากอดลูกชายแน่นขึ้นอีกนิดเมื่อคิดไปถึงวันที่เลวร้ายวันนั้น เขารักพวกแกมากเท่าไรก็รู้สึกผิดในใจมากเท่านั้น

“ไม่รู้สิครับ แบมก็จำไม่ได้หรอก”

“ถ้าพี่ขอโทษตอนนี้ยังทันอยู่ไหม? พี่ขอโทษนะแบมแบม ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่พี่ทำไม่ดีกับแบมเอาไว้”

คุณหม่ามี๊อมยิ้มกับคำขอโทษจากใจของคุณแด๊ดดี๊ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่พอเห็นดาวได้อยู่สองสามดวงท่ามกลางแสงไฟมากมายบนตึกระฟ้า

“แบมยกโทษให้ ไหนๆ วันนี้ก็วันสุดท้ายของปีแล้ว เรามาทิ้งเรื่องราวเลวร้ายออกไปจากใจเราเถอะครับ แม้เมื่อก่อนพี่จะทำตัวไม่ดีกับแบมมามาก แต่ตัวพี่ในวันนี้คือพ่อที่ดีของลูกๆ นะ เป็นผู้ชายที่ดูแลและรักแบมมากด้วย แบมไม่ใส่ใจกับเรื่องเก่าหรอก อดีตเก็บไว้ก็มีแต่ทำให้เจ็บปวดไม่มีสิ้นสุด แบมแบมอยากให้พี่และตัวเองจำแต่เรื่องดีๆ แบมสนใจแต่ปัจจุบันที่เรามีกันและกันมากกว่า”

แบมแบมนั้นถึงภายนอกจะเป็นคนใจร้อน ใจแข็ง ไม่ยอมใคร แต่ข้างในเขาเป็นคนใจดีและมีเหตุผลมากคนหนึ่ง เขาจึงสามารถทำใจอภัยให้มาร์คได้ง่ายๆ

และด้วยความรู้สึกของคนเป็นแม่ แบมแบมรักลูก เริ่มรักตั้งแต่คนเป็นพ่อจะทำแท้งลูกในท้อง เขาจึงมีพัฒนาการความรักระหว่างฝาแฝดในท้องและตัวของเขาเอง พอพ่อของลูกมาคอยดูแล แบมแบมจึงเริ่มเปิดใจให้มาร์ค

สิ่งที่ทำให้แบมแบมยอมรับในตัวมาร์คภายในเวลาไม่กี่เดือนก็คือ ความตั้งใจในการเปลี่ยนตัวเองของมาร์ค ตอนแรกแบมแบมก็แค่เห็นใจ สงสาร เขาอยู่ในครอบครัวอบอุ่นมาตลอดก็เลยสงสารมาร์คมากเมื่อได้รู้ว่ามาร์คต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ที่คนเขาว่าความสงสารเป็นบ่อเกิดของความรักท่าทางจะเป็นความจริง

“ขอบคุณมากนะแบมแบม ขอบคุณมากจริงๆ”

มาร์คเองก็ตั้งใจจะลืมสิ่งที่ผ่านมา เขาไม่อยากเก็บมันไว้ในใจอีกต่อไป ถ้าแบมแบมให้อภัยเขาจะได้สบายใจ ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แบมแบมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย พี่ทำเองทั้งนั้น พี่ทำให้แบมรู้ว่าพี่ตั้งใจดูแลแบมกับลูกจากใจจริงๆ”

สิ่งที่ทำมาจากใจไม่ว่าใครก็รับรู้ได้ อาบิเกลและเบนจามินยังติดแด๊ดดี๊แจเลย

“ไม่ได้หรอก ยังไงพี่ก็ต้องขอบคุณ แบมแบมกับลูกคือความรักของพี่เลยนะ”

“ปากหวานเกินไปแล้ว ดีใจนะครับที่ได้ยินอย่างนี้”

“ไม่ได้ปากหวานนะ พี่พูดจริงๆ”

มาร์ครู้ว่าตนเองเป็นคนขาดความรัก เขาโหยหาใครสักคนมาทดแทนแม่ตลอดเวลา ช่วงเวลาที่เขากลับใจแล้วคอยมาดูแลแบมแบมนั้น ตอนแรกเขาทำเพราะรู้สึกว่าเขานั้นเจอคนที่เข้าใจในตัวเขาแล้ว คนที่เขารู้สึกว่าเป็นครอบครัวของตัวเอง เป็นคนที่เขาสามารถดูแลไปตลอดได้ด้วยกำลังของตัวเอง

เขาถือว่าแบมแบมและลูกนั้นคือคนที่เขาจะรักและจับต้องได้แทนแม่ที่จากไป

แบมแบมและฝาแฝดเป็นคนที่เขาสามารถรักได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ  รักที่เป็นของเขาอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องไปไขว่คว้าที่ไหนให้เหนื่อยอีก

“รู้ไหมว่าพี่เคยคิดนะว่า สิ่งที่พี่ทำลงไปเหมือนพี่สะกดจิตตัวเองน่ะว่า เฮ้ย! เรารักสามคนนี้นะ เราต้องดูแลพวกเขาให้ดีๆ อะไรแบบนี้ล่ะ พอรักก็หวงมากด้วย”

มาร์คเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ สารภาพตามตรง ไหนๆ ก็เปิดใจแล้ว บอกให้หมดเลยแล้วกัน

“จริงน่ะ? นี่พี่ย้ำกับตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ” แบมแบมขำ แปลกใจด้วย มาร์คพยักหน้ารับจริงจัง

“ใช่แล้ว ตอนแรกพี่ไม่มีใครเลยจริงๆ พี่ถึงคิดแบบนั้น พี่อยากหาใครก็ได้มาอยู่กับพี่สักคน แย่มากใช่ไหม แล้วพี่ก็คอยดูแลแบมให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่คงตั้งใจมากเกินไปมั้งพี่เลยเผลอรักแบมกับลูกเข้าจริงๆ รักไปตอนไหนก็ไม่รู้นะ จู่ๆ พอมานึกอีกที ความรู้สึกของพี่ที่มีต่อแบมกับลูกมันก็เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ความรู้สึกผิดธรรมดาแต่มันคือความรักนะ ตอนที่พี่รู้ตัวว่าเผลอรักแบมไปแล้วพี่เองก็ตกใจ ไม่คิดว่ามันเป็นไปได้”

“พี่แน่ใจได้ยังไงว่าสิ่งที่พี่รู้สึกนั่นคือความรัก”

“ปรึกษาเฮียน่ะ แต่พี่ก็ไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างที่รู้สึกกับแบมนะ มันเลยแยกออกง่ายล่ะมั้ง”

“เวลาไม่กี่เดือนก็ทำให้เรารักกันได้นะทั้งที่เราเคยเกลียดกันมากขนาดนั้น น่าแปลกชะมัดเลยพี่ว่าไหม?”

เรื่องราวของความรักนี่ไม่มีกฎตายตัวจริงๆ ว่าต้องทำอย่างไรถึงเรียกว่ารักกัน และความรักก็ขี้เล่นเสียด้วยสิ จู่ๆ ก็มาหาโดยไม่บอกกล่าว พอรู้สึกตัวอีกทีก็รักเขาเข้าซะแล้ว น่าตีจริงๆ นะความรักเนี่ย

“พี่ว่าก็ไม่แปลกหรอกนะ บางคู่เขายังรักแรกพบเลย บางคนเจอกันไม่กี่วันก็แต่งงานกันแล้ว ของอย่างนี้ไม่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหรอก ใครจะบอกได้แน่ชัดละว่าเรารักกันตอนไหน”

“แบมว่าที่เรารักกันก็เพราะอาบิเกลและเบนจามิน เราสองคนรักลูก มันก็ไม่แปลกเท่าไรหรอกถ้าเราจะเผลอรักกันไปโดยไม่รู้ตัวอ่ะ”

“นั่นสินะ พี่ก็ว่าเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กสองคนนี้แน่ๆ เลย เพราะรักลูกก็เลยรักแบมไปด้วยสินะ”

 น้ำเสียงของร่างสูงนั้นเปี่ยมไปด้วยความเอื้ออาทรและรักฝาแฝดมากจริงๆ

แบมแบมฟังแล้วตื้นตันเลยนะเนี่ย พี่มาร์คนี่แม่งชอบทำซึ้งตลอดอ่ะ

“ถึงพวกแกเกิดมาจากความผิดพลาด แต่ลูกๆ จะเติบโตขึ้นมาด้วยความรักนะ”

“พี่ชอบจังโตขึ้นมาด้วยความรัก” มาร์คยิ้มกว้าง ฟังแล้วชอบมาก แบมแบมอมยิ้ม

“แน่นอนสิ ทุกคนรักพวกแกกันทั้งนั้น พ่อแม่ก็รัก อาบิเกลและเบนจามินต้องโตมาอย่างมีความสุขมากๆ อยู่แล้วล่ะ”

“พี่ชอบนะ พี่ฝันอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นมาตลอด ฝันมานานแล้วว่าสักวันต้องมีให้ได้”

มันเป็นฝันที่แสนเรียบง่าย แต่เมื่อก่อนนั้นมาร์คคิดว่าความฝันของเขามันช่างไร้สาระและเป็นไปได้ยากเย็นเหลือเกิน  ไม่ว่าคิดยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย

ร่างบางตื้อในอกเมื่อได้ฟัง ความฝันของมาร์คนั้นเป็นเพียงเรื่องเรียบง่ายที่ทำได้ไม่ยากเลย คงมาจากการที่พี่มาร์คไม่มีครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวัยเด็กสินะ..

แต่วันนี้พี่มาร์คมีมันแล้วนะ สิ่งที่พี่มาร์คอยากได้มาตลอดน่ะ แบมกับลูกนี่ไง

แบมแบมปล่อยมือที่จับมือมาร์คเอาไว้ มองนาฬิกาบนข้อมือ ดูเวลา

“ตอนนี้ความฝันพี่ก็เป็นจริงแล้วนี่นา น่าอิจฉาชะมัดเลย ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับเราแล้วนะ เรื่องไม่ดีก็ทิ้งไว้ปีเก่าได้แล้วล่ะ”

“หืม?”

“เที่ยงคืนหนึ่งนาที สุขสันต์วันปีใหม่นะครับคุณแด๊ดดี๊”

แบมแบมชูข้อมือที่สวมนาฬิกาให้มาร์คดูเวลา มาร์คยิ้มกว้าง จับมือแบมแบมเอาไว้อีกครั้ง

 Happy New Year ครับที่รัก”

 

จบตอนพิเศษ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 346 ครั้ง

741 ความคิดเห็น

  1. #580 N-CH (@N-CH) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:03
    น่ารักกกกกกมากๆ ขอบคุนสำหรับสเปเชียลนะคะ ฟินลืมมมม
    #580
    0
  2. #577 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:01

    เราอยากอ่านแล้วอ่า
    #577
    0
  3. #575 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 18:09
    ได้มาแล้วก็รักษาให้ดีๆนะมาร์คต้วนนนน :)
    #575
    0
  4. #568 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 07:01

    เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารักมากอ่านแล้วมีความสุขจังเลยค่ะ!~ สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะทุกคนแล้วก็ไรท์ด้วยค่ะ เป็นวันเล่นสงกรทนต์ทีมีความสุขมากๆเลยค่ะเพราะได้อ่านฟิคสนุกๆเลยมีความสุขค่ะ ^^
    #568
    0
  5. #563 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:08

    รออ่านตอนต่อไปอยู่น้า
    #563
    0
  6. #561 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 11:23

    เป็นครอบครัวที่น่ารักที่สุดเลย

    #561
    0
  7. #560 ppgcpp (@pin2011) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:42
    น่ารักกกกก อบอุ่นหัวใจสุดๆ
    #560
    0
  8. #559 moomiwkj (@moomiwkj) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:21

    น่ารักกก มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดดดดด
    #559
    0
  9. #558 MTBP (@MTBP) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:33
    อยากอ่านต่อแล้วมาต่อเร็วๆนะ
    #558
    0
  10. #557 nananam- (@Nam45-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:29

    ปริ่มมมากกก
    #557
    0
  11. #556 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:24
    น่ารักกันทั้งคู่เลย 😆😆
    #556
    0
  12. #555 patchyy2 (@patchyy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:40

    อยากอ่านต่อแล้วงื้ออออออ
    #555
    0
  13. #554 0810930583 (@0810930583) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:34

    พี่มาร์คน่ารักกก

    เป็นผู้ชายที่เหมาะจะเป็นพ่อของลูกกก
    #554
    0
  14. #553 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:25
    น่าร้าก ละมุนเว่อร์
    #553
    0